7 Jul 2018
4 PAGES
3 K

“So what does one do around here?

Wait for the summer to end.”

 

Call Me By Your Name, Lombardia, โลเคชัน

 

เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา เชื่อว่าหลายๆ คนคงได้ประสบพบรักกับเรื่องราวระหว่างทางการเติบโตของ ‘เอลิโอ’ (รับบทโดย ทิโมธี ชาลาเมต์) ท่ามกลางความสับสนของรักแรกกับการมาของแขกครอบครัว ‘โอลิเวอร์’ (รับบทโดย อาร์มี แฮมเมอร์) ในช่วงฤดูร้อนปี 1983 กับภาพยนตร์อินดี้ม้ามืดเวทีออสการ์ Call Me By Your Name ผลงานการกำกับหนังยาวลำดับที่ 5 ของผู้กำกับชาวอิตาลี ‘ลูก้า กัวดาญีโน’

แต่นอกจากเรื่องรักละมุนแล้ว นักแสดงจอมขโมยซีนของเรื่องนี้ คงต้องยกรางวัลให้กับโลเคชันของประเทศอิตาลีตอนเหนือในช่วงซัมเมอร์ที่มาพร้อมกับแดดอุ่นๆ ชวนเพ้อฝัน และเสียงลมกระทบใบไม้ที่ไพเราะเกือบเท่าดนตรีประกอบ จนเกิดเป็นคำถามที่ค้างอยู่ในใจชวนละเม้อเพ้อฝันถึงบรรยากาศแบบนั้นบ้าง

เมื่อย่างเข้าอิตาเลียนซัมเมอร์ปีนี้ จึงทำการตีตั๋วพร้อมออกเดินทางอย่างไม่ลังเล ด้วยความมุ่งมั่นอยาก เราและเพื่อนจึงจองตั๋วและรถยนต์โดยมีมิลานเป็นเมืองตั้งต้น ออกเดินทาง Day Trip เพื่อสัมผัสบรรยากาศแบบอิตาลีและมนตร์เสน่ห์แคว้นลอมบาร์เดีย (Lombardia) บ้านหลักของ Call Me By Your Name ผ่านสายตาของ ลูก้า กัวดาญีโน

 

Pandino

“Well, if you only know how little I know about things that matter.”

ป้ายแรกของการเดินทางอาจจะไม่ใช่จุดหลักของในหนัง แต่เรียกว่าเป็นแลนด์มาร์กสำคัญระดับ Turning Point ในหนังเลยก็ว่าได้ กับฉากบอกความในใจครั้งแรกของเอลิโอที่เขามีให้กับโอลิเวอร์ ที่เมืองปันดิโน (Pandino) แห่งนี้

Call Me By Your Name, Lombardia, โลเคชัน

ปันดิโนอยู่ห่างจากมิลานเพียงแค่ประมาณ 40 กิโลเมตรค่อนมาทางตะวันออก ใช้เวลาขับรถประมาณ 50 นาที ถือว่าเป็นหนึ่งเมืองเล็กๆ ในแคว้นลอมบาร์เดีย ที่ช่วงกลางวันค่อนข้างเงียบ มีแต่ผู้สูงอายุที่เดินไปเดินมา ใจกลางเมืองมีร้านค้าประปราย เปิดบ้างไม่เปิดบ้าง แต่หากจะมีเสียงดังก็คงจะเป็นเสียงจากสภากาแฟสูงวัยที่นั่งร้านแถวนั้น

แต่นั่นแหละ… เป้าหมายหลักของที่นี่ไม่ใช่เรื่องของการช้อปปิ้งในเมืองเล็กๆ แต่ต้องยกให้ ‘Monumento ai caduti’ หรือแปลตรงตัวคือ อนุสาวรีย์ของผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นที่ถูกพูดถึงในเรื่อง โดยบนโขดหินนั้นเป็นนายทหารยกหินเพื่อทำร้ายนกอินทรีย์ฮาบส์บวร์ก เป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้กับพวกบุกรุก รวมถึงมีรายชื่อของชาวปันดิโนที่เสียชีวิตในสงครามครั้งนั้นอีกด้วย

