3 มิถุนายน 2564
39 K

ว่ากันว่าอายุเป็นเพียงตัวเลข แต่ยิ่งจำนวนขวบปีมากขึ้นเท่าไหร่ ตัวเรากลับยิ่งหลงลืมสุนทรีย์ในวัยหนุ่มสาวมากขึ้นเท่านั้น เมื่อข้ามผ่านวัย 70 แม่แต๋ว-อัจฉรา นรินทรกุล ณ อยุธยา เธอเคยเป็นเบอร์หนึ่งด้านแฟชั่นและเป็นแฟชั่นนิสต้าตัวแม่ สวมเสื้อผ้าหลากสีไม่เคยซ้ำ อายุไม่เคยมีผลต่อความมั่นใจด้านการแต่งตัว จนกระทั่งแม่แต๋วถูกโรคอัลไซเมอร์พรากหัวใจที่ยังสาว เธอพรางกายด้วยเสื้อผ้าสีหม่นทึบ จำนนต่อความทรงจำสีซีดจางตามอาการของโรค

70YoungTeaw ลูกชายบันทึกภาพแฟชั่นนิสต้าของแม่แต๋ว เพื่อบอกว่าเธอแจ๋วกว่าอัลไซเมอร์

แต่ด้วยความแน่วแน่ของลูกชายอย่าง นินทร์ นรินทรกุล ณ อยุธยา ช่างภาพฝีมือดีที่คุณเคยคุ้นตาผลงานของเขาจาก The Cloud นินทร์เชื่อว่า ‘แก่แล้วต้องไม่หง่อม‘ อินสตาแกรม 70YoungTeaw จึงถือกำเนิดขึ้น เพื่อเป็นพื้นที่เก็บความทรงจำของคุณแม่แต๋วที่แต่งตัวสุดแจ๋ว ไม่ว่าจะเดินห้าง เที่ยวคาเฟ่ ช้อปปิ้งซูเปอร์มาร์เก็ต แม้แต่กินข้าวราดแกงหน้าปากซอย ชุดแม่แต๋วต้องจัดเต็มทุกครั้งไม่มีพลาด ยกให้ตีคู่กับแม่ชมเป็น ‘แม่แต๋ว is Material Girl’

70YoungTeaw ลูกชายบันทึกภาพแฟชั่นนิสต้าของแม่แต๋ว เพื่อบอกว่าเธอแจ๋วกว่าอัลไซเมอร์

“อายุเจ็ดสิบของแม่มันต้องสนุก ต้องดีด้วยความเป็นแฟชั่น แฟชั่นต้องช่วยเขาได้” นินทร์ย้ำ

เบื้องหลังแฟชั่นสวยงามบนหน้าอินสตาแกรม มีสมองที่กำลังจะลืมเลือนเป็นบททดสอบ 

นินทร์และแม่แต๋วเอาชนะด้วยหัวใจที่ไม่ยอมแพ้ และตลอดระยะเวลา 2 ปีของการกลับมาอยู่ด้วยกันของคนต่างวัยก็ไม่ใช่เรื่องง่าย นินทร์ต้องจัดบ้านพร้อมกับจัดการความรู้สึกไปพร้อมๆ กัน หากแต่ลองมองอีกมุมหนึ่ง

“ป่วยก็ขำได้”

ไม่ยอมแพ้ต่อสมองขี้ลืม

“ตอนนั้นเราต้องไปถ่ายงานที่จังหวัดภูเก็ต เราบอกแม่ว่า ในตั๋วบินตอนแปดโมง ต้องถึงสนามบินเจ็ดโมง กลายเป็นว่าแปดโมงเพิ่งถึงสนามบิน สุดท้ายก็ตกเครื่อง ซึ่งปกติเขาขึ้นเครื่องบินตลอด เขาทำทุกอย่างเองได้หมด 

“ตั้งแต่วันนั้นเมื่อสองปีที่แล้ว ทำให้เรารู้ว่าตัวเลขง่ายๆ เวลานัดหมายต่างๆ เขาลืมแล้ว”

นินทร์พาย้อนไปถึงจุดเริ่มต้นที่ทำให้รู้สึกถึงอาการผิดแปลกของแม่ 

ทำอะไรช้าลง หลงลืมนัดหมาย ตลอดจนลืมเลือนสิ่งที่หลงใหลที่สุดอย่างเสื้อผ้า ทั้งที่เป็นสาวแฟชั่นตัวยง

“เขาเริ่มลืมที่จะเอาชุดสวยๆ มาใส่ ใส่แต่ชุดที่ไม่ร้อน ซักแล้วใส่เรื่อยๆ เดิมๆ ทั้งที่มีชุดผ้าไหม ชุดตีนจกเยอะมาก อย่างบ้านเก่าก็เสื้อผ้าเยอะเพราะแขวนแต่เสื้อผ้าเต็มไปหมด แต่นั่นคือการแสดงออกของอาการป่วยนะ

“ไม่ใช่แค่ซื้อเสื้อผ้าเยอะเฉยๆ แต่เอาเสื้อผ้ามาแขวนในห้องน้ำจนไม่มีที่อาบน้ำ ต้องมาอาบหน้าบ้าน”

70YoungTeaw ลูกชายบันทึกภาพแฟชั่นนิสต้าของแม่แต๋ว เพื่อบอกว่าเธอแจ๋วกว่าอัลไซเมอร์

อาการหลงลืมชี้ชัดว่าแม่แต๋วป่วยด้วยอัลไซเมอร์ และเรื่องที่เจ็บปวดที่สุดคงเป็นการจำสิ่งที่เคยรักไม่ได้ 

