ชาวไทยในโตเกียวเฮลั่น Akha Ama แบรนด์กาแฟเพื่อสังคมคุณภาพสูงจากไทยเปิดตัวในญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ

นั่นคือข้อความที่แวบเข้ามาในหัวพร้อมตั้งสเตตัสทันทีที่ได้ยินข่าวว่า Akha Ama Coffee JAPAN กำหนดวันเปิดร้านในโตเกียวได้แล้วหลังเจอภัย COVID-19 บีบให้เลื่อนมาหลายครั้ง แม้ว่าเราอาจจะไม่สะดวกไปตั้งแต่วัน Soft Opening เมื่อวันเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา แต่ชาวไทยในโตเกียวจำนวนมากแวะเวียนไปอุดหนุน จนทำให้ นัตซึสะ ยามาชิตะ (Natsusa Yamashita) และ จุนเป อิชิคาวะ (Jumpei Ichikawa) สองสามีภรรยาหุ้นส่วนของ ลี-อายุ จือปา ผู้ก่อตั้ง และ เจนนี่-จันทร์จิรา หยกรุจิ ผู้ร่วมก่อตั้ง Akha Ama รู้สึกแปลกใจ

ไปคาเฟ่ Akha Ama สาขาโตเกียว คุยกับคู่รักญี่ปุ่นที่พากาแฟเผ่าอาข่าไปถึงแดนอาทิตย์อุทัย, Akha Ama Coffee JAPAN

ส่วนสิ่งที่ทำให้เราแปลกใจคือชาวไทยไม่ได้เฮอยู่ชาติเดียว ชาวญี่ปุ่นก็เฮ!

ปรากฏว่ากาแฟอาข่า อ่ามา มีฐานแฟนคลับชาวญี่ปุ่นอยู่ไม่น้อย พวกเขาเหล่านั้นคือนักท่องเที่ยวที่ไปเชียงใหม่และติดใจความอร่อยของกาแฟไทย เมื่อรู้ว่าร้านที่พวกเขารักมาเปิดที่โตเกียว จึงพากันมาด้วยความยินดี เหล่าแฟนอาข่า อ่ามา ทั้งไทยและญี่ปุ่นจึงมารวมตัวกันจนแน่นร้านโดยไม่ได้นัดหมาย

ไปคาเฟ่ Akha Ama สาขาโตเกียว คุยกับคู่รักญี่ปุ่นที่พากาแฟเผ่าอาข่าไปถึงแดนอาทิตย์อุทัย, Akha Ama Coffee JAPAN
ไปคาเฟ่ Akha Ama สาขาโตเกียว คุยกับคู่รักญี่ปุ่นที่พากาแฟเผ่าอาข่าไปถึงแดนอาทิตย์อุทัย, Akha Ama Coffee JAPAN

สำหรับคนที่ไปไม่ได้อย่างเรา จึงต้องขอนัดพูดคุยถึงที่มาที่ไปและหมุดหมายแห่งการเดินทางจากเชียงใหม่สู่โตเกียวของ Akha Ama กับนัตสึซะและจุนเปในช่วงวันหยุดของร้านก่อนเปิด Grand Opening ในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้

นัตซึสะและจุนเปชอบเมืองไทยมาก ไปเที่ยวมากว่าสิบครั้ง พูดภาษาไทยได้นิดหน่อย และดูเหมือนว่าคำในภาษาไทยที่พวกเขาพูดได้ จะช่วยเล่าเรื่องราวของ Akha Ama Coffee JAPAN ได้ดีทีเดียว

1 2 3 4 5 6 7 8 9 10

​สิ่งแรกที่ทุกคนน่าจะอยากรู้คือ โปรเจกนี้เริ่มต้นได้อย่างไร

อย่างที่เกริ่นไว้ นัตซึสะและจุนเปชอบเมืองไทยมาก ประมาณ 7 ปีที่แล้วพวกเขาไปเที่ยวที่เชียงใหม่ แวะไปคาเฟ่ของคนญี่ปุ่นแล้วเกิดติดใจกาแฟที่ร้าน เลยถามว่าใช้กาแฟที่ไหน คนที่ร้านแนะนำกาแฟอาข่า อ่ามา ให้รู้จัก ซึ่งพอทั้งสองได้ไปที่ร้านอาข่า อ่ามา ก็ตื่นเต้น “กาแฟที่นี่อร่อยมาก” 

“ตอนนั้นพวกเราไม่ได้มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องกาแฟเท่าไหร่ รู้แค่ว่ากาแฟแก้วนี้อร่อยมาก ซึ่งตอนนั้นลีเป็นคนชงให้กินเองด้วย เจนนี่ก็อยู่ พอติดใจกาแฟที่นี่หลังจากนั้นเลยแวะไปบ่อยๆ ประจวบกับตอนนั้นเริ่มคิดอยากทำคาเฟ่ เลยบอกลีว่า อยากใช้กาแฟของอาข่า อ่ามา ที่ร้านเลยให้เขาส่งอีเอ็มเอสมาให้ที่โตเกียว” นัตสึซะเล่าถึงที่มาของการนำกาแฟอาข่า อ่ามา มาขายครั้งแรกในโตเกียวที่ Chikyu wo Tabisuru คาเฟ่ร้านแรกของเธอกับจุนเปซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อ 6 ปีก่อน

ต่อมาทั้งสองได้มีโอกาสไป Coffee Journey ซึ่งลีพาไปเรียนรู้ภูมิปัญญาในการปลูกและรักษาคุณภาพของกาแฟโดยตรงจากชาวอาข่าถึงหมู่บ้านแม่จันใต้ จังหวัดเชียงราย นอกจากเรื่องราวเกี่ยวกับกาแฟ สองสามีภรรยาชาวญี่ปุ่นยังประทับใจวิถีชีวิตชาวอาข่า ความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม และความพยายามในการพัฒนากาแฟเพื่อกลับมาพัฒนาชุมชน

