เราเยือนโคราชบ้านเอ๋งด้วยบรรยากาศครึ้มฟ้าครึ้มฝน ลูกหลานย่าโมบอกว่าบ้านของพวกเขากำลังเข้าสู่พายุฤดูร้อน เม็ดฝนมาเคาะหลังคาบ้านบ่อยช่วงเดือนเมษายน, จุดหมายของเราอยู่อำเภอปักธงชัย รถสีเงินแล่นทะลุซอกซอย จนถึง ‘บ้านแห่งไหม’ บ้านหลังน้อยต้อนรับเราด้วยกลิ่นดิน กลิ่นฝน และเสียงเจื้อยแจ้วของเด็กหญิงวัยกำลังซน

พื้นที่ตรงหน้าดูคล้ายจะเป็นบ้านอยู่อาศัย หากหมุนปุ่มย้อนอดีต กลับเป็นโรงงานทอผ้าไหมปักธงชัยรุ่นเก๋าของนครราชสีมา ก่อนรุ่นคุณย่าจะวางมือและส่งไม้ต่อให้ลูกชาย ปัจจุบันอยู่ในมือทายาทรุ่นสามของครอบครัว

จากโรงทอไหมคุณย่าสู่ 'บ้านแห่งไหม' พื้นที่ที่สอนวิชาชีวิตให้เด็กๆ โคราชด้วยกี่ทอผ้า

ไหม-ปวีณกันต์ กวีกิจรัตนากร เธอคือหลานสาวและลูกสาวที่เปลี่ยนโรงทอไหมของวันวานเป็น ‘บ้านแห่งไหม’ บ้านหลังอบอุ่นที่มีรากเหง้าภูมิปัญญาของบรรพบุรุษคอยหล่อเลี้ยง จนออกดอกออกผลเป็นสถานที่ ‘ให้’ ความรู้ และ ‘สอน’ วิชาชีวิตด้วย ‘เส้นไหมและกี่ทอผ้า’ เพื่อให้เด็กเล็ก-เด็กโต แห่งเมืองย่าโมมีพื้นที่ผ่อนคลายและได้เป็นตัวของตัวเอง 

แถมยังสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิตฉบับพื้นฐานก่อนเผชิญสังคมและโลกแห่งความเป็นจริง

ไม่พูดพร่ำทำเพลง เลือกสีไหมกันไหม จะได้ทอผ้าผืนใหม่พร้อมกับเรื่องราวของบ้านแห่งไหม

ไหมจะมีบ้านแห่งไหม

“เรื่องราวมันเกิดจากเราเป็นครูมาก่อน” เจ้าบ้านเกริ่น

เด็กหญิงไหมมีโรงทอผ้าเป็นสนามเด็กเล่น เธอจำความได้ว่าเป็นเด็กช่างซัก-ช่างถาม ถูกสอนให้จับกี่แต่เล็กและ ด้วยความเป็นพี่สาวคนโต จึงมีหน้าที่ปันความรู้ให้น้อง ไหมสอนคนนู้นที คนนั้นที จนสนุกและติดใจกับการเป็น ‘ผู้ให้’ ความรู้ คุณครู-จึงเป็นความฝันลึกสุดที่เธอใฝ่ กระทั่งเติบใหญ่ ครอบครัวสร้างเส้นทางให้เธอเดิน หวังสืบทอด

ไหมวัยหัวเลี้ยวหัวต่อตัดสินใจเรียนมหาวิทยาลัยสาขาแฟชั่นดีไซเนอร์และการจัดการ เพื่อกลับมาสานต่อโรงทอผ้า พัฒนาสินค้าและเปิดหน้าร้าน ทว่าเป็นเพียงความคิดที่วาดบนอากาศ ความเป็นจริงต่างจากนั้นมากโข

จากโรงทอไหมคุณย่าสู่ 'บ้านแห่งไหม' พื้นที่ที่สอนวิชาชีวิตให้เด็กๆ โคราชด้วยกี่ทอผ้า

“มันขัดกันหมด” นั่นไม่ใช่เส้นทางที่เธอต้องการ “ตอนทำทีสิส เราท้อใจหลายรอบมาก มันไม่ใช่ เราคิดว่ามันคงไม่ใช่สิ่งที่เราจะเดินหน้าต่อไป เลยมีโอกาสทำงานหลายอย่างมาก รีเซปชัน จัดเลี้ยง จนได้โอกาสมาเป็นครู

“เราเป็นครูโรงเรียนทางเลือกในโคราชแปดปี เป็นครูประจำชั้นจนเลื่อนเป็นหัวหน้าระดับ เน้นสอนเรื่องการบูรณาการเป็นหลัก ซึ่งโชคดีที่โรงเรียนให้เราออกแบบการเรียนการสอนเองและได้สอนเด็กหลายๆ รูปแบบ เลยได้ประสบการณ์และวิธีการแก้ปัญหาหลายๆ วิธี จนรู้สึกว่าเราไม่ได้สอนเขาแค่วิชาเรียน แต่เราสอนวิชาชีวิตให้เขาด้วย” 

วิชาบูรณาการฉบับคุณครูไหมคือประสบการณ์ชีวิต เอาประสบการณ์มาจับกับวิชาการ

“สมมติเราเรียนเรื่องน้ำ เช่น ปริมาตรวัด ก็เป็นวิชาคณิตศาสตร์ น้ำ สะกดยังไง ก็เป็นวิชาภาษาไทย ภาษาอังกฤษ มันยังต่อยอดได้อีก เทศกาลเกี่ยวกับน้ำมีอะไรบ้าง เป็นวิชาสังคมและวัฒนธรรม” คุณครูยกตัวอย่าง

“การสอนของเราไม่มีการบ้าน แต่จะให้ทบทวนเป็น Mind Mapping ข้อดีของแผนผังความคิดคือมันช่วยเขาสรุปยอด ไม่ต้องอ่านหนังสือเยอะ ส่วนตอนสอบ เราก็สอบเป็นเกม โดยการเรียนแบบบูรณาการดีตรงที่เขาจะเติบโตด้วยกระบวนการคิด การต่อยอด การวิเคราะห์ คำตอบของคำถามเลยไม่ได้มีแค่ใช่กับไม่ใช่ และคำถามของเราจะต่อท้ายด้วยคำว่า อย่างไร เสมอ พอเขาเจอปัญหาจริงๆ เขาจะมองมันได้หลายรูปแบบ สิ่งนี้เขาจะเอาไปใช้ต่อได้ในอนาคต

“เสน่ห์ของการเป็นครูคือคุณต้องตอบโจทย์เด็กก่อน ต้องให้ความรู้สึกกับเขาก่อน เหมือนรักให้รัก”

ไหมแววตาเป็นประกายแทบทุกประโยคที่เธอเอื้อนเอ่ยเกี่ยวกับสิ่งที่เธอ ‘เป็น’ 

