ซาอุดีอาระเบีย พบ อุรุกวัย 15 มิถุนายน 2569 – ไมอามี การ์เดนส์, ฟลอริดา นัดที่สองของกลุ่ม H ใน ฟุตบอล ฟีฟ่าเวิลด์คัพ 2026 ระหว่าง ซาอุดีอาระเบีย และ อุรุกวัย ที่สนามฮาร์ด ร็อค สเตเดียม เมืองไมอามี การ์เดนส์ จบลงด้วยผลเสมอ 1-1 จากเกมที่ซาอุดีอาระเบียนำก่อนตั้งแต่ครึ่งแรก ก่อนที่อุรุกวัยจะสามารถตีเสมอได้ในนาทีที่ 80 ท่ามกลางการทำหน้าที่อย่างสุดยอดของโมฮัมเหม็ด อัล-โอวาอิส ผู้รักษาประตูเสาหลักของทีมเหยี่ยวเขียว ที่เซฟได้ถึง 9 ครั้งตลอดเกม ข่าวฟุตบอลโลก
เกมเชิงแทคติก รัดกุมตั้งแต่ต้น
การแข่งขันนัดนี้เป็นเกมที่เต็มไปด้วยแทคติกและความระมัดระวัง ทั้งสองทีมต่างเล่นเกมรับที่มีระเบียบและไม่เปิดพื้นที่ให้คู่แข่งง่ายๆ ทำให้บรรยากาศในช่วงต้นเกมตึงเครียดและไม่มีทีมใดสามารถสร้างโอกาสที่อันตรายได้อย่างชัดเจน
ทั้งสองทีมต่างรู้ดีว่าการแพ้ในนัดเปิดสนามนั้นจะสร้างความกดดันอย่างมากในนัดถัดไป ทำให้แต่ละทีมเลือกที่จะคุมเกมอย่างรัดกุมในช่วงต้น อย่างไรก็ตาม โอกาสแรกที่เป็นรูปธรรมก็เกิดขึ้นในฝั่งของซาอุดีอาระเบีย เมื่ออัล-โอวาอิสเองก็แสดงฝีมือตั้งแต่ครึ่งแรก ด้วยการเซฟลูกโหม่งอันทรงพลังของเฟเดอริโก้ วิญาส ในนาทีที่ 44 ที่ดูเหมือนจะเข้าประตูแน่นอน
อัล-อัมรีเปิดสกอร์จากเซ็ตพีซ นาทีที่ 40

จุดเปลี่ยนสำคัญของครึ่งแรกเกิดขึ้นในนาทีที่ 40 เมื่ออับดุลเลาะห์ อัล-อัมรี ใช้ประโยชน์จากความผิดพลาดของเฟร์นันโด มุสเลร่า ผู้รักษาประตูอุรุกวัย ที่ปัดบอลออกมาไม่ดีหลังจากรับลูกโหม่งจากเซ็ตพีซ ทำให้อัล-อัมรีสามารถตามเก็บบอลที่หลุดมาและยิงเข้าประตูได้สำเร็จ
ประตูนี้ถือเป็นรางวัลสมน้ำสมเนื้อให้กับซาอุดีอาระเบีย ที่แม้จะถูกครองสถิติเสียเปรียบในหลายด้าน แต่กลับมีความคมในการจบสกอร์มากกว่า โดยแม้จะมีจำนวนลูกยิงรวมที่เท่ากันที่ 5 ครั้งต่อ 5 ครั้ง แต่ซาอุดีอาระเบียกลับยิงเข้ากรอบได้ถึง 3 ครั้ง ขณะที่อุรุกวัยเข้ากรอบได้เพียงครั้งเดียวในช่วงครึ่งแรก ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าทีมเหยี่ยวเขียวมีประสิทธิภาพในการใช้โอกาสมากกว่า แม้จะถูกครองเกมในแง่สถิติ
อย่างไรก็ตาม ก่อนหมดครึ่งแรกอัล-อัมรีก็ได้รับใบเหลืองในนาทีที่ 43 จากการฟาวล์มักซีมีเลียโน่ อาราอูโฆ ทำให้ตัวเองต้องระวังในการเข้าปะทะในช่วงที่เหลือของเกมด้วย
ครึ่งหลัง อุรุกวัยเร่งเครื่อง อัล-โอวาอิสเหมือนมีพิเศษ
เปิดมาในครึ่งหลัง อุรุกวัยเดินหน้าบุกอย่างดุดันและเกือบตีเสมอได้ทันที โดยเฟเดอริโก้ วิญาส โหม่งบอลจากลูกครอสอย่างสวยงาม แต่อัล-โอวาอิสก็รับมือได้อีกครั้ง จากนั้นโอกาสก็ตกมาถึง ดาร์วิน นูเญซ กองหน้าตัวเก่งของอุรุกวัย แต่เขากลับยิงโหม่งพลาดจากตำแหน่งที่น่าจะทำประตูได้ โดยบอลออกนอกกรอบ ทำให้ซาอุดีอาระเบียรอดพ้นอีกครั้ง
