14 กันยายน 2561
18 K

คิดถึงตอนสมัยเด็กๆ ในช่วงยุค 90 กันไหม

เพลงที่คุณเคยฟัง ที่ที่คุณเคยไป สิ่งของที่คุณเคยใช้ หรือของเล่นที่คุณเคยเล่น ในช่วงท้ายๆ ของยุคแอนะล็อกเริ่มหายไปในโลกดิจิทัล แต่ใครจะรู้ว่าในกรุงเทพฯ ยังหลงเหลือกลิ่นอายของสิ่งเหล่านั้นอยู่ งั้นเรามาลองตามหากิจกรรมเก่า เพื่อย้อนวันวานกลับไปในช่วงเวลานั้นกันไหม

01

เล่นเกมตู้ชั้น 7 และกินขนมเบื้องที่มาบุญครอง

เวลาที่เราอยากดูคอนเสิร์ตของศิลปินดังๆ หรือศิลปินที่เราชื่นชอบ สมัยนี้คงต้องไปดูที่สนามราชมังคลาฯ หรือไม่ก็อิมแพ็ค เมืองทองธานี แล้วยังจำได้ไหมสมัยก่อนเราไปดูที่ไหนกัน

เด็กๆ สมัยนี้อาจไม่เชื่อว่า MBK HALL มาบุญครองชั้น 7 เป็นที่แสดงคอนเสิร์ตขนาดใหญ่แห่งเดียวในกรุงเทพ และถ้าศิลปินค่ายไหนไม่ดังจริงก็จะมาเล่นที่นี่ไม่ได้ นักร้องดังๆ สุดจ๊าบที่เคยมาแสดง มีทั้ง Raptor,บอยสเก๊าท์ และ Modern Dog ไม่ใช่แค่ชั้น 7 ที่มีกิจกรรมฮอตฮิตในตอนนั้น ชั้นล่างเองก็มีลานไอซ์สเก็ตให้เล่นกัน มาบุญครองจึงเป็นห้างที่ทันสมัยครองใจวัยรุ่นเหลือเกิน

กรุงเทพสมัยก่อน, ยุค 90 กรุงเทพสมัยก่อน, ยุค 90 กรุงเทพสมัยก่อน, ยุค 90

ถ้าคิดถึงความเรืองรองของมาบุญครองยุคเก่า ลองกลับมาเดินดูที่ชั้น 7 จะรู้สึกถึงกลิ่นอายของยุค 90 อย่างแน่นอน เพราะที่นั่นมีตู้เกมมากมายรออยู่ เช่น เกมขับรถ โยนลูกบาส คีบตุ๊กตา หรือจะเกมเต้นที่ทุกคนเคยลองแดนซ์สะบัด ถึงตัวเครื่องเกมจะพัฒนาไปมากแค่ไหน แต่รูปแบบความสนุกดั้งเดิมของเกมยังคงอยู่ ถ้าใครไปเล่นก็จะรู้เลยว่าเสน่ห์ของแต่ละเกมไม่ได้เปลี่ยนไปเลย

กรุงเทพสมัยก่อน, ยุค 90 กรุงเทพสมัยก่อน, ยุค 90

อีกความคิดถึงมาบุญครองที่พลาดไม่ได้คือร้านขายขนมเบื้องโบราณ เมื่อก่อนใครมาคอนเสิร์ตที่นี่จะต้องไม่พลาดการซื้อขนมเบื้องก่อนหรือหลังเข้าชมคอนเสิร์ต ปัจจุบัน ร้านที่ยังเปิดอยู่คือเจ้าดั้งเดิมพร้อมรสชาติคุ้นเคย ใครอยากลองมาสัมผัสความสนุกและผ่อนคลายก็กลับมาที่นี่ได้ คุณจะรู้สึกถึงวันหวานวัยเด็กอีกครั้งหนึ่งแน่นอน

ที่อยู่ : มาบุญครองชั้น 6, 7  ถนน พญาไท แขวง ปทุมวัน เขต ปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
เวลาทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 10.00 – 22.00 น.
02

ซื้อกระดาษ 555 PaperPlus มาเขียนจดหมายให้คนที่รัก

กรุงเทพสมัยก่อน, ยุค 90 กรุงเทพสมัยก่อน, ยุค 90

ตอนเด็กๆ เคยเขียนจดหมายบอกรักคนที่แอบชอบกันไหม เวลาเราเขียนเรามักจะใช้

กระดาษลายการ์ตูนน่ารักๆ หอมๆ แล้วมอบให้เพื่อนหรือรุ่นพี่รุ่นน้องที่เราหมายปองคนนั้น ร้านกระดาษสวยๆ ที่สาวๆ ไปซื้อกันก็คงไม่พ้นร้าน 555 PaperPlus

555 PaperPlus เป็นร้านที่ขายทุกอย่างที่เกี่ยวกับกระดาษ ไม่ว่าจะเป็น กล่องกระดาษ ถุงกระดาษ ซองจดหมาย จดหมายหรือจะเป็นของตกแต่งต่างๆ โดยสินค้าที่ขายดีที่สุดในอดีตก็หนีไม่พ้นกระดาษลายการ์ตูนที่คนส่วนใหญ่ชอบซื้อไปเขียนจดหมาย และสิ่งที่ร้านนี้เคยมีขายเมื่อนานมาแล้วคือ สมุดเฟรนด์ชิพ เป็นสิ่งที่หาได้ยากที่สุดในปัจจุบัน และร้านนี้เองก็ไม่มีขายแล้ว เพราะเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เข้ามา ทำให้เราสร้างความทรงจำดีๆ กับเพื่อนได้หลายช่องทาง เจ้าสมุดเวียนเขียนมือนี้จึงหายไป

กรุงเทพสมัยก่อน, ยุค 90

ปัจจุบัน ที่ร้านก็ยังมีกระดาษลายการ์ตูนน่ารักๆ ให้ซื้อไปใช้ ใครหวนนึกถึงความทรงจำสมัยก่อน ลองแวะมาร้านกระดาษนี้ได้ โดยสาขาใหญ่ที่ครบเครื่องที่สุดคือสาขามาบุญครอง ลองหาเวลาว่างเขียนจดหมายส่งข้อความให้กับเพื่อนหรือคนที่เรารักแทนการส่งข้อความแบบแชท ก็น่ารักไปอีกแบบหนึ่งนะ

ที่อยู่ : สาขามาบุญครอง ชั้น 3 444 ถนนพญาไท กรุงเทพมหานคร Pathumwan 10330
เวลาทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 10.00 – 22.00 น.
เว็บไซต์ : 555paperplus.com
03

นั่งดื่มนมที่ Milk Plus คาเฟ่แห่งความทรงจำของเด็ก 90

กรุงเทพสมัยก่อน, ยุค 90

กรุงเทพสมัยก่อน, ยุค 90

ในยุค 90 มีอยู่ช่วงหนึ่งคงจำกันได้ที่รัฐบาลรณรงค์เรื่องการดื่มนม ทำให้มีร้านนมเปิดเพิ่มขึ้นมาหลายแห่ง ร้านที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ Milk Plus ตัวร้านตั้งอยู่ใจกลางสยาม หนุ่มสาวทั้งหลายต่างเคยมานั่งเก๋ในร้านนี้ ก่อนจะมีคาเฟ่ทุกซอยให้เราเช็กอินอย่างปัจจุบัน ยังจำได้มั้ยว่าเข้า Milk Plus ไปแล้ว สั่งอะไรกันบ้าง

