ซุ้มอาร์เคด พื้นที่ทางเดินหน้าร้านค้าที่เรียงต่อกันระหว่างห้องตึกแถวคละสีคลุมโทน รูปลักษณ์ภายนอกที่ผสมผสานองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมระหว่างตะวันตกและตะวันออก ป้ายร้านค้าที่เขียนด้วยตัวหนังสือจีนขนาดใหญ่ บ้างสีแดงบ้างสีทอง และสัญลักษณ์เครื่องรางเครื่องตกแต่งของคนจีนทอดแทรกอยู่ตามเสาโรมัน ประตูโค้ง หน้าต่างครึ่งวงกลม ชานระเบียง หรือแม้แต่ซุ้มกระถางต้นไม้ติดหน้าต่าง เหล่านี้เป็นกลิ่นอายและเอกลักษณ์ของตึกแถว ช็อปเฮ้าส์ จากยุคโคโลเนียลของย่านเมืองเก่าเซี่ยงไฮ้ อาจเรียกได้ว่าเป็นเอกลักษณ์ของ ’ยุคโมเดิร์นจีน’ ในช่วงทศวรรษที่ 1930 – 1940

สถาปัตยกรรมเซี่ยงไฮ้ใน คนเล็กหมัดเทวดา อะไรแฝงอยู่ในคาสิโนแก๊งขวานซิ่งและตรอกเล้าหมู
สถาปัตยกรรมเซี่ยงไฮ้ใน คนเล็กหมัดเทวดา อะไรแฝงอยู่ในคาสิโนแก๊งขวานซิ่งและตรอกเล้าหมู

ฉากสถาปัตยกรรมโคโลเนียลของเมืองเซี่ยงไฮ้แบบนี้ เรามักจดจำจากภาพยนตร์จีนคลาสสิกที่บอกเล่าเรื่องราวของเมืองเซี่ยงไฮ้ในยุคอันธพาล เจ้าพ่อ มาเฟียครองเมือง เต็มไปด้วยการต่อสู้ระหว่างแก๊งต่าง ๆ การเข้าแทรกแซงหน่วยงานราชการ และการกดขี่รังแกชาวบ้านผู้หาเช้ากินค่ำ ตรอกเล้าหมู ชุมชนที่มียอดฝีมือแฝงตัวอยู่ได้ลุกขึ้นมาต่อสู้กับความอยุติธรรม 

นั่นคือเรื่องอย่างย่อของหนังจีนกำลังภายใน เรื่อง กังฟูฮัสเซิล ‘Kung Fu Hustle’ (功夫) หรือที่เราคุ้นหูกันในชื่อ ‘คนเล็กหมัดเทวดา’ ซึ่งเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ครั้งแรกใน ค.ศ. 2004 กำกับและแสดงนำโดย โจว ซิงฉือ

ภาพยนตร์แอคชัน-คอเมดี้เล่าและเปรียบเทียบบริบทของเมืองเซี่ยงไฮ้ไว้เหมือนเหรียญสองด้าน 

ด้านหนึ่งเป็นฉากในตัวเมืองที่อยู่ในระบบระเบียบ เมืองต้นแบบในอุดมคติที่ซุกซ้อนสิ่งไม่ประพึงประสงค์ไว้หลังบ้าน เมืองที่ความเจริญของโลกสมัยใหม่เข้ามาปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตแบบดั้งเดิม ถนนลาดยาง ฟุตพาทคอนกรีต ระบบสาธารณูปโภค ไฟฟ้า น้ำประปา น้ำเสียน้ำทิ้ง รวมไปถึงการจัดการขยะและอื่น ๆ

แต่อีกด้านหนึ่ง เป็นฉากของ ‘ตรอกเล้าหมู’ (猪笼城寨) ชุมชนชานเมืองที่ยังไม่ถูกจัดระบบ ผู้คอยป้อนทรัพยากรให้กับตัวเมือง ชุมชนของคนหาเช้ากินค่ำที่มีความแออัด จำนวนผู้อยู่อาศัยหนาแน่นกว่า เมื่อเปรียบเทียบกับขนาดและสัดส่วนของตัวอาคาร 

สถาปัตยกรรมเซี่ยงไฮ้ใน คนเล็กหมัดเทวดา อะไรแฝงอยู่ในคาสิโนแก๊งขวานซิ่งและตรอกเล้าหมู

เพราะรูปลักษณะภายนอกที่ดูอึดอัดและผิดระเบียบแบบแผนของทางการ ทำให้ประหนึ่งถูกแปะป้ายจำกัดความว่า ‘ชุมชนคอกหมู’ หรือเป็นชุมชนไม่พึงประสงค์ที่รัฐต้องเข้ามาจัดระเบียบและปรับปรุงจากภายนอก อาจเป็นชีวิตที่ลำบากอันโหดร้าย ซึ่งเป็นความจริงด้านเดียวที่มองผ่านเลนส์ของกฎหมายอาคาร 

แต่เชื่อว่าสำหรับชาวจีนโพ้นทะเล ชาวจีนตอนใต้ หรือชาวฮ่องกง ที่เติบโตกับมาภาพจำในอดีตของฉากเหล่านี้ จะรับชมฉากของตรอกเล้าหมูด้วยรอยยิ้ม เพราะทำให้หวนคิดถึงชีวิตที่เรียบง่าย ทำงานหนัก ตรงไปตรงมา การพึ่งพาอาศัยกันของคนในชุมชนอย่างแท้จริง

