บอน เป็นต้นไม้ที่คนส่วนใหญ่รู้จักกันดี บอนกลุ่มหนึ่งเป็นพวก ‘บอนสี’ ต้นไม้ยอดฮิตที่เลี้ยงกันมาตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่ อีกส่วนเป็นบอนที่ขึ้นตามพื้นที่ชื้นแฉะ ซึ่งเราเอาก้านมาแกงกินกันเป็นแกงบอน

ในช่วงที่วงการไม้ประดับเฟื่องฟูเช่นนี้ คนหันมาสนใจไม้ใบในกลุ่มบอนกันมากขึ้น แต่เนื่องจากคนส่วนใหญ่เรียกต้นไม้หลายชนิดรวมๆ กันว่าบอนเราเลยขอเฉพาะเจาะจงลงไปว่า บอนที่เราจะแนะนำ เป็นพืชที่อยู่ใน 2 สกุล คือ Colocasia กับ Alocasia ซึ่งทั้งคู่อยู่ร่วมวงศ์ Araceae เช่นเดียวกับไม้ดังๆ อย่าง มอนสเตอรา ฟิโลเดนดรอน หน้าวัวใบ และพลูด่าง ส่วนกระแส ‘บอนสี’ ที่กำลังฮิตกันมากช่วงนี้ เรารวมมาให้แล้วในบทความบอนเรื่องต่อไป บอนไทย บอนจีน บอนฮอลแลนด์ ควรเล่นตัวไหนดี

พืชในสองสกุลนี้มีจุดเด่นคือ แต่ละชนิดมีขนาดและรูปทรงใบแตกต่างกัน มีลวดลายเฉพาะตัว แต่ในความเหมือนนั้น ก็มีความแตกต่างกันอยู่มาก

Colocasia เป็นพืชในสกุลเดียวกับเผือกและบอน มีหัวขนาดใหญ่ ไม่มีลำต้น แต่ก้านที่แทงขึ้นมาอาจสูงได้ท่วมหัว เวลาแตกหน่อจะแตกห่างจากต้นเดิมเล็กน้อย

Alocasia แปลว่า ไม่ใช่โคโลคาเซีย เป็นพืชที่มีลำต้นอยู่ใต้ดิน เป็นเหง้ายาว ลำต้นเหนือดินเป็นลักษณะการซ้อนกันของกาบใบ และแตกหน่อใกล้ต้นเดิม

ที่เราต้องแยกความแตกต่างให้ได้ ก็เพราะโคโลคาเซียชอบน้ำ ชอบความชื้นแฉะ ปลูกให้แช่น้ำได้ ชอบอยู่กลางแจ้งรับแดดทั้งวัน แต่อโลคาเซียอยู่ในที่ชื้นได้ แต่ไม่ชอบแฉะ ต้องปลูกในวัสดุปลูกที่ระบายน้ำดี ทนแดดได้ไม่มาก เหมาะจะเลี้ยงแสงรำไร

ทั้งคู่ขยายพันธุ์ได้ด้วยการแยกหน่อ ถ้าใครมีประสบการณ์หน่อย ก็ขุดเอาหัวโคโลคาเซียมาฝานเป็นแว่นเพื่อขยายพันธุ์ แต่ต้องดูแลดีๆ เพราะอาจเน่าได้

ปัญหาของการปลูกต้นไม้กลุ่มนี้คือ เลี้ยงแล้วใบร่วง ซึ่งพืชกลุ่มนี้ทิ้งใบเป็นเรื่องปกติ ถ้าเลี้ยงในห้องแล้วมีแสงไม่เพียงพอ ใบก็จะทิ้งตัวเร็วกว่าปกติ ต้นยุบลงเรื่อยๆ แต่ถ้าได้แสงแดดที่เหมาะสม ใบก็จะเรียงแน่นและอยู่ทน อีกสาเหตุที่ทำให้ใบยุบก็คือ อโลคาเซียแช่น้ำมากไป เกิดเชื้อราเน่าจากโคน หรือมีแมลงอยู่ในวัสดุปลูก กินจากข้างใต้ แต่ไปส่งผลที่ยอด ถ้าปัญหาของการยุบเกิดจากความชื้นไม่เพียงพอ แก้ได้ด้วยการหล่อน้ำในจานรอง เพื่อให้มีความชื้นส่งไปยังต้นตลอดเวลา

