การท่องเที่ยวในมุมมองหลายคนน่าจะคู่กับการพักผ่อน

แต่สำหรับ บอล-นเรศร นันทสุทธิวารี เจ้าของเพจ ‘บอลพาเที่ยว Backpacker Ball’ กลับให้คำนิยามการท่องเที่ยวของตัวเองแตกต่างออกไป เขาเป็นนักเดินทางสายลำบากนิยมที่มีผู้ร่วมท่องเที่ยวไปด้วยในเพจถึงหลักล้าน ควบ ‘บักอึด’ มอเตอร์ไซค์คู่ใจขึ้นเหนือลงใต้เที่ยวทั่วไทย และถึงขั้นเคยขี่ไปไกลรอบอาเซียน แบ่งปันประสบการณ์ผ่านภาพนิ่งและวิดีโอให้กับลูกเพจอย่างสม่ำเสมอ

เรารีบต่อสายตรงถึงนักเดินทางเจ้าของเพจ เพราะรู้มาว่าตัวเขาเองแทบอยู่ไม่ติดบ้านเลยตั้งแต่เริ่มต้นเดินทางครั้งแรก ก่อนเสียงจากปลายสายจะบอกว่า เขาเพิ่งลงไป 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มาก่อนหน้า มีแวะไปแถบตะวันออกครู่ประเดี๋ยว เข้ามาทำธุระกรุงเทพฯ เพียงวันเดียว แล้วจะเดินทางขึ้นเหนือต่อไปยังจังหวัดเชียงรายในวันรุ่งขึ้น

กระโดดขึ้นซ้อนท้ายเจ้าบักอึดให้ไว ติดสอยห้อยตามออกเดินทางไปพร้อมกัน บนถนนสายชีวิตของคนทำเพจบันทึกการท่องเที่ยวที่ไม่มีใครเหมือน ผู้เชื่อว่าความลำบากของการเดินทางมีความสุขรออยู่ปลายทาง

บอลพาเที่ยว บันทึกเดินทางที่มีคนตามนับล้านของแบ็กแพ็กเกอร์ผู้ฝันอยากขับมอไซค์รอบโลก
บอลพาเที่ยว บันทึกเดินทางที่มีคนตามนับล้านของแบ็กแพ็กเกอร์ผู้ฝันอยากขับมอไซค์รอบโลก

“ตอนแรกผมก็ไม่กล้าเดินทาง”

ย้อนความกลับไปบนถนนสายชีวิตของบอล หากเปรียบเป็นการเดินทาง เขาเจอทางขรุขระแต่เริ่ม ผ่านความล้มเหลวมานักต่อนัก ก่อนจะได้ใช้ชีวิตอย่างนักเดินทาง เป็นเจ้าของเพจท่องเที่ยวแบบทุกวันนี้ เขาจับสารพัดอาชีพเพื่อเลี้ยงตัว ด้วยความหวังใหญ่ในตอนนั้น คือความร่ำรวย

พนักงานเสิร์ฟ เด็กแจกใบปลิว พ่อค้าไก่ต้มน้ำปลา คนขายกุ้งอบวุ้นเส้น อะไรที่ทำให้ได้เงินเขาทำมาหมด แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ หนำซ้ำยังล้มเหลวไม่เป็นท่าแทบทุกอาชีพที่ทำ

แบ็กแพ็กเกอร์ขาลุยเล่าว่า จุดเปลี่ยนสำคัญอยู่ในตอนที่ได้เข้าไปทำงานบริษัททัวร์ เหตุหนึ่งเขาจบมาด้านการท่องเที่ยวโดยตรง เหตุสองเพราะอยากเห็นโลกกว้าง และเหตุสำคัญคือต้องทำงานหาเงินใช้หนี้ ที่นี่ทำให้จากคนไม่เคยไปเที่ยวก็ได้เที่ยว จากมีความกลัวก็จำเป็นต้องกล้า

บอลพาเที่ยว บันทึกเดินทางที่มีคนตามนับล้านของแบ็กแพ็กเกอร์ผู้ฝันอยากขับมอไซค์รอบโลก
บอลพาเที่ยว บันทึกเดินทางที่มีคนตามนับล้านของแบ็กแพ็กเกอร์ผู้ฝันอยากขับมอไซค์รอบโลก

“ตอนแรกผมก็ไม่กล้าเดินทาง อยู่ ๆ คนไม่เคยเดินทางมาแบ็กแพ็กแบบนี้มันก็ไม่ค่อยสมเหตุสมผลเท่าไหร่ เพราะทุกคนก็ต้องมีความกลัว โดยเฉพาะคนที่ไม่เคยไปไหนอย่างผม ตอนเราอยู่บริษัททัวร์ เห็นแค่โปรแกรมท่องเที่ยวผ่านแผ่นกระดาษ ไม่เคยได้ไปจริงหรอก

“จุดเปลี่ยนอยู่ตรงที่น้องในที่ทำงานเห็นว่าเรามีแต่ความฝัน มีแต่ความอยาก ไม่เห็นลงมือทำสักที น้องเลยจองตั๋วเครื่องบินให้ ตอนนั้นเราจำเป็นต้องไปเวียดนามครั้งแรก เงินก็ไม่มี แต่สุดท้ายก็ได้ไป” บอลพูดถึงความรู้สึกตอนกำลังจะได้เดินทางครั้งแรกในชีวิต แม้จะตื่นเต้นที่ได้ไปเที่ยว แต่ใจหนึ่งก็มีความกลัว ตอนนั้นเขาอาศัยความรู้จากกระทู้รีวิวประสบการณ์ท่องเที่ยวในเว็บไซต์พันทิปเป็นคัมภีร์เบิกทาง

“พอเที่ยวจบเรามีความสุข รู้สึกว่ามันไม่ได้ยาก ก็รู้สึกขอบคุณกระทู้ในพันทิป เลยไปเขียนรีวิวในพันทิปคืน ให้คนอื่นไปอ่านของเรา เพื่อเป็นแรงบันดาลใจ เผื่อจะตามรอยเรา ผมเขียนละเอียดมาก จบในกระทู้เดียว มีคนมาตามรอยแล้วทักมาขอบคุณ ก็รู้สึกดีใจ”