นินทร์จึงตัดสินใจพาแม่กลับมาอยู่บ้านด้วยกันเพื่อดูแลอย่างใกล้ชิด

“ทุกสองเดือนเขาจะช้าลง คำหายไปอีกร้อยคำ เราเคยดูแลตาที่เป็นอัลไซเมอร์ ตอนนั้นกินยาจากโรงพยาบาลเท่าไหร่ก็ทรุด ความทรงจำไม่กลับมาเลย เราคิดว่ากิจกรรมที่เขาทำ เสื้อผ้าที่เขาใส่ สำคัญยิ่งกว่ายา 

“เราคิดแค่ว่า จะไม่ยอมแพ้ต่อสมองที่มันกำลังจะลืม” ลูกชายตั้งมั่น

ถ้าความรักยังคงมี เราจะปรับเข้าหากัน

“ช่วงหกเดือนแรกเหมือนสงคราม” 

เป็นนัยว่าเบื้องหลังไม่สวยงามเหมือนเบื้องหน้าที่ปรากฏบนอินสตาแกรม เมื่อคนสองวัยต้องอยู่บ้านหลังเดียวกัน การต่อสู้ระหว่างอารมณ์กับอาการหลงลืมจึงเริ่มต้นขึ้น เขาและแม่ต้องค่อยๆ ปรับตัวเข้าหากันอย่างเข้าอกเข้าใจ 

ซึ่งไม่ง่าย และไม่เคยง่าย

มาริเอะ คนโด (Marie Kondo) นักจัดบ้านระดับโลก เคยกล่าวไว้ว่า การจัดบ้านเปลี่ยนชีวิตคนได้ 

เรื่องราวครั้งนี้ก็เช่นกัน นินทร์ตัดสินใจกลับมาจัดบ้านของตัวเองอย่างจริงจัง เมื่อเครื่องแต่งกายที่เคยมอบความสุขแก่แม่ กลับมีมากมายจนกลายเป็นความทุกข์ เพราะไม่ถูกจัดแจงอย่างเข้าที่ จนดำเนินกิจวัตรตามปกติไม่ได้

70YoungTeaw ลูกชายบันทึกภาพแฟชั่นนิสต้าของแม่แต๋ว เพื่อบอกว่าเธอแจ๋วกว่าอัลไซเมอร์
คุยกับ นินทร์-นรินทรกุล ณ อยุธยา ช่างภาพเจ้าของอินสตาแกรม 70YoungTeaw และ ลูกชายผู้เชื่อมั่นว่าแฟชั่นสุดแจ๋วรักษาอาการอัลไซเมอร์ของแม่แต๋วได้

“หักดิบเลย ใช้เวลาโละทั้งหมดเจ็ดวัน เอาเสื้อผ้าจากบ้านหลังนั้นย้ายมาบ้านหลังนี้ คัดเอาแต่เสื้อผ้าที่ตัดเย็บดี ลายผ้ากราฟิกสวย แฟชั่นที่เราชอบ และทิ้งทั้งหมดที่คิดว่าไม่จำเป็น ตอนนั้นจ้างคนช่วยทิ้งอยู่หลายวัน

“ตู้เสื้อผ้าก็เปลี่ยนจากที่เต็มสุดๆ กลายเป็นตู้เล็กๆ แขวนเฉพาะตัวที่ต้องใส่เจ็ดวัน เขาเลือกใส่ได้ง่ายเพราะเห็นว่ามันแขวนอยู่ พอบ้านเรียบร้อย ชุดน้อย ตู้เสื้อผ้าเป๊ะ เราบอกให้เขาหยิบเสื้อผ้าก็หยิบถูก ทุกอย่างง่ายขึ้นเยอะ”

คุยกับ นินทร์-นรินทรกุล ณ อยุธยา ช่างภาพเจ้าและลูกชายผู้เชื่อมั่นว่าแฟชั่นสุดแจ๋วรักษาอาการอัลไซเมอร์ของแม่แต๋วได้

ไม่เพียงตู้เสื้อผ้าที่ถูกจัดระเบียบ ตลอดระยะเวลา 2 ปี บริเวณบ้านปรับเปลี่ยนเพื่อบำบัดอาการของแม่ ทั้งรื้อโครงสร้างบ้านให้โปร่งโล่งรับลมและรับแสงแดด ปลูกต้นไม้รอบบ้านเพื่อให้แม่ใกล้ชิดธรรมชาติ จัดแต่งมุมพักผ่อน เพื่อกระตุ้นให้ทำกิจกรรมใหม่ๆ ทั้งฟังเพลง อ่านหนังสือ เขียนไดอารี่ ทำอาหาร และล่าสุดกำลังอินเรื่องชงกาแฟ

“ถ้าเราไม่มีงาน ทั้งวันคือของเขาหมดเลย ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง” 

นินทร์สร้างสภาพแวดล้อมใหม่ พฤติกรรมใหม่ เพื่อเอื้อต่อการรักษาอัลไซเมอร์ของแม่ เพราะลูกชายคนนี้เชื่อมั่นว่า เมื่อแม่แต๋วได้ขยับเนื้อ ขยับตัว และขยับสมอง เมื่อนั้นย่อมเกิดการรักษาที่ดียิ่งกว่ายารักษาโรคเสียอีก

บันทึกของแม่แต๋ว

คุยกับ นินทร์-นรินทรกุล ณ อยุธยา ช่างภาพเจ้าและลูกชายผู้เชื่อมั่นว่าแฟชั่นสุดแจ๋วรักษาอาการอัลไซเมอร์ของแม่แต๋วได้

24 เม.ย.

