ทำแยมเองดีกว่าซื้อกินอย่างไร

1. ได้เลือก

เราได้เลือกชนิดของผลไม้ และคุณภาพของผลไม้ด้วยตัวเอง เช่น ผลไม้อินทรีย์ หรือผลไม้ที่เราชอบรส ชอบกลิ่นเป็นพิเศษ 

กวนแยมหม่อนเตาถ่านไว้กินเอง ด้วยสูตรของ Little Tree Garden

2. หวานน้อย

กำหนดความหวานที่ต้องการได้เอง แยมที่วางขายทั่วไปจำเป็นต้องมีมาตรฐานความหวาน เพราะยิ่งหวานก็ยิ่งช่วยยืดอายุ Shelf Life แต่คนที่ไม่ต้องการทานแยมที่หวานเกินไป การทำแยมทานเองเป็นทางเลือกที่ดี

3. หวานเลือกได้

เราสามารถใช้ความหวานจากส่วนผสมทางเลือกที่หลากหลายกว่า เช่น น้ำผึ้ง น้ำตาลทรายไม่ฟอกสี น้ำตาลมะพร้าว น้ำตาลอ้อย หรือหญ้าหวาน

กวนแยมหม่อนเตาถ่านไว้กินเอง ด้วยสูตรของ Little Tree Garden

4. จับคู่ 

สำหรับคนทำขนม เราจะได้ออกแบบแยมที่จับคู่กับขนมของเราให้ลงตัวมากขึ้น

5. ทดลองสนุก

การทำแยมจากผลไม้หลายชนิดให้ได้ผลลัพธ์ออกมาเป็นแยมเฉพาะของเรา เป็นเรื่องสนุกน่าทดลอง

กวนแยมหม่อนเตาถ่านไว้กินเอง ด้วยสูตรของ Little Tree Garden

6. ใช้เวลาอย่างมีความหมาย

การกวนแยมทานเองเป็นกิจกรรมใช้เวลาว่างที่ใครๆ ก็ทำได้ คุณย่าคุณยายชวนลูกหลานมาเป็นลูกมือก็ได้ นอกจากได้ของหวานแสนอร่อย ยังได้ช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว

กวนแยมหม่อนเตาถ่านไว้กินเอง ด้วยสูตรของ Little Tree Garden

7. ถนอมอาหารอย่างแท้จริง

ย้อนกลับไปสมัยโบราณ การทำแยมคือการถนอมอาหารของฤดูกาลไว้ให้ยาวนานขึ้น การทำแยมจากผลไม้ประจำฤดูกาล หรือผลไม้ที่สุกงอมมากมายในสวนจึงถือเป็นการถนอมอาหารอย่างแท้จริง

ผลไม้ที่คนนิยมนำมาทำแยม ได้แก่ มะม่วง เสาวรส สับปะรด แอปเปิ้ล สตรอว์เบอร์รี่ และเบอร์รี่ชนิดต่างๆ ผลไม้แต่ละชนิดมีเพกตินธรรมชาติที่แตกต่างกันไป เช่น แอปเปิ้ล ส้ม เลม่อน มีเพกตินมากกว่าผลไม้อย่างสตรอว์เบอร์รี่

ที่ Little Tree เราเลือกหม่อนและกระเจี๊ยบ เพราะเป็นผลผลิตจากสวนที่เราถนอมไว้ใช้ทำขนม หรือทานคู่กับขนมต่างๆ ในร้าน บางทีคุณยายก็กวนแยมหม่อนหรือแยมกระเจี๊ยบเอาไว้ทานกับ Scone บ้าง หรือนำมาทำ Homemade Jam Crumble บ้าง

คุณยายเลือกใช้เตาถ่านเมื่อทำแยมทุกครั้ง เพราะความเชื่อและประสบการณ์ตลอดชีวิตของคุณยาย ว่าอาหารที่ค่อยๆ เคี่ยวบนเตาถ่านจะอร่อยและนุ่มนวล