นับแต่ทริปเวียดนามครั้งนั้น เหมือนปลดล็อกความกลัวเรื่องการเดินทาง หลังจากกลับมาบอลเริ่มสนุกกับการท่องเที่ยวมากขึ้น แรงใจเริ่มมา สองขาอยากออกเดินทาง เขาซ้อมเที่ยวภายในประเทศแทบทุกวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ลองโบกรถไปบ้าง ขี่มอเตอร์ไซค์ไปเองบ้าง

บอลพาเที่ยว บันทึกเดินทางที่มีคนตามนับล้านของแบ็กแพ็กเกอร์ผู้ฝันอยากขับมอไซค์รอบโลก

“ความลำบากมันได้ฝึกตัวเอง ทำให้เรามีความกล้ามากขึ้น มีความเข้าใจสถานการณ์มากขึ้น มีความยืดหยุ่นมากขึ้น บางสิ่งบางอย่างที่คนในสังคมบอกว่าทำอย่างนี้ มันอันตราย แต่จากประสบการณ์หลาย ๆ อย่าง ต้องบอกว่าเราเห็นโลกมากกว่าหลาย ๆ คน ได้เผชิญอะไรมากกว่าหลายคน ตรงนี้เป็นประสบการณ์ที่บอกว่ามันไม่น่ากลัว” เขาถอดบทเรียนให้ฟังหลังจากได้ท่องโลกที่กว้างขึ้น

เมื่อปีกเริ่มกล้า ขาเริ่มแข็ง ภูมิคุ้มกันเพิ่มมากขึ้น พร้อมกับหนี้หมดพอดี บอลจึงออกจากงานประจำมาใช้ชีวิตอิสระตามฝัน คิดการณ์ใหญ่ เดินทางไกลพร้อมกับรถมอเตอร์ไซค์และเงินก้อนสุดท้ายเพียง 30,000 บาท

ทริปนี้ผมตั้งใจไปทั่วประเทศ เงิน 30,000 เที่ยวทั่วไทย ไม่ครบไม่กลับบ้าน” วันนั้นเขาประกาศก้อง

“ผมเชื่อว่าเมื่อผ่านความลำบาก เราจะภูมิใจที่ก้าวข้ามผ่านมาได้”

บอลพาเที่ยว บันทึกเดินทางที่มีคนตามนับล้านของแบ็กแพ็กเกอร์ผู้ฝันอยากขับมอไซค์รอบโลก
บอลพาเที่ยว บันทึกเดินทางที่มีคนตามนับล้านของแบ็กแพ็กเกอร์ผู้ฝันอยากขับมอไซค์รอบโลก

เพจบอลพาเที่ยว เริ่มต้นขึ้นพร้อมกับออกการเดินทางครั้งแรกเมื่อ 6 ปีก่อน หลังจากชิมลางลองเขียนแบ่งปันประสบการณ์มาแล้วในเว็บไซต์พันทิป บอลมองว่าการเที่ยวในแบบของตนเอง น่าจะสร้างแรงบันดาลใจให้คนที่มาอ่านได้ไม่มากก็น้อย เฉกเช่นที่เขาเคยได้รับมาก่อนหน้า

“คิดว่าการเที่ยวของเราน่าจะมีประโยชน์ เราอยากให้แรงบันดาลใจให้คนอื่น เหมือนที่เราเคยได้รับ ให้เขาได้เห็นว่าโลกใบนี้มีอีกประตูหนึ่ง คุณไม่จำเป็นต้องเลือกว่าจะต้องมาตามแบบผม แต่คุณดีไซน์ชีวิตคุณเอง โดยอยากให้รู้ว่าชีวิตมันมีหลายประตู หลายทางออก ให้คุณได้เห็นหลากหลายไลฟ์สไตล์ในโลกใบนี้”

เมื่อเที่ยวทั่วไทยคือความฝัน หลายคนอาจคิดว่าเที่ยวครั้งใหญ่ขนาดนี้ จุดเริ่มต้นดีทำให้มีชัยไปกว่าครึ่ง ต้องวางแผนคิดหน้าคิดหลังให้ถ้วนถี่ และเตรียมตัวให้พร้อมที่สุด แต่สำหรับบอลเอง เขาเริ่มต้นทริปแรกด้วยโจทย์ง่าย ๆ คือถามตัวเองว่าอยากไปไหนมากที่สุด

“ตอนนั้นผมเดินทางวันที่ 1 พฤศจิกายน น้ำตกยังพอมีน้ำอยู่ และผมก็อยากไปน้ำตกห้วยแม่ขมิ้นนานแล้ว ก็เลยเลือกที่นั่นเป็นที่แรก ไม่ซับซ้อน” บอลเล่าถึงตอนปักหมุดหมายแรกที่จังหวัดกาญจนบุรี ก่อนจะเกิดเป็นมหากาพย์การเดินทางครั้งใหญ่ หลังจากนั้นเขามองหาจุดหมายต่อไป คือขี่มอเตอร์ไซค์ขึ้นไปรับอากาศหนาวที่ภาคเหนือ โดยใช้วิธีหยิบแผนที่มากางดูว่าต้องผ่านจังหวัดไหนบ้างเพื่อไปให้ถึงจังหวัดเชียงใหม่ ครั้งนั้นใช้เวลาทั้งหมด 312 วัน ค่าใช้จ่ายเกินงบที่วางไว้นิดหน่อย อาศัยขายโปสการ์ดหาเงินค่าน้ำมันเพิ่ม จนทำตามความฝันด่านแรกของตัวเองสำเร็จ

ซ้อนมอเตอร์ไซค์บักอึดไปกับ ‘บอลพาเที่ยว’ นักเดินทางสายโหด มัน ฮา ผู้เชื่อว่าวิถีลำบากนิยมมีความสุขรออยู่ปลายทาง

