The Cloud x TAT Contact Center เพื่อนร่วมทาง

คนยโสธรเป็นสายกรีนมาแต่กำเนิด พวกเขายึดถือการทำนาข้าวเป็นอาชีพเลี้ยงตัวมาแต่เก่าก่อน ผูกพันกับชีวิตชนิดแยกกันไม่ขาด ที่สำคัญคือต่อยอดเป็นเมืองเกษตรอินทรีย์มาสักพักใหญ่แล้ว จากความร่วมมือของชาวนาชาวไร่ที่ผันตัวมาใช่วิธีดูแลพืชพรรณให้ปลอดภัยทั้งกับตัวเองและผู้บริโภค ขณะเดียวกันทางจังหวัดก็ส่งเสริมเต็มที่ เกิดเป็นตราบั้งไฟหลากสี แบ่งตามมาตรฐานอินทรีย์แต่ละขั้น เพื่อช่วยรับรองผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรโดยเฉพาะ

เมื่อได้พูดคุยกับพี่น้องเกษตรกร พบว่าพวกเขาช่วยกันขับเคลื่อนสังคมเกษตรอินทรีย์กันอย่างคึกคัก สร้างช่องทางส่งขายอย่างเป็นระบบ รวมกลุ่มกันเป็นเครือข่ายมากมายในพื้นที่ ตั้งเป็นศูนย์เรียนรู้ด้านการปลูกพืชและปศุสัตว์ ทั้งยังมีตลาดให้จำหน่ายผลิตผลแทบทุกอำเภอ สับเปลี่ยนสถานที่ เวียนวันกันไปไม่ซ้ำในแต่ละอาทิตย์ 

หลังจากทำความรู้จักยโสธรผ่าน 10 สถานที่เก่า-ใหม่ของเมืองบั้งไฟ กันพอหอมปากหอมคอ คราวนี้มาสัมผัสอีกตัวตนของคนยโสฯ กับสารพัดพื้นที่สีเขียวปลอดสารพิษ ทั้งนาข้าวหอมมะลิ นาบัวหวาน ฟาร์มปศุสัตว์หลากหลายแนว หมู่บ้านอินทรีย์ที่ทำเกษตรปลอดสารกันทุกครัวเรือน รวมถึงคาเฟ่ที่เลือกนำเสนอความออร์แกนิกผ่านอาหารการกิน

เปลี่ยนบรรยากาศ Work from Home ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 แสนอุดอู้ แล้วออกไปสูดอากาศสดชื่นรื่นรมย์ที่ยโสธรผ่านคอลัมน์ Take Me Out ด้วยกัน

01 

บัวหวานยโสธร

นาบัวอินทรีย์ที่รักษาความหวานกรอบเหมือนเพิ่งเก็บจากบึง

บัวหวานยโสธร
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

จากอาชีพทำนาข้าวและแม่ค้ารับบัวมาขายตามตลาด จันทร์-ธนพร จันทร์หอม ผันตัวเริ่มทำนาบัวด้วยตัวเองเพราะความหลงใหลในรสชาติ เลือกแนวทางอินทรีย์ในการปลูก โดยมีเหตุผลเพียงไม่อยากทำร้ายสัตว์ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลายเป็นเม็ดบัวที่มีคุณภาพดีตามไปด้วย เพราะระบบนิเวศสมบูรณ์ ทำให้เหล่าผึ้งและชันโรงที่อยู่กันอย่างสบายใจก็เป็นลูกมือช่วยผสมเกสร จึงได้หน้าบัวที่เต็ม กลมสวยไม่เว้าแหว่ง และขายได้ราคาดี

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

เมื่อผลตอบรับดีจนไม่พอขาย จันทร์จึงเพิ่มบ่อบัวให้มากขึ้น วางแผนปลูกแต่ละบ่อให้บานไล่เลี่ยกันจะได้มีผลผลิตเก็บเกี่ยวทั้งปี นอกจากประคบประหงมด้วยความใส่ใจ บำรุงด้วยน้ำหมักสูตรพิเศษ และดูแลอย่างไร้สารเคมีแล้ว เคล็ดไม่ลับอยู่ในขั้นตอนสุดท้าย คือการแช่น้ำแข็งทันทีตั้งแต่เก็บขึ้นจากบ่อ ทำให้หวานกรอบจนถึงมือลูกค้า และนอกจากเม็ดบัวสดที่คนนิยมกิน จันทร์มีเมนูแนะนำด้วย นั่นคือ ส้มตำเม็ดบัว อีกทางเลือกที่แซ่บหลายใช้ได้ไม่แพ้กัน

หากสนใจอยากมาพิสูจน์ความหวาน เข้ามาอุดหนุนได้ทุกเมื่อ หรือถ้าอยากมาเที่ยวถ่ายรูปกับดอกบัวสีขาวเต็มบ่อ ลองติดต่อมาถามจันทร์ล่วงหน้าได้ว่าดอกบัวเริ่มบานแล้วหรือยัง จะได้มาแล้วไม่เสียเที่ยว

ที่ตั้ง : ตำบลค้อเหนือ อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ติดต่อนัดหมายล่วงหน้า

โทรศัพท์ : 06 2990 1395

Facebook : บัวอินทรีย์ บัวหวานยโสธร

02

บ้านไร่รุ้งตะวัน 

ฟาร์มเมล่อนญี่ปุ่น นาข้าวอินทรีย์ และคาเฟ่กลางทุ่งนา

บ้านไร่รุ้งตะวัน
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

 เอก-ธนิสร จิตตะมา ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านไร่รุ้งตะวัน กลับมาอำเภอเลิงนกทาบ้านเกิดอีกครั้ง หลังจากทำงานในกรุงเทพฯ กว่า 20 ปี เขาเล็งเห็นว่าตำบลที่อาศัยอยู่มีทรัพยากรธรรมชาติสมบูรณ์ สถานที่ท่องเที่ยวก็พอมีอยู่บ้าง น่าจะต่อยอดที่ดิน 20 กว่าไร่ของตนให้มีประโยชน์มากกว่าการปลูกข้าว หลังจากหาข้อมูลอยู่นานว่าจะปลูกพืชอะไร เอกก็พบว่าเมล่อนญี่ปุ่นเป็นพืชที่น่าสนใจ ปลูกได้ง่ายทั่วประเทศ เจริญเติบโตไวเพียง 3 เดือนก็เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ รวมถึงมีมูลค่าในท้องตลาดสูง 

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

จากคนไม่มีความรู้เรื่องเกษตร เขาทำการบ้านอย่างจริงจัง ลองผิดลองถูก หาความรู้เพิ่มเติมจากอินเทอร์เน็ตและเข้าอบรมตามที่ต่าง ๆ ลองปลูกทั้งสายพันธุ์ราคาแพงและถูกเพื่อเปรียบเทียบ ก่อนพบว่าคุณภาพต่างกันโดยสิ้นเชิง ทั้งรูปร่างของลูกและรสชาติ เขาเลือกพันธุ์ที่ดีที่สุด แม้ราคาสูงแต่ใครได้ลองลิ้มก็ติดใจ บางครั้งต้องรีบจองไว้ก่อนก็มี

แถมเอกยังมองการณ์ไกลแชร์พื้นที่นาที่ไม่ได้ใช้ให้กับสมาชิกวิสาหกิจชุมชน โดยเขาช่วยจัดการ ให้คำปรึกษา และควบคุมวิธีการทำให้เป็นอินทรีย์ 100 เปอร์เซ็นต์ ก่อนจะรวบรวมผลผลิตไปจำหน่ายให้ ภายใต้แบรนด์บ้านไร่รุ้งตะวัน ที่มีสารพัดใบรับรองอินทรีย์ทั้งภายในจังหวัดและเกรดส่งออกเป็นเครื่องการันตี

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

หลังจากทำมาพักใหญ่ เพิ่มนู่นเติมนี่ในพื้นที่จนทุกอย่างเปลี่ยนไปแทบไม่เหลือเค้าเดิม เขาแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งเป็นคาเฟ่เล็กกลางท้องทุ่ง นอกจากจะมีเมล่อนคุณภาพดีรสชาติหวานไว้ชูโรง ยังมีไอศกรีมข้าวเม่าอินทรีย์ที่อยากให้ลอง รวมถึงเครื่องดื่มอื่น ๆ ที่เอกอยากชวนให้นั่งลงมองนาข้าว พักเหนื่อยสักประเดี๋ยว แล้วค่อยออกเดินทางไปเที่ยวต่อ

ที่ตั้ง : 203 หมู่ 5 ตำบลบุ่งค้า อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร 35120 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00 – 20.00 น.

