ทุกปีเราจะพยายามหาทริปยาวๆ สักครั้ง ไปที่ไหนก็ได้ที่ไม่เคยไป และปีนี้หวยก็ออกที่นิวยอร์ก โดยคำเชิญชวนของรุ่นน้องที่ชอบไปคาเฟ่ด้วยกันบ่อยๆ

ในใจคิดว่ารอดแน่ๆ เพราะมีคนไปด้วย และน้องเขาคงวางทริปไว้แล้วแหงๆ การวางแผนทริปของเราจึงคร่าวมากจนเกือบถึงศูนย์ มีแค่การเดินทางกับที่พักเท่านั้น กะว่าจะไปเดินๆ กินๆ นอนๆ และแค่เล็งๆ ไว้ว่าอยากไปไหนบ้างแบบยังไม่ได้หาข้อมูล

สำหรับที่พัก เราเลือกที่พักแถวๆ Williamsburg (วิลเลียมสเบิร์ก) ย่าน Brooklyn (บรู๊กลิน) ด้วยเหตุผลอะไรน่ะเหรอ อ่อออ…ก็ตามไปพักใกล้ๆ น้องเขานั่นแหละ มารู้ทีหลังว่าย่านนี้มันเก๋นี่หน่า เป็นย่านที่มีร้านอาหาร คาเฟ่ มากมาย ตกแต่งสไตล์แตกต่างกันไปและมันก็จะฮิปๆ หน่อย วันนี้จึงอยากจะขอแนะนำคาเฟ่น่ารักๆ ในย่านบรู๊กลินให้ได้ทำความรู้จักกัน

ต้องขอออกตัวก่อนว่าจริงๆ แล้วเราไม่ใช่คอกาแฟสักเท่าไหร่ แต่การที่เราชอบไปร้านกาแฟ เพราะเราชอบบรรยากาศภายในร้านกาแฟ ชอบดูรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ภายในร้าน ตั้งแต่การตกแต่งร้าน การจัดวางเครื่องทำกาแฟ วัสดุ โทนสีของร้าน การเลือกใช้ข้าวของภายในร้าน การนำเสนอเมนูของร้านแต่ละร้าน ยาวไปถึงผู้คนที่เข้ามาใช้บริการในร้าน มันมีเสน่ห์อย่างบอกไม่ถูก แค่ไปเห็นว่าแก้วกาแฟมีลายสวยๆ ได้หยิบได้จับก็ปลื้มปริ่มแล้ว

ความสุขเล็กๆ น้อยๆ นี้จึงกลายมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน จนต้องคอยหาคาเฟ่ใหม่ๆ ให้ไปตลอดเวลาไม่ว่าจะผ่านไปที่ไหนก็ตาม ด้วยคติที่ว่า เอาน่า ไหนๆ เราก็ต้องหาอะไรกินอยู่แล้ว ก็แวะไปดูหน่อยแล้วกัน

 

Butler

Butler Butler

อาหารเช้า

กาแฟ

ร้านแรกที่แวะและอยากแนะนำคือ ร้าน Butler ร้านนี้อยู่ใกล้ที่พักเรามากทำให้แวะเวียนมากินบ่อยที่สุด ทั้งยังเป็นจุดนัดพบเพื่อเริ่มตาราง  hopping ของทุกวัน ร้านนี้นอกจากกาแฟแล้ว สิ่งที่ขึ้นชื่อเลยก็เห็นจะเป็นขนมอบต่างๆ ที่ต้องแอบกระซิบว่าดีมาก เพราะพ่อครัว คุณ Ryan Butler (ไรอัน บัตเลอร์) มีรางวัล Michelin Star Pastry Chef การันตีความอร่อยของเมนูขนมอบในร้าน

เมนูที่อยากแนะนำคือ Sausage Roll ที่เสิร์ฟร้อนๆ ทานคู่กับกาแฟตอนเช้า ซึ่งดีงามมากจริงๆ นอกจากขนมอบที่จะเสิร์ฟมาแบบร้อนๆ ทุกครั้งที่สั่งแล้ว เมนูอาหารเช้าสไตล์คาเฟ่ก็ดีงามไม่แพ้กัน บรรยากาศภายในร้านน่ารัก มีกลิ่นอบขนมอ่อนๆ ลอยออกมาจากในครัวอยู่เนืองๆ  ให้ความรู้สึกอบอุ่น โต๊ะสีทองเหลืองที่ใช้ในร้านตัดกับโซฟาหนังสีน้ำตาลรูปทรงวินเทจ มองแล้วมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก

หากมีโอกาสผ่านไปแนะนำให้สั่งเครื่องดื่มร้อนใส่แก้วแบบ take away เพราะแก้วสีพาสเทลน่ารักมาก และหากเลือกที่นั่งนอกร้านจะได้ความเพลิดเพลินจากการมองชาวเมืองนิวยอร์กจูงสุนัขมาเดินเล่น เป็นความน่ารักของเมืองนี้ที่ทำให้อมยิ้มได้ทุกวัน

เวลาเปิด-ปิด : จันทร์-ศุกร์  07.00 – 17.00 น. ,   เสาร์-อาทิตย์ 08.00 – 17.00 น.

