The Cloud x Museum Siam

สิ่งพิมพ์กำลังจะตาย’ 

ประโยคนี้ถูกกล่าวบ่อยครั้ง เมื่อเทคโนโลยีทำให้คนหนีไปเสพสื่อบนหน้าจอมากขึ้น ถึงอย่างนั้นก็ยังมีผู้คนที่หลงใหลสัมผัสกระดาษและการอ่านหนังสือเล่ม เสน่ห์ของการอ่านแบบดั้งเดิมจึงพบได้ในย่านเมืองเก่า ที่ยังคงมีร้านหนังสือเล็กๆ กระจายตัวทั่วสารทิศ ทั้งร้านเก่าแก่ประจำย่าน และร้านหนังสืออิสระที่คัดสรรหนังสือเฉพาะด้านมารวบรวมไว้ ทุกร้านยังรอนักอ่านเข้ามาสร้างปฏิสัมพันธ์ แลกเปลี่ยนตามหาขุมทรัพย์กระดาษภายในร้านเสมอ

สวนเงินมีมา 

สวนหนังสืออุดมความรู้ 

10 ร้านหนังสือในเมืองเก่าที่ทำให้เข้าใจเสน่ห์หนังสือกระดาษ

เปิดฉากการเดินทางผ่านตัวอักษรกันที่ร้านหนังสือชื่อชวนฉงน ขนาด 2 คูหา ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร 

‘สวนเงินมีมา’ มีที่มาจากชื่อของคุณยายที่เคารพรักทั้ง 3 ท่าน ยายเงิน ยายมี และยายมา ของ .ศิวรักษ์ หรือ อาจารย์สุลักษณ์ ศิวรักษ์ ผู้สนับสนุนการก่อตั้งสำนักพิมพ์สวนเงินมีมา และขยับขยายกิจการไปเป็นร้านหนังสือเพื่อสุขภาพกายและสุขภาพจิต

10 ร้านหนังสือ ในเมืองเก่าที่ทำให้เข้าใจเสน่ห์หนังสือกระดาษ

เมื่อแรกย่างก้าวเท้าเข้าร้าน เหล่านักอ่านจะพบกับโซนคาเฟ่อาหารและเครื่องดื่มออร์แกนิก รวมถึงสินค้าออร์แกนิกต่างๆ ที่รับมาจากกลุ่มแม่บ้านและชุมชน ถัดมาคือโซนหนังสือที่เลือกหยิบไปนั่งอ่านตามมุมต่างๆ ในร้านได้ก่อนตัดสินใจซื้อ หนังสือภายในร้านเน้นแนวสร้างสรรค์ทางความคิด วรรณกรรมแปล ปรัชญา และสังคม จากหลากหลายสำนักพิมพ์ เช่น มติชน ผีเสื้อ รวมถึงของทางร้านเองด้วย 

ที่นี่ตั้งใจเป็นตัวกลางให้ผู้อ่านกับหนังสือมาเจอกัน สามสิ่งที่ร้านคาดหวังให้ลูกค้าขาประจำและขาจรได้กลับไป คือ บรรยากาศอบอวลกลิ่นหนังสือ การบริการที่ดี และหนังสือที่ตามหา 

ที่อยู่ : 77, 79 ถนนเฟื่องนคร แขวงวัดราชบพิธ 

เวลาทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 09.00 – 18.00 น. และ วันเสาร์ 09.00 – 17.00 น. (ปิดวันอาทิตย์)

ติดต่อ : 0 2622 0955

Facebook : สวนเงินมีมา 

คลังวิทยา 

คลังนวนิยายสุดเก๋าในร้านเก่าย่านวังบูรพา

10 ร้านหนังสือ ในเมืองเก่าที่ทำให้เข้าใจเสน่ห์หนังสือกระดาษ

ย้อนเวลาไปเมื่อ 70 – 80 ปีที่แล้ว ย่านวังบูรพาถือเป็นแหล่งใจกลางเมืองสุดฮิตของวัยรุ่นสมัยนั้น นอกจากความโก้เก๋ของร้านค้า ร้านอาหาร ย่านนี้ยังมีร้านหนังสือสุดเก๋าด้วย

ภายในร้าน 2 คูหา นามว่า ‘คลังวิทยา’ มีหนังสือเรียงรายตามชั้นไม้ โต๊ะยาว และตู้กระจก ไว้อย่างสวยงาม พร้อมให้ผู้อ่านเข้ามาเลือกสรรได้อย่างจุใจ แม้จุดเริ่มต้นของร้านจะเริ่มจากการรับซื้อต้นฉบับหนังสือแนวนวนิยาย แต่ปัจจุบันก็มีหลากหลายหมวดวรรณกรรม ไปจนถึงสารคดี พงศาวดาร ให้เลือกเช่นกัน 

10 ร้านหนังสือ ในเมืองเก่าที่ทำให้เข้าใจเสน่ห์หนังสือกระดาษ

เนื่องจากร้านเปิดมากว่า 50 ปี ทำให้มีหนังสือเก่าแก่มือหนึ่งน่าสะสมวางขาย ลายกราฟิกวินเทจบนปกนิยายสีจางๆ เท่อย่าบอกใคร ไม่ว่าจะเป็นนิยายจากนักเขียนรุ่นเก๋า เช่น โสภาค สุวรรณ, โสภี พรรณราย หรือชลาลัย นับเป็นแหล่งขุมทรัพย์นิยายคลาสสิกที่น่าตามล่ามาครอบครอง

ที่อยู่ : ซอยภาณุรังษี ถนนมหาไชย แขวงวังบูรพาภิรมย์ 

เวลาทำการ : 08.30 – 17.30 (ปิดวันอาทิตย์)

ติดต่อ : 0 2222 4546

รวมสาส์น 

ขุมทรัพย์นักแปลภาษาและนักอ่านนิยายตัวยง

10 ร้านหนังสือ ในเมืองเก่าที่ทำให้เข้าใจเสน่ห์หนังสือกระดาษ

ถัดมาไม่ไกลจากคลังวิทยาจะเจออีกแหล่งขุมทรัพย์ที่เกิดขึ้นในช่วงยุคทองของวังบูรพา เป็นเวลากว่า 62 ปีที่จัดพิมพ์ จัดจำหน่ายหนังสือที่อัดแน่นไปด้วยความรู้และจรรโลงใจ ภายในห้องแถว 1 คูหานี้เน้นจำหน่ายพจนานุกรมและนวนิยายเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งนวนิยายแต่ละเล่มล้วนแต่เป็นนิยายไทยรุ่นเก๋าแทบทั้งสิ้น ทั้ง สายรักสลาย จากนามปากกานันทนา วีระชน เงาพระจันทร์ จากโสภาค สุวรรณ สายรักสายสวาท อาริตา ดาริกา รวมถึงยังมีนิยายที่พิมพ์ขึ้นมากว่า 50 ปี ก็ยังมีให้ตามไปซื้อสะสมกันด้วย

10 ร้านหนังสือ ในเมืองเก่าที่ทำให้เข้าใจเสน่ห์หนังสือกระดาษ
10 ร้านหนังสือ ในเมืองเก่าที่ทำให้เข้าใจเสน่ห์หนังสือกระดาษ

หากใครชื่นชอบความคลาสสิกของนิยายไทยเก่าๆ หลงใหลในเนื้อกระดาษที่ไม่ใช่กระดาษถนอมสายตาอย่างหนังสือในปัจจุบัน ทว่าเป็นสีน้ำตาลอมเหลืองจากการบ่มเพาะผ่านเวลามาเนิ่นนาน หรือหลงรักการพิมพ์สมัยโบราณแบบเรียงพิมพ์ สามารถไปเดินจับจ่ายตามหาขุมทรัพย์ล้ำค่าที่ร้านแห่งนี้กันได้ นอกเหนือจากนี้แล้วยังมีหนังสือทั่วไป การ์ตูน หนังสือฮวงจุ้ย ประวัติศาสตร์ ให้เลือกเพิ่มอีกด้วย

ที่อยู่ : 864 ถนนมหาไชย แขวงวังบูรพา 

เวลาทำการ : จันทร์-เสาร์ เวลา 08.30 – 16.30 น. (ปิดวันอาทิตย์)

ติดต่อ : 0 2226 3808

โอเดียนสโตร์ 

ร้านโบราณที่อายุนานพอๆ กับหนังสือ 

10 ร้านหนังสือ ในเมืองเก่าที่ทำให้เข้าใจเสน่ห์หนังสือกระดาษ

เดินต่ออีกสัก 4 – 5 ก้าวจากร้านรวมสาส์น จะเจอร้านกระจกใสที่ภายในเต็มไปด้วยหนังสือ ซึ่งเป็นร้านที่ใครหลายคนรู้จักกันดีในชื่อ ‘โอเดียนสโตร์’ เพราะเคยเปิดที่สยามสแควร์ ย่านท่องเที่ยวยอดนิยมของวัยรุ่นในยุคปัจจุบันและที่ปิ่นเกล้า ก่อนจะเหลือเพียงแค่ที่วังบูรพาถิ่นดั้งเดิมแห่งนี้