จากโรงทอไหมคุณย่าสู่ 'บ้านแห่งไหม' พื้นที่ที่สอนวิชาชีวิตให้เด็กๆ โคราชด้วยกี่ทอผ้า

หลังความอิ่มตัวมาเยือนอาชีพแม่พิมพ์ เธอวางแผนขยับขยายตัวเองโดยการออกมาแบ่งปันความรู้นอกรั้วโรงเรียน มี เก่ง-กานต์ กวีกิจรัตนากร สามีผู้เป็นแรงใจช่วยผลักดันและทอความฝันของเธอให้เป็นจริงอีกครั้ง

“เราอยากสอนทอผ้า” หญิงสาวตรงหน้าพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

“ทุกอย่างมันจัดสรรมาแล้ว เราเกิดมาในธุรกิจผ้าทอตั้งแต่รุ่นคุณย่า เราอยากให้ความรู้ในสิ่งที่เรามี เรามีองค์ความรู้และประสบการณ์การสอน มีทุนเป็นเครื่องไม้เครื่องมือและทุนความรู้ที่เราเห็นมาตั้งแต่เกิด เราเอาความรู้ทุกอย่างมาบูรณาการกันได้ พอสามีเห็นว่าเรามีฝัน เขาก็อยากสนับสนุน ถ้าจะมีเขาอีกสักคนมาเป็นหนึ่งพลังที่กันช่วยกัน

“เป้าหมายแรกของเราคือการปล่อยของทั้งหมดที่มี ส่วนเป้าหมายที่สอง เราอยากพัฒนาทักษะและกระบวนการคิดให้เด็ก อยากให้เขาละจากหน้าจอแล้วใช้เวลากับอะไรก็ได้ที่เขาสามารถพัฒนาได้ด้วยตัวเอง เราเป็นแค่โค้ชชิ่ง คอยเชียร์อัพ เจ๋งนะ ลองทำดูสิ ตอนนั้นเราก็ยังไม่รู้จะเรียกสิ่งที่กำลังทำว่าอะไรดี บ้าน แหล่งเรียนรู้หรือศูนย์”

เธอตัดสินใจให้บ้านหลังนี้เป็นเสมือนบ้านเพื่อน ที่มีชื่อเสียงเรียงนามว่า ‘บ้านแห่งไหม’

จากโรงทอไหมคุณย่าสู่ 'บ้านแห่งไหม' พื้นที่ที่สอนวิชาชีวิตให้เด็กๆ โคราชด้วยกี่ทอผ้า

ตลอดระยะเกือบ 4 ปี ของการถักทอผืนความรู้ ค่อยๆ ดำเนินอย่างเนิบช้าตามที่เธอหมายมั่น มีเด็กจิ๋วตบเท้ามาเป็นนักทอรุ่นต่อรุ่น บางคนทอมาแล้วเท่าจำนวนปีของบ้านก็ยังมั่นทออยู่เสมอ เจ้าบ้านกระซิบว่า เด็กหญิงที่เด็กที่สุดที่เข้าคลาสทอผ้า ตอนนี้กำลังเรียนอยู่ชั้นอนุบาล 2 ความน่าเอ็นดูคือ ยามเข้าประจำกี่ขาของเธอยังไม่แตะพื้นด้วยซ้ำ

เด็กๆ ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง ไหมว่าเป็นกิจกรรมกุ๊งกิ๊งตามประสาผู้หญิงชอบประดิดประดอย

กพอ. – การงานพื้นฐานอาชีพ

จากโรงทอไหมคุณย่าสู่ 'บ้านแห่งไหม' พื้นที่ที่สอนวิชาชีวิตให้เด็กๆ โคราชด้วยกี่ทอผ้า

การลงเรียนวิชาทอผ้ากับบ้านแห่งไหม คุณครูไหมต้องคุยกับผู้ปกครองเพื่อสอบถามความสมัครใจของผู้เรียน เพราะการบังคับจะทำให้เด็กส่ายหน้าและหน่ายกับการเรียนตั้งแต่ต้น หลังจากความอยากทะลุปรอทก็เดินตัวเปล่าเข้ามาเลย บ้านหลังนี้เปิดประตูรอต้อนรับอยู่แล้ว ซึ่งการเรียนหนึ่งคอร์สเท่ากับ 5 ครั้ง แบ่งเป็นคาบเช้าและคาบบ่าย

บรรยากาศการเรียนก็น่าอิจฉาที่สุด อากาศโคราชเย็นฉ่ำจากสายฝน มีต้นตะลิงปลิง เสาวรส หม่อน ฯลฯ เป็นกิจกรรมสนุกที่เธอและเก่งชวนเด็กปีนต้นไม้เก็บผลผลิตมากวนแยม หรือบางทีก็แข่งกินตะลิงปลิงรสจี๊ดจ๊าด ไหมว่าที่นี่เด็กๆ จะเป็นอิสระ อยากทำอะไรทำ ถ้าไม่อยากทำก็ไม่ต้องทำ เป็นเช่นนั้นจริง เด็กจิ๋วบางคนขอนอนงีบก่อนก็มี

ที่บ้านแห่งไหม ไหมรับบทเป็นหัวหน้าแก๊ง เธอถูกให้ความไว้ใจจากเด็กๆ เป็นเบอร์หนึ่ง สังเกตจากความสนิทสนมของเธอกับเด็กสาวต่างวัย ราวกับหญิงสาวตรงหน้าที่สนทนากับเรากลับไปเป็นเด็กหญิงไหมอีกครั้งหนึ่ง

จากโรงทอไหมคุณย่าสู่ 'บ้านแห่งไหม' พื้นที่ที่สอนวิชาชีวิตให้เด็กๆ โคราชด้วยกี่ทอผ้า

“เด็กเป็นวัยที่สนุกและเป็นอิสระที่สุดแล้ว เราจะคิด จินตนาการอะไรก็ได้ จะให้ตุ๊กตามีชีวิตก็ยังได้ เพื่อนอินอะไร เขาฮิตอะไรกัน ก็จะเอามาอวด ซึ่งเรายึดติดกับความเป็นเด็กค่อนข้างมาก เป็นความสุขที่เรายังอยากมีอยู่”

เราแอบถามเธอว่าช่วงนี้เด็กอินอะไรกัน, ดาบพิฆาตอสูร คือคำตอบ

อินถึงขนาดว่า จินจิน หนึ่งในนักเรียนทอผ้าก็สวมเครื่องแบบตัวละคร โคโจ ชินาบุ เต็มยศพร้อมดาบ ส่วนเด็กหญิงคนอื่นก็วิ่งจับกันไปจับมาส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าว บ้างก็หันหน้าเข้ากี่บรรจงเหยียบและกระทบอย่างชำนาญ

