การะเวกสอดสี มักกะโรนี กระเช้าสีดา ขนมเบื้อง เกี๊ยวกรอบ

เราอยู่ในร้านกาแฟแห่งหนึ่ง แต่ชื่ออาหารต่างๆ คุ้นหูบ้าง ไม่คุ้นหูบ้าง ถูกเอ่ยขึ้นมาชวนให้ความหิวได้เริ่มทำงาน นั่นเพราะเรามีนัดพูดคุยกับ เชฟกร-ฐาปกร เลิศวิริยะวิทย์ เชฟหนุ่มแห่งห้องอาหารประเทศสิงคโปร์ ผู้หลงใหลในการเก็บสะสมตำราอาหารไทยโบราณ

ฐาปกร เลิศวิริยะวิทย์

วันนี้เขามาพร้อมกับกล่องลังบรรจุหนังสือสภาพเก่าแก่หลากหลายสีสันนับสิบเล่ม ที่ต้องใช้ความระมัดระวังในการหยิบจับอย่างมากเพื่อไม่ให้เสียหาย

เรานั่งลงและหยิบหนังสือทีละเล่มมาเปิดไล่ดูเมนูทีละอันอย่างบรรจง จินตนาการไปถึงภาพอาหารในยุคสมัยก่อน พร้อมกับฟังเรื่องราวและความสัมพันธ์ระหว่างเขากับหนังสือเหล่านี้

“เราได้ไปทำงานกับเชฟต่างชาติคนหนึ่ง แล้วเห็นเชฟชอบเปิดตำราอาหารในห้องทำงาน เราก็ลองขอดูตำราของเขา ลองเปิดสูตรหาดู เจอเมนูแปลกๆ ที่น่าสนใจเยอะมาก บางเมนูปัจจุบันก็ไม่น่าจะหาทานได้ง่ายๆ เชฟเล่าว่าบางเมนูในร้านนี่ก็เอาเมนูเก่าในตำราพวกนี้มาประยุกต์ให้ถูกปากคนทานนี่แหละ นั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราเริ่มค้นหาและเก็บตำราอาหารเก่าบ้าง ตอนแรกก็ไม่ได้เก็บเยอะนะ ไปๆ มาๆ มันงอกออกมาเอง” เชฟกรอธิบาย

ตำราอาหารไทยโบราณ

ในระยะประมาณ 3 ปีตั้งแต่เริ่มเก็บสะสม เมล็ดพันธุ์ตำราอาหารไทยของเชฟกรงอกเงยมากว่า 600 เล่ม แม้ว่าการเก็บสะสมตำราเหล่านี้อาจมีส่วนที่ยากลำบาก ทั้งราคาที่สูงกว่าหนังสือทั่วไป การต้องตามล่าหาตำราที่ใฝ่ฝัน ต้องส่งหนังสือเก่าขาดไปให้ร้านซ่อมหนังสือชุบชีวิต จนถึงต้องเก็บรักษาอย่างพิถีพิถัน แต่เชฟหนุ่มตรงหน้าเราก็ยังคงไม่หยุดเสาะหาตำราอาหารที่ถูกใจ ไม่ว่าจะจากร้านหนังสือเก่า ร้านค้าออนไลน์ จนถึงการแลกเปลี่ยนกับเพื่อนคอเดียวกัน (ซึ่งเขาเองก็บอกว่าต้องขอบคุณเจ้าของร้านหนังสือและคนรอบตัวที่ช่วยให้การสะสมนี้ดำเนินไปได้ตลอดรอดฝั่งด้วย)

ตำราอาหารไทยโบราณ

สำหรับคนที่ทำอาหารเป็นอาชีพ การได้ค้นคว้าและลงมือทำอาหารตามตำราเหล่านี้ก็เหมือนการเพิ่มพูนความรู้ของตัวเองให้มากขึ้น ด้วยข้อมูลน่าสนใจหลายส่วนอาจหาไม่ได้จากอินเทอร์เน็ต และช่วยให้หยิบจับเมนูอาหารเก่าๆ มาปรับใช้ให้เข้ากับเมนูปัจจุบันได้ เหมาะกับนิสัยเชฟกรที่ชอบลองผิดลองถูกอยู่เป็นประจำ