หากเป็นผู้ติดตามเพจ จะเห็นว่าทุกการเดินทางของบอลนั้นเรียบง่าย บอลในเสื้อสีสันสดใสขี่มอเตอร์ไซค์ไปพร้อมกับกล่องสัมภาระหลังรถ ที่ด้านในมีเพียงเต็นต์และเสื้อผ้า ฝ่าแดดลุยฝนท้าทายทุกสภาพอากาศ

สำหรับคอนเทนต์ที่ลงเพจ บอลคิดภารกิจ วางจุดหมายปลายทาง ตั้งกล้องถ่ายทำวิดีโอ และเขียนสคริปต์ด้วยตัวเองทุกอย่าง ทั้งหมดค่อย ๆ เรียนรู้เองเพิ่มเติมจากการเดินทางแต่ละครั้ง มีแค่เรื่องการตัดต่อวิดีโอเท่านั้นที่เขาไม่ได้ทำเอง

เขาเผยว่าการเดินทางแต่ละหนใช้เงินไม่มาก ตั้งแต่ครั้งแรกจนถึงทุกวันนี้ก็ยังคงคอนเซ็ปต์เดิมอยู่ คือใช้เงินให้น้อยที่สุด อยู่ง่ายกินง่าย ตุนน้ำพริกของแห้งไว้ อาศัยคลุกข้าวกิน ส่วนน้ำก็ขอกรอกตามสถานีตำรวจ โรงพยาบาล ส่วนที่หลับที่นอนก็เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ เขาว่าความลำบากเหล่านี้จะช่วยให้จุดหมายปลายทางมีความพิเศษยิ่งขึ้น

“ตั้งแต่ผมเริ่มทำเพจเริ่มเดินทาง ผมก็วิ่งชนกับข้อจำกัดทุกอย่าง ฉะนั้นการทำเพจของผมก็แชร์ชีวิตตัวเองในลักษณะการใช้ชีวิตที่มีข้อจำกัด

“ผมเชื่อว่าเมื่อผ่านความลำบาก เราจะภูมิใจที่ก้าวข้ามผ่านมาได้ ผมหาความภูมิใจให้ชีวิตผ่านความลำบาก ความลำบากของการท่องเที่ยวผมมองว่าเป็นของขวัญ เพราะมันมีเรื่องราวรออยู่ มีแหล่งท่องเที่ยวสวย ๆ รออยู่ คุณแค่ดีไซน์ให้มันลำบาก ในความลำบากมันก็ทำให้ภูมิใจเมื่อคุณก้าวข้ามมาได้”

นอกเหนือจากเรื่องเที่ยว บอลเป็นคนชอบขีดชอบเขียน ตลอดการท่องเที่ยวเขาบันทึกการเดินทางแต่ละวันไว้อย่างละเอียด นอกจากบอกเล่าผ่านเพจแล้ว เมื่อเสร็จภารกิจก็รวบรวมเอามาทำเป็นหนังสือแบ่งประสบการณ์ที่ได้ประสบพบเจอมา 

บอลบอกว่าคราวเที่ยวทั่วไทย เขาจับพลัดจับผลูขายหนังสือได้เงินมาแสนกว่าบาท นำมาสู่การวางแผนขี่มอเตอร์ไซค์ไปเที่ยวทั่วอาเซียน ซึ่งรอบนี้บอลใช้เวลาทั้งหมด 382 วัน ตะลอนเที่ยวจนครบ 11 ประเทศ หอบเอาประสบการณ์มาเขียนเป็นหนังสืออีกครั้ง พร้อมวางแผนเดินทางครั้งใหม่และใหญ่กว่าทุกครั้งที่เคยทำมา

‘ขี่มอเตอร์ไซค์เที่ยวรอบโลก’

ซ้อนมอเตอร์ไซค์บักอึดไปกับ ‘บอลพาเที่ยว’ นักเดินทางสายโหด มัน ฮา ผู้เชื่อว่าวิถีลำบากนิยมมีความสุขรออยู่ปลายทาง
ซ้อนมอเตอร์ไซค์บักอึดไปกับ ‘บอลพาเที่ยว’ นักเดินทางสายโหด มัน ฮา ผู้เชื่อว่าวิถีลำบากนิยมมีความสุขรออยู่ปลายทาง

“เราเองก็ได้รับโอกาสจากหลายคนที่ช่วยสนับสนุนเหมือนกัน”

หากไม่ติดสถานการณ์โควิด-19 บอลคงตะบึงบักอึดท่องเที่ยวที่ไหนสักแห่งบนแผนที่โลก แต่โรคระบาดเจ้ากรรมทำเอาแผนตามฝันที่วางไว้หยุดชะงัก และต้องพับเก็บใส่ใต้เบาะรถไว้ก่อน

ที่ผ่านมาทั้งเที่ยวทั่วไทยและอาเซียน บอลใช้เงินส่วนตัวทั้งหมด อาศัยเก็บหอมรอมริบ กินอยู่อย่างเรียบง่าย และได้เงินช่วยสนับสนุนจากหนังสือบันทึกการเดินทางแต่ละทริปเป็นทุนในการออกเดินทางต่อ แต่เมื่อเที่ยวรอบโลกที่เป็นฝันสูงสุดต้องพักลงชั่วคราว ประกอบกับมีสปอนเซอร์เข้ามาช่วยสนับสนุนการเดินทาง เขาจึงเปลี่ยนจากการท่องเที่ยวตามใจตัวเองเป็นการท่องเที่ยวพร้อมทำงาน แล้วหยิบอีกฝันที่เก็บไว้ขึ้นมาทำให้สำเร็จก่อน คือทำลานกางเต็นต์ให้คนมาพักฟรี

