คุณวิภาวดี พัฒนพงศ์พิบูล หรือ พี่เป้า เป็นมัณฑนากรที่โด่งดังระดับแถวหน้าของเอเชีย และเป็นนายกสมาคมมัณฑนากรแห่งประเทศไทย

เธอเป็นผู้ก่อตั้งบริษัท P49DEESIGN AND ASSOCIATES โรงแรมที่เธอออกแบบกระจายตัวอยู่ในกว่า 20 ประเทศทั่วโลก ตั้งแต่โฮสเทลจนถึงโรงแรมหกดาว และตั้งแต่กลางทะเลทรายไปจนถึงกลางมหานครใหญ่ เธอกวาดรางวัลใหญ่ในระดับโลกมาแล้วมากมาย

ล่าสุดเธอได้รับรางวัลนักออกแบบไทย (Designer of the Year Award) ปี 2017 จากมหาวิทยาลัยศิลปากร และกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ หมวด Honor Award สาขา Interior Design

เธอบอกกับเราว่า เธอเรียนไม่เก่ง เขียนตีฟ (perspective หรือการเขียนภาพทัศนียภาพ) ไม่เป็น สเกตช์แบบได้แย่มาก และเปิดคอมพิวเตอร์ไม่ได้

เธอย้ำกับเราหลายรอบว่า ไม่ได้พูดเล่น

แล้วอะไรทำให้เธอกลายมาเป็นนักออกแบบที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งของเอเชีย

คุณก็อยากรู้เหมือนกันใช่ไหม

วิภาวดี พัฒนพงศ์พิบูล

ออกแบบโรงแรมให้สวยน่ะง่าย แต่…

“ออกแบบโรงแรมให้สวยน่ะง่าย” พี่เป้าเริ่มต้นเล่าถึงความท้าทายของอาชีพมัณฑนากร “แต่ที่ยากคือ เราต้องรู้จักโครงสร้างและฟังก์ชันที่ซ่อนอยู่อย่างถ่องแท้”

เธอเปรียบให้เห็นภาพว่า งานอินทีเรียดีไซน์ไม่ใช่การแต่งหน้าทาปาก หรือเลือกตุ้มหูมาใส่ แต่ต้องเริ่มต้นดูจากโครงหน้าว่ามาดีแล้วหรือยัง จะปรับยังไงได้บ้าง เพื่อให้พื้นที่ภายในอาคารหลังนั้นสอดคล้องกับการใช้งานที่สุด

งานที่ถือว่ายากและซับซ้อนที่สุดของวงการอินทีเรียคือการออกแบบโรงแรม เพราะมันเต็มไปด้วยห้องหลากหลายประเภท แต่ละห้องล้วนต้องการความชำนาญเฉพาะด้าน ทั้งห้องใหญ่ที่ทุกคนนึกถึง และห้องเล็กห้องน้อยที่ใช้เก็บอุปกรณ์ต่างๆ ซึ่งต้องอยู่ให้ถูกที่ และที่สำคัญที่สุดก็คือ ห้องพัก ซึ่งแขกทุกคนล้วนคาดหวังความสวยและความสบาย

ถ้าใครกำลังคิดว่า การออกแบบโรงแรมแค่ทำให้สวยก็พอ ถือว่าผิดถนัด

“เราต้องตีโจทย์ของลูกค้าให้ครบทุกมิติ ต้องศึกษาวัฒนธรรมท้องถิ่นเพื่อเอามาใช้ออกแบบ ศึกษาตลาดของเขา ศึกษาคู่แข่งของเขา ความสำเร็จของเราคือ ทำให้แขกอยากกลับมาใช้บริการซ้ำเพราะชอบ ถ้าเขาพักแล้วสบายด้วย ว้าวด้วย เขาก็อยากกลับมาอีก”

วิธีที่พี่เป้าใช้เช็กฟีดแบ็กของงานที่ง่ายที่สุดก็คือ ดูว่าเจ้าของโรงแรมกลับมาจ้างเราทำงานอีกไหม ซึ่ง P49 ได้ทำงานออกแบบให้เครือของโรงแรมใหญ่ๆ เกือบทุกแบรนด์ในเอเชีย และอยู่ในลิสต์ของนักออกแบบที่โรงแรมชั้นนำของโลกยอมรับ นั่นอาจจะเป็นสิ่งที่ยืนยันว่า งานที่ผ่านมาของ P49 คงไม่ค่อยผิด

137 Pillars Chiangmai 137 Pillars Chiangmai 137 Pillars Chiangmai

137 Pillars Chiangmai

คนขี้เบื่อมืออาชีพ

เวลาพี่เป้าออกแบบโรงแรม เธอชอบให้แขกที่มาพักได้สัมผัสถึง Sense of place หรือรู้สึกว่าได้อยู่ในเมืองนั้นจริงๆ จึงพยายามเอาวัฒนธรรมท้องถิ่นมาใช้ให้ถูกกาลเทศะ การทำงานจึงเริ่มต้นจากการเจาะลึกวัฒนธรรมเพื่อดูว่าหยิบอะไรมาเล่นได้บ้าง เล่นยังไง เอามาใช้เลย หรือเอามาปรับให้เหมาะกับงาน เหมาะกับแบรนด์ของเขาก่อน

ไม่ว่าการสัมภาษณ์ครั้งไหน พี่เป้าก็ยืนยันเหมือนเดิมว่า P49 ไม่มีสไตล์และลายเซ็นเฉพาะตัว ครั้งนี้ก็เช่นกัน

“พี่อยากพูดแบบภาคภูมิใจด้วยว่า เราถนัดหลายสไตล์ด้วย เพราะเราเป็นคนขี้เบื่อ ไม่ชอบอะไรจำเจ เลยหาอะไรใหม่ๆ มาให้ลูกค้า แต่ละงานเราคิดจากคาแรกเตอร์ของแบรนด์ว่า เด็ก ผู้ใหญ่ คนแก่ หรือคนเปรี้ยว สถานที่ตั้งอยู่ตรงไหน กรุงเทพฯ ภูเก็ต บาหลี หรือปักกิ่ง แล้วทิศทางการตลาดจะไปทางไหน พอมีเรื่องหลากหลายให้เล่นแล้ว ชีวิตมันโคตรสนุกเลย” พี่เป้าเล่าอย่างอารมณ์ดี

ถ้าเราไปถามคนในวงการอินทีเรีย ทุกคนพูดตรงกันว่า ลายเซ็นของ P49 ไม่ใช่สไตล์ แต่เป็นเรื่องฟังก์ชันการใช้งาน ซึ่งพี่เป้าก็พยักหน้ารับ

“ไม่ว่าเราจะทำงานที่ใหม่หรือหวือหวาแค่ไหน ความสบายต้องอยู่ครบ และฟังก์ชันต้องได้หมด อย่าให้ดีไซน์กลบประโยชน์ใช้สอย พี่ย้ำกับทีมเสมอว่า ความรู้สึกที่เดินเข้าโรงแรมไปแล้วว้าว นั่นก็เท่ นี่ก็เท่ มันหวือหวาอยู่ได้กี่นาที พอคุณเปิดกระเป๋าเอาของออกมาตั้ง ที่วางแว่นตาก็ไม่มี ที่วางครีมก็ไม่พอ ความรู้สึกหวือหวามันหายไปไหม ความรู้สึกหงุดหงิดอยากเจริญพรคนออกแบบว่าไม่มืออาชีพก็มาแทน ถ้าคุณออกแบบแล้วเขาอยู่ไม่สบาย ใช้งานไม่สะดวก ไม่่ว่าจะเป็นงานใหญ่หรืองานเล็ก อนาคตคุณไม่สดใสแน่นอน”