สุดท้าย เนื่องจากพืชกลุ่มนี้มีลำต้นอยู่ใต้ดิน ถึงแม้ว่าใบที่พ้นดินขึ้นมาจะร่วงหมดแล้ว ก็อย่าเพิ่งโยนดินทิ้ง เพราะถ้าหัวใต้ดินยังไม่เน่าหรือแห้ง ก็อาจจะแตกยอดขึ้นมาใหม่ได้อีก

ดังนั้น ก่อนจะหาบอนมาปลูกประดับบ้าน อย่าลืมสอบถามชื่อวิทยาศาสตร์มาด้วย ว่าเป็นโคโลคาเซียหรืออโลคาเซีย เราจะได้ดูแลได้อย่างถูกต้อง

ถ้าใครสนใจอยากเข้าสู่วงการบอน เราขอแนะนำบอนน่าปลูก 12 พันธุ์ดังต่อไปนี้

Colocasia

12 ต้นไม้ บอนสี ตระกูลบอนยุคใหม่ที่เลี้ยงง่าย มีลวดลายเฉพาะตัว ตั้งแต่ต้นจิ๋วยันสูงท่วมหัว

01

หน้ากากฟาโรห์

Colocasia Pharaoh’s Mask

หน้ากากฟาโรห์เป็นไม้ต่างประเทศที่เพิ่งเข้ามาในเมืองไทย ด้วยรูปทรงประหลาดที่ขอบใบม้วนไปด้านหลังเป็นหน้ากาก เส้นใบที่ชัดเจน และความใหม่ จึงทำให้ตอนนี้เป็นโคโลคาเซียที่ดังที่สุด จึงมีราคาที่ค่อนข้างสูง

12 ต้นไม้ บอนสี ตระกูลบอนยุคใหม่ที่เลี้ยงง่าย มีลวดลายเฉพาะตัว ตั้งแต่ต้นจิ๋วยันสูงท่วมหัว

02

Black Coral

Colocasia esculenta ‘Black Coral’ (Taro)

บอนดำมีหลายสายพันธุ์ แต่พันธุ์ที่อยากแนะนำคือ Black Coral จุดเด่นคือใบสีดำสนิทเป็นมันวาว และดำทั้งก้าน ดำตั้งแต่แทงยอดออกมา ซึ่งจะไม่กลายเป็นสีเขียวเหมือนบอนอื่นๆ เลี้ยงง่ายมาก ปลูกได้ทั้งในกระถาง ลงดิน ถ้าปลูกริมบ่อน้ำก็จะแตกกอเร็ว เลี้ยงกลางแจ้งได้ไม่ต้องกลัวแดด

12 ต้นไม้ บอนสี ตระกูลบอนยุคใหม่ที่เลี้ยงง่าย มีลวดลายเฉพาะตัว ตั้งแต่ต้นจิ๋วยันสูงท่วมหัว

03

Colocasia esculenta ‘Lemon-Lime Gecko’

โคโลคาเซียตัวนี้เพิ่งถูกผสมขึ้นมาใหม่ในช่วงสิบปีที่ผ่านมานี่เอง ลักษณะเด่นอยู่ที่ลายจุดสีเขียวสด ซึ่งกระจายอยู่ทั่วใบสีเขียวเข้ม ตัดกับก้านสีม่วงเข้ม มีขนาดใหญ่ และมีราคาย่อมเยามาก