“พอเราได้ทดลองตามสูตรในตำรา บางอันก็ออกมาอร่อยมาก แต่บางอันกินแล้วก็รู้สึกว่ามันผิดปกติ คงเป็นเรื่องของยุคสมัยที่เปลี่ยนไปด้วย มีรสนิยมต่างกัน อย่างแกงเขียวหวานสมัยนี้บางที่ก็ใสเชียว บางที่ก็ข้นมาก ตำราพวกนี้ก็เป็นบันทึกของคนเฉพาะกลุ่มในช่วงนั้น ไม่ได้เป็นตัวแทนว่าคนทั้งประเทศนิยมชมชอบรสชาตินั้น คล้ายๆ กับข้าวแช่ที่แต่ละบ้านก็จะมีสูตรที่ต่างกันไปด้วย เราก็ลองเอามาเปรียบเทียบแล้วปรับดูให้เหมาะสม” เชฟกรเล่าสิ่งที่ได้เรียนรู้

ตำราอาหารไทยโบราณ

นอกจากเป็นคลังความรู้ชั้นยอดในด้านการประกอบอาหารแล้ว เชฟกรเล่าว่า ตำราอาหารเหล่านี้ยังเปี่ยมด้วยสาระและสุนทรีย์ทางประวัติศาสตร์และภาษา บางเล่มบันทึกวิถีชีวิตคนในสมัยก่อน ช่วยให้คนอ่านสมัยนี้เห็นพัฒนาการของบ้านเมือง ขณะที่หลายเล่มเน้นเล่าถึงวิถีชีวิตชาววัง เนื่องจากชาววังเป็นผู้ที่มีโอกาสได้เรียนหนังสือและมีฐานะ ทำให้ตีพิมพ์ตำราอาหารออกมาได้ ขณะที่ชาวบ้านอาจมีเพียงบันทึกลายมือที่ส่งต่อกันมา

ตำราอาหารไทยโบราณ

ตำราอาหารไทยโบราณ

ตำราอาหารเหล่านี้ยังเปี่ยมเสน่ห์ในด้านภาษา หลายคำแปลกตา และบางทีก็ช่วยให้รู้ยุคสมัย เช่น ตำราอาหารยุคจอมพล ป. พิบูลสงคราม ที่มีวิธีเขียนภาษาไทยแบบเฉพาะตัว

สำหรับเกณฑ์การคัดเลือกตำราอาหารที่ได้จะมาอยู่ในคลังส่วนตัว เชฟกรเล่าให้ฟังว่าไม่ได้มีกฎเกณฑ์ซับซ้อน แต่เมื่อแจกแจง เราก็เห็นถึงความหลงใหลในตำราอาหารเก่าของเขาชัดเจน เพราะเชฟเล่าว่าบางทีก็ซื้อตำราเนื้อหาเดิมที่พิมพ์ครั้งใหม่ หรือเปลี่ยนปกใหม่ เช่น แม่ครัวหัวป่าก์ ที่เขามีสะสมอยู่มากกว่า 1 แบบ

 แม่ครัวหัวป่าก์

ท้ายที่สุด การสะสมตำราอาหารของเชฟกรไม่ใช่แค่เรื่องความรักเฉพาะตัว เขายังมองว่านี่จะเป็นคลังความรู้และขุมทรัพย์สำหรับคนรุ่นต่อไป

“มีคำถามเหมือนกันนะว่าเก็บไปเพื่ออะไร ก็ถามมาจากแม่ผมเองนี่แหละ (หัวเราะ) ว่าทำไมไม่ขายทิ้ง ผมบอกว่าขายไม่ได้หรอก เผื่อไว้สำหรับอนาคต เราทำเป็นห้องสมุดได้ ใครมาหาสูตรจะได้หาได้ง่าย ถ้าใครไม่มีเล่มไหนแล้วอยากได้เมนู เราก็ถ่ายรูปส่งให้เขาได้” เชฟหนุ่มผู้สะสมความรู้จากยุคอดีตไว้กล่าว

 

5 ตำราคัดสรรที่อยากรักษาไว้

เข้าขวัญปรุงตามตำรับ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเยาวภาพงศ์สนิท (หนังสือจากงานพระราชทานเพลิงศพของพระองค์เจ้าเยาวภาฯ)

เข้าขวัญปรุงตามตำรับ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเยาวภาพงศ์สนิท

ตำราเล่มนี้เป็นการรวบรวมตำรับอาหารส่วนพระองค์ของพระองค์เจ้าเยาวภาพงศ์สนิท ผสมกับความรู้การครัวและการทำอาหารจากบรรดาประยูรญาติในราชสกุลสนิทวงศ์ ที่แต่ละพระองค์เขียนสูตรมาเพื่อตีพิมพ์แจกในงานพระราชทานเพลิงศพ ความพิเศษจึงอยู่ที่การเป็นหนังสือที่เขียนโดยตระกูลที่ชำนาญในเรื่องการทำอาหาร และมีลงรายละเอียดไว้ว่าเป็นสูตรของใครบ้างในราชตระกูล เมนูหลายอย่างมีอิทธิพลจากของต่างชาติและจีนที่ถูกนำมาปรับให้มีความเป็นไทยมากขึ้น

