ในศึก ฟีฟ่าเวิลด์คัพ 2026 ที่กำลังระอุขึ้นทุกขณะ มีชื่อหนึ่งที่ถูกพูดถึงไม่แพ้แฮร์รี เคน นั่นคือ จูด เบลลิงแฮม มิดฟิลด์สมองเพชรจากเรอัล มาดริด วัยเพียง 22 ปี ที่กำลังพิสูจน์ตัวเองอย่างงดงามว่าเขาคือผู้สืบทอดมรดกของสามสิงห์อังกฤษในยุคใหม่ และนี่คืออีกหน้าประวัติศาสตร์ที่เขากำลังเขียนขึ้นในฟุตบอลโลก 2026 อ่านเพิ่มเติมได้ที่ ข่าวบอลโลก 2026 ทั้งหมด
⚽ รอบแบ่งกลุ่ม เบลลิงแฮม เปิดศักราชด้วยประตูประวัติศาสตร์

ในนัดปิดกลุ่ม L อังกฤษเอาชนะปานามา 2-0 โดยได้ประตูจาก จูด เบลลิงแฮม และ แฮร์รี เคน ประตูของ จูด เบลลิงแฮม ในเกมนั้นเป็นมากกว่าแค่ 1 ประตู เพราะมันคือสัญญาณชัดเจนว่าในฟุตบอลโลก 2026 อังกฤษมีเบอร์ 10 ที่พร้อมแบกทีมได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ตลอดรอบแบ่งกลุ่ม จูด เบลลิงแฮม ไม่ได้เด่นเฉพาะในแง่ประตู แต่บทบาทในการเชื่อมเกมกลางสนามกับแนวรุก การบังคับให้คู่แข่งต้องส่งผู้เล่นมาดูแลถึง 2 คนในทุกจังหวะเกมรุก คือสิ่งที่ทำให้ทีมโดยรวมได้ประโยชน์มหาศาล
🔥 รอบ 32 ทีม ดราม่าสุดขีดกับ ดีอาร์ คองโก
ในเกมรอบ 32 ทีม อังกฤษพบดีอาร์ คองโก ที่ Mercedes-Benz Stadium เมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย กลายเป็นวันที่แฟนบอลอังกฤษหัวใจเกือบวายในครึ่งแรก ก่อนที่แฮร์รี เคนจะกลับมาช่วยชีวิตทีมด้วยสองประตูในครึ่งหลัง พาอังกฤษเอาชนะดีอาร์ คองโก 2-1 ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย
แต่ในเกมนั้น จูด เบลลิงแฮม คือหัวใจหลักของแรงกดดันที่อังกฤษสร้างขึ้นตลอดเกม ในนาทีที่ 29 เดแคลน ไรซ์เปิดบอลมาให้ จูด เบลลิงแฮม ขึ้นโขก แต่บอลยังไม่ผ่านมือลีโอแนล เอ็มปาซีที่ปัดออกไปได้ และในนาทีที่ 45+2 จูด เบลลิงแฮม ได้โอกาสโหม่งจ่อๆ อีกครั้งแต่ผู้รักษาประตูคองโกยังเหนียวพุ่งปัดออกไปได้อย่างเหลือเชื่อ
จังหวะชี้ชะตามาถึงเมื่อเบลลิงแฮมบังคับให้มปาซีเซฟอีกครั้ง บอลกลับมาที่กอร์ดอนซึ่งส่งให้เคนที่ขอบเขตโทษ กัปตันทีมไม่รีรอยิงด้วยเท้าขวาอย่างทรงพลังเข้ามุมบนขวาของประตูอย่างสวยงาม ทำให้อังกฤษขึ้นนำ 2-1 สะท้อนให้เห็นชัดว่าแม้ จูด เบลลิงแฮม จะไม่ได้ยิงประตูเอง แต่การที่เขาทำให้ผู้รักษาประตูต้องเซฟซ้ำแล้วซ้ำเล่าคือสิ่งที่สร้างประตูชัยในที่สุด
📊 บทบาทในระบบ ทูเคิล เบลลิงแฮม คือ “หัวใจ”
ในระบบ 4-2-3-1 ของอังกฤษภายใต้ โธมัส ทูเคิล เดแคลน ไรซ์ฟิตคืนตัวจริงเปิดทางให้ จูด เบลลิงแฮม กลับไปสวมบทบาทเบอร์ 10 และด้วยคุณภาพระดับโลกของแฮร์รี เคน และจูด เบลลิงแฮมที่สามารถตัดสินเกมได้ในจังหวะเดียว นี่คือสิ่งที่ทำให้อังกฤษโดดเด่นจากทีมอื่น
ทูเคิลวางระบบให้ จูด เบลลิงแฮม เป็นตัวเชื่อมทุกเส้นทางในเกมรุก เดินหน้าเต็มที่เมื่อมีบอล ถอยกลับช่วยแดนกลางเมื่อจำเป็น และที่สำคัญที่สุดคือทำหน้าที่ “แม่กุญแจ” ที่ปลดล็อกแนวรับทีมตรงข้ามในทุกนาทีที่สำคัญ
🌟 ชีวิตนอกสนาม ดาวรุ่งที่ทั้งโลกจับตา
รายชื่อ 26 นักเตะที่โธมัส ทูเคิลประกาศนำไปลุยฟุตบอลโลก 2026 นำโดย แฮร์รี เคน, จูด เบลลิงแฮม, บูกาโย ซากา แต่ไร้ชื่อ ฟิล โฟเดน, โคล พาลเมอร์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า จูด เบลลิงแฮม ไม่ใช่แค่ “คนรุ่นใหม่ที่น่าจับตา” อีกต่อไปแล้ว แต่คือผู้เล่นแกนหลักที่ขาดไม่ได้ในทีมชาติอังกฤษยุคนี้อย่างแท้จริง
ในวัยเพียง 22 ปี จูด เบลลิงแฮม แบกรับความคาดหวังของแฟนบอลอังกฤษหลายสิบล้านคน นับตั้งแต่เดบิวต์กับทีมชาติในวัยเพียง 17 ปี เขาเติบโตก้าวหน้าทุกปีอย่างน่าทึ่ง จากสโมสรเบอร์มิงแฮม ซิตี้ สู่โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ และล่าสุดคือเรอัล มาดริด ค่ายยักษ์ที่เขาใส่เสื้อเบอร์ 5 อย่างภาคภูมิใจ
🏟️ รอบ 16 ทีม อังกฤษ พบ เม็กซิโก ที่สนามอัซเตกา

