The Cloud x การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

แดดยามบ่ายของปราจีนฯ เต้นระบำส่องแสงระยิบระยับบนผิวน้ำ ราวกับเปิดฟลอร์การแสดงต้อนรับแขกผู้มาเยือน สายลมพัดเอื่อยชวนหลับตาเคลิ้มจนอยากเอนตัวพักกายบนสนามหญ้าเขียวขจี

ไม่ใช่ภาพในจินตนาการ แต่เป็นภาพจริงตนาการของบ้านอาทิตย์-ธารา บ้าน (เคย) ส่วนตัวของ อ๊าร์ต-หม่อมหลวงอภิชิต วุฒิชัย และ กบ-อาภาศิริ เทพหัสดิน ณ อยุธยา บ้านไม้เพิงหมาแหงน 4 หลัง 12 ห้อง เลียบริมแม่น้ำบางปะกง ห้อมล้อมด้วยธรรมชาติ ขนาดว่าหมุนตัว 360 องศาก็เจอเพียงสายลม แสงแดดและสองเรา เหมาะมากกับการหนีความวุ่นวาย หนีร้อน และบางทีอาจหนีรักมาพักสูดอากาศบริสุทธิ์ให้ชื่นใจเต็มสองปอด แถมบรรยากาศตอนพระอาทิตย์ตกดินกลางแม่น้ำก็สุดแสนจะโรแมนติกว่าหนังรักทุกเรื่องของฮิว แกรนต์ มัดรวมกันเสียอีก

1

เบื่อคน เบื่อรถติด และเบื่อกรุงเทพมหานคร เป็นเหตุผลให้อ๊าร์ตตัดสินใจขอที่สักผืนจากคุณพ่อคุณแม่ ท่านพร้อมใจกางโฉนดและปักหมุดจังหวัดปราจีนบุรี ก่อนอ๊าร์ตจะเจอเพชรเม็ดงาม เขาต้องพึ่งชาวบ้านฟันป่าทึบเข้าไป จนกระทั่งเจอแม่น้ำบางปะกงและคุ้งโยธกา จุดบรรจบกันของแม่น้ำสายนครนายกและปราจีนฯ ซึ่งอยู่ถัดออกไป ความมหัศจรรย์ของธรรมชาติและบรรยากาศดีมากเกินบรรยาย ทำให้เขาเลือกสร้างบ้านไม้เพิงหมาแหงนหลังแรกบนที่ผืนนี้แทบจะทันที

“บ้านหลังแรกของเราน่าเอ็นดูมาก มันเรียบง่าย เดินเข้าไปเจอเตียงเลย ไม่มีทีวี ไม่มีเครื่องปรับอากาศ เราเปิดหน้าต่างโล่งและใช้มุ้งสายบัวแทน บ้านของเราไม่มีคอนเซปต์ เราแค่หลงรักความเรียบง่าย เราออกแบบทุกอย่างเองตั้งแต่เป็นวิศวกะและสถาปนึก ไปซื้อไม้เก่าของชาวบ้านบ้าง เอาของจากบ้านกรุงเทพฯ มาบ้าง

“เราเป็นคนโรแมนติก ชอบดูพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก เราว่าพระอาทิตย์ขึ้นกลางเขาไม่สวยเท่าพระอาทิตย์ตกกระทบผืนน้ำ ชื่อบ้านอาทิตย์-ธารามาอธิบายได้หลังจากเราพาลูกๆ ไปดูบ้านหลังแรก อยู่ดีๆ คำว่าอาทิตย์-ธาราก็โผล่ขึ้นมา เราไม่ได้เอาสมองคิด หัวใจมันคิด แล้วพระอาทิตย์กับสายน้ำมองไปทางไหนก็สวย” เจ้าของบ้านเล่าความหลังที่ยังชัดเจนในใจ

2

มีบ้านไม้เพิงหมาแหงนหลังแรก ย่อมมีบ้านไม้เพิงหมาแหงนหลังที่ 2 และ 3 ตามมา

“ตายละวา อยู่กันน้อยคนแต่ทำไมห้องพักมากมายขนาดนี้ ประกอบกับเพื่อนเราจากทั่วทุกมุมโลกเขาชอบมากเพราะบรรยากาศดี เลยแนะให้เราเปิดบ้านให้คนมาพัก เป็นการแบ่งความสุขให้คนอื่นด้วย เราเลยตัดสินใจลองเปิดดูก่อน 5 ห้อง ปรากฏว่าแขกชอบ ชอบอาหาร ชอบที่ได้นั่งคุยกับเรา