01

รู้หรือไม่ว่าฉากย่านเมืองเมืองเก่าสุดไอคอนิกของเซี่ยงไฮ้ที่ปรากฏใน คนเล็กหมัดเทวดา นั้น ถ่ายทำในเมืองจำลองของถนนหนานจิง (南京路) ที่อยู่ใน Shanghai Film Park สถานที่สำหรับภาพยนตร์ย้อนยุคหลายเรื่อง โดยตัวฉากของถนนหนานจิงในฟิล์มพาร์กนี้ ได้ถ่ายทอดบรรยากาศสภาพแวดล้อมของตัวเมืองเก่าเซี่ยงไฮ้ในทศวรรษที่ 1930 ผสมผสานกับตึกอาคารสไตล์ยุโรปยุคโคโลเนียล บ้านวิลล่า โบสถ์ คาสิโน่ ผับบาร์ ร้านอาหาร รวมทั้งรถยนต์เก่า สามล้อถีบ รถม้า และรถราง จำลองไว้ในที่เดียว

เหตุผลที่ถนนเส้นนี้มีอาคารยุโรปลูกผสมหลากหลายรูปแบบ เนื่องมาจากถนนเส้นนี้เป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ในสนธิสัญญาพิเศษ The Shanghai International Settlement (上海公共租界) ซึ่งเริ่มขึ้นใน ค.ศ. 1839 โดยเปิดให้พ่อค้าต่างชาติเข้ามาตั้งถิ่นฐานและทำกิจการค้าขายได้ 

จำนวนประเทศที่เข้ามาร่วมในสนธิสัญญาเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และมาสิ้นสุดลงใน ค.ศ. 1943 หลังกองทหารญี่ปุ่นบุกเข้ามาในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปัจจุบันมีเพียงอาคารบางส่วนเหลืออยู่ ส่วนถนนหนานจิงนั้นยังคงเป็นแหล่งการค้า เป็นถนนช้อปปิ้งที่พลุกพล่านที่สุดแห่งหนึ่งของโลกที่ผสมระหว่างอาคารเก่าและใหม่ รวมถึงตึกสูงระฟ้าเข้าด้วยกัน

สถาปัตยกรรมเซี่ยงไฮ้ใน คนเล็กหมัดเทวดา อะไรแฝงอยู่ในคาสิโนแก๊งขวานซิ่งและตรอกเล้าหมู
สถาปัตยกรรมเซี่ยงไฮ้ใน คนเล็กหมัดเทวดา อะไรแฝงอยู่ในคาสิโนแก๊งขวานซิ่งและตรอกเล้าหมู
02

ฉากใน คนเล็กหมัดเทวดา ออกแบบโดย Oliver Wong ผู้อำนวยการสร้างของภาพยนตร์เรื่องนี้ เขาเผยความยากลำบากของการสร้างฉากของหนังแอคชันที่ต้องคำนึงถึงจุดต่าง ๆ ที่จะต้องพังเสียหายขณะถ่ายทำฉากต่อสู้ แต่ในขณะเดียวกันพวกมันก็ต้องแข็งแรงพอสำหรับรับน้ำหนัก และต้องตั้งอยู่ได้ด้วยตัวเอง

โดยภาพรวมแล้ว ฉากหลัก ๆ นั้นแยกออกเป็น 2 ส่วน หนึ่งคือฐานที่ตั้งของแก๊งขวานซิ่ง และสองคือตรอกเล้าหมูที่อยู่อาศัยของเหล่ายอดฝีมือ 

ตึกคาสิโนบนถนนหนานจิงเป็นที่ตั้งของแก๊งขวานซิ่ง (斧頭幫) แก๊งมาเฟียคุมเมืองที่มีอิทธิพลเหนือตำรวจ Wong ได้อธิบายถึงแนวแรกที่ต้องการสร้างสิ่งแวดล้อมที่ให้ความรู้สึกไม่เป็นมิตร ไม่เหมาะสำหรับการอยู่อาศัยในชีวิตจริง เมื่อเข้ามาภายตัวอาคารจะพบกับโถงขนาดใหญ่เต็มไปด้วยแสงไฟประดับ ทั้งจากตัวเพดานกระจกลายดอกไม้และโคมไฟระย้าที่ย้อยลงมาตามโต๊ะพนันจำนวน 5 – 6 ชุดที่อยู่ตั้งกลางห้องโถง 

ต่อมาเมื่อเดินไปจนสุดทางเดินที่ค่อย ๆ มืดลง เราจะพบกับประตูต่อเข้าห้องโถง ที่บัญชาการของแก๊งขวานซิ่ง ห้องโถงโล่ง ๆ ที่มีไฟดาวน์ไลต์เพียงไม่กี่ดวง ทางเดินและลวดลายของพื้นที่เป็นสิ่งที่นำทาง บ่งบอกตำแหน่งและความสำคัญของพื้นที่ ภายในห้องมีเฟอร์นิเจอร์ไม่กี่ชิ้นเมื่อเปิดประตูเข้ามา ทางเดินจะนำสายตาของเราพุ่งตรงไปยังแท่นพื้นต่างระดับ มีชุดโซฟานวมรับแขกที่ตั้งอยู่ตรงกึ่งกลางของห้อง โดยมีฉากหลังเป็นรูปปั้นเทพเจ้ากวนอูพร้อมแบล็กดรอปแสงสีแดงเข้ม ถือเป็นพื้นที่ที่จงใจสร้างขึ้นเพื่อข่มขู่คู่เจรจาก็ว่าได้

ในขณะที่ตัวเมืองถูกครอบงำด้วยมาเฟีย ตรอกเล้าหมูก็ปกครองโดยเจ๊สี่และเฮียแหลม สองผัวเมียเจ้าของที่ดินและตึกห้องเช่าสูง 4 ชั้นจากยุคโคโลเนียล อาคารมีรูปทรงเป็นรูปตัว U และมีลานกว้างอเนกประสงค์อยู่ตรงกลางตามชื่อของมัน

