The Cloud X  สารคดีสัญชาติไทย

 

ปลายฤดูหนาว
เชิงดอยม่อนจอง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย

หลังผ่านมาราว 2 ชั่วโมง กับเส้นทาง ร่องลึก เนินชันๆ ลื่นไถล ผมหักพวงมาลัยรถเข้าจอดใต้ร่มไม้ใหญ่

ถอยออกมาหน่อยพี่ใหญ่ ตรงนี้เดี๋ยวไม้หักใส่รถ เราจอดไว้นาน” เสียงตะโกนเป็นภาษาไทยสำเนียงแปร่งๆ ดังมาจากกระบะหลัง

ผมปฏิบัติตาม จอดรถเสร็จก็ลงมาช่วยยกสัมภาระจากท้ายรถ

ผู้ชาย 3 คนที่อยู่บนกระบะส่งเสียงเอะอะด้วยภาษามูเซอ ทั้งสามคนร่วมทางมาเพื่อช่วยผมแบกของขึ้นดอย ทำหน้าที่คล้ายลูกหาบ แต่หลังจากผ่านมาหลายปีที่เข้ามาทำงานที่ดอยแห่งนี้ ดูเหมือนว่าสัมพันธภาพระหว่างเราคือเพื่อนกัน

คนอาวุโสคือ จะปุ๊ ส่วนอีก 2 คนชื่อ จะชี และ จะออ เป็นหลานชายของจะปุ๊

ผู้ชายชาวมูเซอใช้คำนำหน้าชื่อว่า ‘จะ’ ความหมายไม่ต่างจากคำว่า นาย

สัมภาระกองใหญ่ข้างรถ จะปุ๊ยืนมองยิ้มๆ ก่อนถามเบาๆ

ถ้าไม่มีของพวกนี้ พี่ใหญ่จะใช้ชีวิตอยู่บนดอยได้ไหม”

ผมอึ้งไปชั่วขณะ นึกหาคำตอบ ไม่มีถุงนอนอุ่นๆ ไม่มีเต็นท์ ไม่มีผ้ายางกันน้ำค้าง กันฝน และอีกหลายอย่างที่จะอำนวยความสะดวก

รีบๆ ไปเถอะ เดี๋ยวมืด” ผมเลี่ยงการตอบคำถาม และยกเป้ขึ้นสะพายหลัง เดินนำหน้าไปก่อน

ผมใช้เวลาหลายปีแล้วบนดอยม่อนจองแห่งนี้

ใช้เวลาเพื่อเฝ้าดูกวางผา สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมซึ่งสถานภาพของพวกมันใกล้สูญพันธุ์ สาเหตุหลักๆ คือแหล่งอาศัยถูกบุกรุก ปรับเปลี่ยนเป็นพื้นที่การเกษตร หรือเมือง

ป่าที่อยู่โดนตัดออกเป็นช่วงๆ ไม่ต่างจากเกาะแก่งในทะเล

และกวางผาติดอยู่ตามเกาะเหล่านั้น

ผมพยายามเฝ้าดูว่าพวกมันมีชีวิตอยู่อย่างไร และวันพรุ่งนี้ของพวกมันจะเป็นอย่างไร

เหล่านี้คือ ‘ปริศนา’ ที่ผมกำลังตามหาอยู่บนผาสูง

จะปุ๊เดินตามมาติดๆ พ่นควันยาเส้นโขมง พูดจ้อยๆ อันเป็นปกติเหมือนทุกครั้งที่เดินขึ้นดอย คงลืมไปแล้วว่าเมื่อสักครู่ถามอะไร

ครั้งนี้เราจะอยู่บนดอยหลายวัน จะปุ๊วางแผนให้หลานลงมาเอาเสบียงอาทิตย์ละหน ซึ่งเขาจะได้ให้เอา ‘ดาวลอย’ เหล้าต้มด้วย ดาวลอยที่เราเตรียมไปจะอยู่ได้ไม่เกิน 5 วัน

