กลาง พ.ศ. 2564 ท่ามกลางกระแส T-POP ที่กำลังเป็นที่พูดถึง มีรายการหนึ่งถือกำเนิดขึ้น และกลายเป็นเวทีสำคัญที่เหล่าศิลปินทั้งหน้าใหม่และเก่าอยากมาเยือน 

ตัดภาพไปที่คนฟังเพลง ฝ่ายนั้นก็ตื่นเต้นไม่แพ้กัน ในที่สุดประเทศไทยยุคนี้ก็มีรายการให้ศิลปินปล่อยของกับเขาสักที!

แต่ความพิเศษไม่ได้หยุดอยู่แค่ตรงนั้น

รู้หรือไม่ว่า จริง ๆ แล้วทีมงานไม่ได้ตั้งใจทำแค่รายการโชว์ร้องเพลง ไม่ได้ตั้งใจเสิร์ฟแค่ความบันเทิงในคืนวันเสาร์ให้คนที่นั่งเฝ้าทีวี แต่พวกเขาคิดไปถึงการ ‘เขย่า’ วงการเพลงบ้านเราที่กำลังเริ่มออกตัว ให้ไปได้ไกลแสนไกลกว่าเดิม ด้วยบริษัทที่ตั้งใจเปิดแยกออกมาจาก เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ อย่าง ทีป๊อป อินคอร์ปอเรชั่น ด้วย

บริษัทนี้จะสร้างคอมมูนิตี้ให้เหล่าศิลปินและผู้สนับสนุนได้อยู่ร่วมกัน โดยมีความหวังอย่างยิ่งว่า จะช่วยรัน Ecosystem ของอุตสาหกรรมเพลงให้สมบูรณ์ แข็งแรง พร้อมส่งออกสู่นอกประเทศในภายภาคหน้า

พวกเขามีแนวคิดในการออกแบบรายการอย่างไร ตั้งใจผลักดันชุมชนไปในทางไหน และมีมุมมองต่อการสนับสนุนศิลปินไทยอย่างไรบ้าง กร-ชลากรณ์ ปัญญาโฉม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานดิจิทัล บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน), กรรมการบริษัท ทีป๊อป อินคอร์ปอเรชั่น จำกัด และค่ายเพลง XOXO Entertainment รวมถึง เอก้า-ดร.สหพร ยี่ตันสี Group Head ฝ่ายผลิต บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) อยู่ตรงนี้กับเรา พร้อมเล่าทั้งหมดอย่างไม่มีกั๊ก

T-POP Stage Show รายการดนตรีไทยป๊อป ที่มีภารกิจสร้างคอมมูนิตี้เขย่าวงการเพลงไทย

ระบบนิเวศของเสียงเพลง

เอก้าเป็นโปรดิวเซอร์ที่ทำรายการหลากหลาย แต่อย่างหนึ่งที่โดดเด่นของเธอก็คือ Music Content ด้วยความที่เป็นนักเต้น ชอบดูการเต้น จึงมีศิลปินเต้นเป็นความชื่นชอบส่วนตัว ซึ่ง The Mask Singer, X Factor, Wall Song หรือ T-POP Stage Show ล้วนแล้วแต่เป็นฝีมือของโปรดิวเซอร์ผู้รักเสียงเพลงคนนี้

สำหรับกร พูดให้เข้าใจง่าย ๆ คือ เขาเป็นผู้บริหารของเวิร์คพอยท์ที่ตอนนี้มาดูแลเรื่อง T-POP ด้วย

T-POP Stage Show เริ่มจากก่อนโควิด เราไปต่างประเทศค่อนข้างถี่ ไปสัมมนาของ Google ของ Facebook แพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ ที่มีคนเก่ง ๆ ทั้งโลกมารวมกัน” กรเริ่มเล่าที่มาที่ไป “ทุกครั้งที่ไปก็จะมีคนมาทัก The Mask Singer สนุกดี The Rapper สนุกดี คนที่นู่นเขาก็ดูเราผ่านออนไลน์นี่แหละ เลยรู้สึกว่าถ้าคอนเทนต์ไทยไปต่างประเทศ ดนตรีอาจจะจำง่ายสุด แล้วเราก็คิดว่าถ้าทำคอมมูนิตี้ขึ้นมาก็จะง่ายขึ้นอีก”

เวิร์คพอยท์ได้เปิดบริษัท ทีป๊อป อินคอร์ปอเรชั่น ขึ้นมาเพื่อเป็นคอมมูนิตี้ ซึ่งชุมชนนี้มีอะไรน่าสนใจบ้าง เราจะค่อย ๆ ล้วงลึกไปทีละอย่าง

T-POP Stage Show รายการดนตรีไทยป๊อป ที่มีภารกิจสร้างคอมมูนิตี้เขย่าวงการเพลงไทย

“ง่ายที่สุดเลยคือรายการทีวี ก็เลยทำ T-POP Stage Show ขึ้นมา ให้เอก้ามาช่วยทำ เนื่องจากเดี๋ยวนี้มันไม่มีรายการเพลงแล้ว” กรบอกว่าเมื่อก่อนยังเคยมีบ้าง ถ้ายุค โลกดนตรี หรือ 7 สีคอนเสิร์ต ก็จะเป็นเวทีให้วงมาเล่นทุกเสาร์-อาทิตย์ ส่วนยุค MTV, Channel V คือมีวีเจมาพูดแล้วก็โยนเข้าเพลง สุดท้ายรายการหายไปเพราะศิลปินมีช่องทางโปรโมตเป็นของตัวเอง แต่หากเป็นอย่างนั้น ศิลปินจะได้แค่พื้นที่ของตัวเอง ไม่ไปสู่คนอื่น พวกเขาจึงคิดว่าควรทำสเตจกลางไว้

นอกจากรายการ หลายคนอาจเห็นว่าพวกเขาทำค่ายเพลงเล็ก ๆ ชื่อ XOXO Entertainment ขึ้นมาด้วย

“จะได้รู้ว่าค่ายเขาเจอปัญหาอะไรกัน” กรบอกเหตุผล จริง ๆ แล้วค่ายเพลงมาก่อนรายการเล็กน้อย แต่อยู่ในแผนเดียวกัน “ตอนไปต่างประเทศ เราถามประเทศอื่นว่า Ecosystem ของอุตสาหกรรมเพลงเป็นยังไง เขาก็บอกว่า เกิร์ลกรุ๊ปยากที่สุด เพราะมีเรื่องอื่นนอกจากเรื่องเพลง เสื้อผ้า หน้า ผม การซ้อม สารพัดสิ่ง ก็เลยคิดว่า เอ้า! งั้นลองของที่ยากที่สุดไว้เลย”

T-POP Stage Show รายการดนตรีไทยป๊อป ที่มีภารกิจสร้างคอมมูนิตี้เขย่าวงการเพลงไทย

ที่กรหมายถึง คือวง 4EVE (ที่มี 7 คน) ศิลปินเบอร์แรกของค่ายที่มาจากรายการ 4EVE Girl Group Star กลางปี 2020 ตอนนี้ 4EVE ก็เป็นชื่อแรก ๆ ที่คนนึกออก เมื่อพูดถึงเกิร์ลกรุ๊ปเลือดใหม่ที่มีคุณภาพ

“แล้วเราก็มีแอปพลิเคชันเอาไว้สื่อสาร ให้คนเห็นว่าแต่ละอาทิตย์มีศิลปินคนไหนปล่อยเพลงใหม่บ้าง ช่วงนี้ศิลปินลงอะไรในโซเชียลมีเดีย เอาไว้แสดงยอดสตรีมมิ่งทาง Spotify ยอดสตรีมมิ่งทาง YouTube แล้วก็เอาไว้ให้คนโหวต”