10 ร้านหนังสือ ในเมืองเก่าที่ทำให้เข้าใจเสน่ห์หนังสือกระดาษ
10 ร้านหนังสือ ในเมืองเก่าที่ทำให้เข้าใจเสน่ห์หนังสือกระดาษ

โอเดียนสโตร์เปิดให้บริการแก่เหล่าหนอนหนังสือมาร่วม 70 ปี เมื่อแรกเริ่มทางร้านเน้นหนังสือแนวสารคดีและหนังสือทั่วไป ต่อมาจึงเพิ่มหนังสือแนววิชาการระดับอุดมศึกษามากขึ้น มีหลากหลายหมวดให้เลือกทั้งประวัติศาสตร์ วรรณคดีไทย การบัญชี-บริหาร วิทยาศาสตร์ จิตวิทยา ซึ่งมีทั้งหนังสือวิชาการ ตำราเก่าแก่ และหนังสือทั่วไปก็ยังมีให้เลือกสรร

เมื่อไหร่ที่อยากออกตามหาหนังสือตำราเก่าโบราณ โอเดียนสโตร์ก็เป็นตัวเลือกที่ไม่น่าผิดหวัง

ที่อยู่ : 860 – 2 ถนนวังบูรพา แขวงวังบูรพาภิรมย์ 

เวลาทำการ : จันทร์-ศุกร์ 08.00 – 17.00 น. เสาร์ 08.00 – 12.00 น. (ปิดวันอาทิตย์)

ติดต่อ : 0 2221 0742

หนังสือเดินทาง 

ร้านหนังสือที่กระตุ้นให้คนอยากเดินทาง

10 ร้านหนังสือ ในเมืองเก่าที่ทำให้เข้าใจเสน่ห์หนังสือกระดาษ

เริ่มต้น ไป และกลับมา’ คือ นิยามสำหรับหนังสือเดินทางตลอด 18 ปีของร้านหนังสือแห่งนี้ ที่ไม่ได้ขายแต่หนังสือไกด์บุ๊กนำเที่ยวเหมือนกับชื่อร้าน แต่แนวคิดหลักเรื่องการเดินทางเป็นตัวช่วยคัดสรรหนังสือดีๆ มาวางบนชั้น เริ่มต้นจากหนังสือที่ช่วยกระตุ้น สร้างแรงบันดาลใจ ให้คนรู้สึกต้องออกเดินทางไปที่ไหนสักแห่ง เติมเต็มข้อมูลก่อนออกเดินทางด้วยหนังสือไกด์บุ๊กและหนังสือบันทึกการเดินทาง แล้วมาร่วมตกตะกอน คลายข้อสงสัย เกี่ยวกับวัฒนธรรม วิถีชีวิตของผู้คน สังคมที่พบเจอระหว่างทางกับหนังสือแนวปรัชญา สังคม และศาสนา 

10 ร้านหนังสือ ในเมืองเก่าที่ทำให้เข้าใจเสน่ห์หนังสือกระดาษ
10 ร้านหนังสือ ในเมืองเก่าที่ทำให้เข้าใจเสน่ห์หนังสือกระดาษ

ห้องแถวเล็กๆ รายล้อมด้วยหนังสือ ของตกแต่งที่เกี่ยวข้องกับการเดินทาง ของที่ระลึกและโปสการ์ด เกิดจากความหลงรักหนังสือและอยากส่งต่อความรู้สึกสู่คนอื่นๆ ที่นี่จึงตั้งใจเสิร์ฟหนังสือที่ดี ไม่มีการจัด Best Seller แต่มีกิมมิกที่ให้นักอ่านที่แวะเวียนเข้ามาเขียนโน้ตแนะนำหนังสือที่เคยอ่าน แปะหน้าปกหนังสือนั้นๆ โดยร้านมีโซนนั่งอ่านไว้บริการ ก่อนตัดสินใจพาหนังสือเล่มที่ใช่กลับบ้าน 

ที่อยู่ : 523 ถนนพระสุเมรุ แขวงวัดบวรนิเวศ

เวลาทำการ : อังคาร-พฤหัสบดี และอาทิตย์ 11.00 – 19.00 น. ศุกร์-เสาร์ เปิด 11.00 – 20.00 น. (ปิดวันจันทร์)

Facebook : ร้านหนังสือเดินทาง – Passport Bookshop

ติดต่อ : 0 2629 0694

ศึกษิตสยาม 

แหล่งเรียนรู้ของปัญญาชนชาวสยาม

10 ร้านหนังสือ ในเมืองเก่าที่ทำให้เข้าใจเสน่ห์หนังสือกระดาษ
10 ร้านหนังสือ ในเมืองเก่าที่ทำให้เข้าใจเสน่ห์หนังสือกระดาษ

ศึกษิตสยาม หรืออีกนามคือ ‘เคล็ดไทย’ ก่อตั้งขึ้นท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองสมัย พ.ศ. 2510 โดย ส.ศิวรักษ์ ปัญญาชนผู้อยากให้ร้านหนังสือกลายเป็นแหล่งระดมความคิดของปัญญาชนสยาม ณ ขณะนั้น

ร้านหนังสือสุดเก๋าที่เต็มไปด้วยหนังสือเก่าแก่มีคุณภาพและหาอ่านได้ยากมากแล้ว ทั้งในหมวดสังคมศาสตร์ ประวัติศาสตร์ ปรัชญา และการเมือง แต่หากคุณเป็นสายวรรณกรรม เรื่องสั้น หรือบทสัมภาษณ์ก็ไม่ต้องเสียใจ เพราะอีกฟากของชั้นหนังสือเก่าแก่ ก็เต็มไปด้วยหนังสือใหม่ๆ ที่ผ่านการคัดสรรสาระและคุณภาพมาแล้วเช่นกัน นอกจากนี้ทางร้านยังเป็นสายส่งหนังสือในเครือเคล็ดไทยให้กับร้านหนังสืออิสระอื่นๆ ในกรุงเทพฯ อีกด้วย

ที่อยู่ : 115 ถนนเฟื่องนคร แขวงวัดราชบพิธ

เวลาทำการ : จันทร์-ศุกร์ 08.00 – 17.00 น. (ปิดวันเสาร์-อาทิตย์) 

ติดต่อ : 0 2225 9536

Facebook : Suksit Siam

Bookshop 

ร้านหนังสือมือสองแห่งถนนข้าวสาร

10 ร้านหนังสือ ในเมืองเก่าที่ทำให้เข้าใจเสน่ห์หนังสือกระดาษ

ท่ามกลางศูนย์รวมความบันเทิงและร้านรวงมากมายบนถนนข้าวสาร มีร้านหนังสือเล็กๆ หลบซ่อนตัวอยู่ในย่านนี้มานานว่า 10 ปี ‘Bookshop’ ร้านค้าสะอาดตาคูหาเดียว ซึ่งมีชื่อเรียกที่แสดงเจตนารมณ์อย่างชัดเจนว่าเปิดพื้นที่ให้กับสินค้าประเภทใด 

10 ร้านหนังสือ ในเมืองเก่าที่ทำให้เข้าใจเสน่ห์หนังสือกระดาษ

แม้จะมีขนาดกะทัดรัด แต่ร้านหนังสือแห่งนี้ก็อัดแน่นไปด้วยหนังสือต่างประเทศมากมายหลากหลายแนว เช่น ปรัชญา นวนิยาย วรรณกรรม ตลอดจนไกด์บุ๊กแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่น่าค้นหาภายในร้าน คือ หนังสือหายากอย่างภาษาอาหรับ ภาษาเยอรมัน และภาษาดัตช์ ซึ่งได้มาจากการรับแลกหมุนเวียนหนังสือจากนักอ่านในคราบนักเดินทางต่างชาติที่แวะเวียนมายังร้านแห่งนี้

ที่อยู่ : 59 ซอยรามบุตรี ถนนจักพงษ์ แขวงชนะสงคราม 

เวลาทำการ : จันทร์ 11.00 – 18.00 น. อังคาร-อาทิตย์ 11.00 – 21.00 น.