“ตอนที่ได้ไปหมู่บ้านเป็นครั้งแรก ฉันรู้สึกประทับใจมากที่ชาวอาข่าปลูกกาแฟเองบนเขา กลายเป็นร้านกาแฟที่ยอดเยี่ยมและอร่อยในเชียงใหม่โดยชาวอาข่าเอง เรื่องแบบนี้ไม่มีที่ญี่ปุ่นหรอกค่ะ” เธอเล่าด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ตาเป็นประกาย

ไปคาเฟ่ Akha Ama สาขาโตเกียว คุยกับคู่รักญี่ปุ่นที่พากาแฟเผ่าอาข่าไปถึงแดนอาทิตย์อุทัย, Akha Ama Coffee JAPAN

​และเมื่อคาเฟ่ของนัตซึสะและจุนเปเข้าสู่ปีที่ 6 ทั้งสองวางทริปท่องเที่ยวยาว 3 เดือนโดยเริ่มต้นที่ประเทศไทย ตอนที่ได้เจอกันในเชียงใหม่ ลีถามพวกเขาเกี่ยวกับแผนขยายร้านที่ญี่ปุ่น เขาขยายร้านสาขา 2 ที่เชียงใหม่ตอนเข้าสู่ปีที่ 6 เหมือนกัน จึงอยากชักชวนลูกค้าที่กลายมาเป็นเพื่อนสนิททำร้านกาแฟด้วยกัน คุยไปคุยมาร้านเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง แต่ตอนนั้นทั้งสองต้องเดินทางไปที่อื่นต่อ จึงเก็บไอเดียนี้ไปตกตะกอนระหว่างเดินทาง

​“ระหว่างไปเที่ยวที่เนปาล โมร็อกโก และยุโรป เราสองคนคุยกันตลอดว่าอยากทำจริงๆ สุดท้ายเลยติดต่อลีกลับไปว่าอยากทำจริงจัง เดี๋ยวจะกลับไปคุยด้วยอีกรอบที่เชียงใหม่นะ รอก่อน” (หัวเราะ)

​สุดท้าย ลี เจนนี่ นัตซึสะ และจุนเป ก็นั่งประชุมกัน 4 คนเรื่องร้านทุกวันเป็นเวลา 10 วันที่เชียงใหม่

​จาก 1 ก็ถึง 10 ให้ Akha Ama Coffee JAPAN เริ่มต้นอย่างเป็นทางการเมื่อประมาณหนึ่งปีที่แล้วด้วยประการฉะนี้

ใช่ๆ

​ตอนแรกลีมองว่าจะทำคาเฟ่แบบ Collaboration ร่วมกัน แต่นัตซึสะกับจุนเปที่ประทับใจทั้งรสกาแฟและเรื่องราวของอาข่า อ่ามา คิดว่าไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ทำเป็นร้านกาแฟจริงจังไปเลยดีกว่า เพราะอยากให้คนญี่ปุ่นได้รู้จักอาข่า อ่ามา แบบที่พวกเขาได้รู้จัก

​“เมื่อประมาณตุลาคมปีที่แล้ว เราพาลีกับเจนนี่พาไปย่านต่างๆ และร้านกาแฟทั้งหลายในโตเกียว ก็สรุปกันว่าทีมญี่ปุ่นเดินหน้าหาโลเคชันได้เลย

“​ตอนแรกก็อยากให้ร้านอยู่ในย่านที่ดังเรื่องกาแฟอย่าง Kiyosumi-shirakawa ย่านชิบูย่า แต่อีกใจก็อยากให้ร้านแรกของอาข่า อ่ามา เจแปนเป็นร้านที่คนในชุมชนชื่นชอบและค่อยๆ ดังไปข้างนอก เหมือนกับอาข่า อ่ามา สาขาแรกที่สันติธรรม คืออยู่ในย่านชิคนะ แต่อยู่ในมุมที่สงบ” นัตซึสะเริ่มเล่า

​ดังนั้น ย่านที่ ‘ใช่’ สำหรับพวกเขาจึงกลายเป็นคากุระซากะ (Kagurazaka) ย่านสุดชิคเก๋และ Sophisticated ของโตเกียว

ไปคาเฟ่ Akha Ama สาขาโตเกียว คุยกับคู่รักญี่ปุ่นที่พากาแฟเผ่าอาข่าไปถึงแดนอาทิตย์อุทัย, Akha Ama Coffee JAPAN

​คากุระซากะอาจจะยังไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลายในหมู่นักท่องเที่ยว ที่นี่มีความเป็นเมืองเก๋ๆ สำหรับผู้ใหญ่ขึ้นมาหน่อย จะบอกว่าเก๋แบบเรียบๆ และเงียบสงบก็ว่าได้ เพราะเป็นย่านชุมชน (คนมีเงิน) ที่อยู่อาศัยแบบครอบครัวมากกว่าห้องเดี่ยว อยู่ใกล้มหาวิทยาลัย ไม่มีห้างสรรพสินค้าหรือแหล่งแฮงก์เอาต์ที่ดึงดูดวัยรุ่นเท่าไหร่ ไม่มีร้านอิซะกะยะราคาย่อมเยาที่เหมาะกับการโหวกเหวก แต่เต็มไปด้วยร้านไวน์และสาเกชั้นดี และที่เหมาะเจาะมากคือยังไม่มีร้านกาแฟจริงจังในย่านนี้เลย

