6 ธันวาคม 2562
31.37 K

The Cloud x Museum Siam

สิ่งพิมพ์กำลังจะตาย’ 

ประโยคนี้ถูกกล่าวบ่อยครั้ง เมื่อเทคโนโลยีทำให้คนหนีไปเสพสื่อบนหน้าจอมากขึ้น ถึงอย่างนั้นก็ยังมีผู้คนที่หลงใหลสัมผัสกระดาษและการอ่านหนังสือเล่ม เสน่ห์ของการอ่านแบบดั้งเดิมจึงพบได้ในย่านเมืองเก่า ที่ยังคงมีร้านหนังสือเล็กๆ กระจายตัวทั่วสารทิศ ทั้งร้านเก่าแก่ประจำย่าน และร้านหนังสืออิสระที่คัดสรรหนังสือเฉพาะด้านมารวบรวมไว้ ทุกร้านยังรอนักอ่านเข้ามาสร้างปฏิสัมพันธ์ แลกเปลี่ยนตามหาขุมทรัพย์กระดาษภายในร้านเสมอ

สวนเงินมีมา 

สวนหนังสืออุดมความรู้ 

10 ร้านหนังสือในเมืองเก่าที่ทำให้เข้าใจเสน่ห์หนังสือกระดาษ

เปิดฉากการเดินทางผ่านตัวอักษรกันที่ร้านหนังสือชื่อชวนฉงน ขนาด 2 คูหา ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร 

‘สวนเงินมีมา’ มีที่มาจากชื่อของคุณยายที่เคารพรักทั้ง 3 ท่าน ยายเงิน ยายมี และยายมา ของ .ศิวรักษ์ หรือ อาจารย์สุลักษณ์ ศิวรักษ์ ผู้สนับสนุนการก่อตั้งสำนักพิมพ์สวนเงินมีมา และขยับขยายกิจการไปเป็นร้านหนังสือเพื่อสุขภาพกายและสุขภาพจิต

10 ร้านหนังสือ ในเมืองเก่าที่ทำให้เข้าใจเสน่ห์หนังสือกระดาษ

เมื่อแรกย่างก้าวเท้าเข้าร้าน เหล่านักอ่านจะพบกับโซนคาเฟ่อาหารและเครื่องดื่มออร์แกนิก รวมถึงสินค้าออร์แกนิกต่างๆ ที่รับมาจากกลุ่มแม่บ้านและชุมชน ถัดมาคือโซนหนังสือที่เลือกหยิบไปนั่งอ่านตามมุมต่างๆ ในร้านได้ก่อนตัดสินใจซื้อ หนังสือภายในร้านเน้นแนวสร้างสรรค์ทางความคิด วรรณกรรมแปล ปรัชญา และสังคม จากหลากหลายสำนักพิมพ์ เช่น มติชน ผีเสื้อ รวมถึงของทางร้านเองด้วย 

ที่นี่ตั้งใจเป็นตัวกลางให้ผู้อ่านกับหนังสือมาเจอกัน สามสิ่งที่ร้านคาดหวังให้ลูกค้าขาประจำและขาจรได้กลับไป คือ บรรยากาศอบอวลกลิ่นหนังสือ การบริการที่ดี และหนังสือที่ตามหา 

ที่อยู่ : 77, 79 ถนนเฟื่องนคร แขวงวัดราชบพิธ 

เวลาทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 09.00 – 18.00 น. และ วันเสาร์ 09.00 – 17.00 น. (ปิดวันอาทิตย์)

ติดต่อ : 0 2622 0955

Facebook : สวนเงินมีมา 

คลังวิทยา 

คลังนวนิยายสุดเก๋าในร้านเก่าย่านวังบูรพา

10 ร้านหนังสือ ในเมืองเก่าที่ทำให้เข้าใจเสน่ห์หนังสือกระดาษ

ย้อนเวลาไปเมื่อ 70 – 80 ปีที่แล้ว ย่านวังบูรพาถือเป็นแหล่งใจกลางเมืองสุดฮิตของวัยรุ่นสมัยนั้น นอกจากความโก้เก๋ของร้านค้า ร้านอาหาร ย่านนี้ยังมีร้านหนังสือสุดเก๋าด้วย

ภายในร้าน 2 คูหา นามว่า ‘คลังวิทยา’ มีหนังสือเรียงรายตามชั้นไม้ โต๊ะยาว และตู้กระจก ไว้อย่างสวยงาม พร้อมให้ผู้อ่านเข้ามาเลือกสรรได้อย่างจุใจ แม้จุดเริ่มต้นของร้านจะเริ่มจากการรับซื้อต้นฉบับหนังสือแนวนวนิยาย แต่ปัจจุบันก็มีหลากหลายหมวดวรรณกรรม ไปจนถึงสารคดี พงศาวดาร ให้เลือกเช่นกัน 

10 ร้านหนังสือ ในเมืองเก่าที่ทำให้เข้าใจเสน่ห์หนังสือกระดาษ

เนื่องจากร้านเปิดมากว่า 50 ปี ทำให้มีหนังสือเก่าแก่มือหนึ่งน่าสะสมวางขาย ลายกราฟิกวินเทจบนปกนิยายสีจางๆ เท่อย่าบอกใคร ไม่ว่าจะเป็นนิยายจากนักเขียนรุ่นเก๋า เช่น โสภาค สุวรรณ, โสภี พรรณราย หรือชลาลัย นับเป็นแหล่งขุมทรัพย์นิยายคลาสสิกที่น่าตามล่ามาครอบครอง

ที่อยู่ : ซอยภาณุรังษี ถนนมหาไชย แขวงวังบูรพาภิรมย์ 

เวลาทำการ : 08.30 – 17.30 (ปิดวันอาทิตย์)

ติดต่อ : 0 2222 4546

รวมสาส์น 

ขุมทรัพย์นักแปลภาษาและนักอ่านนิยายตัวยง

10 ร้านหนังสือ ในเมืองเก่าที่ทำให้เข้าใจเสน่ห์หนังสือกระดาษ

ถัดมาไม่ไกลจากคลังวิทยาจะเจออีกแหล่งขุมทรัพย์ที่เกิดขึ้นในช่วงยุคทองของวังบูรพา เป็นเวลากว่า 62 ปีที่จัดพิมพ์ จัดจำหน่ายหนังสือที่อัดแน่นไปด้วยความรู้และจรรโลงใจ ภายในห้องแถว 1 คูหานี้เน้นจำหน่ายพจนานุกรมและนวนิยายเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งนวนิยายแต่ละเล่มล้วนแต่เป็นนิยายไทยรุ่นเก๋าแทบทั้งสิ้น ทั้ง สายรักสลาย จากนามปากกานันทนา วีระชน เงาพระจันทร์ จากโสภาค สุวรรณ สายรักสายสวาท อาริตา ดาริกา รวมถึงยังมีนิยายที่พิมพ์ขึ้นมากว่า 50 ปี ก็ยังมีให้ตามไปซื้อสะสมกันด้วย