แม่ครัวหัวป่าก์

แม่ครัวหัวป่าก์

ตำราเล่มแรกที่เราเก็บสะสมคือ แม่ครัวหัวป่าก์ เพราะเป็นฉบับเบสิกที่สุด ใช้บ่อย ใช้ได้จริง เรื่องราวของตำราเล่มนี้คือเป็นตำราอาหารยุคบุกเบิกอันขึ้นชื่อของประเทศไทย แต่งโดยท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรวงค์ ประกอบไปด้วย 5 เล่ม ผ่านการตีพิมพ์มา 9 ครั้ง มีความละเอียดในเนื้อหา เป็นจุดเริ่มต้นของการแบ่งหมวดหมู่ของอาหารหรือที่เรียกกันในสมัยนั้นว่าบริเฉทอย่างชัดเจน เช่น แบ่งเป็นแกง การจ่ายตลาด การหุงต้ม ฯลฯ มีเมนูบางอย่างที่ยังมีอยู่อย่างฉู่ฉี่ปลาทูสด ซึ่งเรายังเห็นกันอยู่ในปัจจุบัน แต่ว่ารสชาติอาจจะไม่เหมือนสมัยนั้น หรือบางอย่างก็ไม่มีใครกินกันในปัจจุบันแล้วอย่างแกงเต่าขั้วต้ม บางอันก็มีปลาแซลมอนด้วย

ตำราอาหารที่ไม่มีชื่อเรื่อง

ตำราอาหาร

ตำราเล่มนี้ไม่มีปก สภาพที่เห็นอยู่นี่คือเราไปซ่อมมาเอง เราไม่รู้ว่าใครแต่ง เปิดหนังสือมาก็เป็นสูตรเลย แต่เท่าที่ดูคือมีเมนูอาหารฝรั่งแล้ว น่าจะไม่เก่ามาก สมัยรัชกาลที่ 5 หรือ 6 เมนูแต่ละอันในหนังสือเล่มนี้จะเขียนไว้สั้นๆ ไม่ได้บอกหน่วยในการชั่งตวงด้วย ก็ต้องกะวัตถุดิบแล้วชิมเอา สูตรไม่ชัดเจน แต่เป็นเล่มที่ทำให้เราได้ทดลองดี

 ตำรับปรุงอาหารสำรับรอบปี

ตำรับปรุงอาหารสำรับรอบปี

นี่เป็นตำราอาหารของหลานของแม่ครัวหัวป่าก์ พิมพ์แค่ 3 เล่มแล้วก็เลิกพิมพ์ เราซื้อมาสะสมเพราะมันเล่มหนา มีสูตรให้ลองเยอะ แต่เวลาทำอาหารจากตำราเล่มนี้ เราต้องปรับเปลี่ยนวัตถุดิบบางอย่าง เพราะมีสิ่งที่ผิดกฎหมายในปัจจุบัน เช่น เมนูสัตว์ป่า รวมถึงมีการใช้วัถตุดิบหายาก หรือหาได้แต่ไม่มีใครกินแล้ว เช่น แกงเผ็ดค้างคาวแม่ไก่ และเมนูที่ใช้นกปากส้อม

ตำราอาหารเขียนด้วยลายมือ

ตำราอาหาร

ตำราอาหารเขียนด้วยลายมือ

ตำราเล่มนี้เขียนด้วยลายมือ ไม่รู้เหมือนกันว่าใครเขียน ที่น่าสนใจคือหนังสือเหล่านี้มักจะมีจดหมายบางอย่างแนบมาด้วย อย่างฉบับนี้เขียนตอน พ.ศ 2486 ก็ได้เห็นว่าชาวบ้านสมัยก่อนเขาคิดอะไร ทำอะไรกันบ้าง เหมือนหลุดออกมาจากบ้านสมัยนั้น แม่หรือยายเขียนไว้แล้วรุ่นลูกหลายเห็นเป็นหนังสือไม่มีค่าเลยขายทิ้ง เล่มนี้เมนูอาหารเยอะเป็นร้อยเมนูเลย

 