“เราเลยสร้างเรือนเพิ่มขึ้นอีก 8 ห้อง พร้อมสระว่ายน้ำ หลังจากนั้นคนนิยมใหญ่เลย ด้วยเป็นสระว่ายน้ำเกลือ ว่ายแล้วสบายตาสบายใจ กระโจนขึ้นจากสระก็เหมือนร่างกายได้รับการบำบัด”

บ้านไม้เพิงหมาแหงน 4 หลัง 12 ห้อง ถูกตั้งชื่อตามหลักฆราวาสธรรม 4 สัจจะ ทมะ ขันติ และจาคะ เจ้าบ้านให้เหตุผลว่า “เรากับกบธรรมะธัมโมอยู่แล้ว มีบ้าน 4 หลังพอดี ก็เห็นพ้องกันว่าน่าจะตั้งชื่อห้องเป็นหลักธรรมสัก 4 ข้อ เลยไปตกอยู่ที่ฆราวาสธรรม 4 เป็นการอยู่ร่วมกันฉันฆราวาส เป็นกฎเชิงธรรมะให้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข”

 นอกจากการตั้งชื่อห้องพักเป็นหลักธรรมซึ่งแสดงถึงบุคลิกของเจ้าบ้านทั้งสองคน ยังมีห้องพระส่วนตัวอยู่บนเรือนไม้ 2 ชั้น เป็นห้องที่อ๊าร์ตและกบมักจะเข้าไปทำสมาธิ ไหว้พระ และเคยจัดงานโกนผมไฟตลอดจนงานแต่งงานมาแล้ว ส่วนชั้นล่างเป็นห้องส่วนกลาง เปิดให้แขกเข้ามาหย่อนใจได้ตลอดทั้งวัน จะนั่งทานเฉาก๊วยเหนียวนุ่มชื่นใจ หรือไอศครีมโฮมเมดเนื้อแน่นก็อร่อยสูสีกัน แต่เอาเข้าจริง แค่ได้นอนอ่านหนังสือเล่มโปรดบนเปลญวนริมน้ำก็มีความสุขแล้ว

3

ถ้าใครยังมีพลังเหลือเฟือ บ้านอาทิตย์-ธาราเตรียมกิจกรรมทางน้ำไว้ให้เลือกเล่นตามใจชอบ ไม่ว่าจะเล่นสกีน้ำ กระโดดน้ำ ปิกนิกกลางทุ่งนาเขียวขจี บางทีก็เหลืองทองอร่าม แต่เราขอแนะนำให้คุณลองนั่งเรือออกไปชมพระอาทิตย์ตกดินกลางคุ้งน้ำโยธกา ท่ามกลางความเงียบสงบ กลับมีเสียงนกนานาชนิดส่งเสียงร้องขณะบินกลับรัง แผ่นฟ้าเริ่มเปลี่ยนสีราวกับจิตรกรค่อยๆ ใช้แปรงแต้มสีนู้นที สีนั้นทีลงบนผืนผ้าใบขนาดยักษ์ ดวงอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้า แสงสีส้มกลมโตสะท้อนลงบนผิวน้ำ สวยจับใจ จนขอกดชัตเตอร์ด้วยสายตาแทนกล้องถ่ายภาพข้างกาย

เคยมีแขกบางคนแอบกระซิบกัปตันเรือขอซ่อนแหวนเพชรในถังน้ำแข็งใบจิ๋ว เพื่อเซอร์ไพรส์แฟนสาวด้วยการขอแต่งงานท่ามกลางบรรยากาศโรแมนติก โดยมีธรรมชาติรอบตัวอาสาเป็นพยานรัก

“มู้ดของพระอาทิตย์และท้องฟ้าแต่ละวันไม่เหมือนกันสักนาที ถ้ามีเพลงเพราะกับลำโพงเสียงดีไปเปิดกลางคุ้งน้ำ มีเครื่องดื่มจิบนิดหน่อย สวรรค์ใกล้กรุงเทพฯ อยู่แค่เอื้อม” อ๊าร์ตเสริม
เราเห็นด้วยเต็มเปา