วิภาวดี พัฒนพงศ์พิบูล

พี่ไม่ได้มาเล่นๆ

“ไม่เคยมีช่วงไหนเลยที่มั่นใจว่า การเลือกเป็นอินทีเรียเนี่ย มาถูกทางแล้ว” พี่เป้าตอบพร้อมเสียงหัวเราะ

ลูกสาวเจ้าของห้องเสื้อ ‘กรแก้ว’ ถูกส่งไปเรียนประจำที่อังกฤษตั้งแต่อายุ 14 ปี พี่เป้าสนใจด้านการออกแบบเครื่องประดับและงานปั้น แต่ยุคนั้นน่าจะเอามาต่อยอดที่เมืองไทยยาก เธอก็เลยเลือกเรียน Interior Design ที่ Inchbald School of Design ในประเทศอังกฤษ ซึ่งถือว่าเป็นสาขาที่ใหม่มากสำหรับเมืองไทยยุคนั้น

เมื่อเรียนจบกลับมา พี่เป้าเริ่มต้นทำงานในบริษัท Rifenberg and Rirkrit Architects พอปี 2521 พี่เป้าและเพื่อนมัณฑนากรฝีมือดีอย่าง คุณเปี๊ยะ-รุจิราภรณ์ หวั่งหลี ก็ร่วมกันเปิดบริษัท P49DEESIGN AND ASSOCIATES ของตัวเอง เมื่อถึงปี 2542 ทั้งคู่ก็แยกย้าย พี่เป้าย้ายมานั่งเก้าอี้ CEO บริษัท P49DEESIGN AND ASSOCIATES ของตัวเอง จนกระทั่งปัจจุบัน

เจ้าของบริษัทอินทีเรียดีไซน์เล่าว่า เธอเรียนหนังสือไม่เก่ง งานที่ทำตอนเรียนก็ไม่ได้โดดเด่น จุดเปลี่ยนสำคัญคือตอนที่เริ่มทำงานจริง

“พอเริ่มทำงานก็รู้สึกว่า อันนี้มันของจริงเว้ย ไม่ใช่แค่ได้คะแนน แต่เราได้เงินจริงๆ เราเลยกลัวคนตราหน้าว่าไม่มืออาชีพ ทำอะไรเล่นๆ ความกลัวนี้อาจจะเป็นแรงผลักให้เราทำงานแบบตั้งใจสุดขีด” พี่เป้าย้อนหลังถึงตอนทำงานใหม่ๆ เมื่อสามสิบกว่าปีก่อน

งานแรกๆ ของเธอเป็นงานที่คนใกล้ตัวมาขอให้ช่วยออกแบบเรือนหอ พอจะคลอดก็มาขอให้ทำห้องลูก แล้วค่อยๆ ขยับเป็นทำบ้านทั้งหลัง งานตกแต่งภายในโรงแรมงานแรกที่ได้ทำคือ โรงแรมเพนนินซูล่า (แล้วเปลี่ยนเป็นโรงแรม Regent ต่อมาก็เป็น Four Seasons และปัจจุบัน คือโรงแรมอนันตรา ราชดำริ) ซึ่งเราก็มีส่วนร่วมในการรีโนเวตมาด้วยทุกสมัย แต่ทำแค่ห้องอาหารไทยสไปซ์มาร์เก็ตกับทำห้องรอยัลสวีต งานเราก็ได้ลงนิตยสารเสมอ
ล่าสุดก็ลงนิตยสารท่อเที่ยว Travel + Leisure โรงแรมที่เราทำติด Top List 3 โรงแรม

Anantara Siam Bangkok Hotel

Anantara Siam Bangkok Hotel

พี่เป้าเล่าเคล็ดลับในการทำงานของคนทำงานไม่เก่งให้ฟังว่า “เราก็ต้องทำการบ้านให้มากขึ้น อย่างเรื่อง Space planing ไม่ใช่คิดรอบเดียวแล้วจบเลย เราต้องคิดต่อว่ามันจะเป็นอะไรได้อีกบ้าง เหตุผลคืออะไร ทำไมเราถึงชอบทางนี้ที่สุด ต้องมีที่มาที่ไป ลูกค้าชอบถามว่า แล้วถ้าเป็นอย่างนี้อย่างนั้นล่ะ เราต้องตอบได้หมดว่า ถ้าจะเป็นอย่างนั้นจะเกิดอะไรขึ้น ดีหรือไม่ดีกว่ากันอย่างไร เพราะเราศึกษามาทุกมุมแล้ว ลูกค้าก็จะอุ่นใจว่าเราคิดเผื่อให้เขาแล้วจริงๆ”

ขายงานได้ตามเป้า

เวลาเปิดพอร์ตฟอลิโอให้ลูกค้าดู แต่ละรูปคุณต้องเล่านิทานประกอบว่ามันเป็นยังไงมายังไง นิทานสำคัญเท่าๆ กับความสวยพี่เป้าอธิบายถึงวิธีขายงาน ซึ่งนิทานที่เธอพูด หมายถึงการเล่าคอนเซปต์ให้ลูกค้าเข้าใจ

บางคนทำงานมาดีเลย แต่ตกม้าตายตอนพรีเซนต์ ถึงคุณจะออกแบบเก่งแค่ไหน แต่ถ้าคุณไม่มีความสามารถในการขายแบบของคุณ ทำให้ลูกค้าเข้าใจไม่ได้ เห็นด้วยกับดีไซน์ของคุณไม่ได้ ก็จบ

ฟังดูคล้ายกับว่า ถ้าอยากเป็นมัณฑนากรที่ดี ต้องมีความสามารถในการเล่านิทาน

แน่นอนพี่เป้าเน้นเสียง ทุกอาชีพด้วย คุณเป็นนักเศรษฐศาสตร์ จะไปขายโปรเจกต์ให้เจ้านาย ไปขอกู้เงินธนาคาร คุณก็ต้องเข้าใจโปรเจกต์ของคุณอย่างถ่องแท้ ต้องโน้มน้าวเขาให้เห็นด้วย เขาถึงจะให้คุณกู้เงิน”

คนรอบตัวพี่เป้าต่างยืนยันว่า พี่เป้ามีวิธีการขายงานที่สนุกและทรงพลังมาก แต่พี่เป้าส่ายหน้าปฏิเสธว่า ก็ไม่ได้เก่งกาจอะไรขนาดนั้น แต่ก็พอจะมีหลักอยู่บ้าง

“แบบที่คุณเอามาพรีเซนต์ คุณต้องบอกให้ได้ว่า ทำไมคุณถึงเลือกทำสิ่งนี้ อะไรคือสิ่งที่คุณเชื่อ และอยากพาลูกค้าไปให้ถึงด้วยประสบการณ์ทั้งหมดที่คุณมี แล้วคุณก็ต้องแสดงความจริงใจ ทำให้เขาเชื่อใจคุณ อาจจะด้วยผลงานที่ผ่านมา สิ่งสำคัญคือ คุณต้องฟังเขาเพื่อมาย่อย ไม่ใช่ฟังเพื่อจับผิดว่า คุณรสนิยมไม่ดีอีกแล้ว