ขอบคุณสถานที่: Onedeecafe

Writer

Avatar

ปัน หลั่งน้ำสังข์

บัณฑิตวิศวฯ ที่ผันตัวมาทำงานด้านสื่อ เพราะเชื่อว่าเนื้อหาดี ๆ จะช่วยให้คนอยากมีชีวิตอยู่ต่อไป

Photographer

Avatar

จิรณรงค์ วงษ์สุนทร

Art Director และนักวาดภาพประกอบ สนใจเรียนรู้เรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลังของอาหารกับกาแฟ รวบรวมทั้งร้านที่คิดว่าอร่อย และความรู้เรื่องอาหารไว้ที่เพจถนัดหมี และรวมร้านกาแฟที่ชอบไปไว้ใน IG : jiranarong2

The Collector

คอลเลกชันความหลงใหลของนักสะสมนานาประเภท

เราลองเสิร์ชหาเล่น ๆ ว่า ห้องครัวโดยทั่วไปควรมีขนาดเท่าไหร่ 

เว็บไซต์หัวนอกระบุไว้ค่อนข้างหลากหลาย ตั้งแต่ 80-360 ตารางฟุต หรือประมาณ 7-33 ตารางเมตร นั่นแปลว่า ไม่มีขนาดมาตรฐานที่ชัดเจน ขึ้นอยู่กับพื้นที่ ความสะดวก และความชอบ

มิน่า พลอยดาว ธีระเวช ผู้กำกับประจำกองบรรณาธิการ The Cloud และเจ้าของอินสตาแกรม minithaicooking จึงสะสมความสุขไว้มหาศาลบนพื้นที่ไม่ถึง 100 ตารางเซนติเมตร และจริง ๆ พื้นที่ความสุขของเธอเล็กกว่านั้นมาก มากถึงขั้นที่ความกว้างยาวต้องใช้หน่วยวัดเป็นมิลลิเมตรเลยทีเดียว

เธอเขียนประวัติเอาไว้ในเว็บไซต์ The Cloud ว่า ตัวเองเป็นคนที่ชอบถ่ายภาพอาหาร ชอบดูคนทำอาหาร ชอบซื้ออาหารแล้วบังคับให้คนอื่นทาน ชอบทำอาหารทั้งขนาดปกติและขนาดจิ๋ว ชอบชาเขียวและชอบเที่ยวตลาดอาหาร

ทุกอย่างมีแต่เรื่อง ‘กิน’ ของสะสมขนาดจิ๋วที่เก็บเอาไว้ตั้งแต่ประถม จนตอนนี้มีมากกว่า 2,000 ชิ้น จึงมีสมาชิกส่วนใหญ่เป็นเครื่องครัวที่ปาเข้าไปครึ่ง ๆ ของหมวดอื่น

ครั้งนี้ พลอยดาวยกครัวมาเปิดถึงที่ เปลี่ยนโต๊ะออฟฟิศเป็นบ้าน เปลี่ยนเพื่อนร่วมงานเป็นลูกค้าที่มารอทานเกี๊ยวซ่าจิ๋ว ไม่อิ่มท้อง แต่อิ่มใจ พลางฟังเรื่องราวน่ารักของสาวอินโทรเวิร์ตที่ยินดีสนุกอยู่คนเดียว

'พลอยดาว ธีระเวช' นักสะสมเครื่องครัวจิ๋วกว่า 2,000 ชิ้น เล็กสะใจและใช้ทำอาหารได้จริง
'พลอยดาว ธีระเวช' นักสะสมเครื่องครัวจิ๋วกว่า 2,000 ชิ้น เล็กสะใจและใช้ทำอาหารได้จริง

เมื่อ 3-4 ปีก่อน พลอยดาวประเดิมการทำอาหารจิ๋วจานแรกด้วยเมนูบัวลอย ซึ่งเป็นหนึ่งในวิดีโอโปรเจกต์ Mini Thai Cooking ที่ทำให้กับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย – Amazing Thailand ต่อมาครัวไทยของเธอก็ขยายใหญ่ขึ้นตามมาด้วยเมนูฉู่ฉี่ แกงมัสมั่น ส้มตำ ผัดไทย ข้าวเกรียบปากหม้อ ลูกชิ้นทอด ข้าวคลุกกะปิ และข้าวเหนียวมะม่วง

เธอตั้งกล้องถ่ายวิดีโอทุกขั้นตอน ทำเครื่องแกงเองอย่างตั้งใจ ทุกอย่างถูกใส่อยู่ในภาชนะเครื่องปั้นดินเผาสไตล์ไทย หั่นด้วยมีดด้ามเล็ก กวนด้วยทัพพีอันน้อย และทำให้สุกด้วยเตาถ่านที่ใหญ่ไม่ถึง ¼ ของฝ่ามือ พลอยดาวถึงกับออกปากว่าเหนื่อยมาก ต้องรีบจุดรีบทำ เพราะถ่านขนาดเล็กจึงดับเร็วกว่าปกติ