10 ร้านหนังสือ ในเมืองเก่าที่ทำให้เข้าใจเสน่ห์หนังสือกระดาษ
10 ร้านหนังสือ ในเมืองเก่าที่ทำให้เข้าใจเสน่ห์หนังสือกระดาษ

หากใครชื่นชอบความคลาสสิกของนิยายไทยเก่าๆ หลงใหลในเนื้อกระดาษที่ไม่ใช่กระดาษถนอมสายตาอย่างหนังสือในปัจจุบัน ทว่าเป็นสีน้ำตาลอมเหลืองจากการบ่มเพาะผ่านเวลามาเนิ่นนาน หรือหลงรักการพิมพ์สมัยโบราณแบบเรียงพิมพ์ สามารถไปเดินจับจ่ายตามหาขุมทรัพย์ล้ำค่าที่ร้านแห่งนี้กันได้ นอกเหนือจากนี้แล้วยังมีหนังสือทั่วไป การ์ตูน หนังสือฮวงจุ้ย ประวัติศาสตร์ ให้เลือกเพิ่มอีกด้วย

ที่อยู่ : 864 ถนนมหาไชย แขวงวังบูรพา 

เวลาทำการ : จันทร์-เสาร์ เวลา 08.30 – 16.30 น. (ปิดวันอาทิตย์)

ติดต่อ : 0 2226 3808

โอเดียนสโตร์ 

ร้านโบราณที่อายุนานพอๆ กับหนังสือ 

10 ร้านหนังสือ ในเมืองเก่าที่ทำให้เข้าใจเสน่ห์หนังสือกระดาษ

เดินต่ออีกสัก 4 – 5 ก้าวจากร้านรวมสาส์น จะเจอร้านกระจกใสที่ภายในเต็มไปด้วยหนังสือ ซึ่งเป็นร้านที่ใครหลายคนรู้จักกันดีในชื่อ ‘โอเดียนสโตร์’ เพราะเคยเปิดที่สยามสแควร์ ย่านท่องเที่ยวยอดนิยมของวัยรุ่นในยุคปัจจุบันและที่ปิ่นเกล้า ก่อนจะเหลือเพียงแค่ที่วังบูรพาถิ่นดั้งเดิมแห่งนี้

10 ร้านหนังสือ ในเมืองเก่าที่ทำให้เข้าใจเสน่ห์หนังสือกระดาษ
10 ร้านหนังสือ ในเมืองเก่าที่ทำให้เข้าใจเสน่ห์หนังสือกระดาษ

โอเดียนสโตร์เปิดให้บริการแก่เหล่าหนอนหนังสือมาร่วม 70 ปี เมื่อแรกเริ่มทางร้านเน้นหนังสือแนวสารคดีและหนังสือทั่วไป ต่อมาจึงเพิ่มหนังสือแนววิชาการระดับอุดมศึกษามากขึ้น มีหลากหลายหมวดให้เลือกทั้งประวัติศาสตร์ วรรณคดีไทย การบัญชี-บริหาร วิทยาศาสตร์ จิตวิทยา ซึ่งมีทั้งหนังสือวิชาการ ตำราเก่าแก่ และหนังสือทั่วไปก็ยังมีให้เลือกสรร

เมื่อไหร่ที่อยากออกตามหาหนังสือตำราเก่าโบราณ โอเดียนสโตร์ก็เป็นตัวเลือกที่ไม่น่าผิดหวัง

ที่อยู่ : 860 – 2 ถนนวังบูรพา แขวงวังบูรพาภิรมย์ 

เวลาทำการ : จันทร์-ศุกร์ 08.00 – 17.00 น. เสาร์ 08.00 – 12.00 น. (ปิดวันอาทิตย์)

ติดต่อ : 0 2221 0742

หนังสือเดินทาง 

ร้านหนังสือที่กระตุ้นให้คนอยากเดินทาง

10 ร้านหนังสือ ในเมืองเก่าที่ทำให้เข้าใจเสน่ห์หนังสือกระดาษ

เริ่มต้น ไป และกลับมา’ คือ นิยามสำหรับหนังสือเดินทางตลอด 18 ปีของร้านหนังสือแห่งนี้ ที่ไม่ได้ขายแต่หนังสือไกด์บุ๊กนำเที่ยวเหมือนกับชื่อร้าน แต่แนวคิดหลักเรื่องการเดินทางเป็นตัวช่วยคัดสรรหนังสือดีๆ มาวางบนชั้น เริ่มต้นจากหนังสือที่ช่วยกระตุ้น สร้างแรงบันดาลใจ ให้คนรู้สึกต้องออกเดินทางไปที่ไหนสักแห่ง เติมเต็มข้อมูลก่อนออกเดินทางด้วยหนังสือไกด์บุ๊กและหนังสือบันทึกการเดินทาง แล้วมาร่วมตกตะกอน คลายข้อสงสัย เกี่ยวกับวัฒนธรรม วิถีชีวิตของผู้คน สังคมที่พบเจอระหว่างทางกับหนังสือแนวปรัชญา สังคม และศาสนา 

10 ร้านหนังสือ ในเมืองเก่าที่ทำให้เข้าใจเสน่ห์หนังสือกระดาษ
10 ร้านหนังสือ ในเมืองเก่าที่ทำให้เข้าใจเสน่ห์หนังสือกระดาษ

ห้องแถวเล็กๆ รายล้อมด้วยหนังสือ ของตกแต่งที่เกี่ยวข้องกับการเดินทาง ของที่ระลึกและโปสการ์ด เกิดจากความหลงรักหนังสือและอยากส่งต่อความรู้สึกสู่คนอื่นๆ ที่นี่จึงตั้งใจเสิร์ฟหนังสือที่ดี ไม่มีการจัด Best Seller แต่มีกิมมิกที่ให้นักอ่านที่แวะเวียนเข้ามาเขียนโน้ตแนะนำหนังสือที่เคยอ่าน แปะหน้าปกหนังสือนั้นๆ โดยร้านมีโซนนั่งอ่านไว้บริการ ก่อนตัดสินใจพาหนังสือเล่มที่ใช่กลับบ้าน 

ที่อยู่ : 523 ถนนพระสุเมรุ แขวงวัดบวรนิเวศ

เวลาทำการ : อังคาร-พฤหัสบดี และอาทิตย์ 11.00 – 19.00 น. ศุกร์-เสาร์ เปิด 11.00 – 20.00 น. (ปิดวันจันทร์)