วันนี้อาบน้ำแต่งตัวตอน 12.30 น. เพื่อไปอีเกีย กะจะซื้อของหลายอย่าง ไม่แน่ใจว่าเงินจะพอพอไหม แต่ก็สบายใจอยู่อย่าง ตรงนี้จ้อบจะซื้อของขวัญชิ้นใหญ่ให้ เนื่องในโอกาสที่ดิฉันอาบน้ำสะอาดฟองฟอสได้ซักทีหนึ่ง 

ของขวัญนี้คือทีวีเครื่องใหญ่ สมใจกูซักที นึกว่าชาตินี้กูจะไม่ได้ดูทีวีกับคนอื่นแล้ว หวังว่าต่อไปจากนี้ ดิฉันจะเป็นคนรักการอาบน้ำ และมีความสุขกับการใช้ชีวิตใกล้ตายนี้อย่างสะอาด ไร้กลิ่นตุๆ กวนใจซะทีหนึ่ง

แฟชั่นต้องช่วยแม่ได้

“วันนั้นพาเขาเดินไปกินลอดช่องที่สามย่าน มันทำให้เรารู้ว่าแม่ไม่ชอบออกกำลังกาย แต่ชอบเดินออกไปหาของอร่อย เราก็เลยแทรกการแต่งตัวเข้าไปในกิจกรรมที่เขาชอบ” ลูกชายจับสังเกตและปิ๊งไอเดียน่าสนุก (มาก)

คำชักชวนของนินทร์ทำให้แม่เริ่มสนุกกับการแต่งตัวมากขึ้น วันนี้จะใส่อะไรดี กลายเป็นคำถามที่แม่แต๋วถามตัวเองทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน ไม่ว่าจะไกลหรือใกล้ ลูกชายก็ไม่ยอมให้แม่แต่งตัวซ่อมซ่อ ไร้สีสัน ชุดแม่ต้องจัดเต็มสมเป็นเจ้าแม่แฟชั่นเสมอ และคงน่าเสียดายไม่น้อย ถ้าแม่แต๋วแต่งตัวสวยออกไปเดินเล่นนอกบ้าน พบปะผู้คนระหว่างทาง และอิ่มท้องกับของอร่อย แต่กลับจำเรื่องราวเหล่านั้นไม่ได้ ลูกชายจึงอาสาเป็นช่างภาพประจำตัว คอยเก็บภาพนางแบบวัยเก๋าแบ่งปันลงในอินสตาแกรม 70YoungTeaw พร้อมคำบรรยายภาพที่มากด้วยกำลังใจ จนผู้ติดตามต้องเผลอยิ้ม

คุยกับ นินทร์-นรินทรกุล ณ อยุธยา ช่างภาพเจ้าและลูกชายผู้เชื่อมั่นว่าแฟชั่นสุดแจ๋วรักษาอาการอัลไซเมอร์ของแม่แต๋วได้

อีกทั้งรูปถ่ายเหล่านั้นยังชวนระลึกถึงความประทับใจในวัยเยาว์ของนินทร์ด้วย 

ตอนเด็กๆ เวลาแม่ไปรับสมุดพกที่โรงเรียน เราจะรู้สึกว่าแม่เราเจ๋งเสมอ ภูมิใจมาก แต่งตัวเด่นไม่แคร์ใครในแง่ความเป็นแฟชั่นของเขา พอเรามาถ่ายรูปเขาตอนนี้ เราก็เริ่มรู้สึกถึงวันเก่าๆ ที่เขาเริ่มแต่งตัวแบบนี้เหมือนกัน”

แม้สมองอาจหลงลืม แต่หัวใจแฟชั่นนิสต้าไม่เลือนหาย ทุกวันนี้แม่แต๋วยังตื่นตาทุกครั้งที่ได้ชื่นชมการแต่งกายของนักแสดง พิธีกร หรือผู้ประกาศข่าวผ่านโทรทัศน์ รวมถึงเป็นแฟนพันธุ์แท้รายการ Project Runway ด้วย 

ไม่ใช่แค่นักช้อปเสื้อผ้าหลากสี แม่แต๋วยังเป็นนักสะสมผ้าไหมตัวยง

คุยกับ นินทร์-นรินทรกุล ณ อยุธยา ช่างภาพเจ้าและลูกชายผู้เชื่อมั่นว่าแฟชั่นสุดแจ๋วรักษาอาการอัลไซเมอร์ของแม่แต๋วได้

ครั้งเมื่อนินทร์เปิดกรุผ้าเก่าของแม่ และพบผ้ามีราคาเริ่มเสียหายจากมอดกัดกิน เขาไม่รอช้า รีบนำผ้าเหล่านั้นส่งถึงมือ ลินดา เจริญลาภ ดีไซเนอร์เจ้าของแบรนด์เสื้อผ้า LaLaLove ผู้เปลี่ยนผ้าไทยให้ทันสมัย โดยนักออกแบบใช้แนวคิดแบบ Upcycling เนรมิตผ้าไหมเก่าหลากชิ้น กลายเป็นชุดเดรสใหม่หลากสี รูปทรงทันสมัย ตัดเย็บพอดีตัว ประจวบเหมาะพอดีได้ใส่ชุดในงานแต่งของลูกชายคนรอง คนในงานตื่นตาตื่นใจ ส่วนแม่แต๋วก็ตื่นเต้นกับการตัดเย็บไม่แพ้กัน

“เราคิดว่าแฟชั่นต้องช่วยเขาได้” นินทร์ย้ำ

“เราเชื่อเรื่องสีสันหรือการอยู่กับอะไรที่สวยงาม มันจะทำให้สมองเขาไม่นิ่งและไม่เหงาเกินไป” 

