อิสลามเป็นศาสนาที่มีคนนับถือราว 1,800 ล้านคนทั่วโลก มีหลักการแต่งกายเฉพาะของตนเอง โดยเฉพาะสำหรับผู้หญิงมุสลิม ก่อนหน้านี้ เราไม่ค่อยเห็นเสื้อผ้าแบบมุสลิมในแบรนด์ดังๆ ระดับโลกหรือตามสื่อเท่าไหร่นัก แต่ไม่กี่ปีมานี้ แบรนด์แฟชั่นสากลเริ่มหันมาเจาะตลาดมุสลิมะห์ เช่น  Dolce & Gabbana ที่ออกแบบฮิญาบและอาบายะห์ให้สาวๆ มุสลิม H&M ก็มีฮิญาบ และแบรนด์ขวัญใจวัยรุ่นไทยอย่าง Uniqlo ก็มีคอลเลกชันที่ร่วมมือกับ Hana Tajima ดีไซน์เสื้อผ้าเรียบเก๋ที่สาวๆ ทุกศาสนาใส่ได้สวยกลมกลืน

ในเมืองไทยก็มีแบรนด์เสื้อผ้ามุสลิมที่น่าสนใจอยู่เหมือนกัน ฉันเดินทางไปพบ ลีมาพรสุดา ซาบีดี สไนเดอร์ นักออกแบบชาวมุสลิมและเจ้าของกิจการเสื้อผ้าแฮนด์เมดของสาวมุสลิมะห์ ลีมานำนามสกุลของต้นตระกูลมาตั้งเป็นชื่อแบรนด์ ‘ZABEDE’ เธอนำเสื้อผ้าจากเส้นใยธรรมชาติมาตัดเย็บในรูปแบบเรียบง่าย แต่โดดเด่นด้วยลายจุดเพนต์มืออันเป็นเอกลักษณ์ แบรนด์ของเธอไม่จำกัดว่าจะต้องเป็นสาวมุสลิมเท่านั้นที่จะจับจองเป็นเจ้าของ แต่เธอทำขึ้นเพื่อผู้หญิงทุกคน เพราะฉะนั้น ไม่ว่าใครก็สวมใส่ได้อย่างสบายกายและสบายใจ

นอกจากชุดสวยร่วมสมัย เธอยังมีชุดว่ายน้ำที่ออกแบบมาเพื่อมุสลิมะห์ เป็นการออกแบบภายใต้กรอบการแต่งกายของหลักศาสนาอิสลาม แต่ขณะเดียวกันก็ออกนอกกรอบความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างชาญฉลาด และตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายได้อย่างลงตัว

การทำซาบีดีมันเป็นการค้นหาตัวเองนะ มันตอบคำถามของเราได้ว่าจะใช้ชีวิตอยู่กับสิ่งที่เราเป็นอย่างไรในสังคมปัจจุบัน

ลีมาเอ่ยเมื่อเราเริ่มต้นบทสนทนา

ZABEDE, เสื้อผ้า มุสลิม, ชุดว่ายน้ำมุสลิม,ลีมา พรสุดา ซาบีดี สไนเดอร์, แฟชั่น มุสลิม ZABEDE, เสื้อผ้า มุสลิม, ชุดว่ายน้ำมุสลิม,ลีมา พรสุดา ซาบีดี สไนเดอร์, แฟชั่น มุสลิม

เป็นตัวเอง จนไม่เป็นตัวของตัวเอง

ลีมาเป็นนักเรียนศิลปะ ทุกช่วงวัยแห่งการเปลี่ยนผ่านทางการศึกษาเธอเลือกเรียนศิลปะทุกครั้ง จนกระทั่งเรียนจบจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สาขาจิตรกรรม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ลีมาสนใจผ้าเป็นทุนเดิม จึงเปิดกิจการ Zabede ขายกระเป๋าและเสื้อผ้าแฮนด์เมดแนวชายหาด เหมาะกับใส่เดินริมทะเล เนื้อผ้าบาง โคร่งกว่าเสื้อผ้าปกติ ใส่แล้วสบายตัว เสื้อผ้าและกระเป๋ามีลวดลายโดดเด่นด้วยเทคนิคการใช้จักรเย็บผ้าวนด้ายเป็นวงกลมหลายร้อยหลายพันรอบ จนเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ซาบีดี กลุ่มเป้าหมายเป็นชาวต่างชาติ ขายดีมากจนมีแฟรนไชส์ไกลถึงประเทศสเปน เป็นเพราะอดีตหุ้นส่วนของเธอเก่งการตลาด ผลักดันจนแบรนด์โกอินเตอร์

เวลาผ่านไป 5 ปี ลีมาเริ่มขาดความสุขจากการทำงาน กลุ่มลูกค้าที่ชอบสไตล์ตั้งต้นของแบรนด์ทำให้เธอไม่กล้าออกจากกรอบเดิมที่ตัวเองวางไว้ การทำงานซ้ำๆ ทำให้เธอรู้สึกว่างานแฮนด์เมดเริ่มหมดคุณค่า จังหวะพอดีกับช่วงเศรษฐกิจซบเซา กิจการของเธอได้รับผลกระทบไปด้วย จนในที่สุดก็ต้องหยุดกิจการลงชั่วคราว

ผลกระทบจากเศรษฐกิจมันทำให้เราไม่มีรายได้เหมือนเดิม แต่ข้อดีคือมันเป็นการพัก และทำให้เราได้รู้จักตัวเองมากขึ้น ว่าจริงๆ แล้วเราอยากจะทำอะไรลีมาย้อนความหลัง

จุดสะดุดในวันนั้น ทำให้ซาบีดีมีวันนี้

ZABEDE, เสื้อผ้า มุสลิม, ชุดว่ายน้ำมุสลิม,ลีมา พรสุดา ซาบีดี สไนเดอร์, แฟชั่น มุสลิม

ZABEDE, เสื้อผ้า มุสลิม, ชุดว่ายน้ำมุสลิม,ลีมา พรสุดา ซาบีดี สไนเดอร์, แฟชั่น มุสลิม

คิดใหม่ ทำใหม่

หลังพักกิจการไปไม่นาน ปัญหาส่วนตัวเดินหน้าเข้ามาหาลีมา สิ่งที่ทำให้เธอผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากเหล่านั้นมาได้คือศาสนา จากมุสลิมะห์ที่ไม่คลุมฮิญาบ แต่งตัวตามความพึงพอใจ เธอหันมาศึกษาแนวคิดของศาสนาอิสลามมากขึ้น และตัดสินใจกลับมาคลุมผมและแต่งกายตามหลักศาสนา

พอคลุมผ้าก็ต้องเปลี่ยนการแต่งกายให้เหมาะสมเมื่อออกไปพบเจอผู้คนนอกบ้าน ต้องมิดชิด ปกปิดจินตนาการไม่ให้ผู้พบเห็นมองตรงไปยังสรีระ ป้องกันการคิดถึงเรื่องเพศ แต่เปิดหน้า เปิดฝ่ามือ และเปิดฝ่าเท้าได้
ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนแปลงภายนอก ความคิดอ่านของเธอและแนวคิดการออกแบบก็เปลี่ยนตามไปด้วย