ติดต่อ : 08 9921 9022

ริมขอบฟ้า 

ร้านหนังสือเล่าเรื่องเมืองไทย

10 ร้านหนังสือ ในเมืองเก่าที่ทำให้เข้าใจเสน่ห์หนังสือกระดาษ

ริมขอบฟ้า คือ เส้นที่ไม่มีอยู่จริง แต่มองเห็นได้ เป็นพื้นที่ของความฝันและจินตนาการของมนุษย์ 

แรงบันดาลใจจากบันทึกความคิดของ เล็ก วิริยะพันธุ์ ทำให้เกิดร้านแห่งนี้ขึ้นใน พ.ศ. 2546 หากพูดถึงร้านหนังสือประวัติศาสตร์ไทย รับรองว่าริมขอบฟ้าจะต้องเป็นชื่อแรกๆ ที่ทุกคนนึกถึง เพราะแนวคิดหลักของร้านคือ รู้เรื่องเมืองไทย ดังนั้นภายในร้านจึงอัดแน่นไปด้วยหนังสือทางด้านประวัติศาสตร์ ศิลปะและวัฒนธรรมไทย ทั้งในรูปแบบสารคดีหรือวิชาการ ทำให้ยอดนักอ่านที่แวะเวียนไปเยี่ยมเยือนได้สัมผัสกับมนต์ขลังของประวัติศาสตร์และกลิ่นอายของความเป็นไทย นอกจากนั้นขุมทรัพย์แห่งนี้ยังเป็นพื้นที่สำหรับจัดงานเสวนาเรื่องเมืองไทยในแง่มุมต่างๆ อยู่เป็นประจำ เพื่อเผยแพร่เรื่องราวประวัติศาสตร์เมืองไทยให้คนทั่วไปได้รับรู้และเข้าใจมากขึ้น

10 ร้านหนังสือ ในเมืองเก่าที่ทำให้เข้าใจเสน่ห์หนังสือกระดาษ

ที่อยู่ : 78/1 ถนนราชดำเนินกลาง แขวงบวรนิเวศ 

เวลาทำการ : จันทร์-อาทิตย์ 10.00 – 19.00 น.

Website : www.rimkhobfabooks.com

ติดต่อ : 0 2622 3510

River Book Shop 

ร้านหนังสือสวยของสำนักพิมพ์คุณภาพ

River Book Shop

เดินข้ามฝั่งจากมิวเซียมสยามจะเจอร้านหนังสือขนาดกะทัดรัด ตั้งอยู่หน้าจักรพงษ์วิลล่า อดีตวังของต้นราชสกุลจักรพงษ์ หรือที่เราคุ้นหูว่าเป็นต้นตระกูลของฮิวโก้ จุลจักร นักร้องชื่อดังนั่นเอง

River Book Shop

หลังจากที่สำนักพิมพ์ริเวอร์บุ๊คก่อตั้งมา 30 ปีกว่า ขยับสู่การเปิดร้านหนังสือบรรยากาศอบอุ่น ด้านหน้าล้อมรอบด้วยกระจกใส ทำให้รู้สึกโปร่ง และสบายตา เหมาะแก่การเลือกหาหนังสือ ภายในร้านเน้นหนังสือเกี่ยวกับศิลปะ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะประเทศไทย เนื้อหาทั้งหมดเป็นเรื่องราวแบบเจาะลึก และหาอ่านได้ยาก มีทั้งฉบับภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เพียงแค่กวาดตามองตามชื่อบนหน้าปก ก็ต้องเผลอตื่นเต้นกับหนังสือคุณภาพเหล่านี้อย่างแน่นอน นอกจากนี้ยังมีมุมคาเฟ่เล็กๆ ให้พักดื่มจิบกาแฟ หรือชิมขนมรสชาติดี ก่อนพาหนังสือผู้เป็นเพื่อนใหม่กลับบ้านอีกด้วย 

ที่อยู่ : 396/1 ถนนมหาราช แขวงพระบรมมหาราชวัง

เวลาทำการ : ทุกวัน 09.00 – 17.00 น.

Website : www.riverbooksbk.com

Facebook : River Books

ติดต่อ : 02-222-1290

บูรพาสาส์น

คลังหนังสือสุดเก๋าที่ไม่ได้เก่าไปตามกาลเวลา

บูรพาสาส์น
บูรพาสาส์น

เป็นเวลา 28 ปี ที่ร้านหนังสือ 2 ชั้น 2 คูหา นามว่า ‘บูรพาสาส์น’ ยืนหยัดเคียงคู่เพื่อนนักอ่านบนถนนสายเเรกของเมืองไทยอย่างถนนเจริญกรุง 

บูรพาสาส์นในวันนี้มีคาเฟ่สำหรับคนที่ตกอยู่ในมนต์สะกดของน้ำหมึกจนไม่อยากออกไปจากร้าน ได้นั่งจิบกาแฟอุ่นๆ หรือเครื่องดื่มเย็นๆ ไปพร้อมกับอ่านหนังสือเลือกซื้อจากในร้าน หรือเลือกสรรจากมุมหนังสือหมุนเวียนที่ทางร้านจัดไว้ก็ได้

บูรพาสาส์น

แม้รูปลักษณ์ภายในร้านจะเปลี่ยนโฉมใหม่ตามยุคสมัย แต่ความตั้งใจแรกตั้งแต่เริ่มก่อตั้งร้านหนังสือแห่งนี้ขึ้นใน ค.ศ. 1991 ยังคงหนักแน่นดังเดิม คือการจัดจำหน่ายหนังสือที่ให้คุณค่าทางปัญญากับผู้อ่าน แนวหนังสือที่หลากหลายยังคงเป็นจุดดึงดูดใจให้ผู้อ่านทุกเพศ ทุกวัย แวะเวียนมาเลือกซื้อหนังสือจากที่นี่ โดยชั้นล่างจะเป็นโซนหนังสือผ่อนคลายสมอง เช่น นิทาน การ์ตูน นวนิยาย วรรณกรรม และหนังสือ Bestseller ที่ทางร้านอัพเดตให้กับบรรดานักอ่านตัวจริงอยู่เสมอ ส่วนชั้นบนนั้นจะเป็นโซนหนังสือที่มีเนื้อหาเข้มข้นขึ้น เหมาะสำหรับนักอ่านที่อยู่ในวัยเรียน และวัยเปลี่ยนผ่านจากวัยมหาลัยไปสู่วัยทำงาน ที่กำลังขมักเขม้นกับการเตรียมตัวสอบ เพราะมีทั้งโซนหนังสือคู่มือเตรียมสอบ หนังสือประวัติศาสตร์ ตลอดจนหนังสือแนะแนวทางการใช้ชีวิตอย่างสร้างสรรค์

ที่อยู่ : 120 ถนนเจริญกรุง แขวงวังบูรพาภิรมย์ 

เวลาทำการ : จันทร์-เสาร์ 8.30 – 17.30 (ปิดวันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์)

Website : www.burapasarnbook.com

Facebook : burapasarn

ติดต่อ : 0 2623 7498

Sarabarn Book

ร้านหนังสือเปี่ยมสาระและความเบิกบาน

10 ร้านหนังสือ ในเมืองเก่าที่ทำให้เข้าใจเสน่ห์หนังสือกระดาษ

ฝ่าดงนักทัศนาจรยามค่ำคืนบนท้องถนนข้าวสาร เข้ามาอีกหน่อยในซอยรามบุตรี จะพบกับร้านหนังสือขี้อายขนาดอบอุ่น มีวอลเปเปอร์เป็นกองหนังสือที่จัดเรียงอย่างอิสระ ไร้แบบแผน แต่ดูลงตัวโดยไม่ได้ตั้งใจอย่าง ‘Sarabarn Book’ ซุกซ่อนตัวอยู่

10 ร้านหนังสือ ในเมืองเก่าที่ทำให้เข้าใจเสน่ห์หนังสือกระดาษ

ด้วยความตั้งใจที่อยากจะสร้างพื้นที่ที่รวบรวมหนังสือหลากแนว หลายภาษา ที่ไม่เกี่ยงว่าคนอ่านจะเป็นคนไทยหรือคนต่างชาติ ธาตรี จินตวิจิต จึงเรียกขานร้านหนังสือของเขาว่า ‘สาระบาน บุ๊ก’ หมายถึง รายชื่อเรื่องของเนื้อหาสาระที่อัดแน่นไว้ในหนังสือแต่ละเล่ม และเหตุที่เลือกใช้คำว่า ‘สาระบาน’ แทนคำว่า ‘สารบัญ’ นั่นเป็นเพราะต้องการให้ชื่อร้านพ้องเสียงกับคำว่า ‘เบิกบาน’ ซึ่งเป็นความรู้สึกที่เขาหวังว่าผู้ที่มาเยี่ยมเยือนจะได้รับกลับไปพร้อมกับหนังสือในมือ

10 ร้านหนังสือ ในเมืองเก่าที่ทำให้เข้าใจเสน่ห์หนังสือกระดาษ

เป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว ที่สาระบาน บุ๊กเปิดพื้นที่ให้เหล่านักอ่านเข้ามาเลือกซื้อ เลือกหาสาระและความเบิกบานใจที่อยู่ในแบบรูปเล่ม ไม่ว่าจะเป็นหนังสือแนวไกด์บุ๊กแนะนำสถานที่ท่องเที่ยว อัตชีวประวัติของบุคคลสำคัญ ปรัชญา จิตวิทยา ตลอดจนนวนิยายอันโด่งดัง และวรรณกรรมอันเลื่องชื่อ ที่มาในรูปแบบของภาษาไทย อังกฤษ ฝรั่งเศส และดัตซ์ อีกหนึ่งรายละเอียดเล็กๆ น่ารักของทางร้าน คือการจำหน่ายของที่ระลึกที่ผสมผสานความเป็นไทยเข้ากับวัฒนธรรมตะวันตก 

ที่อยู่ : 108/17 ซอยรามบุตรี แขวงตลาดยอด 

เวลาทำการ : ทุกวัน 10.00 – 22.00 น. 

