14 กันยายน 2561
19 K

คิดถึงตอนสมัยเด็กๆ ในช่วงยุค 90 กันไหม

เพลงที่คุณเคยฟัง ที่ที่คุณเคยไป สิ่งของที่คุณเคยใช้ หรือของเล่นที่คุณเคยเล่น ในช่วงท้ายๆ ของยุคแอนะล็อกเริ่มหายไปในโลกดิจิทัล แต่ใครจะรู้ว่าในกรุงเทพฯ ยังหลงเหลือกลิ่นอายของสิ่งเหล่านั้นอยู่ งั้นเรามาลองตามหากิจกรรมเก่า เพื่อย้อนวันวานกลับไปในช่วงเวลานั้นกันไหม

01

เล่นเกมตู้ชั้น 7 และกินขนมเบื้องที่มาบุญครอง

เวลาที่เราอยากดูคอนเสิร์ตของศิลปินดังๆ หรือศิลปินที่เราชื่นชอบ สมัยนี้คงต้องไปดูที่สนามราชมังคลาฯ หรือไม่ก็อิมแพ็ค เมืองทองธานี แล้วยังจำได้ไหมสมัยก่อนเราไปดูที่ไหนกัน

เด็กๆ สมัยนี้อาจไม่เชื่อว่า MBK HALL มาบุญครองชั้น 7 เป็นที่แสดงคอนเสิร์ตขนาดใหญ่แห่งเดียวในกรุงเทพ และถ้าศิลปินค่ายไหนไม่ดังจริงก็จะมาเล่นที่นี่ไม่ได้ นักร้องดังๆ สุดจ๊าบที่เคยมาแสดง มีทั้ง Raptor,บอยสเก๊าท์ และ Modern Dog ไม่ใช่แค่ชั้น 7 ที่มีกิจกรรมฮอตฮิตในตอนนั้น ชั้นล่างเองก็มีลานไอซ์สเก็ตให้เล่นกัน มาบุญครองจึงเป็นห้างที่ทันสมัยครองใจวัยรุ่นเหลือเกิน

กรุงเทพสมัยก่อน, ยุค 90 กรุงเทพสมัยก่อน, ยุค 90 กรุงเทพสมัยก่อน, ยุค 90

ถ้าคิดถึงความเรืองรองของมาบุญครองยุคเก่า ลองกลับมาเดินดูที่ชั้น 7 จะรู้สึกถึงกลิ่นอายของยุค 90 อย่างแน่นอน เพราะที่นั่นมีตู้เกมมากมายรออยู่ เช่น เกมขับรถ โยนลูกบาส คีบตุ๊กตา หรือจะเกมเต้นที่ทุกคนเคยลองแดนซ์สะบัด ถึงตัวเครื่องเกมจะพัฒนาไปมากแค่ไหน แต่รูปแบบความสนุกดั้งเดิมของเกมยังคงอยู่ ถ้าใครไปเล่นก็จะรู้เลยว่าเสน่ห์ของแต่ละเกมไม่ได้เปลี่ยนไปเลย

กรุงเทพสมัยก่อน, ยุค 90 กรุงเทพสมัยก่อน, ยุค 90

อีกความคิดถึงมาบุญครองที่พลาดไม่ได้คือร้านขายขนมเบื้องโบราณ เมื่อก่อนใครมาคอนเสิร์ตที่นี่จะต้องไม่พลาดการซื้อขนมเบื้องก่อนหรือหลังเข้าชมคอนเสิร์ต ปัจจุบัน ร้านที่ยังเปิดอยู่คือเจ้าดั้งเดิมพร้อมรสชาติคุ้นเคย ใครอยากลองมาสัมผัสความสนุกและผ่อนคลายก็กลับมาที่นี่ได้ คุณจะรู้สึกถึงวันหวานวัยเด็กอีกครั้งหนึ่งแน่นอน