ของที่ต้องสั่งแน่ๆ คือเมนูนม ทั้งนมรสดั้งเดิมของร้าน ไม่ก็ ‘นมแดง’ ที่ใส่เจลลี่ไว้ก้นแก้วเหมือนชานมไข่มุกในปัจจุบัน พอกินนมแล้วก็ต้องมีของหวานมาทานคู่กับนม คือขนมปังปิ้งหน้าต่างๆ มีทั้งหน้าสังขยาใบเตย เนยนมน้ำตาล หรือช็อกโกแลต

กรุงเทพสมัยก่อน, ยุค 90 กรุงเทพสมัยก่อน, ยุค 90

พูดแล้วก็ชักหิว ใครคิดถึงนมรสชาติเก่าความทรงจำดีๆ กับเพื่อน ลองกลับไปนั่งร้าน Milk Plus กันได้ ร้านยังตั้งอยู่ที่เดิม ด้วยรสชาติเดิม ที่เพิ่มเติมคือความอร่อยและเมนูใหม่ๆ ที่น่าลอง

ที่อยู่ : สยามสแควร์ ซอย 7 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
เวลาทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 07.00 – 22.00 น.
04

ถ่ายรูปตู้สติกเกอร์แปะกระเป๋าสตางค์

กรุงเทพสมัยก่อน, ยุค 90

สมัยก่อนถ้าใครไม่ได้ถ่ายรูปสติกเกอร์ถือว่าเชยมาก (ลากเสียง) ที่เที่ยวหลักในยุค 90 คือสยามที่ทุกคนต้องนัดกับแก๊งเพื่อนไปเที่ยวกันทุกวันหยุด และกิจกรรมที่ต้องทำแน่ๆ คือการถ่ายรูปสติกเกอร์ร่วมกัน พอถ่ายเสร็จก็ต้องซื้อสมุดมาเก็บไว้เป็นคอลเลกชัน ถือเป็นความสนุกอย่างหนึ่งของชีวิตวัยรุ่น

ตู้สติกเกอร์เป็นเทคโนโลยีที่ล้ำพอๆ กับปัจจุบัน เพราะสามารถแต่งรูป เขียนหน้า เลือกกรอบรูป หรือแปะตัวการ์ตูนน่ารักได้เสร็จสรรพ เหมือนตู้ที่มีอยู่ในปัจจุบันหรือฟิลเตอร์แต่งภาพที่เราใช้กันทุกวันนี้

กรุงเทพสมัยก่อน, ยุค 90

กรุงเทพสมัยก่อน, ยุค 90 กรุงเทพสมัยก่อน, ยุค 90

ตอนนี้ตู้สติกเกอร์หาได้ยากขึ้น ราคาก็สูงขึ้นตามกาลเวลา ในกรุงเทพฯ ตู้ถ่ายที่ยังเหลืออยู่คือที่เกตเวย์เอกมัย ซึ่งเหลือเพียงแค่ 2 ตู้เท่านั้น คือตู้พุริคุระ รูปแบบของตู้คล้ายยุคก่อนแต่เพิ่มออปชันขึ้นมาให้เลือกเยอะมาก เพราะความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและผสมความเป็นญี่ปุ่นเข้าไปด้วย

ใครคิดถึงวันวานและอยากมีรูปสติกเกอร์ติดกระเป๋าสตางค์เหมือนตอนเด็กๆ ก็ลองชวนเหล่าแก๊งเพื่อนไปเอกมัยกันได้เลย

ที่อยู่ : เกตเวย์เอกมัย ชั้น 4 982/22 ถนนสุขุมวิท แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110
เวลาทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 10.00 – 22.00 น.
05

ตามหาเทปคาสเซ็ตต์และโปสเตอร์เก่าที่ตลาดนัดเจเจกรีน

กรุงเทพสมัยก่อน, ยุค 90

ตลาดกลางคืนเจเจกรีนมีทั้งร้านขายเสื้อผ้า ของมือสอง และร้านขายของเก่า ที่ขายดิบขายดี เพราะวัยรุ่นสมัยนี้เนี่ยแหละที่สนใจของเก่า และคนที่ซื้อส่วนใหญ่ก็เป็นวัยรุ่นที่อยากลองย้อนอดีตดูว่ารุ่นพี่ยุคก่อนใช้ชีวิตยังไง

พอได้ลองเดินหลายมุมของตลาดนัด สิ่งของเก่าๆ ที่เจอมากที่สุดในตลาดนี้คือร้านขายขนมกับของเล่นโบราณที่เรารู้จักกันดี เช่น น้ำเต้าปูปลา หมากเก็บ นมอัดเม็ด บุหรี่ตาแมว และของเล่นมากมายให้เราได้เลือก พอเดินมาเรื่อยๆ จะเจอร้านขายโปสเตอร์เก่าทั้งโปสเตอร์เพลงและโปสเตอร์หนัง โดยโปสเตอร์ของวง Oasis ดูจะเป็นที่ชื่นชอบมากที่สุด และร้านเด็ดสุดท้ายที่ไม่คิดว่าจะมีแล้วในยุคปัจจุบันนี้ คือร้านขายเทปคาสเซ็ตต์ทุกยุคทุกสมัยให้ได้เลือกซื้อกันกรุงเทพสมัยก่อน, ยุค 90 กรุงเทพสมัยก่อน, ยุค 90 กรุงเทพสมัยก่อน, ยุค 90

คนรักเสียงเพลง นักสะสมโปสเตอร์ตัวยง หรือใครที่คิดถึงกลิ่นอายบันเทิงของยุคเก่า ลองมาช้อปความทรงจำดีๆ กลับบ้านกันได้ตั้งแต่ 6 โมงเย็นเป็นต้นไป

กรุงเทพสมัยก่อน, ยุค 90

ที่อยู่ : 1 ถนนกำแพงเพชร 3 แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
เวลาทำการ : เปิดวันพฤหัสบดี-อาทิตย์ เวลา 18.00 – 01.00 น.