หลังจากเอนกายพักผ่อนและทำกิจกรรมสนุกจนท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีเข้ม เป็นสัญญาณดีให้แม่ครัวประจำบ้านอาทิตย์-ธาราจัดแจงเมนูพื้นบ้านอย่างไหลบัวไฟแดงรสจัดจ้าน ต้มยำกุ้งแม่น้ำตัวโตเนื้อเด้ง น้ำพริกกะปิแนมผักนึ่งพื้นบ้าน ตบท้ายด้วยไข่เจียวใส่หอมแดงพริกสุดคลาสสิก บอกเลยว่ารสมืออร่อยเด็ดดวง เพราะทุกเมนูผ่านการชิมและปรับรสชาติให้ถูกปากโดยฝีมือของอ๊าร์ตที่เรียบจบด้านการโรงแรมและอาหารมาพอดี

4

ความพิเศษของบ้านอาทิตย์-ธาราที่เราชอบมากคือการเป็นบ้านที่มาพักได้ตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะฤดูร้อน ฤดูฝน หรือฤดูหนาว บางครั้งอากาศในฤดูหนาวเย็นฉ่ำกว่าเชียงใหม่เสียอีก เพราะฝั่งตรงข้ามเป็นอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เวลาลมพัดจากทางนู่นกระทบผิวน้ำแล้วมาโดนผิวเราอีกทีจะหนาวสนิทจนต้องนั่งล้อมวงพิงไฟเพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกาย

“บ้านอาทิตย์-ธาราเป็นสถานที่ที่น่าอัศจรรย์อยู่อย่าง เราว่าคนจะได้ไปก็ได้ไปนะ บางคนไม่ได้ไปคือไม่ได้ไป ขับรถวนหาอยู่ค่อนวันก็หาไม่เจอ เรากำลังจะบอกว่าสถานที่แห่งนี้มีมนตร์ขลัง คนที่ได้ไปเหมือนคนที่เคยพบเคยเจอกันมาก่อน แล้วใครจะไปนึก แขกจองเข้ามาพักแต่กลับหิ้วของพะรุงพะรังมาฝากเรา จนหลายคนกลายเป็นเพื่อนเป็นพี่เป็นน้อง”

เป็นเช่นนั้นเพราะความเป็นกันเองและการต้อนรับสุดอบอุ่นเสมือนเป็นครอบครัวเดียวกันของเจ้าบ้าน แถมอ๊าร์ตและกบยังใส่ใจแม้กระทั่งการเรียกผู้มาเยือนด้วยคำว่า แขก แทนคำว่า ลูกค้า

“เสน่ห์ของอาทิตย์-ธาราคือบ้านของอ๊าร์ตและกบ เราเลยไม่เรียกคนมาพักว่าลูกค้า เพราะเราไม่ได้เอาเงินเป็นตัวตั้ง จุดประสงค์แรกของเราเป็นการแบ่งปันความสุข เรามีความสุขมากทุกครั้ง เวลาได้เห็นแขกมีความสุข แต่สุดท้ายมันก็เป็นงานอยู่ดี แต่เป็นการทำงานที่เราไม่รู้สึกว่าเรากำลังทำงานอยู่ เพราะมันมีความสุข” อ๊าร์ตจบบทสนทนาด้วยน้ำเสียงสุขใจ

บ้านอาทิตย์-ธารา

ที่อยู่ 78-78/1 หมู่ 2 ตำบลบางยาง อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี 25150
ติดต่อ 089 949 1956
Facebook: Arthit-Tara


Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Have a Nice Stay

รวมที่พักแนวคิดดีที่น่าไปนอนทำความรู้จัก

ที่พักหายใจ

คือคำที่เกิดขึ้นในความคิดหลังจากมา ‘บ้านกรอด้าย’ เกสต์เฮาส์เล็กๆ บนเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา 