เราเองก็อยากมีสมาธิจดจ่อกับของชิ้นเท่าเล็บได้นับชั่วโมงอย่างนั้นบ้าง แต่เห็นได้ชัดว่าคงจะหงุดหงิดตัวเองจนล้มเลิกความตั้งใจไป

พลอยดาวบอกว่าเธอไม่เป็นอย่างนั้น ยิ่งได้จดจ่อกับของที่เล็กเท่าไหร่ ยิ่งมีความสุขและรู้สึกสงบมากกว่าเดิม ซึ่งนิสัยนี้ติดตัวมาตั้งแต่ยังเด็ก

“ด้วยความที่เป็นลูกคนเดียว ญาติก็เป็นผู้ชายหมด พี่เลยโตมากับการปั้นดินน้ำมันเป็นอาหารกับแม่ จัดห้องครัวแล้วเรียกแม่มาดู เริ่มตั้งแต่อายุ 6-7 ขวบ ตอนนี้ผ่านมา 30 กว่าปีแล้ว (หัวเราะ) 

“เครื่องครัวที่มากับบาร์บี้เราก็เล่น แต่ตอนนี้ถือว่าใหญ่ไปแล้ว เราชอบของจิ๋วมากจนแม่ยอมซื้อภาชนะเซรามิกชุดแรกให้ตอนประถม เป็นงานคนไทย เพนต์ด้วยมือ เราก็ยินดีจะเล่นคนเดียว เพราะเป็นเด็กอินโทรเวิร์ต แม่เลยเปลี่ยนตู้หนังสือช่องหนึ่งให้เป็นห้องนั่งเล่นและห้องครัว ให้เราเอาตู้เย็น เตา อุปกรณ์ต่าง ๆ ไปยัดเอาไว้” 

'พลอยดาว ธีระเวช' นักสะสมเครื่องครัวจิ๋วกว่า 2,000 ชิ้น เล็กสะใจและใช้ทำอาหารได้จริง
ช้อนที่พลอยดาวบอกว่า เล็กสะใจที่สุด
'พลอยดาว ธีระเวช' นักสะสมเครื่องครัวจิ๋วกว่า 2,000 ชิ้น เล็กสะใจและใช้ทำอาหารได้จริง
ภาชนะชุดแรกที่คุณแม่ซื้อให้
'พลอยดาว ธีระเวช' นักสะสมเครื่องครัวจิ๋วกว่า 2,000 ชิ้น เล็กสะใจและใช้ทำอาหารได้จริง
ของสะสมคอลเลกชันจากฝรั่งเศส

แม้จะมีกิจกรรมอื่นให้เล่นกับเพื่อนและญาติ แต่เด็กหญิงพลอยดาวก็ยังชื่นชอบทุกอย่างที่มีขนาดเล็ก (ก.ไก่ล้านตัว) เป็นชีวิตจิตใจ ถึงขั้นเอาความชอบไปปรับใช้กับการเขียนลายมือให้เล็กที่สุดจนถูกครูดุ

อีกเรื่องที่ไม่แน่ใจว่าเกี่ยวข้องกันมากน้อยเพียงใด แต่เธอเล่าให้ฟังว่าตนเองมีอาการ Megalophobia คือรู้สึกอึดอัด มือสั่น หรือมีอาการวูบบางครั้งเวลาต้องอยู่ท่ามกลางอาคารหรือสิ่งของที่มีขนาดใหญ่ เมื่อกลับบ้านหลังจากวันที่เหนื่อยล้า ของสะสมเหล่านี้จึงเป็นเพื่อนที่ดีที่สุด

“ความสุขและความสนุกคือการได้จับ ของเล็กมันต้องจับ นั่งดูรายละเอียด ยิ่งได้ทำอาหารจิ๋ว ยิ่งภูมิใจว่ามันต้องเหมือนจริงที่สุด บอกตามตรง ไม่คิดเลยว่าจะมาถึงจุดที่ปั้นเกี๊ยวเล็กขนาดนี้ได้ (หัวเราะ) ขอปั้นไปเล่าไปนะ” เธอใช้ช้อนจิ๋วปั้นหมูวางบนแผ่นเกี๊ยวซ่า ก่อนหันไปจุดเตาด้วยเทียน วางหม้อใส่น้ำไว้ด้านบน