 

Le Labo

Le Labo

สุนัข

Le Labo

ถ้วยกาแฟ

Le Labo

ร้านที่สองอยู่ถัดมาอีกหน่อย ชื่อ Le Labo ร้านนี้ที่จริงเป็นร้านขายน้ำหอม ที่นอกจากจะขายน้ำหอมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแล้ว ยังมีผลิตภัณท์บำรุงผิวอื่นๆ อีกด้วย ภายในตัวร้านมีความดิบๆ industrial หน่อยๆ ผนังอิฐ ปูนเปลือย กับพื้นไม้ กั้นห้องด้วยเหล็กและกระจกคล้ายห้องแล็บ เสมือนว่าน้ำหอมทั้งหลายนั้นถูกสรรค์สร้างขึ้นจากห้องแล็บนี้ เพราะน้ำหอมแต่ละขวดของที่นี่จะถูกผสมขึ้นใหม่ทุกครั้งเมื่อมีลูกค้าสั่งซื้อ ตามที่มาของชื่อร้านว่า Labo ซึ่งคือภาษาฝรั่งเศสที่แปลว่า ห้องแล็บ

ที่จริงร้านนี้มีหลายสาขาทั่ว New York แต่ที่เราเลือกมาสาขานี้เพราะสาขาวิลเลียมสเบิร์กเป็นสาขาที่มีคาเฟ่ด้วย ซึ่งร่วมกับ La Colombe โรงคั่วกาแฟและคาเฟ่เจ้าดัง ในการเบลนด์กาแฟเฉพาะของทางร้าน เมนูเครื่องดื่มที่นี่มีแค่กาแฟ แต่ก็มีขนมกรุบกริบให้ได้ทานกันเบาๆ ภายในโซนคาเฟ่ไม่มีที่นั่ง จะมีก็แต่เคาน์เตอร์บาร์ให้ยืนจิบกาแฟนิดหน่อย และแสงในร้านดีมาก เหมาะแก่การถ่ายรูป

นอกจากในร้านจะหอมกาแฟแล้ว เครื่องหอมก็หอมยั่วยวนให้เงินในกระเป๋าสั่นคลอนเช่นเดียวกัน ร้านสวยและยั่วยวนให้เสียเงินได้ทุกมุม ควรค่าแก่การไปฝึกความอดทน เพราะเป็นเรื่องยากมากที่จะไม่หวั่นไหว

ร้านกาแฟเปิด : จันทร์-ศุกร์ 07.00 – 19.00 น., เสาร์-อาทิตย์ 08.00 – 18.00 น.
ร้านน้ำหอมเปิด : 11.00 – 19.00 น.

 

Devoción

Devoción

Devoción

กาแฟ

Sparkling Cascara

ร้านที่สาม Devoción ซึ่งยังคงอยู่ในละแวกเดียวกันกับสองร้านด้านบน เดินมาได้ ไม่ไกลมาก จุดเด่นของร้านนี้อยู่ที่ด้านหน้าร้านซึ่งเป็นโรงคั่วขนาดย่อม ให้เราเห็นกรรมวิธีการคั่วอย่างใกล้ชิด ซึ่งทางร้านการันตีความสดใหม่ของเมล็ดกาแฟที่ส่งตรงจากต้นกาแฟมาถึงแก้วกาแฟของลูกค้าภายใน 10 วัน สดขนาดนี้ ไม่มีพลาดอยู่แล้ว

นอกจากเมนูกาแฟปกติแล้ว เเครื่องดื่มที่เราขอแนะนำคือ Sparkling Cascara (Sun dried coffee cherries) ฟองนุ่มๆ จาก tap มีความซ่าเบาๆ ให้ความรู้สึกสดชื่น ส่วนเมนูอื่นๆ นอกเหนือจากเมนูนี้เราแนะนำน้ำส้มคั้นที่คั้นสดแก้วต่อแก้ว ซึ่งช่วยเติมความสดชื่นยามเช้าได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ภายในร้านยังมีขนมอบหอมๆ หลายชนิด ที่ชอบมากที่สุดคือ ครัวซองต์แยม ซึ่งกรุ่นกลิ่นหอมของเนยสดและมีผิวสัมผัสที่กรอบอร่อยด้านบน เมื่อกัดไปโดนไส้จะพบกับความหอมหวานอมเปรี้ยวของแยมเบอร์รี่กับความนุ่มของครัวซองต์ด้านใน ถ้าเห็นแนะนำให้สั่งเลย เพราะพอคิดว่าจะวนไปซื้อใหม่อีกชิ้นก็หมดแล้วจ้า

บรรยากาศภายในร้านนี้เหมือนเป็นแหล่งพบปะสังสรรค์ของคนทุกเพศทุกวัย เราจะเห็นคนมานั่งอ่านหนังสือ ทำงาน รวมถึงเป็นแหล่งนัดพบของแม่ๆ และนักท่องเที่ยวอย่างเรา คนแน่นมากตลอดทั้งวัน ไป 3 รอบ ไม่เคยได้ที่นั่งสักรอบ

ร้านเปิด : จันทร์-ศุกร์ 07.00 – 19.00 น., เสาร์-อาทิตย์ 08.00 – 19.00 น.