และไม่มีคำไหนจะเหมาะกับที่นี่ไปมากกว่านี้ เพราะความคิดที่แตกต่างของ อ้อ-กฤตยา พรรคอนันต์ และ ป๊อน-บุณยวัฒน์ สมทัศน์ ทำให้เธอและเขาตัดสินใจเปลี่ยนโรงงานทอผ้าเก่าแก่ของครอบครัวบนเกาะเมืองอยุธยา เป็นเกสต์เฮาส์ที่ทำให้ผู้เข้าพักได้พบความสงบผ่านลมหายใจ และสงบมากพอที่ร่างกายและจิตใจได้หยุดพัก

อ้อ-กฤตยา พรรคอนันต์ และ ป๊อน-บุณยวัฒน์ สมทัศน์

อ้อ และ ป๊อน เป็นคู่รักที่ค้นพบความสงบผ่านแนวทางการเจริญสติและปฏิบัติธรรม เมื่อ 3 ปีที่แล้วทั้งคู่ตัดสินใจลาออกจากงานประจำที่กรุงเทพฯ และกลับมาใช้ชีวิตสงบเรียบง่าย ด้วยการเปิดเกสต์เฮาส์ที่เมืองพระนครศรีอยุธยาบ้านเกิดของอ้อ โดยนำหลักเจริญสติและปฏิบัติธรรมมาเป็นไอเดียหลักในการออกแบบที่พักของพวกเขาด้วย

“เราสองคนชอบเรื่องการปฏิบัติธรรม การเจริญสติ และต้องการใช้ชีวิตที่สงบ พอมีโอกาสกลับมาอยู่อยุธยา เราเลยอยากเลือกอาชีพที่ส่งเสริมกับแนวทางการปฏิบัติของเรา มองหาอาชีพที่ไม่ต้องใช้ความคิดเยอะ ไม่มีความซับซ้อนหรือมีกลยุทธ์อะไรมาก และมอบชีวิตที่เรียบง่ายให้กับเราได้ เลยเกิดความคิดที่จะทำเกสต์เฮาส์ขึ้นมา” 

ชายหนุ่มเริ่มต้นอธิบายจุดเริ่มต้นของบ้านกรอด้าย, เดิมทีสถานที่แห่งนี้เคยเป็นโรงงานทอผ้าเก่าแก่ของอยุธยา ซึ่งเคยผลิตผ้าขาวม้าและผ้าซิ่นจำนวนมากภายใต้ตรา ‘สิงห์เดี่ยว’ ก่อตั้งโดย คุณยายสุมล สุขปรีชา

บ้านกรอด้าย : โรงงานทอผ้าสู่เกสต์เฮาส์สงบบนเกาะอยุธยา ที่ชวนแขกทำสมาธิและเจริญสติ
บ้านกรอด้าย : โรงงานทอผ้าสู่เกสต์เฮาส์สงบบนเกาะอยุธยา ที่ชวนแขกทำสมาธิและเจริญสติ

“เดิมเคยเป็นโรงทอผ้าของคุณยายอ้อค่ะ ตอนแรกโรงงานเคยตั้งอยู่ที่ตลาดหัวรอ ชื่อโรงงานทอผ้าไทย ต่อมาเขาไม่ให้มีเครื่องจักรอยู่ตรงนั้น เลยย้ายโรงงานมาตั้งที่นี่ตอน พ.ศ. 2497 แล้วก็จดทะเบียนชื่อ ห้างหุ้นส่วนสุมลการทออยุธยา เป็นชื่อของคุณยายอ้อเอง ต่อมาทางจังหวัดประกาศห้ามไม่ให้ใช้สารเคมีย้อมผ้าบนตัวเกาะ ตัวโรงงานก็เลยต้องย้ายอีก

“คราวนี้ย้ายไปอยู่ที่ตลาดแกรนด์ พื้นที่ตรงนี้เลยกลายเป็นโรงเก็บไม้และเก็บของต่างๆ จนช่วงประมาณ พ.ศ. 2538 ธุรกิจทอผ้าที่อยุธยาเริ่มซบเซา เพราะการนำเข้าผ้ามีราคาถูกกว่า หลายโรงงานก็เริ่มปิดตัว รวมถึงโรงงานของเราด้วย พื้นที่ตรงนี้เลยกลายเป็นโรงเก็บของที่ถูกปล่อยรกร้างเกือบยี่สิบปี”

