ช่วงนี้การท่องเที่ยวระหว่างประเทศเริ่มกลับมาแล้ว หลายคนเตรียมเก็บกระเป๋าไปเที่ยวอิตาลี ก็อยากพูดถึงอิตาลีบ้าง เพราะหลายคนเขียนมาถามหลังไมค์ว่า จะไปไหน ยังไงดี แต่ก็ได้เห็นพ้องต้องกันกับ บ.ก. แล้วว่าจะไม่ทำให้เป็นคอลัมน์นำเที่ยว ถ้าอย่างนั้น จะมาพูดถึงบางสิ่งบางอย่างที่ไหน ๆ ไปแล้ว หากมีโอกาสก็ลองดูแล้วกัน จะได้คุ้มค่าเดินทางและวันลาของเรา ขอเป็นเมืองใหญ่ 4 เมือง แบบทัวร์อิตาลี 101 เลยนะ

โรม

ถ้าคุณไปโรมเป็นครั้งแรก จะมีอยู่ 2 จุดที่คุณควรไปหรือทัวร์มักจะพาคุณไป กระหย่อมแรกคือ จากบันไดสเปนไปสู่น้ำพุเทรวี ถ้าคุณเดินเอง แนะนำให้เริ่มจากจัตุรัสโปโปโล (Piazza del Popolo) แล้วไปจบที่โคลอสเซียม (Colosseo) ถ้าแค่นี้คือฟรี แต่ถ้าเข้าไปดูข้างในก็เสียค่าตั๋ว (โปรดจองก่อน) หรือถ้าสนใจและมีเวลา ก็เข้าโรมันฟอรัมหรือซากเมืองโรมโบราณที่อยู่ติด ๆ กัน อันนี้ก็เสียค่าเข้าเช่นกัน

15 สถานที่ในโรม ฟลอเรนซ์ เวนิส มิลาน ที่ควรจดไว้ แล้วตามไปเก็บตอนไปอิตาลีครั้งแรก
จัตุรัสโปโปโล
ภาพ : www.turismoroma.it
15 สถานที่ในโรม ฟลอเรนซ์ เวนิส มิลาน ที่ควรจดไว้ แล้วตามไปเก็บตอนไปอิตาลีครั้งแรก
โคลอสเซียม
ภาพ : www.turismoroma.it

ส่วนอีกจุดที่ต้องไปคือวาติกัน โดยส่วนใหญ่ที่เห็น ถ้าไปทัวร์ เขามักจะให้ลงถ่ายรูป แล้วก็ขับรถต่อไปเที่ยวเมืองอื่น แต่ถ้าคุณสนใจมาก ควรหาทัวร์ที่บอกว่าจะใช้เวลาอยู่ที่นี่นาน หรือไม่ก็ไปเอง ทั้งนี้เพราะการเข้ามหาวิหารเซนต์ปีเตอร์นั้น ใช้เวลาในการต่อแถวพอสมควรทีเดียว เมื่อเข้าไปแล้วให้อิ่มเอมกับความอลังการของมหาวิหาร ชมรูปสลักปิแยต๊ะ (Pietà) ของมิเคลันเจโล และงานศิลปะอื่น ๆ หากขึ้นยอดโดมไหวควรขึ้น เพราะแก่ไปกว่านี้จะขึ้นไม่ไหวแล้ว ทิวทัศน์จากด้านบนควรค่าแก่การเอี้ยวเอวปีนขึ้นไปเป็นอย่างยิ่ง

15 สถานที่ในโรม ฟลอเรนซ์ เวนิส มิลาน ที่ควรจดไว้ แล้วตามไปเก็บตอนไปอิตาลีครั้งแรก
วาติกัน
ภาพ : www.carpediemrome.com
15 สถานที่ในโรม ฟลอเรนซ์ เวนิส มิลาน ที่ควรจดไว้ แล้วตามไปเก็บตอนไปอิตาลีครั้งแรก
รูปสลักปิแยต๊ะ
ภาพ : commons.wikimedia.org

ส่วนถ้าหวังว่าเข้าไปแล้วจะเจอภาพวาดบนเพดานในวัดน้อยซีสตีน (Sistine Chapel) ขอบอกว่า ผิดประตูแล้ว ถ้าอยากดู ต้องไปพิพิธภัณฑ์วาติกัน (Musei Vaticani) ซึ่งต้องจองตั๋วออนไลน์นะ