Call Me By Your Name, Lombardia, โลเคชัน

Call Me By Your Name, Lombardia, โลเคชัน Call Me By Your Name, Lombardia, โลเคชัน

แต่ถ้ารู้สึกว่าไหนๆ ก็มาถึงเมืองนี้แล้ว มีอะไรให้ทำอีกบ้างมั้ย มันเปลีองค่าน้ำมันมาแล้วอะแก ก็ต้องขอแนะนำ Castello Visconteo ซึ่งภายนอกเป็นปราสาทเก่าแก่สไตล์โกธิก โดยยืนหยัดตระหง่านกลางปันดิโนมาตั้งแต่ช่วงปี 1350 แล้ว

ในสมัยก่อนตอนที่ปราสาทนี้ยังใหม่อยู่ ภาพบนผนังนั้นมีลวดลายสวยงามขึ้นชื่อลือชา กาลเวลาผันเปลี่ยนทำให้บางส่วนนั้นเลือนหาย แต่สถานที่นี้ก็ยังถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีในฐานะศูนย์กลางของเมืองและเทศบาล เป็นที่ตั้งของโรงเรียน ห้องสมุด และสถานีตำรวจอีกด้วย เป็นอีกหนึ่งบรรยากาศน่ารักๆ แบบชุมชนที่แท้จริง

Call Me By Your Name, Lombardia, โลเคชัน Call Me By Your Name, Lombardia, โลเคชัน

แนะนำเพิ่มเติม : ถ้าจะเอาให้จบครบสูตรเมืองปันดิโน ตรงจัตุรัส ‘Monumento ai caduti’ มีร้านกาแฟที่โอลิเวอร์เดินเข้าไปซื้อบุหรี่ ด้านหน้ามีป้ายต้อนรับนักท่องเที่ยวขึ้นรูปจากหนังด้วยเนื้อหาเชิญชวนให้ทุกคนมาสัมผัสบรรยากาศแบบโอลิเวอร์ได้ในร้าน

Call Me By Your Name, Lombardia, โลเคชัน  Call Me By Your Name, Lombardia, โลเคชัน  Call Me By Your Name, Lombardia, โลเคชัน

 

Crema

ในตัวหนังสือของ Call Me By Your Name นั้นระบุไว้ว่าเรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นในชายทะเลเมดิเตอร์เรเนียน แคว้นลีกูเรีย (Liguria) แต่ด้วยความที่ผู้กำกับ ลูก้า กัวดาญีโน มีพื้นเพเป็นคนบ้านใกล้เรือนเคียงกับเมืองเครม่า (Crema) อยู่แล้ว ทำให้ลูก้าเล็งเห็นศักยภาพความงามของเมือง เครม่าที่สื่อถึงความเป็นอิตาลีแท้ๆ แบบไม่เวอร์วังด้วยเสน่ห์ความเก่าแก่ที่ยังถูกเก็บไว้อย่างดี เมืองนี้ถูกปักหมุดให้เป็นจุดศูนย์กลางของภาพยนตร์เรื่องนี้กับภาพจำของสองหนุ่มโอลิเวอร์และเอลิโอที่นัดขี่จักรยานมาที่จัตุรัสเพื่ออ่านหนังสือ เขียนจดหมาย ซึมซับแดดหน้าร้อนแบบอิตาเลียน

Call Me By Your Name, Lombardia, โลเคชัน

Call Me By Your Name, Lombardia, โลเคชัน

เมืองเครม่ามีขนาดเล็กกำลังน่ารักแบบเดินเพลินๆ ได้ เป็นเมืองจุดศูนย์กลางที่มีหมู่บ้านเล็กๆ รายล้อมอยู่ประปราย ชีวิตคนที่ช่างต่างกับในเมืองใหญ่ด้วยบรรยากาศไม่รีบร้อน ร้านรวงปิดกันช่วงบ่ายเพื่อพักผ่อนนอนกลางวัน โซนในเมืองเงียบสงบด้วยจำนวนรถที่สัญจรไปมาน้อย แต่พลุกพล่านด้วยประชากรขี่จักรยานเหมือนในหนังไม่ผิดเพี้ยน