ผมหวังว่าเวลาหลายวันบนดอยครั้งนี้ คงพบกับคำตอบที่จะปุ๊ถาม

ในการตามหากวางผา ผมใช้เวลาอยู่ที่ดอยอินทนนท์ด้วย ว่าตามจริงแล้ว ดอยอินทนนท์ก็คล้ายเป็นอีกเกาะหนึ่งซึ่งมีกวางผาติดอยู่

ก่อนมาดอยม่อนจองคราวนี้ ผมใช้เวลาที่อินทนนท์กว่าเดือน

ทุกๆ เช้า ผมใช้เวลาราว 3 ชั่วโมงเพื่อเดินไปซุ้มบังไพร ทางช่วงแรกเป็นหุบรายล้อมด้วยป่าแน่นทึบ ไม้ส่วนใหญ่เป็นไม้ตระกูลไม้ก่อ ลำต้นโอบไม่รอบ ตามลำต้นถูกปกคลุมด้วยมอสเขียวทึบ

มอสและฝอยลมที่ปกคลุมลำต้นไม้ก่อ รวมทั้งต้นสารภีป่า ซึ่งสูงชะลูดขึ้นไปไม่ต่ำกว่า 30 เมตร เหล่านั้นทำให้ภาพที่มองเห็นดูคล้ายฉากในเรื่องราวของความลี้ลับ

แท้จริง นี่คือการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิต ดูเหมือนว่าทุกชีวิตในป่าจะไม่มีชีวิตใดโดดเดี่ยว ความสัมพันธ์ปรากฏในรูปแบบต่างๆ ได้ประโยชน์ซึ่งกันและกัน

ไม้ก่อ ไม้สารภี มีมอส ฝอยลม รวมทั้งเฟิร์น เกาะอยู่รอบกิ่งก้านและลำต้น

มอสและเฟิร์นอาศัยต้นไม้เป็นที่เกาะอาศัย

ส่วนต้นไม้ก็ได้มอส เฟิร์น ช่วยห่อหุ้มลำต้น เป็นตัวควบคุมอุณหภูมิและความชื้นให้

ดอยม่อนจอง ดอยม่อนจอง

ระยะทางไม่ไกล แต่เพราะต้องลัดเลาะไปตามหน้าผา บางช่วงแคบ กระทั่งต้องใช้วิธีตะแคงพร้อมก้าวเท้าไปช้าๆ มือแตะผนังหินประคองตัว บางช่วงเส้นทางดิ่งลง วิธีที่ดีคือค่อยๆ ไถลตัวลงไป

ซุ้มบังไพรมีอายุกว่า 3 ปี อยู่บนชะง่อนหินแคบๆ ติดหน้าผาที่มีความชันร่วม 90 องศา ถัดไปคือหุบลึก ในหุบมีลำห้วยสายเล็กๆ ในฤดูหนาวเหลือเพียงสายน้ำไหลรินๆ

อีกฟากหนึ่งของหุบเป็นบริเวณหน้าผาชัน ลาดเป็นแนวยาวลงไปถึงหุบเบื้องล่างซึ่งเป็นป่าแน่นทึบ บริเวณนั้นเป็นอาณาเขตของกวางผาโตเต็มวัยตัวหนึ่ง

อาณาเขตนี้เป็นส่วนหนึ่งของทิวดอยอินทนนท์ ภูเขาที่อยู่สูงจากระดับทะเลปานกลาง 2,576 เมตร ด้วยความสูงขนาดนี้ หมายถึงนี่คือยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทย

ดอยถูกล้อมรอบด้วยทิวเขาซับซ้อน เป็นต้นแม่น้ำหลายสาย เช่น แม่น้ำปิง แม่น้ำวัง แม่น้ำน่าน และแม่น้ำยม หรือในอีกความหมายหนึ่ง ดอยแห่งนี้ถูกเรียกว่า ‘ทิวเขาผีปันน้ำ’ ในลักษณะเป็นทิวเขาสูงชัน วางตัวในแนวเหนือ-ใต้ ลักษณะคล้ายนิ้วมือยื่นไปสู่แม่น้ำ หุบเขาแต่ละแห่งปรากฏเป็นรูปตัว v ลึก ด้านข้างสูงชัน

หน้าผาและหุบเหวสูงชัน ราวกับไม่มีชีวิตใดอาศัยอยู่ได้

แต่นี่คือ ‘บ้าน’ แห่งหนึ่งของกวางผา

ลำห้วย สายน้ำไหลริน แม้ว่านี่คือผืนป่าที่มีปริมาณน้ำฝนสูงถึง 2,000 – 2,500 มิลลิเมตรก็ตาม สภาพของป่าดิบเขาอันสมบูรณ์ช่วยลดความรุนแรงของเม็ดฝนที่ตกกระทบผิวดินรากไม้ที่แผ่กระจายไปทั่ว เป็นตัวช่วยให้น้ำซึมลงใต้ดิน พร้อมทั้งช่วยชะลอการไหลบ่าของน้ำผิวดิน เรือนยอดไม้ที่ปกคลุมทั่วพื้นทำให้อัตราการระเหยของน้ำจากผิวดินมีน้อย

หลังหมดฤดูฝน ผืนดินที่ป่าคลุมอยู่จะค่อยๆ ระบายน้ำออกเป็นลำห้วยสายเล็กๆ

ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป ฝนเริ่มโปรยปราย หมอกหนาปกคลุม สายลมกระโชกแรง โดยเฉพาะริมหน้าผา บางครั้ง ในรอบ 3 วัน สภาพอากาศเปิด แจ่มใส เพียง 10 นาที

และนั่นก็พอเพียงสำหรับการบันทึกภาพกวางผา ที่มักยืนหรือนอนนิ่งๆ อยู่บนชะง่อนหิน

ถึงกลางเดือนตุลาคม สายฝนจาง สายลมหนาวเดินทางมาถึง อุณหภูมิซึ่งต่ำอยู่แล้วลดลงอีก หญ้าเขียวชอุ่ม มะแหลบชูช่อสีขาว แต่งแต้มให้บริเวณริมหน้าผาสดใส

ตั้งแต่เช้ามืด ผมเดินผ่านดงไม้หนาทึบ ต้นก่อ ต้นสารภี ถูกห่อหุ้มด้วยมอสและเฟิร์น

แม้ว่าเดินอยู่ลำพัง ป่ารอบๆ ตัวทำให้ได้รับความรู้สึกหนึ่ง

บางที ชีวิตที่โดดเดี่ยวอาจไม่มีจริง

ดอยม่อนจอง

ดอยม่อนจอง

ทุกวัน เมื่อถึงซุ้มบังไพร ดวงอาทิตย์ยังโผล่ไม่พ้นสันเขา ลาดผาด้านตะวันตกอยู่ในเงามืด สันเขาด้านตะวันออกบังแสงอาทิตย์ไว้ สภาพสันเขาด้านนั้นโล่งเตียน มีหญ้าขึ้นบนพื้นที่มีดินตื้นๆ กระแสลมพัดแรงตลอด เป็นอีกสาเหตุที่ต้นไม้ใหญ่หลีกเลี่ยงในการอยู่บริเวณนี้

ยอดหญ้ายามเช้าตรู่มีหยาดน้ำค้างเกาะพราว กระทบแสงอ่อนๆ เป็นเงาระยิบ หากเป็นฤดูหนาว น้ำค้างเหล่านี้จะแปรสภาพเป็นเกล็ดน้ำแข็ง

