ผู้รุกรานสถาปัตยกรรม

ในหลายๆ ตอนของการ์ตูนซีรีส์แนวสืบสวนสอบสวน ‘ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน’ เรามักทึ่งกลอุบายที่คนร้ายใช้วางแผนและจัดฉากสถานที่เกิดเหตุ จากฉากฆาตกรรมในห้องปิดตาย การโจรกรรมในสถานที่ที่มีระบบรักษาความปลอดภัยสูง การหาทางออกในเขาวงกต ไปจนถึงบ้านคฤหาสน์ที่เต็มไปด้วยห้องลับ กลไก และกับดัก การวางแผนการเตรียมการของอาชญากรเผยให้เราเห็นความคิดสร้างสรรค์อันไร้ขอบเขต และทักษะความเข้าใจการใช้พื้นที่ทางสถาปัตยกรรมที่อยู่นอกขนบ บทเรียน และนิยามพื้นฐานของสถาปัตยกรรม

รั้ว ระเบียง พื้น ประตู หน้าต่าง ผนังกำแพง เสา คาน บันได เพดาน และหลังคา เป็นองค์ประกอบพื้นฐานในงานสถาปัตยกรรม สิ่งสามัญธรรมดาตามตึกรามบ้านช่องที่เราพบเห็นโดยทั่วไปในชีวิตประจำวัน ถ้าต้องเข้าไปในสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง เราจะเริ่มกวาดสายตามองหาประตูทางเข้า และเช่นเดียวกัน เมื่อต้องขึ้นไปยังชั้นบนของอาคาร เราจะมองหาบันไดหรือลิฟต์เป็นอย่างแรกๆ

ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน : การใช้สถาปัตยกรรมของอาชญากร ห้องปิดตาย ทางลับ และปริศนาล่าขุมทรัพย์
ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน : การใช้สถาปัตยกรรมของอาชญากร ห้องปิดตาย ทางลับ และปริศนาล่าขุมทรัพย์

ในทางกลับกัน หากโจรผู้ร้ายวางแผนปล้นธนาคาร พวกเขาใช้ประตูทางเข้า-ออกหลักไม่ได้ หรือแม้แต่จะขึ้นลงบันไดไปยังตู้เซฟของธนาคารก็ไม่ได้เป็นแน่ หลังคา ฝาท่อระบายน้ำ หรือกำแพงหลังตึก จึงกลายเป็นประตูทางเข้าทางออกอาคารสำหรับพวกเขา บริบทนี้เองที่องค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมอย่างประตูและผนังกำแพงได้กลายมาเป็นอุปสรรค เป็นสิ่งกีดขวางภารกิจที่พวกเขาจะต้องตัด เจาะ และทำลาย อาชญากรจึงกลายเป็น ‘ผู้รุกรานสถาปัตยกรรม’ ที่เปลี่ยนนิยามและความหมายขององค์ประกอบต่างๆ เพื่อนำมาใช้เป็นอาวุธก่ออาชญากรรม ดังคำคมที่โคนันกล่าวไว้ว่า 

“แม้แต่กำแพงใหญ่ที่ตั้งขวางหน้า เพียงแค่เปลี่ยนมุมมอง มันก็จะกลายเป็นประตู”

ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน : การใช้สถาปัตยกรรมของอาชญากร ห้องปิดตาย ทางลับ และปริศนาล่าขุมทรัพย์

เปิดคดี

การ์ตูนมังงะแนวสืบสวนสอบสวน ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน (Detective Conan) ตีพิมพ์ครั้งแรกใน ค.ศ. 1994 มาจนถึงปัจจุบันใน ค.ศ. 2021 และกำลังก้าวจะเข้าสู่ฉบับที่ 100 ซึ่งมีกำหนดวางขายที่ประเทศญี่ปุ่นในเดือนตุลาคมนี้ ตลอดระยะเวลาเกือบ 3 ทศวรรษ ผลงานของ โกโช อาโอยาม่า (Gosho Aoyama) ได้ถ่ายทอดความสนุกสนาน เรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างตัวละคร คดีอาชญากรรมที่ซับซ้อน ปริศนาซ่อนเงื่อน รหัสลับ กลอุบาย ข้อสันนิษฐานที่แยบยลออกมาอย่างต่อเนื่อง แม้แต่ในรูปแบบของการ์ตูนแอนิเมชันนั้นก็มีอายุ 21 ปี รวมกว่า 1,000 ตอนเข้าไปแล้ว

เรื่องราวของ คุโด้ ชินอิจิ นักสืบมัธยมปลายฉายา ‘เชอร์ล็อก โฮล์ม แห่งยุคเฮเซ’ ที่ตัวหดเล็กลง จากการโดนวางยาพิษอาโพท็อกซิน 4869 โดยชายชุดดำปริศนา ผลของยาทำให้กลายร่างเป็นเด็กประถมที่ต้องแฝงตัวในชื่อ เอโดงาวะ โคนัน เขาถูกฝากเลี้ยงไว้กับ โมริ รัน ตามคำขอของ ดร.อากาสะ ที่สำนักงานนักสืบโมริ ซึ่ง โมริ โคโกโร่ พ่อของรันและอดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ผันตัวมาเป็นนักสืบเอกชน ระหว่างที่อาศัยอยู่ที่นั่น โคนันได้ช่วยนักสืบโมริไขคดีต่างๆ มากมาย ควบคู่ไปกับการหาเบาะแสของชายชุดดำ และหาทางรักษาให้คืนร่างดังเดิม

ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน : การใช้สถาปัตยกรรมของอาชญากร ห้องปิดตาย ทางลับ และปริศนาล่าขุมทรัพย์
ผังเมืองเบย์กะ เมืองสมมติในโลกของยอดนักสืบจิ๋วโคนัน

สำนักงานนักสืบโมริ 

บ้านและสำนักงานนักสืบโมริเป็นอาคารพาณิชย์ 3 ชั้นพร้อมดาดฟ้าที่ได้รับมรดกมาจากพ่อแม่ ตัวตึกนี้ตั้งอยู่ที่หมู่ 5 บล็อก 39 เมืองเบย์กะ เมืองสมมติในจักรวาลโคนัน เป็นเมืองส่วนต่อขยายออกมาจากโตเกียว ทำเลที่ตั้งกลางใจเมืองใกล้โตเกียวทาวเวอร์ ซึ่งอยู่ถัดออกไปประมาณ 1 กิโลเมตรครึ่ง ใช้ระยะเวลาเดินเท้าประมาณ 15 – 20 นาที 

ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน : การใช้สถาปัตยกรรมของอาชญากร ห้องปิดตาย ทางลับ และปริศนาล่าขุมทรัพย์
ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน : การใช้สถาปัตยกรรมของอาชญากร ห้องปิดตาย ทางลับ และปริศนาล่าขุมทรัพย์

ตัวอาคารเป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบตึกแถวต่อๆ กัน หน้ากว้างประมาณ 7 เมตร และยาวกว่า 11 เมตร ทั้งสองด้านขนาบด้วยอาคารใกล้เคียง ด้านขวาติดกับร้านเบกะอิโรฮะซูชิ และทางด้านซ้ายติดกับตึกแมนชั่น

ชั้นแรกของตัวตึกแบ่งพื้นที่ให้ร้านคาเฟ่ปัวโรต์เช่าในราคาเดือนละ 300,000 เยน อีกส่วนแบ่งเป็นบันไดเปิดไม่มีประตูนำไปสู่ชั้นบนของอาคาร ชั้นสองเป็นโฮมออฟฟิศ ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานนักสืบโมริ รูปด้านหน้าของตึกที่เป็นเอกลักษณ์ที่ใครก็จำได้ การติดป้ายชื่อของสำนักงานเป็นชื่อสติกเกอร์ตัวหนังสือ เขียนว่า 毛利探偵事務所 ไว้ที่หน้าบานกระจกทั้ง 7 บาน เหมือนเป็นการตั้งชื่อและสร้างสัญลักษณ์ให้กับสถาปัตยกรรม ในสภาพแวดล้อมที่ตึกรามบ้านช่องดูเหมือนกันไปเสียหมด 

ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน : การใช้สถาปัตยกรรมของอาชญากร ห้องปิดตาย ทางลับ และปริศนาล่าขุมทรัพย์
ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน : การใช้สถาปัตยกรรมของอาชญากร ห้องปิดตาย ทางลับ และปริศนาล่าขุมทรัพย์
ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน : การใช้สถาปัตยกรรมของอาชญากร ห้องปิดตาย ทางลับ และปริศนาล่าขุมทรัพย์

ขึ้นมาชั้น 3 เป็นที่อยู่อาศัย ประกอบด้วย 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ห้องครัว และห้องนั่งเล่น ห้องนอนทั้งสองถูกจัดวางให้ตัวติดกับด้านหน้าของตึกเพื่อให้แดดส่องเข้ามา ที่ห้องนั่งเล่นไม่ได้อยู่จุดนี้ อาจเป็นเพราะส่วนใหญ่ สมาชิกในครอบครัวใช้ห้องนอนเป็นห้องนั่งส่วนตัวก็เป็นได้ 

ห้องของลุงโคโกโร่ติดกับระเบียง ห้องของรันจะอยู่ถัดออกไป ซึ่งเป็นส่วนที่มีกระจกบานเลื่อน ส่วนโคนันปูฟูกนอนบนพื้นในห้องเดียวกับลุงโคโกโร่

ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน : การใช้สถาปัตยกรรมของอาชญากร ห้องปิดตาย ทางลับ และปริศนาล่าขุมทรัพย์

นักสืบ อาชญากร และสถาปัตยกรรม

พื้นที่ทางสถาปัตยกรรมโดยพื้นฐานเกิดจากการประกอบเข้าด้วยกันของผนังทั้งสี่ด้านและหลังคา ห้องต่างๆ ถูกจัดวางและแบ่งด้วยผนังกำแพงที่กั้นระหว่างห้องต่างๆ ตามประโยชน์ใช้สอยที่ผู้อยู่อาศัยต้องการ แต่ละห้องก็จะมีการตกแต่งภายในและการวางเฟอร์นิเจอร์ที่แตกต่างกันออกไปตามฟังก์ชั่นของมัน

หากเรามองพื้นที่ทางสถาปัตยกรรมในมุมมองของการใช้งานปกติ โดยมีสำนักงานสืบโมริเป็นกรณีศึกษา เราจะพบว่านอกเหนือจากพื้นที่ที่กล่าวข้างต้น ตัวอาคารยังมีพื้นที่หลบซ่อนอยู่ ไม่ว่าจะช่องว่างระหว่างผนังกำแพง พื้นที่ระหว่างฝ้าเพดานถึงท้องพื้นที่ใช้ในการเดินท่อน้ำและสายไฟ เมื่อสถาปัตยกรรมนั้นถูกหล่อเลี้ยงด้วยงานระบบที่ต้องการทั้งระบบไฟฟ้า ระบบท่อน้ำดีน้ำเสีย มากไปกว่านั้น ถ้าเป็นในส่วนของตึกอาคารสูง ก็จะมีพื้นที่งานระบบที่มากขึ้นไปอีก ทั้งช่องแอร์ดักท์ ช่องปล่องระบายอากาศ ห้องวางเครื่องปรับอากาศ ห้องออกทางฉุกเฉิน ปล่องลิฟต์ และบันไดหนีไฟ

แต่หากเรามองในมุมมองกลับกัน ผ่านสายตาของผู้ร้ายหรือเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย พื้นที่ที่ถูกมองข้ามเหล่านี้อาจนำมาใช้ซ่อนอาวุธ ก่อคดี หรือช่วยให้คุณหลบซ่อนตัวในช่วงสถานการณ์คับขันก็เป็นได้ ดังที่เราเห็นในหลายๆ คดีของการ์ตูน ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน ที่นำพื้นที่สถาปัตยกรรมมาใช้ในการสร้างกลอุบาย 

เช่น การฆาตกรรมในห้องปิดตาย การนำสถาปัตยกรรมมาใช้สร้างกลไก ปริศนา ห้องลับ อุโมงค์ลับ เพื่อค้นหาที่ซ่อนขุมทรัพย์ในคฤหาสน์อันลึกลับ และการสร้างกับดักด้วยสถาปัตยกรรมที่ท่านที่ปรึกษาอาวุโส ซึซึกิ จิโรคิจิ มักสร้างสรรค์ขึ้นมา เพื่อปกป้องอัญมณีและของมีค่าที่เขานำมาจัดแสดงจากคู่ปรับตลอดกาลอย่าง จอมโจรคิด

ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน : การใช้สถาปัตยกรรมของอาชญากร ห้องปิดตาย ทางลับ และปริศนาล่าขุมทรัพย์

ห้องปิดตาย

ไม่เพียงแต่อาชญากรเท่านั้นที่ใช้สถาปัตยกรรมในการวางแผน นักสืบและตำรวจเองก็ต้องใช้สถาปัตยกรรมในการไขคดีสืบหาความจริง ตั้งข้อสันนิษฐาน และหาหลักฐาน 

สถาปัตยกรรมกลายเป็นพยานปากสำคัญในการพิสูจน์ทราบถึงข้อเท็จจริง 

สถาปัตยกรรมเป็นเหมือนพยานผู้บริสุทธิ์ที่โกหกใครไม่เป็น 

เมื่อวิเคราะห์ดูแล้วคดีฆาตกรรมในห้องปิดตาย คือการใช้สถาปัตยกรรมสร้างหลักฐานที่อยู่ให้กับฆาตกร เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ให้ดูเหมือนว่าเป็นคดีฆ่าตัวตาย ซึ่งเป็นกลอุบายที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในแอนิเมชันเรื่องนี้ ในรูปแบบที่แตกต่างกันไป 

คดีเลขที่ 129 ห้องอาบน้ำที่ปิดล็อก คนร้ายใช้อุบายทางจิตวิทยาในการสร้างห้องปิดตาย โดยติดเทปกาวปิดประตูหน้าต่างของห้องน้ำอย่างแน่นหนา บนประตูกระจกก็ยังมีสาส์นลาตายติดด้วยเทปกาว เป็นคำว่า ’ลาก่อน’ อีกทั้งลายนิ้วมือที่ปรากฏบนเทปกาวล้วนเป็นลายนิ้วมือของผู้ตายเองทั้งสิ้น 

ทว่าแท้จริงแล้ว ห้องนั้นไม่ได้เป็นห้องปิดตายแต่อย่างใด เพราะประตูห้องนั้นไม่ได้ถูกปิดผนึกอยู่แล้วตั้งแต่ต้น แต่เพราะมองจากด้านนอกแล้วเห็นเทปกาวจำนวนมากแปะทับยาวจากขอบประตูไปถึงผนัง จึงทำให้ทุกคนคิดว่าจำเป็นต้องใช้แรงอย่างมากในการเปิดประตูเพื่อสลัดเทปกาวออกมา

ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน : การใช้สถาปัตยกรรมของอาชญากร ห้องปิดตาย ทางลับ และปริศนาล่าขุมทรัพย์

ในบางสถานการณ์ ‘ห้องปิดตาย’ ไม่ได้หมายถึงห้องหนึ่งห้องเสมอไป ทั้งชั้นของตึกแมนชั่นก็กลายเป็นห้องปิดตายได้เหมือนกัน จากคดีเลขที่ 109 ฆาตกรรมดาราหนังย้อนยุค ห้องทั้งหมดบนชั้น 6 ของแมนชั่นถูกทำให้เป็นห้องปิดตาย คนร้ายใช้ประโยชน์จากเป็นเจ้าของห้องทั้งหมดบนชั้น 6 และอีกหนึ่งห้องบนชั้น 5 

เขาสร้างกลลวงด้วยการสลับสถานที่เกิดเหตุ สร้างห้องลวงตาระหว่างห้องชั้น 6 กับห้องชั้น 5 ที่อยู่ซ้อนกัน โดยอาศัยความเหมือนกันของสถาปัตยกรรมแบบห้องชุด การตกแต่งภายใน และการจัดวางเฟอร์นิเจอร์สิ่งของทุกอย่างในห้องทั้งสองให้เหมือนกัน แถมยังยังสลับป้ายเลขหน้าห้องกับตัวเลขบอกชั้นในลิฟต์ เพื่อสร้างประจักษ์พยานและหลักฐานที่อยู่ให้กับตนเอง เรียกได้ว่าหลอกพยานตั้งแต่เข้ามาในตึกเลยทีเดียว

มองสถาปัตยกรรมผ่านมุมมองอาชญากรใน ‘ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน’ ทั้งห้องปิดตาย ทางลับ และปริศนาล่าขุมทรัพย์

ห้องลับ

หนึ่งอุบายที่เราพบเห็นใน ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน คือคดีแนวไขปริศนาหาขุมสมบัติในคฤหาสน์ใหญ่โต เปลี่ยนสถาปัตยกรรมให้เป็นเขาวงกตที่ผู้เล่นต้องไขรหัสลับและหาทางออก ผนังและกำแพงทำหน้าที่เป็นขอบเขตพื้นที่ให้กับอาคารและห้องต่างๆ ในมุมมองระดับสายตาของมนุษย์ ผนังคือสิ่งที่บดบังทัศนะในการมองเห็น ขณะเดียวกันก็สร้างความเป็นส่วนตัวให้กับผู้ใช้ให้แต่ละห้อง อย่างไรก็ตาม บางครั้งผนังและกำแพงก็สร้างภาพลวงตาและซุกซ่อนพื้นที่ว่าง ห้องลับ หรืออุโมงค์ทางเดินลับไว้ได้

ไม่ใช่เรื่องแปลกที่สายตาคนเราจะไม่สังเกตถึงความผิดปกติ เพราะความเป็นจริงแล้ว มนุษย์มองไม่เห็นแบบแปลน รูปตัด ที่เรียกว่า Section หรือภาพไอโซเมตริกของตัวบ้านหรืออาคารได้เลย สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่สถาปนิกใช้ดูองค์ประกอบภาพรวม เพื่อสื่อสารงานออกแบบและเขียนแบบก่อสร้าง

มองสถาปัตยกรรมผ่านมุมมองอาชญากรใน ‘ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน’ ทั้งห้องปิดตาย ทางลับ และปริศนาล่าขุมทรัพย์

ในคดีสำรวจปราสาทโบราณ ซึ่งเป็นคดีสุดคลาสสิกเลขที่ 146 โคนันสังเกตเห็นความผิดปกติของระยะห่างกำแพงกับขนาดห้องที่ไม่พอดีกัน ทำให้เขาเริ่มสำรวจเพื่อหาทางเข้าห้องลับที่ซ่อนอยู่ในปราสาทเก่าหลังนี้ ช่องทางเดินลับที่ซ่อนอยู่หลังกำแพงนี้ช่วยอำพรางคนร้ายให้หลบหนีเหตุไฟไหม้ ซุกซ่อนศพ และยังช่วยย่นระยะเวลาเดินทางจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง ที่ในความเป็นจริงเกิดขึ้นไม่ได้