'พลอยดาว ธีระเวช' นักสะสมเครื่องครัวจิ๋วกว่า 2,000 ชิ้น เล็กสะใจและใช้ทำอาหารได้จริง
'พลอยดาว ธีระเวช' นักสะสมเครื่องครัวจิ๋วกว่า 2,000 ชิ้น เล็กสะใจและใช้ทำอาหารได้จริง

“สมัยก่อนเราเริ่มเล่นทำขนมครกในเตาเล็ก ๆ ทุกคนน่าจะเคยเห็นที่ขายกันตามตลาดนัดหรือตลาดน้ำ จริง ๆ คนไทยผลิตและสะสมของจิ๋วมานานแล้ว โดยเฉพาะเครื่องปั้นดินเผา (ชี้นิ้วไปที่กล่อง) แต่ไม่ต้องถ่ายภาพหรอก มันธรรมดาไป”

เธอใช้เวลาอยู่กับของสะสมหลังเลิกงานประมาณหนึ่งชั่วโมง แต่เมื่อไหร่ที่ต้องทำอาหารจะถือเป็นเรื่องใหญ่ เพราะต้องถ่ายวิดีโอไปด้วย

'พลอยดาว ธีระเวช' นักสะสมเครื่องครัวจิ๋วกว่า 2,000 ชิ้น เล็กสะใจและใช้ทำอาหารได้จริง
'พลอยดาว ธีระเวช' นักสะสมเครื่องครัวจิ๋วกว่า 2,000 ชิ้น เล็กสะใจและใช้ทำอาหารได้จริง

เวลาผ่านไป เป้าหมายใหม่คือการหาของที่เล็กลงกว่าเดิม แต่เมื่อโตขึ้น ค่าใช้จ่ายที่มอบให้กับงานอดิเรกก็เพิ่มตาม จากของสะสมราคาหลักสิบพุ่งสู่หลักพัน โดยเซ็ตสุดรักสุดหวงของเธอนำเข้าจากญี่ปุ่น ประกอบไปด้วยตะกร้อตีไข่ ถ้วย มีดตัดขนมปัง ตะบวย และกระทะเหล็ก ที่ทำจากเหล็กจริง รายละเอียดสมจริงสมราคา ส่วนปัจจุบันไม่มีทำแล้วจึงถือเป็นของหายาก

“ของพวกนี้เขาไม่ได้ทำเยอะ เพราะไม่ใช่ของที่คนทั่วไปซื้อ เซ็ตนี้สั่งซื้อมาจากเว็บ ร้านเขาเป็นชาวญี่ปุ่นที่ไม่พูดภาษาอังกฤษ เราต้องให้เพื่อนช่วยสั่งให้ แล้วไปส่งที่บ้านเพื่อน ไม่ก็ให้เพื่อนส่งไปที่โรงแรมของเรา เพราะถ้าคุยเองไม่รู้เรื่อง บางเซ็ตเรานั่งรถไฟไปถึงร้าน แต่โทรแล้วไม่รับ ไม่เปิดก็มี”

'พลอยดาว ธีระเวช' นักสะสมเครื่องครัวจิ๋วกว่า 2,000 ชิ้น เล็กสะใจและใช้ทำอาหารได้จริง
'พลอยดาว ธีระเวช' นักสะสมเครื่องครัวจิ๋วกว่า 2,000 ชิ้น เล็กสะใจและใช้ทำอาหารได้จริง
ชุดจากญี่ปุ่นที่ทั้งหวงและหายาก
'พลอยดาว ธีระเวช' นักสะสมเครื่องครัวจิ๋วกว่า 2,000 ชิ้น เล็กสะใจและใช้ทำอาหารได้จริง
ร่องรอยการใช้งานบนกระทะ

ระหว่างรอน้ำเดือด เราหยิบกระทะทองเหลืองสำหรับขนมไทยขึ้นมาดู หูของมันหลุดออกไปแล้ว ที่ก้นกระทะก็มีรอยไหม้สีดำติดอยู่ เช่นเดียวกับกระทะอีกใบที่ทิ้งเขม่าเอาไว้บนฝ่ามือ นี่คือหลักฐานว่าสิ่งของทุกชิ้นถูกใช้จริง เธอจึงเลือกซื้อเฉพาะชิ้นที่ระบุว่า โดนความร้อนได้ ส่วนมีดหรืออุปกรณ์อื่นที่มาแบบไม่คม เธอก็ลับด้วยตะไบเล็บจนมันหั่นและบาดได้จริง