ห้องเช่าของตึกแห่งนี้มีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับจำนวนผู้อยู่อาศัย เปรียบเหมือนคอกหมูขนาดใหญ่ สะท้อนให้เห็นคุณภาพชีวิตที่แตกต่างกันของฉากในตัวเมือง ตัวอาคารนั้นตั้งอยู่ในเขตชนบทของเมืองเซี่ยงไฮ้ บนพื้นดินลูกรังโล่ง ๆ เมื่อมองไปบริเวณรอบอาคาร จะมองเห็นบ้านแถวอีกประมาณ 4 – 5 หลังอยู่ภายในชุมชน โดยซุ้มทางเข้าของชุมชนจะมีป้ายชื่อและสัญลักษณ์รูปหมูเป็นตัวบ่งบอกอาณาเขต

สถาปัตยกรรมเซี่ยงไฮ้ใน คนเล็กหมัดเทวดา อะไรแฝงอยู่ในคาสิโนแก๊งขวานซิ่งและตรอกเล้าหมู

จุดเด่นของตัวตึกคือการจัดวางบันไดทางขึ้น ระเบียงทางเดิน และหน้าบ้าน ประตู หน้าต่าง ของแต่ละห้อง หันหน้าเข้ามาที่ลานคอร์ตยาร์ดรงกลาง จุดศูนย์กลางที่ไม่ว่าใครจะไปไหนมาไหน ก็ต้องได้เห็นหน้าค่าตากันบ้างอย่างแน่นอน 

การออกแบบฉากเสมือนเวทีที่คอยปล่อยตัวนักแสดงออกมาสร้างเสียงฮา ไม่จะการเปิดประตูหน้าต่างเพื่อสอดส่องลูกบ้านของเจ๊สี่และเฮียแหลม ตัวละครที่เดินลงมาจากบันไดกลาง เป็นต้น

สถาปัตยกรรมเซี่ยงไฮ้ใน คนเล็กหมัดเทวดา อะไรแฝงอยู่ในคาสิโนแก๊งขวานซิ่งและตรอกเล้าหมู
Hakka Walled Village
03

อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจคือการใช้รูปทรงตัวยูของตัวตึก เพื่อสร้างกำแพงล้อมรอบ เปิดให้มีทางเข้าทางออกทางเดียว ชวนคิดถึงหมู่บ้านกำแพงทรงกลมของชาว Hakka สถาปัตยกรรมพื้นถิ่นของชาวจีนทางตอนใต้ที่นิยมสร้างกำแพงล้อมรอบหมู่บ้านเพื่อความปลอดภัย ป้องกันการโจมตีและปล้นสะดม แต่ละชั้นของตัวบ้านจะแบ่งหน้าที่และประโยชน์ใช้สอยที่แตกต่างกัน ชั้นแรกเป็นที่เก็บน้ำ เลี้ยงสัตว์ ชั้นที่ 2 เป็นที่เก็บอาหาร และชั้นที่ 3 แบ่งเป็นพื้นที่อยู่อาศัย

ในรูปแบบที่คล้ายกันนี้ ชั้นแรกของตรอกเล้าหมูเป็นพื้นที่ส่วนรวม แบ่งไว้สำหรับห้องน้ำส่วนกลาง พื้นที่ซักล้าง โรงเก็บข้าว ร้านค้าของลูกบ้าน ไม่ว่าจะเป็นร้านตัดผมใต้บันได ร้านตัดเสื้อ ร้านหมี่โจ๊กปาท๋องโก๋ ฯลฯ ส่วนชั้นอื่น ๆ นั้นแบ่งเป็นที่พื้นที่อยู่อาศัยของแต่ละครอบครัวไป 

ข้อดีของระเบียงทางเดินที่ยื่นออกมาจากตัวอาคารในชั้นที่สูงขึ้นไป คือช่วยบังแดดให้กับร้านค้าและห้องพักที่อยู่ชั้นล่างถัดลงไปได้

สถาปัตยกรรมเซี่ยงไฮ้ใน คนเล็กหมัดเทวดา อะไรแฝงอยู่ในคาสิโนแก๊งขวานซิ่งและตรอกเล้าหมู
Kowloon walled city, HongKong
04

ภาพความทรงจำในวัยเด็กของทั้งโจว ซิงฉือ และ Oliver Wong มีส่วนสำคัญอย่างมากในการถ่ายทอดบรรยากาศของตรอกเล้าหมู เค้าโครงของย่านชุมชนแออัดที่มีเอกลักษณ์ที่สุดอย่างชุมชนแออัดลอยฟ้า ‘เกาลูนวอลล์ซิตี้’ (Kowloon Walled City) ในฮ่องกง เมืองของคนหาเช้ากินค่ำที่เติบโตอย่างรวดเร็วเหนือการควบคุมของภาครัฐ ชุนชนนี้มีขนาดบล็อกกว้าง 213 เมตร ยาว 126 เมตร เริ่มต้นใน ค.ศ. 1898 ด้วยประชากรเพียง 700 คน เพิ่มขึ้นเป็น 2000 คนในช่วงทศวรรษ 1940 และสุดท้ายก่อนจะถูกรื้อถอนใน ค.ศ. 1980 มีตัวเลขผู้อยู่อาศัยราว 50,000 คน 

จากตึกแถว 2 – 3 ชั้น ได้ต่อเติมความสูงไปเรื่อย ๆ จนถึง 6 – 7 ชั้น โดยแต่ละห้องนั้นอาจมีขนาดเล็กเพียง 4 ตารางเมตร