พอเจอปัญหา เราจะไม่มองว่าเป็นปัญหา แต่จะคิดว่าเป็นเพียงบททดสอบหนึ่งของพระเจ้า เดี๋ยวเดียวก็ผ่านไปได้ เดี๋ยวเดียวก็เจอทางออก สมัยก่อนความคิดเราฟุ้งมากกว่านี้ เทรนด์อะไรมาเราทำหมด การคลุมผ้ามีส่วนทำให้เรากลับมามองหาตัวเองมากขึ้น หาว่าเราชอบอะไร เรารู้แล้วว่าเสื้อผ้าที่เราทำคือเสื้อผ้ามุสลิม เราต้องรู้ว่าเราออกแบบอะไร เพื่อใคร ใครเป็นคนใส่ และใส่ที่ไหน

ลีมาได้รับการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมการส่งออก สินค้าแรกที่โดดเด่นและขายดีตลอดกาลของซาบีดียุคใหม่คือชุดว่ายน้ำสำหรับสาวมุสลิม ชุดมิดชิดสวยเก๋ที่ชาวต่างชาติชอบมาก และชาวไทยที่ไม่อยากให้ผิวปะทะแดดตรงๆ ก็อุดหนุนสินค้าของเธอเช่นกัน

เราทำชุดว่ายน้ำออกมาเพราะตอนเราเริ่มคลุมฮิญาบ จะไปเที่ยวทะเล แล้วไม่รู้ว่าจะต้องแต่งตัวแบบไหนดี เห็นชุดว่ายน้ำตามท้องตลาดแล้วยังไม่ถูกใจ เราก็เลยอยากทำชุดว่ายน้ำของตัวเอง เป็นจุดที่ทำให้เรากลับมาทำชุดมุสลิมอย่างจริงจัง

ZABEDE, เสื้อผ้า มุสลิม, ชุดว่ายน้ำมุสลิม,ลีมา พรสุดา ซาบีดี สไนเดอร์, แฟชั่น มุสลิม ZABEDE, เสื้อผ้า มุสลิม, ชุดว่ายน้ำมุสลิม,ลีมา พรสุดา ซาบีดี สไนเดอร์, แฟชั่น มุสลิม

มุสลิมะห์ทำชุดว่ายน้ำเพื่อมุสลิมะห์

ชุดว่ายน้ำเป็นจุดมุ่งหมายหลักของแบรนด์ที่เธอทำขึ้นเพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้ามุสลิมด้วยกัน

  ชุดว่ายน้ำของเราจะทำให้เขารู้สึกโดดเด่นด้วยการออกแบบอย่างมีเรื่องราว แต่ในขณะเดียวกันเวลาเขาไปอยู่ริมทะเล นั่งคู่กับคนที่ใส่บิกินีแล้วไม่เกิดความรู้สึกแตกต่าง มันคือโจทย์ใหญ่ในการออกแบบของเรา

  การออกแบบชุดว่ายน้ำของเธอจะต้องอิงตามหลักการแต่งกายของศาสนาอิสลาม ถ้าตัวเปียกแล้วชุดแนบไปกับลำตัว เห็นส่วนโค้งเว้า ก็จะไม่เหมาะสม ลีมาจึงเลือกออกแบบชุดว่ายน้ำให้มี 2 ชั้นติดกัน ชั้นแรกเป็นชั้นซับในรัดรูป ส่วนตัวนอกเป็นเสื้อคลุมหลวมคล่องตัว ดูโคร่งกว่าชุดว่ายน้ำทั่วไป แต่ใส่แล้วไม่ดูเทอะทะรุงรัง

ชุดนี้มาพร้อมกับกางเกงขายาวปิดสะโพก ต้นขา กลางน่อง จนเหนือข้อเท้าเล็กน้อย ส่วนหมวกคลุมก็ยาวแนบไปกับตัวและปิดส่วนคอ นอกจากใส่ว่ายน้ำได้แล้ว ยังใส่ออกกำลังกาย ปั่นจักรยาน เล่นโยคะ และสารพัดกิจกรรมได้ รวมถึงยังเป็นที่นิยมในกลุ่มลูกค้าที่ต้องการชุดว่ายน้ำแขนยาวแบบกันแดดได้อีกด้วย

  ลีมายังเสริมอีกว่า การคลุมฮิญาบหรือการแต่งกายตามหลักศาสนาอิสลามทำให้เธออึดอัดเพียงช่วงแรกเท่านั้น หลังจากเธอค้นพบด้วยตนเองว่าการอยู่ในหลักศาสนามีข้อดีอย่างไร ลีมากลับรู้สึกว่าเธอมีสิทธิที่จะเลือก เลือกแต่งกายในแบบที่เธอสบายใจและมีความสุขกับสิ่งที่เธอเป็น

ZABEDE, เสื้อผ้า มุสลิม, ชุดว่ายน้ำมุสลิม,ลีมา พรสุดา ซาบีดี สไนเดอร์, แฟชั่น มุสลิม ZABEDE, เสื้อผ้า มุสลิม, ชุดว่ายน้ำมุสลิม,ลีมา พรสุดา ซาบีดี สไนเดอร์, แฟชั่น มุสลิม

 

ใครๆ ก็ใส่ได้

เราออกแบบเสื้อผ้าจากประสบการณ์ที่เราพบเจอ ทั้งก่อนและหลังจะคลุมฮิญาบ เราเอาเสื้อผ้ามาแก้ปัญหาความแตกต่าง อยากให้ลูกค้ากลุ่มมุสลิมเขาใส่เสื้อผ้าพวกนี้แล้วไม่รู้สึกแปลกแยกหรือแตกต่างจากสังคม

เสื้อผ้าของซาบีดี มุสลิม จึงมีโครงร่างเรียบง่าย เสื้อผู้หญิงแขนยาวเพนต์ลาย กระโปรงทรงกว้าง เดรสผ้าลินินทรงหลวม ผ้าพันคอผืนสวย สวมใส่แล้วผ่อนคลายสบายใจ คล่องตัวและทะมัดทะแมง เหมาะกับยุคสมัย ผสมผสานกับลวดลายเพนต์มือเป็นจุดกลมๆ วงกลมๆ ตามสไตล์ของลีมา

ลีมาสร้างคาแรกเตอร์แบรนด์จากตัวเธอเอง ผู้หญิงที่รักอิสระ ชอบท่องเที่ยว เชื่อมั่นในศาสนา และเข้าใจแฟชั่นการแต่งกายของผู้หญิง

ZABEDE, เสื้อผ้า มุสลิม, ชุดว่ายน้ำมุสลิม,ลีมา พรสุดา ซาบีดี สไนเดอร์, แฟชั่น มุสลิม

  ความเป็นมุสลิมของซาบีดีเป็นกิมมิกของแบรนด์ เราต้องการให้เสื้อผ้าซาบีดีเป็นทางเลือกใหม่ของสาวมุสลิม แต่ผู้หญิงทั่วไปก็สามารถสวมใส่ได้ เพียงแต่ว่าถ้าคุณเป็นมุสลิมเราก็มีผ้าสำหรับพันเป็นฮิญาบให้ หรือถ้าเป็นเสื้อคอปกแขนสั้น เราก็มีปลอกแขนให้ด้วย