“ตอนอ้อยังเด็กก็เข้ามาช่วยงานคุณยายที่โรงงานบ่อยๆ คอยเป็นเด็กกรอด้าย ซึ่งเป็นคำที่ฟังแล้วไพเราะดีนะ เลยเอามาตั้งเป็นชื่อเกสต์เฮาส์ว่าบ้านกรอด้าย” อ้อเล่าความทรงจำของเธอต่อสถานที่นี่ให้ฟัง 

จนกระทั่งทั้งคู่นำไอเดียของบ้านกรอด้ายไปปรึกษากับสถาปนิก

“คอนเซปต์ใหญ่ๆ คือเราต้องการให้ที่นี่โปร่ง สบาย ประหยัดพลังงาน เป็นบ้านที่มีใต้ถุนสูง เพื่อใช้พื้นที่ด้านล่างปฏิบัติธรรม โดยสถานที่ก็ช่วยส่งเสริมการปฏิบัติธรรมด้วยงบเท่าที่เรามี” ป๊อนส่งไอเดียออกแบบให้สถาปนิก

บ้านกรอด้าย : โรงงานทอผ้าสู่เกสต์เฮาส์สงบบนเกาะอยุธยา ที่ชวนแขกทำสมาธิและเจริญสติ

ในที่สุดความคิดของพวกเขาก็แปลงร่างให้กลายเป็นความจริง

บ้านกรอด้ายเป็นอาคารยกสูงสีขาวสะอาดตา เมื่อเดินผ่านโถงทางเดินเข้ามาข้างใน เราจะพบกับพื้นที่สีเขียวสงบกลางอาคารรูปทรงตัว L โดยมีบ้านไม้หลังเก่าตั้งอยู่ด้านในสุดของสวน หากตั้งใจเงี่ยหูฟังให้ดี เราจะค่อยๆ ได้ยินเสียงน้ำไหล ประกอบกับเสียงนกนานาพันธุ์ที่ขับร้องอยู่บนกิ่งก้านของต้นไม้ชนิดต่างๆ และหากลองตั้งใจสังเกตลมหายใจให้ดี เราจะค่อยๆ พบกับกลิ่นหอมบางๆ ของดอกชมนาดที่ปลูกไว้ในสวน ส่งกลิ่นหอมให้ชื่นหัวใจ

บ้านกรอด้าย : โรงงานทอผ้าสู่เกสต์เฮาส์สงบบนเกาะอยุธยา ที่ชวนแขกทำสมาธิและเจริญสติ

“เพราะผมเคยบวชมาก่อน ผมเลยพอจะเข้าใจว่าบรรยากาศแบบไหนเอื้อให้เกิดความสงบ ส่งเสริมการเจริญสติ ซึ่งส่วนตัวเราชอบฟังเสียงน้ำ ไม่จำเป็นต้องเห็นแม่น้ำหรือตัวน้ำก็ได้ ขอแค่ได้ยินเสียงน้ำไหลเบาๆ ก็ทำให้รู้สึกสงบลงได้ ส่วนสีเขียวก็ช่วยให้เกิดความสงบ เลยทำให้มีจุดที่มองออกจากตัวอาคารแล้วเห็นสวน ได้เจอกับสีเขียวของต้นไม้ บริเวณสวนตรงกลางเราก็ทำทางไว้เดินจงกรม เราตั้งใจให้ทางเดินเป็นดิน เพื่อให้ความรู้สึกเหมือนวัดป่า

“สังเกตว่าที่นี่มีความโปร่ง นอกจากช่วยให้ลมพัดเย็นสบายแล้ว ยังทำให้พื้นที่ไม่ดูแน่นหรือวุ่นวายจนเกินไป ของบางอย่างที่วางชิดกัน ถ้าเราวางแยกให้มันเกิดพื้นที่ว่างระหว่างกัน มันก็เกิดเป็นอีกอารมณ์หนึ่ง เราเลยพยายามให้ที่นี่มีพื้นที่ว่างค่อนข้างเยอะ” ป๊อนค่อยๆ อธิบายอย่างใจเย็น ขณะพาเราเดินชมส่วนต่างๆ ของเกสต์เฮาส์

บ้านกรอด้าย : โรงงานทอผ้าสู่เกสต์เฮาส์สงบบนเกาะอยุธยา ที่ชวนแขกทำสมาธิและเจริญสติ
บ้านกรอด้าย : โรงงานทอผ้าสู่เกสต์เฮาส์สงบบนเกาะอยุธยา ที่ชวนแขกทำสมาธิและเจริญสติ