การโหวตนำไปสู่การจัดอันดับในรายการ แรก ๆ มีเพียงโหวตฟรี แต่เมื่อแฟน ๆ เรียกร้องอยากควักกระเป๋า การโหวตแบบเสียเงินจึงเกิดขึ้น แต่ก็มีการกำหนดจำนวนเงินในแต่ละวันเอาไว้ ไม่ให้แฟนคลับใช้เงินเยอะเกินความพอดี

“เวลามีคนจัดรางวัลโหวต คนจัดเขามักจะเอาศิลปินที่มีแฟนเยอะ ๆ ไป เพื่อให้แฟนตามไปโหวตเสียสตางค์ให้ แต่ตัวศิลปินไม่ได้อะไร พอเราทำเลยคิดว่าถ้าจะมีโหวต เราจะแชร์กลับไปที่ค่ายเพลง ศิลปินจะได้มีรายได้จากสิ่งนี้ด้วย เผลอ ๆ บางคนรายได้ค่าโหวตเขาดีกว่ารายได้สตรีมมิ่งอีกนะ” มากไปกว่านั้น พวกเขายังมีงาน Award ประจำปี (จัดต้นปี) และ Festival (จัดปลายปี) ขึ้นมา นอกเหนือไปจาก Stage ในแต่ละอาทิตย์ เพื่อให้ Ecosyetem แข็งแรงขึ้นไปอีกด้วย

T-POP Stage Show รายการดนตรีไทยป๊อป ที่มีภารกิจสร้างคอมมูนิตี้เขย่าวงการเพลงไทย
T-POP Stage Show รายการดนตรีไทยป๊อป ที่มีภารกิจสร้างคอมมูนิตี้เขย่าวงการเพลงไทย

T-POP เป็นคำกลาง ๆ แปลว่าเพลงป๊อบไทย ทำไมต้องเป็นเวิร์คพอยท์ที่เป็นคนหยิบมาทำ – เราถาม

“คงคล้าย ๆ กับตอนทำ The Rapper มั้ง Rapper, Hiphop เขามีกันมานานแล้ว แค่ไม่มีคนช่วยระเบิดให้เขา T-POP ก็คล้ายกัน ต้องมีใครสักคนมาตะโกนให้ทุกคนฟัง ซึ่งเวิร์คพอยท์อาจจะเสียงดังหน่อย ก็เลยเป็นเราที่ช่วยตะโกน”

ถ้าในอนาคตคนอื่นทำรายการ T-POP บ้างล่ะ?

“ตอนทำ The Rapper ก็มีรายการอื่นนะ พร้อมกันเลยด้วย แต่ก็คุยกันว่า เออ! มีก็มาพร้อม ๆ กันเลย เพราะจุดประสงค์เราคือการเขย่าอุตสาหกรรมเพลง”

โชว์ลีลาอลังการ

กว่าจะมาเป็นรายการเพลงเพลิน ๆ แบบที่เราเห็นตอนนี้ โจทย์แรกที่กรและเหล่าผู้ใหญ่ให้มา คืออยากทำรายการสเตจโชว์สำหรับศิลปิน โปรดิวเซอร์มือทองอย่างเอก้าจึงลองดีไซน์ในหัวออกมาหลายตัวเลือก ไม่ว่าจะเป็น 1 สัปดาห์ ศิลปิน 1 คน เหมือนคอนเสิร์ตสมัยก่อน หรือแบบเกาหลีที่มีศิลปินหลากหลายใน 1 สัปดาห์ 

แต่ด้วยข้อจำกัดว่ารายการทีวีไทยไม่ได้มีความยาว 3 ชั่วโมงแบบเกาหลี จึงออกมาเป็นการแบ่งเป็น 3 ช่วง T-POP ในตำนาน, T-POP ที่มีชื่อเสียง, T-POP หน้าใหม่ และมี Special Stage ในบางครั้ง เพื่อนำศิลปินที่ไม่เคยร้องเพลงด้วยกันมาร่วมสร้างผลงานมาสเตอร์พีซ แต่เมื่อทำซ้ำไปเรื่อย ๆ แพตเทิร์นอย่างนั้นก็เริ่มจะน่าเบื่อ ทุกวันนี้รูปแบบรายการก็ยืดหยุ่นกว่าเดิมมากแล้ว

T-POP Stage Show รายการดนตรีไทยป๊อป ที่มีภารกิจสร้างคอมมูนิตี้เขย่าวงการเพลงไทย

กรบอกว่าสิ่งที่น่าประทับใจที่สุดสำหรับคนเบื้องหลังอย่างเขา คือศิลปินรุ่นใหม่เกือบทุกคนที่ปล่อยเพลงใหม่ อยากมาปล่อยของในรายการนี้กันมาก

ไม่ใช่แค่เหล่าศิลปินที่อยากมา สำหรับเราที่เป็นฝ่ายแฟนคลับและผู้ติดตามก็รู้สึกว่า T-POP Stage Show เป็นเวทีสำคัญเช่นกัน เมื่อก่อนที่รายการยังไม่เกิดขึ้น แฟนคลับต้องรอศิลปินไปโชว์บนเวทีแคบ ๆ ของรายการข่าวเช้าบ้าง รายการพูดคุยสัพเพเหระบ้าง รอชมศิลปินไปเล่นเกมโชว์ในรายการวาไรตี้บ้าง

“เรามีเกมโชว์เยอะ เห็นได้ชัดเลยว่าศิลปินบางคนเขาเคอะเขินกับการเล่นเกม แต่อันนี้เป็นการร้องเพลง เขาเลยสนุก ก็เลยอยากมากัน เขาอยากแสดงให้สิ่งที่เขาถนัด” กรเล่า

“สำหรับศิลปินบางคน เขาบอกว่านี่คือที่ที่ทำให้คนเห็น เพราะว่ามันคือทีวี บางคนเขามีกลุ่มของเขา เขาทำในยูทูบของตัวเองก็ได้ ไปงานคอนเสิร์ตของตัวเองก็ได้ แต่นี่เป็นอีกที่หนึ่งที่ทำให้คนดูทีวีเห็น” เอก้าเสริม ทั้งคู่บอกว่าอินเทอร์เน็ตเป็นที่ของวัยรุ่น หากได้มาออกทีวี ฐานแฟนก็จะมีโอกาสขยายเพิ่มขึ้นอีก

“สิ่งหลัก ๆ ที่เราอยากสื่อสารกับคนดู คืออยากบอกว่ามีเพลงแบบนี้อยู่ นึกถึง T-POP ไม่ใช่ว่าต้องนึกถึงพี่เบิร์ดตลอดเวลา จริง ๆ แล้วยังมีศิลปินคนอื่น ๆ ที่พอเราเปิดเพลงในรถแล้วพ่อแม่หรือคนทั่วไปยังไม่รู้ เราอยากจะสื่อสารว่าจริง ๆ แล้วเขาเก่ง” เขาอยากให้คนดูรายการแล้ว ‘อ๋อ’ ขึ้นมาว่า คนร้องเพลงนี้เขาหน้าตาแบบนี้นี่เอง!