  แบรนด์ของเราเอาสิ่งที่เราเคยเป็น กับสิ่งที่เราเป็น ปัจจุบันมาเป็นตัวสร้างสมดุลให้กับการออกแบบ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้ามุสลิม ลูกค้าทั่วไปทั้งชาวไทยและต่างชาติ เราเอาจุดที่ไม่มีกฎเกณฑ์กับจุดที่มีกฎเกณฑ์มาอยู่รวมกัน แล้วทำให้มันเดินไปด้วยกันได้

ZABEDE, เสื้อผ้า มุสลิม, ชุดว่ายน้ำมุสลิม,ลีมา พรสุดา ซาบีดี สไนเดอร์, แฟชั่น มุสลิม ZABEDE, เสื้อผ้า มุสลิม, ชุดว่ายน้ำมุสลิม,ลีมา พรสุดา ซาบีดี สไนเดอร์, แฟชั่น มุสลิม

จุดจุดจุด

ซาบีดีส่งเสื้อผ้าอวดสายตาพวกเรามาแล้ว 3 คอลเลกชัน

คอลเลกชันล่าสุดเธอได้แรงบันดาลใจจากเหล่าแร็ปเปอร์ที่ออกมาเล่าเรื่องราวชีวิตผ่านถ้อยคำและเสียงเพลง เธอเลือกทำเสื้อผ้าแนวสตรีตอาร์ตผ่านศิลปะแบบ Arabesque โดยครั้งนี้เป็นการนำชื่อแบรนด์ไปเขียนเป็นภาษาอาหรับในรูปแบบคูฟี (Kufi) และยังคงใช้เทคนิคจุดจุดเป็นตัวอักษรต่อกันไปแบบไม่มีวันสิ้นสุดเหมือนกับคอลเลกชันที่ผ่านมา

ZABEDE, เสื้อผ้า มุสลิม, ชุดว่ายน้ำมุสลิม,ลีมา พรสุดา ซาบีดี สไนเดอร์, แฟชั่น มุสลิม

ZABEDE, เสื้อผ้า มุสลิม, ชุดว่ายน้ำมุสลิม,ลีมา พรสุดา ซาบีดี สไนเดอร์, แฟชั่น มุสลิม ZABEDE, เสื้อผ้า มุสลิม, ชุดว่ายน้ำมุสลิม,ลีมา พรสุดา ซาบีดี สไนเดอร์, แฟชั่น มุสลิม

ตามหลักศิลปะอิสลาม งานศิลปะต้องไม่มีลวดลายสัตว์หรือรูปเคารพแทนสัญลักษณ์ของพระเจ้า ศิลปะอิสลามจึงโดดเด่นเรื่องแพตเทิร์นลายอื่นๆ เช่น ลายเถาพฤกษา ลายเรขาคณิต และการเขียนตัวอักษรภาษาอาหรับให้เป็นลวดลาย

ลีมาเลือกสร้างลายจากวงกลม เชื่อมจุดตัดแต่ละจุดเข้าหากันจนเกิดเป็นลวดลาย ต่อลายเดิมหรือสร้างลายใหม่ได้อย่างไม่สิ้นสุด เหมือนกับหลักคิดของศาสนาอิสลามที่ทุกสิ่งบนโลกและจักรวาลล้วนถูกสร้างสรรค์จากพระเจ้าองค์เดียวกัน การสร้างสรรค์และความเมตตาของพระองค์ก็ไม่มีวันสิ้นสุด

จุดเด่นของซาบีดีจึงเป็นการสร้างลายผ้าจากการจุด

ZABEDE, เสื้อผ้า มุสลิม, ชุดว่ายน้ำมุสลิม,ลีมา พรสุดา ซาบีดี สไนเดอร์, แฟชั่น มุสลิม ZABEDE, เสื้อผ้า มุสลิม, ชุดว่ายน้ำมุสลิม,ลีมา พรสุดา ซาบีดี สไนเดอร์, แฟชั่น มุสลิม

จุดของเธอเกิดจากการนำวัสดุที่มีปลายกลมตัดเรียบอย่างตะเกียบไม้ไปจุ่มสีเฉพาะที่เธอค้นคว้าและทำร่วมกับสถาบันศิลปะอิสลามแห่งประเทศไทย จากนั้นค่อยจุดลงบนเสื้อทีละจุด ทีละจุด จนเป็นลวดลายที่เธอต้องการ ทำซ้ำไปซ้ำมาจนเธอค้นพบอะไรบางอย่าง

ก่อนจะทำการจุดทุกครั้งเราจะกล่าวว่าบิสมิลลาห์เพื่อเป็นการขอพรให้งานผ่านลุล่วงไปได้ด้วยดี เป็นการบอกว่าเราตั้งใจจะทำอะไรสักอย่างขออย่าให้มันพลาดเลย เพราะเราต้องโฟกัสอยู่กับการทำงานและการโฟกัสก็คือสมาธิ

เรามาโยงกับการละหมาดของชาวมุสลิม มันก็เป็นการทำสมาธิเหมือนกัน การละหมาดมีไว้เพื่อไม่ให้มนุษย์หลงลืมพระเจ้า และทุกครั้งหลังการละหมาดหรือช่วงเดือนเราะมะฎอน ถ้าชาวมุสลิมอยากให้ตัวเองได้รับผลบุญเพิ่มมากขึ้น จะกล่าวสรรเสริญพระเจ้า เราจึงลองนำมาปรับใช้เวลาทำงาน เราจะกล่าวไปด้วยจิ้มไปด้วยทีละจุด คล้ายๆ กับการนับเม็ดลูกประคำ มันเป็นการทำสมาธิและรำลึกถึงพระเจ้าควบคู่ไปกับการทำงาน

ZABEDE, เสื้อผ้า มุสลิม, ชุดว่ายน้ำมุสลิม,ลีมา พรสุดา ซาบีดี สไนเดอร์, แฟชั่น มุสลิม

ในความแตกต่าง

มุ่งหน้าเข้าปีที่ 4 ซาบีดีเติบโตขึ้นอย่างไรบ้าง ฉันถาม

การเติบโตของแบรนด์ ถ้าเป็นเมื่อก่อนเราคิดว่ามันจะต้องดีขึ้น แต่ตอนนี้ความคิดเราเปลี่ยนไป เราได้อะไรมากขึ้นกว่าเมื่อวานที่เราผ่านมา สิ่งที่เราได้ไม่จำเป็นต้องดีเสมอไป

เราทำเสื้อผ้าเพื่อให้รู้สึกว่าเราเป็นมนุษย์ปกติ มุสลิมก็เหมือนคนอื่นๆ เราก็ออกกำลังกาย เราก็ท่องเที่ยว และเราก็เล่นสนุกได้แบบคนทั่วไป ไม่ได้มีอะไรแตกต่างกันเลย เพียงแค่คนเราเอาคำว่าศาสนาเป็นตัวแบ่ง เราพยายามทำให้คนเข้าใจในสิ่งที่เราทำและสิ่งที่เราเป็น