ด้วยความที่แต่เดิม สถานที่แห่งนี้เคยเป็นโกดังเก็บไม้และของเก่าจากโรงงานมาก่อน ไม้และของหลายอย่างที่เคยถูกเก็บไว้จนรกร้างก็ถูกนำออกมาใช้ เหมือนชุบชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง เผยให้เห็นความทรงจำที่เคยซ่อนอยู่ในพื้นที่ตรงนี้มาก่อน เราเลยได้เห็นป้ายของโรงงานทอผ้าในยุคต่างๆ นำมาแขวนประดับบนผนัง แถมตัวผนังก็เกิดจากการนำไม้ที่ใช้กับเครื่องสืบผ้า ซึ่งมีรอยบากให้แหว่งเป็นช่องสำหรับเส้นด้าย นำมาวางเรียงจนเกิดเป็นแพตเทิร์นสวยงาม แผ่นไม้ต่างๆ ที่เคยถูกเก็บไว้จนรกร้าง ก็นำมาประกอบเป็นตั่งและเป็นพื้นทางเดินต่างๆ ภายในเกสต์เฮาส์

“ตอนแรกเราและสถาปนิกอยากเก็บโครงสร้างเดิม เพื่อคงความเป็นโรงงานทอผ้าเอาไว้ แต่พอเข้ามาดูโครงสร้างแล้วทำแบบนั้นไม่ได้ เพราะโครงสร้างเริ่มเก่าจนผุ รับน้ำหนักไม่ไหว เลยตัดสินใจเก็บไว้บางส่วน เช่น แนวเสาต่างๆ รวมถึงบ้านไม้ในสวนที่เราทำเป็นห้องพระ หรือ ‘ห้องไม่ปรุงแต่ง’ เพื่อให้คนเข้ามานั่งสมาธิหรือใช้พื้นที่สงบ 

“เดิมบ้านไม้หลังนั้นเคยเป็นที่พักคนงาน หน้าต่างที่อยู่ระดับเดียวกับพื้นก็เป็นของเดิม แต่ก็มีบางบานที่เราต้องใช้ของใหม่เพิ่มเข้าไป เพื่อช่วยเสริมโครงสร้างให้แข็งแรง” ชายหนุ่มเล่าการทำงานร่วมกับสถาปนิก

บ้านกรอด้าย เกตส์เฮาส์เล็กๆ ของคู่รักในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อยากให้แขกค้นพบความสงบทั้งกายและใจ
บ้านกรอด้าย เกตส์เฮาส์เล็กๆ ของคู่รักในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อยากให้แขกค้นพบความสงบทั้งกายและใจ

บ้านกรอด้ายมีห้องพักทั้งหมด 6 ห้อง แบ่งเป็นห้องพักสำหรับ 2 คน จำนวน 4 ห้อง เลือกได้ทั้ง Twin Beds และ Double Bed ส่วนห้องพักครอบครัว สำหรับ 4 คน จำนวน 2 ห้อง ซึ่งทั้งหมดอยู่บริเวณชั้นบนของอาคาร 

แต่ละห้องมีชื่อของตัวเองที่ป๊อนและอ้อตั้งใจตั้งชื่อเอาไว้

“เราตั้งชื่อห้องเรียงไปตั้งแต่ Peacefulness, Joyfulness, Happiness, Emptiness, Mindfulness และ Awareness” อ้ออธิบาย ก่อนป๊อนช่วยเสริม “คนที่เคยเจริญสติรู้ดีว่าการเจริญสติใหม่ๆ จะได้ความรู้สึกสงบก่อน แล้วเกิดความปีติ เกิดความสุขจากความว่าง เริ่มเกิดสติและความรู้ตัว ชื่อเหล่านี้เป็นลำดับการรับรู้จากการเจริญสติครับ”

เกตส์เฮาส์เล็กๆ ของคู่รักในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อยากให้แขกค้นพบความสงบทั้งกายและใจ