15 สถานที่ในโรม ฟลอเรนซ์ เวนิส มิลาน ที่ควรจดไว้ แล้วตามไปเก็บตอนไปอิตาลีครั้งแรก
ภาพวาดบนเพดานในวัดน้อยซีสตีน
ภาพ : en.wikipedia.org

สิ่งหนึ่งที่ต้องขออนุญาตเตือนผู้จะไปเยี่ยมพิพิธภัณฑ์วาติกันหรือพิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่โตมาก ๆ ก็คือ ต้องรู้จักตัวเองดีพอ บางคนอาจเดินไม่เก่ง เมื่อยง่าย บางคนอยากดูเฉพาะบางภาพ คุณควรจะต้องทำการบ้านไปก่อนนิดหนึ่งว่าอยากไปดูอะไร อาจจะสัก 5 – 10 จุด แล้วพยายามเดินไปให้ถึง หาไม่แล้วคุณอาจจะหมดแรง มิหนำซ้ำอาจจะถูกกระแสคลื่นมวลชนซัดไปในห้องที่เราไม่ได้คิดจะดูก็เป็นได้

อย่ากลัวคนนินทาหมาดูถูกว่าเราไม่มีรสนิยม ก็เลยต้องฝืนใจยืนชมอมยิ้มไปทุกสิ่งอัน บางคนมัวแต่ดูห้องพรมแผนที่ประเทศอิตาลีแต่โบราณ ปรากฏ อ้าว เมื่อย เส้นยึด อะไรต่ออะไรเลยอดดูหมด

แต่ถ้าเป็นคนชอบดูจริง ๆ ก็ควรจัดเวลาไปกับที่นี่ ‘อย่างน้อย’ 1 วันไปเลย

อ้อ ความลับที่ไม่ลับอย่างหนึ่งคือ ถ้าคุณไปพิพิธภัณฑ์วาติกันและมีไกด์ คุณจะลัดเข้าไปในมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ได้เลย ไม่ต้องออกมา (เดินอีกไกล) แล้วต่อแถวใหม่

อีกเรื่องที่คุณควรจะทราบไว้คือ อย่าไปหาพระ (บรมมหา) ราชวังในกรุงโรม คุณอาจจะเห็นคำว่า Palazzo ซึ่งความหมายหนึ่งก็คือวัง แต่คนอิตาเลียนเรียกตึกใหญ่ ๆ อาคารหลังโต ๆ ว่า Palazzo ทั้งสิ้น กษัตริย์ไม่เคยอยู่โรม อยากดูพระราชวังให้ไปดูที่ตูริน นโปลี หรือฟลอเรนซ์ เป็นอาทิ ประมุขของโรมและพื้นที่แถบนี้มาหลายศตวรรษคือ สันตะปาปา นั่นคือเหตุผลที่หันไปทางไหนไกด์ก็จะอธิบายว่าสร้างโดยโป๊ปนั้น คาร์ดินาลนี้ ฯลฯ ส่วนชื่อที่คุณจะคุ้นหูตลอดรายการคือประติมากรแบร์นีนี (Gian Lorenzo Bernini, 1598 – 1680)

อยู่โรม ระวังข้าวของให้มาก ๆ และถ้าเบื่อโรมแล้ว เมืองใกล้ ๆ ที่น่าไปคือ Tivoli

ฟลอเรนซ์

ไม่มีความภูมิใจใด ๆ ของชาวฟลอเรนซ์มากกว่าการเป็นอู่กำเนิดของยุคเรอเนสซองส์ จึงมิควรที่จะก้มหน้าก้มตาหาศิลปะโรมันหรือบาโรคให้คนฟลอเรนซ์เจ็บใจ หากแต่อิ่มเอมกับศิลปะและความเจริญในช่วงศตวรรษที่ 15 – 16 ให้เต็มที่

เส้นทางบังคับก็น่าจะเป็นวิหารใหญ่กลางเมือง (Duomo) ซึ่งด้านนอกสวยกว่าด้านใน เดินต่อไปยังจัตุรัสซิญญอเรีย (Piazza della Signoria) แล้วไปจบเส้นทางเดินที่สะพาน ‘ปนเต แวคคิโย’ (Ponte Vecchio) อันเป็นย่านขายทอง