“การเอาของสะสมมาใช้คือการเอ็นจอยในอีกรูปแบบ มันคือการสร้างงานศิลปะ ไม่ว่าจะเป็นวิดีโอและอาหาร”

'พลอยดาว ธีระเวช' นักสะสมเครื่องครัวจิ๋วกว่า 2,000 ชิ้น เล็กสะใจและใช้ทำอาหารได้จริง
'พลอยดาว ธีระเวช' นักสะสมเครื่องครัวจิ๋วกว่า 2,000 ชิ้น เล็กสะใจและใช้ทำอาหารได้จริง

“ของส่วนใหญ่ซื้อตอนโต เพราะเริ่มมีให้เห็นเยอะขึ้น แต่เวลาผ่านไปความละเอียดของงานก็เพิ่มขึ้น เหมือนจริงมากขึ้น เราวัดความหรูหราจากวัสดุและการใช้งาน ราคาไม่เกี่ยง” เธอบอกเช่นนั้นแล้วหัวเราะแผ่ว ๆ

อีกสองอย่างที่น่าภูมิใจสำหรับนักสะสมอย่างเธอคือ การทำเมล็ดข้าวโดยปั้นเองทีละเม็ดจากข้าวเจ้า และเครื่องครัวไม้ 17 ชิ้น ซึ่งเธอแกะสลักด้วยตัวเองใช้เวลาต่อชิ้นร่วมชั่วโมง โดยใช้เพียงแค่ปากกาแกะสลักกับมือเปล่า ๆ มองผ่านแว่นขยายเพื่อให้เห็นรายละเอียดชัดเจน

“ขายสัก 2,000 บาท ใครสนใจติดต่อได้”

'พลอยดาว ธีระเวช' นักสะสมเครื่องครัวจิ๋วกว่า 2,000 ชิ้น เล็กสะใจและใช้ทำอาหารได้จริง
'พลอยดาว ธีระเวช' นักสะสมเครื่องครัวจิ๋วกว่า 2,000 ชิ้น เล็กสะใจและใช้ทำอาหารได้จริง

ครบกำหนดเวลา แม่ครัวเปิดฝาหม้อที่ร้อนจนต้องใช้กระดาษทิชชูจับ เธอนำเกี๊ยวซ่าออกมาวางในชาม เติมน้ำซุปลงไปพอกรุบกริบ ตามด้วยต้นหอมซอยที่ต้องระวังไม่ให้หายใจแรง เพราะคงจะพัดต้นหอมหายหมด

ระหว่างต่อคิวรอชิม เธออธิบายว่าสิ่งของขนาดเล็กละลานตาจำแนกได้หลายขนาด วัดได้หลายสเกลไม่ว่าจะเป็น 1:12 1:24 1:87 1:150 หรือ 1:160 เมื่อเทียบกับขนาดจริง แต่พลอยดาวบอกว่า คนที่ทำอาหารส่วนใหญ่ยังใช้อุปกรณ์ที่จิ๋วไม่จริง เธอจึงมั่นใจว่าไม่มีใครใช้และทำได้จิ๋วเท่าเธอ

“เคยส่งไปหา Guinness World Records ช่วงโควิด-19 ด้วยนะ แต่ไม่ได้จ่ายค่าสมัครแพง เขาเลยไม่มา ส่งไปว่าเราเป็นคนทำอาหารที่เหมือนจริงที่สุดและเล็กที่สุด แต่ทางนั้นบอกว่าไม่มีข้อพิสูจน์ว่ามันเล็กที่สุด”

'พลอยดาว ธีระเวช' นักสะสมเครื่องครัวจิ๋วกว่า 2,000 ชิ้น เล็กสะใจและใช้ทำอาหารได้จริง
'พลอยดาว ธีระเวช' นักสะสมเครื่องครัวจิ๋วกว่า 2,000 ชิ้น เล็กสะใจและใช้ทำอาหารได้จริง

“ของเหล่านี้เป็นแฮนด์เมด แต่อันที่เป็นโรงงานก็มี คุณค่าอยู่ที่การเพนต์และการเก็บงาน แต่น่าเสียดายว่าถ้าเป็นงานคนไทยหลายอันจะไม่ค่อยละเอียดเท่าไหร่ อย่างอันที่ราคาหลักสิบก็จะไม่ค่อยละเอียด ซื้อจากจตุจักร คุณภาพจะต่างจากอันที่ราคาหลักร้อยหลักพัน แต่เครื่องแก้วอันนี้ของคนไทยละเอียดอยู่”