 

Five Leaves

Five Leaves

Five Leaves

Five Leaves

แพนเค้ก

ขยับขึ้นมาที่ย่าน Greenpoint (กรีนพอยต์) กันบ้าง กรีนพอยต์อยู่ตอนบนสุดของบรู๊กลิน โดยเดินมาเรื่อยๆ จากย่านวิลเลียมสเบิร์ก หรือจะลงเรือเฟอร์รี่ดูวิวสองฝั่ง East River ก็เก๋ไก๋ควรค่าแก่การมา ที่นี่เป็นย่านเก่าแก่ของชุมชนชาวโปแลนด์ที่ยังคงกลิ่นอายความวินเทจ ไม่ใช่เพียงแค่ตึกรามบ้านช่องเท่านั้น แต่ผู้คนในเมืองก็ดูจะพร้อมใจกันแต่งตัววินเทจนิดๆ เดินผ่านไปผ่านมา แม้แต่รถที่ขับผ่านเราไปก็เป็นรถโบราณ อะไรจะเหมาะเจาะขนาดนั้น

ในยุคที่ e-book และ Kindle เฟื่องฟู แต่เรายังเห็นผู้คนนั่งอ่านหนังสือ จิบกาแฟตามคาเฟ่ จึงทำให้อดยิ้มตามไม่ได้ พูดได้ว่าเราตกหลุมรักย่านนี้แบบหมดใจเลย

ย่านนี้มีคาเฟ่น่ารักหลายร้าน แต่เดี๋ยวจะขอแนะนำก่อนสักนิดหน่อยพอให้เห็นภาพความวินเทจ

ร้านที่สี่ ร้าน Five Leaves ร้านนี้คือร้านที่เรากรี๊ดมากแบบไปเหอะ มันดีจริงๆ ถ้าเวลาน้อย มาแค่ร้านนี้ร้านเดียวก็คุ้ม Five Leaves มีทั้งอาหารและกาแฟคอยบริการทั้งวัน หากไม่ต้องการทานอาหารก็จะมีมุมด้านข้างร้านที่เป็น coffee to go ให้ซื้อกาแฟแบบ take away ได้แบบไม่ต้องรอคิวนานให้วุ่นวาย แต่ถ้าหากอยากทานอาหาร ขอแนะนำให้จองโต๊ะไปก่อนจะดีมาก เพราะร้านนี้ฮอตมากจริงๆ คนแน่นทั้งวัน แต่ไหนๆ ก็มาแล้วจึงอยากแนะนำให้ลองทานอาหารด้วย เพราะอาหารเช้าที่นี่ดีมากจนน้ำตาไหล อร่อยทุกจาน ยิ่งแพนเค้กคือดีมากจริงๆ กินไปน้ำตาซึมไป อ่านมาถึงบรรทัดนี้อาจจะหาว่าเวอร์ อันนี้ต้องลองไปกินดู มันดีอะ อ้วนแบบมีคุณภาพ

พอตกดึกร้านก็กลายร่างเป็น Oyster bar มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และเบียร์บริการกันถึงตี 1 จริงๆ แล้วร้านนี้ดีเทลต่างๆ สวยงามมาก แต่เนื่องจากลูกค้าเยอะมากตลอดทั้งวัน ทำให้อาจมองไม่เห็นมุมสวยๆ เพราะไม่ว่าจะมองไปมุมไหนก็เจอแต่ลูกค้าเต็มไปหมด แต่จริงๆ แล้วร้านน่ารักมาก ยิ่งมุมที่นั่งนอกร้านที่วันไหนแดดดีๆ จะเห็นลูกค้ามานั่งอาบแดด อ่านหนังสือ จิบกาแฟกัน ยิ่งทำให้ร้านมีเสน่ห์มากขึ้นไปอีก

ร้านเปิด : จันทร์-อาทิตย์ 08.00 – 01.00 น.

 

Homecoming

Homecoming

ดอกไม้

ร้านกาแฟ

กาแฟ

กาแฟ

ร้านที่ห้า ร้าน Homecoming ไม่รู้ว่าจะจำกัดความร้านนี้ว่าเป็นร้านอะไรดี เพราะผสมผสานทั้งความเป็น lifestyle shop ร้านดอกไม้ ร้านต้นไม้ และคาเฟ่ เข้าด้วยกัน แค่ก้าวขาเข้าไปในร้านก็สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นและกลิ่นหอมๆ จากดอกไม้ภายในร้าน เหมือนได้เติมโอโซนให้ร่างกายราวกับว่าอยู่ในสวนดอกไม้เขตร้อน

นอกจากดอกไม้สวยๆ ที่จัดไว้รอบๆ ร้านสลับกับต้นไม้น้อยใหญ่ ซึ่งช่วยสร้างบรรยากาศผ่อนคลายได้ดีแล้ว ของใช้ ของแต่งบ้านเล็กๆ น้อยๆ ดีไซน์เก๋ไก๋ ชวนให้เสียเงินก็มีอยู่แทบจะทุกมุมของร้าน ส่วนมุมหน้าร้านเป็นโซนคาเฟ่ที่ตกแต่งอย่างเรียบง่าย เต็มเปี่ยมไปด้วยความอบอุ่นและความน่ารัก บาริสต้าก็มีความเป็นกันเอง เราจึงตกหลุมรักร้านนี้ง่ายดายแบบ love at first sight

ได้นั่งจิบกาแฟพลางคุยกับบาริสต้าไปก็เพลินดีอยู่น้า

ร้านเปิด : จันทร์-ศุกร์ 08.00 – 19.00 น. ,  เสาร์-อาทิตย์ 09.00 – 19.00 น.