12 ต้นไม้ บอนสี ตระกูลบอนยุคใหม่ที่เลี้ยงง่าย มีลวดลายเฉพาะตัว ตั้งแต่ต้นจิ๋วยันสูงท่วมหัว

04

Colocasia esculenta ‘Mojito’

โคโลคาเซียตัวนี้มีลักษณะคล้ายกับ Lemon-Lime Gecko แต่ต่างกันตรงสีสันของใบ ตัวนี้จะมีสีพื้นของใบเป็นสีเขียวอ่อน และจะมีจุดสีน้ำตาลโปร่งกระจายอยู่ทั่วไป ดูแลง่ายไม่ต่างจากโคโลคาเซียตัวอื่นๆ

12 ต้นไม้ บอนสี ตระกูลบอนยุคใหม่ที่เลี้ยงง่าย มีลวดลายเฉพาะตัว ตั้งแต่ต้นจิ๋วยันสูงท่วมหัว

05

Colocasia esculenta nanciana

โคโลคาเซียตัวนี้มีชื่อที่เรียกกันง่ายๆ ว่า Nancy’s Revenge จุดเด่นคือฟอร์มใบสีเขียวขนาดใหญ่ แล้วมีแถบสีขาวเล็กๆ ป้ายอยู่กลางใบ เป็นไม้ฟอร์มใหญ่ที่มีลายโดดเด่นไม่ซ้ำใคร

12 ต้นไม้ บอนสี ตระกูลบอนยุคใหม่ที่เลี้ยงง่าย มีลวดลายเฉพาะตัว ตั้งแต่ต้นจิ๋วยันสูงท่วมหัว

06

บอนใบถ้วย

Colocasia esculenta (L.) Schott cv. Coffee Cups

เป็นบอนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวคือมีก้านสีดำพุ่งสูงขึ้นมา แล้วมีใบสีเขียวห่อเป็นทรงถ้วย เส้นก้านใบเป็นสีดำ เลี้ยงได้ทั้งในกระถางปกติและกระถางแช่น้ำ ถ้าเลี้ยงดีๆ สูงกว่าคนเลี้ยงได้สบาย

Alocasia

12 ต้นไม้ บอนสี ตระกูลบอนยุคใหม่ที่เลี้ยงง่าย มีลวดลายเฉพาะตัว ตั้งแต่ต้นจิ๋วยันสูงท่วมหัว

07

บอนกระดาดด่าง

Alocasia Macrorrhizos Variegated

บอนกระดาดเป็นบอนขนาดใหญ่ที่พบได้ทั่วไปตามธรรมชาติ นำมาปลูกประดับกันก็เยอะ เลี้ยงง่ายมาก แต่เราขอแนะนำบอนกระดาดด่างซึ่งตอนนี้คนกำลังสนใจตามหากันมากเป็นพิเศษ

12 ต้นไม้ บอนสี ตระกูลบอนยุคใหม่ที่เลี้ยงง่าย มีลวดลายเฉพาะตัว ตั้งแต่ต้นจิ๋วยันสูงท่วมหัว

08

Alocasia Watsoniana Doff

Alocasia Watsoniana Doff คล้ายกับต้นแก้วสารพัดนึก หรือ แก้วหน้าม้า (Alocasia longiloba Miq.) ที่เราคุ้นเคยกันดี แต่ต่างกันตรงรูปทรงใบและความเว้าของขอบใบ มีความโดดเด่นที่เส้นใบ เหมาะกับนักปลูกที่ชอบไม้ที่มีลายเส้นชัดเจน เป็นต้นที่มีขนาดไม่ใหญ่นัก จึงตอบโจทย์คนที่มีพื้นที่ไม่มาก วางบนชั้นได้สบายมาก

12 ต้นไม้ บอนสี ตระกูลบอนยุคใหม่ที่เลี้ยงง่าย มีลวดลายเฉพาะตัว ตั้งแต่ต้นจิ๋วยันสูงท่วมหัว