แล้วถ้าลูกค้าไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่เสนอ

ก็ไม่ว่ากัน เขาอาจจะยังเห็นมาไม่มากพอ พี่ก็จะทำสิ่งที่เขาอยากได้ไปให้เขาดู แต่ขอเสนอบางอย่างในสิ่งที่ฉันเชื่อว่ามันควรจะไปในทางนั้นให้ดูด้วย มันเป็นสิ่งที่จะทำให้โรงแรมคุณไม่ตกยุคในอีก 10 ปีข้างหน้า ต้นทุนอาจจะเพิ่มนิดหน่อย แต่ในระยะยาวมันจะคุุ้ม สุดท้ายเขาก็ยอมเสียเงินเพิ่มทั้งนั้น

แล้วถ้าลูกค้าไม่เห็นด้วยจริงๆ

สิ่งไหนที่พี่เชื่อมากๆ พี่ต้องหาเหตุผลชักแม่น้ำทั้งห้าโน้มน้าวเขาให้ได้ เหตุผลต้องแม่น ต้องอธิบายให้ชัดเจน และต้องเลือกคำพูดให้ดี แต่ถ้าสุดท้ายเอาไม่อยู่ พี่ก็จะไม่โทษลูกค้า แต่จะโทษว่าเป็นความผิดของฉันเองที่ทำให้เขาเห็นด้วยไม่ได้

วิภาวดี พัฒนพงศ์พิบูล

วิภาวดี พัฒนพงศ์พิบูล

Work & Travel

แม้ว่าพี่เป้าจะเห็นงานดีๆ มาทั้งชีวิต แต่ตอนนี้เธอก็ยังมีงานที่เห็นแล้วรู้สึก ‘อิจฉา’ เป็นประจำ

“พี่จะล้อตัวเองว่า ฉัน turn green with envy คือหน้าเขียวด้วยความอิจฉา หงุดหงิด เพราะเราชื่นชมงานนั้นมากๆ มันมักจะเป็นการผสมกันที่ลงตัวมากของการใช้พื้นที่ การเลือกใช้วัสดุ สีสัน และอะไรทั้งหลาย”

พี่เป้าเล่าต่อว่า เมื่อก่อนเธอก็เหมือนมัณฑนากรทั้งหลายที่ต้องวิ่งดูงานออกแบบใหม่ๆ ตามโรงแรมต่างๆ เพื่ออัพเดตตัวเอง แต่เดี๋ยวนี้เธอสนใจเรื่องพวกนี้น้อยลง แนวทางในการเที่ยวก็เปลี่ยนไป เธอเริ่มหันหลังให้เมืองแล้วมุ่งหน้าสู่ท้องถิ่น

พี่เป้าชอบพักในโรงแรมที่อยู่ในตึกเก่าซึ่งมีประวัติศาสตร์ หรือที่พักที่ให้ประสบการณ์แปลกๆ เช่น โรงแรมที่ดัดแปลงจากโรงงานทำน้ำมันมะกอก เธอยืนยันว่า การพักในโรงแรมเป็นประสบการณ์ที่สำคัญอย่างหนึ่งของการเดินทาง จากความต้องการโดยส่วนตัวอันนี้ก็จะยึดเป็นหลักหนึ่งในการออกแบบโรงแรม ที่ให้ประสบการณ์ที่พิเศษต่อผู้มาพัก บางทีเราจะไปไหนเราอาจจะเลือกโรงแรมที่อยากไปอยู่ก่อนตัวเมืองด้วยซ้ำ แม้จะตื่นตาตื่นใจกับการออกแบบที่ลงตัว เธอก็แค่ชื่นชมความงามตรงหน้า แต่ไม่ได้ถอดรหัสว่านักออกแบบคิดอะไร หรือสเกตช์แบบเก็บไว้ เก็บแต่ความรู้สึก แล้วเอาความรู้สึกนั้นๆ มาใส่ในงานของเธอ

พอเห็นพี่เป้าสนใจท่องเที่ยวแนวนี้ ก็อยากรู้ว่าเธออยากลองออกแบบที่พักแนวโฮมสเตย์ในบ้านเราบ้างไหม

“อยากทำชิบเป๋ง แต่ยังไม่มีใครมาจ้าง” เธอตอบทันทีด้วยแววตาเป็นประกาย “มันน่ารักดีนะ พี่โคตรมีความสุขเลย ได้ไปอยู่ในบ้านคน ยุคนี้คนค่อยๆ ตื่นตัว เริ่มตระหนักแล้วว่าบ้านเรามีทรัพยากรอะไรอยู่บ้าง และสามารถส่งเสริมให้มันเป็นอะไรได้บ้าง มันเป็นวิถีที่น่ารักจะตาย”

ถ้าได้ทำงานนี้จริงๆ พี่เป้ามองว่า ข้อจำกัดคงอยู่ที่เจ้าของบ้านไม่ได้มีทุนเยอะ จะมาขอทุบกำแพง ใส่ห้องน้ำคงไม่ได้ คงต้องเล่นกับสิ่งที่มีอยู่แล้ว งานแบบนี้ไม่ใช่ Interior Designer ซึ่งเป็นการจัดการพื้นที่ทุกอย่าง แต่เป็น Interior Decorator ที่ทำแค่ขยับตรงนั้นนิดตรงนี้หน่อย ตั้งแจกันตรงนั้น วางกรอบรูปตรงนี้ แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังน่าทำอยู่ดี

เป้าไม่มีเป้า

เมื่อถามถึงเป้าของเป้า

“เป้าไม่มีเป้า” พี่เป้าตอบพร้อมเสียงหัวเราะ “เป้าอยู่กับปัจจุบัน”

ที่ผ่านมา พี่เป้าไม่เคยวางแผนเลยว่าบริษัทจะเติบโตอย่างไร เมื่อก่อนพอได้ทำบ้าน เธอก็อยากทำโรงแรม พอได้ทำโรงแรมก็อยากทำโรงแรมห้าดาวหกดาว อยากทำโรงแรมที่ต่างประเทศ งานแรกที่ได้ทำคือ การรีโนเวตห้องบอลรูมของโรงแรมอิมพีเรียล โรงแรมเก่าแก่ที่เมืองเดลี ประเทศอินเดีย งานนั้นเธอได้ทำเพราะมีเพื่อนเป็นสถาปนิกอยู่ที่นั่น จากนั้นก็ได้ทำงานโรงแรมที่จีน บาหลี และอีกหลายประเทศ เพราะชื่อเสียงจากการบอกปากต่อปาก จนตอนนี้การออกแบบโรงแรมในต่างประเทศคืองานหลักของ P49

“พี่พยายามอยู่กับปัจจุบัน ทำงานปัจจุบันให้ดีที่สุด งานปัจจุบันไม่ดีเมื่อไหร่ อนาคตไม่ดีเมื่อนั้น เพราะวงการมันแคบ” พี่เป้าเน้นเสียง

Alila Jabal Akhdar, Oman Alila Jabal Akhdar, Oman Alila Jabal Akhdar, Oman

Alila Jabal Akhdar, Oman

งานของนักออกแบบ

ไม่น่าเชื่อว่า นายกสมาคมมัณฑนากรแห่งประเทศไทย เจ้าของรางวัล Designer of the Year คนนี้ สเกตช์แบบไม่เป็น