ที่อยู่ : มาบุญครองชั้น 6, 7  ถนน พญาไท แขวง ปทุมวัน เขต ปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
เวลาทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 10.00 – 22.00 น.
02

ซื้อกระดาษ 555 PaperPlus มาเขียนจดหมายให้คนที่รัก

กรุงเทพสมัยก่อน, ยุค 90 กรุงเทพสมัยก่อน, ยุค 90

ตอนเด็กๆ เคยเขียนจดหมายบอกรักคนที่แอบชอบกันไหม เวลาเราเขียนเรามักจะใช้

กระดาษลายการ์ตูนน่ารักๆ หอมๆ แล้วมอบให้เพื่อนหรือรุ่นพี่รุ่นน้องที่เราหมายปองคนนั้น ร้านกระดาษสวยๆ ที่สาวๆ ไปซื้อกันก็คงไม่พ้นร้าน 555 PaperPlus

555 PaperPlus เป็นร้านที่ขายทุกอย่างที่เกี่ยวกับกระดาษ ไม่ว่าจะเป็น กล่องกระดาษ ถุงกระดาษ ซองจดหมาย จดหมายหรือจะเป็นของตกแต่งต่างๆ โดยสินค้าที่ขายดีที่สุดในอดีตก็หนีไม่พ้นกระดาษลายการ์ตูนที่คนส่วนใหญ่ชอบซื้อไปเขียนจดหมาย และสิ่งที่ร้านนี้เคยมีขายเมื่อนานมาแล้วคือ สมุดเฟรนด์ชิพ เป็นสิ่งที่หาได้ยากที่สุดในปัจจุบัน และร้านนี้เองก็ไม่มีขายแล้ว เพราะเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เข้ามา ทำให้เราสร้างความทรงจำดีๆ กับเพื่อนได้หลายช่องทาง เจ้าสมุดเวียนเขียนมือนี้จึงหายไป

กรุงเทพสมัยก่อน, ยุค 90

ปัจจุบัน ที่ร้านก็ยังมีกระดาษลายการ์ตูนน่ารักๆ ให้ซื้อไปใช้ ใครหวนนึกถึงความทรงจำสมัยก่อน ลองแวะมาร้านกระดาษนี้ได้ โดยสาขาใหญ่ที่ครบเครื่องที่สุดคือสาขามาบุญครอง ลองหาเวลาว่างเขียนจดหมายส่งข้อความให้กับเพื่อนหรือคนที่เรารักแทนการส่งข้อความแบบแชท ก็น่ารักไปอีกแบบหนึ่งนะ

ที่อยู่ : สาขามาบุญครอง ชั้น 3 444 ถนนพญาไท กรุงเทพมหานคร Pathumwan 10330
เวลาทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 10.00 – 22.00 น.
เว็บไซต์ : 555paperplus.com
03

นั่งดื่มนมที่ Milk Plus คาเฟ่แห่งความทรงจำของเด็ก 90

กรุงเทพสมัยก่อน, ยุค 90

กรุงเทพสมัยก่อน, ยุค 90

ในยุค 90 มีอยู่ช่วงหนึ่งคงจำกันได้ที่รัฐบาลรณรงค์เรื่องการดื่มนม ทำให้มีร้านนมเปิดเพิ่มขึ้นมาหลายแห่ง ร้านที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ Milk Plus ตัวร้านตั้งอยู่ใจกลางสยาม หนุ่มสาวทั้งหลายต่างเคยมานั่งเก๋ในร้านนี้ ก่อนจะมีคาเฟ่ทุกซอยให้เราเช็กอินอย่างปัจจุบัน ยังจำได้มั้ยว่าเข้า Milk Plus ไปแล้ว สั่งอะไรกันบ้าง