ไปคาเฟ่ Akha Ama สาขาโตเกียว คุยกับคู่รักญี่ปุ่นที่พากาแฟเผ่าอาข่าไปถึงแดนอาทิตย์อุทัย, Akha Ama Coffee JAPAN

​“พอเริ่มหาก็พบว่า ค่าเช่าแถวนี้แพงมาก หาไม่ได้เลย จนมาเจอที่นี่ ซึ่งจริงๆ เป็นอพาร์ตเมนต์สำหรับอยู่อาศัย มีครัวและอะไรทุกอย่างครบหมดเลย โชคดีที่เจ้าของบ้านยินดีให้ทำคาเฟ่และรื้อตกแต่งภายในใหม่ได้ตามใจชอบ ราคาค่าเช่าไม่แพงด้วย ทุกอย่างเลยลงตัวมาก เพราะที่นี่อยู่ใกล้สถานีรถไฟก็จริง แต่อยู่ห่างจากถนนใหญ่และใกล้สวนสาธารณะ ตรงตามความตั้งใจที่อยากเป็นร้านดังในซอยเล็กๆ ของย่านเก๋”

​ได้ที่ชอบในย่านที่ใช่สำหรับผู้สร้างแล้ว สเต็ปต่อไปคือเนรมิตร้านให้ ‘ใช่’ สำหรับลูกค้าด้วย

​แม้จะเป็นร้านกาแฟสัญชาติไทยแท้ แต่ผู้เชี่ยวชาญวงการคาเฟ่ญี่ปุ่นทั้งสองมองว่า ร้านไม่จำเป็นต้องไทยจ๋าขนาดนั้น ไม่ต้องญี่ปุ่นด้วย นำของดีจากหลายประเทศมาผสมผสานได้เลย

​“คนยังไม่ค่อยรู้จักกาแฟไทย เลยอยากเชิญชวนให้คนเข้ามาด้วยความเป็นร้านกาแฟเก๋ๆ ที่คนญี่ปุ่นน่าจะชอบก่อน อ๊ะ ร้านกาแฟเก๋ๆ พอเขาเข้ามาก็จะได้ตื่นเต้น อ๊ะ กาแฟไทย พอได้ชิมก็แบบอ๊ะ อร่อยด้วย ฉันเชื่อว่าใครได้ลองชิมของอร่อยแล้วจะชอบเอง เลยทำให้ร้านสวยๆ ก่อน พอเขาเข้ามาชิมจะได้รู้จักความอร่อยของกาแฟไทย”

ไปคาเฟ่ Akha Ama สาขาโตเกียว คุยกับคู่รักญี่ปุ่นที่พากาแฟเผ่าอาข่าไปถึงแดนอาทิตย์อุทัย, Akha Ama Coffee JAPAN
ไปคาเฟ่ Akha Ama สาขาโตเกียว คุยกับคู่รักญี่ปุ่นที่พากาแฟเผ่าอาข่าไปถึงแดนอาทิตย์อุทัย, Akha Ama Coffee JAPAN

​คอนเซปต์การแต่งร้านหลักๆ จึงเป็นดีไซน์เรียบเก๋และการใช้ไม้กับสีดำเหมือนร้านที่ประเทศไทย แล้วใส่ความเป็นไทยตามจุดต่างๆ แบบไม่ยัดเยียด เช่น เสื้อผ้าชาวอาข่าที่ประดับอยู่บนผนัง รูปไร่กาแฟตอนไป Coffee Jouney ลวดลายสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัดจากลายผ้าเก่าแก่ของชาวอาข่าบริเวณประตูและป้ายชื่อร้าน และนางกวักขนาดกำลังดีที่เพื่อนคนไทยซื้อมาให้ ส่วนแพ็กเกจเมล็ดกาแฟทั้งสามชนิด ผลไม้ กลางๆ และเข้มข้น ได้ Illustrator ชาวญี่ปุ่นมาสร้างสรรค์ลวดลายผ้าของชาวอาข่าด้วยลายเส้นที่คนญี่ปุ่นน่าจะชื่นชอบ

ไปคาเฟ่ Akha Ama สาขาโตเกียว คุยกับคู่รักญี่ปุ่นที่พากาแฟเผ่าอาข่าไปถึงแดนอาทิตย์อุทัย, Akha Ama Coffee JAPAN
ไปคาเฟ่ Akha Ama สาขาโตเกียว คุยกับคู่รักญี่ปุ่นที่พากาแฟเผ่าอาข่าไปถึงแดนอาทิตย์อุทัย, Akha Ama Coffee JAPAN

เมื่อตำแหน่งที่ตั้งและรูปแบบการตกแต่งร้านน่าจะเป็นทางที่ใช่แล้ว เพราะตั้งแต่สองสามีภรรยาเปิดหน้าร้าน เปิดไฟให้เราถ่ายรูป คนที่อาศัยอยู่แถวนั้นก็แวะเวียนมาถามไถ่ขอซื้อกาแฟอยู่เรื่อยๆ จนประโยค “ร้านเริ่มเปิดวันที่ 1 ค่ะ” เป็นประโยคที่ปรากฏขึ้นมาบ่อยที่สุดระหว่างสนทนา

สู้ๆ

​ด้วยสถานการณ์โรคระบาดในปัจจุบัน คำนี้น่าจะเป็นคำที่ 4 ผู้ก่อตั้งได้ใช้บ่อยทีเดียว

​นัตซึสะกับจุนเปเจอร้านในฝันช่วงเดือนมกราคม จึงรีบเซ็นสัญญาทันที โดยนัดแนะกับลีและเจนนี่ไว้เสร็จสรรพว่า ถ้าแต่งร้านเสร็จแล้วจะให้ทั้งสองมาช่วยเซ็ตอัปร้านที่โตเกียว