T-POP Stage Show รายการดนตรีไทยป๊อป ที่มีภารกิจสร้างคอมมูนิตี้เขย่าวงการเพลงไทย
T-POP Stage Show รายการดนตรีไทยป๊อป ที่มีภารกิจสร้างคอมมูนิตี้เขย่าวงการเพลงไทย

ยุคแรกเริ่ม เอก้าเสพเพลงไทย ร้องเต้นเอนจอยเพลงของศิลปินอย่าง แคทลียา อิงลิช, ญาญ่าญิ๋ง หรือ แร็พเตอร์ มาก่อน เมื่อถึงยุคหนึ่งที่คนไทยหันมาเล่นกีตาร์ ทำวงดนตรี แล้วศิลปินแดนซ์ ๆ แบบเดิมหายไป เธอก็หันไปฟังเพลงเกาหลีตามสมัยนิยม พอวันหนึ่งเพลงไทยแนว ‘คล้าย ๆ’ อย่างนั้นคืนชีพ จึงเรียกความสนใจเธอกลับไปได้อีกครั้ง

“เราสบายใจที่ฟังแล้วเข้าใจความหมาย แต่ก่อนฟังเพลงเกาหลีเราก็ได้แค่ซึมซับจังหวะ ต้องฟังประมาณ 345 รอบถึงจะร้องได้ใกล้เคียง” เธอหัวเราะร่า “เราเลยคิดว่าเพลงไทยก็มีเสน่ห์ของตัวเองนะ ศิลปินไทยเองก็เก่งด้วย พอรู้ประวัติแล้วอยากบอกทั้งโลกเลยว่า นี่คือคนไทย ดูวิธีการเขียนเพลงของเขาสิ”

จริง ๆ แล้วกระแสเพลงไทยคลื่นใหม่กับรายการ T-POP Stage Show เริ่มขึ้นพร้อม ๆ กัน โปรดิวเซอร์เอก้าเล่าให้เราฟังว่า เมื่อ 9 ปีที่แล้วที่พวกเขาทำวง Gaia จะทำอะไรก็ดูเหมือนจมหายไปเสียหมด แต่พอยุค BNK48 มาถึง กลายเป็นว่าคนไทยเริ่มกลับมาฟังเพลงไทยอย่างไม่น่าเชื่อ และเพลงแบบวงไอดอลก็กลับมาเป็นเทรนด์

เจาะลึกเบื้องหลังการวางแผนผลักดัน T-POP รันระบบนิเวศวงการเพลงของทีมเวิร์คพอยท์ กรณ์ ชลากรณ์ และ เอก้า สหพร

“แต่ตอนนี้ทั้งวงการเพลงมันคึกคักขึ้น ไม่ได้เจาะจง Genre ไปขนาดนั้นนะ” ผู้บริหารอย่างกรเห็นต่าง “สังเกตดี ๆ รายการนี้อินดี้ก็มา แรปเปอร์ก็มา บอยแบนด์ เกิร์ลกรุ๊ปก็มา ป๊อปสีลูกกวาด ก็มา R&B ก็มา”

แล้วตกลง T-POP คืออะไรกัน?

“สำหรับเด็ก ๆ เขาคาดหวังให้ T-POP เป็นแบบ K-Pop เนื่องจากเด็ก ๆ วันนี้เขาอาจจะโตมากับ K-Pop ส่วนอีกยุคหนึ่งที่โตมากับ BNK48 ก็อาจจะบอกว่า เฮ้ย ไม่ใช่นะ ต้องรวมไอดอลไปด้วย พวกฝั่ง Pop Rock ก็จะเฮ้ย แล้วพวกฉันอยู่ไหนวะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นทั้งหมดคือ T-POP หรือ Thai Pop นี่แหละ

“อย่าเพิ่งไปแยกว่ามันเป็นแนวอะไร เราต้องรวมกันแล้วหาสักชื่อมาเรียก คนนอกประเทศจะได้หันมา พอไม่มีชื่อเรียกมันจะไปแค่เป็นส่วน ๆ” เขาหมายถึงศิลปินหลายคนที่เคย ‘โกอินเตอร์’ ไม่ว่าจะเป็น T-BONE ที่เคยไป Glastonbury เป็น Thaitanium ที่เคยไป World Tour เป็น ทาทา ยัง, คริสติน่า อากีล่า ที่เคยได้รางวัล MTV หรือศิลปินยุคใหม่อย่าง Phum Viphurit หรือ MILLI ที่มีกระแสพูดถึงในต่างประเทศ 

“มันจะไม่เกิดอะไรขึ้นกับวงการ ถ้าไม่มีคอมมูนิตี้เป็นก้อน มันจะสำเร็จเป็นชิ้น ๆ แล้วหายจากกัน”

เสียดายจริง ๆ ถ้าจะเป็นแบบนั้นตลอดไป

เจาะลึกเบื้องหลังการวางแผนผลักดัน T-POP รันระบบนิเวศวงการเพลงของทีมเวิร์คพอยท์ กรณ์ ชลากรณ์ และ เอก้า สหพร

ถึงเวลาตีให้ฟู

T-POP Festival ที่กำลังจะเกิดขึ้น (ที่จริงก็เกิดขึ้นวันแรก วันที่ลงบทความนี่แหละ) ทีมงานตั้งใจรวมรวมศิลปิน T-POP ทั้งหมดเท่าที่จะจัดการไหว มาทำโชว์แบบ Full Scale ด้วยกันในงาน โดยแบ่งเป็นหลาย ๆ เวทีให้เลือกเสพตามใจชอบ ซึ่งนอกจากส่วนของโชว์ ยังมีพื้นที่จัดบูทศิลปิน มีการออกร้านขายของ มีมาสคอตให้ถ่ายรูปกันสนุกสนานในบรรยากาศเทศกาลด้วย เฟสติวัลเป็นอย่างสุดท้ายที่พวกเขาเติมขึ้นมาเพื่อให้ระบบนิเวศของเสียงเพลงนี้แข็งแรง กรเชื่อว่าหากข้างในประเทศแข็งแรงแล้ว การจะไปข้างนอกก็คงไม่ใช่เรื่องยาก

“ตอนนี้ T-POP กลายเป็นคำฮิตไปแล้วนะ ใคร ๆ ก็พูดถึง แต่ก่อนยังไม่ติดหู สตรีมมิ่งต่าง ๆ ก็เลยมีแต่เพลย์ลิสต์ K-Pop, J-Pop ส่วนศิลปินไทยก็ใช้ชื่อรวม ๆ อย่างฮิตติดกระแส แต่หลัง ๆ นี่แทบทุก สตรีมมิ่งมีเพลย์ลิสต์ T-POP แปลว่าคำมันเริ่มได้แล้ว

“เหลือแค่เราต้องตีให้ฟูไปอีก” เขามุ่งมั่น 

เจาะลึกเบื้องหลังการวางแผนผลักดัน T-POP รันระบบนิเวศวงการเพลงของทีมเวิร์คพอยท์ กรณ์ ชลากรณ์ และ เอก้า สหพร

“คำฮิตแล้ว แต่การซัพพอร์ตยังไม่เยอะ ยุคนั้นเพลงไทยแข็งแรงเพราะขายเทปเป็นร้านตลับ พอมายุคนี้ที่สนับสนุนกันทางสตรีมมิ่ง มันยังไม่พอกับ Ecosystem ศิลปินจะทำเพลงร้อยล้านวิวได้สักกี่เพลงในรอบปี เราต้องสนับสนุนสินค้าเขาด้วย เพื่อให้รายได้ถึงศิลปิน”