ของที่ต้องสั่งแน่ๆ คือเมนูนม ทั้งนมรสดั้งเดิมของร้าน ไม่ก็ ‘นมแดง’ ที่ใส่เจลลี่ไว้ก้นแก้วเหมือนชานมไข่มุกในปัจจุบัน พอกินนมแล้วก็ต้องมีของหวานมาทานคู่กับนม คือขนมปังปิ้งหน้าต่างๆ มีทั้งหน้าสังขยาใบเตย เนยนมน้ำตาล หรือช็อกโกแลต

กรุงเทพสมัยก่อน, ยุค 90 กรุงเทพสมัยก่อน, ยุค 90

พูดแล้วก็ชักหิว ใครคิดถึงนมรสชาติเก่าความทรงจำดีๆ กับเพื่อน ลองกลับไปนั่งร้าน Milk Plus กันได้ ร้านยังตั้งอยู่ที่เดิม ด้วยรสชาติเดิม ที่เพิ่มเติมคือความอร่อยและเมนูใหม่ๆ ที่น่าลอง

ที่อยู่ : สยามสแควร์ ซอย 7 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
เวลาทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 07.00 – 22.00 น.
04

ถ่ายรูปตู้สติกเกอร์แปะกระเป๋าสตางค์

กรุงเทพสมัยก่อน, ยุค 90

สมัยก่อนถ้าใครไม่ได้ถ่ายรูปสติกเกอร์ถือว่าเชยมาก (ลากเสียง) ที่เที่ยวหลักในยุค 90 คือสยามที่ทุกคนต้องนัดกับแก๊งเพื่อนไปเที่ยวกันทุกวันหยุด และกิจกรรมที่ต้องทำแน่ๆ คือการถ่ายรูปสติกเกอร์ร่วมกัน พอถ่ายเสร็จก็ต้องซื้อสมุดมาเก็บไว้เป็นคอลเลกชัน ถือเป็นความสนุกอย่างหนึ่งของชีวิตวัยรุ่น

ตู้สติกเกอร์เป็นเทคโนโลยีที่ล้ำพอๆ กับปัจจุบัน เพราะสามารถแต่งรูป เขียนหน้า เลือกกรอบรูป หรือแปะตัวการ์ตูนน่ารักได้เสร็จสรรพ เหมือนตู้ที่มีอยู่ในปัจจุบันหรือฟิลเตอร์แต่งภาพที่เราใช้กันทุกวันนี้

กรุงเทพสมัยก่อน, ยุค 90

กรุงเทพสมัยก่อน, ยุค 90 กรุงเทพสมัยก่อน, ยุค 90

ตอนนี้ตู้สติกเกอร์หาได้ยากขึ้น ราคาก็สูงขึ้นตามกาลเวลา ในกรุงเทพฯ ตู้ถ่ายที่ยังเหลืออยู่คือที่เกตเวย์เอกมัย ซึ่งเหลือเพียงแค่ 2 ตู้เท่านั้น คือตู้พุริคุระ รูปแบบของตู้คล้ายยุคก่อนแต่เพิ่มออปชันขึ้นมาให้เลือกเยอะมาก เพราะความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและผสมความเป็นญี่ปุ่นเข้าไปด้วย

ใครคิดถึงวันวานและอยากมีรูปสติกเกอร์ติดกระเป๋าสตางค์เหมือนตอนเด็กๆ ก็ลองชวนเหล่าแก๊งเพื่อนไปเอกมัยกันได้เลย

ที่อยู่ : เกตเวย์เอกมัย ชั้น 4 982/22 ถนนสุขุมวิท แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110
เวลาทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 10.00 – 22.00 น.
05

ตามหาเทปคาสเซ็ตต์และโปสเตอร์เก่าที่ตลาดนัดเจเจกรีน

กรุงเทพสมัยก่อน, ยุค 90

ตลาดกลางคืนเจเจกรีนมีทั้งร้านขายเสื้อผ้า ของมือสอง และร้านขายของเก่า ที่ขายดิบขายดี เพราะวัยรุ่นสมัยนี้เนี่ยแหละที่สนใจของเก่า และคนที่ซื้อส่วนใหญ่ก็เป็นวัยรุ่นที่อยากลองย้อนอดีตดูว่ารุ่นพี่ยุคก่อนใช้ชีวิตยังไง