มองสถาปัตยกรรมผ่านมุมมองอาชญากรใน ‘ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน’ ทั้งห้องปิดตาย ทางลับ และปริศนาล่าขุมทรัพย์
มองสถาปัตยกรรมผ่านมุมมองอาชญากรใน ‘ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน’ ทั้งห้องปิดตาย ทางลับ และปริศนาล่าขุมทรัพย์

ห้องกับดัก

อีกเทคนิคคือ การวางกับดักไว้ต่อกรกับหัวขโมยแห่งยุคอย่างจอมโจมคิด ในคดีที่ 588 จอมโจรคิดปะทะสุดยอดตู้เซฟ เราได้เห็นตู้เซฟที่เป็นเหมือนห้องนิรภัยขนาดใหญ่ เซฟนี้สร้างโดยเจ้าแห่งกลไก ซามิสึ คิจิเอม่อน ด้วยเหล็กกล้าที่แข็งแรงมากๆ ตัวบานประตูหนา 50 เซนติเมตร กว้าง 4 เมตร และภายในมีเนื้อที่กว่า 6 ตารางเมตร 

ก่อนจะเข้าไปถึงตู้เซฟนั้น หัวขโมยต้องผ่านห้องเปล่าที่มีพื้นเซ็นเซอร์จับน้ำหนัก เพียงแค่บุหรี่หนึ่งม้วนตกลงพื้น ลูกกรงเหล็กขนาดใหญ่รอบห้องก็จะหล่นลงมาขังผู้บุกรุกทันที แต่ถึงแม้จะเข้าไปถึงตัวตู้เซฟได้ หากหมุนรหัสมั่วๆ ไปล่ะก็ กลไกสังหารของตู้เซฟจะเริ่มทำงานทันทีเช่นกัน

ความน่าสนใจของการทำให้สถาปัตยกรรมที่ไม่มีชีวิต กลายเป็นเครื่องจักรสังหารที่ตอบสนองต่อปฏิกิริยาและการเคลื่อนไหวของมนุษย์ และสถาพแวดล้อมรอบๆ แบบที่เรามักเจอในภาพยนต์ Sci-Fi หลายเรื่อง 

จากสถาปัตยกรรมที่สร้างเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัย มีเพียงเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ คอยตอบสนองความต้องการและแบ่งเบาภาระของเรา สู่การเป็นเครื่องจักรที่นำมาใช้ในอีกบริบทหนึ่งอย่างสุดขั้ว ในที่นี้เพื่อรักษาความปลอดภัย กักขังหัวขโมย และสังหารผู้บุกรุก

มองสถาปัตยกรรมผ่านมุมมองอาชญากรใน ‘ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน’ ทั้งห้องปิดตาย ทางลับ และปริศนาล่าขุมทรัพย์

ปิดคดี

เรื่องความปลอดภัยและการป้องกันอาชญากรรม เป็นปัจจัยที่มีผลต่อการออกแบบเมืองและสถาปัตยกรรมอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการสร้างรั้วกำแพงล้อมอาณาเขตที่ดิน การโรยขวดปากฉลาม หรือการติดตั้งลวดหนามไว้บนขอบกำแพง ป้ายแจ้งเตือนระวังสุนัขดุที่แขวนไว้หน้าประตูรั้ว การกำหนดจุดทางเข้าทางออก การติดเหล็กดัดซ้อนบานประตูหน้าต่างเพื่อป้องกันการโจรกรรม และในขณะเดียวกันก็บังทัศนียภาพด้านนอก การติดไฟส่องสว่าง การติดกล้องวงจรปิด สัญญาณกันขโมย การเลี้ยงสุนัขเฝ้า หรือแม้แต่การสร้างป้อมยามตามโครงหมู่บ้านจัดสรรเพื่อป้องกันการบุกรุก การใช้องค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมที่ทำให้สถานที่ต่างๆ ปลอดภัยมากขึ้น แม้ว่าบางอย่างที่นำมาใช้อาจช่วยเพียงแค่ด้านจิตวิทยาเท่านั้น 

ในขณะที่ผู้คนมองหาช่องทางสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เหล่าอาชญากรก็กำลังทำสิ่งที่ตรงกันข้าม พวกเขาใช้ทักษะในการสำรวจพื้นที่ เพื่อหาจุดบอดและจุดอ่อนของพื้นที่ พวกเขานำความรู้ทางสถาปัตยกรรมมาใช้เป็นเครื่องมือบุกรุกสถานที่และก่ออาชญากรรม เหมือนครั้งหนึ่งที่นักรบกรีกปล้นเมืองทรอยได้สำเร็จด้วยกลอุบายม้าโทรจัน

ในอีกทางหนึ่ง นักสืบและตำรวจใช้หลักความเป็นจริง วิทยาศาสตร์ และข้อมูลในการสืบคดี ตั้งสมมติฐานในการหาหลักฐาน เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงประกอบสำนวนคดี สถาปัตยกรรมเป็นเหมือนพยานอีกปากที่ช่วยสืบหาและพิสูจน์ข้อเท็จจริง โดยการแกะร่องรอยในสถานที่เกิดเหตุ 

การเรียนรู้ที่จะคิดเหมือนขโมยหรือนักสืบหรือตำรวจนั้นไม่ใช่แนวทางที่สอนในโรงเรียนสถาปัตยกรรมและไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปจินตนาการว่าเป็น ‘สถาปัตยกรรมปกติ’ และบางครั้งการมองสถาปัตยกรรมในมุมมองของอาชญากรหรือนักสืบ ก็อาจช่วยให้เราหนีออกจากกรอบความคิดและนิยามพื้นฐานของสถาปัตยกรรมที่ตายตัว ไม่แน่ว่าวิธีที่ดีที่สุดในการเข้าถึงแก่นความคิดสร้างสรรค์ อาจเป็นการรื้อโครงสร้างและแยกชิ้นส่วนมันออกมาก็เป็นได้

ข้อมูลอ้างอิง

Detective Conan : Case Closed (名探偵コナン) ,1994 – Present, Gosho Aoyama (Manga), 1996 – Present TMS Entertainment (Anime television series)