ติดต่อ : 08 1376 3936


อ่านเรื่องราวของ 200 ที่เที่ยวรอบเกาะรัตนโกสินทร์เพิ่มเติมได้ที่นี่

Writer & Photographer

The Cloud

นิตยสารออนไลน์ที่เล่า 3 เรื่องหลักอย่าง Local, Creative Culture และ Better Living ส่งเนื้อหารายวัน แต่เสิร์ฟความประณีตแบบนิตยสารรายเดือน

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

The Cloud x TAT Contact Center เพื่อนร่วมทาง

ยโสธรเป็นเมืองน่ารักมีเสน่ห์ ทั้งฟากสิ่งเก่าที่ชวนให้คิดถึงประเพณี วัฒนธรรม งานบุญต่าง ๆ และฝั่งของใหม่ ที่หากได้ผ่านไปช่วงหลังมานี้ จะพบว่ามีหลายสิ่งเปลี่ยนไปจากแต่ก่อน ไม่ว่าจะเป็นการขยายตัวของบ้านเมือง ตึกรามบ้านช่อง ผู้คนหน้าใหม่ที่เข้ามาเปิดกิจการ รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นหลายรูปแบบ แปลงโฉมเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องงานบุญบั้งไฟนี้ให้ดูร่วมสมัยน่าสนใจ 

ท่ามกลางกระแสการพัฒนา มวลความน่ารักเรียบง่ายของวิถีชีวิตคนรุ่นเก่า กลับไม่ได้รุดหน้ารวดเร็วตามไปด้วย ยังคงอัตลักษณ์ดั้งเดิมแบบค่อยเป็นค่อยไป ขณะที่ชาวยโสธรนิวเจนก็กำลังเริ่มขยับตัวทีละน้อย หลายคนเปิดกิจการร้านรวงเก๋ไก๋ บ้างก็กลับมาสร้างสรรค์กิจกรรมแปลกใหม่ให้บ้านเกิด เป็นความเคลื่อนไหวครั้งใหม่ของคนในพื้นที่ที่ร่วมด้วยช่วยกันแต่งแต้มให้จังหวัดเล็ก ๆ แห่งนี้มีสีสันยิ่งขึ้น

คอลัมน์ Take Me Out ชวนทำความรู้จักจังหวัดยโสธรให้มากกว่าเดิม ผ่าน 10 สถานที่ทั่วเมืองบั้งไฟโก้ ชิมเมนูเด็ดแบบคนยโสฯ ในเขตเมืองเก่า ชอปปิงหมอนขวานผ้าขิดฝีมือชาวบ้านมากฝีมือ ตบท้ายด้วยชีวิตสุดฮิป ทั้งชมโบสถ์คริสต์ เลาะพิพิธภัณฑ์ แล้วตามฮอปปิงนานาคาเฟ่ที่ผสานวัฒนธรรมใหม่เก่าได้เข้ากั๊นเข้ากันอย่างไม่เคอะเขิน

01 

ร้านหมวยก๋วยจั๊บญวน

กวยจั๊บญวนสูตรต้นตำรับในอาคารสไตล์ชิโนยูโรเปียน

ร้านหมวยก๋วยจั๊บญวน, กวยจั๊บญวนสูตรต้นตำรับในอาคารสไตล์ชิโนยูโรเปียน

จังหวัดเล็ก ๆ รูปพระจันทร์เสี้ยวแห่งนี้ก่อกำเนิดขึ้นจากชุมชนการค้าชื่อ ‘บ้านสิงห์ท่า’ แหล่งรวมผู้คนมากหน้าหลายตาที่เข้ามาค้าขายกันอย่างคึกคักเมื่อกว่าร้อยปีก่อน แม้ปัจจุบันบรรยากาศจอแจนั้นจะแปรสภาพเป็นความสงบเงียบ ที่แฝงตัวอยู่ในทุกอณูของอาคารเก่าแบบชิโน-ยูโรเปียน แต่ร่องรอยความรุ่งเรืองก็ยังทาบทับสตัฟฟ์อยู่บนร้านรวงดั้งเดิมอยู่เช่นวันวาน

เจ๊หมวย-สุวรรณ แสนพันธ์ คือผู้กุมสูตรลับกวยจั๊บญวนมาเป็นรุ่นที่ 3 ผ่านเวลากว่า 40 ปี นับตั้งแต่ชาวเวียดนามอพยพมาลงหลักปักฐานที่บ้านสิงห์ท่าแห่งนี้ ด้วยวิธีการทำอันเป็นเอกลักษณ์และแตกต่างจากกวยจั๊บญวนของเจ้าอื่น เคี่ยวน้ำซุปด้วยกระดูกหมูเป็นวัน ๆ ได้รสนัวแบบโบราณ ใส่เพียงแค่หมูยอ หมูสับ และไข่นกกระทาต้ม ไม่ปรุงแต่งสิ่งอื่นจนเกินงาม เป็นสูตรออริจินอลที่อาจไม่ค่อยเห็นกันบ่อยนัก

ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล
ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล

เมื่อ East Meets West อาหารตะวันออกพบกับอาคารแบบตะวันตก ภายใต้ชายคาสถาปัตยกรรมเก่าอายุเกือบร้อยปี มีภาพถ่ายเก่าระบุ พ.ศ. 2474 เป็นเครื่องยืนยันถึงความโบราณและทรงคุณค่าของอาคารห้องนี้ พร้อมกับนั่งสังเกตการณ์วิถีชีวิตชาวเมืองเก่า เป็นบรรยากาศการกินที่ไม่ต้องพูดถึง นั่งซดน้ำซุปเข้มข้นกลมกล่อมของกวยจั๊บญวนหรือที่ในภาษาถิ่นเรียกกันว่า ข้าวเปียก กินกับแหนมคลุก อีกเมนูเด็ดมรดกจากชาวเวียตที่ปรับปรุงสูตรให้ถูกปากคนไทย ใส่ใบมะกรูดและมะพร้าวขูด ซึ่งเจ๊หมวยรับรองว่าสูตรนี้มีที่เดียวในยโสธร 

ที่ตั้ง : 83 ถนนวิทยะธำรงค์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลา : เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.30 – 18.00 น.

โทรศัพท์ : 09 3384 8557

02 

ข้าวปุ้นน้ำงัวยายนาง

ร้านดั้งเดิมประจำถิ่นมีทั้งคาวและหวานแบบคนยโสธร

ข้าวปุ้นน้ำงัวยายนาง, ร้านดั้งเดิมประจำถิ่นมีทั้งคาวและหวานแบบคนยโสธร

ลัดเลาะเข้าซอยไปในชุมชนหลังวัดมหาธาตุ วัดสำคัญคู่บ้านใจกลางเมือง มีอีกสถานที่ฝากท้องของชาวยโสธรแท้ ๆ ที่ควรไปลองชิมสักครั้งหากได้มาเยือน

นอกจากกวยจั๊บญวนแล้ว อีกหนึ่งของดีอร่อยปากที่ติดสอยตามมากับชาวเวียดนามพลัดถิ่น ผ่านการปรับปรุงผสมผสานกับอาหารอีสานจนลงตัว คือข้าวปุ้นน้ำงัว เมนูที่ปรุงอย่างใส่ใจโดย ยายนาง-ประนอม พรมชาติ ผู้เลื่อนตำแหน่งจากเคยเป็นลูกมือให้คุณแม่มารับช่วงกิจการต่อได้ 10 ปีแล้ว 

พาเลาะ 10 สถานที่เก่า-ใหม่ในยโสธร ที่ทำให้เข้าใจวัฒนธรรมคนเมืองบั้งไฟดียิ่งขึ้น

ว่ากันซื่อ ๆ ข้าวปุ้นน้ำงัว คือขนมจีนใส่น้ำซุปเนื้อวัวคล้ายก๋วยเตี๋ยว ตุ๋นเนื้อด้วยเตาถ่านกว่าค่อนวัน จนเนื้อนุ่มและน้ำซุปมีกลิ่นหอม แค่แตะจมูกก็ชวนน้ำลายสอ ใส่กะหล่ำซอยและสะระแหน่เป็นหน้าข้าวปุ้น โรยหอมเจียวปิดท้าย กินเคียงกับผักแพว ผักพื้นบ้านของชาวอีสาน รสชาติติดใจจนเคยมีนักชิมจากเมืองหลวง เอ่ยปากขอสูตรกลับไปทำกินเอง 