09

อโลคาเซียหูช้าง

Alocasia Sarian

จุดเด่นอยู่ที่ความใหญ่และลวดลายของใบ ใบใหญ่คล้ายบอนกระดาด แต่ขอบใบเป็นรอยหยัก เส้นใบชัด เหมาะกับคนชอบไม้ฟอร์มใหญ่ที่ไม่โหล

12 ต้นไม้ บอนสี ตระกูลบอนยุคใหม่ที่เลี้ยงง่าย มีลวดลายเฉพาะตัว ตั้งแต่ต้นจิ๋วยันสูงท่วมหัว

10

อโลคาเซียม้าลาย

Alocasia Zebrina

อโลคาเซียม้าลายมีใบเป็นทรงสามเหลี่ยมขอบตรงไม่มีรอยหยัก สีเขียวเข้ม ใบหนา ใบใหญ่ จุดเด่นซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวคือ ก้านเป็นลายเขียวสลับดำ เป็นที่มาของชื่อม้าลาย แต่ก็มีตัวที่เป็นด้านดำล้วนด้วย ไม่ค่อยทิ้งใบ เลี้ยงในอาคารได้

12 ต้นไม้ บอนสี ตระกูลบอนยุคใหม่ที่เลี้ยงง่าย มีลวดลายเฉพาะตัว ตั้งแต่ต้นจิ๋วยันสูงท่วมหัว

11

Alocasia Regal Shield

จุดเด่นของอโลคาเซียตัวนี้คือ มีสีเขียวเข้มจนเกือบดำ เป็นทรงรูปหัวใจ มีขนาดใหญ่เกือบเท่าบอนกระดาด มีลายเส้นชัดเจน

12 ต้นไม้ บอนสี ตระกูลบอนยุคใหม่ที่เลี้ยงง่าย มีลวดลายเฉพาะตัว ตั้งแต่ต้นจิ๋วยันสูงท่วมหัว

12

Alocasia Jacklyn

ถ้าหน้ากากฟาโรห์คือโคโลคาเซียที่มาแรงที่สุดในช่วงนี้ Alocasia Jacklyn ก็คืออโลคาเซียที่มาแรงที่สุด พื้นเพดั้งเดิมมาจากประเทศอินโดนีเซีย จุดเด่นคือใบที่มีความหนา ฟอร์มใบเว้าสวยงาม ขอบใบมีรอยหยักที่ใหญ่และชัดมาก เช่นเดียวกับเส้นใบสีเขียวเข้มตัดกับเนื้อใบสีเขียวเข้มอ่อนไล่เฉดไม่เสมอกันทั่วทั้งใบ และก้านสีน้ำตาลมีลาย เรียกว่าแทบจะรวมฮิตจุดเด่นของอโลคาเซียดังๆ มาอยู่รวมกันในต้นเดียวเลย

Writer

Avatar

ศิริวิทย์ ริ้วบำรุง

ปัจจุบันเป็นนักจัดสวน ในนาม little tree landscape เกิดและเติบโตมาในบ้านสวนริมน้ำท่าจีนมีพ่อเป็นนักสะสมต้นไม้ และมีแม่ชอบปลูกดอกไม้ ชีวิตจึงมีต้นทุนเรื่องต้นไม้มาแต่เด็ก สิบกว่าปีก่อนได้กลายเป็นนักจัดสวนโดยบังเอิญ และเป็นเรื่อยๆ มาจนถึงปัจจุบัน เพราะได้ค้นพบแล้วว่างานจัดสวนให้โอกาสเราได้อยู่กับสิ่งที่เรารัก และเป็นงานที่ทำแล้วมีความสุข

Photographer

Avatar

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

Plant Planet

ชวนเดินทางเข้าสู่โลกของต้นไม้เพื่อทำความรู้จักพืชในฐานะเพื่อน

ต้นไม้ที่น่ารู้จักที่สุดในปี 2023 คือ ‘Grevillea’ หรือ ที่เรียกกันในบ้านเราว่า สนเกรวิลเลีย