​และแล้ว COVID-19 ก็ระบาดช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ทำให้ทีมไทยเดินทางมาไม่ได้ แต่เซ็นสัญญาเช่าร้านไปแล้ว ยังไงก็ต้องเดินหน้าต่อเท่านั้น

​“ฉันกับจุนเปไม่เคยทำร้านกาแฟมาก่อน เลยไม่รู้ว่าต้องซื้ออะไร ยี่ห้อไหนบ้าง ลีกับเจนนี่ต้องช่วยพวกเราเลือกของเข้าร้านผ่านการคุยออนไลน์ทั้งหมด” นัตซึสะเล่าพลางชี้ให้ดูอุปกรณ์ต่างๆ ก่อนจะเสริมว่า “อย่างที่ดริปนี่ของจากร้าน Gallery Drip Coffee ที่ไทยนะ”

ไปคาเฟ่ Akha Ama สาขาโตเกียว คุยกับคู่รักญี่ปุ่นที่พากาแฟเผ่าอาข่าไปถึงแดนอาทิตย์อุทัย, Akha Ama Coffee JAPAN
ไปคาเฟ่ Akha Ama สาขาโตเกียว คุยกับคู่รักญี่ปุ่นที่พากาแฟเผ่าอาข่าไปถึงแดนอาทิตย์อุทัย, Akha Ama Coffee JAPAN

​นอกจากนี้ ทั้งสองยังไปเรียนรู้เรื่องการทำกาแฟที่ไทยไม่ได้ด้วย ความฝันที่จะทำเมนูยอดฮิตอย่างมานีมานะและยกระดับลาเต้ของ Akha Ama Coffee JAPAN ให้ดีเท่าสาขาที่ไทยจึงต้องพับไปก่อน

​โชคดีที่งานตกแต่งภายในผ่านไปได้อย่างราบรื่น เพราะช่างไม้ทำงานได้ตามกำหนดการ อีกทั้งร้าน Chikyu wo Tabisuru ของทั้งสองก็ต้องปิดเป็นเวลา 1 เดือนครึ่งพอดี พวกเขาเลยใช้เวลานั้นในการเตรียมทุกอย่างที่นี่ให้พร้อม

​จะขาดก็แค่พระเอกสำคัญอย่าง ‘เครื่องคั่วกาแฟ’

“จริงๆ เราอยากนำกาแฟที่ส่งตรงจากไร่มาคั่วที่นี่ เพราะเราสองคนประทับใจความสัมพันธ์ที่ของไร่กับร้านกาแฟที่ไม่ต้องผ่านคนกลาง ซึ่งที่ญี่ปุ่นไม่ค่อยมีร้านกาแฟที่มีความสัมพันธ์โดยตรงกับฟาร์มที่ปลูกกาแฟอย่างเหนียวแน่นแบบนั้น นอกจากนี้ร้านอื่นจะมีกาแฟจากหลายๆ ประเทศ เช่น เอธิโอเปีย แต่ของเราเป็นกาแฟจากประเทศไทยอย่างเดียว เป็นกาแฟที่แม่ของลี ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของพวกเราเป็นคนปลูก มันถึงเป็นความรู้สึกพิเศษที่อยากให้คนที่มาร้านนี้ได้สัมผัสประสบการณ์ของความสัมพันธ์แบบนั้นโดยตรง ผ่านการชิมกาแฟที่ส่งตรงจากไร่ที่ชาวอาข่าปลูก มาคั่วให้เห็น ได้กลิ่น และดริปให้กินตรงหน้า” หญิงเก่งผู้ทำขนมในร้านทั้งหมดเองด้วยแจกแจง

ไปคาเฟ่ Akha Ama สาขาโตเกียว คุยกับคู่รักญี่ปุ่นที่พากาแฟเผ่าอาข่าไปถึงแดนอาทิตย์อุทัย, Akha Ama Coffee JAPAN

เธอชี้ให้เราดูจุดที่ควรเป็นที่ตั้งของเครื่องคั่ว เรื่องนี้ทางญี่ปุ่นทำอะไรยังไม่ได้ ต้องรอให้ลีและเจนนี่เดินทางมาญี่ปุ่นก่อน ความฝันที่จะได้นำเมล็ดกาแฟชนิดอื่นๆ ของอาข่า อ่ามา มาโตเกียวถึงจะเป็นจริง

“อีกเหตุผลสำคัญที่ทำให้การคั่วเมล็ดกาแฟขายที่นี่สำคัญมาก คือเราสองคนอยากสานต่อเจตนารมณ์ของแบรนด์อาข่า อ่ามา มาไว้ที่ญี่ปุ่นด้วย ดังนั้นการขายเมล็ดได้จึงสำคัญ เพราะมันจะกลับไปพัฒนาชุมชนที่หมู่บ้าน”

ไปคาเฟ่ Akha Ama สาขาโตเกียว คุยกับคู่รักญี่ปุ่นที่พากาแฟเผ่าอาข่าไปถึงแดนอาทิตย์อุทัย, Akha Ama Coffee JAPAN

โคตรดี

​คำว่า ‘โคตรดี’ นี้ จุนเปบอกว่าเจนนี่เป็นคนสอนให้ เราทึกทักเอาเองว่า น่าจะสอนให้พูดเวลาได้กินกาแฟอร่อย

​แต่พอได้ฟังเรื่องราวจุดเริ่มต้นร้าน Akha Ama Coffee JAPAN ก็เริ่มคิดว่า เขาอาจจะหมายถึงการที่พวกเขาทั้ง 4 คนได้มาเจอกัน