15 สถานที่ในโรม ฟลอเรนซ์ เวนิส มิลาน ที่ควรจดไว้ แล้วตามไปเก็บตอนไปอิตาลีครั้งแรก
วิหาร Duomo
ภาพ : www.european-traveler.com
15 สถานที่ในโรม ฟลอเรนซ์ เวนิส มิลาน ที่ควรจดไว้ แล้วตามไปเก็บตอนไปอิตาลีครั้งแรก
จัตุรัสซิญญอเรีย
ภาพ : en.wikipedia.org
15 สถานที่ในโรม ฟลอเรนซ์ เวนิส มิลาน ที่ควรจดไว้ แล้วตามไปเก็บตอนไปอิตาลีครั้งแรก
สะพานปนเต แวคคิโย
ภาพ : en.wikipedia.org

หากมีเงินและเวลา คุณควรจะจองตั๋วไปพิพิธภัณฑ์อุฟฟิซี (Uffizi) หากอินก็ชมไปทั้งวัน หากไม่อิน ชมผลงานชิ้นเด็ด ๆ ของ Botticelli อย่างเจาะลึก ดูให้อิ่มแล้วออกมาเดินตลาด ชมร้านเล็กร้านน้อย คนเราเอ็นจอยของไม่เหมือนกัน อย่าฝืน คุณอาจเกิดพุทธิปัญญาพวยพุ่งที่แผงขายกระเป๋าหนังของแขกชาวบังคลาเทศกลางตลาดซัน ลอเรนโซ (San Lorenzo) ก็เป็นได้

15 สถานที่ในโรม ฟลอเรนซ์ เวนิส มิลาน ที่ควรจดไว้ แล้วตามไปเก็บตอนไปอิตาลีครั้งแรก
พิพิธภัณฑ์อุฟฟิซี 
ภาพ : www.cntraveler.com
15 สถานที่ในโรม ฟลอเรนซ์ เวนิส มิลาน ที่ควรจดไว้ แล้วตามไปเก็บตอนไปอิตาลีครั้งแรก
ตลาดซัน ลอเรนโซ
ภาพ : www.flickr.com/photos/jimnix

หนังสือนำเที่ยวหรือไกด์ของคุณ จะพร่ำพูดแต่ชื่อตัวละครเอกของฟลอเรนซ์คือตระกูลเมดิชี ซึ่งเขยิบตัวเองจากการเป็นนายธนาคารไปสู่เจ้าผู้ครองนครและสร้างเครือข่ายอิทธิพลทั่วยุโรป ส่งไปเป็นสันตะปาปาก็ยังมี

จุดสำคัญที่พลาดไม่ได้คือ จัตุรัสใหญ่ Piazzale Michelangelo ที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำอาร์โน พอไปถึงแล้วจะเกิดเดจาวูขึ้นมาทันที เพราะภาพฟลอเรนซ์ที่เราเห็นมาตลอดชีวิตล้วนถ่ายมาจากมุมนี้นี่เอง ซึ่งถ้ากำลังวังชายังดี จะเดินเลาะแม่น้ำมาขึ้นก็ยังได้

15 สถานที่ในโรม ฟลอเรนซ์ เวนิส มิลาน ที่ควรจดไว้ แล้วตามไปเก็บตอนไปอิตาลีครั้งแรก
จัตุรัสใหญ่ Piazzale Michelangelo
ภาพ : www.visittuscany.com

หากอยากดูรูปสลักเดวิดตัวจริง ต้องจองตั๋วไป แต่ขอเตือนว่า ต้องอยากดูเดวิดจริง ๆ นะ

เมื่อคิดว่าพอกับฟลอเรนซ์แล้ว ควรนั่งรถเที่ยวแคว้นทัสกานี จะขับเอง จะจ้าง หรือจะซื้อทัวร์อะไรก็เถอะ (ควักยาออกมาป้ายจนหมดกระปุก)

เวนิส

ความภูมิใจของคนเวนิสไม่ใช่เรื่องที่เมืองเราไม่มีถนน แต่เป็นเรื่องที่ว่า เวนิสเคยรุ่งเรืองอย่างมาก เป็นมหานครริมทะเลที่ยิ่งใหญ่มานับพันปี ตั้งแต่ศตวรรษที่ 7 – 18

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ไปเวนิสหลายคนก็ไม่รู้เรื่องนี้ ถึงรู้ก็อาจจะตบมือยินดีด้วย แล้วก็ถ่ายรูปอาคารบ้านเรือนริมคลอง Canal Grande อย่างเอาเป็นเอาตายต่อไป

เมื่อคุณไปเวนิส นอกเหนือล่องเรือไปจัตุรัสซันมาร์โก (Piazza San Marco) อันเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องทำแล้ว สิ่งแนะนำอื่น ๆ (ที่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม) คือ ชมมหาวิหาร (Basilica di San Marco) ชมวัง (Palazzo Ducale) และนั่งจิบกาแฟร้านฟลอเรียน (Florian) ร้านกาแฟแห่งแรกของโลก ถ้ามาตอนกลางคืนได้จะวิเศษมาก