Facebook : ร้านหนังสือเดินทาง – Passport Bookshop

ติดต่อ : 0 2629 0694

ศึกษิตสยาม 

แหล่งเรียนรู้ของปัญญาชนชาวสยาม

10 ร้านหนังสือ ในเมืองเก่าที่ทำให้เข้าใจเสน่ห์หนังสือกระดาษ
10 ร้านหนังสือ ในเมืองเก่าที่ทำให้เข้าใจเสน่ห์หนังสือกระดาษ

ศึกษิตสยาม หรืออีกนามคือ ‘เคล็ดไทย’ ก่อตั้งขึ้นท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองสมัย พ.ศ. 2510 โดย ส.ศิวรักษ์ ปัญญาชนผู้อยากให้ร้านหนังสือกลายเป็นแหล่งระดมความคิดของปัญญาชนสยาม ณ ขณะนั้น

ร้านหนังสือสุดเก๋าที่เต็มไปด้วยหนังสือเก่าแก่มีคุณภาพและหาอ่านได้ยากมากแล้ว ทั้งในหมวดสังคมศาสตร์ ประวัติศาสตร์ ปรัชญา และการเมือง แต่หากคุณเป็นสายวรรณกรรม เรื่องสั้น หรือบทสัมภาษณ์ก็ไม่ต้องเสียใจ เพราะอีกฟากของชั้นหนังสือเก่าแก่ ก็เต็มไปด้วยหนังสือใหม่ๆ ที่ผ่านการคัดสรรสาระและคุณภาพมาแล้วเช่นกัน นอกจากนี้ทางร้านยังเป็นสายส่งหนังสือในเครือเคล็ดไทยให้กับร้านหนังสืออิสระอื่นๆ ในกรุงเทพฯ อีกด้วย

ที่อยู่ : 115 ถนนเฟื่องนคร แขวงวัดราชบพิธ

เวลาทำการ : จันทร์-ศุกร์ 08.00 – 17.00 น. (ปิดวันเสาร์-อาทิตย์) 

ติดต่อ : 0 2225 9536

Facebook : Suksit Siam

Bookshop 

ร้านหนังสือมือสองแห่งถนนข้าวสาร

10 ร้านหนังสือ ในเมืองเก่าที่ทำให้เข้าใจเสน่ห์หนังสือกระดาษ

ท่ามกลางศูนย์รวมความบันเทิงและร้านรวงมากมายบนถนนข้าวสาร มีร้านหนังสือเล็กๆ หลบซ่อนตัวอยู่ในย่านนี้มานานว่า 10 ปี ‘Bookshop’ ร้านค้าสะอาดตาคูหาเดียว ซึ่งมีชื่อเรียกที่แสดงเจตนารมณ์อย่างชัดเจนว่าเปิดพื้นที่ให้กับสินค้าประเภทใด 

10 ร้านหนังสือ ในเมืองเก่าที่ทำให้เข้าใจเสน่ห์หนังสือกระดาษ

แม้จะมีขนาดกะทัดรัด แต่ร้านหนังสือแห่งนี้ก็อัดแน่นไปด้วยหนังสือต่างประเทศมากมายหลากหลายแนว เช่น ปรัชญา นวนิยาย วรรณกรรม ตลอดจนไกด์บุ๊กแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่น่าค้นหาภายในร้าน คือ หนังสือหายากอย่างภาษาอาหรับ ภาษาเยอรมัน และภาษาดัตช์ ซึ่งได้มาจากการรับแลกหมุนเวียนหนังสือจากนักอ่านในคราบนักเดินทางต่างชาติที่แวะเวียนมายังร้านแห่งนี้

ที่อยู่ : 59 ซอยรามบุตรี ถนนจักพงษ์ แขวงชนะสงคราม 

เวลาทำการ : จันทร์ 11.00 – 18.00 น. อังคาร-อาทิตย์ 11.00 – 21.00 น.

ติดต่อ : 08 9921 9022

ริมขอบฟ้า 

ร้านหนังสือเล่าเรื่องเมืองไทย

10 ร้านหนังสือ ในเมืองเก่าที่ทำให้เข้าใจเสน่ห์หนังสือกระดาษ

ริมขอบฟ้า คือ เส้นที่ไม่มีอยู่จริง แต่มองเห็นได้ เป็นพื้นที่ของความฝันและจินตนาการของมนุษย์ 

แรงบันดาลใจจากบันทึกความคิดของ เล็ก วิริยะพันธุ์ ทำให้เกิดร้านแห่งนี้ขึ้นใน พ.ศ. 2546 หากพูดถึงร้านหนังสือประวัติศาสตร์ไทย รับรองว่าริมขอบฟ้าจะต้องเป็นชื่อแรกๆ ที่ทุกคนนึกถึง เพราะแนวคิดหลักของร้านคือ รู้เรื่องเมืองไทย ดังนั้นภายในร้านจึงอัดแน่นไปด้วยหนังสือทางด้านประวัติศาสตร์ ศิลปะและวัฒนธรรมไทย ทั้งในรูปแบบสารคดีหรือวิชาการ ทำให้ยอดนักอ่านที่แวะเวียนไปเยี่ยมเยือนได้สัมผัสกับมนต์ขลังของประวัติศาสตร์และกลิ่นอายของความเป็นไทย นอกจากนั้นขุมทรัพย์แห่งนี้ยังเป็นพื้นที่สำหรับจัดงานเสวนาเรื่องเมืองไทยในแง่มุมต่างๆ อยู่เป็นประจำ เพื่อเผยแพร่เรื่องราวประวัติศาสตร์เมืองไทยให้คนทั่วไปได้รับรู้และเข้าใจมากขึ้น

10 ร้านหนังสือ ในเมืองเก่าที่ทำให้เข้าใจเสน่ห์หนังสือกระดาษ

ที่อยู่ : 78/1 ถนนราชดำเนินกลาง แขวงบวรนิเวศ 

เวลาทำการ : จันทร์-อาทิตย์ 10.00 – 19.00 น.