“ความฝันนี้มาเปลี่ยนตอนโควิด เพราะไปต่างประเทศไม่ได้ เราก็หาแพสชันอื่นในชีวิต เราได้มาเยอะแล้ว เลยอยากทำลานกางเต็นท์ให้คนอื่นมาพักฟรีบ้าง ฉะนั้นก็ต้องไปทำงานหาเงิน จริง ๆ ฝันนี้มีอยู่นานแล้วล่ะ แต่เราแค่รอไว้ก่อน เป็นเรื่องที่ต้องทำงานหาเงิน เราก็เลยไปอิสระให้เต็มที่ก่อน เพราะยังมีฝันที่ทำได้อยู่ แต่พอมันทำไม่ได้ เลยหยิบเอาที่แขวนไว้อยู่มาทำ

“เราชอบแคมป์ปิ้งอยู่แล้ว ก็อยากให้เป็นคอมมูนิตี้เล็ก ๆ ให้คนมานั่งพูดคุยกัน ถามว่าทำไมต้องฟรี เพราะเราเองก็ได้รับโอกาสจากหลายคนที่ช่วยสนับสนุนเหมือนกัน” เขาเล่าที่มาของอีกความฝัน ซึ่งวันนี้ทำสำเร็จเรียบร้อยแล้ว

ซ้อนมอเตอร์ไซค์บักอึดไปกับ ‘บอลพาเที่ยว’ นักเดินทางสายโหด มัน ฮา ผู้เชื่อว่าวิถีลำบากนิยมมีความสุขรออยู่ปลายทาง

“จริง ๆ ตอนนี้ผมก็มาถึงจุดหมายปลายทางแล้ว”

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานให้ความหมายของ ‘บ้าน’ ไว้ว่า ‘ที่อยู่หรือสิ่งปลูกสร้างเป็นที่อยู่อาศัย’ แต่สำหรับบอล คำว่าบ้านของเขาเป็นมากกว่านั้น

“สำหรับผม บ้านคือที่ไหนก็ได้ที่อยู่แล้วสบายใจ” บอลตอบทันทีเมื่อเราถามถึงความหมายของคำว่าบ้าน

นับแต่ตัดสินใจออกเดินทาง เต็นท์ที่พักชั่วคราวของใครหลายคน แปรความหมายเป็นสิ่งที่บอลเรียกว่าบ้าน มีห้องเช่าเล็ก ๆ ในจังหวัดนนทบุรีไว้ใช้เพียงเก็บของ และเป็นแค่รังนอนชั่วคราวยามกลับจากท่องเที่ยว พักไม่กี่คืนก่อนเริ่มเดินทางใหม่

ยิ่งหลังจากมีลานกางเต็นต์ที่เมืองกาญจน์ เจอใครก็หัวเราะเพราะเขามีบ้านพักตากอากาศ ก่อนจะมีบ้านจริงเป็นหลักเป็นแหล่งเสียอีก

ซ้อนมอเตอร์ไซค์บักอึดไปกับ ‘บอลพาเที่ยว’ นักเดินทางสายโหด มัน ฮา ผู้เชื่อว่าวิถีลำบากนิยมมีความสุขรออยู่ปลายทาง
ซ้อนมอเตอร์ไซค์บักอึดไปกับ ‘บอลพาเที่ยว’ นักเดินทางสายโหด มัน ฮา ผู้เชื่อว่าวิถีลำบากนิยมมีความสุขรออยู่ปลายทาง

ลูกเพจบอลพาเที่ยวเป็นอันรู้กันดีว่า ด้วยสไตล์การท่องเที่ยวแบบค่ำไหนนอนนั่น ถึงไหนถึงกัน บ้านของบอลเลยไม่เคยตั้งอยู่ซ้ำที่เดิม หลายคราวที่บ้านคือสถานีตำรวจ คือวัด บางครั้งบ้านของเขาอยู่ชิดติดริมทะเล คลื่นซัดซ่าแตะหน้าประตูบ้าน บางครั้งบ้านของเขาอยู่กลางป่าชื้นรับไอดินกลิ่นน้ำตกที่ไหนสักแห่ง และหลายครั้งที่เขาตื่นเช้าในบ้านหลังเล็กบนดอยสูงจนอดอิจฉาไม่ได้

“ผมเป็นนักเดินทาง ผมนอนตรงไหนก็ได้ บ้านก็คือเต็นต์ อยากมีบ้านที่มีวิวน้ำตกก็ไปนอนคลองลาน กางเต็นต์แล้วเดินไปไม่กี่ก้าวก็ถึงน้ำตก อยากมีบ้านริมทะเลก็ไปหาดวนกร หรือหาดอื่น ๆ ก็ได้ มีทั้งที่อาบน้ำและที่ชาร์จไฟให้ด้วย ถ้าอยากได้บ้านบนภูเขา ก็มีดอยสารพัด ผาตั้งที่เชียงใหม่ก็ได้ นี่คือนิยามคำว่าบ้านของผม” บอลพูดเสริม

ด้วยการเดินทางแบบทรหด ทำภารกิจท้าทายขีดจำกัด ในวันที่อายุขึ้นเลข 4 เริ่มมีสัญญาณเตือนจากร่างกายทั้งความเมื่อยล้าสะสมและความเจ็บป่วยจากการขี่มอเตอร์ไซค์ทางไกลนาน ๆ จึงอดถามไม่ได้ว่า เมื่อไหร่กันที่เขาคิดว่าควรต้องพัก

บอลเผยว่า เมื่อสานฝันภารกิจสุดท้าย คือการขับรถเที่ยวรอบโลกสำเร็จ นั่นน่าจะเป็นเวลาที่เหมาะแก่การพักวิถีการเดินทางบ้าระห่ำอย่างที่เคย

“คนหนึ่งที่เที่ยวทั่วไทย เที่ยวรอบโลกได้ คือมันสุดแล้วไง ด้วยอายุด้วย การเดินทางหลังจากนั้นก็จะชิลล์ ๆ แล้วเข้าสู่โหมดครอบครัว” เขามองถึงแผนการในอนาคตที่จะเกิดขึ้นในวันที่โรคระบาดบรรเทาลง