15 สถานที่ในโรม ฟลอเรนซ์ เวนิส มิลาน ที่ควรจดไว้ แล้วตามไปเก็บตอนไปอิตาลีครั้งแรก
จัตุรัสซันมาร์โก
ภาพ : www.venicetoursitaly.it
15 สถานที่ในโรม ฟลอเรนซ์ เวนิส มิลาน ที่ควรจดไว้ แล้วตามไปเก็บตอนไปอิตาลีครั้งแรก
มหาวิหาร (Basilica di San Marco)
ภาพ : www.italia.it
15 สถานที่ในโรม ฟลอเรนซ์ เวนิส มิลาน ที่ควรจดไว้ แล้วตามไปเก็บตอนไปอิตาลีครั้งแรก
วัง Palazzo Ducale
ภาพ : th.wikipedia.org
โปรแกรมทัวร์ที่เที่ยวอิตาลี 101 ใน 4 เมืองใหญ่ โรม ฟลอเรนซ์ เวนิส มิลาน กับ 15 สถานที่ที่ห้ามพลาด
ร้านฟลอเรียน
ภาพ : kasadoo.com

หากคุณเลือกได้ คุณควรอยู่กับเวนิส 2 วันเต็ม ๆ เป็นอย่างน้อย วันแรกคือการเที่ยวตามขนบ ลูกศรบอกให้ไปทางไหนก็ไปทางนั้น แต่วันที่สองควรมีแผนที่ดี ๆ อยู่กับมือ แล้วปล่อยตัวปล่อยใจเดินตามซอกเล็กซอยน้อย กลืนไปกับคนเวนิส ที่บอกว่าควรมีแผนที่ดี ๆ อยู่กับตัว เพราะหากคุณถามทางคนอิตาเลียนโดยทั่วไป มีแนวโน้มที่จะบอกทางคุณด้วยความกระตือรือร้น… แม้ว่าจะไม่รู้ทางก็ตาม

เกาะมูราโน (Murano) ดังทางเครื่องเป่าแก้ว ส่วนเกาะบูราโน (Burano) ดังทางผ้าลูกไม้ นั่งเรือผิดเกาะ ชีวิตเปลี่ยนทันที

หากชมเครื่องแก้วแล้วจะไม่เอา ให้บอกไปตรง ๆ ว่าไม่มีเงิน ยังไม่ถูกใจ หรืออะไรก็ได้ที่ไม่ใช่การเหนียมอายบ่ายเบี่ยงว่า “ไม่รู้จะเอากลับยังไง” เรื่องจะยาวทันที เพราะเขาจะบอกทันทีว่า นั่นเป็นเรื่องของเขา เพราะเขาขนส่งกลับให้ได้จริง ๆ พ่อค้าปากจัดหน่อย อาจจะบอกว่า คุณคิดว่าเขาทำเครื่องแก้วมาขายคนข้างบ้านหรือ เพราะฉะนั้น อย่าหน้าบาง การบอกว่าไม่มีเงินช่วยทำให้คนที่ไม่รักคุณจริงถอยห่างออกไปจากชีวิตคุณได้เป็นอย่างดี

มิลาน

ไปมิลานต้องหาทงคัตสึ (Cotoletta) หรือข้าวริซอตโต (Risotto) กินให้จงได้ เพราะนี่คืออาหารประจำถิ่นของเขา ขอบอกเสียก่อน ก่อนลืม

คนไปมิลานมักจะตะลึงลานอยู่กับมหาวิหาร (Duomo) กลางเมือง (ซึ่งสามารถขึ้นชมบนหลังคาได้นะ แต่ถ้าเดินไม่เก่งก็อย่าเลย) แล้วก็ขยับมาย่านช้อปปิ้ง (Galleria di Vittorio Emanuele II) ที่อยู่ข้าง ๆ

โปรแกรมทัวร์ที่เที่ยวอิตาลี 101 ใน 4 เมืองใหญ่ โรม ฟลอเรนซ์ เวนิส มิลาน กับ 15 สถานที่ที่ห้ามพลาด
วิหาร Duomo
ภาพ : www.hellotickets.co.uk
โปรแกรมทัวร์ที่เที่ยวอิตาลี 101 ใน 4 เมืองใหญ่ โรม ฟลอเรนซ์ เวนิส มิลาน กับ 15 สถานที่ที่ห้ามพลาด
ย่านช้อปปิ้ง Galleria di Vittorio Emanuele II
ภาพ : en.wikipedia.org