สถาปัตยกรรมเซี่ยงไฮ้ใน คนเล็กหมัดเทวดา อะไรแฝงอยู่ในคาสิโนแก๊งขวานซิ่งและตรอกเล้าหมู

ในฉากเปิดตัวของตรอกเล้าหมู เราจะพบผู้อยู่อาศัยยืนต่อคิวกันเป็นแถวเพื่อใช้น้ำปะปา แต่ไม่ทันไรวาล์วก๊อกน้ำก็ถูกปิด เจ๊สี่เจ้าของที่วิ่งลงมาบ่นเกี่ยวกับการใช้น้ำที่ฟุ่มเฟือยของผู้เช่า ทั้งยังมีกำหนดเปิดปิดน้ำแบบวันเว้นวันอีกด้วย เรื่องนี้เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจริงใน Kowloon Walled City ที่ไม่มีแหล่งน้ำปะปาของทางการมาจ่ายน้ำได้มากพอ จนผู้อยู่อาศัยเริ่มขุดบ่อน้ำบาดาลกลางเมือง เพื่อดึงน้ำขึ้นมาใช้กันเอง ซึ่งแน่นอนว่าไม่ส่งผลดีต่อโครงสร้างอาคาร

ต่อมาเมื่อทางการเข้ามาแก้ไขปัญหาด้วยการสร้างท่อน้ำเพิ่มให้ แต่จำนวนประชากรก็กลับยิ่งเพิ่มขึ้นอีก จึงกลายเป็นภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกที่ภาครัฐแก้ไขไม่ได้

แม้ว่าภาพที่ปรากฏจะดูน่ากลัวสำหรับบุคคลภายนอก แต่สำหรับผู้คนที่เคยอาศัยนั้น หลายคนยังจดจำภาพวิถีชีวิตในอดีตและยังจดจำมันด้วยความรัก ความสัมพันธ์ของชุมชนที่แน่นแฟ้น แม้ยากจนแต่มีความสุข เช่นเดียวกับการในฉากภาพยนตร์ ที่เหล่ายอดฝีมือกังฟูเลือกใช้ชีวิตเรียบง่ายในตรอกเล้าหมู แบบคนธรรมดาหาเช้ากินค่ำ

05

ฉากจากภาพยนตร์ คนเล็กหมัดเทวดา สะท้อนให้เห็นรูปแบบของเมืองใน 2 บริบท เมืองที่อยู่ในระบบระเบียบ มีสาธารณูปโภคครบถ้วน กับอีกชุมชนหนึ่งที่แม้จะยังขาดแคลนระบบต่าง ๆ แต่ก็จัดสรรแบ่งปันทรัพยากรเท่าที่มีได้ แม้ว่าจำนวนของผู้อยู่อาศัยของตรอกเล้าหมูจะไม่ได้หนาแน่น และขยับขยายเทียบเท่าสภาพของเมืองเกาลูนวอลล์ซิตี้ ตรอกเล้าหมูก็สะท้อนให้ความสามารถของเมืองที่พึ่งตนเองได้

เมืองกำแพง Kawloon City อาจเรียกได้ว่าเป็นอุบัติเหตุของการวางผังเมืองและนโยบายสาธารณะของภาครัฐ แต่ก็แสดงความสวยงามอีกด้านหนึ่งทางสถาปัตยกรรมออกมา แม้จะเป็นความงามที่ค่อนไปทางดิสโทเปีย (Dystopia) ก็ตาม

และนั่นอาจทำให้เราตั้งคำถามที่น่าคิดได้ว่า จะเป็นไปได้ไหม ถ้าเราจะอยู่ในชุมชนหรือบ้านที่ไม่เชื่อมต่อกับสาธารณูปโภคหลักกับส่วนกลาง อาทิ ไฟฟ้า น้ำปะปา ระบบน้ำเสีย และการจัดการขยะ หรือแม้แต่การไม่ออกแบบตามระเบียบกฎหมายอาคาร ไม่ว่าจะเป็นกฎ FAR (สัดส่วนพื้นที่อาคาร) การเว้นระยะร่น พื้นที่ว่างของตัวอาคาร และอื่น ๆ

สถาปัตยกรรมเซี่ยงไฮ้ใน คนเล็กหมัดเทวดา อะไรแฝงอยู่ในคาสิโนแก๊งขวานซิ่งและตรอกเล้าหมู

หากความล้มเหลวของ Kowloon Walled City เกิดจากการเติบโตของพื้นที่อยู่อาศัยที่เพิ่มพูนอย่างรวดเร็วเกินไป โดยไม่ได้คำนึงถึงทรัพยากรที่ต้องจัดสรรหาพื้นที่ เพื่อมาสร้างและผลิตพลังงานและทรัพยากร รองรับความต้องการในการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้น อย่างเช่นไฟฟ้าหรือน้ำปะปา 

เป็นไปได้ไหมที่เราจะสร้างเมืองที่พึ่งพาตนเองและการเติบโตด้วยตนเองได้ เมืองที่ผลิตพลังงานไฟฟ้า น้ำปะปาสำหรับอุปโภคและบริโภค ได้มากพอต่อความต้องการของจำนวนประชากรที่มี เมืองที่มีวิวัฒนาการแบบออร์แกนิก เมืองที่ไม่ได้เพียงยึดติดกับลายลักษณ์อักษรที่กำหนดไว้ในตัวกฎหมาย

คำถามคือ หน้าตาคือเมืองเหล่านั้นจะเป็นอย่างไร 

เมืองเหล่านั้นจะจุผู้อยู่อาศัยได้กี่คน 

เมืองนอกรีตที่ไม่เชื่อมกับสาธารณูปโภคส่วนกลางจะต้องการพื้นที่จำนวนเท่าไร ในการสร้างพลังงานและทรัพยากรเพื่อให้พึ่งพาตนเองได้