จากโรงทอไหมคุณย่าสู่ 'บ้านแห่งไหม' พื้นที่ที่สอนวิชาชีวิตให้เด็กๆ โคราชด้วยกี่ทอผ้า
จากโรงทอไหมคุณย่าสู่ 'บ้านแห่งไหม' พื้นที่ที่สอนวิชาชีวิตให้เด็กๆ โคราชด้วยกี่ทอผ้า

ซึ่งการเรียนการสอนของบ้านแห่งไหมจะเริ่มตั้งแต่พื้นฐาน หนึ่ง ทำความรู้จักอุปกรณ์และส่วนประกอบของกี่ เพื่อทำความเข้าใจกระบวนการทำงาน เผื่อยามเกิดปัญหาจะแก้ไขได้ด้วยตนเอง สอง เลือกสีไหมตามชอบใจ ไหมพยายามหาเฉดสีให้มากที่สุด และเพิ่มความหลากหลายของผิวสัมผัสด้วย ซึ่งสีและผิวสัมผัสก็สร้างเสริมพัฒนาการเด็กได้

สาม ทอเปิด เพราะหลังเสร็จสิ้นชิ้นงานหากอย่างทำเป็นสินค้า หากต้องเย็บ ส่วนทอเปิดจะช่วยให้การเย็บไม่กินลายชิ้นงานเข้าไปด้วย เธอว่าทุกกระบวนการส่งผลและมีเหตุมีผลซึ่งกัน สี่ เริ่มทอ ความสนุกและงงงวยอยู่ตรงนี้

จากโรงทอไหมคุณย่าสู่ 'บ้านแห่งไหม' พื้นที่ที่สอนวิชาชีวิตให้เด็กๆ โคราชด้วยกี่ทอผ้า
จากโรงทอไหมคุณย่าสู่ 'บ้านแห่งไหม' พื้นที่ที่สอนวิชาชีวิตให้เด็กๆ โคราชด้วยกี่ทอผ้า

“เราให้สูตรเขาว่า สอด เหยียบ สลับ กระทบ สอด เหยียบ กระทบ” เธอท่องเป็นจังหวะ ฟังแล้วเพลินดีเหมือนกัน

“เขาจะเริ่มงง สลับขาแบบไหน ลงน้ำหนักขายังไง เราจะไม่บอกว่าไปซ้ายหรือขวา เราให้เขาลองดูก่อน ถ้าเหยียบข้างนี้แล้วมันสอดได้มั้ย สอดแล้วมันหลุดมั้ย ถ้าเราบอกมันจะง่ายไป แบบนี้ท้าทายดี มันเป็นเหมือนการทดลอง ทดลองเขา ทดลองเรา เขาก็ได้เรียนรู้ เราเองก็ได้เรียนรู้ว่าเขาจะเรียนรู้วิธีแก้ปัญหาไหน ซึ่งขั้นตอนนี้ก็ช่วยบริหารกล้ามเนื้อ มือประสานตา การประคองน้ำหนัก บางคนเขียนหนังสือกดมาก พอฝึกทอผ้าก็ช่วยเขาคุมน้ำหนักมือตัวเองได้” เธออธิบาย

จากโรงทอไหมคุณย่าสู่ 'บ้านแห่งไหม' พื้นที่ที่สอนวิชาชีวิตให้เด็กๆ โคราชด้วยกี่ทอผ้า

หลังทอเสร็จเป็นผืนเป็นอันบรรลุจุดประสงค์ของคุณครูไหม คือเด็กควบคุมตัวเองให้โฟกัสกับงานได้

เป้าหมายที่สอง ทอเสร็จแล้วทำอะไรต่อ เป็นการสอนให้เด็กวางแผนและคิดต่อยอด แถมได้เรียนรู้กระบวนการคิดอย่างเป็นขั้นตอน หนึ่ง สอง สาม สี่ เอ้า! เหยาะความคิดสร้างสรรค์ลงไปหน่อย เพิ่มจินตนาการเข้าไปนิด ตู้ม! 

เกิดเป็นชิ้นงานสารพัดประโยชน์ เริ่มจากผ้าพันคอ ที่รองจาน กระเป๋าใส่เศษสตางค์ ที่แขวนผนัง

“เด็กบางคนมีออเดอร์จากบรรดาแม่ พี่ ป้า น้า อา เพียบ จะมีเด็กคนหนึ่งเขาทอกระเป๋าใบแรกของตัวเอง ชอบมาก ใช้ตลอดทุกงาน จนมีคนถามว่าซื้อที่ไหน เขาก็บอกว่าทอเอง” กลายเป็นสร้างความภูมิใจให้เด็กหญิงตัวเล็กๆ “นั่นเป็นประเด็นที่เราต้องการ เด็กบางคนไม่มั่นใจในตัวเอง ทำอะไรก็โดนดุ รู้สึกไม่กล้าที่จะทำ แต่พอเขาทำอันนี้แล้วมีคนชม มีคนมองเห็น เขาก็รู้สึก ‘ฉันก็ทำได้’ บางทีโคราชจะมีตลาดคราฟต์ เราก็จะพาเด็กๆ เอาสินค้าไปขาย 

“เขาได้พรีเซนต์ด้วยตัวเอง แล้วของของเขามีคนซื้อนะ เขาได้เรียนรู้การทอนเงิน การพูดกับลูกค้า เป็นอีกประสบการณ์หนึ่งที่โรงเรียนไม่มีสอน เราว่ามันน่าจะช่วยพัฒนาเขาได้ โดยเราเอาการทอผ้าเป็นตัวนำ เอาทฤษฎีไว้ข้างหลัง เอาความสนุกไว้ข้างหน้า อะไรที่มันสนุกเราก็อยากเล่น เราก็อยากทำ เด็กก็คงรู้สึกแบบนั้นเหมือนกัน”

จากโรงทอไหมคุณย่าสู่ 'บ้านแห่งไหม' พื้นที่ที่สอนวิชาชีวิตให้เด็กๆ โคราชด้วยกี่ทอผ้า

เบื้องหลังเธอต้องการพัฒนาเด็กและสร้างภูมิคุ้มกันก่อนออกเดินทางไปเจอโลก ขณะเดียวไหมก็ไม่ลืมรากที่หล่อเลี้ยงให้เป็น ‘บ้านแห่งไหม’ เธอเปิดทัวร์ขนาดย่อม เดินชม สุมลไหมไทย เล่าเรื่องราวโรงทอผ้าไหมปักธงชัยสามรุ่น