พาเลาะ 10 สถานที่เก่า-ใหม่ในยโสธร ที่ทำให้เข้าใจวัฒนธรรมคนเมืองบั้งไฟดียิ่งขึ้น

อีกเมนูควรลองคือหมี่กะทิ แนวกินตำรับอีสานให้ชิมร่วมด้วย แม้ชื่อจะเหมือนกัน แต่หน้าตาต่างจากของภาคกลางแบบคนละฝา เพราะทำจากเส้นเล็กราดด้วยน้ำแกงรสชาติออกหวาน เป็นเมนูท้องถิ่นที่แซ่บอีหลีสูสีตีคู่มาพร้อมกัน

เมื่อกินอาหารคาวเสร็จสรรพ อย่าลืมต่อด้วยขนมหวานชื่อดังของจังหวัด ลอดช่องจากแป้งข้าวเจ้าที่บีบด้วยมือ ออกมาเป็นเส้นเล็กบ้างยาวบ้าง ให้สัมผัสเหนียวนุ่ม หอมกลิ่นกะทิ ซดหมดถ้วยก็ชื่นใจดับร้อนได้ชะงัด

ผู้ใดสนใจอยากลองลิ้มรสชาติฉบับชาวยโสฯ ขอกำชับว่ารีบไปก่อนเที่ยง เพราะพอตะเว็นตรงหัว เพิงเล็ก ๆ ขนาด 4 โต๊ะม้าหินของยายนางจะคลาคล่ำไปด้วยขาประจำ ยังไม่ทันบ่าย 2 โมง อาหารก็ทยอยหมด เตรียมคว่ำหม้อเก็บร้านกลับบ้านแล้ว 

ผู้ใดสนใจอยากลองลิ้มรสชาติฉบับชาวยโสฯ ขอกำชับว่ารีบไปก่อนเที่ยง เพราะพอตะเว็นตรงหัว เพิงเล็ก ๆ ขนาด 4 โต๊ะม้าหินของยายนางจะคลาคล่ำไปด้วยขาประจำ ยังไม่ทันบ่าย 2 โมง อาหารก็ทยอยหมด เตรียมคว่ำหม้อเก็บร้านกลับบ้านแล้ว 

ที่ตั้ง : ใกล้วัดมหาธาตุ ถนนธาตุพิทักษ์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลา : เปิดบริการวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 09.00 – 14.00 น. ปิดวันเสาร์-อาทิตย์

โทรศัพท์ : 09 9026 0848

03 

แม่แย้มหมอนขิด

ร้านของฝากจากหัตถกรรมประจำจังหวัดที่ดังไกลทั่วโลก

แม่แย้มหมอนขิด, ร้านของฝากจากหัตถกรรมประจำจังหวัดที่ดังไกลทั่วโลก
พาเลาะ 10 สถานที่เก่า-ใหม่ในยโสธร ที่ทำให้เข้าใจวัฒนธรรมคนเมืองบั้งไฟดียิ่งขึ้น

หากนึกถึงของดีเมืองไทยที่โกอินเตอร์ไปยังต่างประเทศ หนึ่งสิ่งที่แวบเข้ามาในหัวของใครหลายคนคือหมอนขิดลายช้างอย่างไม่ต้องสงสัย

แย้ม จันใด เจ้าของกิจการแม่แย้มหมอนขิดบอกว่า ต้นตำรับหมอนขิดที่เป็นเสมือนไอเท็มสามัญประจำบ้านทั่วไทยและดังไกลไปทั่วโลก แท้จริงอยู่ที่บ้านศรีฐาน อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร ตั้งแต่เกิดมาก็เห็นผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้านทำกันจนชินตา ถ่ายทอดภูมิปัญญาจากรุ่นสู่รุ่น เป็นกิจกรรมยามว่างพักระหว่างรอหน้านาของชาวอีสาน จนปัจจุบันกลายเป็นธุรกิจทำเงินเข้าหมู่บ้านเป็นกอบเป็นกำ

พาเลาะ 10 สถานที่เก่า-ใหม่ในยโสธร ที่ทำให้เข้าใจวัฒนธรรมคนเมืองบั้งไฟดียิ่งขึ้น

แต่เดิมหมอนขิดจะใช้ผ้าฝ้ายทอยกดอกที่ทำกันเองภายในหมู่บ้าน เป็นของสูง นิยมนำไปถวายพระ งานมงคล หรือมอบกันเป็นของที่ระลึก เมื่อลูกค้าเพิ่มขึ้น มีออเดอร์เยอะจนผลิตไม่ทัน จึงให้โรงงานรับหน้าที่ทอต่อ แต่ยังคงลวดลายแบบเดิมไว้ คือลายดอกและลายช้าง รวมทั้งเพิ่มสีสันให้หลากหลายโดนใจผู้ซื้อ ส่วนไส้ของหมอนขิดก็ใช้ฟางข้าว ผลพลอยได้จากนาในท้องถิ่น

ความพิเศษอยู่ที่หมอนขวานรูปสามเหลี่ยม แม่แย้มบอกว่าทำได้เฉพาะในหมู่บ้านศรีฐาน แม้จะมีคนมาขอเรียนวิชาแต่ก็ไม่ชำนาญมือเท่าแม่ ๆ ของบ้านนี้ เพราะเป็นสกิลล์เฉพาะตัวที่ต้องสอยและขึ้นรูปด้วยมือ

ที่นี่ใช่ว่ามีแต่หมอนขวาน หมอนขิดแบบเดิมที่เคยเห็น เพราะปัจจุบันสินค้าภูมิปัญญาชาวบ้านศรีฐานมีหลายขนาด หลากรูปทรง และมากด้วยฟังก์ชันการใช้งาน ทั้งเบาะรองนั่ง หมอนหนุน หมอนอิงรูปผลไม้ จนถึงหมอนเพื่อสุขภาพ ถ้าอยากได้หน้าตาที่ออกแบบเอง แวะเข้าไปพูดคุยกับแม่แย้มก่อนได้ หากไม่เหนือบ่ากว่าแรง แม่แย้มพร้อมขึ้นรูปให้ตามต้องการ 

แม้ว่าชื่อเสียงของ ‘หมอนขวานผ้าขิด’ จะได้ขึ้นเป็นตอนหนึ่งของคำขวัญประจำจังหวัดยโสธร แต่ออเดอร์ส่วนใหญ่มาจากชาวต่างชาติ ขายได้ในไทยเป็นส่วนน้อย ถ้ามีโอกาสได้แวะไปถึงถิ่น ลองอุดหนุนหมอนขิดของบ้านศรีฐานติดบ้านดูสักใบ หนุนก็หายเมื่อยไม่ปวดหลัง นอนหลับก็สบายเต็มตื่น ไทยทำ ไทยใช้ ไทยเจริญแน่นอน

ที่ตั้ง : 73 หมู่ 1 ตำบลศรีฐาน อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร 35150 (แผนที่)

วัน-เวลา : เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00 – 18.30 น.

โทรศัพท์ : 08 1579 0592

Facebook : แม่แย้มหมอนขิด

04

 โบสถ์ไม้วัดอัครเทวดามีคาแอล บ้านซ่งแย้

โบสถ์คริสต์สร้างจากไม้หลังใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

 โบสถ์ไม้วัดอัครเทวดามีคาแอล บ้านซ่งแย้, โบสถ์คริสต์สร้างจากไม้หลังใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

ยโสธรเป็นเมืองพหุวัฒนธรรม ไม่เพียงแต่ศาสนาพุทธที่ผูกพันแน่นแฟ้น และความเชื่อท้องถิ่นที่แสดงออกผ่านการบูชาพญาแถนบนฟ้ายามงานบุญบั้งไฟเท่านั้น ที่นี่ยังมีชุมชนผู้นับถือศาสนาคริสต์ขนาดใหญ่กระจายตัวอยู่ในหลายอำเภอ

บาทหลวงไพฑูรย์ แสนสวัสดิ์ คุณพ่อเจ้าวัดอัครเทวดามีคาแอล ซึ่งมีโบสถ์คริสต์ทำจากไม้ได้ชื่อว่าขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย บอกเล่าเรื่องราวให้ฟังว่า จากชุมชนเล็ก ๆ ที่ชาวบ้านหนีภัยมาตั้งรกรากเมื่อกว่าร้อยปีก่อน บาทหลวงเดซาแวล และ บาทหลวงออมโบรซีโอ มิชชันนารีชาวฝรั่งเศสจากบ้านเซซ่ง อำเภอป่าติ้ว เข้ามาช่วยเหลือจนชาวบ้านต่างเลื่อมใสและขอเข้ารีตในคริสต์ศาสนา ก่อนจะสร้างเป็นโบสถ์ขนาดเล็กประจำหมู่บ้านซ่งแย้ ใช้ไม้ที่หาได้ในท้องถิ่น ทำเป็นฝาขัดแตะแบบพื้นถิ่นอีสานอย่างจริงใจ

ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล
ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล

แรงศรัทธาของชาวบ้านและขนาดของชุมชนที่ขยายขึ้นตลอดเกือบร้อยปีที่ผ่านมา ทำให้โบสถ์ที่เห็นในปัจจุบันสร้างขึ้นเป็นหลังที่ 4 แล้ว โดยทำเป็นสถาปัตยกรรมแบบไทย มีหน้าจั่วชายคาแบบเฮือนอีสาน ตั้งตระหง่านเป็นศูนย์รวมจิตใจ และใช้ประกอบศาสนพิธีของคนในพื้นที่ ด้วยการร่วมแรงร่วมใจของพี่น้องชาวซ่งแย้ที่ช่วยกันชักลากไม้แดงและไม้ตะเคียนมาสร้างโบสถ์ 

สำหรับโครงสร้างอาคารใช้เสาไม้หลายร้อยต้น ส่วนหลังคามุงด้วยแผ่นไม้กว่า 80,000 แผ่น จุสัตบุรุษที่มาทำศาสนกิจทุกวันเสาร์อาทิตย์ได้นับร้อยคน ยิ่งหากได้ไปช่วงเทศกาลคริสต์มาส จะมีประเพณีแห่ดาว ภายในโบสถ์ประดับประดาด้วยดาวไม้หลากสีฝีมือชาวบ้าน ติดไฟสวยงามน่าดูชม

เดินไปอีกนิด ข้าง ๆ กันเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ชุมชนบ้านซ่งแย้ จัดแสดงเครื่องมือช่างไม้ที่ใช้สร้างโบสถ์ ศาสนภัณฑ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมตั้งแต่อดีต และเครื่องใช้ไม้สอยในวิถีชีวิตชาวอีสาน รวมถึงมีมุมจำหน่ายผลิตภัณฑ์โดยชาวบ้านในท้องถิ่น น่าอุดหนุนติดไม้ติดมือกลับบ้าน

ที่ตั้ง : บ้านหนองซ่งแย้ หมู่ 2 ตำบลคำเตย อำเภอไทยเจริญ จังหวัดยโสธร 35120 (แผนที่)

วัน-เวลา : เปิดบริการทุกวัน

05 

พิพิธภัณฑ์มาลัยข้าวตอก

แหล่งเรียนรู้มาลัยข้าวตอก พลังศรัทธาของชาวอีสานในงานบุญหนึ่งเดียวในโลก

พิพิธภัณฑ์มาลัยข้าวตอก, แหล่งเรียนรู้มาลัยข้าวตอก พลังศรัทธาของชาวอีสานในงานบุญหนึ่งเดียวในโลก

นอกเหนือจากงานบุญบั้งไฟ ยโสธรยังมี ‘งานแห่มาลัยข้าวตอก’ อีกงานบุญใหญ่ที่จัดขึ้นทุกปี 

จากความเชื่อในพระไตรปิฎกที่กล่าวถึงดอกมณฑารพ ดอกไม้สวรรค์ที่จะร่วงตกลงมาทุกเหตุการณ์สำคัญที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธเจ้า ตั้งแต่วันประสูติ ตรัสรู้ แสดงปฐมเทศนา จนถึงวันปรินิพพาน จึงเกิดความเชื่อในหมู่ชาวบ้านตั้งแต่โบราณว่า ดอกไม้ชนิดนี้เป็นสัญลักษณ์ของการนอบน้อมบูชาแด่พระพุทธองค์

พาเลาะ 10 สถานที่เก่า-ใหม่ในยโสธร ที่ทำให้เข้าใจวัฒนธรรมคนเมืองบั้งไฟดียิ่งขึ้น
พาเลาะ 10 สถานที่เก่า-ใหม่ในยโสธร ที่ทำให้เข้าใจวัฒนธรรมคนเมืองบั้งไฟดียิ่งขึ้น

ช่วงงานบุญเดือน 3 ก่อนหน้าวันมาฆบูชาเพียง 1 วัน ชาวตำบลฟ้าหยาด อำเภอมหาชนะชัย จะพากันเตรียมข้าวเหนียวพันธุ์ดีผลผลิตของแต่ละชุมชน มาคั่วไฟในหม้อดินตั้งบนเตาถ่าน เกลี่ยด้วยก้านกล้วยไปมา เป็นภูมิปัญญาที่ทำเพื่อรักษาอุณหภูมิของข้าวไม่ให้ไหม้ ออกมาเป็นข้าวตอกแตกสีขาวนวล ใช้ร้อยมาลัยแทนดอกไม้ด้วยลวดลายวิจิตรเฉพาะประจำบ้าน ห้อยระย้ากันเป็นพวงใหญ่หลากหลายแบบ บางคราวสูงเกิน 10 เมตรเลยก็มี เมื่อสำเร็จเสร็จสิ้นจึงใช้ลำไม้ไผ่ยกตั้งขึ้นสูงเหนือหัวตลอด 2 ฝากฝั่งถนน สวยงามตระการตา แถมเดี๋ยวนี้ยังจัดประกวดประชันกันจริงจัง ขึ้นรถแห่ทั่วเมือง แสดงถึงพลังศรัทธาและการร่วมแรงร่วมใจของชาวบ้านแถบนี้

มาลัยข้าวตอกฝีมือชั้นครูที่ชาวบ้านช่วยกันร้อยเป็นพุทธบูชาในแต่ละปี จะไปสุดเส้นทางที่วัดหอก่อง เมื่อถวายพระแล้ว จึงนำไปเก็บไว้ในศาลาการเปรียญและพิพิธภัณฑ์มาลัยข้าวตอกที่ตั้งอยู่ภายในวัด สำหรับเป็นแหล่งเรียนรู้และอนุรักษ์ให้ผู้สนใจเข้าชมได้ตลอดปี 

หากอยากร่วมประเพณีหนึ่งเดียวในโลกนี้ แนะนำว่ามาให้ตรงกับช่วงงานบุญเดือน 3 แต่ถ้าไม่สะดวก เข้ามาชมความประณีตของเหล่าพวงมาลัยข้าวตอกที่ห้อยกันเป็นทิวแถวในพิพิธภัณฑ์ได้เลย 

ที่ตั้ง : วัดหอก่อง ตำบลฟ้าหยาด อำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร 35130 (แผนที่)

วัน-เวลา : เปิดบริการทุกวัน เวลา 09.00 – 16.00 น.

06 

Zen cafe & restaurant

ร้านอาหาร คาเฟ่สี และที่พักแบบครบวงจรในที่เดียว

Zen cafe & restaurant, ร้านอาหาร คาเฟ่สี และที่พักแบบครบวงจรในที่เดียว

Zen cafe & restaurant เป็นร้านอาหารและคาเฟ่ที่ต่อยอดจากธุรกิจโรงแรมในเมืองยโสธร กิจการครอบครัวของ หยี-ศรัญญา สิงห์พันธ์ ด้วยความคิดอยากให้แขกต่างถิ่นที่มายโสธร ได้สัมผัสการพักผ่อนแบบครบวงจรในอาณาบริเวณเดียวกัน ทั้งนอนพัก กินอาหาร เข้าร้านคาเฟ่ และมีมุมถ่ายภาพไว้เช็กอิน

พาเลาะ 10 สถานที่เก่า-ใหม่ในยโสธร ที่ทำให้เข้าใจวัฒนธรรมคนเมืองบั้งไฟดียิ่งขึ้น

เดินทางจากกลางอำเภอเมืองยโสธรไม่ไกล ร้านอาศัยพื้นที่ด้านหน้าโรงแรมเป็นที่ตั้ง ออกแบบให้อิงกับอาคารที่พักด้านหลัง คุมโทนสีขาวให้คล้ายกัน ตัดกับสนามหญ้าสีเขียวดูอบอุ่นสบายตา ส่วนเรื่องเมนูอาหาร ถึงจะอยู่บนถิ่นอีสาน แต่ถ้าหวังมาชิมปลาส้มอาหารขึ้นชื่อประจำจังหวัด เจ้าของแอบบอกว่าไม่มีเมนูนั้น เพราะที่นี่เน้นอาหารไทยและอิตาเลียนเป็นหลัก ด้วยอยากให้เข้าถึงได้ง่ายกับคนทุกกลุ่ม ทั้งแขกที่มาพักและคนในพื้นที่ โดยทางร้านได้เชฟรสมือดีจากกรุงเทพฯ มารังสรรค์อาหารจานพิเศษเพื่อวันพักผ่อนให้ได้ลองลิ้มกัน ไม่ว่าจะเป็นสปาเกตตีหรือสเต๊กต่าง ๆ ซึ่งเป็นลิสต์เมนูขายดีประจำร้าน

ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล
ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล

ถ้าเพียงมานั่งชิลล์ชั่วประเดี๋ยว หรือแวะมาถ่ายรูปอัปเดตความเป็นไปของจังหวัดยโสธร ก็มีเครื่องดื่มทั้งกาแฟและชาไว้บริการ มีชามันม่วงญี่ปุ่นเป็นตัวชูโรง ได้รสชาติและกลิ่นมันม่วงหอมหวาน เป็นร้านแรก ๆ ที่มีเมนูนี้ ก่อนจะฮิตกันไปทั่วบ้านทั่วเมือง อ้อ ร้านยังมีขนมง่าย ๆ เอาใจคนรักของหวานด้วย เช่น วาฟเฟิลฟรุตตี้และชีสเค้กมิกซ์เบอรีให้ได้นั่งละเลียดกัน รวมถึงเบเกอรีโฮมเมดที่หยีลงมือทำเองสดใหม่ทุกวัน

ที่ตั้ง : 245 ถนนวารีราชเดช ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลา : เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00 – 21.00 น.