โทรศัพท์ : 09 8232 8961

Facebook : บ้านไร่รุ้งตะวัน Baan Rai Rung Tawan

03 

ดอกกระเจียวหวานอินทรีย์ บ้านโคกนาโก

ฟาร์มดอกกระเจียวหวาน อีกสัญลักษณ์ใหม่ของเมืองบั้งไฟ

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

หลายคนรู้จักดอกกระเจียวในฐานะพืชดอกสวยงามที่จะบานเต็มทุ่งในช่วงฤดูฝน แต่สำหรับชาวบ้านโคกนาโก อำเภอป่าติ้ว กลับให้นิยามต่างออกไป เพราะดอกกระเจียวคือพืชเศรษฐกิจที่นำเม็ดเงินเข้าสู่หมู่บ้านตลอดปี

“เราผลักดันจนเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัด เดี๋ยวนี้พูดถึงยโสธร คนไม่นึกถึงบุญบั้งไฟแล้ว นึกถึงดอกกระเจียว” โบ้-เมืองชัย ทองลา เล่าด้วยน้ำเสียงภูมิใจ ก่อนชวนเราย้อนไปเมื่อหลายปีก่อน ตอนบัณฑิตด้านเกษตรตั้งใจแน่วแน่ว่าจะไม่เดินทางสายงานประจำ แต่อยากมาทำสวนเกษตรตามความถนัดที่บ้านเกิด 

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

วันนั้นเขามองเห็นอรรถประโยชน์หลายอย่างของดอกกระเจียว พืชท้องถิ่นคู่วิถีชีวิตลูกอีสานมาตั้งแต่เด็ก จึงลองหยิบเอาพันธุ์จากป่ามาสู่เมือง นำมาปรับเข้ากับวิธีการสมัยใหม่ที่ได้เล่าเรียนมา ปลูกบนโคกควบคู่ไปกับนาข้าว

วันนี้เขายังคงดูแลแบบปลอดสารเหมือนเดิม บำรุงด้วยปุ๋ยคอกปุ๋ยหมัก ใช้ฟางข้าวมาคลุมดินเพื่อจัดการวัชพืช ทำให้ไม่ต้องพึ่งยาฆ่าหญ้า ด้วยความตั้งใจอยากควบคุมระบบการปลูกแบบอินทรีย์ จึงได้ผลผลิตออกมาดีและปลอดภัย เป็นที่สนใจของชาวบ้านทั้งในและนอกพื้นที่ ถึงขั้นซื้อพันธุ์และขอคำแนะนำลงใต้ไปปลูกถึงอำเภอเบตงเลยก็มี

โบ้ให้ความรู้เพิ่มเติมว่า ดอกกระเจียวมีหลายพันธุ์ รสชาติแตกต่างกันออกไป ทั้งเผ็ดซ่าคล้ายหน่อข่าจนถึงหวานกรอบอร่อยกินง่าย สำหรับฟาร์มของโบ้เลือกปลูกพันธุ์อย่างหลัง หากใครถูกใจรสชาติหรืออยากลองปลูก ไม่ว่าจะแปลงเล็ก ๆ กินในครัวเรือน หรือทำเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ ก็ขอคำแนะนำได้ถึงฟาร์ม หนุ่มบ้านโคกนาโกยินดีต้อนรับ

ที่ตั้ง : บ้านโคกนาโก อำเภอโคกนาโก อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร 35150 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ติดต่อนัดหมายล่วงหน้า

โทรศัพท์ : 09 5593 9010

Facebook : ดอกกระเจียวหวาน บ้านโคกนาโก

04 

นัธรินทร์ฟาร์มปูนา

ฟาร์มและศูนย์การเรียนรู้เรื่องปูนาแห่งแรกของยโสธร

นัธรินทร์ฟาร์มปูนา

นัธรินทร์ฟาร์ม ศูนย์เรียนรู้เรื่องการเลี้ยงปูนาที่เกิดจากความชอบกิน ตั้งต้นจากการเลี้ยงไว้แค่พอกินในครอบครัว ก่อนต่อยอดเป็นธุรกิจเสริมเพาะปูขยายพันธุ์จนเกินกิน

นัท-นัฐวุฒิ เงาฉาย เริ่มทำฟาร์มด้วยการหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตเกี่ยวกับปูนา และขั้นตอนการเลี้ยงขั้นพื้นฐาน เขาเลือกเลี้ยงปูนาพันธุ์พระเทพฯ ที่มีขนาดตัวใหญ่ ก้ามโต ต่างไปจากปูนาในแถบภาคกลาง ทำบ่อ 2 แบบสำหรับ 2 ช่วงอายุ โดยปูแรกเกิดจะอยู่ในบ่ออนุบาลหรือที่เรียกว่าบ่อน้ำใส เมื่ออายุครบ 2 เดือนจึงย้ายไปลงบ่อดินที่จัดบรรยากาศเสมือน ใส่ผักตบชวา พืชน้ำต่าง ๆ ให้ปูนาได้ใช้ชีวิตเหมือนอยู่ตามธรรมชาติ

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

จากผู้เริ่มต้นแบบไม่มีความรู้ สู่ศูนย์เรียนรู้ด้านการเลี้ยงปูนาแห่งแรกของจังหวัดยโสธรที่ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง และกำลังจะได้รับใบรับรองจากกรมประมงในฐานะผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ นัทยินดีอย่างยิ่งหากมีผู้สนใจเริ่มลองเลี้ยงปูนาเข้ามาขอคำแนะนำ หรือถ้านักท่องเที่ยวผ่านมาซื้อกลับบ้านก็ทำได้ แถมที่นี่ยังมีปูนาแปรรูปเป็นน้ำพริกปูนาให้ลองด้วย

ใครที่เป็นปูนาเลิฟเวอร์ อยากเลี้ยงไว้ดูเล่นก็เพลินตา ประกอบอาหารก็สบายใจ เพราะสะอาดและไร้พยาธิ ที่นี่มีชุดเริ่มต้นที่มาพร้อมพ่อพันธุ์-แม่พันธุ์ไว้จำหน่าย ลองดูได้ในเพจหรือจะโทรศัพท์ติดต่อไปก็ได้ พร้อมส่งถึงบ้านทั่วประเทศ

ที่ตั้ง : 61 หมู่ 7 บ้านหนองแหน ตำบลกุดชุม อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร 35140 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ติดต่อนัดหมายล่วงหน้า

โทรศัพท์ : 06 5536 2567

Facebook : นัธรินทร์ฟาร์มปูนา

05 

ฟาร์มแพะ ยโสธร

ฟาร์มแพะอินทรีย์ที่จำหน่ายตั้งแต่แพะจนถึงผลิตภัณฑ์แปรรูปจากน้ำนม

ฟาร์มแพะ ยโสธร
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

สิทธิ์-คิดดี คนธรรมดี หนุ่มนครศรีธรรมราช ย้ายมาใชีวิตแบบพอเพียงยังบ้านเกิดของภรรยา บนพื้นที่นามรดกขนาด 6 ไร่ เขาค่อย ๆ ปรับพื้นที่ทีละน้อย วางแลนด์สเคปตามโคกหนองนาโมเดล ใช้ศาสตร์พระราชาเป็นหลักคิดนำทาง หาความรู้เพิ่มเติมจากผู้รู้ในยูทูบ เช่น อาจารย์ยักษ์-วิวัฒน์ ศัลยกำธร และ โจน จันได รวมถึงขอคำแนะนำจากปราชญ์ชาวบ้านที่ต่าง ๆ ช่วงแรกสิทธิ์ลองเลี้ยงสัตว์หลายชนิดเพื่อบริโภคและจำหน่าย ภายหลังลงตัวแล้วจึงเหลือแค่แพะเป็นหลัก เพราะทำเงินได้มากที่สุด