Manaugh, G. (2016). A burglar’s guide to the city. Farrar, Straus and Giroux.

www.detectiveconanworld.com/wiki/Beika

www.baike.com

www.gushiciku.cn/dc_hk/105745060

twitter.com/juanmax_

Writer

วีรสุ แซ่แต้

เนิร์ดสถาปนิกสัญชาติไทยที่จบการศึกษาและทำงานอยู่ที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ หลงใหลในสถาปัตยกรรมและแสวงหาความหมายของสถาปัตยกรรมที่มีจิตวิญญาณ

Set Design

ทฤษฎีสถาปัตยกรรมในภาพยนตร์ที่เล่าเรื่องสังคม ความเชื่อ และยุคสมัย

เสียงจิงเกิ้ลเพลงคริสต์มาส เสียงระฆัง และกระดิ่งดังกริ๊ง ๆ ในเพลงของมารายห์ แครี ค่อย ๆ ดังกังวานไปตามสถานที่ต่าง ๆ 

ไฟประดับประดาสีส้มบนต้นไม้เริ่มเปล่งแสงสว่างในความมืด 

ต้นสนประดิษฐ์ถูกนำออกมาปัดฝุ่น และตกแต่งด้วยลูกบอลแก้ว สายรุ้ง และพู่หลากสีสัน 

หมวกปาร์ตี้ทรงกรวยถูกนำมาสวมใส่ 

เป็นสัญญาณบอกว่า วันคริสต์มาสกำลังจะมาถึง ก่อนเข้าสู่ช่วงวันหยุดส่งท้ายปีเก่า และเราต่างกำลังเริ่มนับถอยหลังเข้าสู่ศักราชใหม่

สำหรับหลายคน การเตรียมตัวก่อนออกเดินทางช่วงวันหยุดยาวกับครอบครัว เป็นงานหนักที่เอาเรื่องอยู่พอตัว ผมเชื่อว่าในหนึ่งครอบครัวจะมีสมาชิกในบ้าน 1 คน รับผิดชอบเตือนทุกคนว่าจะลืมอะไรก่อนออกจากบ้านไปนานหรือไม่ ไหนจะต้องเก็บบ้านในช่วงเวลาที่ไม่มีคนอยู่ ปิดไฟ ปิดแอร์ ปิดวาล์วแก๊สหุงต้ม ปิดประตูหน้าต่าง ถอดปลั๊ก และใส่กุญแจลงกลอนรอบด้านเพื่อตามปลอดภัยแล้ว ยังจะต้องเตรียมจัดกระเป๋าและสัมภาระ เช็กสภาพรถและเอกสารทางเดินอื่น ๆ อีก 

และแน่นอน ไม่ว่าคุณอาจจะหลงลืมอะไรไป ก็คงไม่มีอะไรน่าตกใจไปกว่าเผลอลืมทิ้งลูกตัวเองไว้ที่บ้านคนเดียว

สถาปัตยกรรมใน Home Alone บ้านกับการรอคอย และการกลับไปหาคนที่รักในช่วงปีใหม่

ย้อนกลับช่วงก่อนวันคริสมาสต์ใน ค.ศ. 1990 ที่บ้านของครอบครัว McCallister จากภาพยนต์ เรื่อง Home Alone (หรือแฟนหนังชาวไทยรู้จักในชื่อ ‘โดดเดี่ยวผู้น่ารัก’) เรื่องราวสุดวุ่นวายของครอบครัวแมคคาลิสเตอร์ ที่เผลอลืมทิ้งน้องชายคนสุดท้อง เควิน แมคคาลิสเตอร์ เด็กชายวัย 8 ขวบไว้ที่บ้านเพียงลำพัง ในขณะที่คนอื่น ๆ ได้ออกเดินทางจากเมืองชิคาโกไปประเทศฝรั่งเศสเพื่อเฉลิมฉลองวันคริสต์มาส

สถาปัตยกรรมใน Home Alone บ้านกับการรอคอย และการกลับไปหาคนที่รักในช่วงปีใหม่

โดดเดี่ยวผู้น่ารัก

ฉากบ้านสุดคลาสสิกของครอบครัวแมคคาลิสเตอร์ เป็นหนึ่งปัจจัยที่ช่วยถ่ายเรื่องราวของภาพยนตร์ออกมา สถาปัตยกรรมถ่ายทอดบริบทและกลิ่นอายของพื้นที่อยู่อาศัยในยุค 90 การอยู่ร่วมกันโดยแบ่งปันพื้นที่ส่วนตัวและพื้นที่ส่วนรวมของสมาชิกในครอบครัวใหญ่ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองแบบนี้ พร้อมซ่อนแง่คิดเรื่องความปลอดภัยในทรัพย์สิน เมื่อปล่อยบ้านทิ้งไว้โดยไม่มีคนดูแลไว้ในช่วงวันหยุดยาว 

ไม่ว่าจะเป็นการตกแต่งภายนอกและภายใน ต่างสะท้อนให้เห็นถึงบรรยากาศอบอุ่น ขณะที่ขนาดตัวบ้านบวกกับภาษาทางสถาปัตยกรรมที่ใช้ ก็ทำให้ภายนอกของบ้านดูน่าเกรงขามไปในเวลาเดียวกัน เหมือนกำลังบอกเป็นนัย ๆ ให้ผู้มาเยือนรู้ว่าที่นี่เป็นที่ส่วนบุคคล

เมื่อเรื่องราวดำเนินไป ผู้ชมจะสัมผัสได้ถึงการก้าวผ่านวัยของเควิน การก้าวผ่านความกลัวในพื้นที่ต่าง ๆ ของบ้านเมื่อถูกทิ้งให้อยู่คนเดียว เขาเปลี่ยนบ้านหลังนี้ให้กลายเป็นสวนสนุก ซึ่งเต็มไปด้วยอุปกรณ์และเครื่องเล่นทันสมัย มากไปกว่านั้น เควินยังกลายเป็นฮีโร่ของบ้าน ผู้ช่วยปกป้องบ้านจากการโจรกรรม โดยการนำเครื่องใช้ต่าง ๆ มาดัดแปลงเป็นอาวุธ สร้างกับดักเพื่อสกัดการบุกรุกของสองหัวขโมย