Writer

Avatar

วีรสุ แซ่แต้

เนิร์ดสถาปนิกสัญชาติไทยที่จบการศึกษาและทำงานอยู่ที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ หลงใหลในสถาปัตยกรรมและแสวงหาความหมายของสถาปัตยกรรมที่มีจิตวิญญาณ

Set Design

ทฤษฎีสถาปัตยกรรมในภาพยนตร์ที่เล่าเรื่องสังคม ความเชื่อ และยุคสมัย

วรรณกรรมเรื่อง ไซอิ๋ว เป็นที่รู้จักกันดีผ่านหนังสือ ภาพยนตร์ ซีรีส์ ไปจนถึงการ์ตูนแอนิเมชัน เรื่องราวของพระถังซัมจั๋งและลูกศิษย์ทั้งสาม ตือโป๊ยก่าย อดีตแม่ทัพบนสวรรค์ เจ้าของวลี “ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์” ซัวเจ๋ง เทวดาตกสวรรค์ที่กลายเป็นปีศาจปลากลับใจ และซุนหงอคง ลิงที่เกิดจากก้อนหินซึ่งได้รับไอฟ้าดินมาเป็นเวลาพัน ๆ ปี ได้ร่วมกันออกเดินทางไปยังชมพูทวีป (อินเดีย) เพื่ออัญเชิญพระไตรปิฎกฉบับออริจินอลกลับสู่แผ่นดินจีน ระหว่างเดินทางทั้งคณะต้องผ่าฟันอุปสรรค การขัดขวางของเหล่ามารปีศาจ และก้าวผ่านเคราะห์กรรมน้อยใหญ่ก่อนจะบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ 

สวรรค์ นรก บาดาล การออกแบบฉากในซีรีส์ไซอิ๋ว 1996 ที่สะท้อนความเชื่อพุทธศาสนาแบบจีน

ดังที่ท่าน เขมานันทะ ศิลปินแห่งแห่งชาติ ตีความไว้ในหนังสือ เดินทางไกลกับไซอิ๋ว จาก พ.ศ. 2531 ใจความว่า “การเดินทางแสวงบุญของคณะพระถังซัมจั๋งในวรรณกรรมนั้น เปรียบเหมือนการเดินทางภายในจิตใจของผู้ปฏิบัติธรรม เพื่อมุ่งสู่การหลุดพ้น (นิพพาน) ที่จะต้องพร้อมไปด้วยศีล สมาธิ และปัญญา เปรียบเปรยถึงนิสัยของลูกศิษย์ทั้งสามที่ค่อย ๆ ถูกขัดเกลาผ่านการผจญอุปสรรคจากเหล่าปีศาจ”

ความนิยมของนวนิยายเรื่องนี้การันตีได้จากจำนวนภาพยนตร์และซีรีส์ที่ผลิตออกมาหลากหลายเวอร์ชัน รับบทโดยนักแสดงมากหน้าหลายตา ตั้งแต่ปี 1957 จนถึงปัจจุบัน ถ้าพูดถึงเวอร์ชันที่ตราตรึงในดวงใจของเหล่าเด็กยุค 1990 ที่ต้องนั่งรถกระป๋องซูบารุออกไปเช่าม้วนวีดีโอกลับมาดูแล้วล่ะก็ หนีไม่พ้นฉบับในปี 1996 – 1998 ไซอิ๋ว ศึกเทพอสูรสะท้านฟ้า ภาค 1 และ 2 ของค่าย TVB ฮ่องกง ที่มี เจียง หัว รับบทพระถังซัมจั๋ง และ จาง เหว่ยเจี้ยน รับบทซุนหงอคง

สวรรค์ นรก บาดาล การออกแบบฉากในซีรีส์ไซอิ๋ว 1996 ที่สะท้อนความเชื่อพุทธศาสนาแบบจีน

อิทธิฤทธิ์ของหงอคงนั้นสะท้านไปทั้ง 3 โลก จากนรกภูมิ วังบาดาล พื้นพิภพ ไปจนถึงสรวงสวรรค์ ความคลาสสิกของฉากนรกสวรรค์ที่จินตนาการขึ้นในละคร องค์ประกอบของฉากที่ถ่ายทอดสภาพแวดล้อมตามชุดความเชื่อพุทธนิกายมหายาน เผยให้เห็นการผนวกเข้าด้วยกันของศิลปวัฒนธรรมของชาวจีนและพุทธศาสนาที่แผ่ขยายเข้ามา จากอุปกรณ์ประกอบฉาก แสงไฟ พรรณไม้ เมฆหมอกควัน สถาปัตยกรรม ไปจนถึงเครื่องแต่งกายของเหล่าทวยเทพนางฟ้า เค้าโครงในภาพวาดพุทธจิตรกรรมจีนถูกนำมาใช้ถ่ายทอดสภาพแวดล้อมของอาณาจักรสวรรค์และนรก

สวรรค์ นรก บาดาล การออกแบบฉากในซีรีส์ไซอิ๋ว 1996 ที่สะท้อนความเชื่อพุทธศาสนาแบบจีน

ต้นกำเนิดนวนิยาย ไซอิ๋ว หรือ ซีโหยวจี้ (西遊記) ในภาษาจีนกลาง แปลเป็นภาษาไทยว่า ‘บันทึกการเดินทางสู่ตะวันตก’ ประพันธ์ขึ้นประมาณปี 1590 โดย อู๋ เฉิงเอิน