ฟาร์มแห่งนี้เลี้ยงทั้งแพะเนื้อและแพะนม ผลิตอาหารอินทรีย์เลี้ยงแพะเอง โดยใช้ต้นกระถินป่นและเมล็ดข้าวโพดเพื่อลดต้นทุน และยังเพิ่มรายได้ด้วยการขายให้กับเกษตรกรในพื้นที่ เมื่อได้ผลผลิตจะส่งออกไปต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศลาว เวียดนาม และจีน ซึ่งเป็นตลาดหลักรับซื้อ

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

ถ้ามาถึงฟาร์มก็มีผลิตภัณฑ์แปรรูปหลากหลายให้ชอป ทั้งแพะแปรรูปทำเป็นบาร์บีคิวเพิ่มความเผ็ดร้อนสไตล์บ่าวใต้ และชานมที่ใช้ชามาเลฯ ผสมกับน้ำนมแพะ สิทธิ์บอกว่ามีคุณประโยชน์มากพอกันกับน้ำนมแม่เลยทีเดียว

ไม่ใช่แค่ได้สินค้าติดมือกลับไป แต่ทางฟาร์มยังเตรียมกิจกรรมรองรับนักท่องเที่ยวผู้มาเยือน ทั้งที่เหมาะสำหรับกลุ่มครอบครัวที่อยากพักผ่อนวิถีเกษตรกร ได้ให้นมแพะและสัมผัสได้อย่างใกล้ชิด มีเวิร์กชอปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวต่าง ๆ จากน้ำนมแพะ ทำเสร็จเอากลับบ้านไปใช้ ส่วนกลุ่มเกษตรกรแวะมาเรียนรู้ขั้นตอนการเลี้ยงได้เสมอ เพราะที่นี่คือฟาร์มแพะลำดับต้น ๆ ของภาคอีสาน และเป็นศูนย์การเรียนรู้เรื่องแพะของผู้เลี้ยงแพะในละแวกนี้ 

ที่ตั้ง : 221 หมู่ 3 ตำบลหนองหิน อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00 – 18.30 น.

โทรศัพท์ : 08 9626 6642

Facebook : ฟาร์มแพะ ยโสธร

06

ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงไร่ฮักคัก

ศูนย์การเรียนรู้ในพื้นที่สีเขียวของสองพี่น้องเกษตรกรแห่งยโสฯ

ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงไร่ฮักคัก
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

ไร่ฮักคักคือพื้นที่ทำการเกษตรแนวผสมผสานบนท้องทุ่งกว่า 30 ไร่ของ เอ้-โยษิตา วงศางามกิติ และ อี๊ด-จิตตนันท์ วงศางาม พี่น้องเจ้าของไร่ที่อยากแบ่งปันที่นาเพื่อทำเป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านเกษตรตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง 

ศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้เปรียบเสมือนต้นน้ำที่เชื่อมโยงเกษตรกรยุคใหม่กับเก่า มาแบ่งปันประสบการณ์ทำงานด้านเกษตรกรรมร่วมกัน มีปราชญ์ชาวบ้านและกลุ่มเกษตรกรคนรุ่นใหม่ในนาม Young Smart Farmer เต็มใจช่วยกันเป็นวิทยากรให้กับเยาวชนและเกษตรกรมือสมัครเล่นที่เข้ามาอบรม ขณะเดียวกันเมื่อพืชที่ปลูกในไร่ออกผลผลิตก็ส่งตรงไปวางขายที่ร้านไร่ฮักคักในเมืองเก่า เป็นวิถีเกษตรอินทรีย์ครบวงจรจนถึงมือผู้บริโภค

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

ด้วยไอเดียอยากเปิดพื้นที่สีเขียวให้เด็กมาปล่อยพลัง มีการเตรียมฐานกิจกรรมที่ทั้งสนุกสนานและได้ความรู้ ตั้งแต่การจัดการพื้นที่แบบโคกหนองนาโมเดล วิธีปลูกข้าวแบบต่าง ๆ การย้อมผ้าจากดอกไม้ หรือเก็บไข่เป็ดไข่ไก่มาทำเป็นไข่เค็ม มีไฮไลต์เป็นพิซซาโฮมเมดเตาดินที่ใช้แป้งข้าวให้ได้ลองทำและชิมกันริมทุ่งนา แถมยังสอดแทรกเรื่องคุณค่าของเกษตรกรให้เด็ก ๆ ในทุกกิจกรรม 

ส่วนของผู้ใหญ่เป็นเวิร์กชอปที่เปิดโอกาสให้เกษตรกรมาอบรมสร้างอาชีพ อาทิ เลี้ยงปลา ทำเห็ด เลี้ยงไก่ สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจอยากมาเที่ยวชมฟาร์มเกษตรอินทรีย์แห่งนี้ หรืออยากเรียนรู้วิธีการทำเกษตรอินทรีย์ขั้นต้น เอ้และอี๊ดยินดีต้อนรับ แต่โปรดติดต่อล่วงหน้าสักนิด เพื่อจะได้เตรียมกิจกรรมที่เหมาะกับเวลาและความสนใจ เนื่องด้วยไม่ได้เปิดเป็นสาธารณะ

ที่ตั้ง : 238 หมู่ 3 บ้านบ่อ ตำบลสำราญ อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ติดต่อนัดหมายล่วงหน้า

โทรศัพท์ : 09 2935 2451

Facebook : ไร่ฮักคัก Raihugkug

07

ไร่ฮักคัก เมืองเก่า

ปลายทางผลผลิตจากฟาร์มของเกษตรกรรุ่นใหม่

ไร่ฮักคัก เมืองเก่า
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

หลังจากไปเยือนต้นน้ำอย่างศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงไร่ฮักคักไปแล้ว เปลี่ยนบรรยากาศมาที่เมืองเก่าสิงห์ท่ากันบ้าง เพราะสองพี่น้องยังเปิดร้านในชื่อเดียวกับไร่ ตั้งอยู่ตรงกันข้ามกับศาลเจ้าพ่อหลักเมือง เพื่อใช้เป็นจุดหมายปลายน้ำของงานด้านเกษตรให้เหล่าคนรักสุขภาพเดินทางมาอุดหนุนกัน

ความตั้งใจลึก ๆ อีกอย่าง เอ้อยากฟื้นฟูโซนนี้ให้คึกคักยิ่งขึ้น โดยเริ่มจากเปิดเป็นร้านอาหารเช้าง่าย ๆ คัดสรรวัตถุดิบสดใหม่ปลอดภัย อาทิ ต้มเลือดหมูใส่จิงจูฉ่ายจากสวนผักอินทรีย์ ข้าวห่อใบบัว เมนูหากินยากก็ใช้ข้าวออร์แกนิกจากเครือข่าย หรือจะน้ำเงี้ยวและข้าวซอยจากฝีมือเอ้ สาวอีสานที่แวบไปเรียนอยู่เมืองเหนือมาหลายปีก็มีให้ลองชิม เมื่อท้องอิ่มแล้วอย่าเพิ่งรีบไปไหน มีของหวานเป็นไอศกรีมข้าวไรซ์เบอร์รี น้ำเต้าหู้ และกะทิสดไว้ช่วยดับร้อนด้วย

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

บางโอกาสอาคารเก่า 3 ห้องนี้ ก็เปลี่ยนเป็นที่พบปะของเครือข่ายเกษตรกร เช่น กลุ่ม Young Smart Farmer และกลุ่มตลาดเขียว โดยเอ้ยินดีเปิดหน้าร้านให้นำผลิตภัณฑ์จากไร่นาโดยตรงมาวางขาย มาเลือกหากันได้ในวันเสาร์ที่จะจัดถนนคนเดิน (ในห้วงย้ามปกติที่ไม่มีโรคโควิด-19)

ฟาร์มชอปแห่งนี้วางจำหน่ายพืชผักสดใหม่ที่ปลูกตั้งแต่หัวไร่ยันปลายนาในศูนย์การเรียนรู้ไร่ฮักคัก แปรรูปออกมาเป็นผลิตภัณฑ์หลายอย่าง เช่น กล้วยตาก คุกกี้อัลมอนด์ ขนมปังโฮลวีต ทองม้วนจากแป้งข้าว ฯลฯ ซึ่งเอ้ลดความหวานกว่าปกติ รับประกันว่าถูกใจคนรักสุขภาพ และยังมีพริกลาบที่อยู่ในขั้นตอนปรับปรุงสูตร น่าจะเสร็จพร้อมวางขายเร็ว ๆ นี้

ที่ตั้ง : ถนนอุทัยรามฤทธิ์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 06.00 – 15.30 น.