ฉันเดินไปเพ่งมองรายละเอียดของเสื้อแจ็กเก็ตลายสวยคอลเลกชันใหม่ ดีไซน์ที่ดีดึงดูดใจคนโดยไม่แบ่งศาสนา เป็นความแตกต่างที่น่าทำความรู้จักดูสักที

ZABEDE, เสื้อผ้า มุสลิม, ชุดว่ายน้ำมุสลิม,ลีมา พรสุดา ซาบีดี สไนเดอร์, แฟชั่น มุสลิม

ZABEDE

สถานที่ : ชั้น 2 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล หาดใหญ่ และศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล สมุย

Facebook : ZABEDE 

Writer

Avatar

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

Avatar

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

In Design

วิธีคิดและแรงบันดาลใจของนักออกแบบที่น่าทำความรู้จัก

ทีแรกเราไม่มั่นใจว่านั่งรถมาถูกที่รึเปล่า แต่ป้ายที่เขียนว่า Beyond Living ด้านหน้า ก็ทำให้ตัดสินใจเดินเข้าไปข้างในบ้านเก่าหลังนั้น

บรรยากาศที่นี่คึกคักและวุ่นวายในขณะเดียวกัน ผู้คนมากมายที่ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงเดินขวักไขว่ทั่วบริเวณ บ้างก็ขะมักเขม้นทำหน้าที่ของตัวเองอย่างไม่เหนื่อยอ่อน เราหันไปมองกี่ทอผ้าตัวเบ้อเริ่มที่มีคน 4 คนช่วยกันทออย่างประทับใจ

มุก เพลินจันทร์ ศิลปินสิ่งทอเบอร์ต้นที่ใช้ขยะและความสุข เป็นวัตถุดิบในการสร้างงาน

“มาแล้วเหรอ!” หญิงสาวในชุดตัดเย็บเองส่งเสียงทักทายเป็นกันเอง เธอกำลังยืนอยู่บนเก้าอี้ ทำงานศิลปะบางอย่างที่ห้อยลงมาจากเพดานร่วมกับทีมงานหลายคนที่ยืนข้างล่าง 

เราเคยเจอเธอครั้งหนึ่งแล้วที่งาน GC Circular Living Symposium 2022: Together To Net Zero ซึ่งสื่อสารเกี่ยวกับความยั่งยืน การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และหลักเศรษฐกิจกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา เธอเป็นหนึ่งในสปีกเกอร์ที่ได้ขึ้นไปพูดในวันนั้น

มุก-เพลินจันทร์ วิญญรัตน์ เรียกตัวเองว่า มุกวี (Mook V) หลายคนอาจจะเห็นเธอในหน้าสื่ออยู่บ่อย ๆ เธอเป็นนักออกแบบและศิลปินที่ทำงานสิ่งทอเบอร์ต้น ๆ ของเมืองไทยที่งานมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง ทั้งสีสัน เท็กซ์เจอร์ วิธีการจัดวาง และการใช้วัสดุที่มักเป็นขยะหรือของเหลือใช้ หากได้เห็นที่ไหนก็เดาได้ไม่ยากว่านี่คืองานของเธอ

“จริง ๆ ไม่ได้ตั้งตัวว่าฉันจะเป็น Recycled Artist นะ ไม่ใช่เลย แค่เป็นคนไม่ชอบ Waste ไม่อยากทิ้งของ” เธอบอกกับเรา ไม่ได้ยอมรับกับตำแหน่งที่คนในสังคมมอบให้อย่างเต็มที่

วันนี้เราได้โอกาสมาคุยอย่างจริงจังเกี่ยวกับแพสชันในงานดีไซน์ งานศิลปะ และ ‘ขยะ’ กองใหญ่ถึงสตูดิโอของเธอเอง แม้ยังไม่ได้เริ่ม แต่บรรยากาศรอบตัวก็ทำให้เราตื่นเต้นไปกับบทสนทนาที่กำลังจะเกิดขึ้นซะแล้ว

มุก เพลินจันทร์ ศิลปินสิ่งทอเบอร์ต้นที่ใช้ขยะและความสุข เป็นวัตถุดิบในการสร้างงาน

ชีวิตหนังอินดี้ของมุกวี

มุกวีเป็นอดีตเด็กหญิงล้วน เธอเรียนมาแตร์เดอีจนถึงอายุ 13 ปี จากนั้นก็ออกเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลไปเรียนที่ประเทศอังกฤษ

“ไม่ชอบเรียนหนังสือ!”

“ไม่ชอบวาดรูป!” 

“ไม่ชอบเย็บปักถักร้อย!” 

“ชอบเหม่อ!” เธอเล่าถึงตัวเองในวัยเยาว์

มุก เพลินจันทร์ ศิลปินสิ่งทอเบอร์ต้นที่ใช้ขยะและความสุข เป็นวัตถุดิบในการสร้างงาน

ไม่ชอบเรียนหนังสือนี่เข้าใจได้ ศิลปินที่เราไปสัมภาษณ์หลาย ๆ คนก็เริ่มบรรยายชีวิตด้วยประโยคแมส ๆ นี้ แต่ไม่ชอบวาดรูป ไม่ชอบเย็บปักถักร้อยนี่ออกจะเหนือความคาดหมายสักหน่อย ดีที่เธอเล่าต่อว่าเธอชอบทำงานประดิษฐ์และถักนิตติ้งด้วยมือ

ระบบการเรียนที่อังกฤษไม่เหมือนประเทศไทยที่ต้องเรียนกันหลายวิชา มุกเล่าว่าเด็ก ๆ ที่นั่นต้องรู้ตัวเองตั้งแต่อายุ 13 – 14 ว่าอยากจะไปทางไหน จะทางศิลป์หรือทางวิทย์ จากนั้นพอเรียนถึง A-Level ก็จะเหลือวิชาเรียนแค่ 3 ตัว ซึ่งเธอเลือกเรียนศิลปะ 2 ตัว ประวัติศาสตร์ 1 ตัว ด้วยความที่คิดว่าอยากเป็นแฟชั่นดีไซเนอร์ แต่เมื่อได้เรียนลงลึกจริง ๆ ก็เปลี่ยนความคิด ไม่อยากเป็นแล้ว

“อยากทำตั้งแต่ศูนย์ การทำตั้งแต่ศูนย์คือการทำผ้า ตั้งแต่เป็นปุยฝ้าย ขยับมาเป็นเส้นด้าย มาทอเป็นผ้า มันเหมือนการ Create จริงๆ จากมือ พี่ไม่ได้เป็นคนวาดรูปเก่ง แต่เป็นคนที่เด่นเรื่องสีสันและเท็กซ์เจอร์” และจุดแข็งที่เธอว่า ก็ทำให้เธอก็เข้าไปเรียน Textile Design (การออกแบบสิ่งทอ) ที่ St. Martin’s College of Art & Design ที่ลอนดอนได้

“จากที่ไม่เคยคิดว่าตัวเองเก่ง พอเข้าได้ก็รู้สึกว่าเก่งจัง เริ่มเหลิง ก็เลยไม่ไปเรียนเลยทั้งเทอมแรก” 