“พี่สเกตช์ไม่เป็น เขียนตีฟ (perspective) ก็ไม่เป็น สมัยทำงานใหม่ๆ เวลาขายแบบต้องไปจ้างคนมาสเกตช์ให้ ที่ผ่านมาก็ให้คนอื่นเขียนตลอดนะ คนไหนเขียนเก่งๆ ก็เขียนไปสิ พี่ทำได้แค่สเกตช์ยึกๆ ยักๆ แล้วพากย์ให้เขาฟัง ถ้าให้พี่เขียนเองแล้วเอาไปขายลูกค้านะ เจ๊งไปตั้งนานแล้ว” พี่เป้าหัวเราะ

“คอมพิวเตอร์ดิฉันก็เปิดไม่เป็น เคยมีคนมาสอน ต้องเขียนโพยให้ สักพักก็ลืม เล่นไอแพดเป็นก็เก่งมากแล้วนะ” พี่เป้าหัวเราะอีกรอบ

แล้วพี่เป้าเป็นนักออกแบบแถวหน้าของเอเชียได้ยังไง

คำถามนี้ทุกคนคงอยากรู้

“ก็ออกแบบได้สิ จะอะไรล่ะ” พี่เป้าหัวเราะเสียงดัง น่าจะเป็นการหัวเราะที่ดังที่สุดในการสนทนาวันนี้

“สิ่งสำคัญที่สุดในการออกแบบคือการคิด ถ้าคุณคิดได้ คุณไปหาใครมาเขียนให้ก็ได้” นั่นคือประโยคปิดท้ายของนักออกแบบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งของเมืองไทย


หลากงานออกแบบที่บ่งบอก Sense of place จาก P49DEESIGN

01

โรงแรม Mandarin Oriental

ประเทศไทย

Mandarin Oriental

“งานที่สะท้อนถึงช่วงเวลาการเกิดขึ้นของอาคารเดิมในโรงแรมแห่งนี้ที่เก่าแก่ถึง 140 ปี งานออกแบบจึงย้อนกลับไปในยุคสมัยที่งานสถาปัตย์เริ่มได้รับอิทธพลจากงานฝั่งยุโรป”

02

โรงแรม Le Meridien Chiang Rai Resort

ประเทศไทย

 Le Meridien Chiang Rai Resort

“ผนังกระจกโมเสกสะท้อนถึงสถาปัตยกรรมของวัด งานแลกเกอร์ของภาคเหนือที่เอามาใช้เป็นงานศิลปะได้เปลี่ยนวิธีการใช้งาน และเปลี่ยนสีสันให้สมัยใหม่ขึ้น”

03

โรงแรม InterContinental Nha Trang

ประเทศเวียดนาม

InterContinental Nha Trang

“สะท้อนให้เห็นถึงที่ตั้งของโรงแรมที่อยู่บนชายหาด Nha Trang โดยมี Artwork และ Decorative Screen ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากแหและอวนซึ่งเป็นเครื่องมือจับปลาของชาวประมงท้องถิ่น”

04

โรงแรม Taj Tashi, Thimpu

ประเทศภูฏาน

Taj Tashi, Thimpu Taj Tashi, Thimpu

“เราเลือกใช้ลวดลายไม้แกะตามลักษณะของงานภูฏานที่เรียกว่า ‘Double Dorji’ มาเป็นส่วนประกอบสำคัญในการออกแบบ”

05

โรงแรม Hotel Indigo Lijiang Ancient Town

ประเทศจีน

Hotel Indigo Lijiang Ancient Town

“แรงบันดาลใจในการออกแบบงานนี้จาก Tea Horse Trail เพราะเดิมท้องถิ่นนี้เป็นแหล่งปลูกชา ค้าขายชา ค้า ขายผ้าไหม โดยในสมัยโบราณใช้วิธีขนส่งด้วยม้า”

06

โรงแรม Alila Jabal Akhdar

ประเทศโอมาน

Alila Jabal Akhdar

“เลือกใช้หินเป็นวัสดุหลักในการออกแบบ เพราะหินเป็นวัสดุที่มีอยู่ในพื้นที่ ลายเหล็กดัดได้แรงบันดาลใจจากดอกกุหลาบ ดอกไม้ที่นิยมปลูกกันในบริเวณนั้นเพื่อไปทำน้ำหอม”


ส่งผ่าน 5 เคล็ดลับกับงานอินทีเรียแบบรุ่นสู่รุ่น

01 โจทย์เป็นเหมือนงานศิลปะชิ้นหนึ่ง

“ต้องตีโจทย์ให้แตก โจทย์เป็นเหมือนงานศิลปะชิ้นหนึ่ง โจทย์จากลูกค้าจะมาเป็นตัวหนังสือ เป็นคำพูด เราต้องตีความว่า มันจะเป็นสีอะไร ใช้วัสดุอะไร รายละเอียดเป็นยังไง”

02 อย่าตีกรอบตัวเองมากนัก

“มีอะไรใหม่ๆ เข้ามา ต้องเปิดรับเยอะๆ การมีสไตล์ทำให้ชัดเจน ถ้าชอบงานแบบนี้ให้มาหาคนนี้ แต่ภาพรวมของเราไม่ใช่อย่างนั้น เราชอบหาอะไรใหม่ๆ มาเล่นอยู่ตลอด งานเราเลยหลากหลาย”

03 ทุกงานเป็นสิ่งที่ดีที่สุดของลูกค้า

“งานเราทุกชิ้น โดยส่วนตัวแล้ว อาจไม่ใช่สิ่งที่เราชอบที่จะอยู่อาศัยใช้เอง แต่เราต้องรู้ว่างานชิ้นนั้นเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าที่สุด เขากับเราคือคนละคนกัน เขามาหาเราให้ช่วยคิดว่าอะไรดีที่สุดสำหรับเขา ถ้าเราเก่งจริง เราต้องทำได้”

04 Designer as a salesman

“เวลาขายแบบ ต้องอธิบายแบบให้เก่ง บางคนทำแบบสวยมากเลย แต่ขายไม่เป็น พูดแล้วเอาลูกค้าไม่อยู่ ของแบบนี้มันต้องซ้อมนะ ต้องตอบเหตุผลลูกค้าให้ได้”

05 ดีไซเนอร์ที่ดีไม่มีจนมุม

“ถ้าลูกค้าไม่ชอบแบบที่เราทำไป แปลว่า เราอาจจะตีโจทย์ผิด ต้องฟังเขาดีๆ ดีไซเนอร์ที่เก่งจริงต้องหาคำตอบให้เขาได้เสมอ ไม่มีทางตัน ลูกค้าไม่ชอบแบบนี้ ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีแบบอื่น ถ้าเราว่ามันไม่ดี ก็ต้องเอาของที่ดีกว่าไปเสนอ แต่ต้องตอบโจทย์เขาให้ได้ด้วย”

Save

Writers

ทรงกลด บางยี่ขัน

ทรงกลด บางยี่ขัน

ตำแหน่งบรรณาธิการโดยอาชีพ เป็นนักเดินทางมือสมัครเล่น แบ่งเวลาไปสอนหนังสือโดยสมัครใจ และชอบจัดทริปให้คนสมัครไป

Avatar

ศาสตรา เฟื่องเกษม

คนทำนิตยสารที่ชื่นชอบประสบการณ์หลากหลายที่งานสัมภาษณ์พาไปเจอ และกำลังสนุกกับการลองเปลี่ยนงานเขียนและบทสัมภาษณ์ไปใช้ในสื่อรูปแบบอื่นๆ บ้าง