ความน่ารักคือ คุณพ่อสมรรถ คุ้มสุวรรณ คุณพ่อของไหมเคยร่วมมือกับมูลนิธิเด็ก ผลิตนิทานเด็ก เจ้าแสดแปดขา แต่งโดย คุณหญิงจำนงศรี หาญเจนลักษณ์ ภาพประกอบโดยคุณพ่อ ผู้ออกแบบภาพด้วยการทอผ้าแต้มลายมัดหมี่เป็นรูปแมงมุม บ้าน ฯลฯ ซึ่งไหมก็ใช้นิทานเล่มนี้สอนเด็กเรื่องภูมิปัญญาและศิลปวัฒนธรรมบ้านเกิดด้วย

จากโรงทอไหมคุณย่าสู่ 'บ้านแห่งไหม' พื้นที่ที่สอนวิชาชีวิตให้เด็กๆ โคราชด้วยกี่ทอผ้า

สปช. – สร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต

จากเป้าหมายแรกที่เป็นเด็กสารพัดวัย ไหมอยากขยับขยายเข้าสู่หนุ่มสาวสูงวัยที่ว่ากันว่ายิ่งอายุมาก ยิ่งเหมือนกลับมาเป็นเด็กอีกครั้ง เด็กกับเด็กเจอกันน่าจะจูนกันติดได้ไม่ยาก แท้จริงเธออยากให้สองวัยแลกเปลี่ยนกัน

“ถ้าเราได้รับโอกาสจากผู้ใหญ่หรือคนที่เขารู้สึกว่ากำลังจะหมดคุณค่า เขาได้มาทำกิจกรรมหรือสร้างผลงานด้วยตนเอง เขาคงรู้สึกเหมือนได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง เขาจะรู้สึกว่าเขามีค่า เขามีตัวตน อีกนัยก็เป็นการสานสัมพันธ์เด็กๆ กับคุณปู่ คุณย่าด้วย มันเป็นสิ่งที่เราอยากขยายต่อ” บ้านแห่งไหมเปิดประตูต้อนรับทุกวัย,ขอเพียงเคาะ ก๊อก ก๊อก

จากโรงทอไหมคุณย่าสู่ 'บ้านแห่งไหม' พื้นที่ที่สอนวิชาชีวิตให้เด็กๆ โคราชด้วยกี่ทอผ้า

‘การเล่นคือการเรียนรู้’ -วลีนี้คงนิยามบ้านแห่งไหมได้ดีที่สุด #เพราะที่นี่คือบ้านแห่งไหม

“เราอยากให้เด็กได้รับความสนุกและความผ่อนคลาย เราคิดว่าเขาก็มีความเครียดของเขาเอง แต่เขาไม่รู้ว่าจะจัดการความเครียดและปัญหายังไง ดูเหมือนเขาจะไม่ได้คิดอะไร แต่ลึกๆ เขาค่อนข้างจะเก็บ เก็บทุกอย่าง เขาต้องมีเวลา และมีพื้นที่ของตัวเองที่สามารถผ่อนคลาย คิดทบทวนแก้ปัญหา พอเขานิ่งได้แล้ว ทุกอย่างจะค่อยๆ คลายออก 

“เด็กสมัยนี้เขารับมาเยอะ แม่ให้เรียนแบบนั้น ต้องดูน้องแบบนี้ เหมือนความคาดหวังของทุกคนมาอยู่ที่เขา แล้วเขาจะทำยังไงดี มันน่าจะมีพื้นที่ที่เขาสามารถเป็นตัวเขาเองได้ ซึ่งพื้นที่ของเราน่าจะตอบโจทย์ให้กับเด็กๆ เราอยากให้ผู้ใหญ่เปิดโอกาสให้เด็ก รับฟังเขา เขาเป็นเด็ก เขาไม่รู้หรอกว่าจะต้องหากิจกรรมอะไรให้กับตัวเอง บางคนมีไอแพด ก็เปิดการ์ตูนให้ดู แต่นั่นเป็นทางที่เขาเลือก มันก็ไม่ผิด แต่เราว่ามันน่าจะมีวิธีอื่นที่ให้เขาพัฒนาตัวเองในหลายๆ รูปแบบ 

“เราสามารถช่วยเหลือกันเพื่อพัฒนาอนาคตของเรา ด้วยการส่งต่อประสบการณ์ที่ดีให้เขา ตอนนี้มันขึ้นอยู่กับผู้ใหญ่แล้วว่าจะสร้างอนาคตแบบไหนให้เด็กๆ เรามองสังคมในอนาคตยังไง นั่นคือสิ่งที่เราจะบ่มเพาะเขาได้”

การเกิดขึ้นของบ้านแห่งไหม พื้นที่ปลอดภัยที่เป็นเสมือนบ้านเพื่อน คอยโอบอุ้มความคาดหวังและแบ่งเบาความรู้สึกของเด็กตัวจ้อยที่ต้องเผชิญกับปัญหา เล็กบ้าง ใหญ่บ้าง แต่นั่นคือชีวิต ชีวิตที่เขากำลังจะทอมันขึ้นมาเอง

จากโรงทอไหมคุณย่าสู่ 'บ้านแห่งไหม' พื้นที่ที่สอนวิชาชีวิตให้เด็กๆ โคราชด้วยกี่ทอผ้า

บ้านแห่งไหม

ที่ตั้ง : 429 หมู่ 5 ซอยพบสุข 4 ถนนราชสีมา-ปักธงชัย ตำบลปรุใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา (แผนที่)

เปิดวันเสาร์และวันอาทิตย์ เวลา 09.30 – 11.30 น. และ 13.30 – 15.30 น.

โทรศัพท์ : 09 4297 8228 และ 08 5199 5647

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

คอลัมน์ Share Location คราวนี้ พาคุณเปลี่ยนบรรยากาศมาทะเล แต่ช้าก่อน เราไม่ได้จะพาคุณมาขี่เจ็ทสกี หรือเล่นเซิร์ฟบอร์ดบนคลื่นน้ำ เราพาคุณมาทำสปาไกลถึงหัวหิน ที่เทวารัณย์ เวลเนส สปาชื่อดังของโรงแรมดุสิตธานี ริมหาดทรายขาว จ.ประจวบคีรีขันธ์ 

ใช่แล้ว เรากำลังพูดถึงโรงแรมดุสิตธานี หัวหิน ที่เปิดมานานกว่า 31 ปี อย่าเพิ่งคิดภาพโรมแรมเก่าไปก่อนเชียว เพราะปัจจุบันที่นี่ได้แปลงโฉมครั้งสำคัญในรอบหลายปี มีทั้งการปรับปรุงห้องพักและห้องสวีทใหม่ทั้งหมด การเปิด Nómada ร้านอาหารสไตล์อเมริกาใต้แห่งใหม่ริมชายหาด การออกแบบสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ใจกลางโรงแรมให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทุกช่วงวัย และการยกระดับสปาเทวารัณย์ดั้งเดิมอันเลื่องชื่อ ให้กลายเป็นเทวารัณย์ เวลเนส สวรรค์ของคนรักสปาที่ให้มากกว่าการนวด แต่นำเสนอวิถีชีวิตแนวใหม่ไปพร้อมกัน ชวนให้หันกลับมาคุยกับตัวเองให้มากขึ้น ดำเนินชีวิตให้ช้าลง ดื่มด่ำบรรยากาศรอบตัวทุกวินาทีอย่างมีความหมาย ผ่านกิจกรรมมากมายที่ทำให้คุณผ่อนคลายได้ทั้งวัน สมกับที่ เทวารัณย์ (Devarana) มาจากคำในภาษาสันสกฤต แปลว่า อุทยานสวนสวรรค์ อย่างแท้จริง