 

รอบนี้ขอแนะนำคาเฟ่ในบรู๊กลินไว้คร่าวๆ สัก 5 ร้านก่อน พอให้กระตุ้นความอยากไปนิวยอร์กกันสักหน่อย หากมีโอกาสรอบหน้าจะมาแนะนำคาเฟ่ฝั่ง Manhattan กันบ้าง เพราะนิวยอร์กเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อว่ามีคาเฟ่และร้านอาหารดีๆ เยอะมาก อยู่สัก 3 เดือนยังไปได้ไม่ซ้ำร้านเลย หากใครมีโอกาสไปก็ขอฝาก 5 ร้านด้านบนไว้พิจารณาเผื่อเป็นตัวเลือกระหว่างเดินทางด้วยน้า

#cafehopping

ลายแทงคาเฟ่น่าสนใจ ผ่านมุมมองของ cafe hopper ผู้ชื่นชอบการไปคาเฟ่

21 ธันวาคม 2561
25 K

สำหรับคนที่เคยไปประเทศเกาหลีหรือแม้แต่เคยชมซีรีส์เกาหลี ต่างต้องคุ้นเคยกับบรรยากาศอบอุ่นน่ารัก โรแมนติกเล็กๆ ของประเทศนี้ รวมถึงสไตล์การแต่งตัวแบบคุมโทนของคนที่นี่ คราวนี้เราได้มีโอกาสหลบหลีกความวุ่นวายในกรุงเทพฯ ไปปลอมตัวเป็นสาวเกาหลีถึง 6 วัน แน่นอนว่าทริปนี้ของเราจะได้ Hopping กันอย่างจุใจ

เกาหลีเป็นประเทศที่มีคาเฟ่เยอะและหลากหลายมาก เรียกว่ามีอยู่เกือบทุกพื้นที่ เนื่องจากสภาพที่พักในเกาหลีมีขนาดเล็ก ซึ่งไม่เอื้ออำนวยสำหรับการอ่านหนังสือหรือจะใช้พบปะกับใครได้ จึงทำให้คาเฟ่ในเกาหลีได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่วัยรุ่น นักศึกษา หรือคนวัยทำงาน ทั้งเวลาเช้า พักกลางวัน หรือเวลาหลังเลิกงาน เรามักจะเห็นคนที่นี่ใช้เวลาอยู่ในคาเฟ่

สไตล์คาเฟ่ของเกาหลีจะมีกลิ่นอายของความมินิมอลและมีความน่ารักซ่อนอยู่ การมาเที่ยวเกาหลีในครั้งนี้นอกจากจะมาตามหาใบไม้เปลี่ยนสีแล้ว ยังได้ทัวร์คาเฟ่ตามเส้นทางรถไฟฟ้าใต้ดิน และน่าแปลกใจมากเมื่อได้พบกับความอร่อยของขนมมากมาย มันช่างเป็นความสุขที่เราอยากถ่ายทอดให้เพื่อนได้ตามมาสัมผัสค่ะ

 

BVBB Croissant Shop

ร้านแรกสำหรับครั้งนี้คือ BVBB Croissant Shop ร้านขนมอบในย่าน Hapjeong-dong โดยเราลงรถไฟฟ้าใต้ดินสถานี Hapjeong (622) สายสีส้ม แล้วเดินตาม Google Maps ประมาณ 500 เมตรไม่นานนักก็เจอคาเฟ่ที่ชื่อ BVBB  Croissant Shop ร้านนี้มีขนาดใหญ่พอสมควร มี 2 ชั้น ตกแต่งง่ายๆ โทนสีน้ำตาล ครีม บรรยากาศในร้านคนเยอะตลอดทั้งวัน มีทั้งนักท่องเที่ยวที่แวะเวียนมาแถวนี้ รวมถึงหนุ่มสาวชาวเกาหลี

คาเฟ่, เกาหลี คาเฟ่, เกาหลี คาเฟ่, เกาหลี

เมนูขนมในร้านที่โด่งดังก็คือ ครัวซองต์อบร้อนๆ หน้าตาแปลกๆ ชวนทาน ในตู้จะโชว์ขนมจริงๆ ที่ร้านทำในแต่ละวัน บอกวัตถุดิบและราคาอย่างชัดเจน ขนมที่ขายดีที่สุดก็คือ ครัวต์ซองใส้ชีสกับถั่วแดงกวน แต่จริงๆ แล้วเราว่ามันน่าทานทุกอันเลยค่ะ