และไม่ต่างกับการคัดสรรนักแสดง ทีมงานใช้เวลานานกว่าที่บ้านเลขที่ 671 ในเขตชานเมืองชิคาโก Lincoln Avenue จะได้รับเลือกให้เป็นฉากบ้านสุดไอคอนิก อันเป็นสัญลักษณ์ของช่วงคริสต์มาสที่ผู้คนจดจำ และแวะเวียนมาเยี่ยมในช่วงเวลานี้ของทุก ๆ ปีทั้งในจอและนอกจอ

สถาปัตยกรรมใน Home Alone บ้านกับการรอคอย และการกลับไปหาคนที่รักในช่วงปีใหม่

Home Alone เข้าฉายครั้งแรกวันที่ 16 กันยายน ค.ศ. 1990 ในสหรัฐอเมริกา ภาพยนตร์เรื่องนี้กำกับโดย คริส โคลัมบัส (Chris Columbus) เขียนบทและอำนวยการสร้างโดย จอห์น ฮิวจ์ส (John Hughes) ซึ่งสเก็ตช์ไอเดียของหนังเรื่องนี้ตอนที่เขากำลังจัดกระเป๋าเพื่อเตรียมตัวไปพักผ่อน ความห่วงหน้าพะวงหลังของการทิ้งบ้านไว้โดยไม่มีคนดูแล เขาจึงเขียนรายการสิ่งต่าง ๆ ที่ห้ามลืมเด็ดขาด แต่ทว่าในรายการเหล่านั้น ไม่มีชื่อของลูกเขาอยู่ และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นของไอเดียทั้งหมด จากคำถามสั้น ๆ ว่า

‘ถ้าฉันลืมลูกชายวัย 10 ขวบไว้ที่บ้านล่ะ ?’

สถาปัตยกรรมใน Home Alone บ้านกับการรอคอย และการกลับไปหาคนที่รักในช่วงปีใหม่
สถาปัตยกรรมใน Home Alone บ้านกับการรอคอย และการกลับไปหาคนที่รักในช่วงปีใหม่

แม้ว่าตัวบ้านจะมีอยู่จริง แต่ก็ไม่ใช่ทุกซีนในเรื่องที่ถ่ายทำภายในบ้านหลังนี้ เนื่องจากพื้นที่บางห้องไม่ใหญ่พอสำหรับอุปกรณ์และจำนวนทีมงาน ฉากของพื้นที่ภายในบ้านตั้งแต่ชั้นหนึ่งไปจนชั้นสอง ห้องทุกห้อง เฟอร์นิเจอร์ รวมถึงอุปกรณ์ประกอบฉากทั้งหมด ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ในโรงยิมของโรงเรียนมัธยมที่อยู่ห่างออกไป 

ส่วนฉากที่ถ่ายทำในสถานที่จริง ได้แก่ โถงทางเข้าบ้าน บันไดหลักของตัวบ้าน ห้องใต้ดิน และห้องใต้หลังคา

ด้วยความโด่งดังที่เป็นอมตะของภาพยนตร์เรื่องนี้ ทำให้ราคาประเมินล่าสุดของบ้านหลังนี้ทะยานไปสูงกว่า 1.9 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ (หรือ 57 ล้านบาทโดยประมาณ) และล่าสุดในวันที่ 7 ธันวาคมที่ผ่านมา Airbnb ได้ประกาศเปิดบ้านหลังนี้ให้ผู้โชคดีที่ผ่านการคัดเลือกเพื่อเข้าพักในวันที่ 12 ธันวาคม โดยภายในบ้านจะถูกปรับโฉมตกแต่งให้เหมือนฉากในภาพยนตร์เมื่อ 31 ปีที่แล้ว 

แคมเปญชั่วคราวนี้น่าจะเกิดขึ้นเพื่อโปรโมตหนังแฟรนไชส์ ‘Home Sweet Home Alone’ ที่สามารถรับชมได้ผ่านการสตรีมมิ่งของ Disney+

บ้านแมคคาลิสเตอร์

สถาปัตยกรรมใน Home Alone บ้านกับการรอคอย และการกลับไปหาคนที่รักในช่วงปีใหม่

บ้านแมคคาลิสเตอร์สร้างขึ้นใน ค.ศ.1920 เป็นบ้านครอบครัวเดี่ยวขนาดใหญ่ 3 ชั้น รวมชั้นใต้หลังคาและห้องเก็บของชั้นใต้ดิน ตัวบ้านประกอบด้วย 5 ห้องนอน 3 ห้องน้ำส่วนตัว 1 ห้องน้ำรับแขก 1 ห้องครัว 2 ห้องรับประทานอาหาร 2 ห้องนั่งเล่น 1 ห้องทำงาน และยังมีชานระเบียงยื่นออกไปรับวิวสวนหลังบ้าน รวมพื้นใช้สอยภายในราว ๆ 390 ตารางเมตร และมีเนื้อที่กว่า 2,000 ตารางเมตรเมื่อรวมที่ดินรอบบ้าน ซึ่งถือเป็นบ้านที่กว้างขวางทีเดียว

หากสังเกตละแวกบ้าน จะพบว่าโซนที่อยู่อาศัยนี้ไม่มีรั้วเหล็กหรือกำแพงกั้นระหว่างกัน ขอบเขตของบ้านแต่ละหลังแบ่งด้วยพุ่มไม้ ต้นไม้ใหญ่ ทำให้วิสัยทัศน์และทัศนียภาพร่มรื่นกลมกลืนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน 

ในทางกลับกัน แต่ละบ้านก็อาจต้องลงทุนกับการติดตั้งสัญญานกันขโมยหรือตัวล็อกไฟฟ้า เพื่อแลกมากับความปลอดภัยในการอยู่อาศัย

สถาปัตยกรรมใน Home Alone บ้านกับการรอคอย และการกลับไปหาคนที่รักในช่วงปีใหม่

ภายนอกบ้านเป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมพลัดถิ่น หรือที่มักเรียกกันว่า สถาปัตยกรรมยุคโคโลเนียล หยิบเอาองค์ประกอบสถาปัตยกรรมในยุคคลาสสิกของชาวกรีกและโรมันมาใช้ อาทิ ความสมมาตรของรูปทรง สัดส่วนการจัดวางของประตูหน้าต่างหรือเสาโรมัน เป็นต้น ทั้งหมดนี้อยู่บนความเชื่อที่ว่า ความสวยงามเกิดขึ้นได้จากสมดุลทางตัวเลขและคณิตศาสตร์ 