อ้าว หักมุมอีกแล้ว

มุก เพลินจันทร์ ศิลปินสิ่งทอเบอร์ต้นที่ใช้ขยะและความสุข เป็นวัตถุดิบในการสร้างงาน
มุก เพลินจันทร์ ศิลปินสิ่งทอเบอร์ต้นที่ใช้ขยะและความสุข เป็นวัตถุดิบในการสร้างงาน

เธอเล่าว่าเวลาแจกโจทย์ อาจารย์จะให้มา 3 โจทย์ หากไม่ทำตาม 3 โจทย์นั้นก็ต้องแต่งโจทย์เอง มุกวีจะเลือกแต่งเองตลอด เพราะไม่ค่อยได้เข้าไปเรียนหนังสือ แต่ถึงอย่างนั้นแต้มบุญที่มีก็ทำให้เธอผ่านมาได้ด้วยดี

Textile Design แบ่งออกเป็น 3 สาขา Knitting (การถัก), Weaving (การทอ), Printing (การพิมพ์) สิ่งที่เธอเลือกแบบงง ๆ ในตอนนั้นคือ Weaving ซึ่งวิชานี้ก็พาให้ชีวิตดำเนินมาเรื่อย ๆ จนได้จบมาทำงานที่แม่ฟ้าหลวง ดอยตุง และได้อยู่ในกระบวนการทำ Bangkok Fashion Week ที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรก

“โห เราจบจากเมืองนอก ไม่อยู่เมืองไทยมาสิบกว่าปี พอได้ไปอยู่กับชาวเขาก็สนุกมาก” เธอเล่าถึงความหลังด้วยน้ำเสียงร่าเริง “ที่เราไปเรียนทำลาย เรียนย้อม ปั่นด้าย ตีเกลียวมา เราก็เอาไปสอนเขา แล้วเขาก็สอนในสิ่งที่เราไม่รู้อย่างการใช้กี่เท้าเหยียบ เหมือนต่างคนต่างแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน เลยกลายเป็นสิ่งที่พี่ถือในความคิดมาตลอด ว่าเราทำงานกับใคร เราก็เรียนรู้จากเขาได้ตลอดเวลา”

มุกวีใช้เวลา 5 ปี ทำงานที่แม่ฟ้าหลวง แล้วตัดสินใจออกเดินทางครั้งใหม่ ด้วยการออกมามุ่งมั่นทำอะไรเป็นของตัวเองครั้งแรก

ปล่อยใจตามแพสชัน

Beyond Living หรือสตูดิโอที่เรามาเยี่ยมในวันนี้ เริ่มมาตั้งแต่ปี 2003 พวกเขาทำงาน Commercial ทั้งพรม ที่รองจาน เบาะ ปลอกหมอน และของใช้อื่น ๆ ที่ทำจากผ้าส่งออกหลายแห่งในโลก ส่วนแบรนด์ Mook V เป็นแบรนด์กระเป๋าที่เธอเพิ่งตั้งขึ้นมาเมื่อปี 2018 ปัจจุบันนี้ ในฐานะ เพลินจันทร์ วิญญรัตน์ เธอเป็นที่ยอมรับทั้งจากคนไทยและต่างประเทศ

แล้วงานศิลปะล่ะ เป็นของ Mook V ด้วยเหรอ งงไปหมดแล้วว่าแบรนด์ไหนเป็นแบรนด์ไหน

“แบรนด์ Mook V คือกระเป๋า แต่งานอาร์ตที่ไม่มีแบรนดิ้ง พี่ก็เผอิญเซ็นชื่อว่า Mook V ด้วย จริง ๆ แล้ว Mook V ก็คือพี่ คือคนคนเดียวกัน ยูจะเรียกไอเป็นอะไร ใส่หมวกใบไหน มันก็คือคนเดียวกัน” มุกวีพยายามอธิบาย “แต่บางชิ้นก็เซ็นว่า เพลินจันทร์ วิญญรัตน์ นะ ก็แล้วแต่”

ตอนที่มุกยังเด็ก ที่นี่เคยเป็นบ้านของคุณอา เมื่อเติบโตมาอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง จึงตัดสินใจเปลี่ยนบ้านเก่าหลังนี้เป็นสตูดิโอ และเดินไปติดป้าย ‘รับสมัครทีมงาน’ ไว้หน้าประตู

“มีหลายคนที่ขี่จักรยานมาสมัคร บางคนเคยขายกระเทียมดอง ขายผลไม้ ขายถุงเท้าแถวนี้มาก่อน” มุกเล่าถึงพี่ ๆ ป้า ๆ ผู้หญิงที่กำลังแท็กทีมทอผ้ากันอยู่ระหว่างที่เราคุย พวกเขาอยู่กันมากว่า 20 ปี ร่วมลงแรงทำทุกแบรนด์และทุกงานศิลปะที่มุกเป็นเจ้าของ “เราบอกไปว่า ใครที่ทอผ้าเป็นเราไม่รับ ถ้าทอผ้าเป็นจะมีทักษะบางอย่างแล้ว เช่น ทอกี่กระตุก ทอผ้าไหม แต่กี่เหล็กของพี่มันเป็นอีกแบบ มันเป็นกี่ทำเองที่หนักมาก อย่างที่เห็น มันต้องใช้แรงงานอยู่เหมือนกัน”

มุก เพลินจันทร์ ศิลปินสิ่งทอเบอร์ต้นที่ใช้ขยะและความสุข เป็นวัตถุดิบในการสร้างงาน
มุก เพลินจันทร์ ศิลปินสิ่งทอเบอร์ต้นที่ใช้ขยะและความสุข เป็นวัตถุดิบในการสร้างงาน

เธอบอกว่าตัวเองเป็น ‘คนสวนกระแส’ เธอไม่รู้สึกว่ามุกวีเข้ากับหมวดหมู่อาชีพไหนเลย เธอไม่เหมือนดีไซเนอร์ ไม่ได้แต่งตัวแบบนั้น ไม่ชอบสีดำ ไม่เหมือนศิลปินคนอื่น ๆ ที่ถูกกดและสร้างงานจากความเศร้าหรือความรันทด กลับกัน เธอสร้างงานจากความสุข ฉะนั้น จึงยากที่จะ ‘แปะป้าย’ ว่าตัวเองเป็นอะไรกันแน่

“I follow my passion” เพลินจันทร์ประกาศ เธอไม่อยากจำกัดว่าตัวเองเป็นศิลปินสิ่งทอเพียงอย่างเดียว “งานคือแพสชันของพี่ พี่เป็นคนที่ทำสิ่งที่ตัวเองรัก และอยากทำให้มันดีที่สุด”

วิธีการทำงานอย่างหนึ่งที่เธอทำจนกลายเป็นคาแรกเตอร์สำคัญของงาน คือ ‘การบริหารสต็อก’ เธอเป็นคนไม่ชอบทิ้งของ และเห็นด้วยกับแนวคิด Zero Waste