Website : www.rimkhobfabooks.com

ติดต่อ : 0 2622 3510

River Book Shop 

ร้านหนังสือสวยของสำนักพิมพ์คุณภาพ

River Book Shop

เดินข้ามฝั่งจากมิวเซียมสยามจะเจอร้านหนังสือขนาดกะทัดรัด ตั้งอยู่หน้าจักรพงษ์วิลล่า อดีตวังของต้นราชสกุลจักรพงษ์ หรือที่เราคุ้นหูว่าเป็นต้นตระกูลของฮิวโก้ จุลจักร นักร้องชื่อดังนั่นเอง

River Book Shop

หลังจากที่สำนักพิมพ์ริเวอร์บุ๊คก่อตั้งมา 30 ปีกว่า ขยับสู่การเปิดร้านหนังสือบรรยากาศอบอุ่น ด้านหน้าล้อมรอบด้วยกระจกใส ทำให้รู้สึกโปร่ง และสบายตา เหมาะแก่การเลือกหาหนังสือ ภายในร้านเน้นหนังสือเกี่ยวกับศิลปะ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะประเทศไทย เนื้อหาทั้งหมดเป็นเรื่องราวแบบเจาะลึก และหาอ่านได้ยาก มีทั้งฉบับภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เพียงแค่กวาดตามองตามชื่อบนหน้าปก ก็ต้องเผลอตื่นเต้นกับหนังสือคุณภาพเหล่านี้อย่างแน่นอน นอกจากนี้ยังมีมุมคาเฟ่เล็กๆ ให้พักดื่มจิบกาแฟ หรือชิมขนมรสชาติดี ก่อนพาหนังสือผู้เป็นเพื่อนใหม่กลับบ้านอีกด้วย 

ที่อยู่ : 396/1 ถนนมหาราช แขวงพระบรมมหาราชวัง

เวลาทำการ : ทุกวัน 09.00 – 17.00 น.

Website : www.riverbooksbk.com

Facebook : River Books

ติดต่อ : 02-222-1290

บูรพาสาส์น

คลังหนังสือสุดเก๋าที่ไม่ได้เก่าไปตามกาลเวลา

บูรพาสาส์น
บูรพาสาส์น

เป็นเวลา 28 ปี ที่ร้านหนังสือ 2 ชั้น 2 คูหา นามว่า ‘บูรพาสาส์น’ ยืนหยัดเคียงคู่เพื่อนนักอ่านบนถนนสายเเรกของเมืองไทยอย่างถนนเจริญกรุง 

บูรพาสาส์นในวันนี้มีคาเฟ่สำหรับคนที่ตกอยู่ในมนต์สะกดของน้ำหมึกจนไม่อยากออกไปจากร้าน ได้นั่งจิบกาแฟอุ่นๆ หรือเครื่องดื่มเย็นๆ ไปพร้อมกับอ่านหนังสือเลือกซื้อจากในร้าน หรือเลือกสรรจากมุมหนังสือหมุนเวียนที่ทางร้านจัดไว้ก็ได้

บูรพาสาส์น

แม้รูปลักษณ์ภายในร้านจะเปลี่ยนโฉมใหม่ตามยุคสมัย แต่ความตั้งใจแรกตั้งแต่เริ่มก่อตั้งร้านหนังสือแห่งนี้ขึ้นใน ค.ศ. 1991 ยังคงหนักแน่นดังเดิม คือการจัดจำหน่ายหนังสือที่ให้คุณค่าทางปัญญากับผู้อ่าน แนวหนังสือที่หลากหลายยังคงเป็นจุดดึงดูดใจให้ผู้อ่านทุกเพศ ทุกวัย แวะเวียนมาเลือกซื้อหนังสือจากที่นี่ โดยชั้นล่างจะเป็นโซนหนังสือผ่อนคลายสมอง เช่น นิทาน การ์ตูน นวนิยาย วรรณกรรม และหนังสือ Bestseller ที่ทางร้านอัพเดตให้กับบรรดานักอ่านตัวจริงอยู่เสมอ ส่วนชั้นบนนั้นจะเป็นโซนหนังสือที่มีเนื้อหาเข้มข้นขึ้น เหมาะสำหรับนักอ่านที่อยู่ในวัยเรียน และวัยเปลี่ยนผ่านจากวัยมหาลัยไปสู่วัยทำงาน ที่กำลังขมักเขม้นกับการเตรียมตัวสอบ เพราะมีทั้งโซนหนังสือคู่มือเตรียมสอบ หนังสือประวัติศาสตร์ ตลอดจนหนังสือแนะแนวทางการใช้ชีวิตอย่างสร้างสรรค์

ที่อยู่ : 120 ถนนเจริญกรุง แขวงวังบูรพาภิรมย์ 

เวลาทำการ : จันทร์-เสาร์ 8.30 – 17.30 (ปิดวันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์)

Website : www.burapasarnbook.com

Facebook : burapasarn

ติดต่อ : 0 2623 7498

Sarabarn Book

ร้านหนังสือเปี่ยมสาระและความเบิกบาน

10 ร้านหนังสือ ในเมืองเก่าที่ทำให้เข้าใจเสน่ห์หนังสือกระดาษ

ฝ่าดงนักทัศนาจรยามค่ำคืนบนท้องถนนข้าวสาร เข้ามาอีกหน่อยในซอยรามบุตรี จะพบกับร้านหนังสือขี้อายขนาดอบอุ่น มีวอลเปเปอร์เป็นกองหนังสือที่จัดเรียงอย่างอิสระ ไร้แบบแผน แต่ดูลงตัวโดยไม่ได้ตั้งใจอย่าง ‘Sarabarn Book’ ซุกซ่อนตัวอยู่

10 ร้านหนังสือ ในเมืองเก่าที่ทำให้เข้าใจเสน่ห์หนังสือกระดาษ

ด้วยความตั้งใจที่อยากจะสร้างพื้นที่ที่รวบรวมหนังสือหลากแนว หลายภาษา ที่ไม่เกี่ยงว่าคนอ่านจะเป็นคนไทยหรือคนต่างชาติ ธาตรี จินตวิจิต จึงเรียกขานร้านหนังสือของเขาว่า ‘สาระบาน บุ๊ก’ หมายถึง รายชื่อเรื่องของเนื้อหาสาระที่อัดแน่นไว้ในหนังสือแต่ละเล่ม และเหตุที่เลือกใช้คำว่า ‘สาระบาน’ แทนคำว่า ‘สารบัญ’ นั่นเป็นเพราะต้องการให้ชื่อร้านพ้องเสียงกับคำว่า ‘เบิกบาน’ ซึ่งเป็นความรู้สึกที่เขาหวังว่าผู้ที่มาเยี่ยมเยือนจะได้รับกลับไปพร้อมกับหนังสือในมือ

10 ร้านหนังสือ ในเมืองเก่าที่ทำให้เข้าใจเสน่ห์หนังสือกระดาษ

เป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว ที่สาระบาน บุ๊กเปิดพื้นที่ให้เหล่านักอ่านเข้ามาเลือกซื้อ เลือกหาสาระและความเบิกบานใจที่อยู่ในแบบรูปเล่ม ไม่ว่าจะเป็นหนังสือแนวไกด์บุ๊กแนะนำสถานที่ท่องเที่ยว อัตชีวประวัติของบุคคลสำคัญ ปรัชญา จิตวิทยา ตลอดจนนวนิยายอันโด่งดัง และวรรณกรรมอันเลื่องชื่อ ที่มาในรูปแบบของภาษาไทย อังกฤษ ฝรั่งเศส และดัตซ์ อีกหนึ่งรายละเอียดเล็กๆ น่ารักของทางร้าน คือการจำหน่ายของที่ระลึกที่ผสมผสานความเป็นไทยเข้ากับวัฒนธรรมตะวันตก 

ที่อยู่ : 108/17 ซอยรามบุตรี แขวงตลาดยอด 

เวลาทำการ : ทุกวัน 10.00 – 22.00 น. 