Call Me By Your Name, Lombardia, โลเคชัน

Call Me By Your Name, Lombardia, โลเคชัน

Call Me By Your Name, Lombardia, โลเคชัน

Call Me By Your Name, Lombardia, โลเคชัน

Call Me By Your Name, Lombardia, โลเคชัน

สำหรับแฟนหนังไม่ต้องห่วงว่าจะต้องเดินให้เมื่อยทั่วเมือง เพราะโลเคชันที่เกี่ยวข้องกับเครม่านั้นล้วนแล้วแต่อยู่ใจกลางจัตุรัสเห็นเด่นชัดด้วยโบสถ์ใหญ่ประจำเมือง และตั้งแต่หนังเรื่องนี้ได้ออกฉายก็สร้างชื่อเสียงให้กับเมืองนี้เป็นอย่างมาก จนสังเกตได้ว่าประชากรที่นี่ก็แลดูยินดีปรีดาและภูมิใจกับหนังเรื่องนี้มากๆ และพร้อมต้อนรับขับสู้นักท่องเที่ยวทีมีจำนวนมากขึ้น ถึงขั้นเตรียมพื้นที่ให้สายติ่งได้ถ่ายรูปเลียนแบบเอลิโอและโอลิเวอร์กันเลยทีเดียว หรือแม้กระทั่งร้านขายดนตรีก็มีแผ่นเสียงเพลงประกอบภาพยนตร์อวดโชว์อยู่หน้าร้าน

Call Me By Your Name, Lombardia, โลเคชัน Call Me By Your Name, Lombardia, โลเคชัน

Call Me By Your Name, Lombardia, โลเคชัน

Call Me By Your Name, Lombardia, โลเคชัน

แนะนำเพิ่มเติม : แนะนำให้นั่งที่ร้านไอศครีม ‘GGlace’ ตรงจัตุรัส เพราะสามารถนั่งข้างนอกมองดูหอนาฬิกาที่อยู่ติดกับโบสถ์ ให้ความรู้สึกเหมือนฉากในหนังมากที่สุด สามารถสั่งมื้อเที่ยงหรือกินเบาๆ แค่เจลาโต้ก็ได้เช่นกัน

 

Moscazzano

Call me by your name and I’ll call you by mine.”

ขับออกจากเครม่าลงมาทางใต้มาไม่ถึง 20 นาที ก็จะถึงอีกหนึ่งเมืองน้อยหลบซ่อนอยู่อย่างเงียบเชียบ แต่ถ้าไม่มาก็คงจะถือว่าพลาดอย่างใหญ่หลวง เพราะมอสกัซซาโน (Moscazzano) นี่แหละคือที่ตั้งของโลเคชันหลัก นั่นก็คือบ้านของเอลิโอนั่นเอง

Call Me By Your Name, Lombardia, โลเคชัน

Villa Albergoni คือคฤหาสน์เก่าแก่ที่ตั้งอยู่มาตั้งแต่ยุคศตวรรษที่ 16 โดนตาต้องใจลูก้ามาตั้งแต่ไหนแต่ไร และเมื่อลูก้าเงินไม่พอที่ครอบครองบ้านนี้ ก็เลยแก้ปัญหาหัวใจด้วยการตัดสินใจมาถ่ายหนังที่นี่แทน (ก็ถือว่าเป็นการแก้ปัญหาได้ดี) ด้วยพื้นฐานของบ้านที่เก่ากำลังพอดีเหมือนมรดกตกทอดของครอบครัว ห้องหับที่โอ่โถงและทางเดินไม้ยังคงสภาพไว้ดีมาก จึงทำให้การตกแต่งเพิ่มเติมให้เข้ากับหนังนั้นมีเพียงเล็กน้อยให้สมกับยุคสมัย