สันเขาด้านตะวันตกนี้คือที่อยู่ของกวางผา ซึ่งจะใช้ชีวิตตามแสงดวงอาทิตย์ไปเรื่อยๆ

ดวงอาทิตย์ลอยขึ้นสูง แสงจากสันเขาลดต่ำลง กวางผาจะเดินหรือยืนตากแดดอุ่นๆ แถวชะง่อนหินประจำ มันยืนนิ่ง เหม่อมองลงไปในหุบ นอกจากบางครั้งยกขาหลังขึ้นเกาหลังหรือหลังใบหู บางครั้งก็ทรุดตัวลงครึ่งนั่งครึ่งนอน แต่ถ้าอากาศแจ่มใส อาจเห็นมันนอนเหยียดยาว คางเกยก้อนหิน หลับตาพริ้ม

ครั้นแสงอาทิตย์สาดส่องถึงหุบเขาด้านล่าง ชะง่อนหินเริ่มร้อน กวางผาจะลุกขึ้น เดินไต่ลงไปจนถึงดงไม้ทึบในหุบ และจะขึ้นมาอีกราวๆ บ่าย 3 โมง ขณะไต่ขึ้น ทักษะและความคล่องแคล่วในการปีนป่ายของกวางผาปรากฏให้เห็นชัด

มันกระโจนไปตามลาดผาชันกว่า 45 องศา ราวกับเป็นเรื่องง่ายๆ

กวางผาจะขึ้นมาอยู่บนชะง่อนหินเดิม ยืนนิ่งๆ เหม่อมองไปยังหุบเบื้องล่าง จนถึงพลบค่ำ

หากสภาพอากาศเปิด นี่คือสิ่งที่ผมจะได้เห็น

แต่ในวันที่สายฝนพรำ หมอกหนาทึบ ดูเหมือนจะมีแต่ความเย็นยะเยือกเท่านั้น ที่รายล้อมซุ้มบังไพรไว้

ผมกับจะปุ๊เดินถึงจุดที่เราตั้งแคมป์ริมลำห้วย จะชีและจะออเตรียมที่ไว้แล้ว พวกเขาเดินมาถึงก่อน

ผมกางเต็นท์ ขึงผ้ายาง คลี่ถุงนอน ปูพื้น จะปุ๊ขุดหลุมก่อนก่อไฟ ในนั้น เขาหุงข้าว ทำกับข้าว อย่างคล่องแคล่ว

แคมป์ในหุบ ลมสงบนิ่ง สายลมพัดผ่านยอดไม้ดังหวีดหวิว กองไฟส่องแสงวับแวม ลูกไฟแตกประกาย ผมนั่งข้างจะปุ๊ที่อยู่ในชุดเสื้อ-กางเกงที่ผมเห็นเขาสวมประจำ

ขณะเฝ้ารออยู่ริมหน้าผาโดยไม่รู้ว่าเมื่อไหร่อากาศจะเปิด แต่ขณะเดินผ่านดงไม้ทึบ ต้นไม้บอกให้รู้ว่า ชีวิตต่างต้องเติบโต และต้องอยู่อย่างพึ่งพาอาศัยกัน

กวางผาที่ผมเห็น มันมักยืนนิ่งเป็นเวลานาน ดูคล้ายโดดเดี่ยว แต่หลายครั้ง ผมเห็นพวกมันอยู่ร่วมกันหลายตัว

ผมมีคำตอบให้จะปุ๊ที่ถามตอนก่อนเดินขึ้นดอย ตอบโดยออกมานอนข้างกองไฟร่วมกับพวกเขา

นอนอยู่ในเต็นท์มีเครื่องนอนอุ่นๆ เพียงลำพัง คล้ายจะเป็นความโดดเดี่ยวอย่างแท้จริง

ดอยม่อนจอง

ผมไม่รู้หรอกว่า ขณะยืนอยู่ริมหน้าผา เหม่อมองไปเบื้องล่าง กวางผาคิดอะไร

แต่รู้อย่างหนึ่งว่า คนเมื่อขึ้นมาอยู่บนหน้าผา

อาจจำเป็นต้องค้นหาคำตอบที่มีอยู่บนนั้นให้พบ…

 