ติดต่อ : 08 1376 3936


อ่านเรื่องราวของ 200 ที่เที่ยวรอบเกาะรัตนโกสินทร์เพิ่มเติมได้ที่นี่

Writer & Photographer

The Cloud

นิตยสารออนไลน์ที่เล่า 3 เรื่องหลักอย่าง Local, Creative Culture และ Better Living ส่งเนื้อหารายวัน แต่เสิร์ฟความประณีตแบบนิตยสารรายเดือน

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

18 มิถุนายน 2565
13.73 K

The Cloud x สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa)

“ศูนย์กลางไชนาทาวน์กรุงเทพฯ อยู่ที่ไหน”

คนยุคนี้คงตอบว่า ‘เยาวราช’ ด้วยความชินชาต่อภาพความพลุกพล่านของท้องถนนอันลานตาไปด้วยรถรา การค้าขาย ผู้คนสัญจรขวักไขว่ใต้ป้ายไฟภาษาจีน

แต่ถ้าเป็นคนยุคเก่าที่อาศัยอยู่ในพื้นที่นี้มาตั้งแต่รุ่นอาเตี่ย อาม้า คำตอบของเขาอาจเป็น ‘สำเพ็ง’ หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า ‘ซอยวานิช 1’ ถนนสายแคบที่ทอดขนานแนวลำน้ำเจ้าพระยา เป็นที่ตั้งของธุรกิจการค้าและบ้านช่องของชาวจีน มาพร้อมกับการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานีใหม่ ซึ่งหมายความว่ามีมาก่อนถนนเยาวราชที่เริ่มตัดใน พ.ศ. 2435 นานถึง 110 ปี

ในช่วงอายุ 130 ปีของเยาวราช กับ 240 ปี ของสำเพ็ง ร้านรวงมากมายเริ่มเปิดกิจการขึ้นในย่านนี้ บางกิจการล้มหายตายจากไปพร้อมกับชีวิตเจ้าของ บางแห่งโยกย้ายไปยังทำเลที่ตั้งใหม่ บ้างปรับเปลี่ยนสินค้าหรือวิธีดำเนินธุรกิจตามความนิยมของสังคมซึ่งแปรผันไป ขณะที่อีกหลายร้านยังตั้งมั่นอยู่ที่เก่า ค้าขายสินค้าดั้งเดิมเพื่อสานต่อตำนานชื่อร้านของปู่ย่าตายายจวบจนวันนี้

คอลัมน์ Take Me Out พาผู้อ่านทุกเพศทุกวัยเจาะเวลาหาอดีตอันเรืองรองของไชนาทาวน์กรุงเทพฯ จากร้านค้าเก่าแก่ทั้ง 7 แห่ง ตามลายแทงของพ่อค้าเชือกผู้เรียกสำเพ็ง-เยาวราชว่า ‘บ้าน’ มาตั้งแต่ลืมตาดูโลก

01
ใจ่หลี

ห้องแถวแคบสุดในสำเพ็งที่ไม่น่าเชื่อว่าขายอุปกรณ์การเกษตรเพียบ

ใจ่หลี ห้องแถวแคบสุดในสำเพ็งที่ไม่น่าเชื่อว่าขายอุปกรณ์การเกษตรเพียบ

‘แคบ’ คือคำคุณศัพท์คำแรกที่ทุกคนน่าจะนึกเหมือนกันยามเห็นร้านนี้เป็นครั้งแรก

ด้านกว้างซึ่งมีเนื้อที่เพียงให้ผู้ใหญ่เดินผ่านได้ทีละคน หากเดินสวนกันต้องมีฝ่ายหนึ่งเอี้ยวตัวหลบ ทำให้ห้องแถวคูหานี้ครองรางวัลห้องแถวที่แคบที่สุดในย่านสำเพ็งได้อย่างปราศจากคู่ท้าชิง

ใจ่หลี ห้องแถวแคบสุดในสำเพ็งที่ไม่น่าเชื่อว่าขายอุปกรณ์การเกษตรเพียบ

หากมองผ่าน ๆ ตา ห้องแถวชั้นเดียวตรงนี้ดูเหมือนทางเดินระหว่างซอกตึก ซึ่งพบได้ตามย่านตึกแถวทั่วไป แต่เชื่อหรือไม่ว่าหลังประตูไม้บานเล็กคู่นี้ถูกใช้เป็นร้านขายด้ามจอบ พลั่ว เสียม อุปกรณ์การเกษตรและก่อสร้างอีกสารพัดชนิด ภายใต้ป้าย ‘ใจ่หลี 再利’ ที่ อากงเซียะโพ่ว แซ่บุ๊ง และ อาม่าฉุ่งฮ้อ แซ่ตั๊ง พากันมาเปิดตั้งแต่ 50 – 60 ปีก่อน

ใครกำลังมองหาจอบ เสียม หรืออุปกรณ์การเกษตรอื่นใด อย่าเพิ่งสบประมาทว่าร้านแคบแค่นี้จะมีของที่คุณต้องการขายหรือ เพราะแม้ด้านหน้าจะดูแคบ แต่ด้านในกลับลึกจนมีพื้นที่จุสินค้าได้เหลือเฟือ 

ดูจากปริมาณสินค้าที่รถส่งของนำมาลงแต่ละเที่ยว ก็การันตีความจิ๋วแต่แจ๋วของร้านนี้ได้ดียิ่งกว่าคำโฆษณาใด ๆ แล้ว

ใจ่หลี

ที่ตั้ง : 625/1 ซอยวานิช 1 แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ไม่แน่นอนเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19