   

06

ค้นหาเพลงที่เคยชอบที่ร้านน้อง ท่าพระจันทร์

กรุงเทพสมัยก่อน, ยุค 90

ทุกวันนี้เราฟังเพลงจากที่ไหนกันบ้าง ส่วนใหญ่แล้วคงฟังผ่านแอพพลิเคชันต่างๆ ในโทรศัพท์ ไม่ว่าจะเป็น Apple Music, JOOX, Spotify, YouTube ความง่ายของการฟังเพลงผ่านสตรีมต่างๆ เหล่านี้อาจ

ทำให้เราหลงลืมเสน่ห์การฟังเพลงในยุคก่อนๆ ไป

หากไม่รอคอยเพลงโปรดในวิทยุ เวลาจะฟังเพลงแต่ละครั้งเราต้องไปร้านเลือกเทป เลือกซีดี แล้วกลับมาเปิดฟังที่บ้าน นั่งอ่านเนื้อเพลงในปกอัลบั้มไปพลาง ร้องตามไปพลาง ต้องคนที่มีฐานะหน่อยถึงจะมี Sound About ที่ใส่หูฟังได้ทุกที่

กรุงเทพสมัยก่อน, ยุค 90 กรุงเทพสมัยก่อน, ยุค 90 กรุงเทพสมัยก่อน, ยุค 90

ปัจจุบัน มีร้านขายเทปขายซีดีน้อยลงเรื่อยๆ ร้านที่เคยมีชื่อเสียงก็ได้ปิดตัวลงไปบ้าง แต่ร้านที่ยังอยู่คู่คนไทยมามากกว่า 30 ปี แล้วคือร้านน้อง ท่าพระจันทร์ แหล่งรวมวัยรุ่นที่ชื่นชอบการฟังเพลงทั้งยุคใหม่ยุคเก่า และเป็นร้านแรกๆ ที่ให้ศิลปินมาโปรโมตเพลงได้อีกด้วย

ใครอยากย้อนไปฟังเพลงเก่ายุคเก้าศูนย์ผ่านเทป หรืออยากย้อนไปฟังแผ่นเสียง ที่นี่ยังมีขาย ไปเลือกฟังดนตรีดีๆ ให้อิ่มใจได้ที่นี่เสมอ

ที่อยู่ : 14 ท่าเรือท่าพระจันทร์ พระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200
เวลาทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 11.00 – 20.00 น.
07

ย้อนวัยตามหาฮีโร่ในวัยเด็กที่ 90’s Boy Toy

กรุงเทพสมัยก่อน, ยุค 90

ยังจำของเล่นชิ้นโปรดในวัยเด็กของเราได้มั้ย สมัยก่อนเราเล่นอะไรกันบ้าง ของเล่นก็มีทั้งของไทย ญี่ปุ่น แล้วก็ฝั่งอเมริกา ในสมัยนั้นมีภาพยนตร์ Sci-fi ของฝั่งอเมริกาเข้ามา เพราะเป็นสิ่งแปลกใหม่เลย ทำให้เด็กในยุคนั้นตื่นตาตื่นใจไปกับแสงสีและตัวละครฮีโร่ในภาพยนตร์นั้นๆ เป็นพิเศษ พอมีการ์ตูนหรือ

ภาพยนตร์ที่เป็นฮีโร่เข้ามา ก็ทำให้มีฟิกเกอร์และของสะสมต่างๆที่เป็นตัวฮีโร่ที่เป็นที่นิยมมากขึ้น

ภาพยนตร์ในสมัยก่อนที่ดังที่สุดในตอนนั้นคงไม่พ้น Star Wars หรือไม่ก็ภาพยนตร์ฮีโร่ของทั้งค่าย Marvel และ DC เด็กหลายคนพอเห็นฮีโร่ก็รู้สึกว่าอยากเป็นแบบนั้นบ้าง เลยทำให้มีของเล่นคาแรกเตอร์ตัวละครนั้นออกมาให้เราได้เล่นกันจนถึงทุกวันนี้ แต่ตัวละครบางเรื่องที่เลิกผลิตไปแล้วทำให้ของเล่นเหล่านั้นหายากมากขึ้น ราคาก็สูงขึ้นกว่าเมื่อก่อน วัสดุทำของเล่นในสมัยก่อนก็ต่างกับปัจจุบัน เป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดใจนักสะสมให้ตามเก็บของเล่นเก่าเหล่านี้

กรุงเทพสมัยก่อน, ยุค 90 กรุงเทพสมัยก่อน, ยุค 90 กรุงเทพสมัยก่อน, ยุค 90

90’s Boy Toy เป็นร้านสำหรับสาวกฮีโร่และนักสะสมของเล่นที่ตลาดรถไฟศรีนครินทร์ ร้านนี้เป็นร้านขายฮีโร่ยุค 90 โดยเฉพาะคนรัก Star Wars ยิ่งไม่ควรพลาด เพราะร้านนี้มีทุกอย่างจริงๆ ใครอยากสะสมหรือย้อนความทรงจำกับของเล่นในวัยเด็ก รับรองว่าจะหลงรักและอยู่ที่นี่ได้ทั้งวันแน่นอน

ที่อยู่ : ตลาดรถไฟศรีนครินทร์ ถนนศรีนครินทร์ แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร 10250
เวลาทำการ : เปิดทุกวันพฤหัสบดี-อาทิตย์ เวลา 18.00 – 00.00 น.
เบอร์โทรศัพท์ : 0618266688
Facebook : 90sboytoy
08

โตแล้ว จะซื้อเกมมากเท่าไหร่ก็ได้ที่ RETRO WORLD

 ถ้าให้พูดถึงเกมในสมัยช่วง 90 สิ่งแรกที่คนนึกถึงคงไม่พ้นเกม Mario กับเกม Contra ซึ่งเป็นตลับเกมที่ฮอตฮิตมาจนถึงปัจจุบัน มาพร้อมเครื่องเล่น Family Computer หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า Famicom นับเป็นเครื่องเล่นยุคแรกๆ ที่คลาสสิกที่สุดของ NINTENDO และเป็นของเล่นในฝันของเด็กยุค 90

ยุคก่อน Famicom ราคาแพงมาก มีเพียงคนส่วนน้อยเท่านั้นที่จะมีของแท้มาเล่น ตอนนี้ถ้าโตแล้วอยากทำฝันให้เป็นจริง เราขอแนะนำให้รู้จัก Retro World ร้านขายเกมเก่าทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น Famicom มือสอง หรือรุ่นอื่นๆ ที่ออกมาหลังจากนั้น

กรุงเทพสมัยก่อน, ยุค 90 กรุงเทพสมัยก่อน, ยุค 90 กรุงเทพสมัยก่อน, ยุค 90

ร้านนี้มีทั้งร้านออนไลน์ และมีหน้าร้านอยู่ที่อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี ถ้าไปที่ร้านจะมีเกมให้ได้ทดลองเล่นก่อนซื้อด้วย บรรยากาศของร้านเป็นเหมือนบ้านหลังเล็กๆ ที่พร้อมต้อนรับลูกค้าอยู่เสมอ ใครที่อยากจะเล่นเกมเก่าๆ หรือหาเกมรุ่นลิมิเต็ดที่ปัจจุบันหาได้ยากแล้ว ลองไปที่ร้านนี้ดูได้ ราคาย่อมเยา แถมมีของมากมายให้เลือกได้ตามที่เราต้องการ

ที่อยู่ :  หมู่บ้านชลลดา ตำบลบางบัวทอง อำเภอบางบัวทอง นนทบุรี 11110
เวลาทำการ : เปิดทุกวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 09.00 – 21.00 / ปิดทุกวันจันทร์
โทร : 085 553 8488
Facebook : retroworldshop
09