สุดท้ายนี้ ถ้าชีวิตของเราทุกคนคือการเดินทาง แล้วชีวิตของแบ็กแพ็กเกอร์คนนี้มีปลายทางที่วางไว้คืออะไรกัน

“จริง ๆ ตอนนี้ผมก็มาถึงจุดหมายปลายทางแล้วนะครับ แค่ได้ใช้ชีวิตอิสระตามใจที่ตัวเองอยากทำ” บอลพูดถึงจุดหมายของการเดินทางของชีวิต

ซ้อนมอเตอร์ไซค์บักอึดไปกับ ‘บอลพาเที่ยว’ นักเดินทางสายโหด มัน ฮา ผู้เชื่อว่าวิถีลำบากนิยมมีความสุขรออยู่ปลายทาง

วันนี้ บอลมีที่ดินริมแม่น้ำแควที่จังหวัดกาญจนบุรีเพื่อเตรียมไว้ทำลานกางเต็นต์สมความตั้งใจ ส่วนในเพจก็มีผู้ติดตามกว่า 1 ล้านคน ขี่รถท่องเที่ยวไปถึงไหนก็มีแฟนคลับโบกมือทักทาย และเป็นแรงบันดาลใจให้หลายคนกล้าลุกขึ้นมาเที่ยวตามวิถีของตัวเองบ้าง หากมองย้อนไปเมื่อจุดเริ่มต้น ใครจะคิดว่าการท่องเที่ยวด้วยสาเหตุเพราะอยากใช้ชีวิต ทำเพจแค่อยากแบ่งปันบันทึกการท่องเที่ยวส่วนตัว จะนำพาจุดหมายปลายทางเกินฝันให้กับเขาได้ขนาดนี้

“เราแค่ใช้ชีวิตของเราเอง แต่กลายเป็นว่าชีวิตของเรามันไปเติมเต็มชีวิตของบางคนในสังคมให้มีความสุข คือบางคนไม่ใช่ทุกคน ไม่ใช่ส่วนเยอะด้วยซ้ำ เขาเห็นเราใช้ชีวิตแล้วก็เอามาปรับใช้ในชีวิตของเขาบ้าง แล้วเขาก็สะท้อนกลับมาเป็นคำขอบคุณสำหรับแรงบันดาลใจ เห็นบอลเที่ยว ผมเลยได้กล้าเที่ยว ได้ออกไปเที่ยวบ้าง เราเลยรู้สึกว่ามีคุณค่าในชีวิต เราก็รู้สึกมีความสุขที่เขาเอาไปปรับใช้ชีวิตในมุมเขาแล้วมีความสุข

“อย่าลืมว่าผมก็ได้รับแรงบันดาลใจจากคนอื่นเหมือนกัน” บอลว่า

ซ้อนมอเตอร์ไซค์บักอึดไปกับ ‘บอลพาเที่ยว’ นักเดินทางสายโหด มัน ฮา ผู้เชื่อว่าวิถีลำบากนิยมมีความสุขรออยู่ปลายทาง

Writer

พณิช ตั้งวิชิตฤกษ์

นักลองฝึกพิสูจน์อักษร ผู้แสร้งเป็นนักลองฝึกเขียน อดีตเป็นนักเรียนภาษา ผู้สนใจเป็นนักเรียนประวัติศาสตร์ศิลป์ รักในมวลรอบข้างที่ดี กาแฟ ชาเขียว และแมวเหมียว

Page Maker

คุยกับเหล่านักทำเพจน่าสนใจในโลกออนไลน์

ยอมรับว่าก่อนหน้านี้ผมลืมสังเกตไปว่าในชื่อเพจ Sundae Kids มีตัวอักษร ‘s’ ต่อท้าย ซ้ำร้ายยังลืมสังเกตว่าในโลโก้แสนน่ารัก มีเด็กหญิงและเด็กชายอยู่ในนั้น

Sundae Kids

ผมจึงแปลกใจไม่น้อยที่เมื่อนัดพบเจอกันแล้วเจอหนึ่งหนุ่มและหนึ่งสาว ด้วยไม่เคยรู้มาก่อนว่าเพจที่ปัจจุบันมียอดคนไลก์กว่า 7 แสนนั้นสร้างโดยคนสองคน

โป๊ยเซียน-ปราชญา มหาเปารยะ และ กวิน เทียนวุฒิชัย คือคนทั้งสองที่ว่า

หากเรามองว่างานที่ออกสู่สายตาสาธารณะสะท้อนตัวตนคนทำคนวาด เท่าที่ติดตามเพจคอมิกไม่กี่ช่องจบทำให้ผมเดาล่วงหน้าว่าผู้ที่เป็นเจ้าของ Sundae Kids น่าจะเป็นคนขี้เล่นและมีอารมณ์ขันแบบเด็กๆ ทั้งยังเป็นคนสนใจและใส่ใจเรื่องความสัมพันธ์

ช่่วงหนึ่งของการพูดคุยโป๊ยเซียนบอกว่า เธอเป็นคนจำอะไรด้วยภาพ ผมจึงอยากลองวาดภาพชีวิตเธอด้วยตัวอักษรบ้าง  และหวังว่าคนอ่านคงเพลิดเพลินกับความ kid ของเขาและเธอ

Sundae Kids

ช่องที่ 1

“เราเป็นคนจำอะไรด้วยภาพ”

หากมองชีวิตของโป๊ยเซียนเป็นคอมิก ช่องแรกๆ ที่บอกเล่าชีวิตที่ผ่านมาน่าจะเป็นรูปเธอกำลังนอนอ่านการ์ตูนอยู่ในพื้นที่ส่วนตัว และไม่ว่าเธอจะรู้ตัวหรือไม่ เราย่อมเห็นตรงกันว่าสิ่งที่เธออ่านที่ผ่านมามีส่วนหล่อหลอมเธอไม่น้อย