นอกจากชื่อห้อง เรายังสังเกตว่าตามจุดต่างๆ ของบ้านกรอด้ายมีป้ายตัวอักษรที่มีกิมมิกน่ารักๆ ให้คนได้มีสติกับตัวเองผ่านลมหายใจ อย่างป้าย Breath Refill Here เป็นเหมือนจุดเติมลมหายใจ หรือตรงขั้นบันไดก่อนเดินเข้าห้องพักติดตัวอักษร Breath & Mind The Step ให้คนได้หยุดหายใจและมีสติกับตัวเอง ณ ขณะนั้น

ทุกรายละเอียดของทุกอย่างภายในบ้านกรอด้ายล้วนได้รับการออกแบบอย่างใส่ใจ เพื่อให้ผู้มาพักได้หยุดอยู่กับลมหายใจตัวเอง และขณะที่เรากำลังพูดคุยกับอ้อและป๊อน จู่ๆ ก็มีเสียงระฆังไพเราะดังขึ้นเป็นเวลาชั่วครู่

เราทั้งหมดหยุดฟัง

เกตส์เฮาส์เล็กๆ ของคู่รักในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อยากให้แขกค้นพบความสงบทั้งกายและใจ

“เราได้ไอเดียจากหมู่บ้านพลัมครับ ที่นั่นทุกๆ สิบห้านาทีจะมีเสียงระฆังดัง ให้เราหยุดสิ่งที่ทำ เพื่อเตือนให้ตัวเรากลับมาอยู่กับปัจจุบันขณะ พอเสียงจบก็ค่อยกลับมาทำสิ่งที่ทำอยู่ต่อ” ป๊อนเล่าที่มาให้ฟังหลังสิ้นเสียงระฆัง

ภายในห้องพักก็มีการออกแบบมาเพื่อให้เกิดความสงบเช่นเดียวกัน 

นั่นจึงเป็นเหตุผลให้ทุกห้องภายในบ้านกรอด้ายไม่มีโทรทัศน์เลยสักห้อง รวมถึงตู้เย็นก็เช่นกัน

“เหตุผลที่เราไม่มีตู้เย็นให้ในห้อง เพราะเราอยากให้ที่นี่มีความรู้สึกของบ้าน เราเลยวางตู้เย็นไว้ใต้ถุน ให้เกิดความรู้สึกการแบ่งปัน ไม่ใช่ต่างคนต่างอยู่ภายในห้อง เราอยากให้มีการเดินมาใช้พื้นที่ส่วนกลาง ขนมกับกาแฟที่วางไว้ตรงส่วนกลาง เราก็ให้ทุกคนที่มาพักหยิบทานได้ตลอด โดยไม่ได้คิดค่าใช้จ่ายใดๆ บางทีก็มีน้ำผลไม้และน้ำผักที่อ้อทำมาวางไว้ หรือใครที่รู้สึกอยากแบ่งปันให้คนอื่นๆ ก็นำมาวางด้วยกันได้ 

“ส่วนของส่วนตัวที่ผู้พักต้องการนำมาแช่ในตู้เย็น เราก็มีสติกเกอร์แปะเลขห้องแยกไว้ให้ด้วยค่ะ อาหารของที่นี่เราจะซื้อจากร้านในอยุธยา เพราะเราพยายามแนะนำร้านดีๆ ของคนท้องถิ่นให้ผู้มาพักได้รู้จัก และลองไปทานด้วยตัวเองเมื่อมีโอกาส” อ้ออธิบายด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

เกตส์เฮาส์เล็กๆ ของคู่รักในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อยากให้แขกค้นพบความสงบทั้งกายและใจ

“ก่อนจะเปิดเกสต์เฮาส์ เรามีโอกาสเข้าไปขอคำปรึกษากับ อาจารย์ประมวล เพ็งจันทร์ ถ้าเราจะทำธุรกิจอย่างนี้เราควรวางใจยังไง ท่านก็กรุณาแนะนำว่า หากเราปรารถนาให้คนมาที่นี่แล้วเกิดความสุข ทุกอย่างก็จะดีเอง เราก็จะโฟกัสกับความสุขของคนที่มาพัก ไม่ใช่โฟกัสว่าเราจะได้เงินจากเขาเท่าไหร่ แต่ไม่ใช่โฟกัสที่ความสุขของเขาอย่างเดียวจนตัวเราต้องทุกข์ใจ ก็ไม่ใช่นะครับ ตัวเราต้องมีความสุขก่อนด้วย เราถึงจะทำให้คนอื่นมีความสุขได้ 