เยี่ยมแดนเนรมิต สวนสนุกแห่งความทรงจำ

กรุงเทพสมัยก่อน, ยุค 90

ยังจำได้ไหมว่าตอนเด็กๆ อยากให้พ่อแม่พาไปเที่ยวที่ไหนมากที่สุด คำตอบของหลายคนคงเป็นสวนสนุกแดนเนรมิต สถานที่บรรจุความทรงจำวัยเด็กของพวกเรา

แดนเนรมิตเป็นสวนสนุกแห่งเดียวที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ มีเครื่องเล่นสุดฮิตอย่างเรือไวกิ้ง รถไฟเหาะ บ้านผีสิง หรือปราสาทเทพนิยายของเจ้าหญิงนิทราที่เป็นแลนด์มาร์กของที่นี่ เพราะจะได้เข้าไปดูเจ้าหญิงนิทราที่หายใจสม่ำเสมอระหว่างนอนหลับ

กรุงเทพสมัยก่อน, ยุค 90 กรุงเทพสมัยก่อน, ยุค 90

ที่นี่ถือเป็นสวรรค์แห่งเทพนิยายของเด็กผู้หญิง แต่ไฮไลต์สำคัญของสวนสนุกคือขบวนพาเหรดยามค่ำคืนที่มาพร้อมกับแสงสีเสียงและพลุดอกไม้ไฟอลังการ จนเราร่ำร้องขอพ่อแม่ไปดูให้ได้

แม้แดนเนรมิตจะเลิกกิจการไปใน พ.ศ. 2543 แต่ทุกครั้งที่ผ่านถนนพหลโยธิน เราจะเห็นปราสาทเทพนิยายที่ยังตั้งเด่นเป็นสง่า ชวนให้หวนนึกถึงวัยเด็ก ปัจจุบัน สวนสนุกเก่าได้กลายเป็นสนามโกคาร์ตไปแล้ว ถ้าอยากเข้าไปเยี่ยมปราสาท จะชมจากนอกรั้วหรือเข้าไปขับรถโกคาร์ตสนุกๆ ก็ได้ ระหว่างเล่นก็อย่าลืมดูบรรยากาศรอบๆ ความทรงจำในวัยเด็กจะได้กลับมาให้เราได้คิดถึงกัน

ที่อยู่ : 1408 ถนนพหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
เวลาทำการ : เปิดทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 13.00 – 21.00 น. / วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 10.00 – 21.00 น.
ภาพ : ฟ้ารุ่ง มาศิลป์, นัทธมน แก้วแป้นผา และ ณัฐสุชา เลิศวัฒนนนท์

Writer

ชญาน์นันท์ บุรินทรามาตย์

ป็นมนุษย์กวนๆพลังเหลือคนนึงที่สามารถเล่นได้ตลอดเวลา ชอบกินบุฟเฟ่ต์กับชานมไข่มุกเป็นชีวิตจิตใจและฮีลตัวเองด้วยการติ่งเกาหลีไม่ก็ฟังเพลงที่ชอบ พร้อมกับนั่งรถแบบไร้จุดหมาย

Photographer

ฟ้ารุ่ง มาศิลป์

นักศึกษาออกแบบฯที่ใช้ชีวิตในไทยด้วยไทม์โซนของยูกันดา ชอบใส่เสื้อสีสดเพื่อทดแทนการใช้สีหน้า อยากลองทำทุกอย่างแบบค่อยเป็นค่อยไปช้า ๆ เหมือนจิบชา

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

The Cloud x TAT Contact Center เพื่อนร่วมทาง 

พูดถึงร้อยเอ็ด คุณผู้อ่านนึกถึงอะไร

บึงพลาญชัย หนองน้ำแห่งใหญ่ใจกลางเมือง หอโหวด แลนด์มาร์กใหม่ประจำร้อยเอ็ด หรือทุ่งกุลาร้องไห้ ที่ราบผืนใหญ่ที่กินพื้นที่หลายจังหวัดภาคอีสาน แหล่งกำเนิดข้าวหอมมะลิพันธุ์เด็ด ของดีเมืองสิบเอ็ดประตู

แต่ร้อยเอ็ดวันนี้ที่เราพบ ช่างเป็นเมืองที่แสนคึกคักน่ารัก ไม่เฉพาะเวลาลงเล่น เห็นจะเป็นเพราะมีสถานที่ดีศรีจังหวัดมากมายเต็มไปหมด ตั้งแต่กิจการห้างร้านที่คนรุ่นใหม่ไฟแรงกลับมาพลิกแดนเกิดเมืองนอนให้ฟุ้งไปด้วยไอเดียสร้างสรรค์ ต่อยอดข้าวหอมมะลิเป็นเบเกอรี ทายาทนายฮ้อยดีกรีปริญญาโทจากอเมริกาหันมาพัฒนาพันธุ์ควาย ของดีที่บรรพบุรุษทิ้งไว้ให้ มัณฑนากรสาวเปลี่ยนบ้านเก่าเป็นคาเฟ่ แหล่งรวมของใช้ย้อนวัยที่หวนบรรยากาศครั้งอดีตกลับมาอีกครั้ง ไปจนถึงร้านกาแฟในเรือนเก่าริมบึงพลาญชัยของศิลปินแห่งชาติ

คอลัมน์ Take Me Out ขอพาทุกท่านตะลุย 10 สถานที่ ทั้งวิถีวัฒนธรรมและเชิงนิเวศ จากคนมีฝันและคนมีไฟ กลับมาชุบชีวิตให้ร้อยเอ็ดเป็นเมืองแห่งแรงบันดาลใจของภาคอีสาน

01

พอดิน Clay Studio

ห้องเรียนศิลปะโอเพนแอร์ที่เชื่อว่าแค่มีดินก็เพียงพอ

พอดิน Clay Studio

‘พอดิน’ มาจากภาษาอีสานว่า ‘พ้อดิน’ แปลว่า เจอดินแล้ว

แต่อีกความหมายที่ ตี๋เล็ก-บุญกิจ พันธุ์ศรีศักดิ์ ตั้งใจซ่อนไว้ในชื่อ คือ มีแค่ดินก็เพียงพอแล้วที่จะสร้างงานศิลปะสักชิ้นหนึ่ง

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

ตี๋เล็กคืออดีตเด็กสถาปัตย์ผู้เคยติด F วิชางานปั้นสมัยเรียน ปัจจุบันกลับเป็นเจ้าของ ‘พอดิน Clay Studio’ โรงเรียนสอนศิลปะงานปั้นดินเผาไซส์จิ๋วแห่งเมืองร้อยเอ็ด เพราะฝึกทักษะพื้นฐานและปรับทัศนะให้หันมาเห็นคุณค่าของดินกับปราชญ์ชาวบ้านที่บ้านค้อ จังหวัดมหาสารคาม ก่อนมุ่งหน้าไปขอทำงานกับ อาจารย์สมลักษณ์ ปันติบุญ ศิลปินปั้นดินที่เชียงราย ทว่าไม่มีโอกาสได้ร่วมงาน 