 

ถึงแม้ว่าตัวบ้านนั้นจะเป็นพื้นที่ส่วนบุคคล แต่ถ้าจะให้สมศักดิ์ศรีติ่งขั้นเทพ จะไม่กราบไหว้สักการะ เอ๊ย เยี่ยมชมเลยก็จะกระไรอยู่ อย่างน้อยก็ยังมีบางฉากที่ใช้พื้นที่ประตูด้านนอก หรือจะแอบส่องบานหน้าต่างของบ้านก็ยังพอเห็นอยู่ร่ำไร และทางเดินไปร้านเล่นไพ่ที่เห็นโบสถ์ก็ยังอยู่ในบริเวณนี้อีกด้วย อย่างไรก็ตามก็ควรระมัดระวังไม่ทำเกินควร เพราะด้านหน้ามีกล้องวงจรปิดติดอยู่นะจ๊ะ

Call Me By Your Name, Lombardia, โลเคชัน Call Me By Your Name, Lombardia, โลเคชัน

ปัจจุบันนี้คฤหาสน์หลังนี้ไร้เจ้าของ และกำลังดำเนินการเปิดขายหาผู้ครอบครองคนใหม่ สนนราคากันเองสุดๆ ที่ 1.7 ล้านยูโร (ถามราคาไทยก็แค่คูณกันไปอีก 38 ล้านบาท จิ๊บสุดๆ…) แลดูคุ้มค่ากับบ้านพักตากอากาศขนาดใหญ่ในหมู่บ้านเงียบสงบ ผู้ใดเงินเหลือก็สามารถไปช้อปปิ้งบ้านกันได้ตามสะดวก ว่ากันว่ามีแฟนๆ หนังเงินหนาจากทั่วโลกพร้อมเข้าคิวต่อรองเป็นเจ้าของที่นี่กันอย่างไม่ขาดสายเลยทีเดียว

Call Me By Your Name, Lombardia, โลเคชัน

Call Me By Your Name, Lombardia, โลเคชัน

วิธีปักหมุด : หา Villa Albergoni ใน Google Maps จะขึ้นมาทันที ส่วนร้านที่โอลิเวอร์เข้าไปเล่นไพ่กับเพื่อน เดินห่างจากบ้านไม่กี่ร้อยเมตร แต่มันไม่มีจริงหรอกเธอ ของจริงน่าจะเป็นที่พักอาศัยปิดเงียบสงบ อดยืนเต๊ะจุ๊ยหน้าเคาน์เตอร์แบบเอลิโอเลย

Call Me By Your Name, Lombardia, โลเคชัน Call Me By Your Name, Lombardia, โลเคชัน

Call Me By Your Name, Lombardia, โลเคชัน Call Me By Your Name, Lombardia, โลเคชัน

แต่ละเมืองที่ลูก้าได้เลือกมานั้น ล้วนแต่เป็นเมืองเล็กๆ ที่ไม่เคยได้ถูกปักให้เป็นเมืองสำหรับนักท่องเที่ยว

Call Me by Your Name ได้สร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของอิตาลี ให้แฟนๆ และนักท่องเที่ยวหันมาสนใจเมืองเล็กๆ ที่ยังคงเสน่ห์แบบอิตาเลียนกัน การได้มาเที่ยวตามรอยหนังครั้งนี้ก็คงทำให้เราได้รู้จักกับอิตาลีแบบแท้ๆ ไม่มากก็น้อย

 

ภาพ:  ศิขรินทร์ ลางคุลเสน

CONTRIBUTOR

ศิขรินทร์ ลางคุลเสน

นักเพ้อฝันมืออาชีพ งานประจำคือทาสแมว ส่วนยามว่างก็จัดทำกิจกรรมด้านภาพยนตร์กับเพื่อนๆ ในนาม "YOUNG จะทำ”