บำบัดทุกข์ บำรุงสุข

ขณะเลื่อนอินสตาแกรมย้อนดูภาพวันวาน ความทรงจำค่อยๆ เด่นชัด ราวกับมีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง 

“พอแม่ป่วย เราก็ไม่คิดว่าจะมาได้ถึงขนาดนี้ จำได้ว่าตอนเขาเริ่มลืม เราแทบจะเข้าไปจัดตู้เสื้อผ้าทั้งหมด ทำรังให้เขาใหม่ ให้เป็นตู้เสื้อผ้าสวยๆ ไม่คิดว่าวันนี้จะมีโมเมนต์แบบนั้น” นินทร์กลับมาทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นอีกครั้ง

การจัดบ้านครั้งใหญ่คราวนั้น เข้ามาเปลี่ยนอะไรในตัวเขาบ้าง-เราถาม

“พอเราสอนให้เขาเป็นระเบียบ เราต้องเป็นระเบียบมากกว่า ถ้าเรายังมีของหรือทำอะไรที่ผิดตามที่บอกเขาไม่ได้ กลายเป็นว่าเขาไม่เชื่อ ห้องเราต้องเรียบร้อยก่อนห้องเขา เราได้เปลี่ยนตัวเองให้ดีขึ้นเพราะเราต้องดูแลเขา” 

คุยกับ นินทร์-นรินทรกุล ณ อยุธยา ช่างภาพเจ้าและลูกชายผู้เชื่อมั่นว่าแฟชั่นสุดแจ๋วรักษาอาการอัลไซเมอร์ของแม่แต๋วได้

นอกจากจัดระเบียบภายในบ้าน การจัดระเบียบอารมณ์ภายในใจ เป็นอีกสิ่งที่นินทร์ต้องต่อสู้เสมอมา

“ตอนนั้นแม่ไปอีเกียแล้วท้องเสีย เขาไม่ไหวแล้ว เราไม่รู้จะทำยังไง ก็เอารถเข็นมาเพื่อจะพาเขาไปห้องน้ำ สุดท้ายไม่ทัน กลางอีเกียเลย ตอนนั้นเราไม่ว่าอะไรเขาเลย ทั้งที่เราทะเลาะกับเขาเพราะต้องมีระเบียบ 

“แต่วันนั้นเราเป็นเพื่อนเขา ไม่เป็นไรนะ คนเราท้องเสียได้ไม่ผิด เดี๋ยวซักให้ วันนั้นทำให้เราเห็นตัวเอง เราปล่อยวางมากขึ้น และเราเตือนตัวเองว่าเราต้องปล่อยวางให้ได้แบบนั้นบ่อยๆ นะ” 

จากวันแรกที่เริ่มบันทึกภาพของแม่แต๋ว วันนี้อินสตาแกรม 70YoungTeaw เต็มไปด้วยเรื่องราวหลากสี ไม่แพ้เครื่องแต่งกายที่แม่แต๋วสวมใส่ ทั้งใบหน้าเปื้อนยิ้ม เรียบเฉย นิ่งเท่ ต่างถูกบันทึกเป็นภาพลงกรอบสี่เหลี่ยม 

“เราสนุกกับการได้เห็นเขาแต่งตัวมาก มันบำบัดเราด้วย จริงๆ เราดูแลเขาก็เกิดภาวะเครียดนะ เราปล่อยวางไม่ได้ แต่พอเห็นเขาออกไปนู่นนี่ แต่งตัวสวย เริ่มตอบคำถามรู้เรื่อง เรารู้สึกว่าเขาป่วยแบบสนุก ไม่ได้ป่วยแบบทุกข์”

แฟชั่นของแม่แต๋ว ไม่เพียงแต่งแต้มสีสันให้กับลูกชาย แต่กลับเติมเต็มความสุขแก่ผู้คนที่พานพบระหว่างทาง ตั้งแต่เพื่อนบ้าน พ่อค้าแม่ค้า ตลอดจนพี่วินมอเตอร์ไซค์ รวมทั้งผู้ติดตามเธอผ่านทางหน้าอินสตาแกรมด้วย

คุยกับ นินทร์-นรินทรกุล ณ อยุธยา ช่างภาพเจ้าและลูกชายผู้เชื่อมั่นว่าแฟชั่นสุดแจ๋วรักษาอาการอัลไซเมอร์ของแม่แต๋วได้

New week , new goals. 

เมื่อถึงสัปดาห์ถัดไป อดใจรอคอลเลกชันใหม่ของแม่แต๋วไม่ไหว

New weak , new goals.

เมื่อความอ่อนแอย่ำกรายมาครั้งหน้า เริ่มเป้าหมายใหม่ได้เสมอ

Writer

จิตาภา ทวีหันต์

ตอนนี้เป็นนักฝึกหัดเขียน ตอนหน้ายังสงสัย ชาติก่อน (คาดว่า) เป็นคนเชียงใหม่ แต่ชาตินี้อยากเป็นคนธรรมดาที่มีบ้านเล็กๆ อยู่ต่างจังหวัด

Photographer

นินทร์ นรินทรกุล ณ อยุธยา

นินทร์ชอบถ่ายรูปมาตั้งแต่เด็ก พ่อแม่ซื้อฟิล์มให้ไม่ยั้ง ตื่นเต้นกับเสียงชัตเตอร์เสมอต้นเสมอปลาย เพื่อนชอบชวนไปทะเล ไม่ใช่เพราะนินทร์น่าคบเพียงอย่างเดียวแน่นอน :)