เขาจึงหันมาเรียนรู้ฝึกฝนด้วยตัวเอง จนมีโอกาสไปอวดโฉมผลงานในงาน ‘ร้อยเอ็ดเจ็ดย่านอาร์ต’ งานเทศกาลศิลปะครั้งใหญ่ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจัดขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2562 นับจากนั้นจึงเริ่มจัดเวิร์กชอปสอนปั้นดินเผาให้แก่ผู้สนใจ แต่มากกว่าวิชาความรู้หรือทักษะหัตถกรรม สิ่งที่ตี๋เล็กตั้งเป้าอยากถ่ายทอด คือความสุขจากการได้ทำงานศิลปะ เพราะแต่ละชิ้นต้องใช้จินตนาการ ความอดทน ทะนุถนอมกว่าจะได้ผลงานอันแสนน่าภูมิใจออกมา

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

“ดินที่ดี คือดินที่มีอยู่ที่บ้าน” เขาว่า

ตอนนี้ตี๋เล็กหลงใหลวิชาปั้นอย่างถอนตัวไม่ขึ้น จนเริ่มผลิตดินสำหรับงานปั้นโดยเฉพาะเพื่อจำหน่าย ควบคู่ไปกับการทำงานวิจัยการเคลือบเครื่องปั้นด้วยกากกาแฟอีกด้วย

พอดิน Clay Studio แฝงตัวอยู่กับ Skipper Garden ใช้พื้นที่กลางสวนเป็นห้องเรียนเปิดโล่ง พร้อมแวะเวียนไปเยี่ยมเยียนตามงานเทศกาลต่าง ๆ เพื่อกระจายโอกาสให้ผู้คนหลากหลายได้เข้ามาสัมผัสงานฝีมือแขนงนี้ แทนที่จะอยู่นิ่งอยู่กับที่

ที่ตั้ง : ตำบลเหนือเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด 45000 (แผนที่)

โทรศัพท์ : 06 1542 2394

Facebook : พอดิน clay studio

02

Skipper Garden

ร้านกาแฟกลางป่ากึ่งพื้นที่สาธารณะ ซึ่งมีต้นไม้เยอะที่สุดในร้อยเอ็ด

Skipper Garden

ธรรมชาติบำบัดคนได้

กิ่ง-ปฏิญญากร บุราณรมย์ เจ้าของร้าน ‘Skipper Garden’ เชื่ออย่างนั้น เพราะเขามีคุณพ่อคอยปลูกฝังให้รักต้นไม้ตั้งแต่เด็ก

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

วันเวลาล่วงไป จากดินรกร้าง ลูกหลานทอดทิ้งไปอยู่เมืองหลวง พร้อมป้ายประกาศให้เช่า กิ่งเปลี่ยนบ้านเป็นสวนส่วนตัว แต่เพราะอยากให้คนอื่นเข้ามาสูดไอดิน ดมกลิ่นหญ้า จึงปรับเป็นร้านกาแฟกลางป่า แผ่ร่มเงาแห่งการรักษ์ป่าครอบคลุมทั่วร้อยเอ็ดอย่างที่เห็น

ต้นไม้บางต้นเติบโตขึ้นเองอย่างไม่ตั้งใจ ไม่ต้องรดน้ำใส่ปุ๋ยก็ใหญ่ได้โดยธรรมชาติ

ต้นไม้บางต้นก็มีที่มาที่ไป

เขาเล่าพลางชี้ไม้ชี้มือให้ดูต้นขนุนหน้าห้องน้ำ พร้อมเฉลยว่าตัวเองทิ้งเมล็ดลงไปในดินตรงนั้นตอนเริ่มก่อสร้างร้าน ผ่านไปไม่นานก็สูงใหญ่ใบดก เป็นแหล่งอ้างอิงอายุอานามของร้านที่แสนน่ารัก

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร
10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

กิ่งปลูกปั้น Skipper Garden ขึ้นเพราะต้องการให้แขกไปใครมาได้รับพลังบวกจากต้นไม้พวกนี้ วางตัวเป็นแหล่งชาร์จแบตธรรมชาติ เปิดพื้นที่ป่ากลางเมืองให้ทุกคนมาพักผ่อนหย่อนใจ จิบกาแฟ นอนเปล รับลมกลางวันอุ่น ๆ มีสุมทุมพุ่มไม้เป็นเครื่องกีดกั้นความเครียดทิ้งไปตั้งแต่หน้าร้าน ร่มไทรใบบังเป็นร่มกางกั้นแสงแดดให้ต้องผิวแต่พอดี

“อาจจะไม่นาน ครู่สั้น ๆ แต่หากเยียวยาจิตใจคนได้ก็คุ้มแล้ว”

อ้อ! อาณาโดยรอบอันกว้างขวาง คือพื้นที่กึ่งสาธารณะที่กิ่งเปิดโอกาสให้ผู้สนใจเข้ามาจัดกิจกรรมใช้พื้นที่ได้อย่างเต็มที่ ตั้งแต่มหาวิทยาลัยในพื้นที่ ไปจนถึงพอดิน Clay Studio โรงเรียนสอนทำเครื่องปั้นดินเผา

ที่ตั้ง : ตำบลเหนือเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด 45000 (แผนที่)

เวลาเปิด-ปิด : 8.00 – 18.00 น.

โทรศัพท์ : 08 5135 7752

Facebook : Skipper Garden 

03

Hommali Story

แป้งข้าวหอมมะลิของดีเมืองร้อยเอ็ด สู่เมนูเบเกอรีแสนอร่อย

Hommali Story

‘เขตกว้างไกลทุ่งกุลา โลกลือชาข้าวหอมมะลิ’

ใคร ๆ ก็รู้ว่าข้าวหอมมะลิคือของดีประจำเมืองหอโหวดแห่งภาคอีสาน แต่ครั้นจะปล่อยของดีอยู่บนหอคอยงาช้าง ไม่คิดคัดดัดแปลงให้งอกเงยงอกงามขึ้นก็น่าเสียดาย

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร
10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

ภูมิ กองทุ่งมน แห่ง ‘Hommali Cafe’ ลูกร้อยเอ็ดที่ทดลองทำธุรกิจมาหลากหลายแขนง จึงหยิบแป้งข้าวหอมมะลิ ผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนมาต่อยอด ผสานกับทักษะการทำขนมอบแบบฝรั่งที่เจ้าตัวไปเรียนมา ลองผิดลองถูกจนได้สูตรเบเกอรีแป้งข้าวหอมมะลิ เคล็ดลับเฉพาะหอมมะลิคาเฟ่เท่านั้น

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

ร้านขนมแห่งนี้ไม่ได้มีดีแค่บรรยากาศอบอุ่น สีสว่างสะอาดตา และเรื่องราวแห่งการสานต่อภูมิปัญญา แต่ยังแฝงไปด้วยวิสัยทัศน์ของเจ้าของร้าน ภูมิแบไต๋ว่าอยากพัฒนาสูตรให้เด็ดดวงจนวางขายตามร้านสะดวกซื้อ เสิร์ฟบนเครื่องบิน และส่งออกไปอวดของดีให้ชาวโลกได้ชิม ความฝันนี้ดูไม่ไกลเกินเอื้อมนัก เพราะเขาได้ แป้ง-พักตร์จิรา กองทุ่งมน ศรีภรรยา มาช่วยดูแลแผนการตลาดและกลยุทธ์

Hommali Cafe คือคาเฟ่แห่งภูมิปัญญา เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าร้อยเอ็ดคือเมืองแห่งความคิดสร้างสรรค์แห่งอีสาน

ที่ตั้ง : ตำบลรอบเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด 45000 (แผนที่)

เวลาเปิด-ปิด : 8.30 – 18.30 น.