กรเล่าว่าศิลปินยุคนี้มักจะอยู่ได้ด้วยการทัวร์ผับ ซึ่งการจะเข้าไปอยู่ในผับไทยได้ ประเภทของเพลงมักถูกจำกัด หากไม่นั่งชิลล์ ก็ต้องเป็นเพลงร็อกหน่อยหรือโจ๊ะหน่อย แล้วพอรายได้อยู่ที่การร้องเพลงกลางคืน อายุศิลปินก็จะสั้น เนื่องจากต้องวิ่งกันหลายสิบงาน กว่าจะเพียงพอในการหล่อเลี้ยงค่ายเพลงให้อยู่รอด ฉะนั้น การขายสินค้า ขาย Physical Album ให้ได้ จึงเป็นสิ่งสำคัญ

“เราถึงต้องทำคอมมูนิตี้ พอมีเฟสติวัลก็ขายง่ายขึ้น เขาอาจจะซื้อด้วยบรรยากาศ” ในช่วงเวลานี้ที่วงการเพลงไทยกำลังรีบูต เบื้องหลังอย่างพวกเขากำลังคิดกันหัวแตก ว่าจะมีทางไหนบ้างที่ทำให้ผู้คนหันมาสนใจ คลั่งไคล้ และจ่ายเงินให้ได้อย่างที่ทำกับศิลปินต่างประเทศ “ตอนนี้เขายังไม่รู้สึกอินกับ Ecosystem ความรู้สึกมันต้องสร้างกันเยอะ”

เราคิดตามสิ่งที่เขาพูด พลางนึกไปถึงอุตสาหกรรมไอดอลของเกาหลีหรือญี่ปุ่นที่มีการ ‘ขายอัลบั้ม’ กันอย่างจริงจัง และแฟนคลับก็พากันซื้อคนละเป็นตั้งเพื่อผลลัพธ์บางอย่าง เป็นต้นว่ายอดขาย บัตรเข้าร่วมกิจกรรม หรือของสะสมบางอย่างที่มากับอัลบั้ม ความอินนั้นจะพาให้ศิลปินอยู่รอดได้ก็จริง แต่เมื่อคิดให้รอบด้าน สิ่งเหล่านี้ก็ออกจะขัดแย้งกับประเด็นแห่งยุคสมัยอย่างเรื่องสิ่งแวดล้อมไม่น้อย นั่นอาจเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่อุตสาหกรรมเพลงไทยควรคำนึง

“สุดท้าย เรื่องนี้สำคัญ” กรกล่าว “ในการอยากสนับสนุนน่ะ บางครั้งความคาดหวังมันไปเร็วเกินไปหน่อย บางทีเพลงนี้ขออีกหน่อย บางทีทำไมค่ายนี้เขาไม่ซัพพอร์ตศิลปิน ทำไมถ่ายวิดีโอไม่สวยเลย เขากำลังค่อย ๆ ไปนะ ใจเย็นกันนิดหนึ่ง

“ความยากของเราคือรัฐยังไม่ได้กระโดดมาอย่างเต็มตัวเหมือนอย่างญี่ปุ่น เกาหลี แต่ถ้าพูดแบบพยายามทำความเข้าใจ การจัดสรรงบประมาณมาตรงนี้อาจจะยากสำหรับรัฐ เพราะว่าเรื่องอื่นยังลำบากอยู่ เขาอาจจะกลัว พอจะสนับสนุน เขาก็จะไปในวิถีของเขา ซึ่งอาจจะไม่ได้เข้าใจในบริบทว่ามันเป็นอีกเจเนอเรชันหนึ่งแล้ว

เจาะลึกเบื้องหลังการวางแผนผลักดัน T-POP รันระบบนิเวศวงการเพลงของทีมเวิร์คพอยท์ กรณ์ ชลากรณ์ และ เอก้า สหพร

“อยู่ดี ๆ จะรอให้ทุกคนกลายเป็น MILLI ถึงไปอ้างสิทธิ์ในความเป็นเชื้อชาติ มันไม่ได้นะ ทำไมเราไม่เริ่มที่ผลักดันไปพร้อมเขา” เอก้าเสริม

เราเฝ้ารออย่างมีความหวังว่าสักวันหนึ่งวงการเพลงไทยจะเฟื่องฟู คนฟังก็สนุกสนานกับแนวเพลงที่หลากหลาย ศิลปินก็ได้ทำอาชีพที่ชอบด้วยรายได้ที่เหมาะสม และได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐอย่างเพียงพอ

“อยากให้ช่วยกันหันมาดูศิลปินไทย เพลงไทยกันเยอะ ๆ นะ ชอบก็ฟังไม่ชอบก็ข้าม เชื่อว่าหาไปเรื่อย ๆ จะเจอสักวงที่ชอบ” กร ผู้บริหารนักผลักดัน T-POP พูดส่งท้าย

เจาะลึกเบื้องหลังการวางแผนผลักดัน T-POP รันระบบนิเวศวงการเพลงของทีมเวิร์คพอยท์ กรณ์ ชลากรณ์ และ เอก้า สหพร

Writer

พู่กัน เรืองเวส

อดีตนักเรียนสถาปัตย์ สนใจใคร่รู้เรื่องผู้คนและรูปแบบการใช้ชีวิตอันหลากหลาย ชอบลองทำสิ่งแปลกใหม่ พอ ๆ กับที่ชอบนอนนิ่ง ๆ อยู่บ้าน

Photographer

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

Talk of The Cloud

บทสัมภาษณ์คนคุ้นหน้าในแง่มุมที่อาจไม่คุ้นนัก

หากไม่ร้องเพลงด้วยลูกเอื้อนอย่างคนรักลูกกรุง อาร์ม-กรกันต์ สุทธิโกเศศ ก็ร่ายกลอนสักบทของสุนทรภู่ โดยเราพยายามต่อกลอน เท่าที่ยังพอจำได้

ท่ามกลางความเงียบของโรงละคร 1,069 ที่นั่งในวันที่ไม่มีการแสดง อาร์มจดจ่อกับการจัดท่าทางหน้ากล้อง เช่นเดียวกับช่างภาพของเราที่วิ่งขึ้นลงระหว่างที่นั่งอย่างขะมักเขม้น

ก่อนที่เขาจะมานั่งอยู่ตรงนี้ เราใช้เวลา 47 นาที เพื่อพูดคุยกับอาร์ม ชายหลายบทบาทที่เป็นทั้งนักร้อง นักแสดง พิธีกร นักพากย์ ผู้ประกาศข่าวช่อง Workpoint 23 หน้ากากระฆังจาก The Mask Singer ทาสแมว พุทธมามกะ คนอกหัก คนที่ไม่เคยขอบคุณตัวเอง และคนสบาย ๆ ที่บอกว่าไม่ต้องจำเขาก็ได้ แค่รู้สึกดีต่อกันก็พอ

เจ้าตัวบอกกับเราว่า เขาไม่เคยมีเวลาตกตะกอนชีวิตอย่างนี้มาก่อน และคำถามของเรา ทำให้เขาได้ย้อนมองตนเองอีกครั้งในวันที่เติบใหญ่ แต่ยังไม่หยุดเติบโต

ชีวิตที่ขอบคุณทุกคนของ อาร์ม กรกันต์ คนรักเพลงลูกกรุง แมว วัด และการตื่น 6.00 น. มาอ่านข่าว

Work Work Work Work Work

ใช้เวลาสักพักใหญ่กว่าเราจะได้คิวคุณมา หน้าตาตารางงานของคุณเดือนนี้เป็นอย่างไรบ้าง

(เปิดโทรศัพท์ให้ดูตารางงานหลากสีที่มองไม่เห็นช่องว่าง)