อากาศตอนนี้หนาวนิดๆ ประมาณ 10 องศาได้ เราเลือกเมนู California Croissant 1 ชิ้น กับเมนูอุ่นๆ อย่าง Flat White ไม่หวาน 1 แก้ว เอามานั่งทานที่ชั้น 2 โดยมีทั่งโซนห้องแอร์และโซนที่เป็น Outdoor เราเลือกนั่งทานด้านนอก ตอนสายๆ แดดอุ่นๆ คำแรกที่เราทานครัวซองต์เข้าไปมันทั้งกรอบและหนึบกำลังดี รสชาติหวานหน่อยๆ และความหอมของอัลมอนต์ที่เพิ่งอุ่นมาใหม่ๆ ร้านแรกของทริปนี้ทำให้ประทับใจมาก

คาเฟ่, เกาหลี

BVBB Café

โทร 027470305
เวลาเปิด-ปิด 10.00 – 01.00 น.
IG @bam_voo
www.bamvoo.com

 

Four Basic

คาเฟ่, เกาหลี

ถัดมาจากร้าน BVBB เพียง 500 เมตรเห็นจะได้ก็คือ ร้าน Four Basic ร้านนี้เป็น Coffee Shop และมีเบเกิ้ลพร้อมด้วยครีมชีสหลากหลายรสชาติให้เลือก ดูเหมือนว่าเบเกิ้ลของที่นี่จะได้รับความนิยมมาก เพราะเบเกิ้ลที่พนักงานกำลังยกลงจากเตาอบและที่วางเรียงรายให้ลูกค้าเลือกมันช่างเยอะจนเลือกไม่ถูกเลยทีเดียว ร้านนี้ยังมีมากถึง 3 สาขาในเกาหลี ทั้งที่ Hapjung, Gwanghwamun และ Hoegi

คาเฟ่, เกาหลี คาเฟ่, เกาหลี คาเฟ่, เกาหลี

เราไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นกับการกินเบเกิ้ลธรรมดาสักเท่าไหร่ เลยลองสั่งอะไรที่มันดูน่าตื่นเต้นกว่า Plain Bagel นั่นก็คือ รส Mugwort หรือรสจิงจูฉ่าย เราคิดว่ามันเป็นไอเดียที่ดีมากที่ผสมจิงจูฉ่ายลงในขนมปัง และพนักงานที่ร้านยังแนะนำ Cranberry Cream Cheese ให้ทานคู่กันด้วย ในแต่วันละที่ร้านจะจับคู่เมนูเบเกิ้ลไว้เป็นเซ็ตเมนูสุดคุ้มราคาพิเศษ ซึ่งวันนี้เป็นเมนู Coffee Today คือ Americano Coffee นั่นเอง

เราออกตัวเลยว่าเบเกิ้ลดีมากค่ะ ทำให้คนที่ไม่ชอบเบเกิ้ลอย่างเราสามารถทานหมดชิ้นได้อย่างรวดเร็ว และบรรยากาศร้านช่างดูสะอาดสงบ ร้านกว้างมาก มี 2 ชั้น รวมถึงโซนสวนเล็กๆ ด้านนอก สำหรับคนที่ต้องการสัมผัสอากาศหนาวๆ อย่างตอนนี้ ขณะที่เรานั่งทานเรามีโอกาสได้พูดคุยกับเจ้าของร้าน เขาสงสัยว่าทำไมคนไทยถึงรู้จักคาเฟ่ในเกาหลีเยอะจัง และพยายามถามว่าเรารู้จักร้านของเขาได้ยังไง จากเว็บไซต์ไหนบ้าง ดูใส่ใจกับลูกค้าทุกๆ คน เราเลยบอกไปเพียงว่าประเทศไทยเป็นอีกประเทศหนึ่งที่มีคนหลงใหลการดื่มด่ำกาแฟ และหลงใหลการใช้ชีวิตในคาเฟ่พอๆ กับคนเกาหลีนั่นล่ะ

Four basic

โทร 025663861
เวลาเปิด-ปิด 10.30 – 22.30 น.
IG @Fourb.hours
fourb.co.kr/

 

CUTE  

พักจากร้านขนมปังมาเป็นร้านเค้กกันบ้างนะคะ คราวนี้มาที่สถานี Euljiro 3 (sam) ga (203) ทางออก 3 ยังร้านเค้กสุดลึกลับ ถึงแม้ว่าจะเดินไม่ถึง 500 เมตรจากทางออก 3 ก็ตาม แต่ก็ถึงกับงงทีเดียวเมื่อเดินมาเรื่อยๆ จนถึงสี่แยกตามที่ Google Maps บอก เราจะเห็นเพียงตึกตระหง่านทั้งสี่มุม หลังจากนั้นเราจึงตัดสินใจเริ่มอ่านป้ายที่ติดตามมุมตึกทั้งสี่ จนพบป้ายร้านเล็กๆ น่ารักเป็นภาษาเกาหลีทำนองว่า ขึ้นมาค่ะ เราอยู่ที่ตึกนี้ (แปลเอาเองตามความรู้สึกนะคะ)