โทรศัพท์ : 09 9610 5986

Facebook : Hommali Story

04

อาร์ต ละ วาด Arts Space & Cafe 101

อาร์ตคาเฟ่ที่พิสูจน์ว่าศิลปะไม่ใช่เรื่องไกลตัว

อาร์ต ละ วาด Arts Space & Cafe 101

‘อาร์ต ละ วาด Arts Space & Cafe 101’ คือคาเฟ่กึ่งอาร์ตสเปซกลางเมืองร้อยเอ็ดของ ต้น-ปรัชญา บุณยทัต ชาวนนทบุเรี่ยนที่ย้ายมาร้อยเอ็ดตามพ่อแม่

เกิดขึ้นด้วยความต้องการให้มีพื้นที่ที่ใคร ๆ ก็เข้ามาลองสัมผัส เพื่อพิสูจน์ว่าศิลปะไม่ใช่เรื่องไกลตัว ใช้เครื่องดื่มแก้วโปรดเป็นสื่อพาคนเข้าหาศิลปะอย่างแนบเนียน

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร
10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

ต้นไม่ใช่ศิลปินยิ่งใหญ่ที่เสกสรรงานศิลปะได้ตามใจหมาย เขาคือภูมิสถาปนิกคนธรรมดาผู้พึงพอใจกับการได้วาดรูปตามประสา เพียงแต่ไม่ต้องการให้กรอบความงามมาจำกัดจินตนาการไปอย่างน่าเสียดาย เขาหยิบชื่อ ‘อาร์ต ละ วาด’ ซึ่งเพี้ยนมาจากท่อนหนึ่งในเพลง เอาละเว้ย ของ โต้ง Twopee Southside เป็นชื่อร้าน ให้แขกไปใครมาได้อาละวาดสาดสีตามใจหมายได้อย่างไร้กังวล

มนุษย์ เครื่องดื่มแก้วโปรด งานศิลปะ ดูจะเป็น 3 สิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องกัน แต่กลับเชื่อมโยงจนลงตัวอย่างน่าพิลึก ณ สถานที่แห่งนี้

ในอนาคต ต้นวางแผนให้อาร์ต ละ วาด แบ่งโซนร้านกาแฟกับสถานที่จัดเวิร์กชอปสอนระบายสีน้ำออกจากกันอย่างชัดเจน แถมอยากเติมพื้นที่แกลเลอรีแสดงผลงานไซส์ย่อมมาให้ครบวงจร เพื่อให้คนที่เข้ามาได้สัมผัสและตกหลุมรักศิลปะ

ที่ตั้ง : 33/63 ถนนกองพลสิบ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด 45000 (แผนที่)

เวลาเปิด-ปิด : 10.00 – 20.00 น.

โทรศัพท์ : 08 2333 4095

Facebook : อาร์ต ละ วาด arts space & cafe 101

05

บ้านโบราณดี Gallery

ร้านอาหารจากบ้านเก่าของมัณฑนากรสาวกลับบ้าน

บ้านโบราณดี Gallery

ดวง-ดวงมณี สูงสันเขต คือสาวร้อยเอ็ดโดยกำเนิด 

เธอเป็นลูกสาวหล่าของครอบครัว มีกิจกรรมวาดภาพระบายสี ทำงานประดิดประดอย เป็นเครื่องแก้เหงาในวัยเยาว์

เธอติดตามรถพุ่มพวงของพ่อแม่ ตระเวนขายกับข้าวให้คนทั่วชุมชน พบปะทักทายผู้คนจนสนิทสนมประหนึ่งญาติตั้งแต่เด็กเช่นกัน

หลังเรียนจบเป็นมัณฑนากรเต็มตัว จึงตัดสินใจหอบฝันกลับถิ่นเกิด เพราะต้องการกลับมาดูแลพ่อแม่ ซึ่งนับวันก็ยิ่งอายุมากขึ้น เธอแปลงโฉมบ้านเก่าของครอบครัวเป็นร้านอาหาร เสิร์ฟกับข้าวสูตรคุณแม่ที่เคยทำเร่ขายกับรถพุ่มพวงและอร่อยเด็ดมัดใจคนทั้งย่านมาแล้ว แถมยังอุดหนุนวัตถุดิบจากเกษตรกรท้องถิ่นมาประกอบอาหารทุกจาน แจกจ่ายรายได้ให้ผู้เฒ่าผู้แก่อย่างทั่วถึง ส่วนพาร์ตเครื่องดื่ม เธออาศัยความชอบและทักษะการเรียนรู้ รังสรรค์ทุกเมนูขึ้นมาด้วยตัวเอง

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร
10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

สรรพสิ่งที่ตกแต่งในร้านล้วนเป็นของกระจุกกระจิกที่ชวนหวนให้คิดถึงความอบอุ่นแห่งวันวาน เก่าเก็บบ้าง เขาให้มาบ้าง บางชิ้นดวงประดิษฐ์ขึ้นมาเองบ้าง ใครได้มาที่นี่ก็ล้วนอยากกลับบ้านไปนอนตักแม่

ดวงมณีอยากพิสูจน์ว่าคนรุ่นใหม่ก็กลับบ้านมาอยู่กับพ่อแม่ ใช้ของดีที่มีอยู่แล้วเป็นอาชีพได้จริง ไม่ใช่แค่ฝันลม ๆ แล้ง ๆ

ที่ตั้ง : 28 ตำบลธวัชบุรี อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด 45170 (แผนที่)

เวลาเปิด-ปิด : 8.00 – 18.00 น.