หมดจากนี้ บางคนก็จะยืนตาปริบ ๆ แล้ว ไม่รู้จะดูอะไร จะดู The Last Supper ก็จองคิวดูไม่ทัน (คิวยาวมากแม้แต่ในออนไลน์) จะดูสนามซันซีโร (San Siro) ก็ไม่ใช่แฟนบอล แล้วจะทำยังไงดี มีเวลาเหลือ

ขอแนะนำให้ขึ้นรถ Hop on Hop off มิลานที่ดูไม่มีอะไร จะมีอะไรขึ้นมาทันที รถแล่นทะลุทะลวงไปตามถนนทั้งในเมืองนอกเมือง มีหูฟังคำบรรยายซึ่งเลือกภาษาได้ ฉันซึ่งเคยสบประมาทมิลานเอาไว้มาก กระทั่งตอนซื้อตั๋วรถ ยังกะว่าจะนั่งหลับฆ่าเวลาไป ที่ไหนได้ นั่งรถไปตบปากตัวเองไปจนสุดทาง

เอาเท่านี้ก่อน ขอย้ำว่า เขียนไปมิใช่เพื่อเชียร์ให้คนไปเที่ยวอิตาลีกันเยอะ ๆ แต่อยากให้ เมื่อไปแล้ว ใช้เวลาวันหยุดและเงินทองของเราให้คุ้มเท่านั้นเอง

บวน วิยัจโจ ! (Buon viaggio!)

Writer

Avatar

สรรควัฒน์ ประดิษฐพงษ์

‘ครูก้า’ ของลูกศิษย์และลูกเพจ ผู้เชื่อ (ไปเอง) ว่าตัวเองเป็นครูสอนภาษาอิตาเลียนมือวางอันดับหนึ่งของเอเชียอาคเนย์ หัวหน้าทัวร์ผู้ดุร้าย นักแปลผู้ใจเย็น ผู้เชิดหุ่นกระบอกมือสมัครเล่น และนักเขียนมือสมัครเล่นเข้าไปยิ่งกว่า

Miss Italy

ครูก้า-สรรควัฒน์ ประดิษฐ์พงษ์ พาท่องเที่ยวและเรียนรู้วัฒนธรรมสนุกๆ ของอิตาลี

เรื่องในวันนี้ไม่ใช่เรื่องบุญเรื่องกุศลแต่อย่างใด สำหรับท่านที่ไม่รู้จักคำว่า ปล่อยไก่ นั้น ราชบัณฑิตฯ ท่านได้ให้คำนิยามอย่างใจร้ายว่า ‘(ปาก) ก. แสดงความโง่ออกมา’ 

อนึ่ง ปาก นั้น หมายถึง ภาษาปาก ส่วน ก. นั้น หมายถึง เป็นคำกริยา 

การไปอยู่ผิดที่ผิดทาง ผิดภาษา ผิดวัฒนธรรมนั้น การปล่อยไก่ถือเป็นเรื่องต้องทำใจ แต่ต้องเรียนรู้ ไม่ใช่เอ็นดูตัวเองเสียเต็มประดา ในแง่หนึ่ง มันคือ Culture Shock คือความแตกต่างทางด้านวัฒนธรรม แต่จริง ๆ แล้วมันก็มีอย่างอื่นอีกด้วย จึงตั้งชื่อเรื่องรวม ๆ ไว้เช่นนั้น

เรื่องการปล่อยไก่หรือแสดงความโง่เขลาเบาปัญญานั้น จะยกตัวอย่างใครได้ดีเท่ายกตัวเอง ซึ่งดูเสี่ยงคุกเสี่ยงตารางน้อยที่สุดแล้ว

หลายเรื่องที่ยกขึ้นมาอาจจะมีทับซ้อนกับตอนอื่น ๆ ของ Miss Italy ขอจงให้อภัย

เมื่อหลายสิบปีที่แล้ว ฉัน ผู้ซึ่งแทบไม่เคยไปเมืองนอกมาก่อนเลย มีอันจะต้องไปอิตาลี แถมยังหน้าหนาวอีกด้วย เงินทองที่บ้านก็ไม่ค่อยจะมี แค่ซื้อกระเป๋าเดินทางอย่างเดียวก็ตัวเบาแล้ว แม่จึงไปขอรับบริจาคชุดกันหนาวมาจากเพื่อน ๆ ซึ่งก็ได้มาจำนวนหนึ่ง เลือกเอาตัวที่ใส่ได้พับใส่กระเป๋าเดินทางไป