Writer & Photographer

Avatar

ปริญญากร วรวรรณ

ถ่ายทอดเรื่องราวของสัตว์ป่าและดงลึกทั่วประเทศไทยผ่านเลนส์และปลายปากกามากว่า 30 ปี มล. ปริญญากร ถือเป็นแบบอย่างสำคัญของการใช้ชีวิตอย่างเคารพธรรมชาติให้คนกิจกรรมกลางแจ้งและช่างภาพธรรมชาติรุ่นปัจจุบัน

Life on Earth

เรื่องราวสรรพชีวิตที่อยู่บนโลกใบเดียวกับเรา

รอยต่อของปีมักเป็นเวลาที่เราย้อนนึกถึงสิ่งที่ผ่านมา พอมานั่งคิดดูแล้ว อย่างน้อย 1 ใน 4 ของเวลาในชีวิตเราผ่านไปในทะเล บางครั้งเป็นการนั่งบนเรือนิ่ง ๆ มองออกไปในทะเลเรียบด้านนอก หวังว่าจะมีอะไรสักอย่างแหวกความเรียบของผิวน้ำขึ้นมา บางครั้งก็เป็นการนั่งคุยเล่นฆ่าเวลารอลงดำน้ำไดฟ์ถัดไป บางครั้งก็เป็นการเดินทางข้ามจากฝั่งแผ่นดินใหญ่ไปยังเกาะห่างไกล

จุดเริ่มต้นของการใช้ชีวิตกลางทะเลทั้งหมดมาจากการดำน้ำ

สมัยที่เริ่มต้นดำน้ำใหม่ ๆ มีเพื่อนคนหนึ่งท้วงถามว่า คนเราจะดำน้ำไปทำไมกัน โลกใต้น้ำไม่ใช่ที่ของมนุษย์ ไม่ใช่โลกที่คนหายใจได้ ไม่ใช่พื้นที่ที่เราควรลงไปรบกวนวุ่นวาย คำถามของเพื่อนคนนี้ติดอยู่ในใจเรามาหลายปี ในระหว่างที่พยายามหาเหตุผลว่า ทำไมเราถึงต้องดำน้ำก็หลงรักกิจกรรมนี้ไปแล้วอย่างถอนตัวไม่ขึ้น

อาจจะเรียกว่าเป็นการอ้างเพื่อหาความชอบธรรมในกิจกรรมดำน้ำก็ว่าได้ แต่เราคิดว่าการลงน้ำไปรบกวนโลกที่ไม่ได้ออกแบบมาให้เราอยู่เป็นเรื่องจำเป็น

God is in the Details รายละเอียดเล็ก ๆ ในโลกใต้น้ำที่สวยและแปลกแบบจินตนาการไม่ถึง
บรรยากาศโลกใต้น้ำที่เต็มไปด้วยความมหัศจรรย์

โลกประกอบด้วยพื้นที่น้ำถึง 2 ใน 3 ส่วน ประโยคหลักที่สารคดีใต้ทะเลเกือบทุกเรื่องต้องนำมาพูดถึง การที่เรามีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ ก็ควรจะทำความรู้จักพื้นที่ส่วนใหญ่ของโลกไว้บ้าง การเรียนรู้พื้นที่ได้ดีที่สุด คือนำตัวเองเข้าไปอยู่ในพื้นที่นั้น ๆ