Photographer

Avatar

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

Designer of the Year

วิธีคิดเฉียบคมเบื้องหลังงานเด็ดของนักออกแบบแห่งปี

ด้วยคุณสมบัติ ทองเหลืองคือวัสดุอันแข็งกร้าว เป็นโลหะที่ได้ชื่อว่าแกร่งสุดในยุคสำริด

ด้วยการออกแบบ ทองเหลืองกลายเป็นเครื่องเรือนชิ้นงามที่โอนอ่อนพลิ้วไหว แต่ยังซ่อนความมั่นคงไว้ภายใน ผ่านฝีมือ วัฒน์-อภิวัฒน์ ชิตะปัญญา นักออกแบบเจ้าของรางวัล Designer of the Year 2021 สาขา Furniture Design ผู้พลิกคุณสมบัติทางสายตาของวัสดุไปอย่างสิ้นเชิง แปรเปลี่ยนให้เหนือชั้นกว่าฟังก์ชันที่มี

ปัจจุบัน อภิวัฒน์เป็นที่รู้จักในฐานะดีไซเนอร์ประจำแบรนด์ MASAYA แต่ก่อนหน้านี้ เขาร่วมงานกับบริษัทต่างชาติอย่าง Alexander Lamont, Restrogen ทำงานตกแต่งผนังกับ Zen Forum ให้ Philips Collection ร่วมงานออกแบบกับแบรนด์ไทย ทั้ง Deesawat และ Prempracha รวมถึงกระโดดไปทำงานจิวเวลรี่กับ Nova Collection อีกด้วย

ตลอดเส้นทางดีไซเนอร์ อภิวัฒน์ยังพาผลงานไปอวดโฉมตามเทศกาลงานดีไซน์ทั่วโลก ตั้งแต่งาน Maison&Objet ที่ปารีส Bologna Design Week ประเทศอิตาลี Good Design Exhibition ณ กรุงโตเกียว London Design Festival ในอังกฤษ เป็นต้น กวาดรางวัลทั้งเวทีไทยและเทศมากมาย ชนิดที่ว่าถ้าหากให้ไล่เรียงทั้งหมดคงต้องใช้เนื้อที่อีกหลายบรรทัด

เขาหลอมรวมศิลปะเข้ากับงานออกแบบเฟอร์นิเจอร์ได้อย่างแยบคายและเหนือชั้น ไม่ใช้เพียงทองเหลือง-วัสดุที่เจ้าตัวถนัด วัฒน์ยังจับสเตนเลส เหล็ก ไม้ ไปถึงเซรามิก มาสร้างสรรค์ศิลปะตกแต่งชิ้นงามด้วยแนวคิดเดียวกัน

ต่อไปนี้คือวิธีคิดวิธีทำงาน ที่หลอมรวมตัวตนเข้ากับการสร้างแบรนด์จากนักออกแบบแห่งปีคนนี้

วัฒน์-อภิวัฒน์ ชิตะปัญญา นักออกแบบเจ้าของรางวัล Designer of the Year 2021 สาขา Furniture Design

ศิลปะ + ประยุกต์

อภิวัฒน์เติบโตในครอบครัวศิลปินขนานแท้ มีพ่อเป็นครูสอนศิลปะคนแรกในชีวิต จึงไม่น่าประหลาดใจอะไรหากเขาจะมุ่งมั่นเอาดีบนถนนสายนี้อย่างเต็มตัวตั้งแต่เด็ก

หลังจบการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพจากวิทยาลัยช่างศิลป และได้เข้าเรียนต่อระดับปริญญาตรีที่ภาควิชาวิจิตรศิลป์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ก่อนมาศึกษาด้านประยุกต์ศิลป์ในระดับปริญญาโท ที่คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่หล่อหลอมแนวคิดสำคัญในการทำงานศิลปะให้แก่เขา

วัฒน์-อภิวัฒน์ ชิตะปัญญา นักออกแบบเจ้าของรางวัล Designer of the Year 2021 สาขา Furniture Design

“ถ้าเป็นศิลปิน การวาดรูปหนึ่งชิ้นเพื่อนำไปวางไว้ที่พิพิธภัณฑ์ อาจจะเพื่อตัวเอง คนจะชอบหรือไม่ชอบอีกเรื่องหนึ่ง แต่งานมักออกมาจากตัวตน

“แนวคิดของประยุกต์ศิลป์คือการทำงานศิลปะ จะเป็นประติมากรรมหรือภาพพิมพ์ก็ได้ แต่ต้องมีเป้าหมายชัดเจนว่า ผลงานชิ้นนี้จะเอาไปไว้ที่ไหนนอกจากมิวเซียม อาจไปประดับสถานที่ใดที่หนึ่ง ฉะนั้น แทนที่เนื้อหาจะออกมาจากตัวเราอย่างเดียว ก็ต้องมีส่วนที่แชร์กันคนละครึ่งกับอาคาร สถานที่ หรือว่าเรื่องราวของสถาปัตยกรรมนั้นๆ”

วัฒน์-อภิวัฒน์ ชิตะปัญญา นักออกแบบเจ้าของรางวัล Designer of the Year 2021 สาขา Furniture Design

ช่วงสั้นๆ หลังเรียนจบ บัณฑิตหนุ่มก็ปั้นธุรกิจส่วนตัวขึ้น เป็นแบรนด์ของแต่งบ้านที่ฟังก์ชันการใช้งานและดีไซน์ออกมาจากตัวเขาขนานแท้ อภิวัฒน์ได้เก็บเกี่ยวคอนเนกชันและรู้จักผู้คนในแวดวงวิชาชีพอย่างโลดโผนตลอดอายุกิจการ 3 ปี ก่อนจำต้องพับโปรเจกต์ลงเพราะความไม่เจนตลาด

น้ำเสียงคู่สนทนาไม่เผยความผิดหวังที่ต้องเลิกกิจการแรกของตัวเองไปแม้แต่น้อย เพราะมีบริษัทต่างชาติมากมาย ทั้ง Alexander Lamont ผู้มาจ้างวานให้ทำงานตกแต่งผนัง เล่นสนุกกับ Restrogen ประสานมือกับ Zen Forum กรีดแผ่นเหล็กเป็นดอกประการังฟรีฟอร์ม ราวกับกระดาษ

ทั้งหมดส่งให้เขารื่นเริงอยู่กับงานตามแต่เส้นสายสัมพันธ์ของคนรู้จักที่จะพาไปเจอ

ศิลปะ + ตกแต่ง

MASAYA เป็นแบรนด์เฟอร์นิเจอร์สัญชาติไทยที่เริ่มต้นจากธุรกิจทำรูปปั้นสัตว์-พระพุทธรูปหล่อ ส่งออกในชื่อ Asia Collection ต่อมาลูกค้าเริ่มนำแบบเฟอร์นิเจอร์ทองเหลืองแบบตะวันตกมาสั่งผลิต จึงค่อยๆ เปลี่ยนสถานะเป็นกึ่งผู้ขายกึ่งโรงงานรับทำตามออเดอร์ ก่อนต่อยอดไปเป็น MASAYA ที่ผลิตและจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์โดยเฉพาะอย่างเต็มตัว 