ไปถึงก็ได้ใช้จริง ๆ แต่มีอยู่ตัวหนึ่งเรียบ โก้ เป็นทรงโอเวอร์โค้ตทั่วไป สีเบจ ดูดีมาก ฉันเก็บไว้ใช้นาน ๆ ที แต่ทุกครั้งที่ใส่ ผู้คนก็จะมองพร้อมเอาศอกกระทุ้งสีข้างเพื่อน ทั้งต่อหน้าและเหลียวหลัง ยังความปลื้มปีติมาให้แก่ฉันจนสุดประมาณ แอบเสียดายที่หน้าหนาวมีแค่ 3 เดือน 

วันหนึ่งเพื่อนคนไทยจะมาเยี่ยมจากฝรั่งเศส ฉันก็บอกเพื่อนให้ช่วยแต่งตัวหน่อย ฉันต้องดูดี เพื่อนจะได้เบาใจว่าฉันอยู่สบาย ไม่อัตคัดแล้ว เพื่อนอิตาเลียนก็เอาอันโน้นมาแมตช์อันนี้ โน่นนี่จนพอใจ เมื่อเสร็จ ก่อนจะออกจากบ้าน ฉันก็คว้าเสื้อตัวเก่งออกไปโดยมิได้ถามอะไรเพื่อน ราวกับสิ่งนี้เป็นท็อปปิ้งที่ต้องใส่อยู่แล้วอย่างแน่นอน

“บุสก้าจะใส่เสื้อตัวนี้ออกไปเหรอ” เพื่อนถาม

“ใช่ ทำไมเหรอ” ฉันตอบ พลางดูว่า เอ หรือมันมีอะไรเปื้อนไหม

“ก็…” เพื่อนหันไปทางหน้าต่างก่อนจะกลับมาตอบ “ฝนไม่ได้ตกนี่”

เกิดความเงียบงันไปพักใหญ่ ฉันซึ่งไม่เข้าใจในตอนแรก แต่แล้วก็เริ่มเข้าใจอะไรราง ๆ แล้วภาพผู้คนที่มองฉันพลางอมยิ้มตลอดเหมันตฤดูในโบโลญญาก็ค่อย ๆ Flashback เข้ามาในสมอง ทีละคน ทีละฉาก ที่ฉันคิดว่าเขายิ้มด้วยความชื่นชมนั้น จริง ๆ คงไม่ใช่แล้ว ที่พยักเพยิดให้เพื่อนดู คงไม่ไช่แบบเสื้อหรูไฮ หากแต่เป็น ดูคนนี้สิเธอ ใส่เสื้อกันฝนเดินอ่ะ เปิ่นเทิ่นมันเทศ เทเวศร์สำปะหลังสุด ๆ 

เย็นวันนั้น ฉันพับเสื้อใส่กระเป๋าทันที ฝนตกก็ไม่ใส่ กางร่มเอา

4 เรื่องเด๋อด๋าที่ 'ครูก้า' เคยปล่อยไก่ในอิตาลี ทั้งเสื้อตัวเก่ง รถเมล์ จนถึงภาษา
ภาพ : Lawrence Chismorie on Unsplash

ที่อิตาลีขับรถทางขวามือ ตรงข้ามกับประเทศไทยและอังกฤษ ความเฉิ่มเด๋อพื้นฐานคือ เวลารอรถเมล์อยู่คนเดียว ก็จะชอบเผลอหันไปมองทางขวา ซึ่งแน่นอน รถเมล์มาทางซ้าย หวิดจะเด็ดหัวอยู่หลายหน เพราะดูไม่ดูเปล่า มีการชะเง้อชะแง้แลชำเลืองออกนอกถนนอีกด้วย

อีกสิ่งหนึ่งที่ระบบการขนส่งในอิตาลีมักทำ คือการคุมเวลาเดินรถ ที่ป้ายรถเมล์จะบอกว่า รถเมล์สายนี้จะมาตอนกี่โมง กี่นาที การบอกเวลารถเป็นสิ่งที่สำคัญมาก โดยเฉพาะกับรถที่นาน ๆ มาที เช่น ทุกครึ่งชั่วโมง พลาดทีไปโรงเรียนสายเลย