Devarana Wellness สวนสวรรค์ของคนรักสปาที่ดุสิตธานี หัวหิน จัดให้แบบครบองค์ประกอบ

สวรรค์ของสปา

ภายใต้กลยุทธ์ของดุสิตธานีที่ให้ความสำคัญกับ 4 เสาหลัก ได้แก่

Service (การบริการ) ให้การบริการที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน และตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างครบถ้วน 

Well-being (ความเป็นอยู่ที่ดี) ไม่เพียงพักผ่อนที่นี่ได้อย่างสบายใจ แต่ต้องกินดี อยู่ดี จิตใจดีรอบด้าน จึงตั้งใจมอบประสบการณ์ที่มากกว่าแค่การทำสปา

Sustainability (ความยั่งยืน) คำนึงถึงความยั่งยืนทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมในทุกกิจกรรม

Locality (ท้องถิ่น) เชื่อมโยงชุมชนท้องถิ่นใกล้เคียงเข้ากับโรงแรมอย่างมีเอกลักษณ์ 

เทวารัณย์ เวลเนส ได้รับการบูรณะครั้งใหญ่จากเสาต้นที่ 2 อย่าง Well-being ที่จะเปลี่ยนการทำสปาทั่วไปให้กลายเป็นสปาที่ตอบโจทย์ลูกค้าแบบครบองค์รวม 

“Wellness ที่ดุสิต ไม่ใช่แค่การให้บริการหรือสร้างปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า แต่คือการให้ความสำคัญกับประสบการณ์ในทุกมิติที่ลูกค้าจะได้รับจากการพักผ่อน 

เราเชื่อว่า ความเป็นไทยคือหัวใจสำคัญของการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม เราจึงมอบแนวทางปฏิบัติเพื่อฟื้นฟูดูแลสุขภาพไปพร้อม ๆ กับการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาในชีวิตประจำวัน ช่วยให้ลูกค้ามีความพึงพอใจในผลลัพธ์ที่เต็มไปด้วยความหมาย นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต”

Paul Hawco ผู้อำนวยการฝ่ายเวลเนส ผู้มีประสบการณ์ครอบคลุมอุตสาหกรรมสปา ฟิตเนส และเวลเนสในระดับสากลมามากกว่า 26 ปี เล่าถึงการปรับปรุงครั้งใหญ่ว่า เทวารัณย์ เวลเนส มีภูมิปัญญาไทยเป็นแรงบันดาลใจ อาศัยหลักการปฏิบัติตามวิถีชาวพุทธ ยกระดับงานบริการให้อบอุ่นแบบไทยอันเป็นเอกลักษณ์ของดุสิตธานี ผสมผสานเข้ากับนวัตกรรมใหม่ด้านสุขภาพ 

ได้ออกมาเป็นหลักแห่งการดูแลกายใจให้ช้าลง 3 ประการ คือ 

Pause (การหยุดพัก) เช่น การฝึกสมาธิ การแพทย์แผนไทย การเสริมสร้างความมั่นคงทางอารมณ์ 

Focus (การมุ่งไปที่เป้าหมาย) เช่น เมนูอาหารเฉพาะบุคคล การระบุตำแหน่งที่ต้องการนวด การออกกำลัง และกิจกรรมกลางแจ้งต่าง ๆ

Growth (การเติบโต) เน้นกิจกรรมเกี่ยวกับความยั่งยืนที่ทำร่วมกับชุมชนท้องถิ่น รวมถึงจัดกิจกรรมพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยว คู่รัก ไปจนถึงกลุ่มนักธุรกิจ

Devarana Wellness สวนสวรรค์ของคนรักสปาที่ดุสิตธานี หัวหิน จัดให้แบบครบองค์ประกอบ

โดยการเนรมิตสวนสวรรค์ครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจาก Cat Lau ผู้ฝึกสอนและนักการศึกษาด้านสุขภาพทางอารมณ์ เชี่ยวชาญด้านการการรักษาสุขภาพโดยการใช้พลังงานบำบัด การเคลื่อนไหว และค้นหาภูมิปัญญาจากภายในเพื่อประกอบการตัดสินใจอย่างมีสติ เธอนำหลักสำคัญทั้ง 3 มาประยุกต์ใช้กับการออกแบบกิจกรรมดูแลสุขภาพได้เป็นอย่างดี

“ก่อนที่เราจะพัฒนาตัวเอง แคทสร้างคลาสนี้ขึ้นมาเพื่อให้เป็นพื้นฐานของเวลเนส คือ เริ่มจาก Pause เราให้ทุกคนนั่งสมาธิ ทำ Energy Healing ได้อยู่กับร่างกาย จิตใจของตัวเอง ต่อมาคือ Focus เราใช้โยคะ เพราะต้องตั้งใจว่าเราจะบาลานซ์ร่างกายยังไงให้ทรงตัวอยู่ได้ สุดท้ายคือ Growth แคทให้ทุกคนกลับมาตั้งคำถามกับตัวเอง กว่าที่คนคนหนึ่งจะมาถึงตรงนี้ได้ ว่าเราลำบากตรงไหน เราได้บทเรียนอะไร แล้วเราจะทำอะไรต่อไปในชีวิต 

สำหรับแคท เวลเนส เป็นเรื่องที่จริงจังและซับซ้อนมาก แต่นี่ก็เป็นโปรเจกต์ที่จะจุดประกายให้ทุกคนได้เริ่มต้นดูแลสุขภาพจากการมีพื้นฐานที่ดี”

ทั้งหมดที่เธอกล่าวมาถ่ายทอดในรูปแบบวิดีโอพิเศษ เผยแพร่ที่โรงแรมและรีสอร์ตในเครือดุสิตธานีทั้งหมด โดยลูกค้าทุกท่านรับชมและปฏิบัติตามได้ยามว่างภายในห้องพัก

Devarana Wellness สวนสวรรค์ของคนรักสปาที่ดุสิตธานี หัวหิน จัดให้แบบครบองค์ประกอบ

ความเจ็บปวดที่งดงาม

เทวารัณย์ เวลเนส ตั้งอยู่ในสวนสวยของโรมแรมดุสิตธานี บนพื้นที่มากกว่า 906 ตารางเมตร ออกแบบอย่างพิถีพิถัน ตกแต่งใหม่ได้ความรู้สึกหรูหรา มีระดับ แต่ก็เต็มไปด้วยกลิ่นอายความเป็นไทย 