งานประจำผมจะลงตารางอยู่แล้ว สีน้ำเงินคืออีเวนต์ สีเขียวคืองานพิชชิง สีดำคือมีงานอื่นจนต้องลางานประจำ ส่วนสีส้มคือธุระสำหรับศาสนา

สีส้มเป็นสิ่งที่ต้องมีในตารางเสมอไหม

มี เราจัดลำดับความสำคัญในชีวิต หลายคนบอกว่า เห็นทุกข์จึงเห็นธรรม แต่เรามีความสุขดี ไม่มีทุกข์อะไร เพียงแต่ชีวิตควรมีอะไรที่มั่นคง บางครั้งการวิ่งไปดูแลอาจารย์ที่เราเคารพอาจทำให้เหนื่อยกาย แต่ข้างในเราอิ่ม เลยเหมือนการพักผ่อน

มีเวลานอนบ้างไหม

นอนแปลว่าอะไรหรอครับ (หัวเราะ) ล้อเล่น เรื่องนอนสำคัญมาก เพียงแค่ช่วงนี้งานค่อนข้างหนักหน่วง เมื่อคืนโชคดีที่ได้นอนเก็บไว้ 6 – 7 ชั่วโมง ถือว่าโอเค คืนก่อนหน้านั้นนอน 5 ชั่วโมง เพราะเราต้องตื่นเช้ามาอ่านข่าวทุกวันจันทร์-ศุกร์ ไม่ว่าจะทำงานดึกยังไง 6 โมงก็ต้องตื่น แต่ไม่เบื่อนะ เป็นหน้าที่ที่เราชอบและสนุกที่จะทำ

การเป็นผู้ประกาศข่าวคือสิ่งที่คิดเอาไว้ตั้งแต่ต้นเลยไหม

เอาจริง ๆ ตอนเรียนคณะนิเทศ จุฬาฯ วิชาที่ไม่เคยสนใจเรียนเลยคือวารสารสนเทศ เพราะคิดว่าไม่ได้ใช้แน่ ๆ แต่สุดท้ายเราก็มาเป็นผู้ประกาศข่าว โชคชะตาผันผวนอยู่

จากตารางงานที่แน่นหนาของคุณ มีอะไรที่จะมาแทรกงานหรือสำคัญกว่างานได้บ้าง

เวลาผมจัดลำดับชีวิต ครอบครัวมาก่อนอันดับหนึ่ง วันพักผ่อนบางทีก็พาครอบครัวไปเที่ยว ส่วนอันดับสองคืองาน บางทีอันดับหนึ่งกับสองก็ไล่บี้กันบ้าง

ถามว่าเวลาไม่กลับบ้าน คุณพ่อคุณแม่มีบ่น มีถามถึงบ้างไหม พอดีเราปูทางเข้าวงการมาตั้งแต่เข้ามัธยมศึกษา ทำกิจกรรม เล่นละครนิเทศ เลิกดึกดื่นเที่ยงคืน บางวันค้างบ้านรุ่นพี่ ครอบครัวรู้ว่าเราไม่ใช่คนเหลวไหล เวลาที่ติดงาน ไม่ได้ไปทานข้าวด้วย เขาก็รู้ว่าทำงานจริง ๆ

ชีวิตที่ขอบคุณทุกคนของ อาร์ม กรกันต์ คนรักเพลงลูกกรุง แมว วัด และการตื่น 6.00 น. มาอ่านข่าว

Multiple Arms

ถ้าให้เลือกหนึ่งบทบาทที่คุณชอบที่สุด บทบาทนั้นคืออะไร

โห! อ่านข่าว นักร้อง พิธีกร นักแสดงละครเวที ตอบยากมากเลย เพราะทุกอย่างสนุกและมีเสน่ห์ในแบบของมัน ที่สำคัญคือได้เงิน แต่กระบวนการที่ชอบที่สุดขอเลือกการแสดงละครเวทีแล้วกัน

ในแง่งบ อาจต้องบอกว่าละครเวทีไม่ได้ตอบโจทย์ เพราะเป็นงานที่กินคิว ต้องเสียสละคิวให้คนอื่น ต้องรักสิ่งที่ทำมากถึงอยู่กับมันได้นาน แต่มวลมันอบอุ่น ถ้าเป็นภาพยนตร์หรือโทรทัศน์ใช้คิวน้อยกว่า ต่างคนต่างมาเจอกันเฉพาะเวลาก็จบ แถมยังเหนื่อยกว่า เพราะโลเคชันเปลี่ยน ขณะที่การแสดงในโรงละคร เราวางแผนชีวิตได้

อีกอย่างคือมันขับเคลื่อนไปด้วยกันทั้งองค์กร 30 – 50 ชีวิต นักแสดง ผู้กำกับ ทีมเสียง ทีมแสง ทีมเอฟเฟกต์ ทีมเสื้อผ้า เรามีเกมบัดดี้ให้เล่น ทั้งหมดคือเรื่องของความสัมพันธ์ของคนเดิม ๆ ในที่เดิม ๆ ได้แชร์มุมมองชีวิต โดยเฉพาะละครในมหาวิทยาลัย ละครนิเทศ

ในวัย 34 คุณมองเรื่องความสัมพันธ์อย่างไรบ้าง

บางทีเราสังเกตว่า ความสัมพันธ์เป็นเรื่องที่เหนื่อยและวุ่นวายกับชีวิตเหมือนกัน แต่เราไม่ได้อยู่คนเดียวบนโลก ด้วยหน้าที่การงานต้องไปเจอผู้คน เราทิ้งความสัมพันธ์ไม่ได้ แต่จะทำอย่างไรให้ความสัมพันธ์ไม่ใช่สิ่งที่กระทบการทำงานและจิตใจ วัยนี้ขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการมากกว่า

นอกจากการเป็นนักแสดงละครเวที มีบทบาทไหนที่ยังไม่ได้ทำ แต่อยากทำไหม

นั่นสิ พี่ยังไม่ได้ทำอะไรบ้างนะ (ทำท่าคิด) อาจจะเป็นเบื้องหลัง กำกับ หรือโปรดิวเซอร์ คิดว่าถ้าให้ทำก็ทำได้ แต่ยังไม่ถึงเวลา อนาคตอาจจะมีจังหวะเวลาที่เหมาะสม 

น้องมาเจอตอนที่พี่ไฟแรงเรื่องการเข้าวัดพอดี พี่ก็จะให้สัมภาษณ์ประมาณนี้นะ (หัวเราะ) ภาพพี่อีก 5 ปีอาจไม่ใช่แบบนี้ก็ได้ น่าจะเปลี่ยนไปแล้ว

แล้วจากที่เข้าวงการมา 13 ปี อาร์ม กรกันต์ เปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง โดยเฉพาะการมองชีวิต

ก็เปลี่ยนตามสิ่งรอบตัวที่หล่อหลอมเราขึ้นมา แต่สิ่งที่ อาร์ม กรกันต์ ยังเหมือนเดิมคือความใจดี สิ่งที่เพิ่มมาตามวัยคือกิจกรรม งาน วัด เพื่อน แมว

ส่วนมุมมองชีวิต คำถามที่ว่าชีวิตคืออะไรเป็นสิ่งที่ ครูป๋อม-ไศลทิพย์ จารุภูมิ อาจารย์คณะนิเทศเคยถามผมและเพื่อนเพื่อดูว่าเด็กคนนี้เป็นอย่างไร 