เราจึงไม่รอช้า รีบเดินขึ้นบันไดสีแดงบ้างขาวบ้างสลับกัน แล้วแต่ชั้นที่ตกแต่งเป็นร้านขายของ หรือแม้กระทั่งสำนักงานให้เช่า ระหว่างทางขึ้นบันไดก็แอบน่ากลัวเล็กน้อย เพราะค่อนข้างมืด ขึ้นมาประมาณสี่ถึงห้าชั้นได้ก็เจอแล้วค่ะ ห้องเล็กๆ ห้องเดียวนี่ล่ะ ช่างลึกลับสมที่เป็น A Hidden Korea Speakeasy Café จริงๆ

คาเฟ่, เกาหลี

ตอนแรกก็สงสัยว่านี่จะเป็นคาเฟ่ที่เราตั้งใจจะมาจริงๆ รึนี่ ไหนลองเปิดประตูเข้าไปซิ ใช่จริงๆ ด้วยค่ะ แต่ห้องเล็กๆ ที่เห็นนี่ล่ะที่ข้างในตกแต่งเป็นคาเฟ่ได้อย่างน่ารัก พอเราไปถึงต้องรอคิวถึง 2 คิวและที่ร้านไม่มีที่สำหรับรอคิว ต้องยืนรอนอกห้อง หลังจากผ่านไปประมาณ 5 นาทีเห็นจะได้ พนักงานที่ร้านก็มาเรียก ถือว่ารอไม่นานค่ะ

ที่ร้านนี้มีเมนูขนมให้เลือกไม่กี่เมนู เราเลยแอบดูคนในร้านว่าเขาทานอะไรกันบ้าง เราสั่งแครอทเค้กกับช็อกโกแลตร้อนที่เป็นเมนูซิกเนเจอร์ตามที่พนักงานแนะนำ เค้กแครอทก้อนโตที่ทาน 2 คนกำลังพอดี เสริฟกับช็อกโกแลตร้อนที่ตกแต่งเป็นรูปการ์ตูน น่ารักมากๆ รสชาติก็ใช้ได้เลย แม้ร้านจะลึกลับขนาดนี้แต่เราก็เจอคนไทยที่ร้านนี้ด้วยนะคะ เริ่มจะเชื่อแล้วว่าคนไทยนี่ก็เป็นแฟนคลับคาเฟ่เกาหลีตัวยงเหมือนกัน

คาเฟ่, เกาหลี คาเฟ่, เกาหลี คาเฟ่, เกาหลี

CETU Café

โทร 021093632597
เวลาเปิด-ปิด วันจันทร์-เสาร์ เวลา 12.00 – 19.00 น.
IG @Room.cetu

 

Café Layered

ร้านเค้กอีกร้านที่เราชอบมาก ยกให้เป็นที่หนึ่งในทริปนี้เลย นั่นก็คือร้าน Café Layered  เป็นร้านขนมที่ชื่อเสียงโด่งดังในย่าน Ankug ทีเดียว เราลงรถไฟฟ้าใต้ดิน Ankug (328) ทางออก 2 เดินย้อนหลังประตูทางออกมาแค่ 200 เมตรเท่านั้นก็จะเจอร้านสีเหลืองนวลตกแต่งง่ายๆ จากด้านนอกที่เป็นกระจกใสทำให้มองเห็นความหลากหลายของขนมในร้าน ซึ่งขนมในร้านนี้มีให้เลือกหลายแบบ หลายเมนูเป็นเมนูที่เราไม่ค่อยได้เห็นจากร้านอื่นๆ อย่าง Cream Scone, Cheddar Cheese Bacon Scone มีบราวนี่และเค้กหลากหลายรสชาติ

เราเดินเข้ามาในร้านแล้วยิ่งรู้สึกได้ถึงความอร่อย เมื่อได้กลิ่นขนมที่อบใหม่ๆ อยู่ในร้าน ถึงแม้จะรู้สึกอึดอัดเล็กน้อยจากจำนวนโต๊ะเกาอี้ที่วางจนหนาแน่น แต่ก็ไม่น่าเชื่อว่าในช่วงเที่ยงจะมีหนุ่นสาวออฟฟิศมานั่งทานขนมที่ร้านจนเต็ม เราชอบกลิ่นและบรรยากาศการอบขนมด้านหลังร้าน และชอบที่หลังคาร้านเป็นฝ้าโปร่งแสง ทำให้แสงแดดตอนกลางวันตกกระทบกับขนมที่วางโชว์อย่างสวยงาม เราสามารถหยิบขนมที่เราต้องการได้เลย และนำไปจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์พร้อมกับสั่งเครื่องดื่มได้ที่นั่น

คาเฟ่, เกาหลี คาเฟ่, เกาหลี คาเฟ่, เกาหลี คาเฟ่, เกาหลี

เราสั่งเมนู Chocolate Cake, Banana & Figs Bread และเครื่องดื่มเป็น Iced Chocolate และ Cream Latte เครื่องดื่มร้อนๆ ที่มีครีมหอมนุ่มๆ ทานกับเค้กช็อกโกแลตหนึบๆ รสชาติเข้มข้น ส่วนเมนู Banana & Figs Bread เป็นเมนูขายดีของที่ร้าน ถ้าใครจะมาร้านนี้เราก็ขอแนะนำด้วยเช่นกัน มันไม่เหมือนเค้กกล้วยหอมทั่วไป เพราะด้านบนมีเกร็ดน้ำตาลหอมๆ เบิร์นกรอบๆ เข้ากันดีมากกับเนื้อเค้กที่ไม่หวานมาก