โทรศัพท์ : 09 2935 2451

Facebook : ไร่ฮักคัก Raihugkug

08

Organic Cafe

คาเฟ่ออร์แกนิกฮิมเซบายสุดชิลล์ที่ชวนใกล้ชิดธรรมชาติ

Organic Cafe
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

Organic Cafe เกิดจากแพลนของคุณแม่และ เป๋า-ธราธร ประดับศรี ที่อยากปลูกผักออร์แกนิกบนที่ดินของบ้านเพื่อส่งออก พอดีกับเจอน้ำท่วมใหญ่ทั่วภาคอีสานเมื่อ พ.ศ.2562 ทำให้ต้องพับแผนไปก่อน ลดพื้นที่ปลูกให้เล็กลง แล้วเปิดเป็นคาเฟ่เล็ก ๆ ที่ใช้ผักสดจากในแปลงมาเป็นวัตถุดิบในครัวแทน

 คาเฟ่ยอดฮิตของชาวเลิงนกทาแห่งนี้แบ่งเป็นโซนด้านในห้องแอร์ และด้านนอกริมฝั่งคลองเซบายสำหรับใครที่อยากดื่มด่ำบรรยากาศสุดชิลล์ แต่อาจต้องรอให้แดดร่มลมตกสักนิดจะเหมาะมาก เป๋าคุมโทนร้านทั้งหมดให้เป็นสีเขียวดูใกล้ชิดกับธรรมชาติสมชื่อ แถมฉากหลังยังเป็นทุ่งนาอินทรีย์ไกลสุดตา เป็นอีกมุมหนึ่งที่ลูกค้านิยมมาถ่ายรูปเช็กอิน 

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

สำหรับในร้านมีอาหารตามสั่งง่าย ๆ แต่เลือกใช้ผักสดปลอดสารที่ปลูกเองมาปรุง นอกจากความอร่อยแล้ว สิ่งที่ตามมาคือความปลอดภัย เป๋าบอกว่าอนาคตอาจทำแปลงผักใหญ่ขึ้น ให้ลูกค้าได้เข้าไปใกล้ชิดกับพืชผักอินทรีย์

มุมกาแฟเป็นส่วนที่เป๋าคลุกคลีดูแลเอง เขาตามหารสชาติกาแฟที่ถูกปากคนในพื้นที่ มีให้เลือกทั้งคั่วเข้มและคั่วกลาง หรือจะเป็นเมล็ดใหม่ ๆ ก็มีให้คอกาแฟได้ลองกันตามแต่โอกาสที่ได้มา แนะนำว่ามีเมนูซิกเนเจอร์ประจำร้านที่อยากให้ลองกันคือ OG SIG ด้วยรสชาติกาแฟบาง ๆ ผสานกับน้ำผึ้งและเลมอน ใส่น้ำสมุนไพรสูตรพิเศษ เป็นเครื่องดื่มออร์แกนิกที่ให้รสชาติฟรุตตีสดชื่นอย่าบอกใคร

ที่ตั้ง : 161 หมู่ 5 ตำบลสามแยก อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร 35120 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : วันจันทร์-เสาร์ เวลา 08.30 – 21.00 น. และวันอาทิตย์ เวลา 08.30 – 17.00 น.

โทรศัพท์ : 06 3632 6644

Facebook : ออร์แกนิคคาเฟ่ – Organic Cafe

09 

หมู่บ้านอินทรีย์ บ้านโสกขุมปูน

หมู่บ้านเกษตรอินทรีย์ที่อยากชวนผู้มาเยือนลงดำนากันสักมื้อ

หมู่บ้านอินทรีย์ บ้านโสกขุมปูน

ชาวบ้านโสกขุมปูนยึดถืออาชีพทำนาข้าวแบบดั้งเดิมมาแต่ไหนแต่ไร จนกระทั่งปุ๋ยเคมีเริ่มเข้ามาเมื่อหลายสิบปีก่อน แรกใช้ผลผลิตก็ได้เยอะขึ้น ข้าวก็งอกงามดี แต่เวลาผ่านไปส่งผลให้ดินในนาเริ่มแข็งขึ้น สุขภาพของเกษตรกรก็เริ่มแย่ลง พ่อมั่น สามสี เป็นหนึ่งในผู้ได้รับผลกระทบดังกล่าว จึงริเริ่มชวนชาวบ้านกลับมาทำนาข้าวด้วยวิธีอินทรีย์ ดูแลบำรุงจากปุ๋ยธรรมชาติอีกครั้ง ตั้งแต่ พ.ศ. 2533 ในวันที่กระแสอินทรีย์ยังค่อยไม่แพร่หลายในสังคมไทย

“ส่งให้คุณด้วยรอยยิ้ม กินอิ่มปลอดภัย จากใจชาวนา สู่จานข้าวคุณ”

ชุ-ชุติมา ม่วงมั่น ทวนสโลแกนที่สื่อถึงความตั้งใจของ กลุ่มเกษตรกรทำนานาโส่ ให้เราฟังอีกครั้ง เธอคนนี้คือผู้รับไม้ต่อจากพ่อมั่น ช่วยดูแลแบรนด์ ‘ข้าวใจยิ้ม’ ข้าวไร้สารเคมีจากนาของเกษตรกรในชุมชน และเธอยังเป็นผู้วางหลักสูตรในโรงเรียนประจำหมู่บ้าน ปลูกฝังเรื่องเกษตรอินทรีย์ให้กับเยาวชน เรียนรู้วัฒนธรรมงานบุญเกี่ยวกับข้าว ด้วยความหวังว่าอยากส่งต่อความรู้และปลูกฝังให้เด็ก ๆ ยึดถืออาชีพปลอดภัยนี้ต่อไปในอนาคต

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

ปัจจุบันหมู่บ้านนี้ทำเกษตรอินทรีย์กันแทบทุกครัวเรือน แถมยังมีธรรมนูญของตำบลนาโส่ช่วยกำกับไว้ คือห้ามใช้ยาฆ่าแมลง ชาวบ้านก็ร่วมกันสอดส่องเป็นหูเป็นตา ช่วยให้นาอินทรีย์ปลอดภัยปราศจากเคมีด้วย

ทั้งนี้ชุมองว่าโรงสีไม่ใช่ปลายทางของเกษตรกร แต่สิ่งที่จะทำให้เกษตรกรมีรายได้คือการสร้างตลาด เธอทำวิจัยอยู่พักใหญ่ แล้วเกิดเป็น ‘ตลาดเขียว’ ของพี่น้องชาวยโสธร จุดนัดพบของเหล่าเกษตรกรกับผู้ซื้อ จัดขึ้นตามที่ต่าง ๆ ทั้งในอำเภอกุดชุมและอำเภอเมืองยโสธร 

ใครมาเยือนหมู่บ้านอินทรีย์แห่งนี้ รับรองจะตกหลุมรัก ทั้งมิตรไมตรีและวิถีชนบทของชาวบ้าน รวมถึงอากาศดีที่หายใจเข้าได้เต็มที่ไม่มีสารพิษลอยมาตามลม แถมชุยังอยากเชิญชวนแขกให้มากินข้าวหอมมะลิใหม่ ๆ ว่าดีงามแค่ไหน และทำความเข้าใจว่าทำไมข้าวหอมมะลิถึงมีราคาสูง ตั้งแต่ลองดำนาสาธิต ขั้นตอนการดูแลอย่างใส่ใจ จนถึงเก็บเกี่ยวยามข้าวออกรวง