Page Maker

คุยกับเหล่านักทำเพจน่าสนใจในโลกออนไลน์

“ผมเป็นมือใหม่ YouTube มาก”

“แต่ทั้งช่อง BoomTharis, Slot Machine, 9arm, YARDPIRUN , Koendanai ก็มาคอมเมนต์คุณนะ”

“เขาบอกว่ามีคนดังมาคอมเมนต์หลายคน ผมก็ไม่รู้ตัวนะว่าพวกเขามากัน เพราะว่ามันเยอะมาก ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง มีคนดังมาให้ความสนใจอย่างนี้” เขาเล่าพร้อมร้อยยิ้มอารมณ์ดีที่ส่งผ่านโปรแกรม Zoom

หนุ่มโคราชวัย 30 เจ้าของเพจ ‘เพลงอร่อยมาก’ ตั้งใจร้องเพลงพร้อมกับทำอาหารในห้องครัว ให้คุณผู้ดูโขลกเครื่องทำกินได้ที่บ้านด้วยเมนูง่ายๆ จะยากก็เพียงแค่การร้องตามแต่ละเพลง เพราะมันช่างโหดเหลือหลาย

เขาไม่ใช่นักร้อง แล้วก็ไม่ใช่พ่อครัว ต่อคือช่างภาพเวดดิ้งมืออาชีพ ถ่ายภาพบ่าวสาวบันทึกความรักของผู้คนมานักต่อนัก พร้อมขายภาพสต็อกในเว็บไซต์ต่างๆ มาหลายปี ปัจจุบันเขาอยู่ที่เมืองย่าโมกับครอบครัวและลูกน้อย ชอบทำกับข้าวกินเองอยู่บ่อยๆ

เรื่องราวชีวิตผู้ชายคนนี้สนุก หลายอย่างในชีวิตบางทีก็ไม่เหมือนที่ตั้งใจไว้ แต่ก็ดันไปได้ดีและทำให้เขาค้นพบความสามารถตัวเองมาเรื่อยๆ

หรือแม้กระทั่งวันนี้ที่คลิปของเขาแตะล้านวิวเป็นที่เรียบร้อย ต่อเองก็ไม่คิดว่าจะไปถึงขนาดนั้น เขาแค่ชอบร้องเพลงเล่นๆ สนุกๆ มาตั้งแต่สมัยเรียน

และไม่เคยคิดจะหยุดร้องเพลงเลยแม้แต่วันเดียว

เบื้องหลังจังหวะกระเทียม ที่ไม่ว่ากี่เมนูก็ร้องให้ไพเราะได้ของ TORWAI เพลงอร่อยมาก

ตัวต่อ

ต่อเล่าว่าเขาเริ่มร้องเพลงตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยปี 1 ในวันปฐมนิเทศ นักศึกษาทุกคนจะโดนบังคับให้เลือกชุมนุมสังกัดเพื่อทำกิจกรรมตลอดเทอม แน่นอนว่าชายผู้นี้เลือกชมรมดนตรี

“ผมไปเจอเพื่อนคนหนึ่งเล่นกีตาร์ ส่วนผมก็ตีกลองเป็น เลยชวนๆ เพื่อนคนอื่นมารวมตัวกันลองเล่นดนตรีดูก่อน ยังไม่ต้องมีนักร้องก็ได้ ผมลองตีกลองเพลง ขาหมู Tattoo Color แต่ตีไม่ลงจังหวะสักที เลยสลับตำแหน่งกับเพื่อนอีกคนไปร้องเพลง เพื่อนในวงบอก ‘มึงร้องเพลงได้นี่หว่า งั้นไปเป็นนักร้องเลยแล้วกัน’ แล้วสมัยนั้นยังพรินต์เนื้อร้องจากร้านถ่ายเอกสารอยู่เลย”

ต่อเล่าถึงจุดเริ่มต้นสู่ห้องซ้อมดนตรีพร้อมเสียงหัวเราะ ถ้าวันนั้นเขาตีกลองลงจังหวะ วันนี้คงไม่มียูทูเบอร์ชื่อ TORWAI นี่คงเป็นจังหวะดีอย่างแรกที่เขาได้เจอความสามารถของตัวเอง

“เหมือนงานอดิเรกของเราคือเรียน แต่งานหลักคือเล่นดนตรี ผมกับเพื่อนเริ่มออกงานร้องเพลงบ่อยขึ้นจนเก็บตังค์ได้ถึงหลักหมื่น แล้วช่วงนั้นผมก็ฟีลเด็กมหาลัยที่มีโลกส่วนตัวสูง ชอบออกไปขับรถเล่นแล้วก็ถ่ายรูป มุมไหนสวยก็อยากถ่ายเก็บไว้ พ่อเลยซื้อกล้องถ่ายรูปไว้ให้ พอถ่ายรูปได้เงินดีก็มุ่งไปในสิ่งที่เลี้ยงตัวได้ จนกลายเป็นว่าผมไม่ได้ยุ่งกับการร้องเพลงอีกเลย เน้นพัฒนาฝีมือถ่ายภาพของตัวเอง เข้าสู่วงการถ่ายภาพเวดดิ้งเต็มตัว เหลือร้องเพลงเล่นๆ เวลาขับรถเดินทางแค่นั้น”

แม้ชีวิตของต่อจะพลิกเส้นถนนกันอยู่หลายตลบ จากเด็กเรียนวิศวะ มาจับไมค์ร้องเพลง จับพลัดจับพลูมาเป็นช่างภาพอาชีพ