สนเกรวิลเลีย เป็นพืชในสกุลเกรวิลเลีย เป็นไม้ยืนต้นมีที่ทรงพุ่มหนา มีดอกหลายสี มีประมาณ 360 สายพันธุ์ ถิ่นกำเนินอยู่ที่ออสเตรเลีย นำเข้ามาในไทยน่าจะเกิน 40 ปีแล้ว แต่อาจจะไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากนัก เพราะจัดอยู่ในหมวดไม้สะสม พันธุ์ที่อยู่ในบ้านเรามานาน ๆ ก็มีพันธุ์ดอกสีชมพู ลองจอห์น (Grevillea ‘Long John’) พันธุ์ดอกสีเหลือง ฮันนีเจม (Grevillea ‘Honey Gem’) และพันธุ์ดอกสีขาว มูนไลต์ (Grevillea ‘Moonlight’)

ด้วยความที่เป็นไม้จากออสเตรเลียที่มีสภาพอากาศใกล้เคียงกับบ้านเรา ทำให้สนเกรวิลเลียแทบไม่ต้องปรับตัว ยิ่งเป็นไม้ที่โตเร็วอยู่แล้ว เมื่อนำมาปลูกในไทยจึงเจริญเติบโตงอกงามเป็นอย่างดี

ในยุคที่สนเกรวิลเลียเข้ามา ต้นไม้ใหญ่ที่ใช้จัดสวนมักเป็นพวก ปีบ ล่ำซำ ซิลเวอร์โอ๊ก จนกระทั่งไม่นานมานี้ เริ่มมีการนำเกรวิลเลียมาใช้จัดสวนมากขึ้น จึงถูกพูดถึงและได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ สิ่งที่ตามมาก็คือ มีการนำเข้าพันธุ์ใหม่ ๆ ดอกสีแปลก ๆ เพิ่มขึ้นอย่างมาก จากที่เคยมีแค่ 3 สายพันธุ์ ตอนนี้เราหาซื้อได้ถึง 10 กว่าสายพันธุ์

จุดเด่นของเกรวิลเลีย คือความหลากหลายของสายพันธุ์ ทำให้มีขนาดของลำต้นและทรงพุ่มต่างกัน มีทั้งลำต้นทรงสูงและลำต้นทรงพุ่มที่ใบมีลักษณะเป็นริ้ว ทำให้สนเกรวิลเลียดูพลิ้วไหว ไม่แข็งเหมือนต้นไม้ใหญ่อื่น ๆ ซึ่งใบของแต่ละสายพันธุ์ก็มีลักษณะไม่เหมือนกันทั้งฟอร์มและสี บางพันธุ์ก็มีใบเป็นสีเงิน ไปจนถึงเกือบขาว

ดอกของสนเกรวิลเลียถือเป็นเสน่ห์ที่เป็นเอกลักษณ์ สนเกรวิลเลียออกดอกทั้งปี เป็นช่อ ครั้งละหลายช่อกระจายทั่วต้น แต่ละช่ออยู่ได้นานหลายเดือน ฟอร์มของช่อดอกและสีสันของดอกก็มีให้เลือกมากมาย

ในมุมของการดูแลรักษาถือว่าเลี้ยงง่ายมาก สนเกรวิลเลียควรปลูกกลางแจ้ง ต้องการแดดจัดเต็มวัน ชอบแห้ง ๆ แทบไม่ต้องการการดูแลรักษาอะไรมากมาย จึงเป็นไม้ที่เรียกได้ว่าปลูกทิ้ง ๆ ได้เลย แล้วก็ยังไม่ต้องการพื้นที่มากนัก