อยากรู้จักป่าก็ต้องเดินเข้าป่า อยากรู้จักทะเลก็ต้องลงดำน้ำ

เวลาที่เข้าป่าเพราะอยากไปดูสัตว์ป่าแบบในสารคดี สิ่งที่เราพบมักไม่เหมือนกับที่คิดไว้ ถ้าไม่ได้มีกล้องส่องทางไกลหรือเลนส์เทเลติดกล้อง สัตว์ป่าทั้งหลายช่างดูห่างไกล เห็นเป็นจุดเล็ก ๆ ในพื้นที่กว้าง แต่สำหรับโลกใต้น้ำไม่ได้เป็นแบบนั้น ระยะห่างระหว่างสัตว์ป่าที่อยู่ใต้น้ำนั้นใกล้ในระยะจ้องตากันได้

God is in the Details รายละเอียดเล็ก ๆ ในโลกใต้น้ำที่สวยและแปลกแบบจินตนาการไม่ถึง
ลวดลายของปะการัง คล้ายกับลายผ้าทอ หรือจะมองเป็นเขาวงกตก็ได้

สัตว์ป่าพื้นฐานของโลกใต้น้ำคือปะการัง ปะการังที่เกาะนิ่งกับพื้นหิน แตกกิ่งก้านเหมือนต้นไม้ ทำให้เราเผลอลืมไปว่าพวกมันเป็นสัตว์

กิ่งปะการังมีโครงสร้างที่เป็นระเบียบเหมือนผ่านการคำนวณทางคณิตศาสตร์ ที่ปลายยอดกิ่งมีหนวดโพลิปปะการังยื่นออกมาดูคล้ายดอกไม้ เมื่อเอามือพัดน้ำแรง ๆ บางครั้งหนวดก็หดหลบลงไปในโครงสร้างแข็ง ช่อรองโพลิปปะการังวางตัวเรียงวนเป็นวงอย่างมีระเบียบ คล้ายตึกคอนโดสูงที่มีระเบียงโผล่ออกมาข้างตึกไล่วนขึ้นไปจนสุดปลาย พอถอยออกมามองในระยะห่าง เราเห็นโครงสร้างที่แผ่ออกเป็นแผ่น แต่ละแผ่นก็ซ้อนทับ ไล่ระดับกันลงไป

God is in the Details รายละเอียดเล็ก ๆ ในโลกใต้น้ำที่สวยและแปลกแบบจินตนาการไม่ถึง
โพลิปปะการังที่ดูเหมือนดอกไม้ แต่ที่จริงเป็นสัตว์

สถาปนิกชั้นครู ‘มีส ฟาน เดอ โรห์’ เคยพูดไว้ว่า “God is in the Details” ความมหัศจรรย์ของธรรมชาติปรากฏตัวให้เราเห็นในรายละเอียดเล็ก ๆ การดำน้ำฝึกสายตาเราให้มองเห็นโลกที่แตกต่างไป

God is in the Details รายละเอียดเล็ก ๆ ในโลกใต้น้ำที่สวยและแปลกแบบจินตนาการไม่ถึง
God is in the Details… เมื่อมองดูให้ละเอียด เราจะเห็นความมหัศจรรย์ที่ซ่อนอยู่ กุ้งตัวน้อยแทรกตัวอยู่ในหนวดดอกไม้ทะเล

ดอกไม้ทะเลเป็นสัตว์น้ำตัวต่อมาที่เราหมกมุ่น หลังจากดำน้ำมาได้พักหนึ่งก็พบว่าดอกไม้ทะเลมีหลายแบบ และบางแบบก็มีหลายสี แต่สิ่งที่เราชอบที่สุดคือ เมื่อเวลาใกล้ค่ำหรือยามที่แสงเริ่มน้อยลง พวกมันจะเริ่มห่อตัวเป็นก้อนกลม 

God is in the Details รายละเอียดเล็ก ๆ ในโลกใต้น้ำที่สวยและแปลกแบบจินตนาการไม่ถึง
ยามเย็น ดอกไม้ทะเลจะห่อตัวเป็นก้อนกลม กุ้งตัวเล็ก ๆ โผล่ออกมาในท่าทางที่เหมือนโผล่ออกมาจากหน้าต่างบ้านรก ๆ