“สำหรับเราการ์ตูนไม่ได้ไร้สาระนะ” เธอเล่าเมื่อชวนเธอย้อนมองสื่อที่เรียกว่าการ์ตูน “จริงๆ เราเป็นคนอย่างนี้ตั้งแต่เด็ก ต่อให้อ่านหนังสือสอบหรืออะไรก็ตาม เราเป็นคนจำอะไรด้วยภาพ เราจะชอบดูภาพมากกว่าอ่านตัวหนังสือ การ์ตูนเราอ่านมาหมดเลยนะ ตั้งแต่การ์ตูนตาหวาน Slam Dunk ก็อ่าน หรือหลายๆ เรื่องของ ไอ ยาซาว่า หนึ่งในนักเขียนการ์ตูนที่เราชอบ เพราะว่ามันไม่ได้หวานใส เขาจะมีความดาร์ค มันทำให้เราเข้าใจชีวิตมากขึ้น รู้สึกว่าชีวิตมันไม่ได้สวยหรูนี่หว่าผ่านการ์ตูน

“เราชอบคิดว่าเขาทำได้ยังไงที่ให้มันสามารถเล่าอารมณ์ได้เยอะมากทั้งที่มันเป็นแค่ภาพ ทุกคนสามารถรับรู้ได้ แล้วอีกอย่างคือ มันได้ความรู้สึก ได้อารมณ์ ได้เห็นบรรยากาศ คือการ์ตูนมันไม่ใช่สำหรับเด็กอย่างเดียว ผู้ใหญ่ก็อ่านได้ เราเชื่อว่าอย่างนั้น” หญิงสาวย้ำหนักแน่นถึงการ์ตูนบนโลก ซึ่งไม่ได้เฉพาะเจาะจงไปเพียงคอนเทนต์ในเพจของเธอ

ตอนนั้นมีความฝันอยากเป็นนักวาดเลยไหม” ผมสงสัย

“เรายังไม่ได้มีความฝันจะเป็นคนวาดการ์ตูน แค่ชอบอ่าน ชอบวาดรูป แต่ไม่ได้คิดถึงขนาดว่าวันหนึ่งฉันจะเป็นนักเขียนการ์ตูน เราแค่ชอบวาดรูป รูปไหนสวยก็ลองวาดตาม เราแค่รู้สึกสนุก”

‘แค่รู้สึกสนุก’ ผมได้ยินคำนี้มาบ่อยครั้ง และพบว่ามันคือสิ่งสำคัญของการเริ่มต้นบางอย่าง

เมื่อชีวิตเคลื่อนมาถึงทางแยกหลังเรียนจบมหาวิทยาลัย เชื้อความชอบการ์ตูนและทักษะในการวาดภาพประกอบในคอมพิวเตอร์ของเธอก็ได้ใช้งาน โดยกวินเป็นผู้เห็นว่าสิ่งที่อยู่ในตัวเธอนั้นน่าสร้างบางสิ่งบางอย่างที่หล่อเลี้ยงชีวิตได้โดยไม่ต้องพาตัวเองเข้าสู่ระบบงานประจำ จึงแนะนำว่าให้สร้างเพจ โดยชายหนุ่มจะทำหน้าที่คล้ายบรรณาธิการ คอยช่วยคิดเนื้อหาและแนะนำเรื่องลายเส้น ส่วนหญิงสาว นอกจากคิดแล้วเธอยังเป็นคนวาดภาพทุกภาพที่เราเห็น

และนั่นคือที่มาของเพจที่ใครหลายคนกดไลก์อยู่แล้ว-บางคนอาจกด See First ด้วยซ้ำ

เพจนั้นชื่อ Sundae Kids

Sundae Kids Sundae Kids

ช่องที่ 2

“มันเกี่ยวกับความรัก”

นับตั้งแต่วันแรกที่มีคนตามหลักหน่วยจนถึงวันนี้ที่มีคนตามหลักแสน เนื้อหาในเพจของเธอเล่าหลายๆ เรื่อง แต่เรื่องที่ผ่านตาผมบ่อย ผ่านเพื่อนๆ สาวๆ ที่แชร์มาในไทม์ไลน์มักเป็นเรื่องความสัมพันธ์

เธอและเขาสนใจอะไรในสิ่งนั้น ผมก็สงสัย

“ตอนแรกไม่ได้สนใจเป็นพิเศษ” กวินออกตัวก่อนที่โป๊ยเซียนจะเสริม “ไม่หรอก เหมือนเราอยู่กับเรื่องความสัมพันธ์ เราเจอทุกวัน ไม่ว่าจะกับตัวเองหรือกับคนรอบข้าง แม้เราไม่ได้ตั้งใจหรือวางไว้ว่าเราจะเน้นเล่าแต่เรื่องนี้ก็ตาม เราแค่คิดว่าเจอเรื่องราวที่เราชอบเราก็จะเขียน แต่พอวาดออกมามันดันเป็นความสัมพันธ์เยอะ ความจริงก็คิดนะว่าอยากเขียนเรื่องอื่นบ้าง ซึ่งถ้าวันหนึ่งเราเจอเรื่องถูกใจอื่นๆ เราก็อาจจะเขียนแหละ”

Sundae Kids Sundae Kids

เขาและเธอบอกว่าถ้าให้ย้อนวิเคราะห์ อีกสาเหตุหนึ่งที่เรื่องความสัมพันธ์กินพื้นที่ในไทม์ไลน์มากกว่าเรื่องอื่นเป็นเพราะสิ่งที่ทั้งสองเสพ ไม่ว่าจะเป็นหนังที่ดู เพลงที่ฟัง หรือหนังสือที่อ่าน

“ส่วนใหญ่ทั้งหนัง เพลง หนังสือ หลายๆ อย่างที่เราเสพมันพูดถึงความรัก เราคงเสพอะไรแบบนี้เยอะในชีวิตประจำวัน มันเลยมีส่วน เพราะมันมีอัตราส่วนเยอะกว่าในชีวิต”