โทรศัพท์ : 06 4238 7875

Facebook : Zen cafe & restaurant 

07 

Me.homemade

คาเฟ่ลับที่ซ่อนตัวอยู่ใต้หอพักของสาวยโสธรกลับบ้าน

Me.homemade, คาเฟ่ลับที่ซ่อนตัวอยู่ใต้หอพักของสาวยโสธรกลับบ้าน

“ถึงแล้ว จุดหมายของคุณอยู่ทางซ้าย” 

อย่าเพิ่งตกใจ หากมาตามหมุดที่ปักพิกัดไว้ แต่ไม่ยักมีวี่แววของจุดหมายที่ตั้งใจมา เพราะ Me.homemade เป็นคาเฟ่ลับไซซ์มินิ ซ่อนตัวอยู่ใต้หอพักที่ภายนอกของร้านเหมือนออฟฟิศของหอทุกกระเบียด ทั้งตำแหน่งห้องแรกใต้ตึกและหน้าต่างสีชาปิดทึบ 

ปี๊ด-พิจิกา ภูมิแสน บอกว่าแม้ร้านของเธอจะขนาดเล็กชนิดเดินไม่กี่ก้าวก็สุดกำแพง แต่ใจจริงเธออยากให้พื้นที่นี้เป็นคอมมูนิตี้ของคนในยโสธรได้มาเปิดวงสนทนากัน ในร้านพอมีที่นั่งนิดหน่อยไว้แลกเปลี่ยนพูดคุยกับบาริสต้าสาวเจ้าของร้าน ส่วนด้านนอกจัดเป็นโซนเอาต์ดอร์สำหรับใครที่อยากออกมาพบปะรับลม

ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล
ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล

เครื่องดื่มที่นี่มีน้อยอย่างชนิดนับไม่ทันหมดนิ้วมือ เน้นกาแฟดำและกาแฟนมเป็นหลัก คัดสรรเมล็ดกาแฟมาอย่างดี เสริมมัทฉะและโฮจิฉะเข้ามาเพราะความชอบส่วนตัว และช่วงหลังมานี้เพิ่มโกโก้อีกเมนู เรื่องรสชาติวางใจได้ทั้งหมด เพราะกว่าจะมาเป็นร้านได้ทุกวันนี้ ปิ๊ดลงทุนไปกลับยโสธร-กรุงเทพฯ ทุกอาทิตย์ตลอดครึ่งปี ทำงานกับร้านกาแฟใหญ่ เก็บเกี่ยวประสบการณ์และความรู้ด้านนี้โดยเฉพาะ

เมนูขนมมีมัทฉะพุดดิ้งยืนพื้นคอยต้อนรับลูกค้าในทุกวัน ความพิเศษอยู่ตรงที่รสสัมผัสนุ่มนิ่มละมุนคล้ายขนมถ้วย ไม่เหมือนกับที่เคยกินมาที่ไหน เพราะเป็นสูตรที่ปิ๊ดลองทำ ปรับเองกับมือ และยังมีเค้กโฮมเมดชนิดต่าง ๆ ที่สลับสับเปลี่ยนไปตามวันและตามใจคนทำ

“เราชอบขนมตัวไหนก็จะทำ อย่างเค้กก้อนหนึ่ง ทุกครั้งจะแบ่งให้ตัวเองหนึ่งชิ้นเพื่อลองชิม เราจะไม่กล้าปล่อยผ่าน ทุกครั้งที่ทำต้องเทสต์ก่อน ถ้าวันไหนเจอความผิดพลาดก็จะไม่ขาย” ปิ๊ดเล่าเสริมถึงความใส่ใจ

ในทุกวันศุกร์ Me.homemade มีเซ็ตอาหารที่เธอทำร่วมกับเพื่อนแบบสนุก ๆ ให้ผู้สนใจได้ลองมาสั่งกันล่วงหน้า เป็นเมนูสุ่มที่ชวนทายใจคนทำว่าจะได้ชิมเมนูอะไรในแต่ละครั้ง แค่ฟังเธอเล่าก็อยากลองจองดูสักมื้อ

ที่ตั้ง : 1/109 ถนนแจ้งสนิท ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลา : เปิดบริการวันอาทิตย์-ศุกร์ เวลา 08.00 – 16.00 น. ปิดวันเสาร์

โทรศัพท์ : 06 1962 6323

Facebook : Me.homemade

08 

Katanyu Baked & Coffee

ร้านเค้กของอดีตนักข่าวที่ผันตัวมาเปิดบ้านอบขนม

Katanyu Baked & Coffee, ร้านเค้กของอดีตนักข่าวที่ผันตัวมาเปิดบ้านอบขนม

เนม-กตัญญู บุญเดช อดีตนักข่าวสาวจากเมืองกรุงผู้ย้อนทางกลับบ้านเกิดมาเปิดร้านเค้ก พูดถึงจุดเริ่มต้นของ Katanyu Baked & Coffee ว่าเกิดขึ้นจากความชอบกินเค้กของตัวเอง และมองเห็นจุดที่บ้านเกิดยังไม่มีร้านขายเค้กอย่างเป็นจริงเป็นจัง ส่วนใหญ่เป็นคาเฟ่ที่มีขนมเป็นเพียงกำลังเสริม จึงลงเรียนเพิ่มทักษะด้านการทำเบเกอรีโดยเฉพาะ เพื่อเปิดเป็นร้านที่เน้นหนักเรื่องเค้กขึ้นในอำเภอเมืองยโสธร

ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล
ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล

ความคิดแรกเริ่มในหัวของเนม คืออยากทำร้านที่ลูกค้ามองเห็นห้องขนมขณะที่ทำในทุกกระบวนการ ตั้งแต่ผสมแป้งและตัดแบ่งเค้ก มีกระจกกว้างส่วนตัวไว้ทอดอารมณ์เปลี่ยนมุมมองออกไปสวนเล็ก ๆ ข้างกัน เธอตั้งใจให้ร้านขนาดไม่ใหญ่เกินไปจนรู้สึกห่างเหิน เพราะอยากให้ลูกค้าเหมือนอยู่บ้านตัวเอง วางเค้กหลากหลายสัญชาติที่ทำเองทุกวัน ทั้งทีรามิสุ ชีสเค้กหน้าไหม้ และบลูเบอร์รีชีสพาย

หากเอ่ยชื่อร้าน ขนมเปี๊ยะลาวาเป็นของขายดีที่หลายคนนึกถึง ถ้าได้มาลองชิมถึงที่ รับรองขากลับต้องมีติดมือกลับบ้านไปด้วย แม้จะดูเหมือนเป็นขนมที่หากินง่าย แต่ด้วยความพิถีพิถันและรสชาติที่ถูกใจ ก็ทำให้เค้กลาวาไส้เยิ้มฝีมือของเนมติดอันดับฮอตฮิตในหมู่ชาวยโสธรไปเรียบร้อยแล้ว อีกหนึ่งเมนูคือพายมะพร้าว ที่ต้องทำสดตอนเช้าในวันนั้น แล้วรีบวางขึ้นหน้าร้าน ไม่ทันไรก็หมดจากตู้ เป็นอีกเมนูยอดนิยมที่ไม่ได้มีทุกวัน หากใครอยากตามรอยมาชิมมีเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์เท่านั้น

ที่ตั้ง : 35/3 ถนนห้าธันวามหาราช ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลา : เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00 – 17.30 น. ปิดวันพุธ

โทรศัพท์ : 08 8924 9199

Facebook : Katanyu Baked & Coffee

09 

ยากิปัง Bread toast & Slow bar 

ร้านขนมปังปิ้งและกาแฟสโลว์บาร์ที่ชวนใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ตอนเช้า

ยากิปัง Bread toast & Slow bar, ร้านขนมปังปิ้งและกาแฟสโลว์บาร์ที่ชวนใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ตอนเช้า

การระบาดของโควิด-19 ทำให้ นุ๊ก-ธีรวิชญ์ ฝูงดี ได้มีโอกาสกลับมาอยู่บ้านกับครอบครัว ผละงานประจำอย่างวิศวกร และอาชีพเสริมที่เป็นนักดนตรีกลางคืนชั่วครู่ เปลี่ยนมาปิ้งขนมปังและดริปกาแฟยามเช้าตรู่ จนเจ้าตัวแอบบอกว่าช่วงแรกทำเอานาฬิกาชีวิตรวนอยู่พอควร