ผู้เขียนหยิบยกเรื่องราวของบุคคลที่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ ปรากฏอยู่ในพงศาวดารจีนช่วง พ.ศ. 1143 – 1207 ซึ่งเป็นช่วงคาบเกี่ยวระหว่างปลายราชวงศ์สุยกับต้นราชวงศ์ถัง นั่นก็คือการเดินทางไปอินเดียอันเป็นแหล่งกำเนิดพระพุทธศาสนาของ สมณะเสวียนจั้ง หรือพระถังซัมจั๋งตามเส้นทางสายไหม (Silk Road) เส้นทางการค้าที่เชื่อมต่อและแลกเปลี่ยนอารยธรรมระหว่างโลกตะวันตก-ตะวันออก

ช่วงเวลาที่พระถังซัมจั๋งเดินทางไปอินเดีย เป็นช่วงที่พุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองมากในจีน แต่พุทธศาสนาในอินเดียกลับกำลังอิ่มตัวและเสื่อมถอยลง 

สวรรค์ นรก บาดาล การออกแบบฉากในซีรีส์ไซอิ๋ว 1996 ที่สะท้อนความเชื่อพุทธศาสนาแบบจีน
ถ้ำหลงเหมินในเมืองลั่วหยาง

สิ่งปลูกสร้างทางศาสนาบ่งบอกถึงความเลื่อมใสของชาวเมือง และความยิ่งใหญ่ของศาสนาพุทธในยุคสมัยหนึ่ง และเส้นทางสายไหม เส้นทางประวัติศาสตร์ที่เชื่อมต่อผู้คนทั้งสองฝั่งเข้าด้วยกันก็เป็นมากกว่าเส้นทางการค้า ตลอดเส้นทางยังคงหลงเหลือโบราณสถานหลายแห่ง เช่น ‘ถ้ำหลงเหมิน’ ในเมืองลั่วหยาง ศาสนสถานเก่าแก่ซึ่งเป็นบ้านเกิดของพระเสวียนจั้ง เป็นถ้ำพระที่ฝังตัวเข้าไปในภูเขาเป็นแนวยาวกว่า 1 กิโลเมตร มีห้องปฏิบัติธรรมเล็ก ๆ มากมาย โถงสูงมีพระพุทธรูปขนาดใหญ่และเหล่าประติมากรรมหินแกะสลักประดิษฐานกระจายตัวอยู่ตลอดแนวหน้าผา

รวมระยะเวลาเดินทาง 17 ปี จากเมืองฉางอาน (ซีอานในปัจจุบัน) เมืองหลวงในอดีตของจีน สู่นาลันทามหาวิหาร ประเทศอินเดีย ภิกษุเสวียนจั้งนั้นหมายมุ่งจะศึกษาและอัญเชิญพระคัมภีร์ฉบับภาษาสันสกฤตกลับมาแปลเป็นภาษาจีน เพื่อเผยแผ่หลักธรรมคำสอนตามแบบฉบับดั้งเดิมต่อไป ทั้งนี้ก็เพื่อลดปัญหาความแตกแยกและการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายระหว่างคณะเหนือและใต้ อันเนื่องมาจากการตีความหลักธรรมที่มองต่างกัน 

ในช่วงเวลาหนึ่ง พระไตรปิฎกที่อันเชิญมานั้นถูกเก็บรักษาไว้ในเจดีย์ห่านป่าใหญ่ ในวัดต้าฉือเอิน เมืองซีอาน เป็นเจดีย์ทรงเหลี่ยมที่ไต่ระดับไป 7 ชั้น พระถังซัมจั๋งอุทิศตนในการแปลพระคัมภีร์ตลอดชีวิตของท่าน ซึ่งพระคัมภีร์เหล่านั้นมีส่วนสำคัญที่ทำให้พุทธศาสนาเผยแผ่ออกไปกว้างไกลขึ้น

สวรรค์ นรก บาดาล การออกแบบฉากในซีรีส์ไซอิ๋ว 1996 ที่สะท้อนความเชื่อพุทธศาสนาแบบจีน
อารามต้าฉือเอิน (大慈恩寺) และเจดีย์ห่านป่าใหญ่
สวรรค์ นรก บาดาล การออกแบบฉากในซีรีส์ไซอิ๋ว 1996 ที่สะท้อนความเชื่อพุทธศาสนาแบบจีน

แม้ว่าสิ่งที่เหมือนกันระหว่างการเดินทางตามประวัติศาสตร์จริงของพระถังซัมจั๋งกับตามตำนานในวรรณกรรม ไซอิ๋ว มีเพียงการเดินทางไปอินเดีย นอกเหนือจากนั้นคือสิ่งที่ผู้เขียนแต่งเติมขึ้น แต่ในละครก็มีสถานที่จริงบางแห่งปรากฏอยู่ สถานที่แรกคือ เขาฮัวกั่วซาน (花 果 山) ในมณฑลเจียงซู ถ้ำม่านน้ำเขาผลไม้ บ้านเกิดของซุนหงอคงและบริวารวานรลูกหลานของเขา 

ฉากในละครเผยให้เห็นถึงความอุดสมบูรณ์ของป่าไม้ พืชพรรณ และผลไม้ป่านานาชนิดในระบบนิเวศที่ไม่มีมนุษย์อยู่ ฝูงลิงและเห้งเจียอาศัยอยู่ในถ้ำหลังม่านน้ำตก หากลองคิดดู การใช้น้ำตกเป็นประตูก็ช่วยอำพรางตัวจากภัยอันตรายได้ กิจกรรมแต่ละวันภายในถ้ำเน้นไปที่การกินและเล่น จนกระทั่งหงอคงในวัยเด็กตัดสินใจออกทะเลไป เพื่อตามหายาอายุวัฒนะที่จะทำให้เขาอยู่ยงคงกระพัน