ก้อนดอกไม้ทะเลอ้วนกลมน่ารักคู่ควรจะถูกเรียกด้วยเสียงเล็ก ๆ ว่า ‘น้อน’ มีหนวดสีม่วงสดที่เก็บเข้าไปในตัวไม่หมดยื่นออกมาจากตรงศูนย์กลาง พอมองเข้าไปให้ดีก็พบกุ้งตัวเล็ก ๆ โผล่ออกมาในท่าทางที่เหมือนโผล่ออกมาจากหน้าต่างบ้านรก ๆ

ถึงแม้จะไม่ใช่ของหายาก ไม่ใช่ของแปลกที่ต้องตามหา แต่มันทำให้เราอารมณ์ดีเมื่อได้เห็น การดำน้ำทำให้เราหลงรักในสิ่งธรรมดาๆ

God is in the Details รายละเอียดเล็ก ๆ ในโลกใต้น้ำที่สวยและแปลกแบบจินตนาการไม่ถึง
สีฟ้าเป็นสีโปรดของคนส่วนใหญ่ เป็นสีที่ทำให้ผ่อนคลาย

ทางทฤษฎีสีกล่าวว่า สีฟ้าเป็นสีที่สร้างความผ่อนคลาย มีการศึกษาจากตัวอย่างใน 10 ประเทศ พบว่าสีฟ้าเป็นสีโปรดของคนส่วนใหญ่ การดำน้ำคือการกระโดดเข้าสู่โลกสีฟ้า ให้สีที่เป็นมิตรและผ่อนคลายห่อหุ้มทั้งร่างกายและจิตใจ

แต่ไม่ใช่ว่าทุกสิ่งใต้ทะเลจะเป็นสีฟ้าโมโนโทน สิ่งมีชีวิตหลายอย่างมีสีสันและลวดลายที่ประกอบกันอย่างน่าทึ่ง

ปลาสินสมุทรแว่นเหลืองเป็นหนึ่งในปลาทะเลที่เราชอบมาก ทั้งตัวของมันเต็มไปด้วยสีสดของแม่สี อย่างกับเพิ่งบีบออกมาจากหลอดแล้วป้ายลงบนตัวปลาโดยไม่ผสมสีอื่น

God is in the Details รายละเอียดเล็ก ๆ ในโลกใต้น้ำที่สวยและแปลกแบบจินตนาการไม่ถึง
ปลาสินสมุทรแว่นเหลืองมีสีสดเหมือนกับระบายด้วยสีที่เพิ่งบีบออกมาจากหลอด

อีกชนิดหนึ่งที่ทำให้เราทึ่งกับธรรมชาติในการออกแบบคู่สี คือ Bicolor Dottyback ในหมู่นักเลี้ยงปลาตู้ให้ชื่อเล่นมันว่า ปลาหวานเย็น ปลาตัวนี้มีด้านหน้าเป็นสีม่วงสด และครึ่งตัวหลังเป็นสีเหลือง โดยที่จุดต่อของ 2 สีนี้มีอยู่ที่กลางตัวเป็นเส้นขีดตรง ๆ ไม่มีลวดลายอะไรซับซ้อนทั้งสิ้น เหมือนกับว่าคนออกแบบเริ่มระบายสีตัวปลาแล้วเลิกกลางทางซะแบบนั้น

เราชอบถามกันเล่น ๆ ว่าใครเป็นคนออกแบบเลือกสีให้ปลาแต่ละชนิด หลายตัวมีสีสันที่เกินกว่าจินตนาการของเราไปมาก สีจากใต้ทะเลเหล่านี้สร้างแรงบันดาลใจและจินตนาการให้นักออกแบบได้หลายสายงาน

หนังเรื่อง อวตาร ภาคแรก ถึงแม้จะเป็นฉากในป่าทั้งหมด แต่สิ่งมีชีวิตที่มีให้เห็นในฉากได้แรงบันดาลใจและสีสันที่มาจากใต้ทะเลอย่างชัดเจน