หากเจาะลึกลงไปในคอนเทนต์ที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์เราจะพบว่ามันถูกแบ่งเป็นความสัมพันธ์ที่สมหวังและผิดหวัง ซึ่งหากเราเชื่อว่าตัวเลขบ่งบอกความจริงบางอย่างได้ เราจะพบว่ายุคสมัยนี้เป็นยุคที่คนจำนวนไม่น้อยชื่นชอบความเจ็บปวด เสียใจ ผิดหวัง เมื่อยอดไลก์ของคอนเทนต์เหล่านั้นมันมักพุ่งทะยานอย่างมีนัยสำคัญ

Sundae Kids Sundae Kids

“จริงๆ เราไม่ใช่คนฟูมฟาย ไม่ใช่คนตั้งสเตตัสเวลาผิดหวังอะไรเลย แต่เราก็คิดว่าการที่โพสต์ซึ่งเกี่ยวกับความเศร้ามีคนชอบ อาจจะเป็นเพราะว่าเขาก็เป็นคนแบบเรา เขาอาจจะไม่ฟูมฟายในเฟซบุ๊กของตัวเอง แต่พอเขาเห็นเมสเสจที่เขาชอบ เขาก็เลยไลก์และแชร์โดยที่เขาไม่ต้องพูดด้วยตัวเอง

“อาจจะเป็นแบบนั้น เพราะเราก็เป็นแบบนั้นโป๊ยเซียนลองวิเคระห์

“แล้วต้องคำนึงถึงความจริงไหมในโลกของการ์ตูน” ผมสงสัย เพราะบางเหตุการณ์ในคอมิกของเธอก็ทำเอาคนสงสัยว่ามันเป็นอย่างนั้นจริงหรือ

“ไม่ เราไม่ได้คาดหวังให้คนอ่านเชื่อ เราอยากให้คนอ่านรู้สึกมากกว่า สำหรับคนที่รู้สึกนะ อย่างตอนที่วิ่งสะดุดหินล้ม ถ้าคนที่ไม่อินเขาก็จะรู้สึกว่า อะไรเนี่ย คนเขาทำอย่างนี้กันด้วยเหรอ ซึ่งเราก็ไม่ได้คาดหวังว่าคนที่เขาไม่เข้าใจเขาจะต้องมาเชื่อว่ามันมีอย่างนี้จริงๆ แต่เราชอบที่จะให้คนรู้สึกไปด้วย คนที่อินเขาก็จะคิดว่ามีโมเมนต์แบบนี้ด้วย

Sundae Kids

“บางคนก็อินบ็อกซ์มาบอกว่ามันตรงกับชีวิตเขามากเลยก็มี เราก็รู้สึกว่า จริงๆ แล้วเรื่องที่เราคิดว่ามันไม่มีจริงๆ คนก็เจอกันเยอะเหมือนกัน การที่คนมาไลก์เพจเราอาจจะเป็นเพราะว่าเขาก็เจอเรื่องราวคล้ายๆ กับเรามาเยอะเหมือนกัน”

ช่องที่ 3

“โรแมนติกยุคใหม่”

แม้ด้วยสถานะเขาและเธอจะเป็นคนไทย แต่สิ่งที่เธอทำไม่ได้ตั้งใจจะทำให้แค่คนไทยอ่าน

ทั้งสองบอกว่าเพจ Sundae Kids ทำเพื่อนำเสนอสู่สายตาคนอีกโลก ซึ่งโลกนั้นในความหมายของเขาและเธอคือโลกออนไลน์ ซึ่งไร้เส้นแบ่งทางภูมิศาสตร์ นักอ่านในต่างประเทศอาจจะเห็นคอมิกของเธอพร้อมๆ (หรือก่อน) เพื่อนเธอที่นั่งอยู่ข้างๆ กันด้วยซ้ำ

Sundae Kids

“เราคิดว่ามันเป็นเครื่องมือที่มีพลังเยอะมากในปัจจุบัน อย่างเราเขียนการ์ตูนเราก็ไม่ได้เขียนให้เฉพาะคนไทยอ่าน” กวินตอบเมื่อผมชวนคุยถึงเครื่องมือในโลกออนไลน์ “เราว่าโลกเดี๋ยวนี้มันไมได้แบ่งว่าคนไหนอยู่ประเทศไหนแล้ว มันกลายเป็นแค่โลกในอินเทอร์เน็ตกับโลกนอกอินเทอร์เน็ตเท่านั้นแหละ ซึ่งเราทำให้คนในโลกอินเทอร์เน็ตอ่าน โดยไม่จำกัดว่าเขาจะเป็นใครมาจากไหน”

“ทั้งในโลกจริงและในคอมิกของคุณก็มีการสื่อสารกันผ่านโลกออนไลน์ คุณมองการสื่อสารแบบนี้ยังไง คิดว่ามันฉาบฉวยไหม” ผมชวนเขาคิด

“เรามองว่าจริงๆ มันก็โรแมนติก” กวินตอบหลังจากนิ่งคิดไม่นาน “การที่เราคุย Skype กันมันก็เป็นโรแมนติกยุคใหม่ คือเราไม่ได้มองว่าการเขียนจดหมายจะโรแมนติกกว่าการคุยสไกป์ แค่มันคนละยุคกัน ถ้าต่อไปมีเครื่องมือสื่อสารที่ดีกว่านี้ คนรุ่นหน้าก็อาจจะมองว่าการคุยสไกป์โรแมนติกจังเลยก็ได้ เหมือนที่เรามองว่าจดหมายโรแมนติก หรือการที่เรากลับไปนึกถึงเวลาที่เราแชท MSN แล้วบอกว่าเราอยากมีเวลาโมเมนต์นั้นจังเลย ที่การรอคนออนไลน์เราก็คิดว่ามันก็โรแมนติก

“คือสุดท้ายมันก็แค่คนยุคต่างกันไม่เข้าใจกันแหละ คนที่เป็นพ่อแม่เราเขาไม่เคยเล่น MSN ไง ก็เลยบอกว่ามันไม่โรแมนติกเหมือนจดหมายหรอก แต่เราถือว่าทุกอย่างมันก็มีเสน่ห์ในยุคของมัน”