ยากิปัง Bread toast & Slow bar จับจองฟุตพาทหน้าอาคารพาณิชย์ 2 คูหา ตั้งโต๊ะพับง่าย ๆ คุมโทนกลิ่นอายดูนิปปอน ด้วยชื่อร้านบนป้ายผ้าเรียบง่ายเป็นกันเอง ขึงกับประตูเหล็กม้วนของอาคารพาณิชย์เก่าที่เท่เตะตา พร้อมจัดมุมเก้าอี้เล็ก ๆ เชื้อเชิญเหล่าคอฟฟี่เลิฟเวอร์มานั่งชิลล์มองถนนและผู้คนที่สัญจรไปมาริมถนนในยามเช้า ลองกาแฟที่มือชงเจ้าของร้านสรรหามาให้ได้ชิมกันจากทั่วประเทศ บางครั้งก็เป็นเมล็ดนอก หรือสบจังหวะอาจได้ชิมกาแฟดีกรีรางวัลที่บังเอิญได้มาพอดี

“เราอยากทำร้านขนมปังปิ้งและใช้เนยแท้ที่ทุกคนเข้าถึงได้”

ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล
ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล

นุ๊กวางคอนเซ็ปต์อย่างหนักแน่นว่า ขนมปังปิ้งของร้านต้องไม่ใช้มาการีน เขาจึงเริ่มต้นคิดค้นผสมเนยสดสูตรของตัวเองขึ้น ลองจนได้ออกมาเป็นรสชาติที่ลงตัวถูกใจ และปลอดภัยไร้ไขมันทรานส์ นอกจากเนยยอดนิยม ยังมีหน้าอื่น ๆ ด้วย อาทิ นูเทลลา บราวน์ชูก้า และเนยถั่ว รวมถึงมีแซนด์วิชแฮมชีสไว้เป็นทางเลือกเสริม บางวันอาจมีขนมปังโฮลวีตโฮมเมดให้ได้ลองชิมกัน

จิบกาแฟ กินขนมปังปิ้งโดยไม่ต้องเร่งรีบ สูดอากาศให้เต็มปอดเพื่อชาร์จพลังในเช้าวันใหม่ คลอเสียงเพลงฟังสบาย ๆ ที่คัดสรรมาแล้วย่างดีจากคนดนตรี แม้อาจดูแปลกใหม่สำหรับชาวยโสธร แต่นี่แหละ คือความฝันของนุ๊กที่อยากลองนำเสนอสิ่งที่ได้ไปเห็นมาจากในจังหวัดใหญ่ข้างเคียง

ที่ตั้ง : 215-217 ถนนรัตนเขต ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลา : เปิดบริการวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 06.30 – 11.30 น. ปิดวันจันทร์

โทรศัพท์ : 09 2495 8632

Facebook : ยากิปัง •焼きぱん•

10 

Vachi Old Town Specialty Coffee

ห้องรับแขกของคนยโสธร ที่เน้นเสิร์ฟกาแฟ Specialty ในย่านเมืองเก่า

Vachi Old Town Specialty Coffee, ห้องรับแขกของคนยโสธร ที่เน้นเสิร์ฟกาแฟ Specialty ในย่านเมืองเก่า
ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล

“เรามีคอนเซ็ปต์ว่าอยากเป็นห้องรับแขกของเมืองยโสธร”

ถ้าถามถึงร้านกาแฟในจังหวัดยโสธร เจ้าบ้านหลายคนต่างผายมือเป็นทางเดียวกันมาที่แบรนด์ Vachi ซึ่งดูแลโดย นุ่น-ภารดี ยโสธรศรีกุล และ แนน-ภัทร ยโสธรศรีกุล สองพี่น้องเจ้าของแบรนด์กาแฟสุดแข็งแกร่งแห่งยโสธร 

หลายปีมาแล้ว ทั้งคู่สตาร์ทจากร้านกาแฟเล็ก ๆ ก่อนขยายเป็นร้านใหญ่ขึ้นในชื่อ Vachi Coffee Bar & Bistro ริมถนนแจ้งสนิท ติดเส้นทางสายหลักของจังหวัด และล่าสุดคือ Vachi Old Town Specialty Coffee หรือเรียกง่าย ๆ ว่า วาชิ เมืองเก่า ที่เลือกโลเคชันโซนบ้านสิงห์ท่ามาตั้งร้าน 

หากคาแรกเตอร์ร้านแรกคือตัวแทนยโสธรรุ่นใหม่ ร้านที่สองนี้ก็เป็นภาพแทนความเก่าที่ต่างออกไป

‘วาชิ โอลด์ทาวน์’ เน้นกาแฟ Specialty เด่น ๆ จากหลากหลายที่มา ทั้งเฮาส์เบลนด์ที่เลือกใช้เมล็ดในไทย รวมทั้งมอบประสบการณ์ใหม่ผ่านเมล็ดกาแฟคุณภาพดีจากทั่วมุมโลก เป็นสโลว์บาร์ที่เข้ากับบรรยากาศแวดล้อมสโลว์ไลฟ์ เนิบช้าตามประสาชุมชนดั้งเดิม

ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล
ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล

ร้านนี้เกิดขึ้นจากความคิดอยากให้นักท่องเที่ยวใช้เวลาในเมืองเก่ามากกว่าแค่มาแวะถ่ายรูปตึกแล้วกลับ ตอนมีไอเดียจะเปิดร้านใหม่แถบนี้ ทั้งคู่ลงทุนขับรถวนเช้าเย็นเพื่อทำความรู้จักพื้นที่ให้มากที่สุด โจทย์หลักในการออกแบบร้าน คือ ต้องกลมกลืนกับบ้านเรือนรอบข้าง ผลลัพธ์ออกมาคือเก็บกำแพงเก่าคงไว้เป็นส่วนหนึ่งของร้าน ใช้สังกะสีเก่ามาสร้างตัวอาคาร หยิบเอาอิฐดินจากบ้านหลังเดิมมาใช้เป็นวัสดุก่อร้านแทบทั้งหมด ออกมาดูดิบและคลาสสิกไม่แปลกแยก แต่ก็ไม่ลืมแฝงดีไซน์ร่วมสมัยไปพร้อมกัน

สองสาวเล่าให้ฟังถึงเป้าหมายว่า วันนี้พวกเธอกำลังค่อย ๆ ก้าวผ่านทีละสเต็ป จากร้านกาแฟทั่วไปสู่การนำเสนอกาแฟ Specialty ให้กับคนยโสฯ ลงลึกเรื่องกาแฟ เสริมทีมบาริสต้าให้แข็งแกร่ง และเป้าหมายต่อไปคือกำลังคิดทำโรงคั่ว เพื่อแสดงตัวตนของ Vachi ผ่านกาแฟโปรไฟล์ของร้านเอง

ถ้ามีโอกาสแวะมาที่ Vachi ทุกเดือนจะมีเมนูสนุก ๆ เป็นกาแฟ Specialty of The Month ที่ให้โจทย์กับทีมบาริสต้าลองฟิวชันกับ Cold Brew ของร้าน อย่างเดือนที่แล้วมีเงาะ หลายเดือนก่อนเป็นน้ำตาลดอกมะพร้าว หรือน้ำหล่อฮังก้วยก็มี เป็นอีกร้านที่คอกาแฟและผู้หลงใหลเสน่ห์เมืองเก่าห้ามพลาด

ที่ตั้ง : 18 ถนนศรีสุนทร ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลา : เปิดบริการวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.00 – 17.00 น. และ วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 09.30 – 17.00 น.

โทรศัพท์ : 062 994 2559

Facebook : วาชิ คอฟฟี่บาร์ยโสธร Vachi Coffeebar&bistro, Coffee with space for ALL

Writer

พณิช ตั้งวิชิตฤกษ์

นักลองฝึกพิสูจน์อักษร ผู้แสร้งเป็นนักลองฝึกเขียน อดีตเป็นนักเรียนภาษา ผู้สนใจเป็นนักเรียนประวัติศาสตร์ศิลป์ รักในมวลรอบข้างที่ดี กาแฟ ชาเขียว และแมวเหมียว

Photographer

ณัฐพล พุ่มสาขา

ช่างภาพสาระพัดประโยชน์ จริงๆ แล้วงานหลักคือ ตัดต่อวีดีโอ ทำวีดีโอโฆษณา วีดีโองานแต่ง ได้มาจับกล้องเพราะทีมขาดช่างวีดีโอ หลังจากนั้นก็เริ่มฝึกเรียนรู้แบบ ครูพักลักจำมาเรื่อยๆ และแล้วอยู่มาวันนึง ช่าวภาพนิ่งในทีมก็ขาดอีก ผมจึงได้มาจับงานถ่ายภาพ จนถึงทุกวันนี้

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load