โทรศัพท์ : 0 2222 2438, 08 7806 6732

02
บ้วนฮวด

กว้างกว่าใจ่หลีนิดหน่อย ขายตะกาวที่ใช้แบกกระสอบ

บ้วนฮวด กว้างกว่าใจ่หลีนิดหน่อย ขายตะกาวที่ใช้แบกกระสอบ

ไม่กี่ช่วงก้าวจากร้านแคบเป็นอันดับหนึ่ง ก็มาถึงร้านแคบเป็นอันดับสอง

‘บ้วนฮวด 萬發’ คือชื่อที่ปรากฏตามป้ายหน้าร้านนี้ อีกหนึ่งร้านห้องแถวที่สร้างขึ้นจากที่ว่างซอกตึก เช่นเดียวกับห้องแถวอีกหลายแห่งในสำเพ็ง-เยาวราช ซึ่งพื้นที่ทุกตารางเมตรมีใช้สอยอย่างจำกัด

บ้วนฮวด กว้างกว่าใจ่หลีนิดหน่อย ขายตะกาวที่ใช้แบกกระสอบ

ข้าวของที่ร้านนี้จำหน่าย ประกอบด้วยอุปกรณ์จำพวกตะกาวหรือตะขอที่มีด้ามจับ มีไว้ใช้เกี่ยวและแบกกระสอบ เป็นเครื่องใช้ที่จำเป็นในย่านนี้ ด้วยเหตุที่ในอดีตริมถนนทรงวาดซึ่งอยู่ถัดไปจากสำเพ็ง มีท่าน้ำที่ใช้ลำเลียงกระสอบข้าว ร้านค้าบนถนนแถวนี้จึงขายพืชผลทางการเกษตรมากมาย 

ตะกาวที่ร้านบ้วนฮวดขายมีหลายขนาด ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์การใช้งาน หากใช้เกี่ยวกระสอบข้าวสารที่มีขนาดใหญ่และหนัก ก็ต้องใช้ตะกาวไซส์ใหญ่แต่สั้น หรือหากจะใช้เกี่ยวกระสอบที่เบาลงมา ก็ต้องใช้ตะกาวยาวที่เหมาะสมกับของที่ใช้ซ้อนกันเป็นชั้น ๆ เป็นต้น

บ้วนฮวด

ที่ตั้ง : 641 ซอยวานิช 1 แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ไม่แน่นอนเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19

โทรศัพท์ : 0 2225 1526

03
ร้านขายยาไทย ฮกสูนตึ๊ง ตรากระต่ายคู่

ร้านคนจีนขายยาไทย

ร้านขายยาไทย ฮกสูนติ้ง ตรากระต่ายคู่ ร้านคนจีนขายยาไทย

ประมาณ 50 ปีก่อน สำเพ็งในสมัยนั้นเป็นย่านที่ใครพูดภาษาไทยจะกลายเป็นต่างด้าวในความรู้สึกของคนในพื้นที่ไปทันตา ถึงอย่างนั้นซอยวานิช 1 ก็ยังมีร้านขายยาไทย (แต่ชื่อจีน) อยู่ 1 แห่ง คือร้าน ‘ฮกสูนตึ๊ง ตรากระต่ายคู่’ ที่ขายทั้งสมุนไพรไทยและจีนในร้านเดียว

ร้านขายยาไทย ฮกสูนติ้ง ตรากระต่ายคู่ ร้านคนจีนขายยาไทย

นอกจากยาไทยแล้ว ห้องแถว 2 ห้องนี้ยังขายเครื่องแกงและเครื่องเทศที่ใช้ในชีวิตประจำวัน อย่างผักชี ยี่หร่า และขมิ้นชัน เรียกว่าเป็นร้านค้าเก่าแก่เพียงไม่กี่ร้านที่ชาวสำเพ็งในอดีตจะซื้อหายารักษาโรค สมุนไพร และเครื่องเทศเครื่องแกงอย่างคนไทยได้ โดยไม่ต้องย่างกรายไปนอกละแวกบ้านของพวกตน

ร้านขายยาไทย ฮกสูนตึ๊ง ตรากระต่ายคู่

ที่ตั้ง : 531-533 ซอยวานิช 1 แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการวันจันทร์-เสาร์ เวลา 08.30 – 16.30 น. ปิดทุกวันอาทิตย์

โทรศัพท์ : 0 2221 2426

04
ศิริภัณฑ์โอสถ (เชี่ยงอันตึ๊ง)

ร้านยาจีนที่คงสภาพเดิมไว้เหมือนตอนเปิดกิจการ

ศิริภัณฑ์โอสถ (เชี่ยงอันตึ๊ง) ร้านยาจีนที่คงสภาพเดิมไว้เหมือนตอนเปิดกิจการ

ห้างร้านที่พบได้มากที่สุดในสำเพ็งยุคเก่า ได้แก่ ร้านขายยาจีนและร้านโพยก๊วน กิจการทั้งสองอย่างนี้ สะท้อนสิ่งที่ชาวจีนโพ้นทะเลในไทยให้ความสำคัญได้เป็นอย่างดี กล่าวคือร้านยามีไว้รักษาทุกอาการเจ็บป่วย ขณะที่ร้านโพยก๊วนมีไว้ใช้บริการโอนเงินกลับบ้านเกิดที่เมืองจีน

ตัวอย่าง ‘ศิริภัณฑ์โอสถ (เชี่ยงอันตึ๊ง)’ ร้านยาจีนที่จดทะเบียนนิติบุคคลมาตั้งแต่ พ.ศ. 2504 โดย อากงฮุยจั๊ว แซ่อั๊ง อดีตลูกจ้างร้านไต้อันตึ๊ง ร้านขายยารุ่นเก่าที่มีมาตั้งแต่สมัย ดร.ซุน ยัตเซ็น เดินทางเยือนสยามประเทศเมื่อร้อยกว่าปีก่อน

ศิริภัณฑ์โอสถ (เชี่ยงอันตึ๊ง) ร้านยาจีนที่คงสภาพเดิมไว้เหมือนตอนเปิดกิจการ

ปัจจุบันร้านศิริภัณฑ์โอสถได้รับการสานต่อโดย เภสัชกรหญิงมุกดา หงไพศาล หลานสาวผู้ก่อตั้ง วันเวลาที่ล่วงเลยมานานกว่า 60 ปี นับตั้งแต่วันเริ่มกิจการแทบไม่ได้เปลี่ยนแปลงสภาพร้านจากเดิมเลย เพราะที่นี่ยังมีตู้ยาจีนแบบดั้งเดิม ตาชั่งยา รวมถึงยาจีนนานาชนิด ทั้งยาบำรุงและยาต้ม แม้แต่ชื่อยานำเข้าที่ไม่คุ้นหูสำหรับเด็กรุ่นใหม่อย่าง ‘ชวนป๋วยปี่แป่กอ’ และ ‘ชวนป๋วยปี่แป่โหล่ว’ ก็ยังเป็นสินค้าสำคัญประจำร้านที่มีพร้อมให้ลูกค้าซื้อไปบรรเทาอาการเจ็บคอได้ทุกเมื่อ