แต่ดนตรียังอยู่กับเขาในทุกจังหวะชีวิต

ร้องเพลงต่อ

ต่อชอบร้องเพลงแบบเน้นเอาสนุกและสร้างความสุขให้กับตัวเอง แต่การร้องเล่นนั้น ทำให้ตัวเขาได้ฝึกฝนอยู่ตลอด เป็นทักษะที่ค่อยๆ บ่มเพาะไว้ ราวกับรอเวลาสุกงอม โดยที่ต่อเองก็ไม่ได้คิดถึงวันเก็บเกี่ยวผลผลิต

ช่างภาพเวดดิ้ง มีกล้องคุณภาพไว้ถ่ายงาน พร้อมไมโครโฟนสำหรับอัดวิดีโอบ่าวสาว วันหนึ่งอุปกรณ์เลี้ยงชีพที่ว่า ได้ผันตัวมาเป็นเครื่องมือสร้างคลิปร้องเพลงในห้องครัว

“เป็นจุดเริ่มต้นที่ผมอธิบายไม่ถูกว่ามันมาได้ไง เราไม่ได้กะจะเป็นนักร้องอาชีพนะ เพราะคิดว่าเราไม่เก่งพอ แล้วก็ไม่ได้อยู่ในแวดวงของนักดนตรีแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ ผมร้องเพลงเอาความสนุกสนานเฉยๆ อย่างเพลง สักวันหนึ่ง ผมเคยคัฟเวอร์เมื่อสมัยเรียน แต่ไฟล์มันหายเลยทำใหม่

“ช่วงอยู่บ้านนานๆ เราเกิดไอเดียว่าอยากลองร้องคัฟเวอร์เพลงหลายๆ แบบ แล้วทำกิจกรรมอื่นๆ ไปด้วย ตอนแรกว่าจะขับรถ จะปั่นจักรยาน หรือล้างจานไปด้วย แต่มาเริ่มจากทำกับข้าวก่อน แล้วมันก็พีกเลย คนดูชอบ”

ส่วนตัวเรารู้จัก TORWAI จากเพลง ยื้อ ตั้งแต่ดูคลิปครั้งแรก ก็ค่อนข้างทึ่งในสกิลล์การร้องเพลงของเขา มือทำกับข้าวไป ปากก็ร้องเพลงยากๆ ไปด้วย ไกวตะหลิว ผัดไก่ ใส่เครื่องปรุง ทำหลายอย่างในเวลาเดียวกันโดยที่เสียงไม่ดรอป ไม่แกว่ง และยังทรงพลัง

ในฐานะชาวเน็ตคนหนึ่งที่ชอบฟังเพลง ยอมรับสารภาพมา ณ ที่นี้ว่าเปิดคลิปเขาฟังบ่อยมากระหว่างทำงานที่บ้าน แล้วก็สงสัยว่าเขาเลือกจับคู่เพลงกับเมนูอย่างไร 

“ผมจะเลือกเพลงที่เวลาร้องแล้วไม่ปวดหัวมาก แรงร้องยังไหว และเลือกเมนูที่ทำเป็นอยู่แล้ว กินได้แน่นอน พวกผัดกะเพรา ข้าวผัด ต้มยำ ขอแค่เล็งเครื่องปรุงให้โดนก็พอแล้ว เพราะเวลาร้องเพลงจะมีจังหวะมอนิเตอร์ในหูฟัง ป๊อกๆๆๆ เราก็เล็ง โป๊ะ พอดี เป็นเทคนิคในการลงกระเทียมให้ตรงจังหวะเพลง

“จริงๆ ไม่มีแผนอะไรมากมาย เพราะเมนูกับเพลงมันไม่เข้ากันเลย ไม่เกี่ยวกับเนื้อเพลงด้วย อย่างเพลง ยื้อ คู่กับกระเพราหมูชิ้น เพลง จันทร์เจ้า มาอยู่กับข้าวผัดทะเลกับต้มยำไก่ ด้วยความที่ว่าเพลงจันทร์เจ้า มันง่ายกว่าเพลง ยื้อ เพราะมันไม่มีท่อนบ้าพลัง เพลง จันทร์เจ้า มีท่อนที่เสียงสูงขึ้นไปนิดหนึ่ง เพลง ยื้อ จะเป็นต่ำแล้วก็สูง ต่ำแล้วก็สูง

“คอร์ดเพลงไหนง่ายก็ทำเมนูยากขึ้น เพลงไหนยากก็ทำเมนูง่ายๆ ไว้” ต่ออธิบายถึงวิธีการปรุงอาหารและร้องเพลงให้ได้ในเวลาเดียวกันด้วยเสียงขำขัน

วัตถุดิบที่ลงตัว

นอกจากร้องเพลงตอนทำอาหารแล้ว ถ้าสังเกตดูจะพบว่ามี มือกีตาร์นาม BOMOSTIN อีกหนึ่งคนที่เขาชวนมาเล่นดนตรีโซโล่เทพๆ ในคลิป ความสำเร็จของต่อจึงมีรุ่นน้องคนนี้ร่วมเป็นแบ็กอัป

“เราคิดว่าถ้าทำคัฟเวอร์แล้วทำไม่ดีก็ไม่รู้จะทำทำไม เลยชวนน้องบอม (ยุทธชัย วงศ์กาไสย) มือกีตาร์มาเล่นให้ด้วย เขาเก่งพอสมควรเลย คือเราลากคอมาอัดคลิปเลยแหละ แต่ไม่ค่อยออกสื่อเท่าไหร่ เพราะเขาเขินกล้อง ตอนแรกเขาจะไม่ลงคลิปด้วย ไม่กล้าเล่นโชว์ ผมเชียร์ให้น้องลองดูสักคลิป เดี๋ยวตัดต่อให้เอง ไม่ต้องเห็นหน้าเต็มก็ได้ ทุกคลิปเลยมีแต่มุมข้างๆ ทั้งนั้นเลย” ต่อเล่าก่อนหัวเราะดัง