มาถึงตอนนี้เราคิดว่าอยากให้ท้องมีที่ว่างเพิ่มขึ้น เพราะยังมีอีกหลายเมนูที่เราอยากลองแต่ไม่สามารถทานต่อได้แล้วจริงๆ หรือถ้าใครอยากจะมาฝากท้องกับร้านนี้ก็แนะนำเลยค่ะ เพราะขนมที่นี้ชิ้นใหญ่ คุ้มค่ากับราคา คุณภาพและรสชาติก็ถือว่า Worth Every Calorie กันทีเดียว

Cafe Layered

โทร 027630604
เวล่เปิด-ปิด 08.00 – 22.00 น.
IG @Cafe_layered

 

BNHR Coffee

พอใจกับร้านเค้กทั้งสองร้านกันไปแล้ว ร้านถัดมาเรามากันที่ย่าน Itaewon ย่านที่ถือว่ามีร้านอาหารสไตล์ฟิวชันแปลกแตกต่างจากแหล่งอื่นในเกาหลี และมีร้านอาหารไทยอยู่เยอะกว่าย่านอื่น ๆด้วย เราจะไปร้านที่ชื่อว่า BNHR Coffee ลงสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน Noksapyeong ทางออก 1 เดินตาม Google Maps ประมาณเกือบ 1 กิโลเมตร เราค่อยๆ แวะช้อปปิ้งไปตามทางบ้าง เพราะไกลเหลือเกินค่ะร้านนี้

คาเฟ่, เกาหลี

แต่พอมาถึงแล้วต้องร้องว้าวให้กับเมนูเครื่องดื่มที่เป็นซิกเนเจอร์ของร้านที่ชื่อว่า BNHR Coffee Latte เราชอบมาก มันกลมกล่อม มีความหอมหวานของนมและครีมอย่างลงตัว นอกจากนั้น เราสั่งเค้กมีรามิสุ 1 ชิ้นและสายไม่ทานกาแฟอย่างเพื่อนอีกคนสั่งช็อกโกแลตเย็นอีกตามเคย เค้กมีรามิสุที่นี่ชิ้นใหญ่และทำใหม่ชิ้นต่อชิ้น ส่วนช็อกโกแลตก็เสิร์ฟมาในขวดทรงสี่เหลี่ยมที่มีโลโก้ร้านแบบง่ายๆ

คาเฟ่, เกาหลี คาเฟ่, เกาหลี

ร้านนี้ตกแต่งแบบเรียบง่าย โทนสีเหลืองครีม ก็แต่ก็แอบมีมุมเก๋ๆ ให้ถ่ายรูปอยู่หลายมุม เนื่องจากเราเดินกันมาไกลจากแนวรถไฟฟ้าใต้ดิน แนะนำให้ค่อยๆ เดินมานะคะ เพราะที่นี่ไม่มีที่จอดรถ และคาเฟ่ในเกาหลีอีกหลายที่ก็ไม่มีบริการที่จอดรถ บรรยากาศภายในร้านนี้จึงดูเงียบสงบ เหมาะแก่การนั่งทำงานกันแบบยาวๆ

คาเฟ่, เกาหลี คาเฟ่, เกาหลี

BNHR Coffee

โทร 027925110
เวลาเปิด-ปิด วันอังคาร-อาทิตย์ 12.30 – 21.00 น.
IG @bnhrcoffee

 

Café Skon

มาถึงคาเฟ่น่ารักๆในย่าน Hongik กันบ้าง ลงรถไฟฟ้าใต้ดินสถานี Hongik (239) ทางออก 3 เดินตามเส้นทางแผนที่ประมาณ 700 เมตร ระหว่างทางนั้นไม่ต้องกลัวเลยนะคะว่าจะเหงา เพราะย่านนี้เป็นย่าน Hongik University จึงเต็มไปด้วยร้านอาหาร แหล่งช้อปปิ้ง รวมถึงคาเฟ่น่ารัก เต็มไปหมด เดินแบบเพลินๆ แป๊บเดียวก็ถึงแล้ว ร้าน Café Skon เป็นคาเฟ่สีขาว 2 ชั้น ตกแต่งด้วยสีส้มบ้างแดงบ้าง เป็นคาเฟ่ที่น่ารักมากๆ ส่วนด้านล่างเป็นร้านทำเล็บ คาเฟ่จะอยู่ด้านบน

เมื่อขึ้นไปชั้นสองและเข้าไปด้านในจะพบการตกแต่งร้านที่แตกต่างจากด้านนอกอย่างสิ้นเชิง ภายในร้านเป็นโทนสีอ่อนๆ อย่างสีขาวครีมและมีการตกแต่งด้วยแจกันดอกไม้ ด้วยความหิวของวันนี้ เราแทบไม่ได้สนใจเมนูซิกเนเจอร์ที่พนักงานแนะนำอย่าง Lemon Cake เพราะมันชิ้นเล็กไปแล้วสำหรับความหิวระดับนี้ของเรา