“เราต้องรักษาความสุขของเราไว้ด้วย เลยเป็นที่มาของคอนเซปต์การให้บริการของที่นี่ และที่นี่ไม่มีคนแปลกหน้า มีแต่กัลยาณมิตร สำหรับผมและอ้อ เรามองทุกคนที่มาที่นี่เป็นเพื่อน ทุกครั้งที่มีคนมาพัก เราเหมือนได้เพื่อนใหม่ครับ เขาเองก็รู้สึกเหมือนกันกับเรา 

“เด็กบางคนที่มาพักกับครอบครัวอยู่กันห้าถึงหกวัน บางคนเอาเกมมานั่งเล่นกับเรา พอจะกลับเขายกให้เราเลย บางคนช่วยงานแม่บ้านก็มีนะครับ ช่วยยกของต่างๆ เป็นบรรยากาศน่ารักๆ หลังจากเขากลับไปแล้ว บางคนก็ยังติดต่อกันตลอดเหมือนเพื่อน” ป๊อนพูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ก่อนอ้อจะช่วยเสริม “บางคนส่งเมล็ดดอกไม้มาให้เราปลูกด้วย เราก็ไม่น้อยหน้า ส่งเมล็ดผักกลับไปให้เขาปลูกบ้าง” เจ้าบ้านหัวเราะอารมณ์ดี

เกตส์เฮาส์เล็กๆ ของคู่รักในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อยากให้แขกค้นพบความสงบทั้งกายและใจ
เกตส์เฮาส์เล็กๆ ของคู่รักในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อยากให้แขกค้นพบความสงบทั้งกายและใจ

“แม้ว่าทุกๆ อย่างของที่นี่จะเกี่ยวข้องกับการเจริญสติ แต่เราก็ไม่ได้บังคับให้ผู้ที่มาพักต้องทำตามทุกคนนะครับ สิ่งสำคัญที่สุดคือ การที่เขาเข้ามาที่นี่แล้วรู้สึกสบายใจ การเจริญสติเบื้องต้นก็คือความสงบ แต่โจทย์ของมันจริงๆ คือการยอมรับในทุกๆ สถานการณ์ เพราะชีวิตจริงมีขึ้นมีลง ไม่ต่างอะไรกับธรรมชาติที่มีฝนตก มีแดดออก ซึ่งหลายอย่างเราก็ไม่อาจควบคุมได้ แต่เราสามารถกลับมาอยู่กับลมหายใจ เห็นความคิดของตัวเราเอง จะช่วยให้เรารู้สึกสงบลง ช่วยให้เรามองเห็นชัดขึ้น และเราหวังว่าคนที่มาพักกับเรา เขากลับจากบ้านกรอด้ายไป เขาจะเกิดความสบายใจ และใช้ชีวิตข้างหน้าต่อไปได้ดียิ่งขึ้น” ป๊อนพูดทิ้งท้าย ขณะเขาและอ้อเดินมาส่งเรากลับด้วยรอยยิ้ม

การค้นพบที่พักหายใจ ทำให้เราสงบลงและมีกำลังใจมากขึ้นกับการใช้ชีวิตในลมหายใจต่อๆ ไปเช่นกัน

เกตส์เฮาส์เล็กๆ ของคู่รักในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อยากให้แขกค้นพบความสงบทั้งกายและใจ

บ้านกรอด้าย

ที่ตั้ง : 23/5 ถนนอู่ทอง ตำบลหอรัตนไชย อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดนครพระนครศรีอยุธยา 13000 (แผนที่)

โทรศัพท์ : 09 6771 7177

*บ้านกรอด้ายจัดกิจกรรมเจริญสติที่เกสต์เฮาส์ด้วย สำหรับผู้ที่สนใจเข้ามาลองปฏิบัติกันได้ ติดตามรายละเอียดและการสมัครได้ทาง Facrbook : บ้านกรอด้าย

Writer & Photographer

อนิรุทร์ เอื้อวิทยา

นักเขียน และ ช่างภาพอิสระ ปัจจุบันชนแก้วอยู่ท่ามกลางเพื่อนฝูงที่เชียงใหม่

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load