“บอมเขามิกซ์ซาวนด์ดีมาก จัดบาลานซ์เสียงไม่ให้สูง-ต่ำ กังวาน หรือทุ้มบี้ จนเกินไป การอัดในห้องครัวมันมีหลายปัจจัยมาก มีเสียงกระทะที่ท่อนไหนเยอะไปก็ต้องลด ไม่งั้นคนฟังจะเกิดความรำคาญได้เหมือนกัน เพราะเสียงมาเข้าไมค์ตัวเดียวพร้อมกัน เราไม่ได้อัดแยก”

เรื่องการถ่ายทำของเขาไม่มีอะไรมาก เน้นตั้งกล้องนิ่งๆ ถ่ายภาพกว้างเข้าไว้ แต่ให้มีหลายมุมหน่อย เพื่อเพิ่มอรรถรสสำหรับคนดูได้ชมการทำอาหารอย่างเต็มตา เผื่อนำไปทำตามได้ง่ายๆ

ส่วนการอัดเสียงร้อง เขาเลือกใช้ไมค์คอนเดนเซอร์ที่เก็บเสียงได้กว้าง และชัดกว่าไมค์ไดนามิกที่เหมาะกับการถือร้องตรงๆ เสร็จแล้วก็จัดไฟให้แสงพอดีกับการถ่ายคลิป เป็นอันเสร็จสิ้นขั้นตอนการเตรียมวัตถุดิบ เอ้ย! เตรียมอุปกรณ์ พร้อมกด Record  

อุปกรณ์พร้อมตั้งรับ ผสานด้วยเสียงร้องเกินต้านของต่อ มีควันอิมโพรไวซ์มาจากกระทะอย่างลงจังหวะทำนองราวกับถูกปล่อยคิว

มินิคอนเสิร์ตก้นครัว เริ่มแล้ว!

“หลังปล่อยเพลง ใจหนอใจ ผมก็คิดนะว่าใครจะมาดูเรา ไม่มีหรอก แต่กลายเป็นว่ากระแสตอบรับดีใช้ได้ ผมเองยังตกใจ ยังไงก็ต้องขอบคุณคนดูมากเลย จริงๆ ผมเองคนเดียวก็ฟังหลายพันรอบเหมือนกัน” เขาหยอก

ทำตามสูตรต้นตำรับ

ในฐานะคนร้องคัฟเวอร์ ต่อมีกฎของตัวเองอยู่ 2 ข้อ

ข้อแรก ต้องปรับปรุงตนเองไปเรื่อยๆ ในแต่ละคลิป แม้เล็กน้อยก็ควรทำ

“เราอยากให้เกิดความแตกต่างไปเรื่อยๆ ผมชอบท้าทายตัวเองว่า คลิปต่อไปเราจะทำอย่างไรดี หรือปรับตรงไหนได้อีก สมมติว่ารอบนี้แสงไม่สวย คลิปหน้าก็ทำให้สวยขึ้นด้วยการจัดไฟให้พร้อม สังเกตดูได้ คลิปแรกๆ ของผมไม่มีอะไรเลย แสงแบนๆ เรียบๆ มีมุมกล้องเดียว ผมทดลองทำไปเรื่อยๆ ในคลิปถัดไป ใส่ความครีเอทีฟเข้ามาหน่อย เราก็ได้พัฒนาตนเองไปด้วย”

ข้อสอง ไม่แปลงเนื้อเพลงเด็ดขาด เพราะกว่านักเขียนเพลงจะบรรจงแต่งเพลงขึ้นมาได้ มันคือการสั่งสมประสบการณ์มาทั้งชีวิต

“ในแง่การร้องเพลง ผมคิดว่าสิ่งที่คนร้องคัฟเวอร์ไม่ควรทำเลย ก็คือดัดแปลงเนื้อร้องต้นฉบับ เราเอาเพลงของคนอื่นมาร้อง ก็ต้องให้เกียรติกับเจ้าของเพลงด้วย เพราะไม่รู้ว่าต้นฉบับเขาจะโอเคไหม เขาสร้างสรรค์ผลงานมาก็ยาก กว่าจะเขียนเนื้อร้อง แต่งทำนองกันได้ เราไม่ควรไปเปลี่ยนแปลงอะไรและต้องทำออกมาให้ที่สุด จะได้ Win-Win ทั้งเราและศิลปิน การไปแปลงเพลงต้นฉบับมันอาจทำให้ผลงานของเขาดรอปลงก็ได้”

นับเป็นกฎ 2 ข้อที่ให้เกียรติทั้งตนเองและผู้อื่น

*เคล็ดลับ* รู้จักรสชาติที่เราชอบ

หากถามใครต่อใครว่าทำไมถึงชอบทำอาหาร ก็มักพบคำตอบว่า อยากปรุงรสชาติเอง ได้เลือกวัตถุดิบดีๆ อย่างพิถีพิถัน เน้นปริมาณผักหรือเน้นเนื้อสัตว์ได้ตามใจ ไม่มีใครรู้จักรสชาติที่เราชอบได้ดีเท่าตัวเรา

ชีวิตของต่อก็เป็นแบบนั้น ได้เลือกหลายสิ่งอย่างด้วยตัวเอง และเขาก็มีความสุขในพื้นที่ของตัวเอง