เราสั่งขนมชิ้นใหญ่ที่สุดในร้านอย่าง French Cloud ขนมปังอบแบบโทสต์ เสิร์ฟพร้อมครีมสดและผลไม้ ส่วนเครื่องดื่มเป็น Cream Latte กับ Flat White ขนมปังที่อบมาร้อนๆ พร้อมครีมสดที่หวานกำลังดีกินคู่กับ Cream Latte ที่เป็นเครื่องดื่มร้อนนุ่มๆ หวานละมุนลิ้น เรานั่งทานบริเวณที่ร้านจัดไว้เป็นระเบียง ใต้ต้นไม้ที่มีใบไม้เปลี่ยนสีปลิวลงมาพร้อมกับลมเย็นๆ เผลอแป๊บเดี๋ยวเท่านั้นขนมก็หมดแล้ว

คาเฟ่, เกาหลี คาเฟ่, เกาหลี คาเฟ่, เกาหลี คาเฟ่, เกาหลี คาเฟ่, เกาหลี

Café Skon

โทร 023237074
เวลาเปิด-ปิด 11.00 – 22.00 น.
IG @Café_skon

 

Scoff Bakehouse

สุดท้ายก่อนจะออกจากโซลเรามาฝากท้องกันที่ร้าน Scoff Bakehouse ลงรถไฟฟ้าใต้ดินสถานี Gyeongbukgung (327) ทางออก 2 เดินประมาณเกือบ 700 เมตรเราจะพบทางเข้าตรงซอยเล็กๆ พร้อมป้ายบอกทางไปคาเฟ่ที่ชื่อว่า Scoff Bakehouse เดินตามกลิ่นหอมๆ เข้าไปจะพบร้านเรียบง่ายที่แทบจะไม่ได้มีการตกแต่งอะไรเลย มีเพียงบริเวณที่เป็นครัวสำหรับไว้อบขนม ด้านข้างเป็นเคาน์เตอร์แคชเชียร์ ส่วนด้านหลังเป็นบาร์เล็กๆ สำหรับชงเครื่องดื่ม นอกนั้นบริเวณอื่นๆ ในร้านเป็นที่สำหรับวางขนมอบรสชาติหลากหลายที่เพิ่งอบมาใหม่ๆ ให้เราได้เลือกบริการตัวเอง

ที่ร้านมีขายทั้งแบบเป็นชิ้นหรือจะสั่งเป็นถาดกลับบ้านไป แต่คงต้องกินกันหลายวันหน่อย เพราะนอกจากขนมร้านนี้จะชิ้นใหญ่แล้วยังถาดใหญ่อีก รวมถึงดูทันสมัยและมีการนำวัตถุดิบตามฤดูการมาใช้เป็นส่วนผสมอย่างลงตัว

คาเฟ่, เกาหลี คาเฟ่, เกาหลี คาเฟ่, เกาหลี คาเฟ่, เกาหลี คาเฟ่, เกาหลี คาเฟ่, เกาหลี

อย่างแรกที่ทำเมื่อเข้ามาถึงที่ร้านคือกวาดสายตาไปรอบๆ เลือกขนมที่คิดว่าน่ากินที่สุด เราสั่ง Raspberry Almond Tart และ Hot Apple Cinnamon Tea ส่วนเพื่อนสายช็อกโกแลตก็ตามเคย เลือก Chocolate Brownie และ Lemonade นอกจากนั้น เรายังเลือกสโคนอีกหลายชิ้นกลับบ้านเพื่อจะเอามานั่งทานที่สนามบิน

ระหว่างที่รอให้ร้านอุ่นขนมให้เราขึ้นมานั่งที่ชั้นสอง เดินสำรวจร้านที่ตกแต่งด้านบนแบบง่ายๆ ตอนนี้คนยังไม่เยอะมากเพราะเรามาตั้งแต่ร้านเปิดใหม่ๆ ไม่นานก็ได้ขนมที่สั่งไว้ Hot Apple Cinnamon Tea เสิร์ฟมาแบบมีแอปเปิ้ลเป็นลูกๆ ลอยอยู่ในแก้ว มีเนื้อแอปเปิ้ลฝานบางๆ กับชาหอมๆ ส่วน Raspberry Almond Tart ก็อร่อยไม่แพ้กัน มีความเปรี้ยวหวานสลับกันไปในแต่ละคำ ได้แอบชิม Chocolate Brownie ของเพื่อน รสชาติก็กลมกล่อมเน้นไปทางเข้มข้น

หลังจากที่เรากินขนมไปจนหมด บอกเลยว่ารู้สึกตื่นเต้นกับขนมร้านนี้ เพราะที่นี่สามารถทำให้ขนมธรรมดาๆ ที่เราเคยทานทั่วไปมีความอร่อยและมีเอกลักษณ์เฉพาะอย่างบอกไม่ถูก เอาเป็นว่าใครมาเที่ยวโซลแล้วผ่านมาย่านนี้ เราแนะนำให้แวะมาเจอกับประสบการณ์แบบนี้กันนะคะ

Scoff & Bakehouse

โทร 07077611739
เวลาเปิด-ปิด วันอังคาร-อาทิตย์ 10.00 – 19.00 น.
IG @Scoffbakehouse
อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load