วันหนึ่งฉันออกบ้านสายนิดเดียว แล้วคนเซียน่าก็ได้เรื่องไปเอ็นจอยกันหนึ่งวัน

บ้านของฉันอยู่ใกล้สี่แยกนอกเมือง รถไม่พลุกพล่าน พอวิ่งลงไปก็พบว่า รถที่ตัวเองจะต้องขึ้นนั้น ออกจากป้ายแล้ว และมาจอดติดไฟแดงอยู่กลางสี่แยก

ด้วยความเป็นเมืองเล็กอย่างเซียน่า และคนขับก็คนเดิม (เพราะขึ้นเที่ยวนี้ทุกวัน) ฉันก็โบกไม้โบกมือแต่ไกลขอขึ้นรถด้วย ซึ่งถ้าเป็นเมืองใหญ่นี่อย่าได้หวัง คุณลุงใจดีก็กวักมือให้รีบมา แล้วฉันก็วิ่งไปด้านที่ฉันคุ้นเคยนั่นคือ…. ด้านที่เป็นหน้าต่าง

ไม่ใช่แค่นั้น ผีห่าซาตานตัวไหนก็ไม่รู้มาเข้าทรงองค์ประทับให้ตะโกนโหวกเหวกว่า “ประตูไปไหน ประตูไปไหน ทำไมไม่มีประตู”

ทุกคนในรถพร้อมใจกันโบกไม้โบกมือให้ฉันไปอีกฝั่งหนึ่งของรถ 

ฉันเดินขึ้นรถซึ่งมีประตูในฝั่งที่มันควรจะอยู่ ฉันไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ในขณะที่คนในรถดูมีความสุขกับการมีโชว์ให้ดูแต่เช้า โดยนักแสดงจากโพ้นทะเล

4 เรื่องเด๋อด๋าที่ 'ครูก้า' เคยปล่อยไก่ในอิตาลี ทั้งเสื้อตัวเก่ง รถเมล์ จนถึงภาษา
ภาพ : Anna Vi on Unsplash

อันที่จริง สิ่งที่ชวนทำให้เราขายหน้ามิได้อยู่ที่เรื่องราวทางวัฒนธรรมเท่านั้น ภาษาเนี่ย บางครั้งก็เล่นงานเราได้อยู่ได้ไม่น้อยเช่นกัน ต่อไปนี้เป็นเรื่องของภาษาอิตาเลียน แต่คิดว่าทุกคนคงตามเรื่องได้ไม่ยาก 

เริ่มจากทำความเข้าใจตรงนี้ก่อน

pizza = พิซซ่า อ่านว่า ปิ๊ต-ส่ะ

piazza = ลานกว้าง จตุรัส อ่านว่า เปี๊ยต-ส่ะ

4 เรื่องเด๋อด๋าที่ 'ครูก้า' เคยปล่อยไก่ในอิตาลี ทั้งเสื้อตัวเก่ง รถเมล์ จนถึงภาษา
ภาพ : Lorenzo Fustaino on Unsplash

บางทีนะ ลิ้นก็พันกัน วันหนึ่งด้วยความเหนื่อยและหิว ก็บอกลุงคนขายพิซซ่าเจ้าประจำกลางเซียน่า ตั้งใจจะบอกว่า ขอพิซซาชิ้นหนึ่ง แต่ปากไปออกเสียงอีกคำ

ไม่มีซะละที่คุณลุงจะยอมพลาดโอกาสทองในครั้งนี้ เธอชี้ออกไปนอกร้าน พลางอมยิ้มพูดอย่างมีชัยว่า “โน่น! นังเด๋อ”

คำสุดท้าย ลุงไม่ได้พูด แต่ฉันรู้สึกของฉันเอง

ยังอยู่ในร้านพิซซ่า อันนี้ไม่ได้เด๋อเอง แต่เพื่อนเด๋อ และต่อ ๆ มาก็เห็นลูกศิษย์เด๋ออยู่อย่างไม่หยุดหย่อน คือ จะขอ basilico (โหระพา, กะเพรา) แต่ไปพูดว่า basilica อันแปลว่า มหาวิหาร ราวกับว่าจะต้องเข้าฟังมิสซาก่อนกินพิซซ่าถาดนี้ก็มิปาน

4 เรื่องเด๋อด๋าที่ 'ครูก้า' เคยปล่อยไก่ในอิตาลี ทั้งเสื้อตัวเก่ง รถเมล์ จนถึงภาษา
ภาพ : Fineas Anton on Unsplash