หลังจากวิ่งเล่นในวงการศิลปะตกแต่งอยู่พักหนึ่ง อภิวัฒน์ก็เข้ามาร่วมงานกับ MASAYA ในฐานะนักออกแบบหลัก ย้อนไปเมื่อ 6 ปีก่อน ผลงานชิ้นแรกที่สร้างชื่อให้เขาคือ ‘Feather’ งานสเตนเลสเชื่อมมือทีละเส้นที่แสดงความประณีตเหนือชั้นและใช้เวลาทำราว 2 เดือน จนคว้ารางวัล DEmark และ PE Award มาครอง

วัฒน์-อภิวัฒน์ ชิตะปัญญา นักออกแบบเจ้าของรางวัล Designer of the Year 2021 สาขา Furniture Design

“ตอนเริ่มออกแบบเป็นงานทองเหลือง แต่เพราะทำกับ MASAYA ปีแรก ยังไม่รู้มือว่าช่างปั้นทำตามแบบได้ไหม การหล่อก็มีปัญหาเยอะ พอออกมาไม่ตรงกับที่ต้องการทีเดียวก็เลยถอดแบบมาเป็นอีกงานหนึ่ง ซึ่งเป็นการเชื่อมสเตนเลสจากลวดชิ้นเล็กๆ ประมาณสองมิลลิเมตร แล้วค่อยๆ เชื่อมกันแทน

“ช่วงแรกผมต้องทำเป็นต้นแบบไว้ก่อน แล้วถ่ายทอดให้ช่างอีกที แต่พอผ่านมาสองสามปี ก็เริ่มปรับเทคนิคต่างๆ ให้เข้ากันได้แล้ว งานก็ค่อนข้างเป็นอย่างที่หวังไว้ แต่ก็ยังต้องพัฒนาต่อไป”

จากเดิมตั้งต้นว่าจะทำของตกแต่งขาย เพราะปูนปั้นเหล่านั้นไม่ได้มีฟังก์ชันพิเศษอื่นใดนอกจากเป็นเครื่องประดับชิ้นเขื่อง อภิวัฒน์ค่อยๆ เขียนนิยามสิ่งที่เขาทำขึ้นใหม่ ว่าเป็นศิลปะตกแต่งซึ่งใช้รสนิยมความงามนำฟังก์ชันการใช้งาน โดยมีฐานลูกค้าเก่าของโรงงาน-กลุ่มคนที่อุดหนุนประติมากรรมและงานทองเหลือง ช่วยซัพพอร์ตให้แบรนด์ตั้งไข่ได้ ไม่นานจึงค่อยๆ มีลูกค้าหน้าใหม่เข้าหา

วัฒน์-อภิวัฒน์ ชิตะปัญญา นักออกแบบเจ้าของรางวัล Designer of the Year 2021 สาขา Furniture Design

“ความต่อเนื่องสำคัญมาก” คู่สนทนาเล่าถึงแนวคิดในการทำงานช่วงนั้น

“มันทำให้คนเห็นภาพว่าแบรนด์นี้ทำงานแบบไหน ส่งผลโยงกันตั้งแต่ชิ้นแรกถึงชิ้นสุดท้าย ครั้งหนึ่งไปออกงาน Maison&Objet ลูกค้าทิ้งนามบัตรไว้แล้วก็ไม่ได้สนใจอะไร พออีกปีเขาถึงกลับมาซื้อสินค้าตัวแรกที่เราไปโชว์ ไม่ได้ซื้อตัวใหม่ด้วย เพราะเวลาศิลปินทำงานศิลปะอย่างต่อเนื่อง คนจะเห็นและเชื่อมั่นว่ามันออกมาจากตัวตนจริงๆ งานมีคุณภาพ ไม่ได้ฉาบฉวย”

วัฒน์ อภิวัฒน์ นักออกแบบเจ้าของรางวัล Designer of the Year 2021 สาขา Furniture Design

ศิลปะ + เฟอร์นิเจอร์

เพราะใช้สุนทรียะเป็นเข็มทิศในการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ กระบวนการทำงานของวัฒน์จึงมักเริ่มต้นจากการนำองค์ประกอบทางศิลปะเป็นวัตถุดิบหลักแล้วค่อยคิดต่อยอดออกไป แต่ก็ไม่ลืมใส่ฟังก์ชันการใช้งานเข้าไปด้วยทุกครั้ง

“ผมมักรู้สึกว่างานเพนต์ที่มีแค่สีขาวดำนั้นแบน แต่หากเป็นขาว ดำ เทา ก็จะเริ่มมีมิติขึ้นมาบ้างแม้เป็นงานสองมิติ ผมเอาแนวคิดนี้มาใช้กับประติมากรรม ซึ่งเป็นสามมิติอยู่แล้ว แต่จะมีบางส่วนที่คนมองไม่เห็น อาจเพราะธรรมชาติของมนุษย์ จึงไม่ค่อยทำอะไรที่เป็นก้อนมวลมากนัก มีสามสเต็ปเป็นอย่างต่ำ อย่างทองเหลือง ก็ทำให้มีเส้นหนา เส้นกลาง เส้นเล็ก มีบางพื้นผิวที่ถูกแสงส่องเพื่อให้เกิดน้ำหนักและเงา ภาพที่ออกมาจึงค่อนข้างมีเอกภาพ

“ส่วนฟังก์ชันนั้นเป็นเรื่องรอง เพราะลูกค้ากลุ่มนี้มีของที่ใช้งานได้ดีมากเกินพอแล้ว เขาไม่ได้เอาไปใช้จริงแน่นอน ผมเลยเน้นองค์ประกอบทางศิลปะ ซึ่งเป็นรูปแบบและเทคนิคเฉพาะของตัวเองมากกว่า”

อภิวัฒน์ ชิตะปัญญา ดีไซเนอร์ผู้พาศิลปะเข้าไปอยู่ในเฟอร์นิเจอร์และชีวิตประจำวัน

อภิวัฒน์ไม่ได้ใส่ฟังก์ชันลงไปเพื่อการใช้งานโดยตรง แต่มันมีหน้าที่เปลี่ยนงานศิลปะซึ่งอาจฟังดูสูงส่งเข้าใจยาก เป็นเครื่องใช้ไม้สอยที่คนทั่วไปรู้จักคุ้นเคย และเป็นกลยุทธ์ลับในการการพาศิลปะเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวัน

ดีไซเนอร์คู่สนทนาเผยไต๋ถึงแนวคิดในการทำศิลปะตกแต่งอย่างหมดเปลือก ก่อนเฉลยเทคนิคการเรียกความสนใจให้แบรนด์ผ่านสินค้าชิ้นโบว์แดง ที่แม้แพงจนไม่มีใครเอื้อมถึง แต่จำเป็นต้องมี

“การใช้วัสดุให้แตกต่างจากสามัญสำนึกของคนทั่วไป คือสิ่งที่จะทำให้งานแต่ละชิ้นอิมแพคขึ้น” เขาว่า

“เวลาไปออกงานแฟร์ จำเป็นต้องมีสินค้าที่อิมแพคเพื่อโชว์ศักยภาพโรงงาน อาจไม่มีคนซื้อตัวนั้นก็ได้ แต่ลูกค้าจะมาหยุดคุยกับเราและมองตัวอื่นต่อ ตรงนี้ต่างหากที่สำคัญ เราทำงานเพื่อขายอย่างเดียวไม่ได้ เหมือนเป็นการทำแบรนด์อย่างหนึ่ง หากมีสินค้าไฮไลต์สักชิ้น จะทำให้คนรู้จักเร็วขึ้นและติดตามแบรนด์เราต่อไปในภายหน้าว่าพัฒนาไปอย่างไร ต่อให้เขาไม่ซื้อ ก็อาจมาสั่งโรงงานเราผลิต มีรายได้เข้าอีกทางอยู่ดี” ดีไซเนอร์มากประสบการณ์อธิบายวิธีเรียกร้องความสนใจและสร้างความโดดเด่น เมื่อต้องเข้าไปอยู่ในงานจัดแสดงขนาดใหญ่