คำตอบของผมในวันนั้นกับวันนี้ยังคงเป็นคำตอบเดียวกัน ชีวิตคือการเรียนรู้เพื่อพัฒนา แต่เพิ่มเติมคือ เราเรียนรู้เพื่อปรับตัว เพราะโลกเปลี่ยนเร็วมาก คำตอบเราธรรมดาไม่หวือหวาเลยเนอะ เราเป็นคนอยู่กับความเป็นจริง เพราะอยากให้ใช้ได้จริง

ชีวิตที่ขอบคุณทุกคนของ อาร์ม กรกันต์ คนรักเพลงลูกกรุง แมว วัด และการตื่น 6.00 น. มาอ่านข่าว
ชีวิตที่ขอบคุณทุกคนของ อาร์ม กรกันต์ คนรักเพลงลูกกรุง แมว วัด และการตื่น 6.00 น. มาอ่านข่าว

คุณถือเป็นลูกชายคนหนึ่งของ Workpoint ออกรายการ The Mask Singer หน้ากากนักร้อง ซีซั่นที่ 1 ในฐานะหน้ากากระฆัง คุณคิดว่าความดังคืออะไร และคุณมองว่าตัวเองดังหรือยัง

โห! สำหรับผมความดังคือการที่เราเดินไปแล้วคนทักเราถูก ผมก็ไม่รู้ว่าตัวเองดังไหม โดนคัดออกตั้งแต่แรก ๆ ด้วย (หัวเราะ) แต่ช่วงเป็นหน้ากากระฆังคือช่วงที่พีกมาก มีงานติดต่อเข้ามาไม่ขาด เคยชิมลางตอนไปทัวร์แบบไป-กลับช่วงนั้น ต้องยอมรับว่าเป็นกระแสจริง ๆ เดินไปไหนคนก็เรียก แต่พอเวลาผ่านไป คนใหม่ขึ้นมามันก็เป็นเรื่องปกติ เขาเรียกว่า โลกธรรม 8 เป็นธรรมดาของโลก

ถ้าเลือกได้คุณอยากให้คนจดจำ อาร์ม กรกันต์ ในมุมไหน

แต่ก่อนคิดว่าคงตอบได้ ตอนนี้ผมว่า ไม่ต้องจำอาร์มหรอก แค่เรามีไมตรีต่อกันก็พอแล้ว ถ้าคนลืมเรา แปลว่าอาจจะไม่มีงานในวงการ แต่ถ้าพูดถึงอุดมคติ วันหนึ่งที่คนไม่รู้จัก อาร์ม กรกันต์ เลยมันจะมาถึงแน่นอน เพียงแต่ช้าหรือเร็ว เพราะฉะนั้น เราเลยต้องเตรียมตัว จาก Someone เป็น No one เพราะมันคืออนิจจังของทุกคนที่สักวันต้องถูกลืม

ถ้าทำใจได้ตั้งแต่วันนี้ มันก็เคลียร์เลย เพียงแต่เรายังมีบทบาทหน้าที่ต้องทำ เพราะเรามีพ่อแม่ที่ต้องดูแล มีแมว 10 ตัวที่ค่าใช้จ่ายเยอะ มีบ้านที่ต้องผ่อน งานก็ต้องมีและต้องทำต่อไป

แต่เราไม่อยากให้คนมองเป็นสายบุญขนาดนั้นนะ เราไม่ได้ดีกว่าใคร ที่พูดไปเพราะแค่สนใจปรัชญาชีวิต เรื่องไม่ดีก็มีทำอยู่บ้าง โกหกสีขาว แกล้งแมวก็ยังทำอยู่ (หัวเราะ)

แล้วคุณอยากประสบความสำเร็จไหม ในด้านไหน

ง่าย ๆ เลย ขอให้ใช้ชีวิตต่อไปได้ เพราะเราใช้ชีวิตเกือบรายวัน หมายความว่าเตรียมตัววันนี้ เพื่อทำงานพรุ่งนี้ ประสบความสำเร็จให้ทำมาหากินพอเลี้ยงพ่อแม่และแมวได้ เพราะสิ่งที่ให้ความสำคัญที่สุดคือครอบครัว

คุณคิดว่าความความสำเร็จเกิดจากอะไรบ้าง

คนชอบบอกว่า คนที่ประสบความสำเร็จต้องเก่ง แต่ผมว่าต้องเฮงด้วย เพราะคนที่ตีระนาดเก่งกว่าผมมีเยอะ นักแสดง นักร้อง ผู้ประกาศข่าวหลายคนพูดได้เก่งกว่าผม ความเฮงเลยเป็นสิ่งที่คุมไม่ได้ แต่สิ่งที่เราทำได้คือการเตรียมความพร้อม เมื่อพร้อมและโอกาสมา จึงจะกลายเป็นความสำเร็จ แต่เห็นแบบนี้ผมก็ไม่ได้พร้อมตลอด 24 ชั่วโมงนะ เราก็มีวันที่ไม่พร้อม แต่พยายามทำให้ดีที่สุด

แล้วอาร์มอยากเฮงหรือเก่งมากกว่ากัน

อยากเก่งเยอะกว่า เพราะถ้าเฮงอย่างเดียวแล้วไม่เก่ง ยังไงก็แป๊ก เฮงในที่นี้ก็แค่ไม่อยากโชคร้าย แต่เราโชคดีอยู่แล้วที่เกิดมาในครอบครัวอบอุ่น สนับสนุนทุกอย่างที่อยากทำ โตขึ้นมาผมถึงรู้ว่า สิ่งที่เป็นพื้นฐานที่สุดคือความโชคดีที่สุด

ถ้าวันนี้ต้องขอบคุณใครสักคน อาร์ม กรกันต์ อยากขอบคุณใคร

เยอะเลย พ่อแม่ที่อ้าแขนรับเราอย่างสุดหัวใจ ขอบ คุณครูเอก-จิระชัย กุลละวณิชย์ ที่สอนเรามากกว่าการสอนร้องเพลง ท่านสอนวิธีวางตัวในสังคม สอนวิธีคิด การวางแผนชีวิต ท่านแบ่งปันประสบการณ์ให้อาร์มเยอะมาก เป็นข้อคิดที่มีค่าทั้งหมด

ขอบคุณเพื่อน คนที่อยู่รอบข้าง เป็นไหล่ให้เราซบในเรื่องหนักและเรื่องเบา ผู้ใหญ่ที่ให้โอกาส โดยเฉพาะใน Workpoint และทุกงาน มีความสุขทุกครั้งที่เขานึกถึงเราและทุกครั้งที่ได้ทำงาน

จากที่ฟังมา คุณไม่ขอบคุณตัวเองบ้างหรอ

นั่นคงเป็นเรื่องของตัวตน อาร์มมองว่าชีวิตยังไงก็ต้องดำเนินต่อไป เลยขอบคุณคนอื่นมากกว่า ถ้าเรายังอยากมีลมหายใจ เรายังอยากยืนอยู่ตรงนี้ ยังไงก็ต้องเดินต่ออยู่แล้ว

เข้าโรงละคร มาตกตะกอนแต่ละบทบาทชีวิตของ ‘อาร์ม กรกันต์’ นักร้อง นักแสดง ผู้ประกาศข่าว คนรักวัด และทาสแมว 10 ตัว

What Makes You, You?