โทรศัพท์ : 06 4297 4929

Facebook : บ้านโบราณดีgallery

06

ปู่ย่า ฟาร์มสเตย์

ฟาร์มสเตย์กลางทุ่ง แหล่งจุบรรยากาศท้องทุ่งอีสาน

ปู่ย่า ฟาร์มสเตย์

เพราะไม่อยากให้คนพื้นที่ลืมถิ่นเกิด ละทิ้งรากเหง้าของตัวเองไป ก้อง-วีรพล คำสุวรรณ หนุ่มนักดนตรีผู้ประสบภัยโรคระบาดตัวร้ายจึงหันหน้ากลับบ้าน เปลี่ยนบ้านพักกลางทุ่งที่ครอบครัวทำไว้สังสรรค์ส่วนตัวเฉพาะเพื่อนฝูงคนรู้ใจ เป็นฟาร์มสเตย์ที่พัก ให้แขกได้เข้ามาสัมผัสวิถีชาวนาขนานแท้

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

แถมต้องการกระจายรายได้ หากิจกรรมให้พ่อแม่ทำไม่เหงาห่อเหี่ยว จึงจัดแจงแบ่งหน้าที่ตามถนัด คุณพ่อดูแลนาและสวนโดยรอบให้เขียวชอุ่ม พร้อมชาร์จพลังสดชื่นจากธรรมชาติไว้ต้อนรับแขกผู้มาเยือน คุณแม่งัดเสน่ห์ปลายจวัก ค้นสูตรลับเฉพาะตัวมาขโมยใจใครก็ตามที่ได้ชิม

ก่อนหน้าสถานการณ์โรคระบาดตัวร้ายจะกลับมาอีกครั้ง ก้องเห็นว่าสถานการณ์ของพี่น้องวงการดนตรีซบเซาจนน่าใจหาย จึงจัดเทศกาลดนตรีเล็ก ๆ ขึ้นที่ฟาร์มสเตย์แห่งนี้ ชื่อ ‘ในนามีเพลง’ ชวนศิลปินในพื้นที่มาสังสรรค์คลายเครียด ให้รู้ว่ายังมีกันและกันอยู่

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร
10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

แถมยังกระจายรายได้ให้คนในพื้นที่ ทำโครงการ ‘ส่งปิ่นโต’ ให้แม่ป้ารังสรรค์เมนูลับเฉพาะครัว อาหารพื้นถิ่น ใส่ปิ่นโตมาบริการนักท่องเที่ยวให้ได้กินวิถีชีวิตดั้งเดิมไม่ปรุงแต่ง

“ชีวิตชาวนาสร้างนิสัยคราฟต์ต่อการใช้ชีวิต” ก้องว่า

เขาตกหลุมรักวิถีเกษตรเข้าอย่างจังเมื่อได้มาต่อยอดปู่ย่า ฟาร์มสเตย์ วิ่งเล่นตามคันนา จับปู ดักปลา ยิงกะปอม แล้วประกอบอาหารแบบพื้นบ้าน เสน่ห์ข้อนี้ผูกเงื่อนตายระหว่างเขาเข้ากับฟาร์มสเตย์แห่งนี้

“วิถีชาวนาอาจไม่สะดวกสบาย แต่มันให้ทุกอย่างที่ชีวิตต้องการ ทั้งข้าวปลาอาหารและเงินทอง หากรู้วิธีบริหารจัดการที่ดี” 

ที่ตั้ง : ตำบลโพธิ์ศรี อำเภอโพธิ์ชัย จังหวัดร้อยเอ็ด 45230 (แผนที่)

ร้านอาหารเปิดเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 8.00 – 18.00 น.

ที่พักฟาร์มสเตย์ติดต่อทางเฟซบุ๊ก

โทรศัพท์ : 08 0750 9312

Facebook : ปู่ย่า ฟาร์มสเตย์

07

Midori Cafe

คาเฟ่ใบไม้สีเขียวฉบับแดนอาทิตย์อุทัยที่อบอุ่นดุจบ้านเพื่อน

Midori Cafe

Midori เป็นภาษาญี่ปุ่น แปลว่าใบไม้สีเขียว

อาร์ต-พิศุทธิ์ แสงสุริศรี ลูกหลานร้อยเอ็ดหยิบเอาความหลงใหลในธรรมชาติ โดยเฉพาะธรรมชาติแบบญี่ปุ่นที่เจ้าตัวมีโอกาสไปสัมผัส จากคราวไปเยี่ยมแม่ที่ประเทศญี่ปุ่นบ่อย ๆ มาใช้เป็นธีมหลักในการตกแต่งร้าน สร้างมินิเจเปนทาวน์ใจกลางเมืองร้อยเอ็ด

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

นอกจากบรรยากาศแดนอาทิตย์อุทัย แตกต่างจากบริเวณโดยรอบ ความพิเศษที่อาร์ตบรรจงใส่ลงไปในร้าน คือบริการคั่วกาแฟแบบแก้วต่อแก้ว ด้วยความหลงใหลจนถึงขั้นมีโรงคั่วของตัวเอง ใครถนัดกาแฟคาแรกเตอร์แบบไหน กระซิบบอกอาร์ตให้จัดได้ตามต้องการ 

อาร์ตเผยความลับในใจว่าเขารักอาชีพนี้และร้านนี้อย่างมาก ลงทุนทุ่มเททุกเรี่ยวแรงตั้งแต่ Day 1 เขาจึงไม่เคยคิดย่อท้อ พร้อมตื่นเช้ามาเสิร์ฟเครื่องดื่มแก้วอร่อยตั้งแต่ 7 โมง ยาวไปจนถึง 2 ทุ่ม วันหยุดราชการ วันหยุดนักขัตฤกษ์ หรือวันพิเศษโอกาสใด ก็ปิดบริการ Midori Cafe ไม่ได้

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร
10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

คำโอภาปราศรัย เครื่องดื่มรสชาติดี บรรยากาศอบอุ่น ประสานพลังให้เราสัมผัสความเป็นกันเองได้ตั้งแต่ก้าวแรกที่ย่างเข้าบริเวณร้าน

เหมือนมาบ้านเพื่อนเลย-เราคิด 

ที่ตั้ง : ซอยราชการดำเนิน ตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด 45000 (แผนที่)

เวลาเปิด-ปิด : 8.00 – 20.00 น.

โทรศัพท์ : 09 2832 9897

Facebook : Midori Cafe

08

ฟาร์มควายดี 

ฟาร์มควายไทยพันธุ์ดีของเหลนนายฮ้อยดีกรี ป.โท อเมริกา 

ฟาร์มควายดี

ควาย คือเพื่อนข้างกายเกษตรกรไทยมานานเกินกว่าจะนับได้ แม้เป็นสัตว์ที่ถูกมองข้ามอยู่ตลอดเวลา โดนตีตราว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งความเขลา แต่เพื่อนสี่ขาเขาโง้งยาว เจ้าของนิยามถึกทนนี้ คือความสนใจของ เจ๋ง-จารุตตม์ เดชะพหุล หนุ่มนักเรียนนอก ดีกรีปริญญาโทจากอเมริกา

สายเลือดนายฮ้อยจากคุณตาทวดกระตุ้นให้เขาสังเกตว่าเกษตรกรไทยไม่ได้มีรายได้ดีเท่าเกษตรกรฝรั่ง จากประสบการณ์ตรงเมื่อคราวไปเรียนต่อด้านการตลาดที่รัฐเนแบรสกา (Nebraska) เจ้าตัวจึงกลับมาทุ่มเทศึกษาควายอย่างจริงจัง ควบคู่ไปกับเรียนรู้วิถีเกษตรกรไทย จนเห็นแจ้งว่าเกษตรกรไทยขาดองค์ความรู้ในการทำเกษตรให้เป็นที่ต้องการของตลาด 

เขาจึงผลักดันการกระจายองค์ความรู้ให้แก่เกษตรกรอย่างทั่วถึง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตพร้อม ๆ กับพัฒนาสายพันธุ์เพื่อนรักชาวนาอย่างควาย ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดร้อยเอ็ด ให้ได้ควายสายพันธุ์ดีตรงตามความต้องการตลาดควาย