ศิริภัณฑ์โอสถ (เชี่ยงอันตึ๊ง)

ที่ตั้ง : 466 ซอยวานิช 1 แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการวันจันทร์-เสาร์ เวลา 08.00 – 16.30 น. ปิดทุกวันอาทิตย์

โทรศัพท์ : 0 2222 2502

05
เชี่ยงปู่

ร้านผลไม้ผู้บุกเบิกการนำเข้าเกาลัดสู่แผ่นดินไทย

เชี่ยงปู่ ร้านผลไม้ผู้บุกเบิกการนำเข้าเกาลัดสู่แผ่นดินไทย

ทะลุซอกซอยจากสำเพ็งมาถึงถนนเยาวราชที่ควันไฟคลุ้งโขมงตลอดสองฝั่งทาง คล้ายจะบอกให้รู้ว่าที่นี่คืออาณาเขตของรถเข็นและแผงลอยขายเกาลัด

แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าเกาลัดที่เดี๋ยวนี้เหล่าพ่อค้าแม่ค้าพากันคั่วขายเป็นล่ำเป็นสัน มีต้นตอมาจากร้าน ‘เชี่ยงปู่’ แผงขายผลไม้อันมีพืชผลนำเข้าอวดโฉมแน่นขนัดที่ปากทางเข้าตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ย

ธนกฤติ อังสุปาลี เจ้าของร้านคนรุ่นใหม่เล่าด้วยความภาคภูมิใจว่า ร้านนี้เปิดมานานกว่า 80 ปีแล้ว โดยการร่วมทุนกันของ 2 หุ้นส่วน ชื่อ เชี่ยงจั๊ว และ หย่งปู่ จึงนำชื่อของทั้งคู่มาผสมคำกันเป็น ‘เชี่ยงปู่ (长富)’ มีความหมายว่า มั่งคั่งยืนยง

แรกเริ่มเดิมที ร้านเชี่ยงปู่เน้นขายแค่ผลไม้นำเข้าจากต่างประเทศ เช่น ลิ้นจี่และแอปเปิล ถือเป็นของขวัญราคาแพงสำหรับคนจีน กระทั่งอากงเชี่ยงจั๊วหัวใส ได้ความคิดว่าจะนำเกาลัดเข้ามาขาย เพื่อให้คนละทิ้งแผ่นดินใหญ่ได้คลายความคิดถึงบ้านเกิด ต่อแต่นั้นมาร้านนี้ก็ได้เป็นผู้นำเทรนด์นำเข้าทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเกาลัด ทั้งเมล็ดเกาลัด เครื่องคั่ว ที่แกะ และนวัตกรรมที่ช่วยถนอมอายุเกาลัดให้มีกินได้ตลอดทั้งปี แทนที่จะออกผลแค่เดือนตุลาคม และเก็บได้แค่ราว 4 เดือนตามธรรมชาติของเกาลัด

เชี่ยงปู่

ที่ตั้ง : 293/1 ถนนเยาวราช ปากซอยเยาวราช 6 (อิสรานุภาพ) แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง

โทรศัพท์ : 0 2222 2219, 08 9445 4544

06
ลิ่มงี่เฮียง

ต้นตำรับหมูแผ่นสยามประเทศ

ลิ่มงี่เฮียง ต้นตำรับหมูแผ่นสยามประเทศ

ตึกแถว 3 ห้องริมถนนเยาวราช จุดที่คึกคักตลอดวัน เป็นที่ตั้งของร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์เนื้อหมูแปรรูปที่มีอายุกว่า 100 ปี ‘ลิ่มงี่เฮียง 林宜香’ ซึ่งขนานนามตามชื่อของ อากงงี่เฮียง แซ่ลิ้ม ผู้ก่อตั้ง ปัจจุบันอยู่ในความดูแลของ วาสนา ธนาสุนทรารัตน์ ทายาทรุ่นสามที่ยังเดินหน้าสืบสานตำนานร้านต่อไป

ถ้าหากคุณถวิลหารสชาติอันโอชะของหมูแผ่นบางกรอบ อย่าได้ลังเลที่จะมาเยี่ยมเยือนร้านนี้สักครั้ง เพราะนี่คือร้านแรกที่ริเริ่มทำหมูแผ่นทอดกรอบขายในเมืองไทย ยืนยันได้จากสโลแกนที่มักห้อยท้ายชื่อร้านว่า ‘ลิ่มงี่เฮียง หมูแผ่นแห่งแรกในประเทศไทย’

ลิ่มงี่เฮียง ต้นตำรับหมูแผ่นสยามประเทศ

บรรจุภัณฑ์ของร้านสวยงามมีเอกลักษณ์ โดยเฉพาะฝากล่องพิมพ์รูปวาด ‘สุพรรณหงส์หน้าพระปรางค์วัดอรุณฯ’ บอกถิ่นที่ตั้งร้าน ในอดีตเคยเป็นของฝากยอดฮิตที่ดังไกลถึงต่างแดน ชนิดที่ชาวต่างชาติ เช่น ฮ่องกง สิงคโปร์ จำเป็นต้องซื้อเพื่อเป็นหลักประกันว่าเขาได้เหยียบย่างมาถึงไชนาทาวน์กรุงเทพฯ แล้ว

ในร้านที่หมูหย็อง หมูแผ่น กุนเชียง หมูเส้นกรอบ หมูพริกไทยดำ หมูหวาน หมูทุบ และอีกหลายหมูดูละลานตาจนยากจะไล่เรียงได้หมด สิ่งที่ดึงดูดสายตาลูกค้าผู้มาเยือนร้านลิ่มงี่เฮียงไม่แพ้สินค้าที่ขาย คือความโอ่อ่าของงานตกแต่งที่ฝังตัวอยู่ทั่วทุกมุมห้อง ตั้งแต่เคาน์เตอร์ ตู้โชว์เครื่องลายคราม จนถึงผนังแต่ละด้าน ให้ความรู้สึกราวกับอยู่ในจวนขุนนางจีนโบราณมากกว่าอยู่ในร้านขายของ

ลิ่มงี่เฮียง ต้นตำรับหมูแผ่นสยามประเทศ

งานไม้แกะสลักที่ประดับไว้ในร้านไม่ใช่ของเพิ่งทำใหม่ แต่เป็นของเก่าแก่อายุราว 40 – 50 ปีโดยประมาณ ข้อความภาษาจีนทั้งหมดเขียนอย่างประณีตด้วยลายพู่กัน ไม่ใช่กลอนคู่อวยพรอย่างที่หาอ่านได้ในร้านค้าของคนจีนธรรมดา หากเป็นถ้อยคำโฆษณาสรรพคุณอันโดดเด่นของสินค้าที่ทางร้านจำหน่าย เป็นต้นว่า “ไม่มีเนื้อที่ไม่สดใหม่” หรือ “มอบให้เป็นที่ระลึกร้านขายหมูแผ่นแห่งแรกในประเทศไทย”

ลิ้มงี่เฮียง

ที่ตั้ง : 301 ถนนเยาวราช แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 06.00 – 18.00 น.