​“ตอนลีชวนทำร้านด้วยกัน ฉันดีใจมาก เพราะคิดว่าน่าจะมีชาวต่างชาติมากมายชวนลีไปลงทุน รวมไปถึงชวนมาทำที่ญี่ปุ่นด้วย แต่ลีบอกว่าอยากทำกับคนที่มีแนวคิดคล้ายกัน ให้ความสำคัญกับแก่นของอาข่า อ่ามา ซึ่งพวกเราเองก็ประทับใจเรื่องราวกาแฟอาข่า อ่ามา และสิ่งที่เขาให้ความสำคัญ อีกทั้งยังอยากเผยแพร่ให้คนญี่ปุ่นได้รับรู้ด้วย”

ความดีใจที่ได้รับความเชื่อใจจากลีและความยินดีที่ได้ทำงานเกี่ยวข้องกับไทย ซึ่งเป็นประเทศที่พวกเขารัก ทำให้นัตซึสะและจุนเปอยากทำให้ร้านนี้ประสบความสำเร็จให้ได้ อยากให้คนญี่ปุ่นได้รู้จักความอร่อยของกาแฟไทย จึงใส่ใจในทุกรายละเอียดตามแบบฉบับของชาวญี่ปุ่น

“ตอนที่ลองเปิด Soft Opening คนที่ไม่รู้จักกาแฟไทยมาก่อนยังกินแล้วบอกว่าอร่อย ฉันว่าร้านเราดังแน่ๆ ค่ะ” (หัวเราะ) หญิงสาวผู้โปรดปรานเมนูมานีมานะเป็นพิเศษเล่าด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

“อย่างที่บอกไปค่ะ พวกเราอยากให้คนญี่ปุ่นได้รู้จักความอร่อยของกาแฟไทย พอชอบกาแฟอาข่า อ่ามา แล้วก็หันไปชอบเมืองไทยด้วย ลีเองก็ตั้งเป้าว่าอยากเปิดหลายๆ ร้าน ดังนั้นหน้าที่ของร้านแรกร้านนี้ คือทำให้คนรู้จักความอร่อยของกาแฟอาข่า อ่ามา ทำให้คนรู้จักแบรนด์ และได้รับรู้เรื่องกิจการเพื่อสังคม การพัฒนาชุมชนต่างๆ ที่ลีทำ นี่คือก้าวแรกที่สำคัญค่ะ”

สำหรับเราคำว่า ‘โคตรดี’ หมายถึงกาแฟคั่วอ่อนดริปเย็นที่นัตซึสะชงให้และสิ่งที่พวกเขากำลังตั้งใจทำ

ไปคาเฟ่ Akha Ama สาขาโตเกียว คุยกับคู่รักญี่ปุ่นที่พากาแฟเผ่าอาข่าไปถึงแดนอาทิตย์อุทัย, Akha Ama Coffee JAPAN
ไปคาเฟ่ Akha Ama สาขาโตเกียว คุยกับคู่รักญี่ปุ่นที่พากาแฟเผ่าอาข่าไปถึงแดนอาทิตย์อุทัย, Akha Ama Coffee JAPAN

AKHA AMA COFFEE ROASTERS TOKYO

เวลาเปิด-ปิด 

อังคาร-ศุกร์ เวลา 08.00 – 19.00 น.

วันเสาร์ อาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ 10.00 – 19.00 น.

หยุดทุกวันจันทร์

Facebook : akhaamacoffee.japan

Writer & Photographer

Avatar

ณิชมน หิรัญพฤกษ์

นักศึกษาเอกภาษาญี่ปุ่นที่คิดเลขไม่ได้ อ่านแผนที่ไม่ออก แต่รักการเดินทาง / ผู้ประสานงานใน a day และ HUMAN RIDE ฉบับญี่ปุ่น / เจ้าของคอลัมน์ made in japan และหนังสือ 'ซะกะ กัมบัตเตะ!' ปัจจุบันใช้เวลาว่างจากการหาร้านคาเฟ่กรุบกริบไปนั่งเรียนปริญญาโทที่โตเกียว และโดนยัดเยียดความเป็นไกด์เถื่อนให้อยู่เป็นระยะ

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

เมื่อพูดถึงเวิ้งในจังหวัดเชียงใหม่ หลายคนคงนึกออกไม่มากก็น้อยตามแต่ที่เคยไป หรือนักศึกษารั้วม่วงอย่างผมคงหนีไม่พ้นเวิ้งคุณนลี อย่างไรก็ตาม ในช่วง 2 เดือนมานี้มี Community Space แห่งใหม่สำหรับคนเชียงใหม่เกิดขึ้นในทำเลใกล้กับสถานีรถไฟ

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

สถานที่แห่งนี้มีชื่อว่าHeng Station (เฮงสเตชั่น)’ เวิ้งอยู่ตรงข้ามกับสถานีรถไฟชนิดที่ระหว่างกำลังดื่มกาแฟอาจยกมือถือขึ้นมาถ่ายรูปรถไฟเป็นฉากหลังได้ หรือถ้ามาทานอาหารมื้อหนักก็มีร้านรองรับ พร้อมด้วยของหวานตบท้าย จบด้วยร้านเครื่องหอมไว้เป็นของติดไม้ติดมือกลับบ้าน