ที่ตั้ง : บ้านโสกขุมปูน ตำบลนาโส่ อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร 35140 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ติดต่อนัดหมายล่วงหน้า

โทรศัพท์ : 08 0798 2236

Facebook : ข้าวใจยิ้ม หมู่บ้านอินทรีย์ยโสธร บ้านโสกขุมปูน

10 

อินดี้ ออร์แกนิค

ร้านค้าที่รวบรวมสารพัดผลิตผลอินทรีย์จากชาวอำเภอกุดชุม

อินดี้ ออร์แกนิค
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

อินดี้ ออร์แกนิค คือศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์อินทรีย์ที่รวบรวมสินค้านานาชนิดของชาวยโสธรไว้ครบครัน

ต๋อ-มาณิชรา ทองน้อย คร่ำหวอดงานด้านส่งเสริมเกษตรอินทรีย์มาหลายปีในเมืองหลวง ตัดสินใจเกษียณก่อนกำหนด มาทำนาข้าวและไร่อ้อยคั้นน้ำบนที่ดินของครอบครัว ก่อนจะสบโอกาสชวนเพื่อนบ้านโสกขุมปูน มาร่วมทำร้านค้าเพื่อจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ด้วยเหตุผลหลักคือ อยากเชื่อมเกษตรกรกับผู้บริโภคให้ใกล้กัน

“เราทำคล้าย ๆ สหกรณ์ เพื่อสนับสนุนให้คนได้กินอาหารดี ๆ และรองรับลูกหลานที่กลับมาอยู่บ้านให้มีรายได้จากการทำผลิตภัณฑ์อินทรีย์” ต๋อเฉลยถึงความตั้งใจเริ่มแรกเมื่อเกือบ 2 ปีก่อน

ปัจจุบันร้านมีสารพัดสินค้าปลอดภัยวางจำหน่าย ส่วนใหญ่มาจากพี่น้องชาวนาในหมู่บ้าน นำโดยข้าวหอมมะลิเกรดดี ข้าวไรซ์เบอร์รี และข้าวพันธุ์พื้นเมืองหากินยาก มีหลายยี่ห้อให้เลือกลองซื้อไปหุงที่บ้าน มั่นใจได้ว่าเป็นข้าวออร์แกนิกแท้ ไม่ปนข้าวจากที่อื่น หรือหากแวะมาตรงฤดูกาล ก็จะเจอพืชผักประจำฤดูกาลนั้น ๆ จากสวนอินทรีย์มาวางร่วมด้วย ทั้งมะเขือเทศราชินีลูกเต่งกรอบอร่อย แตงโมของดีประจำจังหวัด และหอมกระเทียมก็มีให้เลือกซื้อ 

ถ้าสนใจอยากได้พันธุ์ไม้ไปปลูกเองที่บ้าน ต๋อก็เพาะชำไว้เป็นกระถางให้ยกกลับไปได้เช่นกัน

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

นอกจากนี้ยังมีเนื้อโคขุนจากกลุ่มโคขุนหนองแหน มีให้เลือกตั้งแต่เนื้อทำสเต็ก เนื้อย่างเสียบไม้ จนถึงลูกชิ้นเนื้อ และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากต้นไผ่ตงอินทรีย์ของสวนไผ่ทองประสาร อย่างหน่อไม้ดอง หลอดไม้ไผ่ และถ่านไม้ไผ่

แต่สินค้าที่เหมาะกับช่วงนี้ที่โรคภัยกำลังถาโถม ต้องยกให้สมุนไพรจากสมุนไพรสูตรหมอยาพื้นบ้านแบบโบราณ และสูตรของโรงพยาบาลกุดชุมที่เชี่ยวชาญด้านแพทย์แผนไทย อย่างแคปซูลฟ้าทะลายโจร ก็มีวางจำหน่ายที่นี่ด้วย

ร้านเล็ก ๆ แต่อัดแน่นไปด้วยผลิตภัณฑ์อินทรีย์แห่งนี้ยังมีสินค้าอื่นอีกมาก เรียกได้ว่ามาที่เดียวได้ของฝากของดีของเด่นกลับบ้านแน่นอน

ที่ตั้ง : ปั๊มน้ำมัน ปตท. แยกตับเต่า ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.30 – 18.30 น.

โทรศัพท์ : 08 9718 2516

Facebook : อินดี้ ออร์แกนิค

Writer

พณิช ตั้งวิชิตฤกษ์

นักลองฝึกพิสูจน์อักษร ผู้แสร้งเป็นนักลองฝึกเขียน อดีตเป็นนักเรียนภาษา ผู้สนใจเป็นนักเรียนประวัติศาสตร์ศิลป์ รักในมวลรอบข้างที่ดี กาแฟ ชาเขียว และแมวเหมียว

Photographer

ณัฐพล พุ่มสาขา

ช่างภาพสาระพัดประโยชน์ จริงๆ แล้วงานหลักคือ ตัดต่อวีดีโอ ทำวีดีโอโฆษณา วีดีโองานแต่ง ได้มาจับกล้องเพราะทีมขาดช่างวีดีโอ หลังจากนั้นก็เริ่มฝึกเรียนรู้แบบ ครูพักลักจำมาเรื่อยๆ และแล้วอยู่มาวันนึง ช่าวภาพนิ่งในทีมก็ขาดอีก ผมจึงได้มาจับงานถ่ายภาพ จนถึงทุกวันนี้

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

24 กันยายน 2564
15 K

The Cloud x การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

หากพูดถึงสกลนคร หลายคนก็คงนึกถึงวัดพระธาตุเชิงชุมฯ ผ้าคราม สาวภูไท เนื้อย่างโพนยางคำ หรืองานแห่ดาวช่วงเทศกาลคริสต์มาสที่บ้านท่าแร่ ในยุคการแพร่ระบาดของโควิด-19 สกลนครเกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งเล็กและใหญ่ แต่ยังคงรักษาสิ่งน่ารักแบบเดิมที่เคยเป็นมาได้อย่างแข็งแรง เพราะใช้วิถีชีวิตและความเป็นสกลนครในการทำกิจการ รวมทั้งเกิดกิจการใหม่ๆ จากคนรุ่นใหม่ที่กลับบ้าน ไปจนถึงอีกหลายกิจการที่เราอยากเอาใจช่วย 

สกลนครยังคงเป็นเมืองที่น่าค้นหา ชวนให้อยากกลับไปเที่ยวเสมอ เมื่อมีโอกาสได้เดินทางไปเยี่ยมเยียนสกลนคร เราอยากแนะนำกิจการ ทั้งที่พัก อาหาร กาแฟ รวมทั้งของที่ระลึกให้ได้แวะไปอุดหนุนเมื่อได้ไปสกลนครอีกครั้ง

01

คำหอม 

คาเฟ่ที่เป็นห้องรับแขกของสกลนคร

คำหอม
8 กิจการน่ารักน่าอุดหนุนของชาวสกล ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวสกลนคร

สกลนครถือว่าเป็นเมืองที่มีคาเฟ่เยอะมาก แต่ละร้านมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันไป ร้านกาแฟที่เป็นสไตล์คาเฟ่ส่วนใหญ่จะเปิดช่วงสายๆ แต่ถ้าตามหาคาเฟ่ที่เปิดเช้าที่สุดก็คงมีแต่ร้าน ‘คำหอม’ ที่นี่เลยเป็นจุดเริ่มต้นของกาแฟตอนเช้าของสกลนคร 

คาเฟ่อยู่ในซอยเล็ก ถ้าหากไม่ไช่คนสกลนครคงไม่สะดุดตา ตึกกึ่งอิฐกึ่งไม้ดูแล้วดูมีมนต์ขลัง ก้าวแรกที่เปิดประตูเข้าไป มีพนักงานหน้าตาที่ยิ้มแย้มทักทายด้วยสำเนียงเหน่อสกลนครอันเป็นเอกลักษณ์ หลายคนคงงงว่า เหน่อสกลนครมันเป็นยังไง ต้องลองมาฟังเองแล้วล่ะ

8 กิจการน่ารักน่าอุดหนุนของชาวสกล ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวสกลนคร
8 กิจการน่ารักน่าอุดหนุนของชาวสกล ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวสกลนคร

ร้านคำหอมแบ่งออกเป็น 3 ส่วนตามความชอบของครอบครัว อ้อ-จิติภรณ์ ณ ลำเลียง เจ้าของร้านที่รักการทำคาเฟ่ และน้องสาวที่ทำเกษตรอินทรีย์ในชื่อ นาคำหอม เลยมีส่วนจำหน่ายผลิตภัณฑ์เกษตรที่ปลูกเอง เช่น ผักปลอดสารพิษ สมุนไพรสกลนคร น้ำเม่า และไวน์เม่า ส่วนสุดท้ายคือส่วนที่จัดแสดงและจำหน่ายผ้าครามทอมือ ย้อมสีธรรมชาติตามความชอบของคุณแม่ ตกแต่งร้านด้วยของสะสมของคุณพ่อ

8 กิจการน่ารักน่าอุดหนุนของชาวสกล ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวสกลนคร

“ตั้งใจให้คำหอมเป็นห้องรับแขกของสกลนคร อยากจะให้คนมาเยี่ยมได้เจออะไรที่มันเป็นสกลนคร ชอบที่เวลาทุกคนมาสกลแล้วก็พามาที่นี่ จะได้รู้ว่าเรามีอะไรบ้าง” เจ้าของห้องรับแขกบอก

ที่ตั้ง : 2 ถนนรัฐพัฒนา ตำบลธาตุเชิงชุม อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร 47000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ทุกวัน 08.00 – 10.00 น. 

Facebook : คำหอม สกลนคร

โทรศัพท์ : 08 1873 7564 

02

นาไคคาเฟ่ 

คาเฟ่และฟาร์มผักปลอดสารพิษของคนรุ่นใหม่หัวใจสีเขียว

นาไคคาเฟ่
8 กิจการน่ารักน่าอุดหนุนของชาวสกล ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวสกลนคร

ช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้คนหันมาสนใจดูแลสุขภาพกันมากขึ้น ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกจึงเป็นที่ต้องการของคนกลุ่มนี้ สกลนครเองก็มีคาเฟ่โดยกลุ่มวัยรุ่นที่สนใจการเกษตร 

8 กิจการน่ารักน่าอุดหนุนของชาวสกล ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวสกลนคร

ป๊อป-ธัชฏาพร ล้อวงศ์งาม คนสกลนครรุ่นใหม่เจ้าของนาไคฟาร์มและคาเฟ่เล่าให้ฟังว่า ความตั้งใจแรกเมื่อ 2 ปีก่อนคือ อยากปลูกผักที่ไม่มีสารพิษจริงๆ ให้ครอบครัวและคนสกลนครได้กินด้วย เลยทำฟาร์มผักออร์แกนิกขึ้นมาก่อน พอเริ่มทำกิจการสักพักก็ได้รับการตอบรับดีเกินคาด เลยอยากทำคาเฟ่ให้คนที่มาเยี่ยมชมฟาร์มได้มีน้ำหวานกินและมีที่นั่งพัก นอกจากนี้ ทางร้านมีกิจกรรมให้ลูกค้ามีส่วนร่วม ทั้งปลูกผัก ตัดผัก และเปิดจำหน่ายผักที่ปลูกจากฟาร์ม เช่น กรีนโอ๊ค เรดโอ๊ค คอส บัตเตอร์เฮด แถมที่ฟาร์มยังมีดอกทานตะวันไว้ให้ลูกค้าได้เดินชมและถ่ายรูปอีกด้วย 

8 กิจการน่ารักน่าอุดหนุนของชาวสกล ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวสกลนคร
8 กิจการน่ารักน่าอุดหนุนของชาวสกล ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวสกลนคร

ป๊อปบอกว่าพยายามคัดสรรสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า แม้กระทั่งเมล็ดกาแฟก็เลือกเองถึงแหล่งปลูก เพื่อการันตีว่าเป็นกาแฟที่ปลอดสารพิษจริงๆ ทางร้านยังมีเมนูเครื่องดื่มสมุนไพรไร้น้ำตาล แคลอรี่ 0 เปอร์เซ็นต์ เช่น น้ำกระเจี๊ยบพุทราจีน น้ำอัญชันมะนาวน้ำผึ้ง น้ำมะตูมเก๋ากี้ และที่ลูกค้าถามหามากที่สุดคือแยมมัลเบอร์รี่ ทางร้านการันตีเลยว่าทำจากลูกหม่อน 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่ผสมน้ำตาล และเป็นลูกหม่อนที่ปลูกเองที่ฟาร์มด้วย นานๆ มีทีต้องรีบสั่งจองให้ทัน

อนาคตป๊อปมีแผนจะพัฒนานาไคฟาร์มให้มีกิจกรรมเพิ่มขึ้น รวมถึงจะทำเป็นร้านอาหารแบบ Farm to Table อีกด้วย

ที่ตั้ง : ทางหลวงชนบท 3137 ตำบลพังขว้าง อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร 47000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ทุกวัน ยกเว้นวันพุธ 08.00 -18.30 น. 

Facebook : นาไค ฟาร์ม

โทรศัพท์ : 08 8549 9980

03

TorKram 

ร้านเสื้อผ้าย้อมครามที่ตอบโจทย์ทั้งข้าราชการและวัยรุ่นชาย

TorKram

TorKram  มีสโลแกนว่า หยิบผ้าครามมาทำเท่ เป็นแบรนด์ที่ได้นำผ้าครามมาประยุกต์ให้เข้ากับยุคสมัย โดยการนำมาทำเป็นสูท เสื้อเชิ้ต แจ็กเก็ต ซึ่งตอนนี้เป็นที่นิยมของกลุ่มวัยทำงานที่ชื่นชอบผ้าคราม รวมถึงกลุ่มข้าราชการรุ่นใหม่ที่ต้องใส่ผ้าครามอันเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดสกลนคร  

8 กิจการน่ารักน่าอุดหนุนของชาวสกล ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวสกลนคร

ต่อศักดิ์ เกษมสุข ผู้ก่อตั้งแบรนด์ชาวนครพนม แต่ย้ายมาทำงานที่สกลนคร เคยเห็นผ้าครามมานานแต่ไม่กล้าหยิบมาใส่ เพราะคิดว่าเป็นผ้าของคนมีอายุ แบบเสื้อผ้าที่เคยมี เช่น เสื้อซาฟารี หรือชุดที่ใส่แล้วดูมีอายุ วัยรุ่นใส่ยาก   

จนเมื่อ 2 ปีก่อน ต่อศักดิ์มีโอกาสลงพื้นที่ชุมชน ได้เห็นกรรมวิธีทำผ้าครามและผลิตภัณฑ์ที่ทำจากคราม เลยเกิดแนวคิดนำผ้าครามที่แม่ๆ ทอมาประยุกต์ให้เข้ากับวัยรุ่น ด้วยความที่ตัวเองชอบใส่เสื้อเชิ้ตไปทำงาน และชอบใส่แจ็กเก็ตอยู่แล้ว เลยลองเอาผ้าครามมาปรับให้ใส่ได้ง่ายขึ้น ในช่วงแรกทำเพื่อใส่เอง แต่พอมีคนถามหา ก็เลยเลือกผ้าครามแบบลดทอนลวดลาย มีทั้งผ้าที่ชาวบ้านทำและลายผ้าที่ออกแบบเอง แล้วสั่งให้ชาวบ้านทอมาทำเป็นเสื้อผ้าให้เข้ากับวัยรุ่น เน้นการออกแบบให้เข้ากับผู้ชาย เพราะเสื้อสำหรับผู้หญิงมีค่อนข้างเยอะแล้ว

8 กิจการน่ารักน่าอุดหนุนของชาวสกล ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวสกลนคร
8 กิจการน่ารักน่าอุดหนุนของชาวสกล ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวสกลนคร

ต่อคราม มีหน้าร้านอยู่ที่ถนนผ้าครามสกลนคร เปิดขายเฉพาะวันเสาร์และอาทิตย์ช่วงเย็น แต่ก็สามารถสั่งซื้อสินค้าในช่องทางออนไลน์ได้

ที่ตั้ง : ถนนคนเดินผ้าย้อมคราม หน้าวัดพระธาตุเชิงชุม อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร 47000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : วันศุกร์-อาทิตย์ 16.00 – 20.00 น. 