รวม ๆ แล้วพลอยดาวละลายทรัพย์ไปหลายแสนบาท เธอซื้อครั้งละหลายชิ้นในคราวเดียวเผื่อใช้แล้วเสียหาย

“แต่มันคุ้มค่านะ เราเป็นคนที่มีสมาธิในการทำงานฝีมือเพราะทำของจิ๋วเหล่านี้ ในบ้านไม่มีอะไรเป็นระเบียบเลยนอกจากการเก็บของจิ๋วเช่นกัน ก็รักอะนะเลยเก็บดี เห็นเขาอยู่ด้วยกันเยอะ ๆ แล้วรู้สึกดี” – ถ้ามีคนมาขอซื้อจะขายไหม

“ไม่ขายแน่นอน บางอย่างไม่มีแล้ว หรือต่อให้หาได้ การซื้อครั้งแรกกับการซื้อครั้งต่อไปก็ไม่เหมือนกัน เราซื้อครั้งแรกเพราะเห็นแล้วชอบ แต่การซื้อเพิ่มมันเหมือนแค่ซื้อมาเติมสิ่งที่เคยมีแล้วหายไป”

เปิดครัวจิ๋วที่สะสมไว้ตั้งแต่ประถมของผู้กำกับสาว 'พลอยดาว ธีระเวช' ไม่อิ่มไม่เป็นไร แต่ต้องเล็กสะใจและใช้ได้จริง
เปิดครัวจิ๋วที่สะสมไว้ตั้งแต่ประถมของผู้กำกับสาว 'พลอยดาว ธีระเวช' ไม่อิ่มไม่เป็นไร แต่ต้องเล็กสะใจและใช้ได้จริง
ชุดเครื่องแก้วฝีมือคนไทย
เปิดครัวจิ๋วที่สะสมไว้ตั้งแต่ประถมของผู้กำกับสาว 'พลอยดาว ธีระเวช' ไม่อิ่มไม่เป็นไร แต่ต้องเล็กสะใจและใช้ได้จริง
ถาดช็อกโกแลตอันโปรด

ความฝันของพลอยดาวในตอนนี้มีอยู่ 2 ข้อ คือ การไปเรียนต่อวงจรไฟฟ้าและเรียนทำเฟอร์นิเจอร์ เพื่อสร้างห้องครัวที่จริงและจิ๋ว มีระบบไฟฟ้าที่ใช้งานได้และระบบน้ำที่เปิดใช้จากก๊อกได้จริง แม้ปัจจุบันจะมีขาย แต่สเกลยังใหญ่เกินไปและกระจัดกระจายไม่เป็นรูปแบบเดียวกัน ส่วนความฝันที่สองคือ การเปิดร้านอาหารจิ๋ว ให้ลูกค้ากินของจิ๋วพร้อมส่องแว่นขยายไปด้วย

“กลุ่มเป้าหมายคือคนที่ชอบเหมือนเรา แต่อีกมุมเราจะชอบมากเวลาที่เห็นคนอึดอัดหรือหงุดหงิด (หัวเราะ) เรากวนตีนไหม” 

“แต่การสะสมพวกนี้มันดีจริง ๆ นะ ไม่ว่าจะสะสมอะไรที่ไม่เหมือนคนอื่น มันทำให้เห็นว่าสิ่งเหล่านี้มีจริงบนโลก พอได้เจอกับคนที่ชอบเหมือนกันเลยยิ่งรู้สึกดี”

เปิดครัวจิ๋วที่สะสมไว้ตั้งแต่ประถมของผู้กำกับสาว 'พลอยดาว ธีระเวช' ไม่อิ่มไม่เป็นไร แต่ต้องเล็กสะใจและใช้ได้จริง
เปิดครัวจิ๋วที่สะสมไว้ตั้งแต่ประถมของผู้กำกับสาว 'พลอยดาว ธีระเวช' ไม่อิ่มไม่เป็นไร แต่ต้องเล็กสะใจและใช้ได้จริง
สมมติหม้อจิ๋ว 1 ใบคือความสุข 1 ขีด เรามีหม้อจิ๋ว 1,000 ใบ คือเรามีความสุข 1,000 ขีด แต่ในความเป็นจริง เรามีความสุขไม่รู้จบแล้ว 

ติดตามสารพัดเมนูจิ๋วต่อได้ที่ : minithaicooking

Writer

วโรดม เตชศรีสุธี

วโรดม เตชศรีสุธี

นักจิบชามะนาวจากเมืองสรอง หลงใหลธรรมชาติ การเล่าเรื่อง และชอบสูดกลิ่นอายแห่งอารยธรรม

Photographer

Avatar

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load