กวนแยมหม่อนเตาถ่านไว้กินเอง ด้วยสูตรของ Little Tree Garden

ส่วนผสม

  1. หม่อน 3 กิโลกรัม
  2. น้ำตาลทรายไม่ฟอก (Brown Sugar) 1 กิโลกรัม
  3. เกลือหิมาลัย 1/2 ช้อนชา
  4. น้ำเปล่า 500 มิลลิลิตร

วิธีทำ

1. ล้างหม่อน

2. เด็ดขั้วออกให้หมด

3. ใส่หม่อนและน้ำในกระทะทองเหลือง 

กวนแยมหม่อนเตาถ่านไว้กินเอง ด้วยสูตรของ Little Tree Garden

4. ต้มหม่อนให้นิ่ม แต่ยังเห็นหม่อนเป็นลูกๆ อยู่ (ขั้นตอนนี้ใช้เวลาพอสมควร อย่าเพิ่งใส่น้ำตาลตอนนี้ เพราะน้ำตาลจะไปรัดเนื้อผลไม้)

5. เมื่อหม่อนนิ่มเละเเล้ว (แต่ยังคงรูปทรงลูกหม่อนอยู่) ใส่น้ำตาล

กวนแยมหม่อนเตาถ่านไว้กินเอง ด้วยสูตรของ Little Tree Garden

6. กวนหม่อนไปเรื่อยๆ จนเริ่มข้น และเนื้อหม่อนเริ่มใส ใส่เกลือตบท้าย

กวนแยมหม่อนเตาถ่านไว้กินเอง ด้วยสูตรของ Little Tree Garden

7. คนแยมต่ออีกสักพักให้เกลือละลาย แล้วค่อยยกขึ้นจากเตา

กวนแยมหม่อนเตาถ่านไว้กินเอง ด้วยสูตรของ Little Tree Garden

Writer

ศิริลักษณ์ ริ้วบำรุง

จบคณะโบราณคดี ศิลปากร เริ่มต้นชีวิตการทำงานด้วยการเป็นครู และ เลือกเป็นครูของลูกด้วยการทำบ้านเรียน ปัจจุบันก็ยังเลือกเป็นครูพาเด็กๆเก็บผัก เก็บดอกไม้ใบไม้ มาทำขนม ทำงานศิลปะ

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Staycation

กิจกรรมคัดสรรสำหรับการอยู่บ้านวันหยุด

5 พฤศจิกายน 2565
2 K

สหายนักดื่มชาทั้งหลาย วันนี้เรามีสูตรขนมหวานจากชามาฝาก ส่งตรงจากกรุงโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา

‘วุ้นชาซีลอน’ เป็นไอเดียของ นวล-พาฝัน ศุภวานิช Culinary Artist เจ้าของหวานนวล คิทเช่น สตูดิโอ ซึ่งสถานเอกอัครราชทูตไทยในกรุงโคลัมโบเชิญมาทำขนมไทย และจัดเวิร์กชอปทำขนมไทยด้วยวัตถุดิบศรีลังกาที่สยามนิวาส 

ด้วยรสและกลิ่นชัดเจน กัดไปคำแรกก็หอมกลิ่นชาทันที วุ้นชาซีลอนจึงเป็นเมนูโดดเด่นที่ทุกคนโปรดปรานและประทับใจ คอลัมน์ Staycation เลยขอแจกสูตรมิตรภาพไทย-ศรีลังกา ให้อร่อยกันถ้วนหน้า

“ศรีลังกามีความอุดมสมบูรณ์คล้าย ๆ บ้านเรา วัตถุดิบอาหารก็คล้ายกัน เราอยากให้คนได้ลองชิมสิ่งที่แตกต่าง ผสมผสานวัฒนธรรม ไม่ได้บอกว่าของใครดีกว่าใคร แต่มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน เป็นการจุดประกายให้คนชอบขนม คนชอบกิน คนชอบความแตกต่างของอาหาร ได้ลองสนุกกับเมนูที่ทำง่าย ๆ”

วิธีทำ ‘วุ้นชาซีลอน’ เปลี่ยนน้ำชาเป็นของหวาน ใช้เวลาทำน้อย แถมอร่อยมาก
การทำขนมไทยที่เมืองโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา

ทำไมต้องชาซีลอน

Ceylon คือชื่อเดิมของศรีลังกา เมื่อครั้งตกเป็นอาณานิคมของอังกฤษ ดินแดนที่ชมชอบการจิบชาเป็นที่สุด ด้วยภูมิประเทศหุบเขาบนเกาะใหญ่กลางทะเล ทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ ประกอบกับความนิยมปลูกกาแฟบนเกาะที่ลดลงมาก ชาวอังกฤษจึงผลักดันการปลูกชาบนเกาะนี้มาตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 และชาก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมศรีลังกาตลอดมา 

วิธีทำ ‘วุ้นชาซีลอน’ เปลี่ยนน้ำชาเป็นของหวาน ใช้เวลาทำน้อย แถมอร่อยมาก
ภาพ : Vyacheslav Argenberg

ชาซีลอนหมายถึงชาที่ปลูกในศรีลังกา ไม่ว่าชาอู่หลง ชาขาว ชาเขียว และประเภทที่คนนิยมมาก ๆ คือชาดำคุณภาพดี สัญลักษณ์ของชาซีลอนคือสิงโตถือดาบ แบบเดียวกับสิงโตบนธงชาติศรีลังกา ถุงหรือกล่องชาที่มีโลโก้นี้อยู่ หมายถึงชาซีลอน 100% ที่บรรจุในศรีลังกา มีมาตรฐานคุณภาพยอดเยี่ยม จุดเด่นของชาซีลอนคือกลิ่นและรสชาติที่เข้มข้นหอมกรุ่น มีสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) มาก

พี่นวลมองว่าชาซีลอน สินค้าอันเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกของประเทศเกาะ เป็นวัตถุดิบที่หาได้ง่าย ชาวศรีลังกาทั้งภูมิใจและชื่นชอบ เอามาทำเป็นวุ้นก็ดูดี เข้าใจง่าย ไม่แปลกเกินไป 

ถ้าอยากพลิกแพลงใช้ชาอื่น ๆ ที่มีในบ้านก็ทำได้ตามชอบ แต่ใช้ชาดำจะดีที่สุด เพราะได้รสและกลิ่นชาเข้มข้นถึงใจ

วุ้นแบบไทย ๆ 

วิธีทำ ‘วุ้นชาซีลอน’ เปลี่ยนน้ำชาเป็นของหวาน ใช้เวลาทำน้อย แถมอร่อยมาก

“พี่สังเกตเห็นว่าขนมหวานศรีลังกาข้น ๆ หรือเป็นขนมนึ่งทั้งนั้น เลยอยากนำเสนออะไรเบา ๆ เหมาะกับอากาศร้อนค่ะ” 

วุ้น (Agar) ทำจากสาหร่าย เจลาตินทำจากไขกระดูกสัตว์ สูตรนี้ใช้ผงวุ้นสำเร็จรูป จะได้วุ้นกรอบ เซ็ตตัวกว่าเจลาติน และทำง่ายด้วย

“ตอนพี่เป็นเด็ก บ้านเราใช้วุ้นเป็นเส้น ๆ เหมือนเชือกฟาง ทุกวันนี้ในตลาดศรีลังกาก็ใช้วุ้นแบบนั้นค่ะ คนศรีลังกายังทำทุกอย่างด้วยมือ ไม่ใช่เรื่องยากที่จะขูดมะพร้าวเองในบ้าน ขณะที่บ้านเราไม่ทำแล้ว เพราะเป็นอุตสาหกรรมไปหมด” นักทำขนมตั้งข้อสังเกต 

“วุ้นเป็นขนมสากล หลายประเทศมีขนมจานวุ้นทั้งนั้น แต่เราทำวุ้นแบบไทย สูตรนี้จะลองทำเป็นวุ้นราดกะทิก็ได้ ลองใส่ข้าวโพด ลูกเดือย เม็ดแมงลัก หรือบุกลงไปก็ได้เหมือนกัน”