ปลาดาวหรือดาวทะเลส่วนใหญ่จะมี 5 ขา พอดู ๆ ไปก็คล้ายกับตัวคนนอนก่ายหินในท่าทางประหลาด ๆ ท่าทางของดาวทะเลบางตัวทำให้นึกถึงตัวเราเองบนโซฟาที่บ้าน หลังจากเริ่มมองเห็นพวกมันมีชีวิตอีกแบบ เราเริ่มมองหาปลาดาวในทุกที่ พร้อมกับจินตนาการถึงชีวิตเอื่อย ๆ ของพวกมัน

สิ่งมีชีวิตน่าหลงใหลในโลกใต้น้ำ ทั้งหนวดปะการัง ก้อนดอกไม้ทะเล ปลาดาวเอกเขนก และปลาคู่สีบาดตา
ปลาดาวทำท่าคล้ายกับตัวคนนอนก่ายหินในท่าที่เราคุ้นเคย

ไม่ว่าจะมองไปทางไหนที่ใต้น้ำ เราจะเจอกับสิ่งที่กระตุ้นจินตนาการอยู่เสมอ การดำน้ำทำให้เราได้มีเวลาอยู่กับตัวเองและรู้จักตัวเอง ได้เจอสิ่งมีชีวิตใหม่ ได้เดินทางไปยังพื้นที่ใหม่

มนุษย์เรามักออกเดินทางไปยังพื้นที่ที่เราไม่รู้จัก ยอดเขาสูง ดวงจันทร์ในอวกาศ เหวลึกใต้ทะเล จิตวิญญาณของนักผจญภัยฝังอยู่ในยีนส์ของพวกเรา เมื่อได้ทำกิจกรรมใหม่ ๆ หรือออกเดินทางสู่พื้นที่ใหม่ ร่างกายจะหลั่งสารโดปามีนที่สร้างความสุขให้เรา

สิ่งมีชีวิตน่าหลงใหลในโลกใต้น้ำ ทั้งหนวดปะการัง ก้อนดอกไม้ทะเล ปลาดาวเอกเขนก และปลาคู่สีบาดตา
ร่างกายจะหลั่งสารแห่งความสุขออกมาทุกครั้งที่เราได้ออกเดินทางไปพบกับสิ่งใหม่ ๆ ซึ่งมีอยู่เต็มไปหมดที่ใต้น้ำ

เราทุกคนต้องการสิ่งใหม่ ๆ เข้ามาในชีวิต เราไม่จำเป็นต้องทำสิ่งใหม่ด้วยการพยายามเป็นนักบินอวกาศ แต่พวกเราทุกคนเป็นนักดำน้ำได้

นักดำน้ำแต่ละคนติดใจในการดำน้ำด้วยเหตุผลที่แตกต่างกัน บางคนการดำน้ำคือการผจญภัย บางคนชอบในความผ่อนคลายที่ได้ล่องลอยไปในทะเล บางคนชอบที่ได้ค้นพบสิ่งใหม่ ๆ เหตุผลที่มีไม่รู้จบคือคำตอบที่แต่ละคนต้องลงดำน้ำไปเพื่อหาด้วยตัวเอง

Writer & Photographer

Avatar

ชุตินันท์ โมรา

ช่างภาพ/วิดีโอใต้น้ำมือรางวัลระดับเอเชีย ที่เห็นความเปลี่ยนแปลงของโลกใต้น้ำทั้งในและนอกประเทศมากว่า 17 ปี ทำหนังสือดำน้ำระดับนานาชาติหลายเล่ม เป็นทีมวิดีโอใต้น้ำและคนเบื้องหลังสารคดีและโฆษณาหลายตัว นอกจากนี้ยังเป็นแอดมินเพจ digitalay

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load