ก่อนนวด ที่นี่จะมีสิ่งที่เรียกว่า A Guided Wellness Journey คล้าย ๆ สมุดตรวจสุขภาพ โดยเราสามารถพูดคุยกับพนักงานถึงผลลัพธ์ที่ต้องการหลังนวด ระบุได้ว่ามีปัญหาสุขภาพด้านใดบ้าง เลือกได้ว่าจะให้เน้นส่วนใดของร่างกายเป็นพิเศษ เพื่อให้เป็นการนวดที่ตอบโจทย์ความต้องการและมีประสิทธิภาพสูงสุดต่อลูกค้า

Devarana Wellness สวนสวรรค์ของคนรักสปาที่ดุสิตธานี หัวหิน จัดให้แบบครบองค์ประกอบ
Devarana Wellness สวนสวรรค์ของคนรักสปาที่ดุสิตธานี หัวหิน จัดให้แบบครบองค์ประกอบ

นวดแบบไทยโบราณ (Ancient Thai Massage) 

Master : พี่จิ๋ว 

ประสบการณ์ : 22 ปี

น้ำหนักมือ : ปานกลาง – หนัก 

เราเริ่มเข้าสู่วงการนวดตัวเป็นครั้งแรกในชีวิตด้วยการนวดแบบไทยโบราณ และเหมือนรู้ว่าเราเป็นน้องใหม่ในวงการถึงได้ส่ง พี่จิ๋ว มือวางอันดับต้นด้านการนวดแห่งเทวารัณย์มารับหน้าที่ดูแลเราในวันนี้

ที่นี่จัดห้องนวดให้แบบเป็นส่วนตัว มีดนตรีบรรเลงคลอ และมีกลิ่นหอมของสมุนไพรอบอวลชวนให้ผ่อนคลาย บนเตียงจะเห็นว่ามีอุปกรณ์สำหรับคอร์สนี้จัดใส่ถาดอย่างเป็นระเบียบ พร้อมเสื้อผ้าที่ทุกคนจะต้องเปลี่ยนเพื่อให้สะดวกต่อการนวด

การนวดไทยโบราณเป็นคอร์สที่ถูกเพิ่มเข้าใหม่ มีรากฐานมาจากภูมิปัญญาไทย ทั้งท่วงท่าและอุปกรณ์ในการนวด ภายใต้แนวคิด Thai Herbal Antidote มุ่งเน้นไปที่การผ่อนคลาย ดีท็อกซ์ร่างกาย ทำให้กลับไปนอนหลับพักผ่อนได้อย่างเต็มอิ่ม 

พี่จิ๋วชวนให้เราปล่อยวางก่อนเริ่ม ด้วยการตีขันทิเบตเสียงกังวาน เรียกสติสตางค์ที่เคยวิ่งเตลิดให้หยุดพักลงชั่วครู่

จากนั้น กลิ่นหอมฟุ้งของหมู่มวลสมุนไพรก็โชยมาพร้อมกับไอร้อน ๆ จากหม้อต้ม เป็นอันรู้กันว่าพี่จิ๋วจะเริ่มบรรเลงฝีมือด้วยการประคบร้อนเป็นอย่างแรก เพื่อทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว 

เธอเล่าว่า ส่วนผสมของประคบร้อนเป็นสมุนไพรแห้งตากเอง ประกอบไปด้วย ตะไคร้ ขิง ข่า ใบส้มป่อย มะขาม เกลือ การบูร สาเหตุที่ไม่ใช้สมุนไพรสด เพื่อไม่ให้สีเหลืองจากสมุนไพรเปรอะเปื้อนเสื้อผ้า 

ต่อมาเป็นการกระตุ้นกล้ามเนื้อด้วยการตอกเส้น เราที่นอนคว่ำจะได้รับแรงสั่นสะเทือนบนเรือนร่างพร้อม ๆ กับเสียงของไม้ที่ตอกลงมาอย่างเป็นจังหวะ แปลกที่ไม่รู้สึกเจ็บเลยสักนิด หรือว่าพี่จิ๋วกำลังหลอกกันให้ตายใจ

เพราะเมื่อเธอลงมือบีบเค้น เราก็นึกโทษตัวเองในใจว่าทำไมไม่ดูแลรักษาร่างกายให้ดีเสียบ้าง โดยเฉพาะอาการเส้นตึงช่วงสะบัก คอ บ่า ไหล่ ที่กระบี่มือหนึ่งอย่างพี่จิ๋วต้องออกปากว่าเป็นจุดยอดฮิตที่คนวัยทำงานมักจะโอดครวญ เป็นผลมาจากการขับรถนาน รวมถึงการก้มหน้าเล่นโทรศัพท์

ระหว่างการนวดไทยนี้ อย่าคาดหวังว่าจะผล็อยหลับไปง่าย ๆ เพราะการนวดแบบไทยโบราณจะเต็มไปด้วยท่วงท่ามากมาย มีการยกแขน ยกขา พลิกตัวไปมา เพื่อกดจุดร่างกายได้อย่างทั่วถึง 

เราว่างเว้นจากการร้องโอดที่พี่จิ๋วกดโดนทุกจุด ก็พูดคุยสัพเพเหระกับเธออย่างสนุกสนาน ได้เคล็ดลับอย่างหนึ่งที่ทำให้ลูกค้าประจำแวะเวียนมาใช้บริการที่เทวารัณย์เป็นสิบปี ว่าผู้นวดทุกคนจะต้องมีการสอบนวดประจำปี เป็นการทบทวนสูตรและคงมาตรฐานที่ดีเอาไว้ เมื่อถามว่าพี่จิ๋วมีหวั่นใจบ้างหรือไม่ จึงได้คำตอบที่ทำให้เข้าใจว่าทำไมเราถึงช่างโชคดี เพราะเธอคนนี้คือผู้ให้คะแนน

Devarana Wellness สวนสวรรค์ของคนรักสปาที่ดุสิตธานี หัวหิน จัดให้แบบครบองค์ประกอบ

นวดน้ำมันแบบผสมผสานหลายศาสตร์ (Devarana Signature)

Master : พี่ปุ้ย 

ประสบการณ์ : 10 ปี

น้ำหนักมือ : ปานกลาง – หนัก

บิดเอี้ยวตัวจากนวดไทยโบราณได้ไม่ทันไร เราก็พบเจอกับกระบี่อีกมือที่ยืนรอต้อนรับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม พี่ปุ้ยรับหน้าที่ดูแลเราในคอร์สนวดอันเป็นเอกลักษณ์และขึ้นชื่อที่สุดของเทวารัณย์