“โรงแรมสั่งพรมหลาย ๆ ผืน เราก็ต้องคำนวณแล้วว่าจะใช้เส้นใยในการทอกี่กิโล บางทีเราคิดออกมา 280 กิโล พอทอไปกลายเป็นใช้ไปแค่ 275 กิโล เหลือ 5 กิโล จะทอพรม 1 ผืนก็ไม่ได้ ถ้าจะทอพรม 1 ผืน มันต้องเป็นจากล็อตเดียวกัน ไม่งั้นสีจะต่าง เราก็เลยมีเหลือเส้นใยจากโปรเจกต์หนึ่ง 5 กิโล อีกโปรเจกต์ 3 กิโล ก็เลยเอามาทอเป็นชิ้น ๆ เล็ก ๆ แล้วทำเป็นกระเป๋า

“งานทำหมอนให้กับโรงแรม เวลาตัดหมอนก็จะเหลือเป็นแถบยาว ๆ บางทีเหลือตั้ง 24 ลัง ก็นำมาทำเป็นงานอาร์ตที่มาจากเศษผ้า

“ที่พี่อยากให้เป็น Zero Waste เพราะว่า หนึ่ง ไม่มีตังค์ ไม่งั้นสต็อกก็จมอยู่อย่างนั้น สอง ไม่ชอบการที่โยนของทิ้ง อยากให้คนเห็นคุณค่า” เธอพูดตรง ๆ “นอกจากเรื่องเงินนะ มันเป็นเรื่องของคุณค่าด้วย”

มุก เพลินจันทร์ ศิลปินสิ่งทอเบอร์ต้นที่ใช้ขยะและความสุข เป็นวัตถุดิบในการสร้างงาน

ไม่เพียงชอบนำวัสดุเหลือจากการทำงานมาใช้ประโยชน์ มุกวีชอบขยะด้วย ใช่ เราหมายถึง ‘ขยะ’ จริง ๆ

นักสร้างสรรค์พาเราเดินไปชมถุงกองใหญ่ด้านหลัง บ้างเป็นขยะบดเม็ด บ้างเป็นแหชาวประมง บ้างเป็นขยะพลาสติก บ้างเป็นกระป๋องน้ำอัดลม ทั้งหมดถูกทำความสะอาดอย่างดีแล้วแยกไว้เป็นหมวดหมู่ เพื่อมุกจะได้หยิบสิ่งเหล่านี้ไปทำงานศิลปะ

“ภูมิใจมาก ขยะพวกนี้เก็บโดยลูกชายนะ” เธอเป็นคุณแม่ของแฝด 3 อายุ 13 ปี ครอบครัวนี้ชอบไปเที่ยวทะเล และทุก ๆ ครั้งที่ไปก็ต้องเดินเก็บขยะตามชายหาดกันคนละไม้ละมือ บางชิ้นฝังอยู่ลึกก็ต้องใช้เสียมช่วยกันขุดขึ้นมา เรานึกภาพพ่อแม่ลูกท่าทางเหนื่อยล้าเดินไปที่เคาน์เตอร์โรงแรม แล้วขอให้พนักงานช่วยส่งพัสดุขยะเหล่านี้ไปที่บ้านครั้งแล้วครั้งเล่า เหล่าพนักงานคงจะงงไม่น้อย

“ของส่วนตัวก็เยอะ อย่างถุงน่องที่เราใช้ ใส่หนเดียวขาด แทนที่จะทิ้งพี่ก็เก็บมาทอเป็นชิ้นงาน ถุงเท้าลูกก็เยอะ ลูกแฝดเรา 3 คนโตเร็วมาก คิดดูว่าต้องใช้ถุงเท้าไปกี่คู่ พี่เอามาทอเป็นพรมให้ลูก 1 ผืนเลย เขาก็จะรู้สึกดีว่านี่คือของของฉันตอนเด็ก ๆ” เพลินจันทร์เล่าอย่างเพลิดเพลิน “พี่อยากให้ลูกรู้สึกเสียดายของ รักษาของ ซึ่งยากมากที่จะสอนเด็กสมัยนี้ เพราะทุกอย่างมันเป็นไปกับกระแส มาเร็วไปเร็ว มันเปลี่ยนจนเราไม่รู้แล้วว่าอะไรคืออะไร

“พี่ไม่ได้คิดไกลขนาดว่าจะทำให้บรรยากาศของโลกเปลี่ยนไป แค่คิดถึงคุณค่าของของ และไม่ชอบ Waste แต่ผลพลอยได้คือ เรามีส่วนร่วมในการทำให้เกิดความยั่งยืนต่อไป

“เราเป็นคนตัวเล็ก ๆ ที่ทำในสิ่งเล็ก ๆ แต่จากคนของเราสิบกว่าคน หนึ่งในสิบก็ไปอีกสิบ จากนั้นก็ไปอีกสิบ แต่พี่ไม่ได้มองว่ามันจะไปได้ไกลขนาดไหน พี่มองแค่ว่าเราดูแลรับผิดชอบในวงเล็ก ๆ ของเราให้ดีที่สุด ในที่สุดมันก็อาจจะช่วยโลกให้ดีขึ้นได้บ้าง”

ถุงน่องเก่าย้อมสีที่มีขยะบดบรรจุอยู่ข้างใน

4 งานที่มุกวีเลือก

01 กระเป๋า : ‘Razzle Dazzle’ (Collection)

มุก-เพลินจันทร์ วิญญรัตน์ เจ้าของแบรนด์ Mook V และ Beyond Living เล่าแพสชันในการทำงานศิลปะกับขยะและของเหลือใช้

“สามีพี่เป็นคนอ่านเยอะมาก แล้วเวลาจะทำงานอาร์ต ก็จะนั่งคุยกันว่าจะทำลวดลายอะไรดี ครั้งนี้เราใช้คอนเซ็ปต์ Camouflage หรือการพรางตัว”

ลายพรางนี้เรียกว่า Razzle Dazzle เป็นลายเพนต์ที่ปรากฏบนเรือรบอังกฤษยุคสงครามโลกครั้งที่ 1 และบนเรือรบสหรัฐในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ลายชวนเวียนหัวนี้ใช้สำหรับพรางสายตา ไม่ให้คู่ต่อสู้สังเกตเห็นได้ง่าย ๆ ว่าเรือกำลังไปทางไหน และมุ่งหน้าด้วยความเร็วเท่าไหร่

กระเป๋าก็อยู่ในวงจรความยั่งยืนของมุกวี หากเศษเหลือจากการทำพรมนั้นน้อยจนไม่สามารถไปพอเป็นพรมอีกผืน นอกจากงานอาร์ตแล้ว เส้นใยเหล่านั้นก็จะมาลงเอยที่การทำกระเป๋า

02 งานอาร์ต : ‘White Skies’

มุก-เพลินจันทร์ วิญญรัตน์ เจ้าของแบรนด์ Mook V และ Beyond Living เล่าแพสชันในการทำงานศิลปะกับขยะและของเหลือใช้