อัล-โอวาอิสกลายเป็นพระเอกของเกม ด้วยการทำหน้าที่อย่างยอดเยี่ยมในครึ่งหลัง โดยเฉพาะจังหวะที่เฟเดอริโก้ บัลเบร์เด ยิงด้วยลูกที่ทรงพลังจนดูเหมือนจะเข้าประตูแน่นอน แต่อัล-โอวาอิสก็ยังสามารถรับมือได้อย่างน่าตื่นตะลึง ไม่หยุดเพียงแค่นั้น ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บนิโคลัส เดอ ลา ครูซ ยังได้โอกาสแต่อัล-โอวาอิสก็ยังสามารถเซฟได้อีกครั้ง สะท้อนให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของเขาในคืนนี้
อาราอูโฆทวงคืนความเสมอภาค นาทีที่ 80

แม้อัล-โอวาอิสจะทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยม แต่ในที่สุด อุรุกวัย ก็สามารถทะลุทะลวงกำแพงป้องกันของซาอุดีอาระเบียได้สำเร็จ เมื่อมักซีมีเลียโน่ อาราอูโฆ ยิงตีเสมอได้ในนาทีที่ 80 ทำให้สกอร์กลับมาเป็น 1-1 หลังจากที่อุรุกวัยเดินหน้าบุกอย่างไม่ลดละตลอดครึ่งหลัง
ประตูของอาราอูโฆถือเป็นผลตอบแทนจากความพยายามและการครองเกมของอุรุกวัยในครึ่งหลัง และเป็นการยืนยันว่าแม้ซาอุดีอาระเบียจะตั้งรับได้ดีเพียงใด ความต่อเนื่องในการบุกของอุรุกวัยในที่สุดก็ต้องออกผล
ตัวเลขสถิติสุดท้ายของเกมนี้บอกเล่าเรื่องราวได้อย่างชัดเจน เพราะอัล-โอวาอิสเซฟได้ถึง 9 ครั้งตลอดเกม ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่โดดเด่นมากในฟุตบอลโลกครั้งนี้ และเป็นกำแพงด่านสุดท้ายที่ทำให้ซาอุดีอาระเบียยังคงรักษาแต้มเสมอไว้ได้จนถึงนาทีสุดท้าย สรุปการแข่งขัน
ความหมายต่อตารางคะแนนกลุ่ม H
ซาอุดีอาระเบีย พบ อุรุกวัย ผลเสมอ 1-1 ในนัดนี้ทำให้ทั้งซาอุดีอาระเบียและอุรุกวัยต่างได้คนละ 1 แต้ม ซึ่งเมื่อรวมกับผลการแข่งขันของกลุ่ม H นัดแรกที่สเปนและเคปเวิร์ดเสมอกัน 0-0 ทำให้ตารางคะแนนกลุ่ม H หลังจบนัดแรกทุกทีมมีแต้มเท่ากันหมดที่คนละ 1 แต้ม เปิดทางให้ทุกทีมในกลุ่มยังมีสิทธิ์ลุ้นเข้ารอบต่อไปได้อย่างเท่าเทียมกัน ฟีฟ่าเวิลด์คัพ 2026
ในอดีต อุรุกวัยเคยเอาชนะซาอุดีอาระเบียในฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซียไปด้วยสกอร์ 1-0 ทำให้ผลเสมอในครั้งนี้ถือเป็นก้าวที่ดีขึ้นสำหรับซาอุดีอาระเบีย โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาจากสถิติที่อุรุกวัยสร้างได้ในครึ่งหลัง ทำให้การที่เหยี่ยวเขียวยังสามารถเก็บ 1 แต้มกลับมาได้ถือเป็นความสำเร็จที่น่าพอใจ โดยมีอัล-โอวาอิสเป็นฮีโร่ตัวจริงของคืนนี้อย่างไม่ต้องสงสัย อัปเดตผลสกอร์ล่าสุด