บ้านหลังนี้เป็นสถาปัตยกรรมสไตล์ Georgian Colonial ซึ่งเป็นยุคหนึ่งของราชวงศ์อังกฤษ ที่มีจุดเด่นในการใช้อิฐแดงและหลังคาจั่ว

สถาปัตยกรรมใน Home Alone บ้านกับการรอคอย และการกลับไปหาคนที่รักในช่วงปีใหม่
สถาปัตยกรรมใน Home Alone บ้านกับการรอคอย และการกลับไปหาคนที่รักในช่วงปีใหม่

จากแปลนของบ้าน พื้นที่อยู่อาศัยส่วนใหญ่ของชั้นแรกนั้นเป็นพื้นที่ส่วนรวม สมาชิกครอบครัวใช้ร่วมกัน ห้องนอนและห้องน้ำจะอยู่บนชั้นสอง ซึ่งมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น 

และแม้ว่าการตกแต่งภายในของทั้งบ้านจะคุมด้วยโทนสีและลวดลายในภาพรวม แต่ห้องนอนของสมาชิกแต่ละคนก็แสดงให้เห็นถึงบุคลิกและลักษณะนิสัย ผ่านสีวอลเปเปอร์ ผ้าปูที่นอน ของเล่น โปสเตอร์ หนัง ดารา หรือนักกีฬาที่ชื่นชอบ กระทั่งของใช้ที่แตกต่างกันไป

ใครกลัวสีแดง สีเขียว สีทอง กันเล่า ?

ฉากในบ้านแมคคาลิสเตอร์ออกแบบมาเพื่อสร้างบรรยากาศของวันคริสต์มาส พรมสีแดงฉาน วอลเปเปอร์สีขาวนวลลายดอกไม้ ผนังสีเขียวต้นสน และโคมไฟติดผนังสีทองอร่าม โทนสีแดงเขียวสุดคลาสสิก แสดงออกถึงความอบอุ่นที่อบอวลและแผ่ซ่านไปทั่วทั้งบ้าน 

หนึ่งในทีมออกแบบฉาก Eve Cauley ได้เผยถึงแรงบันดาลใจการเลือกสี ซึ่งอ้างอิงมาจากภาพวาดวินเทจของ นอร์มัน ร็อกเวลล์ (Norman Rockwell) ศิลปินผู้มีเอกลักษณ์เรื่องการสะท้อนวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชาวอเมริกัน

"Merry Christmas, Grandma...We Came in Our New Plymouth!" 1950 โดย Norman Rockwell 
“Merry Christmas, Grandma…We Came in Our New Plymouth!” 1950 โดย Norman Rockwell 

ในซีนเปิดตัวของภาพยนตร์ เราได้เห็นบรรยากาศในบ้านที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา เสียงดัง ความอลหม่าน และความวุ่นวายที่เกิดจากการวมตัวกันของสมาชิกในครอบครัวทั้ง 15 คนก่อนวันออกเดินทาง 

ในนาทีแรกของเรื่อง เรารู้สึกว่าบ้านหลังนี้คับแคบไปรึเปล่า

แต่ต่อมาในฉากเดียวกันนี้ หนังได้พาเราไปรู้สึกถึงความเงียบและความว่างเปล่าของบ้าน เมื่อเควินต้องอยู่โดดเดี่ยวในบ้านหลังนี้

การตกแต่งภายในเลยกลายเป็นสัญลักษณ์ของการมีอยู่และการไม่มีอยู่ของสมาชิกในครอบครัว เป็นความทรงจำแบบ Nostalgic ที่ผู้ชมต่างหวนคิดถึง

สถาปัตยกรรมใน Home Alone บ้านกับการรอคอย และการกลับไปหาคนที่รักในช่วงปีใหม่

มาจนถึงวันนี้ Home Alone กลายเป็นแคปซูลเวลาของวัฒนธรรมของปลายยุค 80 และต้นยุค 90 ไม่ว่าจะเป็นพร็อพ ผลิตภัณฑ์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างไมโครเวฟ โทรทัศน์ขาวดำ เครื่องเล่นวิดีโอ เครื่องเสียงสเตอริโอ โทรศัพท์พร้อมเครื่องตอบรับอัตโนมัติ และของกินของใช้จากแบรน์สปอนเซอร์ต่าง ๆ ที่นำมาประกอบฉากในสมัยนั้น สะท้อนให้เห็นวิถีชีวิตที่ดีและทันสมัยของครอบครัวแมคคาลิสเตอร์ ที่คุณเองก็ซื้อหามาเป็นเจ้าของได้เช่นกัน

สถาปัตยกรรมใน Home Alone บ้านกับการรอคอย และการกลับไปหาคนที่รักในช่วงปีใหม่
สถาปัตยกรรมใน Home Alone บ้านกับการรอคอย และการกลับไปหาคนที่รักในช่วงปีใหม่
สถาปัตยกรรมใน Home Alone บ้านกับการรอคอย และการกลับไปหาคนที่รักในช่วงปีใหม่

เป็นช่วงเดียวกับที่เทคโนโลยีเริ่มเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้นเรื่อย ๆ จนบางครั้ง เราพึ่งพาและเชื่อใจมันมาก เหมือนกันกับในเรื่อง Home Alone ที่พอไฟดับ นาฬิกาปลุกไฟฟ้าจึงไม่ทำงาน จนทำให้เกิดเรื่องวุ่น ๆ ทั้งหมดนี้ ทั้งบ้านหลังนี้ยังเต็มไปด้วยอุปกรณ์สุดไฮเทคครบครัน ล่อตาล่อใจสองหัวขโมย Harry และ Marv หรือที่รู้จักในนาม ‘โจรเปียก’ ที่กำลังอยากได้เครื่องวิดีโอคาสเซ็ตมูลค่าสูงในสมัยนั้น

แผนต่อสู้กับโจรเปียก

สถาปัตยกรรมใน Home Alone บ้านกับการรอคอย และการกลับไปหาคนที่รักในช่วงปีใหม่

อีกความน่ารักที่ Home Alone ถ่ายทอดออกมาผ่านการอยู่บ้านคนเดียวของเควิน คือการเติบโตไปพร้อมไปเรื่องราวที่เกิดขึ้นของเขา เขาได้ก้าวผ่านความกลัวของตนเอง จากเด็กเล็กกลายเป็นเด็กโตที่มีความผู้ใหญ่มากขึ้น