“ตัวผมเองไม่ได้ทำอาหารเก่งระดับเชฟ เรื่องร้องเพลงคัฟเวอร์ก็ไม่ได้มีสตูดิโออัดเสียงดีๆ แต่ขอแค่ลองเอาทั้งสองอย่างมารวมกันดูว่ามันจะเป็นยังไง โดยตั้งต้นจากความถนัดที่เรามี” เขาอธิบายถึงวิธีคิดที่เรียบง่าย ตกผลึกจากการรู้จักความสามารถของตนเอง และเริ่มลงมือทำในวันว่าง

“แต่ละคนมีความถนัดไม่เหมือนกัน ผมว่าต้องหาสิ่งที่เป็นตัวเองให้เจอ ลองสังเกตดูก็ได้ว่าสิ่งใกล้ตัวเราคืออะไร เรามีจุดเด่นอะไรบ้าง ตรงนี้แหละคือความยาก เพราะใครหลายคนมองไม่เห็นกัน แล้วต้องคิดว่าอะไรที่คนอื่นเขายังไม่ทำหรือยังมีคนทำน้อย เราก็ทำให้ดี

“คนเก่งในประเทศนี้มีเยอะ เรายังไม่เห็นอีกมาก”

แน่นอนว่าความดังมาต้องมาพร้อมกับการมีสปอนเซอร์เข้า ต่อเล่าว่าตอนนี้มีลูกค้าติดต่อมาหาทุกวัน มีกระทะจากหลายแบรนด์ส่งตรงมาให้เขา รวมถึงเครื่องปรุงรสต่างๆ ที่สนใจจ้าง ซึ่งต่อตั้งใจจะลงให้ฟรี ไม่คิดค่าใช้จ่าย  

“มีคนติดต่อมาทุกวัน ผมบอกไม่ต้องจ้างผมหรอกนะ เดี๋ยวทำให้ฟรีเลย เพราะเราไม่ได้มาหาเงินจากการร้องเพลง เรารู้สึกว่าถ้ายิ่งตั้งความหวังกับมัน จะยิ่งเครียด สิ่งนี้เราชอบมาตั้งนาน แต่พอเราไปตั้งความหวังว่าต้องได้เงิน ต้องได้ยอดวิว บอกเลยว่าเครียด ให้เป็นความชอบของเราแบบนี้ตลอดไปดีกว่า ไม่ต้องทำให้เราเป็นเศรษฐีอะไรก็ได้ 

“ผมมีความสุขกับการเป็นช่างภาพอยู่แล้ว อยากทำงานถ่ายรูปไปตลอด ไม่ได้คาดหวังว่าการร้องเพลงต้องทำให้เราดังอะไรมากมาย ตอนนี้ผมอยากทำแค่นี้แหละ”

 ของอร่อยต้องอดใจรอ

ต่อบอกว่าเขาตั้งใจอัปโหลดวิดีโอเดือนละ 3 คลิปเท่านั้น

หากทำมากกว่านี้จะฝืนตัวเองเกินไปจนไม่สนุก เขาอยากรักษาจังหวะการปล่อยงานที่เขากับบอมทำไหว โดยไม่รบกวนเวลาชีวิตของกันและกันมากนัก

“ตอนแรกตั้งใจว่าจะปล่อยทุกวันอาทิตย์ แต่เราปรึกษากัน พบว่าปล่อยคลิปทุกๆ เจ็ดวันมันเร็วไปนะ มันแน่นไป รบกวนเวลาทำงานมากเลย เขาเป็นวิศวกร เราก็มีงานถ่ายภาพ เลยต้องให้เวลากันหน่อย สิบวันปล่อยคลิปหนึ่งแล้วกัน เราไม่ได้ทำเป็นอาชีพ ทำสนอง Need ตัวเอง

“ที่ลงล่าสุดเป็นเพลง บ้าบอ ของ Silly Fools อีกวงหนึ่งที่อยากร้อง หลังจากนี้จะมีเพลงช้า เป็นเมนูที่คนคาดไม่ถึงแน่ๆ ผมบอกได้เลย รอดูนะ”

ขอชวนคุณผู้อ่านกด Subscribe และกดกระดิ่งแจ้งเตือนโดยเร็วพลัน รอติดตามดูไปด้วยกัน

สมมติว่าเย็นนี้จะต้องร้องเพลงและทำอาหารไปด้วย คุณจะเลือกเมนูไหนและเพลงอะไร-เราทิ้งทวนคำถามสุดท้าย

“ช่วงนี้หน้าฝน ต้องมีเมนูปิ้งย่างกับของทอดพวกเฟรนช์ฟรายส์ คิดแล้วก็หิวเลยเนี่ย ผมอยากทำบาร์บีคิวมาก กินตอนเย็นๆ บรรยากาศชิลล์ที่สุด แล้วก็ร้องเพลงที่เกี่ยวกับฝน อย่าง ฤดูที่ฉันเหงา ของวง Flure ร้องเพลงไป ปิ้งบาร์บีคิวไป พอท่อนโซโล่ให้บอมเล่นกีตาร์ไป ระหว่างนั้นผมก็จิบเบียร์ แค่นี้แหละ แฮปปี้แล้วครับ”

TORWAI เพลงอร่อยมาก : YouTuber คนใหม่แห่งวงการทำอาหารไปร้องเพลงไป ที่ต้มยำทำแกงเสียงอย่างเทพ จนหลายแชนแนลชื่อดังขอคารวะความโหด

ภาพ : ต่อวัย สืบศรี

Writer

นิภัทรา นาคสิงห์

ตื่นเช้า ดื่มอเมริกาโน เลี้ยงปลากัด นัดเจอเพื่อนบ่อย แถมยังชอบวง ADOY กับ Catfish and the bottlemen สนุกดี

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load