อภิวัฒน์ ชิตะปัญญา ดีไซเนอร์ผู้พาศิลปะเข้าไปอยู่ในเฟอร์นิเจอร์และชีวิตประจำวัน

ศิลปะ + ตัวตน

ปกติ ศิลปินหรือดีไซเนอร์ผู้เล่นกับวัสดุแต่ละคน มักเป็นที่รู้จักอย่างเฉพาะเจาะจง ว่าเชี่ยวชาญแมททีเรียลชนิดใดชนิดหนึ่งเป็นพิเศษ ซึ่งนั่นมีส่วนทำให้ภาพจำเอกลักษณ์ในเชิงออกแบบเลือนรางลงไปไม่น้อย แต่อภิวัฒน์คือดีไซเนอร์ผู้ใช้วัสดุหลากหลาย จับทางยาก เราจึงต้องถามออกไปอย่างโจ่งแจ้งว่าสไตล์และตัวตนของเขาเป็นอย่างไร

“ผมไม่ได้มีสไตล์ เพราะทำหลายอย่างนอกจากทองเหลือง มีเซรามิก เหล็ก ไปจนถึงจิวเวลรี่ ผมว่าต้องให้คนนอกมองเข้ามา จะเห็นว่ามันไม่เกี่ยวกับวัสดุ แต่จะมีบุคลิกบางอย่างที่ผมถ่ายทอดลงไปมากกว่า”

อภิวัฒน์ ชิตะปัญญา ดีไซเนอร์ผู้พาศิลปะเข้าไปอยู่ในเฟอร์นิเจอร์และชีวิตประจำวัน
รู้จักตัวตน แนวคิด และกระบวนการทำงานของนักออกแบบเจ้าของรางวัล Designer of the Year 2021 สาขา Furniture Design

“อาจดูโบราณหน่อย แต่ผมถูกสอนว่าเวลาทำงานศิลปะ ไม่ว่าจะออกแบบแพตเทิร์นได้สวยแค่ไหน แต่ถ้ามันซ้ำมากๆ มันสวย แต่น่าเบื่อหน่าย ดังนั้น ต้องทำอะไรให้มีความแตกต่างสักสิบถึงยี่สิบเปอร์เซ็นต์ เพื่อให้ความสวยนั้นมีเสน่ห์ ผมจึงใส่ดีเทลเล็กๆ ซ่อนเอาไว้นิดหนึ่ง งานผมจึงมักไม่เสมอกัน ไม่ค่อยเท่ากัน”

วัฒน์โชว์ภาพผลงานชิ้นสำคัญประกอบบทสนทนาเพื่อให้เราเห็นภาพ เป็นคอลเลกชัน Ink ที่เขาทำขึ้นเมื่อ ค.ศ. 2019 หลังจากเขาเริ่มรู้มือกับช่างในโรงงานแล้ว จึงใส่เทคนิคพิเศษมากมายซึ่งสะท้อนตัวตนของเขาลงไป

รู้จักตัวตน แนวคิด และกระบวนการทำงานของนักออกแบบเจ้าของรางวัล Designer of the Year 2021 สาขา Furniture Design

“สังเกตว่างานผมจะไม่มีทองเหลืองสำเร็จรูป เราต้องการโชว์ศักยภาพโรงงานเพื่อให้รู้ว่าถ้าไม่ใช่โรงหล่อก็ทำไม่ได้ ดังนั้น เวลาขึ้นรูปจะมีมิติเป็นเส้นหนาเส้นบางอยู่ด้วยกัน เพื่อให้มองมุมกลับได้ว่า ทำทองเหลืองที่ดูหนักให้เบาได้ยังไง และทำสีพิเศษขึ้นด้วย ตัวนี้เป็นจุดแข็งที่ทำให้เรามีคู่แข่งน้อย มันออกมาสมบูรณ์ตามที่ผมตั้งใจไว้และค่อนข้างเป็นตัวผม

“เริ่มต้นจากเก้าอี้ก็จริง แต่สุดท้ายลูกค้าอยากได้คอนโซล โต๊ะข้าง หรือโต๊ะกินข้าว เราก็ต่อยอดออกมาเรื่อยๆ หลายอย่างก็มาจากลูกค้าแนะนำ” เขาเล่าอย่างอารมณ์ดี น้ำเสียงเปิดเผยว่าเจ้าตัวมีความสุขที่ได้ทำ

รู้จักตัวตน แนวคิด และกระบวนการทำงานของนักออกแบบเจ้าของรางวัล Designer of the Year 2021 สาขา Furniture Design

“หรืออย่างชิ้น Peacock ที่ทำให้ Touchable” วัฒน์ชวนเราดูผลงานอีกชิ้น

“แพตเทิร์นไม่ชัดเจน ผมจึงต้องคิดไปทำไป โยนแบบจากกระดาษให้ช่างเลยไม่ได้ ต้องทำแพตเทิร์นต้นแบบให้เขาดูก่อน ดูช่องไฟและอธิบายให้เห็นภาพ งานนี้ใช้เทคนิคเดียวกัน แต่ปกติ Alexander Lamont ชอบใช้สีน้ำตาล เราจึงต้องเอาไปทำดำก่อน ซึ่งมีคนเชื่อมเป็นน้อยมาก”

รู้จักตัวตน แนวคิด และกระบวนการทำงานของนักออกแบบเจ้าของรางวัล Designer of the Year 2021 สาขา Furniture Design

“ถ้าวัสดุไม่ได้ต่างจากคนอื่นเท่าไหร่ ต้องหาความแตกต่างให้เจอ อาจเป็นความแตกต่างโดยรูปแบบ หรือความแตกต่างในรายละเอียด มันสร้างเอกลักษณ์ให้แบรนด์ได้” เขาชวนคิด

ศิลปะ + นวัตกรรม

แม้ว่าผลงานชิ้นหนึ่งๆ จะยืนระยะในตลาดได้พักใหญ่ แต่อภิวัฒน์ยังยืนยันว่าต้องหมั่นสร้างสรรค์งานใหม่ๆ ออกมาให้เป็นที่รับรู้อยู่เสมอ เพื่อแสดงวิสัยทัศน์และพัฒนาการของแบรนด์ ลูกค้าอาจไม่ได้สนใจซื้อหรือเป็นที่ฮือฮาในตลาดเสียทุกครั้ง แต่สิ่งที่ได้กลับไปแน่ๆ คือคำแนะนำซึ่งมีประโยชน์มหาศาล

“กระบวนการมันพัฒนาไปเรื่อยๆ ตามเทคโนโลยี แต่เครื่องมือเราไม่ได้แตกต่างจากคนอื่น เพราะฉะนั้น ต้องใส่จินตนาการ คิดตีความใหม่ ใช้ศักยภาพของเครื่องมือนั้นมาทำให้แตกต่าง แม้จะใช้เวลาผลิตนานขึ้น แต่ผมว่าคุ้มค่า