Facebook : TorKram หยิบผ้าครามมาทำเท่ 

โทรศัพท์ : 08 1263 9293

04

 Susuru ramen

ร้านราเมนเส้นสดของสกลนคร

 Susuru ramen
8 กิจการน่ารักน่าอุดหนุนของชาวสกล ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวสกลนคร

ได้ยินคำบอกเล่าจากคนสกลว่าอย่าลืมไปแวะชิมราเมนเจ้าเด็ด คิดในใจว่าทำไมอยู่สกลนคร ยังให้มากินราเมน แต่ถ้าหากเจ้าบ้านนำเสนอมาขนาดนี้ ยังไงก็ต้องลอง 

หลังจากที่ได้ไปดูพระอาทิตย์ตกที่หนองหาร ภายในสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์แล้ว ขับรถเลียบเลาะถนนมาไกลมากจะเจอกับร้าน Susuru ramen ที่มีโต๊ะเพียงไม่กี่โต๊ะ และจองเต็มหมดเกือบทุกวัน

8 กิจการน่ารักน่าอุดหนุนของชาวสกล ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวสกลนคร

เอ-วีรภัทร์ สุขนิ่ม เจ้าของร้านและช่างภาพนิตยสาร และ ตุ๋ย-ไพสิฐ พัฒนบวร หุ้นส่วนและเป็นผู้ทำราเมน อยากเปิดเป็นร้านอาหารจีนในตอนแรก แต่สุดท้ายก็เลือกทำเป็นร้านราเมน เพราะในสกลนครยังไม่มีและอยากให้คนสกลได้ชิม

ราเมนทำเป็นเส้นสด ทำวันต่อวัน และเสิร์ฟได้สูงสุดเพียง 37 เสิร์ฟต่อวันเท่านั้น มีเพียงแค่ 3 เมนู คือ ทงคัตสึราเมน โชยุราเมน และข้าวชาชูด้ง แต่ละเมนูคุณตุ๋ยใช้วิธีการทำทั้งหมดเหมือนแบบญี่ปุ่น แต่วัตถุดิบเป็นของที่หาได้ในท้องถิ่นแทบทั้งหมด ยกเว้นเครื่องปรุงบางอย่างที่ต้องนำเข้าเท่านั้น

8 กิจการน่ารักน่าอุดหนุนของชาวสกล ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวสกลนคร
8 กิจการน่ารักน่าอุดหนุนของชาวสกล ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวสกลนคร

จุดเด่นของราเมนที่นี่ผมว่าอยู่ที่น้ำซุปและหมูชาชูที่รสชาติกลมกล่อม ไม่เลี่ยนและไม่เค็ม ทำให้รสชาติทุกอย่างค่อนข้างลงตัว

มีโอกาสมาที่สกลนครเมื่อไหร่ อยากให้แวะมาชิมราเมนแบบที่คนสกลแนะนำจริงๆ 

ที่ตั้ง : 1636, 32 ถนนรอบเมือง ตำบลธาตุเชิงชุม อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร 47000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์ 17.00 – 21.00 น. 

Facebook : Susuru ramen

โทรศัพท์ : 09 4426 7542 

05

นอนนา สตูดิโอ

คาเฟ่ของหนุ่มเต่างอยที่กลับบ้านไปสโลว์ไลฟ์กลางนา

นอนนา สตูดิโอ
8 กิจการน่ารักน่าอุดหนุนของชาวสกล ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวสกลนคร

นอนนา สตูดิโอ ร้านกาแฟที่มีบรรยากาศอยู่กลางทุ่งนาจริงๆ ตกแต่งร้านด้วยวัสดุที่หาได้ในบ้านของ ทรงฤทธ์ มาภูธร เจ้าของร้านวัย 30 ทรงฤทธ์เป็นคนอำเภอเต่างอย ก่อนเปิดร้านกาแฟก็ทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ พอได้รับผลกระทบจากโควิด-19 เขาเลยกลับมาอยู่บ้าน  

เพราะชอบดื่มกาแฟและคิดอยากจะเปิดร้าน เลยช่วยกันตกแต่งร้านกับพ่อสองคน ใช้สิ่งของที่มีอยู่สร้างเป็นร้านกาแฟแบบสโลว์บาร์ที่มีกาแฟดริป ซึ่งทรงฤทธิ์สั่งเมล็ดกาแฟผาฮี้และคั่วเองด้วยมือ ได้กาแฟที่รสชาติพอดี ร้านนี้ไม่มีไฟฟ้า จึงใช้ไฟจากถ่านต้มน้ำ ใช้เครื่องบดมือบดเมล็ดกาแฟ เป็นกาแฟแบบไม่ต้องพึ่งพาอุปกรณ์ไฟฟ้าของจริง 

8 กิจการน่ารักน่าอุดหนุนของชาวสกล ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวสกลนคร

สิ่งที่มีมูลค่ามากอีกอย่างหนึ่ง กลายเป็นจุดดึงดูดในการท่องเที่ยวและพักผ่อนที่ใหม่ให้กับคนสกลนคร คือความเขียวขจีของธรรมชาติ ชมทุ่งนา สูดอากาศบริสุทธิ์ พร้อมหอมกลิ่นกาแฟดริป ในบางวันยังมีเพื่อนๆ นำพิณ แคน กีตาร์ มาบรรเลงเคล้าคลอกับธรรมชาติและกลิ่นอายของความเป็นอีสาน เป็นเสน่ห์ของร้านนี้แบบหาที่ไหนเหมือนได้ยาก

ที่ตั้ง : ตำบลเต่างอย อำเภอเต่างอย จังหวัดสกลนคร 47260 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ทุกวัน 10.00 – 18.00 น. 

Facebook : นอนนา studio 

โทรศัพท์ : 09 1009 0759 

06

อีหลีน่า คาเฟ่ 

คาเฟ่และสนามฟุตบอลตีนเปล่าของ ก้อง ห้วยไร่

อีหลีน่า คาเฟ่ คาเฟ่และสนามฟุตบอลตีนเปล่าของก้อง ห้วยไร่
8 กิจการน่ารักน่าอุดหนุนของชาวสกล ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวสกลนคร

อีหลีน่า คาเฟ่ เกิดขึ้นจาก ก้อง ห้วยไร่ นักร้องลูกทุ่งอีสานชื่อดังสร้างสนามฟุตบอลที่มีเอกลักษณ์ โดยใช้ก้อนฟางอัดมาสร้างเป็นอัฒจันทร์ และออกแบบให้เป็นสนามแข่งขันฟุตบอลที่มีกฎกติกาเข้ากับความเป็นท้องถิ่น คือ ห้ามใส่รองเท้า ต้องใช้เท้าเปล่าเท่านั้น โดยใช้ชื่อว่า สนามห้วยไร่ อีหลีน่า ซึ่งอาจจะใกล้เคียงหรือพ้องเสียงกับว่า อารีน่า และจัดการแข่งขันฟุตบอล ห้วยไร่คัพ ครั้งที่ 1 ในปีนั้นเอง ซึ่งการแข่งขันครั้งนั้นถือว่าประสบความสำเร็จมาก 

ตั้งแต่การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ยังจัดห้วยไร่คัพครั้งต่อไปไม่ได้ เลยปรับเปลี่ยนสนามแข่งฟุตบอลเท้าเปล่ามาเป็นคาเฟ่ 

8 กิจการน่ารักน่าอุดหนุนของชาวสกล ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวสกลนคร

อีหลีน่า คาเฟ่ เป็นคาเฟ่ที่ตั้งอยู่ในอำเภอวานรนิวาส ซึ่งเป็นบ้านเกิดของคุณก้อง ด้วยความคิดที่อยากพัฒนาบ้านเกิดให้มีแหล่งท่องเที่ยว อีหลีน่า คาเฟ่ ใช้พื้นที่รอบๆ สนามฟุตบอลที่เคยเป็นสถานที่แข่งขัน ออกแบบให้เป็นคาเฟ่กลางแจ้ง มีร้านอาหาร ร้านเครื่องดื่ม ร้านลูกชิ้น ร้านยำ ลูกค้าจะซื้อกลับหรือนั่งทานบริเวณที่จัดให้ก็ได้

อีหลีน่า คาเฟ่ มีจุดถ่ายรูปที่นักท่องเที่ยวนิยมมาก ทั้งสนามฟุตบอลและสะพานไม้ที่ทอดผ่านทุ่งนา ที่นี่จึงเป็นจุดพักผ่อนหย่อนใจที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน 

ที่ตั้ง : สนามห้วยไร่อีหลีน่า ตำบลธาตุ อำเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร 47120 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ทุกวัน 09.00 – 18.00 น. 