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร
10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

ตลาดควายยิ่งใหญ่และน่าสนใจอย่างมาก มีทั้งสายสวยงาม สายควายเนื้อ สายควายนม และบรรดาควาย ๆ ในฟาร์มควายดีก็น่ารักจับใจ 

ปัจจุบันเจ๋งเป็นที่ปรึกษาสมาคมอนุรักษ์และพัฒนาควายไทย มีโอกาสได้ออกไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้เลี้ยงควายอยู่บ่อย ๆ เพื่อพัฒนาและอนุรักษ์สายพันธุ์ควายไทยให้เจ๋งสมชื่อ

อนาคตเจ้าตัวยังมีแผนเปิดร้านอาหารกึ่งศูนย์เรียนรู้ เปลี่ยนความเข้าใจของคนส่วนใหญ่ให้หันมารักน้องควายผ่านกิจกรรมสนุก ๆ อีกด้วย

ที่ตั้ง : ตำบลรอบเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด 45000 (แผนที่)

เวลาเปิด-ปิด : โทรติดต่อคุณเจ๋งเพื่อนัดเวลา

โทรศัพท์ : 09 2425 9499

Facebook : KWAI DEE – ฟาร์มควายดี

09

เมืองไม้บาติก

แหล่งผ้าบาติกแดนใต้ใจกลางอีสาน

เมืองไม้บาติก
10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

ผ้าบาติกคือของดีจากแดนด้ามขวาน ลวดลายที่เห็นกันจนชินตามีตั้งแต่น้ำทะเลไปจนถึงต้นมะพร้าว สีสันฉูดฉาดแจ่มตา

อาจารย์ต่อศักดิ์ สิทธิสา คือผู้ริเริ่มพาผ้าบาติกแดนใต้มาสู่กลางภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิด ‘เมืองไม้บาติก’ โรงเรียนสอนและโรงงานผลิตผ้าบาติกที่เขาพัฒนาจนเด่นดัง ใครได้ยินว่าร้อยเอ็ดมีผ้าบาติกเป็นของดี เป็นต้องขมวดคิ้วฉงน

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

เมืองไม้บาติกพัฒนาทั้งลวดลายและสีสันของผ้าให้มีเอกลักษณ์ ไม่เหมือนบาติกดั้งเดิม ใช้ผ้าไหมทอมือของร้อยเอ็ดแท้ ๆ เพนต์ลวดลายธรรมชาติ สาดเฉดสีเอิร์ธโทนนวลตา ตรงใจลูกค้าทั้งไทยเทศ อาจารย์ต่อศักดิ์เปิดรับนักเรียนเฉพาะกิจ สำหรับใครที่สนใจเรียนรู้วิธีทำผ้าฉบับกระชับ แวะเข้ามาเติมแต้มแต่งผ้าได้ตามจินตนาการความชอบ ใส่ไอเดียได้อย่างเต็มที่ หรือใครอยากเลือกช้อปไปเติมตู้ ก็เลือกสรรได้ตามอัธยาศัย 

อาจารย์ต่อศักดิ์เล่าอย่างภาคภูมิใจว่า เมื่อ พ.ศ. 2547 เมืองไม้บาติกได้รางวัลโอทอประดับ 5 ดาว จนเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายทั่วจังหวัดเพื่อนบ้าน ทั้งยังได้รับคัดเลือกจากสายการบินไทย นำไปเป็นสินค้าโอทอปขายบนเครื่องบินอีกด้วย

จะซื้อใช้ซื้อฝาก ก็เป็นตาฮักไปเบิ้ด!

ที่ตั้ง : 281 หมู่ 2 ตำบลนิเวศน์ อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด 45170 (แผนที่)

เวลาเปิด-ปิด : 8.00 – 16.00 น.

โทรศัพท์ : 0 4356 9048

10

เอลเลฟินคาเฟ่ บ้านสวนพยอม

ร้านอาหารในเรือนเก่าริมบึงพลาญชัยของศิลปินแห่งชาติ

เอลเลฟินคาเฟ่ บ้านสวนพยอม

สีนะวัฒน์พาณิชย์ คือกิจการเก่าแก่คู่เมืองร้อยเอ็ดที่ แทน สีนะวัฒน์ ได้ใช้ชีวิตวัยเด็กวิ่งซนมาด้วยความผูกพัน

พอถึงคราวได้ทำ ‘Elefin’ ธุรกิจร้านอาหารของตัวเองซึ่งมีสาขาอยู่ทั้งกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ จึงอยากกลับมาเปลี่ยนมรดกบ้านเก่าของครอบครัวริมบึงพลาญชัย เป็นร้านบริการอาหารและเครื่องดื่มภายใต้เครือเดียวกัน

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร
10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

แทนหยิบเอาชื่อปู่ ‘สวน’ ย่า ‘พยอม’ มาเป็นชื่อสร้อยต่อท้ายประจำสาขา ด้วยอยากให้คนร้อยเอ็ดได้มีที่พักผ่อน แหล่งครัวอาหารอร่อยปลอดภัย เสิร์ฟเมนูคุณภาพและเครื่องดื่มสุขภาพ เป็นหมุดหมายสำคัญของเมือง เคียงคู่ไปกับการเป็นแหล่งรวมความทรงจำวัยเยาว์ของเขา

เอลเลฟินตกแต่งด้วยนานาอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับกิจกรรมทอผ้าไหมของ ย่าพยอม สีหะวัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ศิลปะงานผ้า) พ.ศ. 2530 เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้และสะท้อนภูมิปัญญาชาวอีสาน เพิ่งปรับตัวเป็น House Museum อย่างเป็นทางการเพื่อเชิดชูเกียรติคุณย่า นอกจากนี้ยังมีเครื่องมือจับปลาแบบดั้งเดิมของคุณปู่ ไปจนถึงโมเดลรถ ของสะสมส่วนตัวของแทน กระจายตัวอยู่ทั่วบริเวณอย่างน่ารัก

เรือนไม้ตึกแถวขนาด 4 คูหา 2 ชั้นยังคงอบร่ำไปด้วยเสน่ห์แห่งวันวานอยู่คู่เมืองร้อยเอ็ดได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ที่ตั้ง : ตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด (แผนที่)

เวลาเปิด-ปิด : 8.00 – 20.00 น.

โทรศัพท์ : 08 7599 9222

Facebook : Elefin Cafe Bahn Suan Payorm ร้านอาหารเเละกาแฟ ริมบึงพลาญชัย ร้อยเอ็ด

Writer

กรภัทร พรมรักษา

ออกเดินทาง ซดกาแฟ มองท้องฟ้า ฟังเรื่องเล่า ประสบการณ์ไม่เคยเก่าเลย

Photographer

ณาฌารัฐ ภักดีอาสา

นักเรียนวารสารศาสตร์จากมอน้ำชี ที่เชื่อว่าชีวิตต้องผ่านน้ำ เบื่อการเรียนออนไลน์ อยากเรียนจบแล้ว รักใครรักจริง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load