ส่องเส้นทางสู่ชมพูทวีปของพระถังซัมจั๋งในชีวิตจริง กับการออกแบบฉากในไซอิ๋วฉบับอมตะที่เด็กยุค 90 จดจำได้ดีในซีรีส์ไซอิ๋ว 1996
โห่วเยี่ยนซาน (火焰山) ภูเขาเปลวเพลิง

‘โห่วเยี่ยนซาน’ (火焰山) ภูเขาเปลวเพลิงแห่งเมืองถูหลู่ฟาน ในเขตปกครองตนเองซินเจียง คือสถานที่ที่ปรากฏทั้งในซีรีส์และในบันทึกการเดินทางของพระถังซัมจั๋ง ภูเขาทะเลทรายสีแดงเพลิง ในฤดูร้อนอาจมีอุณภูมิสูงถึง 40 – 89 องศาเซลเซียส ด้วยลักษณะกายภาพของร่องหินและดินของของภูเขาที่มีหน้าตาคล้ายเปลวเพลิงขนาดใหญ่กำลังแผดเผาอยู่กลางทะเลทรายร้อนระอุ ซากโครงกระดูกบนพื้นทรายเป็นคำเตือนถึงความอันตรายของสถานที่นี้จากผู้ที่เดินทางมาก่อนหน้า 

หากยังจำได้ ฉากภูเขาเปลวเพลิงแห่งนี้ คือหนึ่งในฉากที่เมื่อคณะพระถังเดินมาถึง มีไฟลุกโชนออกมาจากปล่องภูเขาจนร่างกายมนุษย์ไม่มีทางรับไหว ซุนหงอคงจึงรีบออกไปตามหาพัดวิเศษขององค์หญิงพัดเหล็ก พี่น้องร่วมสาบานมาดับไฟ เพื่อให้คณะแสวงบุญเดินทางต่อไปได้ 

เนื่องจากเป็นหนึ่งในสถานที่ถ่ายทำซีรีส์ ปัจจุบันที่นี้จึงได้รับการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำหรับแฟนละครที่อยากมาสัมผัสความร้อนระอุ ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็นเศษเสี้ยวความยากลำบากของการเดินทางข้ามทวีปในสมัยนั้น หรือจะมาเยือนเพียงเพื่อถ่ายรูปกับประติมากรรมรูปปั้นคณะเดินทางก็ได้

ส่องเส้นทางสู่ชมพูทวีปของพระถังซัมจั๋งในชีวิตจริง กับการออกแบบฉากในไซอิ๋วฉบับอมตะที่เด็กยุค 90 จดจำได้ดีในซีรีส์ไซอิ๋ว 1996
ส่องเส้นทางสู่ชมพูทวีปของพระถังซัมจั๋งในชีวิตจริง กับการออกแบบฉากในไซอิ๋วฉบับอมตะที่เด็กยุค 90 จดจำได้ดีในซีรีส์ไซอิ๋ว 1996

นอกเหนือจากสถานที่จริงในการถ่ายทำแล้ว เมื่อวิเคราะห์บริบทของการถ่ายทำเมื่อช่วงทศวรรษที่ 90 การสร้างภูมิประเทศในจินตนาการของยมโลก วังบาดาล และสรวงสวรรค์ ถือเป็นต้นฉบับหนึ่งของวงการในการถ่ายทอดสภาพแวดล้อมตามกรอบวัฒนธรรมความเชื่อพุทธ-จีน ราวกับเทพเจ้าในภาพวาดจิตรกรรมนั้นออกมาเคลื่อนไหวเลยก็ว่าได้ ฉากเหล่านั้นถูกสร้างอย่างตรงไปตรงมา โดยอ้างอิงความหมายเชิงสัญลักษณ์ของวัตถุตามความเชื่อทางพุทธศาสนา

ใน ไซอิ๋ว ครั้งหนึ่งเมื่อพญาวานรซุนหงอคงยังขนานนามตนว่าเป็น ‘ฉีเทียนต้าเซิ่ง’ แปลว่า มหาเทพผู้ยิ่งใหญ่เสมอฟ้า และบุกไปอาละวาดในยมโลก ทำลายบัญชีมรณะเพื่อยุติการเวียนว่ายตายเกิด เขาได้ไปป่วนวังบาดาลของเจ้าสมุทรตงไห่ รีดไถเสาค้ำทะเลไปเป็นกระบองวิเศษคู่กาย และแน่นอนว่าเขาได้ขึ้นไปป่วนสรวงสวรรค์ในโถงบัญชาการของเง็กเซียนฮ่องเต้ จนในท้ายที่สุดก็ถูกพระยูไลใช้ฝ่ามือสะกดไว้ใต้ภูเขา 500 ปี

ส่องเส้นทางสู่ชมพูทวีปของพระถังซัมจั๋งในชีวิตจริง กับการออกแบบฉากในไซอิ๋วฉบับอมตะที่เด็กยุค 90 จดจำได้ดีในซีรีส์ไซอิ๋ว 1996

ฉากห้องโถงในยมบาลนั้นมืดมนและน่ากลัว นรกเป็นที่ขังดวงวิญญาณก่อนจะกลับไปเวียนว่ายตายเกิดการใช้หนามแหลมจากเขางอกเขาย้อยภายใน แสดงให้เห็นถึงความทรมานและการชดใช้กรรม สัญลักษณ์ของวงล้อชีวิตที่เก็บบัญชีมรณะ การข้ามสะพาน และการดื่มน้ำชาลืมอดีตชาติ สร้างขึ้นเพื่อสื่อสารถึงหลักการเวียนว่ายตายเกิด และในท้ายที่สุด ไซอิ๋ว ก็ถ่ายทอดเรื่องราวการเดินทางของจิตใจที่แสวงหาความสงบจากความว่างเปล่านั่นเอง 