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

วันนี้ คิม-วโรดม สหชัยเสรี เขาคือชายหนุ่มผู้เกิด เติบโต และศึกษาเล่าเรียนที่เชียงใหม่ ก่อนต้องโยกย้ายตัวเองไปทำงานที่จังหวัดชลบุรี พร้อมกับเดินทางไปญี่ปุ่นทุกปี จนซึมซับวัฒนธรรมเหล่านั้นมาสั่งสมเอาไว้ แล้วจึงนำกลับมาประยุกต์ใช้เพื่อสานต่อธุรกิจที่บ้าน พร้อมกับเล่าเรื่องราวการรื้อฟื้นสถานที่ซึ่งมีความเป็นมายาวนานตั้งแต่ปี 1960 ให้มีชีวิตอีกครั้งหนึ่งในปี 2023 

เปิดประตูเวิ้งใหม่เอี่ยมมาเยี่ยมเยียนสถานที่เก่าแก่ 62 ปีพร้อมกันเลย

เสี่ยมเฮงพืชผล

สถานที่นี้มีเรื่องราวเริ่มต้นน่าสนใจ และต้อนย้อนกลับไปตั้งแต่สมัยรุ่นอากงของคิม เพราะแรกเริ่มเดิมทีตามคำบอกเล่าของเขา อากงข้ามน้ำข้ามทะเลหนีสงครามมาจากประเทศจีน ระหกระเหินมายังกรุงเทพฯ จากนั้นเดินเท้าตามรางรถไฟมาเรื่อย ๆ จนถึงจังหวัดเชียงใหม่ และลงหลักปักฐานด้วยการสมัครเข้าทำงานกับบริษัทเชลแล็กสยามในช่วงปี 1960

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

แล้วเรื่องราวก็กระโดดข้ามมายังช่วงเวลาประมาณปี 1977 (พ.ศ. 2520) บริษัทเชลแล็กสยามปิดตัวลง โดยไม่แน่ใจว่าย้ายมายังสถานที่ ณ ปัจจุบันนี้อยู่ก่อนแล้วหรือเปล่า

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

ถึงอย่างนั้นอากงของคิมก็ซื้อที่ดินแปลงนี้แล้วเปิดกิจการของตัวเองในชื่อ ‘เสี่ยมเฮงพืชผล’ นับตั้งแต่ปี 1971-1992 (เสี่ยม มีความหมายว่า สยาม และเป็นที่มาของชื่อ เฮง สเตชั่น ในปัจจุบัน) โดยเปลี่ยนมาค้ากระเทียมเป็นหลัก แต่ก็ยังมีเชลแล็กและพืชผลทางเกษตรกรรมอื่น ๆ ซึ่งรับมาจากชาวสวนในภาคเหนือ และส่งขึ้นรถไฟไปกรุงเทพฯ สถานที่ตรงนี้ที่ติดกับสถานีรถไฟ จึงเป็นทำเลอันเหมาะสมอย่างไร้ข้อโต้แย้ง

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

ช่วงปี 1991 อากงเสีย เหลือเพียงอาม่า ซึ่งแบกรับธุรกิจนี้ด้วยตัวคนเดียวไม่ไหว ส่วนคุณพ่อของคิมอยู่ในเส้นทางสายอาจารย์ และไม่มีความสนใจสานต่อสถานที่แห่งนี้ เสี่ยมเฮงจึงปิดตัวลงในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ปี 1992 ซึ่งเป็นปีเกิดของคิมพอดี และถูกทิ้งเป็นโกดังร้างนับแต่นั้นมา

เฮงสเตชั่น

เวลาล่วงเลยมาจนกระทั่งคิมเรียนอยู่มหาวิทยาลัยปีที่ 3 เขาค่อย ๆ รื้อฟื้นสถานที่แห่งนี้อีกครั้งด้วยการเปิดห้องแถวเชิงพาณิชย์เล็ก ๆ อยู่ด้านหน้าติดกับถนน อีกทั้งยังได้เรียนรู้และซึมซับการลงทุนจากคุณลุง และเมื่อถึงวัยทำงาน เขาจึงเริ่มฉุกคิดได้ว่า น่าจะเอาสถานที่ตรงนี้มาใช้ประโยชน์แทนที่จะไม่ปล่อยให้ทิ้งร้าง

คิมคิดแล้วคิดอีกว่าจะใช้ที่ดินตรงนี้ทำอะไรดี แต่ทุกครั้งก็มีคำถามพ่วงท้ายเสมอว่า พื้นที่นี้เป็นทางลึก หน้าแคบ และคุณพ่อตั้งเงื่อนไขเอาไว้ 1 ข้อ คือ ทุกอย่างต้องคงรูปร่างเดิมให้มากที่สุด การทุบเพื่อประกอบร่างใหม่หลายครั้งอาจนำมาซึ่งปัญหากับคุณพ่อได้ จุดนี้เองที่คิมต้องนำความรู้ด้านวิศวกรรมที่เขาร่ำเรียนมาใช้อย่างเต็มที่ ในการรีโนเวตโกดังแห่งนี้ไม่ให้เป็นแค่ห้องแถวต่อ ๆ กัน

“ผมเริ่มก่อสร้างจริง ๆ คือมีนาคม ปี 2022 ใช้เวลารีเสิร์ชนานมาก ออกแบบ วางแปลน สลับแปลน จะมีสวนตรงไหนเพื่อให้ดูไม่อึดอัด พร้อมกับดูบริบทพื้นที่โดยรอบ”

สเตชั่น Community Space ในสวนหลังบ้าน จ.เชียงใหม่ ที่ปลุกโกดังปี 1960 ของอากงให้มีชีวิต
สเตชั่น Community Space ในสวนหลังบ้าน จ.เชียงใหม่ ที่ปลุกโกดังปี 1960 ของอากงให้มีชีวิต