วัตถุดิบและอุปกรณ์

วิธีทำ ‘วุ้นชาซีลอน’ เปลี่ยนน้ำชาเป็นของหวาน ใช้เวลาทำน้อย แถมอร่อยมาก
  1. น้ำเปล่า 
  2. ใบชาซีลอน ใช้ชาดำแบบ Broken จะดีที่สุด
  3. ผงวุ้น
  4. น้ำตาล 
  5. หม้อ ทัพพี 
  6. แม่พิมพ์วุ้น

วิธีทำ

  1. เริ่มจากต้มชา ต้มน้ำ 340 มล. ให้เดือด ใส่ชาซีลอนลงไป 1 ช้อนโต๊ะพูน (อย่าใส่ใบชาแต่ตอนแรก ชาจะฝาดและขุ่น) แล้วปิดเตา ปล่อยให้ชาคลี่ตัวและขจายความหอมสัก 5 นาที กรองกากทิ้ง แล้วพักไว้ 
วิธีทำ ‘วุ้นชาซีลอน’ เปลี่ยนน้ำชาเป็นของหวาน ใช้เวลาทำน้อย แถมอร่อยมาก
  1. แช่ผงวุ้น 2 ช้อนชา ในน้ำเปล่า 150 มล. 15 นาที จนดูดน้ำพองเต็มที่ เพื่อวุ้นจะได้ใส กรอบ และได้รูปสวย
วิธีทำ ‘วุ้นชาซีลอน’ เปลี่ยนน้ำชาเป็นของหวาน ใช้เวลาทำน้อย แถมอร่อยมาก
  1. นำน้ำวุ้นตั้งไฟกลาง ต้มให้ละลายจนหมด ด้วยการคนไปเรื่อย ๆ ทิศทางเดียวกัน หมั่นเช็กดูว่าวุ้นละลายหมดหรือยังด้วยการหงายหลังทัพพีดู หากมีเม็ดวุ้นเล็ก ๆ ติดหลังทัพพี ให้ต้มต่อจนไม่มีเม็ด 
วิธีทำ ‘วุ้นชาซีลอน’ เปลี่ยนน้ำชาเป็นของหวาน ใช้เวลาทำน้อย แถมอร่อยมาก
  1. ใส่น้ำตาลทราย 80 กรัมในน้ำวุ้น ต้มให้น้ำตาลละลายและเดือดปุด ๆ ปิดเตา 
วิธีทำ ‘วุ้นชาซีลอน’ เปลี่ยนน้ำชาเป็นของหวาน ใช้เวลาทำน้อย แถมอร่อยมาก
  1. เทน้ำชาซีลอนที่ชงไว้ลงไป คนให้เข้ากัน ขั้นตอนนี้จะใส่ข้าวโพดหรือผลไม้ชิ้นเล็ก ๆ ลงไปก็ได้ 
วิธีทำ ‘วุ้นชาซีลอน’ เปลี่ยนน้ำชาเป็นของหวาน ใช้เวลาทำน้อย แถมอร่อยมาก
  1. เทใส่แม่พิมพ์วุ้น วางไว้สัก 2 ชั่วโมง วุ้นจะเซ็ตตัวพร้อมรับประทาน ยิ่งแช่ตู้เย็น วุ้นจะกรอบเด้งชื่นใจดีแท้ 
วิธีทำ ‘วุ้นชาซีลอน’ เปลี่ยนน้ำชาเป็นของหวาน ใช้เวลาทำน้อย แถมอร่อยมาก
  1. กินเปล่า ๆ ก็อร่อย ใส่กาแฟ ใส่นมก็เข้าท่า หรือลองจับคู่กับลูกตาลอ่อน ใส่ในรวมมิตรน้ำเชื่อม หรือราดกะทิแบบวุ้นกะทิก็อร่อยมาก 
วิธีทำ ‘วุ้นชาซีลอน’ เปลี่ยนน้ำชาเป็นของหวาน ใช้เวลาทำน้อย แถมอร่อยมาก
ข้อมูลบางส่วนจาก

www.pureceylontea.com/the-birth-of-ceylon-tea/ 

en.wikipedia.org/wiki/Ceylon_tea en.wikipedia.org/wiki/Tea_production_in_Sri_Lanka

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load