ช่องที่ 4

“มันเป็นเหมือนสถานที่ที่เราเติบโต”

ล่าสุด-หลังจากวาดคอมิกไม่กี่ช่องจบลงเพจมา 3 ปี เต็ม-เขาและเธอก็ลุกขึ้นมาเปิดเว็บไซต์ readsundaekids.com เพื่อวาดเรื่องยาวลงในนั้น

Graphic Novel เรื่องแรกที่ออกสู่สายตาแฟนๆ ในโลกออนไลน์ชื่อว่า CLOSE TO YOU

CLOSE TO YOU

“อย่าง CLOSE TO YOU ตอนแรกเราแค่เล่าเรื่องถึงโมเมนต์นั้นของชีวิต มันเป็นจุดต่ำสุดในชีวิตของคนนั้น ตัวละครเอกมันผิดหวัง ซึ่งเราคิดว่าทุกคนมันเคยผิดหวัง ทุกคนก็น่าจะเคยมีจุดต่ำสุดของชีวิตแน่นอน ไม่ว่าเรื่องการงาน ความรัก หรืออะไร มันต้องเคยผ่าน ณ โมเมนต์นั้น

“เราเชื่อว่าคนเขาน่าจะเข้าใจตัวละคร ที่บอกว่าความสุขอาจจะขายไม่ดีเท่าความเจ็บปวด เราว่าบางทีคนเราตีความคำว่าความสุขไม่เหมือนกัน การที่พูดเรื่องความสุขออกมา บางคนอาจจะไม่ได้คิดว่านี่คือความสุขก็ได้ สมมติคนเขียนเรื่องความสุขมาอย่างหนึ่ง เราอ่านเราอาจจะคิดว่ามันไม่ใช่นี่นา แต่เรื่องความผิดหวังเราว่าทุกคนคล้ายๆ กัน เป็นอะไรที่ใกล้เคียงกัน เรารู้สึกเข้าใจกัน จะอกหักหรือตกงาน มันคือความผิดหวัง” เขาและเธอช่วยกันเล่า

หากนับจากวันแรกจนถึงวันนี้ คงไม่เกินเลยไปถ้าจะบอกว่าพวกเขาและเธอมาไกลกว่าที่คิด จากที่อาศัยแรงเพื่อนๆ ช่วยแชร์กัน ปัจจุบัน แต่ละภาพของพวกเขามีคนเต็มใจแชร์และเชียร์ให้เขาทำต่อไปวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งนั่นคือสิ่งสำคัญที่ช่วยยืนยันว่าสามารถเลี้ยงปากท้องด้วยอาชีพนี้ได้แล้ว

“ต้องบอกว่าอาชีพวาดภาพประกอบมันแทบจะไม่มีอยู่จริงในไทย เพราะถ้าไปถามนักวาดภาพประกอบส่วนใหญ่เขาต้องมีอาชีพอื่น แล้วเขาจะได้รายได้หลักจากอาชีพนั้น เพราะฉะนั้น อาชีพนักวาดภาพประกอบก็จะเหมือนเป็นอาชีพเสริม เพราะว่าเมืองไทยยังไม่ค่อยเห็นค่าสิ่งนี้เท่าไหร่ แต่พอเราทำเพจแล้วมีการติดต่องานเข้ามา อาจจะไม่ได้เงินเยอะอะไรนะ แต่มันทำให้เราอยู่ได้ และเป็นอาชีพหลัก ซึ่งเท่านี้เราก็แฮปปี้แล้ว คือเราสามารถเรียกได้เต็มปากว่าเราเป็นนักวาดภาพประกอบ” กวินพูดด้วยรอยยิ้ม

CLOSE TO YOU

“จริงๆ เพจมันเป็นเหมือนสถานที่ที่เราเติบโต เป็นที่ทำงานแรกของเรา” โป๊ยเซียนเปรียบเปรย “ถ้าย้อนไปดูตั้งแต่เด็กๆ จะเห็นว่าเราพัฒนาขึ้นมาเรื่อยๆ พอมาดู CLOSE TO YOU ก็อีกลายเส้นหนึ่งแล้ว อีกอย่างมันก็คือความภูมิใจ ตอนแรกเราก็ไม่ได้คิดหรอกนะว่ามันจะมาถึงตรงนี้ได้ เราไม่เคยคิดเลยนะว่าทำสิ่งนี้แล้วคนจะมาชื่นชม จะได้เงิน คิดแค่ว่าอยากทำมั้ย อยากทำก็ทำ คือทำ CLOSE TO YOU มันไม่ได้อะไรเลยนะ ไม่ได้เงิน แต่ถามว่าทำทำไม คือคุณค่าของเพจเราก็คือมันเติมเต็มฝัน เติมเต็มความต้องการของเรา แล้วได้ทำทุกอย่างที่เราอยากทำในนามปากกา Sundae Kids เราไม่ได้อยากจำกัดตัวเองด้วยว่ามันจะกลายเป็นอะไรแล้วมันจะสิ้นสุดที่ไหนในวันข้างหน้า”

“แต่ถึงยังไงโตไปก็ยังเป็น kid อยู่” ผมแซวเขาและเธอ

“ใช่ ยังเป็นเด็กอยู่ในร่างผู้หญิงแก่ๆ” ว่าถึงตรงนี้ หญิงสาววัยขึ้นต้นด้วยเลข 2 ตรงหน้าก็หัวเราะแบบเด็กๆ

ภาพ : Sundae Kids

Writer

จิรเดช โอภาสพันธ์วงศ์

อดีตบรรณาธิการบทสัมภาษณ์ The Cloud และเจ้าของนามปากกา jirabell เขียนหนังสือมาแล้ว 5 เล่มชื่อ เราไม่ได้อยู่คนเดียวอยู่คนเดียว, ความทรงจำอยู่ที่ไหน ความคิดถึงอยู่ที่นั่น, Lonely Land ดินแดนเดียวดาย, The Fairy Tale of Underfox และ รักเขาเท่าทะเล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load