จากจุดเด่นทั้งหมดที่ว่ามา ทำให้เราใช้งานสนเกรวิลเลียได้หลากหลาย ทั้งปลูกเพื่อจัดสวนในพื้นที่กว้าง หรือปลูกเป็นไม้ประธานในบ้านที่มีที่จำกัด ด้วยความพลิ้วไหวที่ดูสบายตาของใบ แถมยังมีช่อดอกขนาดใหญ่สีสันสดใสตลอดทั้งปี ทำให้พืชชนิดนี้ช่วยปรับให้พื้นที่เล็ก ๆ ในบ้านดูโปร่งโล่ง และให้ความรู้สึกสบายต่างจากไม้ใหญ่อื่น ๆ

ใครอยากหาซื้อสนเกรวิลเลียไปปลูกก็ไม่ยากเลย ถ้าเป็นสนเกรวิลเลียยุคเก่า ในเมืองไทยมีผู้ผลิตรายใหญ่อยู่ 2 เจ้า แล้วส่งขายไปตามร้านต้นไม้ต่าง ๆ ด้วยความที่อยู่มานานจึงมีต้นที่ใหญ่ขนาดหน้ากว้าง 4 หรือ 5 นิ้ว ความสูง 6 – 7 เมตรก็มี แต่อาจไม่ได้มีจำนวนมากขนาดเอาไปใช้จัดสวนเป็นปริมาณมากได้

สิ่งสำคัญที่ผู้ซื้อต้องระวังมาก ๆ คือเป็นต้นไม้ที่อ่อนไหวกับการโดนตัดรากและขุดย้ายมาก ๆ สนเกรวิลเลียขนาดใหญ่ผู้ผลิตปลูกลงดิน แล้วใช้วิธีล้อมขึ้นมาขาย ซึ่งอัตราการรอดอาจแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น ดังนั้น ถ้าจะซื้อขนาดใหญ่ที่ขุดขึ้นมาจากดิน ต้องมั่นใจว่าคนทำมีความชำนาญจริง ๆ เท่านั้น

วิธีการที่ขอแนะนำคือ ให้ปลูกสนเกรวิลเลียต้นเล็กที่ขายมาในกระถาง ความสูงตั้งแต่ 1 ฟุต ถึง 1 เมตร ถ้าเราเลือกขนาดเท่านี้ จะมีตัวเลือกเป็นต้นไม้นำเข้าพันธุ์ใหม่ ๆ อีกมากมาย โดยเฉพาะที่ชุดล่าสุดที่นำเข้าจากญี่ปุ่น ซึ่งสวยแตกต่างจากรุ่นก่อน ๆ อยู่พอสมควร

ด้วยความที่สนเกรวิลเลียโตเร็วมาก ลงดินไปสัก 2 – 3 ปีก็จะสูงท่วมหัว แถมยังมีระบบรากที่แข็งแรงด้วย

ช่วงนี้สนเกรวิลเลียกำลังเป็นที่นิยม จำนวนยังมีไม่มาก โดยเฉพาะพันธุ์ใหม่ ๆ ที่นำเข้ามา บางพันธุ์ที่หายาก ๆ ความสูงสัก 1 ฟุต ก็มีราคาแตะหมื่นบาทไปแล้ว แต่ถ้าเป็นพันธุ์ที่อยู่มานานๆ แล้วขยายพันธุ์ในบ้านเรา ขายกิ่งตอนกันในราคาหลักร้อยเท่านั้น

ถ้าใครสนใจก็ลองไปตามหากันดู แต่ถ้ายังนึกไม่ออกว่าจะเริ่มต้นยังไงดี เรามีเกรวิลเลีย 8 พันธุ์ที่หาซื้อได้ในไทยมาให้ทำความรู้จักกัน

เป็นพันธุ์ยอดนิยมดั้งเดิมที่อยู่ในไทยมานาน มีดอกสีชมพู

รู้จัก Grevillea หรือ สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้น่าปลูกที่กำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023
รู้จัก Grevillea หรือ สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้น่าปลูกที่กำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023