“พี่เคยไปสอนภรรยาชาวประมงทำงาน ได้ไปเล่าว่า มุกกำลังทำนิทรรศการ แหที่ไม่ใช้แล้วมุกขอได้ไหม อย่าไปทิ้ง เขาก็บอกว่าไม่มีหรอกค่ะคุณมุก เขาไม่เอากลับ เวลาเขาไปตกปลาเสร็จเขาก็เอาปลากลับแล้วก็โยนลงทะเล นี่เป็นสิ่งที่น่าเศร้า”

เชือกแหที่ใช้ในงานนี้มาจากทริปนาใต้ ภูเก็ต ของมุกวี เธอเห็นเชือกแหชาวประมงถูกซัดขึ้นมาบนชายหาด จึงเก็บมาทำงานศิลปะเป็นอุทาหรณ์

เชือกแห เส้นฝ้ายที่เหลือจากการทอพรม และดิ้นทองเส้นสั้น ๆ ที่เหลือจากการทำงานต่าง ๆ ถูกจับมารวมกัน สร้างสรรค์จนกลายเป็นผลงานน่าประทับใจชิ้นนี้

“เชือกที่ถูกซัดมาบนชายหาดมันจะมากับคราบดำอย่างที่เห็น ซักยังไงก็ไม่ออก แต่ถ้าคุณมองว่ามันสวยมันก็สวย เราว่าเหมือนมีการไล่โทนสีโดยที่ไม่ต้องย้อมเลย

“การทำงานอาร์ตจากขยะ ถ้าดูเลอะเทอะเหมือนเดิมมันก็ยากนะที่คนจะเข้าใจว่าต่างจากการเป็นขยะยังไง ฉะนั้น สิ่งที่พี่พยายามทำคือ ทำให้ขยะดูไม่เป็นขยะ เพิ่มคุณค่าเข้าไปให้มีความเป็นศิลปะ”

03 งานอาร์ต : ‘The Sea Ghost and Beyond’ (Exhibition)

“ยูก็ทำอะไรที่รู้สึกถึงมันเยอะ ๆ สิ” ช่วง 2 ปีที่แล้ว ระหว่างที่มุกกำลังหาไอเดียให้กับนิทรรศการเดี่ยวของตัวเอง สามีก็พูดประโยคนี้ขึ้นมา

“ช่วงนี้รู้สึกว่าเบื่อจัง ร้อนก็ร้อนมาก หนาวก็หนาวมาก ทำไมโลกมันเป็นแบบนี้” คือสิ่งที่เธอตอบไปในตอนนั้น เป็นสิ่งที่ทำให้เธอไปเสิร์ชคำว่า The effect of global warming เพื่อดูชาร์ตต่าง ๆ และเป็นสิ่งที่พาให้โปรเจกต์นี้เกิดขึ้น

“งานนี้เป็นงานที่ให้วัตถุดิบซึ่งก็คือขยะรอบตัวเรา เล่าเรื่องด้วยตัวของมันเอง” ขยะรอบตัวที่ว่ามาจากครอบครัวบ้าง ร้านอาหารในชุมชนบ้าง

มุก-เพลินจันทร์ วิญญรัตน์ เจ้าของแบรนด์ Mook V และ Beyond Living เล่าแพสชันในการทำงานศิลปะกับขยะและของเหลือใช้

ชิ้นที่ 1 : ‘Saturated’

‘Saturated’ เป็นการทอภาพถ่ายทางดาวเทียมที่แสดงให้เห็นว่า ‘พวกเรา’ กำลังจะจม เริ่มตั้งแต่เพื่อนบ้าน เวียดนาม ลาว แล้วก็มาถึงประเทศไทย

มุก-เพลินจันทร์ วิญญรัตน์ เจ้าของแบรนด์ Mook V และ Beyond Living เล่าแพสชันในการทำงานศิลปะกับขยะและของเหลือใช้

ชิ้นที่ 2 : ‘Embers’

‘Embers’ มาจากเหตุการณ์ไฟไหม้ป่าที่ออสเตรเลีย สีดำคือขี้ด้ายจากโรงงานทอผ้าที่มุกไปขอซื้อเป็นกระสอบเพื่อนำมาทอ ส่วนสีส้มคือถุงน่องที่ย้อมไล่โทนสีเป็นไฟ ด้านในมีขยะบดบรรจุอยู่ แสดงให้เห็นว่าถ้าเรายังใช้ชีวิตมักง่ายกันแบบนี้ ความร้อนจะผลักป่า (สีเขียวในงาน) ออกไปเรื่อย ๆ แล้วเราก็จะยืนอยู่ท่ามกลางกองไฟในที่สุด โดยพื้นสีเขียวทอจากขวดสไปรท์สีเขียวที่เลิกผลิตไปแล้วเพราะย่อยสลายยาก

มุก-เพลินจันทร์ วิญญรัตน์ เจ้าของแบรนด์ Mook V และ Beyond Living เล่าแพสชันในการทำงานศิลปะกับขยะและของเหลือใช้

ชิ้นที่ 3 : ‘Summit Station’

‘Summit Station’ เป็นกราฟแสดงว่าอุณหภูมิเดือนมิถุนายนสูงขึ้นทุกปี มุกใช้กระป๋องน้ำอัดลมที่ลูกดื่มตัดเป็นเส้น ใช้กระดาษใช้แล้วที่ออฟฟิศตีเกลียว และใช้ Fast Fashion ที่นำมาย้อมสีแดงและตีเกลียว ทั้งหมดทอเข้าด้วยกัน ส่วนถุงสีขาวสื่อถึงหิมะที่กำลังละลาย ทำมาจากถุงน่องที่มีขยะบดบรรจุไว้ข้างใน

04 งานอาร์ต : ‘Woven Symphony’ และ ‘Adam’s Bridge’

โปรเจกต์ในคราวนี้เริ่มมาจากที่ ThaiBev ติดต่อมุกมาทำงานศิลปะที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์โฉมใหม่ เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยคอนเซ็ปต์ของศูนย์คือ ‘สืบสาน รักษา และต่อยอด’

มุก-เพลินจันทร์ วิญญรัตน์ เจ้าของแบรนด์ Mook V และ Beyond Living เล่าแพสชันในการทำงานศิลปะกับขยะและของเหลือใช้

ผนังที่ 1 : ‘Woven Syamphony’

มุกทำอยู่ 2 ผนังด้วยกัน ผนังแรกคือผนังสีเขียว ‘Woven Symphony’ เธอหยิบศิลปะโขนที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ‘สืบสาน’ มาทำงานศิลปะ ด้วยการนำเสื้อผ้าโขนมาออกแบบให้ร่วมสมัย และยังได้แรงบันดาลใจในการทำงานมาจาก รามเกียรติ์ ตอนที่นางสีดาถูกทศกัณฐ์จับไปอยู่ในกรุงลงกาด้วย

“ผนังฝั่งนี้เป็นสีเขียวเพราะเป็นเกาะ คนชอบดูว่านี่คือมังกร แต่จริง ๆ คือฉากสู้รบของหนุมานกับพระราม จะเห็นว่าเสื้อผ้าทับ ๆ พัน ๆ กันอยู่ด้วยเทคนิค Appliqué หรือการตัดต่อผ้ามารวมกัน”