อีกหนึ่งคู่ที่ร้อนแรงไม่แพ้ใครในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2026 เจ้าภาพร่วมอย่างเม็กซิโก เปิดรังสนามในตำนานต้อนรับทัพ “สิงโตคำราม” อังกฤษ ที่สนามอัซเตกา กรุงเม็กซิโกซิตี ความจุราว 87,000 ที่นั่ง ผู้ชนะจะผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย ไปเจอกับผู้ชนะระหว่างบราซิลกับนอร์เวย์ที่รอชิงตั๋วรอบก่อนหน้า
สนามอัซเตกาคือหนึ่งในสนามฟุตบอลที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลก เป็นสนามที่ดิเอโก มาราโดน่าเคยยิง “ประตูแห่งศตวรรษ” ในปี 1986 เป็นพิษสงทางจิตวิทยาที่ยากเกินจะเอาชนะสำหรับทีมเยือน จุดที่น่าห่วงสำหรับอังกฤษคือแนวรับที่ยังไม่นิ่ง และปัญหาการเจาะแนวรับที่ตั้งรับลึก ซึ่งเป็นสิ่งที่เม็กซิโกถนัด
แต่ด้วยคู่หูอย่าง จูด เบลลิงแฮม และ แฮร์รี เคน อังกฤษมีอาวุธที่น่ากลัวที่สุดในทัวร์นาเมนต์นี้ ทุกจังหวะของ เบลลิงแฮม ที่วิ่งเข้ารับบอลในพื้นที่ว่างหลังแนวรับคือฝันร้ายของทุกทีม และในวัยเพียง 22 ปี เขาพร้อมพาอังกฤษคว้าแชมป์โลกครั้งแรกในรอบ 60 ปี
🔮เบลลิงแฮม บทใหม่แห่งฟุตบอลโลก

ฟีฟ่าเวิลด์คัพ 2026 คือเวทีที่ จูด เบลลิงแฮม กำลังพิสูจน์ว่าเขาไม่ใช่แค่ “ดาวดวงใหม่” อีกต่อไปแล้ว แต่คือแสงสว่างที่สุกสว่างที่สุดดวงหนึ่งของฟุตบอลโลกยุคนี้ ในวันที่อังกฤษต้องการ จูด เบลลิงแฮม มากที่สุด เขาพร้อมอยู่เสมอ รวบรวมข่าวฟุตบอล