เป็นพันธุ์ที่อยู่ในไทยมานานอีกพันธุ์ที่ได้รับความนิยมมาก เพราะมีดอกสีเหลืองสดใส

รู้จัก Grevillea หรือ สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้น่าปลูกที่กำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023
รู้จัก Grevillea หรือ สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้น่าปลูกที่กำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023

อีกพันธุ์ที่คุ้นเคยกันดีในเมืองไทย จุดเด่นคือมีช่อดอกสีขาว

รู้จัก Grevillea หรือ สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้น่าปลูกที่กำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023
รู้จัก Grevillea หรือ สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้น่าปลูกที่กำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023

ในเมืองไทยเรียกพันธุ์นี้ว่าส้มเม่น เป็นต้นที่มีจุดเด่นคือช่อดอกสีส้มสดและมีทรงพุ่มค่อนข้างหนา

รู้จัก Grevillea หรือ สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้น่าปลูกที่กำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023
รู้จัก Grevillea หรือ สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้น่าปลูกที่กำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023

พันธุ์นี้เป็นพันธุ์ใหม่ที่ได้รับความนิยมมาก ด้วยจุดเด่นคือช่อดอกสีชมพูสด ช่วยสร้างบรรยากาศหวาน ๆ ให้สวนได้

รู้จัก Grevillea หรือ สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้น่าปลูกที่กำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023
รู้จัก Grevillea หรือ สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้น่าปลูกที่กำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023

เป็นสายพันธุ์ใหม่ที่เพิ่งนำเข้ามาจากญี่ปุ่น สิ่งที่แตกต่างจากพันธุ์อื่น ๆ คือขนาดของลำต้นที่เป็นไม้พุ่มลักษณะพืชคลุมดิน สูงราว 30 – 120 เซนติเมตร ลักษณะของใบและช่อดอกแตกต่างจากพันธุ์อื่น ๆ รวมถึงสีสันอันสดใสของดอกด้วย

Grevillea สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้ที่มาแรงและกำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023
Grevillea สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้ที่มาแรงและกำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023

เป็นพันธุ์ใหม่เอี่ยมนำเข้าจากญี่ปุ่น จุดเด่นคือช่อดอกสีม่วงละมุน

Grevillea สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้ที่มาแรงและกำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023
Grevillea สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้ที่มาแรงและกำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023

เป็นเกรวิลเลียตัวใหม่อีกตัวที่เพิ่งเข้ามาในไทย จุดเด่นของพันธุ์นี้คือช่อดอกสีขาวอมชมพู

Grevillea สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้ที่มาแรงและกำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023
Grevillea สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้ที่มาแรงและกำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023

ภาพ : commons.wikimedia.org

Writer

Avatar

ศิริวิทย์ ริ้วบำรุง

ปัจจุบันเป็นนักจัดสวน ในนาม little tree landscape เกิดและเติบโตมาในบ้านสวนริมน้ำท่าจีนมีพ่อเป็นนักสะสมต้นไม้ และมีแม่ชอบปลูกดอกไม้ ชีวิตจึงมีต้นทุนเรื่องต้นไม้มาแต่เด็ก สิบกว่าปีก่อนได้กลายเป็นนักจัดสวนโดยบังเอิญ และเป็นเรื่อยๆ มาจนถึงปัจจุบัน เพราะได้ค้นพบแล้วว่างานจัดสวนให้โอกาสเราได้อยู่กับสิ่งที่เรารัก และเป็นงานที่ทำแล้วมีความสุข

Photographer

Avatar

วินัย สัตตะรุจาวงษ์

ผู้กำกับรายการและโฆษณาที่ช่วงนี้หันมาสนใจงานแนวสารคดี จึงเน้นทำงานที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานความจริง ตัวอย่างผลงานที่ผ่านมาคือ รายการ human ride และ เป็น อยู่ คือ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load