Facebook : อีหลีน่า คาเฟ่

07

เตาถ่านโคขุนโพนยางคำ

สูตรย่างเนื้อ 8 วินาทีของร้านเนื้อย่างชื่อดังเมืองสกล 

เตาถ่านโคขุนโพนยางคำ
8 กิจการน่ารักน่าอุดหนุนของชาวสกล ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวสกลนคร

ถ้ามาสกลนคร ของกินอีกอย่างที่ต้องนึกถึงคือเนื้อโพนยางคำหรือเนื้อไทย-ฝรั่งเศส หลายคนอาจจะยังนึกไม่ออกว่าโคขุนโพนยางคำแตกต่างจากโคขุนที่อื่นยังไง 

โคขุนโพนยางคำมีการพัฒนาสายพันธุ์และได้ความร่วมมือจากรัฐบาลฝรั่งเศส ผสมจากโคเนื้อ 3 สายพันธุ์ คือ พันธุ์ชาโรเลย์สจากฝรั่งเศส พันธุ์ซิมเมนทอลจากสวิตเซอร์แลนด์ และพันธุ์ลิมูซีนจากฝรั่งเศส มาขุนเปิดเพลงให้ฟังเพื่อกระตุ้นการกินอาหารของวัว โคขุนที่นี่จะให้กินอาหารข้นและกากน้ำตาลเป็นหลัก ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้เนื้อนุ่มและหอม 

8 กิจการน่ารักน่าอุดหนุนของชาวสกล ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวสกลนคร
8 กิจการน่ารักน่าอุดหนุนของชาวสกล ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวสกลนคร

‘เตาถ่านโพนยางคำ’ เป็นร้านขายเนื้อย่างโพนยางคำที่นิยมของคนสกลนครและจังหวัดใกล้เคียง มีเมนูสำหรับเนื้อที่เป็นเมนูเตาถ่านสุดฮอต วิธีการรับประทานคือ จะต้องเอาเนยที่ทางร้านให้มาด้วยทาลงบนกระทะร้อนก่อน จากนั้นให้นำตะเกียบคีบเนื้อมาดาดลงบนกระทะร้อนประมาณ 8 วินาที จากนั้นให้นำมาจิ้มกับน้ำจิ้มแจ่วขมหรือน้ำจิ้มหวานตามชอบ 

เตาถ่านโพนยางคำมีมุมเนื้อสด และผลิตภัณฑ์เนื้อโพนยางคำหั่นชิ้นขายเป็นแพ็ก รวมถึงเนื้อสไลด์พร้อมทาน เหมาะสำหรับซื้อกลับไปรับประทานที่บ้าน และยังมีน้ำจิ้มสูตรเด็ดของทางร้านจำหน่ายด้วย 

8 กิจการน่ารักน่าอุดหนุนของชาวสกล ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวสกลนคร

ที่ตั้ง : ถนนสกลนคร-กาฬสินธุ์ ตำบลธาตุเชิงชุม อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร 47000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ทุกวัน ยกเว้นวันพุธ 11.00 – 22.00 น. (ช่วงโควิด-19) ปกติเปิดทุกวัน 11.00 – 23.00 น. 

Facebook : เตาถ่านโคขุนโพนยางคำ สกลนคร

โทรศัพท์ : 0 4209 2337 

08

บ้านเสงี่ยม-มณี

ที่พักน่ารักเล่าเรื่องสกลนครผ่านห้องพักในบ้านไม้เก่ารุ่นทวด

บ้านเสงี่ยม-มณี
8 กิจการน่ารักน่าอุดหนุนของชาวสกล ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวสกลนคร

บ้านเสงี่ยม-มณี ที่พักขนาด 4 ห้องนอนที่ปรับปรุงจากบ้านไม้ขนาดเล็กของปู่เสงี่ยมและย่ามณี บรรพบุรุษตระกูลสมพงษ์มาตั้งแต่ พ.ศ. 2497 สืบทอดมาจนรุ่นหลานและเหลน ฟ้า-อัชฌา สมพงษ์ และ พิณ-วีริสา สมพงษ์ แปลงโฉมบ้านไม้ตะเคียนเป็นที่พักบูทีคกึ่งคาเฟ่ที่ไม่ได้มุ่งเน้นกำไร แต่เป็นการอนุรักษ์บ้านไม้แบบเก่าของสกลนครของครอบครัวเอาไว้

ชั้นล่างเป็นห้องสมุดกึ่งคาเฟ่ มีหนังสือให้นั่งอ่านเล่นระหว่างจิบกาแฟหรือน้ำผลไม้ พร้อมขายของที่ระลึกจากสกลนคร เช่น ผ้าพันคอย้อมคราม เครื่องประดับผ้าทอ ข้าวฮาง มีพื้นที่ด้านข้างยังจัดแสดงภาพถ่าย ของใช้ และสิ่งตกแต่งบ้านเก่าที่เล่าเรื่องประวัติความเป็นมาของบ้าน

8 กิจการน่ารักน่าอุดหนุนของชาวสกล ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวสกลนคร

ชั้นสองและชั้นสามกลายเป็นที่พัก 4 ห้อง โดยชื่อห้องและการตกแต่งได้แรงบันดาลใจมาจากจังหวัดสกลนคร ได้แก่ 1) ห้องยลสกล ตกแต่งด้วยผ้าครามและมีวิวนอกหน้าต่างเป็นเมืองเก่า พูดถึงตัวเมืองแสนคลาสสิก 2) ห้องมนต์หนองหาร ห้องกว้างที่สุดที่ได้แรงบันดาลใจจากหนองหาร หนองน้ำธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในอีสาน ตกแต่งด้วยอุปกรณ์ประมงซึ่งเป็นวิถีชีวิตที่เห็นได้ในหนองหาร 3) ห้องละลานนา เคยเป็นห้องเก็บข้าวสารอาหารแห้งของบ้าน ตกแต่งด้วยกระด้ง นอกจากจะสื่อถึงเรื่องราวเดิมของบ้าน ยังสื่อถึงข้าวที่เป็นของดีของสกลนครได้อีกด้วย และห้องสุดท้ายคือห้องเล็กแต่ส่วนตัว อยู่ชั้นบนสุดชื่อ เทิงภูพาน ห้องตกแต่งสีเขียวที่ได้แรงบันดาลใจจากเทือกเขาภูพานที่ผูกพันกับคนสกลนครมานาน 

เป็นที่พักที่อยากแนะนำเมื่อได้มาเยือน เพื่อจะได้เห็นความเป็นสกลนครที่น่ารักในอีกมุมหนึ่ง 

ที่ตั้ง : ถนนเจริญเมือง ตำบลธาตุเชิงชุม อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร 47000 (แผนที่)

โทรศัพท์ : 06 2727 7126

Facebook : บ้านเสงี่ยม-มณี Baan Sa ngiam-Manee

Writer

วิศิษย์ศักดิ์ อุดมมาลา

อาจารย์ด้านการท่องเที่ยวที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตสกลนคร สนใจเกี่ยวกับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและ Gastronomy Tourism รวมถึงศิลปวัฒนธรรมดนตรีอีสาน

Photographer

จิราภรณ์ ล้อมหามงคล

ช่างภาพฟรีแลนซ์ตัวไม่เล็กจากแดนอีสาน ผู้ชื่นชอบในประวัติศาสตร์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load