โทรศัพท์ : 0 2221 1389

07
ก๊ำหล่ง

ร้านอาหารกวางตุ้งอายุเกินร้อยปีแห่งตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ย

ก๊ำหล่ง ร้านอาหารกวางตุ้งอายุเกินร้อยปีแห่งตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ย

เคลื่อนขบวนจากริมถนนใหญ่มายังซอยอิสรานุภาพ (ตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ย) อันเป็นที่ตั้งของตลาดเก่า ซึ่งยังคงวิถีชีวิตเก่า ๆ ของชาวไทยเชื้อสายจีนเมื่อหลายสิบปีก่อนไว้เป็นอย่างดี

กว่าครึ่งหนึ่งของตลาดนี้เคยถูกครอบครองโดยชาวจีนกวางตุ้งที่นิยมเลี้ยงชีพด้วยการขายอาหาร ก่อนที่ชาวกวางตุ้งจะทยอยย้ายร้านออกไป เปิดทางให้ชาวจีนแต้จิ๋วเข้ามาจับจองพื้นที่จนแทบไม่เหลือร้านของชาวกวางตุ้ง แต่กระนั้นมรดกสำคัญซึ่งผู้ประกอบการชาวกวางตุ้งทิ้งไว้ให้ตลาดนี้ คือรสชาติอาหารที่ค่อนข้างหวาน กลมกล่อม ไม่สู้เค็มและจืดอย่างรสมือชาวแต้จิ๋ว

ก๊ำหล่ง ร้านอาหารกวางตุ้งอายุเกินร้อยปีแห่งตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ย

‘ก๊ำหล่ง 金隆’ คือประวัติศาสตร์มีชีวิตที่บอกให้คนรุ่นหลังรู้ว่า ร้านอาหารกวางตุ้งในตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ยมีสภาพเป็นอย่างไร บรรพบุรุษรุ่นแรกเริ่มกิจการร้านนี้มาจากเขตซ้ามยับ (แถบเมืองกว่างโจว) ในมณฑลกวางตุ้งเมื่อร้อยกว่าปีก่อน ปัจจุบันร้านนี้ได้ถูกเปลี่ยนมือเจ้าของมาจนถึงรุ่นที่ 4 แล้ว

นี่คือร้านที่ลูกจีนนักจับจ่ายหลายคนชอบนึกถึงในช่วงวันไหว้เจ้า เพราะของที่ร้านนี้จำหน่ายมีพร้อมสรรพทั้งวัตถุดิบและอาหารสำเร็จรูป อาทิ หมูย่าง หมูแดง เป็ดย่าง ไก่ย่าง กานาฉ่าย โปรตีนเกษตร อาหารเจ

เนื่องจากที่นี่เป็นร้านอาหารแห่งสุดท้ายในตลาดที่ยังต้านทานกระแสสังคม โดยการใช้เตาถ่าน ย่างฟืนแบบโบราณ ส่งผลให้กลิ่นเตาถ่านหอมตลบอบอวลอย่างไม่มีวันหาได้จากเตาไฟฟ้า

ก๊ำหล่ง ร้านอาหารกวางตุ้งอายุเกินร้อยปีแห่งตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ย

ถ้ากระเพาะของคุณยังมีที่ว่างเพียงพอ ขอแนะนำให้ลองชิม ‘บ๊ะจ่างกวางตุ้ง’ อันมีรูปทรงผิดแผกจากบ๊ะจ่างแต้จิ๋วในภาพจำของคนไทยส่วนใหญ่อย่างเห็นได้ชัด เพราะนี่คือสินค้าเฉพาะตัวของร้านกวางตุ้งที่หาไม่ได้ง่าย ๆ แล้ว

ก๊ำหล่ง

ที่ตั้ง : 218 ตรอกอิสรานุภาพ ถนนเยาวราช แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 06.00 – 18.00 น.

โทรศัพท์ : 0 2224 4056, 09 2442 4662

The Cloud Golden Week คือแคมเปญสนุก ๆ ที่ทีมงานก้อนเมฆขอประกาศลาพักร้อน 1 สัปดาห์ เนื่องในโอกาสฉลอง The Cloud ครบ 5 ปี เราเลยเปิดรับวัยอิสระ อายุ 50 ปีขึ้นไป ทั้งนักเขียน ช่างภาพ และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ เข้ามาประจำการแทนใน The Cloud Golden Week ขอเรียกว่าเป็นการรวมพลังวัยอิสระมา ‘เล่าเรื่อง’ ในฉบับของตนเองผ่านสื่อดิจิทัลบนก้อนเมฆ เพราะเราเชื่อว่า ‘ประสบการณ์’ ของวัยอิสระคือเรื่องราวอันมีค่า เราเชื่อในศักยภาพของมนุษย์ อายุที่เพิ่มขึ้นเป็นเพียงตัวเลข ไม่ใช่ข้อจำกัดของการเรียนรู้

แคมเปญนี้เราร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจให้วัยอิสระกล้ากระโจนเข้าหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ออกมาพูดคุยกับเพื่อนวัยเดียวกัน พร้อมแบ่งปันเรื่องราวอันเปี่ยมด้วยคุณค่า เพื่อเติมฟืนไฟให้กาย-ใจสดใสร่าเริง

นี่เป็นครั้งแรกที่ทีมงาน The Cloud มีสมาชิกอายุรวมกันมากกว่า 1,300 ปี!

Writers

สมชัย กวางทองพานิชย์

เป็นคนหลงใหลบ้านและชุมชนของตัวเอง

พัทธดนย์ กิจชัยนุกูล

ชอบอ่านเขียนตั้งแต่จำความได้ สนใจวิชาสังคมศึกษาตั้งแต่จบอนุบาล ใฝ่รู้ประวัติศาสตร์ตั้งแต่อยู่ประถม หัดแต่งนวนิยายตั้งแต่เรียนมัธยม เขียนงานสารพัดด้วยนามปากกา “แพทริก เหล่า” ตั้งแต่เข้ามหา’ลัย

Photographer

สมชัย กวางทองพานิชย์

เป็นคนหลงใหลบ้านและชุมชนของตัวเอง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load