คิมสร้างตึกหลังหนึ่งข้างในโกดังอีกที เทคานส่วนที่เป็นกำแพง วางตอม่อเสาใหม่ และก่อกำแพงขึ้นมาด้านใน แต่ด้านนอกยังคงทุกอย่างไว้เหมือนเดิม จากเดิมที่เป็นหลังคาเต็ม เขารื้อหลังคาออกครึ่งหนึ่ง และปรับพื้นที่ตรงนั้นออกเป็นสวน เพื่อเพิ่มความน่าสนใจและดึงดูดให้คนเดินเข้าไปด้านใน

“ผมเพิ่มพื้นที่ด้วยการขยายเข้ามาในพื้นที่ของเราเอง สร้างคอมมูนิตี้ให้คนมาใช้เวลาวันหยุดกับเพื่อน” ประโยคนี้เห็นจะเป็นชิ้นส่วนสุดท้ายที่ทำให้การก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์

Community Space

“ผมว่าการใช้คำว่า คอมมูนิตี้ ดูเป็นสถานที่ที่ให้คนมาพบปะกันมากกว่าเป็นพื้นที่ขายของ ผมอยากให้คนมานั่งเล่น มาคุยกัน ใช้เวลานั่งเม้ากับเพื่อนในช่วงวันหยุด ก็เลยใช้คำนี้”

ในตอนนี้ เฮงสเตชั่น เปิดทำการตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น

คิมไม่ได้ต้องการให้ที่นี่กลายเป็นผับหรือบาร์ สาเหตุมาจากส่วนหนึ่งของพื้นที่เป็นที่อยู่อาศัยของครอบครัว เขาขอแค่ให้คนที่มาได้นั่งเล่น พูดคุย พบปะ ไม่จำเป็นต้องรับประสบการณ์ คิดเสียว่าที่นี่คือ ‘สวนหลังบ้าน’ ซึ่งทุกคนเข้ามาเดินเล่นได้อย่างผ่อนคลาย อีกทั้งยังมี 1 ร้านข้าว 1 ร้านกาแฟ 1 ร้านเครื่องหอม และ 2 ร้านเบเกอรี่ คอยรองรับความต้องการของเหล่าผู้คนที่เข้ามาเยือน

แล้วคิมก็พาเราทัวร์ตามร้านต่าง ๆ อย่างเป็นมิตร และให้พวกเขาอธิบายถึงจุดเด่นที่อยากนำเสนอ เราเริ่มต้นกันที่…

School Coffee

ร้านกาแฟที่ตั้งอยู่หน้าสุดของโครงการ เปรียบเสมือนพื้นที่รับแขกให้ผู้คนเข้ามาซื้อกาแฟหรือเครื่องดื่มก่อนเดินสำรวจ ร้านกาแฟแห่งนี้มีคอนเซปต์ว่า สร้างความสุขให้ทุกภาคส่วน เริ่มต้นจากธรรมชาติ แหล่งปลูกกาแฟ ต้นกาแฟสายพันธ์ุต่าง ๆ การแปรรูปกาแฟที่เป็นผลไม้ให้กลายเป็นสารกาแฟ ส่วนถัดมาเป็นบาริสต้า และจบลงที่ลูกค้าทุก ๆ ท่านได้รับผลิตภัณฑ์ดี ๆ จากทางร้าน

สเตชั่น Community Space ในสวนหลังบ้าน จ.เชียงใหม่ ที่ปลุกโกดังปี 1960 ของอากงให้มีชีวิต
สเตชั่น Community Space ในสวนหลังบ้าน จ.เชียงใหม่ ที่ปลุกโกดังปี 1960 ของอากงให้มีชีวิต

เมื่อไหร่ก็ตามที่ทุกคนในทุกภาคส่วนมีความสุข วงล้อแห่งการพัฒนาก็จะเริ่มเป็นไปตามแนวทางที่ทางร้านตั้งใจ และขับเคลื่อนได้ด้วยตัวของมันเอง แต่ก็ใส่พลังเข้าไปได้ในบางจังหวะ (ตามที่ทางร้านได้บอกกับเรา) เมื่อมาถึงร้าน School Coffee ลูกค้าเลือกกาแฟที่อยากจิบได้ตามต้องการ ตั้งแต่เมล็ด ระดับการคั่ว และกระบวนการชงกาแฟ ซึ่งเมนูซิกเนเจอร์ที่พวกเขาไม่เคยทอดทิ้งและยังคงมีตลอดไป นั่นคือ ยาคูลท์ปีโป้ปั่นและโอริโอ้ปั่น เพื่อเป็นเกียรติให้แก่บาริสต้าคนแรกผู้คิดค้น 2 เมนูนี้ที่อยู่คู่กับร้านมาตั้งแต่ยังเปิดอยู่ที่กรุงเทพฯ อ้อ ขอกระซิบดัง ๆ ว่าร้านนี้เจ้าของเดียวกับ ร้านสุขพอดี นะ

KLĀY concept

ร้านเครื่องหอมที่เน้นเล่าเรื่องราวผ่านงานเซรามิก

เทียนหอมในถ้วยเทียนเซรามิกมาจากเทศบาลเมืองแม่โจ้ เนื่องจากทางร้านพยายามสนับสนุนผู้ประการรายย่อยให้ได้มากที่สุด สินค้านิยมคือเจ้าก้อนสี่เหลี่ยม วิธีใช้ง่าย ๆ ไม่มีอะไรซับซ้อน หยดน้ำมันหอมระเหยลงบนก้อนเซรามิก แล้วรอให้ดูดซึมน้ำหอม ซึ่งทางร้านดีไซน์ให้มีความกลมอยู่ภายใน จึงเกิดการถ่ายเทเข้า-ออกของอากาศผ่านเนื้อเซรามิก เป็นการกระจายกลิ่นหอมเบา ๆ