ต่อมาฉากของวังบาดาล โลกใต้ทะเลแบ่งได้อย่างมีเอกลักษณ์ มีทั้งความมืดของทะเลลึก ความสว่าง หลากสีสันสดใสของปะการัง และสิ่งมีชีวิตในน้ำต่าง ๆ ในเวลาเดียวกัน โลกใต้ทะเลปกครองด้วยพี่น้องพญามังกรเจ้าสมุทรทั้งสี่ ซึ่งปกปักษ์รักษามหาสมุทรทั้ง 4 ทิศตามความเชื่อของชาวจีน

ส่วนฉากสรวงสวรรค์ แสดงถึงพระราชวังที่ยิ่งใหญ่และสง่างาม เมฆและหมอกควันสีขาวที่ลอยไปมา ตัดกับฉากของพระราชวัง ซึ่งฐานตกแต่งด้วยสีทองและสีแดง โดยมีหลังคาหยกสีเขียว 

การออกแบบฉากยังรวมถึงการใช้รูปปั้นและประติมากรรมขนาดใหญ่ แสดงถึงสิ่งมีชีวิตบนท้องฟ้าต่าง ๆ การตกแต่งด้วยลวดลายเชิงสัญลักษณ์ที่เกี่ยวข้องกับเทพปกรณัมและศาสนาของจีน อย่างต้นไม้มงคลทั้งดอกบัว มังกร ต้นโสมพันปี เป็นต้น

ส่องเส้นทางสู่ชมพูทวีปของพระถังซัมจั๋งในชีวิตจริง กับการออกแบบฉากในไซอิ๋วฉบับอมตะที่เด็กยุค 90 จดจำได้ดีในซีรีส์ไซอิ๋ว 1996

แน่นอนว่าสวรรค์ในจินตนาการของแต่ละคนนั้นแตกต่างกันออกไป ตามความเชื่อทางศาสนาที่หลากหลาย องค์ประกอบและวัตถุที่จินตนาการผ่านความเชื่อเป็นปัจเจก การเชื่อมต่อเชิงสัญลักษณ์ เครื่องประดับตกแต่งในพุทธศาสนา และสถาปัตยกรรมในฉากของ ไซอิ๋ว เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยเติมเต็มความหมายเชิงพื้นที่ในจินตนาการของผู้ศรัทธา กล่าวคือ รั้วลายดอกบัวหรือเสาลายมังกรเองก็มีเรื่องราวของพุทธชาดกมากมายที่เกี่ยวข้องกับสัญลักษณ์เหล่านั้น สิ่งที่แฝงในวัตถุศักดิ์สิทธิ์เหล่านั้น ช่วยสร้างพื้นที่ในการสื่อสารระหว่างโลกกายภาพกับโลกผ่านความเชื่อ

เช่นเดียวกับเมื่อวันตรุษจีนมาถึง ประเพณีที่ลูกหลานชาวจีนปฏิบัติกันโดยทั่วไปคือ เผากระดาษเงิน กระดาษทอง เสื้อผ้า รถยนต์ บ้านกระดาษ และสิ่งของต่าง ๆ เพื่อเซ่นไหว้บรรพบุรุษและบุคคลที่ตนรักผู้ล่วงลับ เพื่อให้พวกเขานำไปในชีวิตหลังความตาย ไม่ว่าดวงวิญญาณจะไปอยู่โลกภูมิใด

กระดาษเงิน-กระดาษทอง กลายเป็นวัตถุเชิงลัญลักษณ์ที่เชื่อมต่อความคิดถึงของดวงจิตแม้จะอยู่เหนือโลกทางกายภาพ ในขณะที่เราดูกระดาษเหล่านั้นกำลังมอดไหม้เป็นเถ้าถ่าน เรากลับค่อย ๆ รู้สึกโล่งใจที่ได้รู้ว่าบรรพบุรุษและบุคคลอันเป็นที่รักของเราจะอยู่กับเราตลอดไปด้วยจิตวิญญาณ คอยช่วยนำทางเราในช่วงเวลานี้ของทุกปี

ข้อมูลอ้างอิงและที่มาภาพประกอบ
  • Lo, Lun-seung director. Journey to the West I & II “西游记”, Lau, Sze-yu, Producer. TVB (Television Broadcasts Limited). , 1996-1998
  • เขมานันทะ. (2531). เดินทางไกลกับไซอิ๋ว (วิเคราะห์ปริศนาธรรมจากมหากาพย์ ไซอิ๋ว). กรุงเทพ: กองทุนวุฒิธรรม เพื่อการศึกษาและการปฏิบัติธรรม.
  • พื้นที่ชีวิต : ตามรอยพระถังซัมจั๋งบนเส้นทางสายไหม ตอน เส้นทางแห่งความหมาย
  • ตำนานเรื่องไซอิ๋ว เปรียบเทียบกับสภาพภูมิศาสตร์ และประวัติศาสตร์ในยุคถังไท่จง
  • www.silpa-mag.com/history/article_39055
  • themindcircle.com

Writer

Avatar

วีรสุ แซ่แต้

เนิร์ดสถาปนิกสัญชาติไทยที่จบการศึกษาและทำงานอยู่ที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ หลงใหลในสถาปัตยกรรมและแสวงหาความหมายของสถาปัตยกรรมที่มีจิตวิญญาณ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load