Devarana Signature เป็นการนวดน้ำมันที่ผสมผสานเทคนิคอายุรเวทแบบไทย การนวดชิอัตสึแบบตะวันออก การนวดสวิดิชแบบตะวันตก และอโรมาเทอราพี เพื่อประสบการณ์การผ่อนคลายที่หาไม่ได้จากที่ไหน

อย่างแรกที่ทำให้เราประทับใจ คือการที่พี่ปุ้ยพาไปผสมน้ำมันหอมระเหยสำหรับการก้มดมและนวดตัว โดยที่นี่มีกลิ่นที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าถึง 3 สูตรด้วยกัน คือ

Detox : Cleanse & Purify สำหรับคนที่ต้องการความสมดุล สร้างความมุ่งมั่น เติมพลัง เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ปรับอารมณ์

Destress : Anxiety & Stress สำหรับคนที่มีความกังวล ไม่สบายใจ ตึงเครียด อ่อนเพลีย ปวดและเวียนศรีษะ 

Deep Sleep : Restlessness & Recovery สำหรับคนที่ต้องการฟื้นฟูจิตใจ มีอาการนอนไม่หลับ มีความว้าวุ่นในใจ 

เราเลือกเป็นกลิ่น Destress ที่ใช้ตะไคร้หอมเป็นตัวคลายกังวล ผสมกับน้ำมันสวีทอัลมอนด์ เจอเรเนียม และลาเวนเดอร์ พอดมดูแล้วก็น่าเสียดาย ที่พี่ปุ้ยไม่ให้เราเอาขวดนี้กลับบ้านไปด้วย

Devarana Wellness สวนสวรรค์ของคนรักสปาที่ดุสิตธานี หัวหิน จัดให้แบบครบองค์ประกอบ
Devarana Wellness สวนสวรรค์ของคนรักสปาที่ดุสิตธานี หัวหิน จัดให้แบบครบองค์ประกอบ

กรรมวิธีแรกเริ่มก็เหมือนจะคล้ายเดิม แต่แน่นอนว่าสิ่งที่ต่างออกไปคือโถก้มดมที่เราเลือกกลิ่นน้ำมันหอมระเหยเองไปเมื่อครู่ หยดรวมกับใบมะกรูด เปลือกส้ม มะนาว และเลมอน ส่งกลิ่นหอมโชยกับไอร้อน ๆ เปิดรูขุมขนบนใบหน้าให้เราที่กำลังนอนคว่ำ

พี่ปุ้ยบอกว่าการนวดแบบไทยจะเน้นไปที่การกดจุด แต่การนวดน้ำมันนี้จะเน้นที่การรีดเส้น และลงน้ำหนักปานกลางไปถึงมาก 

เราเองก็ไม่ค่อยเข้าใจตามประสาคนไม่เคยนวดมาก่อน แต่เหตุการดูเหมือนจะคล้ายเดิมอีกครั้ง เมื่อพี่ปุ้ยเปลี่ยนจากการเช็ดตัวด้วยผ้าร้อนเป็นการลงศอกแบบถึงลูกถึงคน

ยอมรับโดยไม่อายว่าบางจุดมันโดนเส้นเสียจนหน้าเหยเก ถ้าพี่จิ๋วเป็นคนบอกว่าสะบัก คอ บ่า ไหล่ เรามีปัญหายังไง เส้นตึงแค่ไหน พี่ปุ้ยก็รับบทเป็นคนหวังดีที่รีดเส้นของเราจนกว่าจะคลาย 

ความต่างอีกอย่างของ 2 ทรีทเมนท์นี้ คือการที่คุณจะไม่มีทางหลับได้ระหว่างการนวดไทย แต่คุณแทบจะละลายไปกับเตียง เพราะเคลิบเคลิ้มไปกับการนวดน้ำมัน และเมื่อเสียงโคชิ หรือกระดิ่งลมญี่ปุ่นถูกแกว่งไปมา คุณก็จะถูกปลุกจากนิทราขึ้นมาราวกับเป็นคนละคน

นอนกลางดิน กินกลางทราย

หลังแปลงร่างกลับมาอยู่ในชุดเดิม ก็จะพบกับกาน้ำชาวางรออยู่บนโต๊ะ โดยน้ำที่เสิร์ฟจะมีสรรพคุณแตกต่างกันตามสูตรที่เราเลือกไว้ สำหรับสูตร Destress จะได้เป็นชามะตูม Detox จะได้ชากระเจี๊ยบ และ Deep Sleep จะได้ชาคาโมมายล์

Devarana Wellness สวนสวรรค์ของคนรักสปาที่ดุสิตธานี หัวหิน จัดให้แบบครบองค์ประกอบ

ถ้าคิดว่าทรีทเมนต์ที่เราเลือกดูจะหนักข้อไปเสียหน่อย ที่นี่ก็มีทรีทเมนต์และการบำบัดที่ออกแบบมาอย่างดีกว่า 30 รายการ ทั้งการขัดผิวกาย การดูแลผิวหน้า และการนวดบำบัดต่าง ๆ จุดเด่นของเทวารัณย์จึงเป็นการที่ลูกค้าสามารถปรับแต่งโปรแกรมสุขภาพให้เหมาะสมกับปัญหาของตัวเองได้ตามชอบ

อีกอย่างที่เราประทับใจ คือเทวารัณย์ทำให้การทำสปาทั้งวันเป็นเรื่องง่ายและทำได้จริง เพราะที่นี่มีบริการข้าวกล่องเพื่อสุขภาพ Bento Box – Devarana Mindful Eating เป็นของว่างให้พลังงานหลังออกกำลังกาย เลือกได้ระหว่างเมนูแรก เนื้อไก่ ฮุมมุส ผักดอง ราดด้วยซอสโยเกิร์ตผสมงาขาว ห่อด้วยแป้งตอร์ติญ่า และเมนูที่สอง ปลาทูน่าคลุกงาย่างกระทะ เคียงด้วยถั่วแระญี่ปุ่น ไข่ต้มดอง มะเขือเทศ ราดด้วยน้ำสลัดงารสเปรี้ยว

เทวารัณย์ เวลเนส สปาริมหาดหัวหินที่ตอบทุกความต้องการของคนรักสุขภาพ ผ่านการนวดผสมผสานและกิจกรรมแบบชาวพุทธ
เทวารัณย์ เวลเนส สปาริมหาดหัวหินที่ตอบทุกความต้องการของคนรักสุขภาพ ผ่านการนวดผสมผสานและกิจกรรมแบบชาวพุทธ