ย้อนกลับไปวัยเด็ก ยังจำได้ไหมว่าอาชีพแรกที่คุณตอบครูว่าอยากทำคืออะไร

อยากเป็นวิศวกร แต่ไม่ได้อยากไปออกแบบหรือตรวจสอบอะไรเลย เราแค่ชอบคำนี้ เพราะเป็นคำศัพท์ภาษาไทยที่ออกเสียงแล้วดูเก่ง (หัวเราะ)

ต่อมาตอนที่อยากเข้านิเทศ จุฬาฯ มีภาพยนตร์เรื่อง แฟนฉัน ของผู้กำกับไฟแรง 6 คน นั่นคือเหตุผลแรกที่อยากเข้าเรียน เพราะอยากเป็นผู้กำกับ ส่วนอีกเหตุผลคือ ไปดูละครนิเทศฯ แล้วอยากยืนอยู่บนนั้นบ้าง สังเกตว่าไม่ได้คิดถึงอาชีพในอนาคตเลย

แล้วอะไรคือเหตุผลที่อาชีพผู้กำกับไม่ได้ไปต่อ

เราลองเป็นเด็กฟิล์ม เรียนสาขาวิชาภาพยนตร์และภาพนิ่ง ตอนเรียนคิดว่ามันเหนื่อยจัง นี่คงไม่ใช่สิ่งที่เราทุ่มเทได้มากพอ แต่ก็เข้าภาค 2 ปีเต็ม ไม่ได้ย้ายสาย จบไปค่อยว่ากัน ก็คงจะทำงานเรื่องเพลงอยู่ดี เพราะตอนปี 3 ได้ไปประกวดร้องเพลงเวทีใหญ่ครั้งแรกคือ KPN Award Thailand Singing Contest 2009 ครั้งที่ 18 ได้รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 และ Popular Vote พอมีคนเริ่มรู้จัก ไปออกงาน มันได้เงิน เราคิดคงจะทำสิ่งนี้แหละ เลยยึดเป็นอาชีพมา

จากที่ผ่านคุณเหมือนยังไม่ได้มีความฝันที่ชัดเจน ตอนนี้มีความฝันหรือยัง

ก็เห็นเลขบ้างบางคืน (หัวเราะ) ล้อเล่นครับ ตอนนี้ยังไม่มีเลย ฝันของผมคงเป็นการทำแบบที่ทำอยู่ทุกวันไปเรื่อย ๆ เป็นการ Maintain

ส่วนการเติบโต ผมมองว่าเป็นโบนัส

คุณเชื่อเรื่องโชคชะตาสร้างชีวิตบ้างไหม

เราคิดว่าหลายส่วนประกอบกัน ความชอบในเรื่องนั้น ๆ โชคชะตาก็คงมี แต่ความขวนขวายเราก็มีเอง ฝึกระนาดใช้เวลาเป็นเดือนเป็นปี อย่างเรื่อง โหมโรง เดอะ มิวสิคัล คิดว่าอันนี้เป็นโชคชะตาเหมือนกัน เพราะเขาแคสต์กันมาเยอะมาก เราเป็นคนสุดท้าย เพิ่งรู้ด้วยว่าตอนนั้นถึงขั้นผู้บริหารไปทาบทามให้ พี่หนึ่ง จักรวาล ฝึกระนาดแล้ว

ที่ได้ไป เพราะไปลงเรียนการแสดงกับครูเงาะ เพื่อนเราชื่อ ครูลูกแก้ว ขับรถมาส่งที่บ้านแล้วเล่าให้ฟัง เราหูผึ่งบอกไปเลยว่า เราตีระนาดได้นะ ขอไปแคสต์ได้ไหม เพื่อนยังไม่เชื่อเลย แต่เขาก็นัดให้ ปรากฏว่าได้

เห็นไหม เรามีความพร้อมโดยที่ไม่ได้ตั้งใจ เริ่มจาก ป.4 แค่เล่นได้ แต่ยังประชันไม่ได้ กลายมาเป็นโอกาสให้เรา

คว้าทุกโอกาสที่เข้ามา ไม่รู้สึกเหนื่อยบ้างเหรอ

เหนื่อยมาก แต่เรากลัวที่จะปล่อยมันไป เพราะโอกาสไม่ได้เข้ามาทุกวัน สุดท้ายก็อยากลองกระโดดเข้าไปปู้ยี่ปู้ยำกับมันดูว่ารอดไหม ส่วนตอนนี้อายุ 34 แล้ว ถ้าไม่รอดก็ต้องปล่อยมันไป เก็บแรงไปทำในสิ่งที่ดีกว่า หรือเก็บแรงไปพักผ่อน

แม้กระทั่งบางคนที่ชอบบอกให้เราเก่งขึ้นกว่าเมื่อวาน มันเหนื่อยนะเอาจริง รู้สึกว่าแค่ทำให้ผ่านไปได้ด้วยดีก็ดีแล้ว ถ้ามีเวลามากพอค่อยติดปีกให้ตัวเองไปต่อก็ได้ แต่ต้องมีเวลาให้ตัวเองด้วย นอกเหนือจากจุดมุ่งหมายเรื่องงาน

ตอนนี้ใครนึกถึงอาร์มก็จะมีเสียงระนาดลอยมาด้วยทั้ง ๆ ที่คุณเรียนโรงเรียนคริสต์ คุณไปเริ่มจับระนาดได้อย่างไร

มันมาจากชาติปางก่อน (หัวเราะ) ล้อเล่นครับ พอดีผมอยากโดดเรียนตอนประถม ก็เลยไปเข้าชมรมดนตรีไทย เราก็ยืนหนึ่งเล่นระนาดเอกประถมคนเดียวในโรงเรียน 2,000 คน ทุกคนแย่งเล่นบอล แต่ผมไม่เล่นกีฬาเลย 

เออทำไมนะ (นิ่งคิด) ถ้าไม่ถามนี่จำไม่ได้แล้วนะ เพราะเคยพลาดไปยืนตรงโกลด์ฟุตบอลขณะที่โค้ชกำลังสาธิตการยิงพอดี อัดเข้าเต็มท้อง ผมเลยเกรง ๆ ตั้งแต่นั้น

มีอะไรที่คุณคิดว่าตัวเองทำ และคนอื่นไม่ทำอีกไหม

ชอบถือหนังสือธรรมะตั้งแต่ประถม เพราะคิดว่าเท่ หนังสือท่านพุทธทาสภิกขุ อ่านไม่รู้เรื่องแต่อยากอ่าน มีบางเล่มที่อ่านแล้วเข้าใจ นอกจากนี้ก็ชอบทำบุญ คิดโปรเจกต์เพื่อศาสนามาตั้งแต่เด็ก ๆ

แล้วเรื่องการร้องเพลง ก่อนประกวด KPN Award คุณไปฝึกร้องเพลงจากใคร

คุณพ่อ คุณแม่ คุณป้า ชอบถล่มร้านอาหารและยึดไมค์ร้องเพลง (หัวเราะ) เขาก็ร้องเพลงสุนทราภรณ์กัน เราเลยเรียนร้องเพลงจากสุนทราภรณ์ เพลงแรกที่ร้องคือ พรานทะเล ฟังวนและแกะตามต้นฉบับได้

เราฝึกร้องจากเพลงลูกกรุง เพราะคิดว่าเสียงมันเนิบดี แต่หารู้ไม่ว่าการผ่อนลมเนี่ยยาก กลายเป็นฝึกของยากก่อน พอมาร้องป๊อปเลยง่าย

ยังจำละครเวทีเรื่องแรกที่เล่นได้ไหม ถ้าย้อนเวลากลับไปเป็นผู้กำกับได้ คุณจะบอกอะไรกับเด็กคนนั้นบ้าง