มุก-เพลินจันทร์ วิญญรัตน์ เจ้าของแบรนด์ Mook V และ Beyond Living เล่าแพสชันในการทำงานศิลปะกับขยะและของเหลือใช้

ผนังที่ 2 : ‘Adam’s Bridge’

ถัดจากผนังตรงกลางซึ่งเป็นไม้แกะในคอนเซ็ปต์ ‘รักษา’ ที่คงอยู่มากับศูนย์สิริกิติ์ฯ ตั้งแต่ตอนเปิด ก็เป็นผนังสีน้ำเงิน ‘Adam’s Bridge’ หรือที่เรียกว่าส่วน ‘ต่อยอด’

“ผนังสีน้ำเงินคือฉากต่อไป ที่หนุมานโยนก้อนหินจากเกาะลงหามาทับ ๆ กันให้เป็นสะพานเพื่อพานางสีดาไปมีชีวิตใหม่ สำหรับพี่ที่เป็นศิลปิน การต่อยอดคือการส่งต่อให้คนรุ่นหลัง คือการนำของที่คนเห็นว่าไร้คุณค่ามาทำให้มีคุณค่า เหมือนการต่อยอดปรับปรุงศูนย์สิริกิติ์ฯ ให้มีวันใหม่ที่ยั่งยืน”

วัสดุในการทำงานนี้ ประกอบไปด้วยขยะ ทั้งถุงน่อง กระป๋องอะลูมิเนียม ถุงพลาสติก ฟองน้ำ ขวดพลาสติด แห เศษผ้าจากการทำงาน และเส้นใยที่ยังเหลือจากการทอ

“คนจะเห็นว่างานอลังการใหญ่โต จริง ๆ มีเวลาทำแค่ 58 วันเองนะ” เราตกใจกับระยะเวลา จากที่ไปดูที่ศูนย์สิริกิติ์ฯ มา งานนี้ใหญ่มากจริง ๆ “ที่ทำสำเร็จเพราะว่ามีหลาย ๆ ชิ้นงานเดิมมาประกอบร่างใหม่ มาบวก มาเพิ่ม มาเติม กลายเป็นงานนี้

“งานที่อาจจะไม่เวิร์กตอนนี้ แต่อาจจะมีโอกาสเวิร์กตอนหน้า คนบางคนเขาอาจจะเก็บขยะทิ้งแล้ว เราไม่ทิ้ง เราเก็บไว้ใช้ ไว้เติมดีเทลตอนหลัง มันถึงได้ออกมาเป็นอย่างนั้น

“นี่คือสิ่งที่พี่ทำมาตลอดชีวิต”

คุณค่าที่สัมผัสได้

“งานพี่ทำโดยคนไทย ออกแบบโดยคนไทย แต่ไม่ได้ติดกับลุคที่เป็นไทยจ๋า แล้วก็ไม่ได้ปล่อยให้ตัวเองเป็นฝรั่งจ๋าจากการที่อยู่นอกสิบกว่าปีด้วย” มุกอธิบายคาแรกเตอร์ของงานให้เราฟัง “พี่เอา 2 อย่างมาผสมกันอยู่ในตัวพี่

“งานเราทุกวันนี้ที่เป็นลูกผสมก็มีช่องทางการขายของมัน ถึงจะไม่ได้เพราะว่าขายดีมาก ๆ หรือประสบความสำเร็จมาก ๆ เหมือนแบรนด์ใหญ่โต แต่ก็มีคนที่ชอบ เป็น Niche Market”

มุกบอกว่า โดยปกติแล้วลูกค้าที่มาอุดหนุนจะเป็นวัยทำงาน อายุ 30 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นวัยที่เริ่มนิ่ง เริ่มเห็นคุณค่าของของ ทุกวันนี้พาร์ตเนอร์ที่ดูแลเรื่องกระเป๋าก็อยากดึงอายุของกลุ่มเป้าหมายลงเป็นวัย 20 ต้น ๆ แต่มุกก็คิดว่านั่นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเป็นวัยที่หวือหวาและเบื่อเร็ว

ได้แรงบันดาลใจอะไรจากการฟังคนอื่น ๆ ในงาน GC Circular Living Symposium 2022: Together To Net Zero ที่ได้ไปร่วมมาในวันนั้นไหม

“รู้สึกดี ประทับใจกับทุกคนนะ โดยเฉพาะ อาจารย์กิตติพงศ์ อุตตมะเวทิน (ผู้ก่อตั้งร้านควินิน) คนเป็นแม่เนี่ย ลูกสำคัญที่สุดในชีวิต เพราะฉะนั้น เราจะมองว่าการสร้างคนเป็นสิ่งสำคัญเหมือนที่อาจารย์พูด”

นอกจากนี้ คุณมุกยังกล่าวชื่นชมการจัดงาน GC Circular Living Symposium 2022: Together To Net Zero โดย GC ผู้จัดงาน ซึ่งมีพันธมิตรทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมในการสร้างจิตสำนึกความรักและดูแลสิ่งแวดล้อม ซึ่งเธอรู้สึกดีที่เห็นการตื่นตัวของทุกคน เพราะทุกอย่างไม่ได้เป็นแค่คอนเซ็ปต์ แต่จับต้องได้และนำไปต่อยอดได้จริง ๆ  พอเห็นงานที่ GC จัดเป็นการสร้าง Awareness ให้กับผู้คนโดยการเรียนรู้ผ่านงานอีเวนต์แบบนี้ ทำให้เราได้เห็นภาพและการนำสิ่งของมาสร้างให้มีมูลค่ามากขึ้น แม้แต่การทำงานศิลปะผ่านสิ่งเหลือใช้ก็นำมาสร้างคุณค่าต่อได้เช่นกัน

ก่อนกลับบ้าน มุกวีพาเราเดินชมสตูดิโออีกรอบ พอได้เห็นกระบวนการถักทอด้วยตาเนื้อ ก็รู้สึกถึงคุณค่าของงานจากที่ได้ร่วมในงาน GC มากขึ้นอีก กว่าจะได้ออกมาสวยงาม สื่อความหมายได้ดีแบบที่เห็น ต้องกลั่นกรองมาจากทัศนคติต่อโลกของมุกวี ความคิดสร้างสรรค์เพื่อมาต่อยอด และที่สำคัญคือต้องผ่านความตั้งอกตั้งใจของเหล่าทีมงานในสตูดิโอหลายสิบชีวิต

อยากทำอะไรต่อไป – คำถามสุดท้ายก่อนจบ

“ก็ทำงานอาร์ต ทำแล้วมีความสุข” มุกวียิ้ม

มุก-เพลินจันทร์ วิญญรัตน์ เจ้าของแบรนด์ Mook V และ Beyond Living เล่าแพสชันในการทำงานศิลปะกับขยะและของเหลือใช้

Writer

พู่กัน เรืองเวส

พู่กัน เรืองเวส

อดีตนักเรียนสถาปัตย์ สนใจใคร่รู้เรื่องผู้คนและรูปแบบการใช้ชีวิตอันหลากหลาย ชอบลองทำสิ่งแปลกใหม่ พอ ๆ กับที่ชอบนอนนิ่ง ๆ อยู่บ้าน

Photographer

Avatar

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load