ผักสดที่พูนเต็มกล่อง ไม่เพียงอัดแน่นอยู่ในเบนโตะเท่านั้น แต่ดุสิตธานียังมีสวนผักออร์แกนิกปลูกเองที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าทำมาแล้วนานหลายปี ปัจจุบันมีการเลี้ยงไก่ เลี้ยงเป็ด รวมถึงน้องควาย เข้าไปเยี่ยมชมได้ทุกเมื่อ พี่จิ๋วเองก็แอบกระซิบบอกเราว่า ดอกไม้นานาที่ตกแต่งอยู่ในสปา ล้วนแล้วแต่เป็นผลผลิตปลอดสารพิษจากฟาร์ม ทั้งมะกรูดเอย ใบเตยเอย ดอกบัวก็ด้วย

นอกจากนี้ หากคุณอยากใช้เวลาเพื่อฟื้นฟูร่างกายตัวเองอย่างเต็มอิ่ม ก็ทิ้งความกังวลใจไว้ในล็อกเกอร์ส่วนตัวที่แยกเป็นบุรุษและสตรีอย่างชัดเจน ภายในเทวารัณย์ยังมีกิจกรรมให้ทำอีกมากแตกต่างจากสปาทั่วไป ที่นี่มีห้องฟิตเนสขนาดใหญ่ จัดเต็มด้วยเครื่องออกกำลังกายแบบครบวงจร มีห้องซาวน่า ห้องอบไอน้ำ และจากุซซี่เตรียมพร้อมสำหรับประสบการณ์การพักผ่อนที่เลือกเองได้ 

เทวารัณย์ เวลเนส สปาริมหาดหัวหินที่ตอบทุกความต้องการของคนรักสุขภาพ ผ่านการนวดผสมผสานและกิจกรรมแบบชาวพุทธ
เทวารัณย์ เวลเนส สปาริมหาดหัวหินที่ตอบทุกความต้องการของคนรักสุขภาพ ผ่านการนวดผสมผสานและกิจกรรมแบบชาวพุทธ

หากอยากเปลี่ยนบรรยากาศมาสูดอากาศบริสุทธิ์ข้างนอก ผลักประตูออกมาไม่กี่ก้าวก็จะพบกับสระว่ายน้ำกลางแจ้งให้นอนเอนกาย มองดูต้นไม้ใหญ่ทอดเงาลงบนท้องน้ำสงบนิ่ง ไม่ใกล้ไม่ไกลในระดับสายตา ก็จะพบกับลานสีเขียวใต้ต้นโพธิ์สำหรับการทำกิจกรรมต่าง ๆ ในวันนี้เรามีโอกาสได้ทำสมาธิและโยคะพื้นฐานร่วมกับคุณแคท ท่ามกลางเสียงใบไม้พลิ้วไหว สายลมพัดบางเบากระทบใบหน้า เหมือนว่าเสียงที่ดังฟังชัดที่สุดจะเป็นความรู้สึกนึกคิดของเราเอง

เทวารัณย์ เวลเนส สปาริมหาดหัวหินที่ตอบทุกความต้องการของคนรักสุขภาพ ผ่านการนวดผสมผสานและกิจกรรมแบบชาวพุทธ
เทวารัณย์ เวลเนส สปาริมหาดหัวหินที่ตอบทุกความต้องการของคนรักสุขภาพ ผ่านการนวดผสมผสานและกิจกรรมแบบชาวพุทธ

เขยิบออกไปที่ชายหาด ที่เส้นขอบฟ้าขนานกับผืนน้ำทะเลหัวหิน มีกิจกรรมที่จัดเป็นประจำให้บริการแก่ลูกค้าทุกคนที่เข้าพักตลอดทั้งวัน เริ่มจากกิจกรรมมวยจีน (Tai Chi) ตั้งแต่เช้าตรู่ตอน 06.30 – 07.00 น. ดื่มด่ำแสงแดดยามเช้าสักพักก็เข้าคอร์สนวดตัวที่เทวารัณย์ สลับกับการนวดหน้า แช่อ่างจากุซซี่ หรือออกกำลังกายเรียกเหงื่อ ตกเย็นหน่อยสัก 17.00 น. ถ้ายังมีแรงเหลือก็ไปร่วมกิจกรรมแอโรบิกโดยเทรนเนอร์มากประสบการณ์ได้ที่ลานกิจกรรม ก่อนจะกลับมายืดเส้นยืดสายริมหาดอีกครั้งกับกิจกรรม Beach Healing Meditation และ Sound Bowl and Baths เพื่อสงบจิตใจ

ทะเลหัวหินอาจเป็นจุดหมายสำหรับการพักผ่อนของใครหลายคน แต่ถ้าอยากสัมผัสความผ่อนคลายแบบองค์รวมที่ไม่ใช่แค่การมองน้ำทะเลหรือนอนเล่นริมหาด เทวารัณย์ เวลเนส นับว่าเป็นตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้ามอย่างยิ่ง เพราะสิ่งที่เราได้กลับมา มันมากกว่าเส้นสายที่ตึงในเนื้อตัว ความเครียดสะสมในหัวก็เหมือนจะคลายออกไปด้วย

สำคัญที่สุดคือความรู้สึกที่ได้กลับมาอยู่กับตัวเองอีกครั้ง หลังใช้ชีวิตอยู่กลางเมืองหลวงอันรีบเร่งและวุ่นวาย จนเผลอทำตัวตนหล่นหายในบางครา

เทวารัณย์ เวลเนส สปาริมหาดหัวหินที่ตอบทุกความต้องการของคนรักสุขภาพ ผ่านการนวดผสมผสานและกิจกรรมแบบชาวพุทธ

Devarana Wellness 

ที่ตั้ง : โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน (แผนที่)

เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 06.00 – 22.00 น. (สปาเปิด 09.00 น.)

Facebook : Dusit Thani Huahin และ Devarana Wellness

Website : www.dusit.com/dusitthani-huahin/

ให้บริการสำหรับลูกค้าที่เข้าพักในโรงแรมและลูกค้าจากภายนอกในระบบสมาชิก

บัตรผ่านแบบรายวันสำหรับลูกค้าทั่วไปราคา 400 บาทต่อคน หรือ 550 บาทสำหรับสองท่าน สิทธิ์เข้าใช้ห้องอบไอน้ำ ซาวน่า และจากุซซี่พร้อมล็อกเกอร์ส่วนตัว

Writer

ชลลดา โภคะอุดมทรัพย์

นักอยากเขียน บ้านอยู่ชานเมือง ไม่ชอบชื่อเล่นที่แม่ตั้งให้ มีคติประจำใจว่าอย่าเชื่ออะไรจนกว่าหมอบีจะทัก รักการดูหนังและเล่นกับแมว

Photographer

ปวิชญา จีนปาน

เกิดที่สมุทรสาคร โตที่นครปฐม ปัจจุบันเป็นช่างภาพอิสระในกรุงเทพที่ใช้เวลาว่างไปกับอาร์ตแกลเลอรี่และที่ที่มีดอกไม้

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load