เรื่องต่อไปนี้เกิดขึ้นในห้องเรียน

เกริ่นให้ฟังก่อนว่า ที่เรียกว่าโรงเรียนที่เซียน่านั้น จริง ๆ เป็นมหาวิทยาลัยสำหรับชาวต่างชาติ นักเรียนในห้องจึงเป็นคนต่างชาติหมด 

ทุกเช้าวันจันทร์ ครูจะให้พวกเราเล่าว่า ไปทำอะไรกันมาบ้างในช่วงวันหยุด เราก็จะเล่าไป โม้บ้างจริงบ้างก็เล่าไป ไม่มีใครมาเช็ก เพราะจุดประสงค์คือฝึกภาษาทั้งพูดและฟัง

มาถึงเพื่อนคนหนึ่ง เธอเล่าว่าไปตกปลา เล่นน้ำ 

“สนุกมากเลย น้ำเย็นสบ๊ายสบาย พวกเธอต้องไปกันนะ” เพื่อน ๆ พยักหน้ากัน ถามว่าอยู่ที่ไหน 

“มันเป็นคลองเล็ก ๆ ” หน้าของเธอยังคงสดใสราวกับพรายน้ำแสนซน “ไหลมาจาก อาโน” เธอบอก

พวกเราทุกคนเข้าใจว่าเธอจะบอกว่า Arno อันเป็นชื่อแม่น้ำสายใหญ่ของแคว้นทัสกานี เพียงแต่เธอไม่ได้กระดกลิ้น รรรร เท่านั้นเอง 

แต่มีคนหนึ่งไม่ได้ยินอย่างที่เราได้ยิน

นั่นคืออาจารย์

อาจารย์หัวเราะพรืดออกมา แล้วก็สอนต่อไม่ได้อีกเลย และไม่ยอมบอกว่าหัวเราะเรื่องอะไร ให้เราเปิดดิกฯ กันเอง

พวกเราเปิดดิกฯ กันมือเป็นระวิง จึงได้รู้ว่า ชื่อแม่น้ำอาร์โน (Arno) นั้น หากไม่กระดกลิ้นเพียงนิดเดียวก็จะกลายเป็นคำว่า ano ซึ่งแปลว่า รูทวาร เมื่อประกอบกับเรื่องน้ำใสไหลเย็นแลเห็นตัว แหวกว่ายกอบัวอยู่ไหว ๆ พร้อมทั้งเชิญชวนให้เราไปสรงสนานด้วยนั้น อาจารย์ผู้มีจินตนาการอันชัดเจนและกว้างไกลจึงไม่สามารถสอนต่อได้ด้วยประการฉะนี้

ขออีกเรื่องเกี่ยวกับคำนี้ คำนี้ถ้าออกเสียงยาว คือ อาโน (ano) ก็แปลอย่างที่บอกไปแล้ว แต่ถ้าออกเสียงสั้นเป็น อันโน จะแปลว่า ปี (anno) ผู้ที่แยกเสียงสั้นเสียงยาวไม่ได้นั้น เมื่อต้องการจะบอกประโยคเช่น “ฉันอายุ 25 ปี” (ซึ่งในโครงสร้างภาษาอิตาเลียนแปลตรงตัวว่า ฉันมี 25 ปี) ก็จะเสี่ยงกับการที่อิตาเลียนจะได้ยินว่า เรามีบางสิ่งอยู่ในตัวถึง 25 หน่วย ถ้าคุณบอกอายุของคุณแล้วเขากลั้นหัวเราะละก็ ใช่ละ

ใครมีเรื่องเด๋ออะไรจะมาเล่า เชิญแลกเปลี่ยนกันได้ในเพจ ‘ครูก้า’ เพื่อมิให้ชนรุ่นหลังได้อัปยศเยี่ยงเรา

4 เรื่องเด็ดและ Culture Shock ที่ ‘ครูก้า’ เคยประสบและปล่อยไก่ไว้ในอิตาลี ทั้งเสื้อตัวเก่ง รถเมล์ จนถึงภาษา
ภาพ : Giuseppe Mondì on Unsplash

Writer

Avatar

สรรควัฒน์ ประดิษฐพงษ์

‘ครูก้า’ ของลูกศิษย์และลูกเพจ ผู้เชื่อ (ไปเอง) ว่าตัวเองเป็นครูสอนภาษาอิตาเลียนมือวางอันดับหนึ่งของเอเชียอาคเนย์ หัวหน้าทัวร์ผู้ดุร้าย นักแปลผู้ใจเย็น ผู้เชิดหุ่นกระบอกมือสมัครเล่น และนักเขียนมือสมัครเล่นเข้าไปยิ่งกว่า

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load