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน
เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

ขณะเดียวกัน ทางร้านยังมีการจัดเวิร์กช็อปให้แก่ผู้ที่สนใจ เป็นการผสมกลิ่มน้ำหอม ทำเทียนหอม และทำเครื่องหอม เน้นเรื่องของการพยายามให้ผ่อนคลายทุกประสาทสัมผัสผ่าน Therapy

เวิร์กช็อปเป็นกลุ่มได้ไม่เกิน 6 คน หากใครสนใจสอบถามหน้าร้านได้เลย 

The Dorm Bakery

หนึ่งในร้านเบเกอรี่ประจำ เฮงสเตชั่น ที่เปิดหน้าร้านเป็นของตัวเองครั้งแรกพร้อมกับโครงการ โดยภายในร้านประกอบด้วยเมนูเบเกอรี่ปกติและเมนูวีแกน (ทางร้านเรียกว่า สูตรเจ) ในราคาไม่แพง 

ทุกเมนูต่างประกอบด้วยความโฮมและแฮนด์เมด เมนูที่ทางร้านแนะนำว่าต้องลองลิ้มให้ได้ ได้แก่ เค้กแคร์รอต พายแอปเปิล และกราโนล่าบาร์ (ปราศจากกลูเต็น อัดแน่นด้วยคุณประโยชน์)

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

Circle.Pound

ร้านเค้กวันเกิดที่ขายเค้กแบ่งชิ้นสำหรับลูกค้าที่ไม่อยากทานเยอะมาก เมนูแนะนำ ได้แก่ โยเกิร์ตชีสเค้ก ซึ่งเป็นเมนูที่มีทุกวัน ส่วนเมนูพิเศษ ทางร้านขอแนะนำ เครมบรูเล่ ชีสเค้กท็อปด้วยน้ำตาลเผา เวลากินต้องใช้ช้อนเคาะด้านบน ลูกค้าสนุกด้วย อร่อยด้วย

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

POHSOP local-rice eatery

ร้านอาหารจานข้าวที่ให้ความสำคัญกับการใช้ข้าวอย่างแท้จริง เพราะร้านโพสพเลือกคัดสรรข้าวแต่ละชนิดตามแต่ฤดูกาล เพื่อยกระดับและเชิดชูข้าวให้กลายเป็นพระเอกของร้าน โดยทางร้านบอกว่าทุกเมนูปลอดเนื้อสัตว์ เพราะอยากให้ลูกค้าได้พักท้องจากการย่อยอาหารมื้อหนัก ๆ ที่มีเนื้อสัตว์เป็นส่วนประกอบ และหวังว่าอาหารของทางร้านจะเป็น Comfort Food สำหรับใครหลายคน

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

นอกจากนี้ทางร้านยังไม่ได้เจาะจงสัญชาติหรือประเภทอาหารของตน เพราะด้วยความต้องการที่จะก้าวข้ามการถูกจำกัดความ อาหารของร้านโพสพจึงมีอาหารหลายสัญชาติ และผสมผสานจนเกิดเป็นอาหารหน้าใหม่ได้อย่างลงตัว เช่น พิซซ่าดอย ใช้ผักดองเป็นหน้าพิซซ่า และแป้งทำจากข้าวปุกงา หรือ ข้าวแต๋นทาปาส เป็นการผสมผสานอาหารทานเล่นของสเปนกับไทย

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

ตามที่บอกไว้ตอนต้น คิมซึมซับเอาวัฒนธรรมญี่ปุ่นมาไม่มากก็น้อยจากการเดินทางไปแดนอาทิตย์อุทัยหลายต่อหลายครั้ง แนวคิดในการสร้างสถานที่แห่งนี้จึงพยายามให้กลายเป็นสวนญี่ปุ่นที่ผู้คนมาเดินเล่น นั่งคุย หย่อนใจ รวมไปถึงพักเหนื่อยจากการเดินห้างสรรพสินค้าหรือท่องเที่ยวในช่วงที่นักท่องเที่ยวหนาแน่นระดับไหล่นชนไหล่ ศอกชนศอก 

แม้เฮงสเตชั่น จะเปิดมาเพียง 2 เดือน แต่ก็มีคนแวะเวียนมาสร้างสีสันให้พื้นที่คึกคักไม่ขาดสาย และคิมเองก็อยากขยับขยายพื้นที่ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ รวมถึงวางแผนจะรีโนเวตโกดังอีกหลังที่อยู่ติดกัน เพื่อเพิ่มจำนวนร้านค้า ขยายพื้นที่สีเขียว ลดจำนวนพื้นปูน และใกล้ความเป็นสวนที่สุด 

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน
Heng Station
  • 142 ซอยรถไฟ ตำบลวัดเกต อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ (แผนที่)
  • เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
  • 08 3765 0940
  • Heng Station

Writer

Avatar

พัทธนันท์ สวนมะลิ

เด็กกรุงเทพฯ ผู้เป็น Sneakerhead และ Cinephile ที่หอบเสื่อผืนหมอนใบมาเรียนเชียงใหม่ แล้วสุดท้ายก็กลับไปตายรังที่กรุงเทพฯ

Photographer

Avatar

กรินทร์ มงคลพันธ์

ช่างภาพอิสระชาวเชียงใหม่ ร่ำเรียนมาทางศิลปะจากคณะที่ได้ชื่อว่ามีวงดนตรีลูกทุ่งแสนบันเทิงของเมืองเหนือ มีความสุขกับการกดชัตเตอร์ในแสงเงาธรรมชาติ ชอบแมว หมา และบ้าจักรยานไม่แพ้กิจกรรมกลางแจ้งอื่น ๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load