ในช่วงแรกของภาพยนตร์ เควินยังไม่มีห้องนอนเป็นของตัวเอง เหมือนว่าเขาชินกับการนอนในห้องพ่อแม่ เขาไม่รู้วิธีจัดกระเป๋าเดินทาง เขากลัวเสียงและหน้าตาเครื่องทำความร้อนและหุ่นจำลอง Mannequin ที่เก็บอยู่ในชั้นใต้ดิน เขาไม่ชอบนอนในห้องใต้หลังคา และเกรงกลัวชายชราหน้าดุข้างบ้าน เพียงเพราะเรื่องราวที่เขาได้ฟังมาอีกที

การก้าวผ่านวัยของเควินสอนให้เขาหัดใช้ชีวิตประจำวันด้วยตัวเอง ทำอาหาร ล้างจาน ซักผ้า ออกไปซื้อของ โทรสั่งพิซซ่า และตกแต่งบ้านเพื่อรอฉลองวันคริสต์มาสกับครอบครัวในวันที่พวกเขากลับมา

สถาปัตยกรรมใน Home Alone บ้านกับการรอคอย และการกลับไปหาคนที่รักในช่วงปีใหม่
สถาปัตยกรรมใน Home Alone บ้านกับการรอคอย และการกลับไปหาคนที่รักในช่วงปีใหม่

ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังดึงความเป็นสถาปนิกในตัวของเควินออกมาอย่างที่เราคาดไม่ถึง ในสเก็ตช์แปลนแผนผังที่เขาวาดเพื่อเตรียมการรับมือหัวขโมยคู่หู โดยเขาตั้งชื่อว่า Battle Plan

แผนต่อสู้ของเขาคือการใช้องค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมสกัดกั้นการบุกรุก การวางขอบเขตพื้นที่แต่ละห้อง ปิดล้อมทางเข้าทางออก วางกับดักที่ลูกบิดเพลิงทางประตูทางเข้าหลัก วางอุปสรรคตามทางเดิน โรยตะปูและเศษแก้วจากลูกบอลประดับ วางรถของเล่นเกลื่อนกลาด ใช้ช่องส่งเสื้อผ้าใช้แล้วระหว่างชั้นหนึ่งและชั้นใต้ดินให้เป็นประโยชน์ วางกับดักเตารีด ไปจนถึงการวางแผนหลบหนีจากตัวบ้านไปยังบ้านต้นไม้ที่อยู่ถัดออกไป

เควินกลายเป็นฮีโร่ของบ้านแมคคาลิสเตอร์ในชั่วข้ามคืน เขาเปลี่ยนเครื่องใช้และสิ่งของต่าง ๆ ให้กลายเป็นอาวุธในการถ่วงเวลาหัวขโมย ปกป้องทรัพย์สินในบ้านของเขาได้สำเร็จ ในขณะที่บ้านอื่น ๆ ในละแวกนั้นถูกปล้นยกเค้า แถมยังปล่อยให้น้ำท่วมไปหลายหลัง

โดยสรุปแล้ว เควินอยู่บ้านคนเดียวเป็นเวลา 2 คืน 3 วัน ก่อนสมาชิกในครอบครัวจะกลับมาในวันคริสต์มาส และร่วมฉลองวันแห่งความสุขด้วยกัน

สถาปัตยกรรมใน Home Alone บ้านกับการรอคอย และการกลับไปหาคนที่รักในช่วงปีใหม่

หากมองไปในอนาคต ก็อดคิดว่าไม่ได้ว่าบรรยากาศของบ้านจะเป็นอย่างไร เมื่อลูก ๆ แต่ละคนเติบโตและย้ายออกไปเรียนต่อหรือมีที่อยู่ของตนเอง การมีบ้านที่ใหญ่และห้องจำนวนมาก ในบางครั้งอาจจะทำให้เหงากว่าเดิมก็เป็นได้…

แต่ละคนในแต่ละปีก็ให้ความหมายกับเทศกาลวันหยุดส่งท้ายปีในรูปแบบที่ต่างแตกกันไป บางปีเราอาจจะอยากหนีออกจากความวุ่นวายและใช้เวลาอยู่กับตัวเอง บางปีเราอาจจะวางแผนจองตั๋วล่วงหน้า จดจ่อที่จะได้ออกเดินไปพักผ่อนท่องเที่ยวกับเพื่อนฝูง หรือสำหรับบางคน ช่วงวันหยุดสิ้นปีของทุก ๆ ปีนั้น อาจจะเป็นเรื่องของส่วนร่วมมากว่าส่วนตัว นั่นคือการใช้เวลาร่วมฉลองกับครอบครัว เป็นการรวมญาติพี่น้องให้ได้กลับมาเจอกัน

ความรู้สึกของการเดินทางกลับไปหาใครสักคน หรือการรอใครสักคนกลับมาอย่างมีความหวัง คือสิ่งที่ทำให้เทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่พิเศษกว่าเทศกาลอื่น ๆ หรือเปล่า

เหมือนกับเควินที่รอแม่ และแม่ของเขาที่ทำทุกวิถีทางเพื่อจะกลับไปหาลูกชายให้เร็วที่สุด 

ท้ายที่สุด ผมขอทิ้งท้ายประโยคสั้น ๆ สำหรับใครที่มีความรู้สึกไม่ดีกับสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในปีที่ผ่านมา

อย่าลืมว่า ‘แสงจะส่องสว่างที่สุดในความมืดมิด’ นะครับ 

โชคดีปีใหม่ครับ

Citation and Image References:

Hughes, J. (1990). Home alone. United States; Twentieth Century Fox.

“Light shines brightest in the deepest dark!” Quote by Jim Butcher from Grave Peril, 2010

www.archdaily.com/577316/interiors-home-alone

mccallisterhouse.com/making-the-mccallister-house/

time.com/4105161/home-alone-1990/

www.hunker.com/13723464/things-you-didnt-know-about-home-alone-set

www.airbnb.com

Writer

วีรสุ แซ่แต้

เนิร์ดสถาปนิกสัญชาติไทยที่จบการศึกษาและทำงานอยู่ที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ หลงใหลในสถาปัตยกรรมและแสวงหาความหมายของสถาปัตยกรรมที่มีจิตวิญญาณ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load