อย่างงาน bark หรือตอไม้พวกนี้ จริงๆ คนทำเยอะแล้ว ทั้งเรซิ่น ทองเหลือง ผมเลยไปเลาะเปลือกไม้เก่า ซึ่งเป็น เท็กเจอร์ที่สวยแล้วออก เอากระดาษลูกฟูกแปะทับทำเป็นแบบหล่อใหม่ ตอไม้นี้ก็จะมีเฉพาะแบรนด์เรา

“บางอย่างที่มีอยู่แล้ว เพียงจัดการอะไรเพิ่มนิดหนึ่ง ก็ทำให้แบรนด์แตกต่างได้ ตอไม้เดิมก็สวย แต่คนจำไม่ได้หรอก ตอไม้แบบนี้ ถ้าคนจะไปหล่อตาม ก็ต้องซื้อของผมไปทำเป็นพิมพ์

รู้จักตัวตน แนวคิด และกระบวนการทำงานของนักออกแบบเจ้าของรางวัล Designer of the Year 2021 สาขา Furniture Design
รู้จักตัวตน แนวคิด และกระบวนการทำงานของนักออกแบบเจ้าของรางวัล Designer of the Year 2021 สาขา Furniture Design

นวัตกรรม คือสิ่งที่ผู้ผลิตแต่ละเจ้ามีแทบจะไม่แตกต่างกัน แต่ศักยภาพในการใช้นวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ และเอกลักษณ์ของดีไซเนอร์ต่างหาก คือตัวแปรที่จะทำให้แบรนด์ใดแบรนด์หนึ่งโดดเด่นขึ้นมาจากผู้เล่นอื่นในเกม

วัฒน์ค่อยๆ ชวนเราทำความรู้จักตัวตนเขาผ่านผลงาน ก่อนดึงเรากลับสู่โลกความจริงว่า ยังมีปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งซึ่งมีผลต่อการทำงานมากๆ คือช่างฝีมือ

“เขาไม่ใช่ช่างปั้นแบบอาร์ทิสต์ แต่เป็นช่างปั้นในโรงงาน แรกๆ ก็พยายามเคี่ยวเข็ญ ตอนหลังถึงรู้ว่าเราเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือไม่ได้ ต้องค่อยๆ หยอดเข้าไป ผมจะขึ้นรูปทรงเองแล้วให้เขาไปปั้นตาม ขยับให้ยากขึ้นทีละนิดจนตอนนี้เขารับทำหมด ดีไม่ดีอีกเรื่องนะ แต่ไม่ปฏิเสธ อยากลองทำ แต่ละคนถนัดไม่เหมือนกัน เราต้องเรียนรู้คนไปด้วย

“แต่ตอนนี้โรงหล่อทองเหลืองก็ปิดตัวลงไปเยอะแล้ว เพราะวัสดุแพงมากและงานหล่อพระแบบเดิมๆ น้อยลงทุกที ต้องปรับตัวมาทำงานประเภทนี้กัน โรงงานที่ผมทำอยู่ก็อาจจะต้องปิดตัวลงไปสักวันถ้าไม่มีคนสืบทอด” 

หลังนักออกแบบเฟอร์นิเจอร์บรรยายภาพการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมที่เขาคลุกคลีด้วยน้ำเสียงห่วงใยเจือเสียดาย เขาก็ทิ้งท้ายด้วยแนวคิดการทำงานข้อสำคัญว่า

“งานแบบนี้ไม่ควรเชื่อมั่นว่าต้องขายได้อย่างเดียว แต่ควรเชื่อมั่นในความชอบก่อน ผมเริ่มต้นจากความอยากเห็นงานตัวเองเป็นรูปเป็นร่าง ไม่ได้มองว่างานชิ้นนี้จะขายได้เสียทีเดียว ผมนั่งสเก็ตช์งานทุกวัน ไม่ทิ้งมันเพราะคือความชอบ ถ้าทิ้งไปเพราะไม่ได้เงินแปลว่าไม่ได้ชอบจริง”

วัฒน์-อภิวัฒน์ ชิตะปัญญา นักออกแบบเจ้าของรางวัล Designer of the Year 2021 สาขา Furniture Design

5 คำแนะนำถึงดีไซเนอร์รุ่นใหม่จากนักออกแบบเฟอร์นิเจอร์รุ่นพี่มากประสบการณ์

01 บาลานซ์

“ต้องบาลานซ์งานขายกับงานส่วนตัวที่เราชอบให้ดี บางอย่างจำเป็นต้องทำเพื่อตอบสนองการใช้งานของลูกค้า แต่ถ้ามีโอกาสก็ควรแทรกตัวตนของเราเข้าไปในสินค้า ไม่ต้องมาก เพราะบางทีถ้าใส่ตัวตนลงไปมากๆ แล้วอาจยืนระยะอยู่ได้ไม่ยาว”

02 แรงบันดาลใจ

“งานประเภทนี้ ถ้าไม่มีแรงบันดาลใจ โปรดักต์จะไม่มีพลัง โต๊ะจะเป็นแค่โต๊ะ เป็นเครื่องวางของ ไม่มีพลังงานเข้าไปอยู่ในนั้น ไม่สื่อสารระหว่างคนผลิตกับผู้ใช้งาน เหมือนผลิตจากเครื่องจักรในโรงงาน เพราะฉะนั้น ต้องมีแรงบันดาลใจของคนออกแบบด้วย”

03 จินตนาการและความคิดสร้างสรรค์

“การใส่จิตนาการเข้าไปในชิ้นงานจะทำให้งานแตกต่าง เพราะจินตนาการมาจากประสบการณ์ส่วนตัวว่า คนคนนั้นอ่านหนังสืออะไรมา จินตนาการทำให้โปรดักต์มีชีวิตอิสระและหลุดออกจากกรอบได้ งานที่หลุดกรอบอาจขายไม่ได้ แต่ถ้าไม่ใช้จินตนาการทำให้หลุดกรอบบ้าง ก็ต่อยอดออกไปไม่ได้จริงๆ”

04 วัสดุ

“ไม่ว่าเป็นวัสดุธรรมชาติหรือโลหะ พอมองจุดแข็งจุดอ่อนออกแล้ว ต้องพลิกกลับอีกทีหนึ่ง อย่าไปใช้วัสดุตรงๆ มองแบบนี้เราจะทำงานแตกต่างจากสามัญสำนึกคนทั่วไป”

05 ความต่อเนื่อง

“งานชิ้นแรกที่ออกมาดี ลูกค้าอาจแค่เฝ้ามอง แต่ถ้าเราทำต่อเนื่องจนมีสไตล์ ลูกค้าจะเห็นตัวตนประสบการณ์ และทักษะของนักออกแบบออกมานอกเหนือจากความสวยงาม ก็เหมือนการเล่าเรื่องที่เราอาจไม่ต้องเขียนเล่าให้เขาฟังโดยตรง แต่เขามองเห็นได้จากงานแต่ละชิ้นจนเกิดความเชื่อมันขึ้นเอง”

Writer

Avatar

ปาริฉัตร คำวาส

อดีตบรรณาธิการสื่อสังคมและบทความศิลปวัฒนธรรม ผู้เชื่อว่าบ้านคือตัวตนของคนอยู่ เชื่อว่าความเรียบง่ายคือสิ่งซับซ้อนที่สุด และสนใจงานออกแบบเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี (กับเธอ)

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load