จำได้สิ โตขึ้นผมจะขี่รุ้ง โรงเรียนของผมไปขอลิขสิทธิ์จากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ถ้าย้อนกลับไปก็คงจะบอกให้เล่นไปเถอะ เพราะเป็นเด็กมาก อยากให้เขาสนุกให้เต็มที่ แต่ถ้าเด็กคนนั้นมาแสดงตอนนี้ โรงละครพังเลยนะ ไม่มีพื้นฐานอะไรทั้งสิ้น

ปัจจุบัน คุณแสดงละครเวทีไปกี่เรื่องแล้ว

ละครเวทีสุนทราภรณ์ เพลงรักเพลงแผ่นดิน โดยเพลงเอก ถือเป็นเรื่องที่ 10 ถ้านับละครที่คนดูต้องซื้อบัตรมาชม

เรยา เดอะ มิวสิคัล คือเรื่องแรก แสดงคู่กับ คุณชมพู่-อารยา เอ ฮาร์เก็ต ส่วน โหมโรง เดอะ มิวสิคัล คือเรื่องที่ 3 

จากเรื่องที่เคยแคสต์มา คุณเคยอกหักตกรอบบ้างไหม

เคย มีเรื่องหนึ่งไปแคสต์มา 3 เดือน ยังไม่ได้แสดงนะ ทั้งซ้อมและท่องบทพูดบางส่วนมาแล้ว เป็นเรื่องในโรงใหญ่ ผู้กำกับมาจากอังกฤษ เวลาเราทำอะไร เขาจะเป็นคนตรวจการบ้าน เพราะฉะนั้นจะเป็นมาตรฐานเดียวกับที่อังกฤษ เรื่องนี้สร้างความหวังให้เราเยอะมาก เพราะเข้าไปแคสต์ 5 ตัวละคร คิดในใจว่าต้องได้สักตัว แต่ปรากฏว่า 3 เดือนไม่ได้เลยสักบท ก็อกหักไป แต่หลังจากนั้นก็ได้ไปเล่นเรื่อง เรยาฯ พอดี

อกหักครั้งนั้นคุ้มค่าไหม

การอกหักครั้งนั้นสอนเราเยอะมาก ทั้งเรื่องการร้อง เล่น วินัย กระบวนการการทำละครในมาตรฐานสากล เป็นการอกหักที่คุ้มค่า

เข้าโรงละคร มาตกตะกอนแต่ละบทบาทชีวิตของ ‘อาร์ม กรกันต์’ นักร้อง นักแสดง ผู้ประกาศข่าว คนรักวัด และทาสแมว 10 ตัว

ปัจจุบัน ดูคนรุ่นใหม่ไม่ค่อยซื้อบัตรชมละครเวทีกันแล้ว คุณคิดอย่างไร หรือต้องเป็นละครเพลงเท่านั้นถึงจะมีคนชม

คิดว่าคนแค่ยังกลัวโควิด-19 อยู่ กับเรื่องของเศรษฐกิจ เพราะบัตรดูละครเวทีราคาไม่เหมือนดูหนัง คนต้องตั้งใจออกจากบ้าน แต่มันเป็นธุรกิจที่ลงทุนสูงเพื่อมอบความพึงพอใจที่ไม่เหมือนสื่ออื่น บางเรื่องมีอุดมการณ์สอดแทรก บางเรื่องเหมือนพาเราย้อนเวลากลับไปหาสิ่งที่ปัจจุบันคิดถึง

เมืองไทยเราอาจจะชินกับการแสดงละครเวทีที่ต้องมีการร้องเพลง แต่ของอเมริกา อังกฤษ ต่างประเทศเขามีละครพูดเยอะมาก อย่างของไทย เนื้อคู่ 11 ฉาก จากวันแรกถึงวันลา ของ พี่บอย-ถกลเกียรติ วีรวรรณ ก็เป็นละครพูดที่เราชอบมากเหมือนกัน

ในฐานะนักแสดงละครเวทีอาชีพ คุณคิดว่าการเป็นนักแสดงที่ดีต้องมีอะไรบ้าง

ต้องมีวินัย เสียสละคิวให้คนอื่น เพราะเราไม่ได้เล่นแค่คนเดียว ต้องเล่นให้ทีมแสง Blocking เล่นให้ผู้กำกับดู วินัยสำคัญมาก เพราะขับเคลื่อนทั้งองค์กร และต้องเป็นคนที่ยืดหยุ่น ปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลา ซึ่งเราพยายามมีให้ครบ แม้บางวันจะพร่องไปบ้าง

ละครเวทีสุนทราภรณ์ ได้ Restage อีกครั้งหนึ่ง บุคคลในตำนานและเพลงที่ถูกเรียกว่า ‘เพลงเก่า’ ให้พลังกับคุณที่เป็นคนรุ่นใหม่อย่างไรบ้าง

เรียกว่าให้พลังซึ่งกันและกันดีกว่า นี่เป็นเรื่องแรกที่เราจับมือทีมงานทุกคนเพื่อรวมพลังก่อนแสดง แล้วเรารู้สึกว่ากำลังจะเปลี่ยนชีวิตใครบางคน เพราะสื่อบันเทิงของคนรุ่นพ่อแม่ที่จิ้มถึงใจเขามีน้อยมาก เพลงที่เขาฟังตอนเป็นหนุ่มเป็นสาวแล้วกลับมาฟังจนมีกำลังวังชามันแทบไม่มี 

เรามีความสุขที่ได้ออกไปแสดง เพราะรู้ว่ามันคือสิ่งที่ดีมาก พอจบการแสดง คนทั้งโรงละคร ผู้ใหญ่ที่นั่งรถเข็นมา มีไม้เท้ามาเป็นขาที่สาม คนที่จับมือลูกหลานมา เขาลุกขึ้นเต้นและยิ้ม กลับไปเรารู้ว่าเขาไม่จบแน่นอน เขาจะเอาเพลงที่ฟังไปคุยกับเพื่อน เพลงนั้นของศรีสุดา เพลงนี้ร้องตอนวันลอยกระทง เธอจำเรื่องในวันนั้นได้ไหม มันคือการจุดประกายความสุขต่อ

ทุกครั้งที่จะออกไปแสดง ผู้กำกับบอกเสมอว่า ลองหาเป้าหมายดู ละครสักเรื่องอาจทำให้คนที่อยากทำร้ายตัวเองชั่งใจคิด บางคนอาจมีความกล้าในการเผชิญสิ่งที่หวาดกลัว หรือเขาอาจกล้าที่จะบอกรักใครสักคน มันมีประโยชน์แน่นอน เพราะฉะนั้นเราจึงต้องทำให้ดีที่สุดทุกเรื่อง เช่นเดียวกับงานอื่น ๆ ในตอนนี้และในอนาคต ตราบใดที่คนยังเห็นว่าเราทำอะไรสักอย่างได้ เราก็จะคว้าโอกาสต่อไปและทำให้ดีเสมอ

อ้อ! อุปสรรคเดียวคือ เวลา เพราะเรามีเวลาจำกัดและต้องนอนครับ

เข้าโรงละคร มาตกตะกอนแต่ละบทบาทชีวิตของ ‘อาร์ม กรกันต์’ นักร้อง นักแสดง ผู้ประกาศข่าว คนรักวัด และทาสแมว 10 ตัว

ขอบคุณสถานที่

โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ ชั้น 7 สยามสแควร์วัน

ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330 (แผนที่)

เว็บไซต์ : siampicganesha

Facebook : KBank Siam Pic-Ganesha

Writer

วโรดม เตชศรีสุธี

นักจิบชามะนาวจากเมืองสรอง หลงใหลธรรมชาติ การเล่าเรื่อง และชอบสูดกลิ่นอายแห่งอารยธรรม

Photographer

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load