พอได้ลองเดินหลายมุมของตลาดนัด สิ่งของเก่าๆ ที่เจอมากที่สุดในตลาดนี้คือร้านขายขนมกับของเล่นโบราณที่เรารู้จักกันดี เช่น น้ำเต้าปูปลา หมากเก็บ นมอัดเม็ด บุหรี่ตาแมว และของเล่นมากมายให้เราได้เลือก พอเดินมาเรื่อยๆ จะเจอร้านขายโปสเตอร์เก่าทั้งโปสเตอร์เพลงและโปสเตอร์หนัง โดยโปสเตอร์ของวง Oasis ดูจะเป็นที่ชื่นชอบมากที่สุด และร้านเด็ดสุดท้ายที่ไม่คิดว่าจะมีแล้วในยุคปัจจุบันนี้ คือร้านขายเทปคาสเซ็ตต์ทุกยุคทุกสมัยให้ได้เลือกซื้อกันกรุงเทพสมัยก่อน, ยุค 90 กรุงเทพสมัยก่อน, ยุค 90 กรุงเทพสมัยก่อน, ยุค 90

คนรักเสียงเพลง นักสะสมโปสเตอร์ตัวยง หรือใครที่คิดถึงกลิ่นอายบันเทิงของยุคเก่า ลองมาช้อปความทรงจำดีๆ กลับบ้านกันได้ตั้งแต่ 6 โมงเย็นเป็นต้นไป

กรุงเทพสมัยก่อน, ยุค 90

ที่อยู่ : 1 ถนนกำแพงเพชร 3 แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
เวลาทำการ : เปิดวันพฤหัสบดี-อาทิตย์ เวลา 18.00 – 01.00 น.

   

06

ค้นหาเพลงที่เคยชอบที่ร้านน้อง ท่าพระจันทร์

กรุงเทพสมัยก่อน, ยุค 90

ทุกวันนี้เราฟังเพลงจากที่ไหนกันบ้าง ส่วนใหญ่แล้วคงฟังผ่านแอพพลิเคชันต่างๆ ในโทรศัพท์ ไม่ว่าจะเป็น Apple Music, JOOX, Spotify, YouTube ความง่ายของการฟังเพลงผ่านสตรีมต่างๆ เหล่านี้อาจ

ทำให้เราหลงลืมเสน่ห์การฟังเพลงในยุคก่อนๆ ไป

หากไม่รอคอยเพลงโปรดในวิทยุ เวลาจะฟังเพลงแต่ละครั้งเราต้องไปร้านเลือกเทป เลือกซีดี แล้วกลับมาเปิดฟังที่บ้าน นั่งอ่านเนื้อเพลงในปกอัลบั้มไปพลาง ร้องตามไปพลาง ต้องคนที่มีฐานะหน่อยถึงจะมี Sound About ที่ใส่หูฟังได้ทุกที่

กรุงเทพสมัยก่อน, ยุค 90 กรุงเทพสมัยก่อน, ยุค 90 กรุงเทพสมัยก่อน, ยุค 90

ปัจจุบัน มีร้านขายเทปขายซีดีน้อยลงเรื่อยๆ ร้านที่เคยมีชื่อเสียงก็ได้ปิดตัวลงไปบ้าง แต่ร้านที่ยังอยู่คู่คนไทยมามากกว่า 30 ปี แล้วคือร้านน้อง ท่าพระจันทร์ แหล่งรวมวัยรุ่นที่ชื่นชอบการฟังเพลงทั้งยุคใหม่ยุคเก่า และเป็นร้านแรกๆ ที่ให้ศิลปินมาโปรโมตเพลงได้อีกด้วย

ใครอยากย้อนไปฟังเพลงเก่ายุคเก้าศูนย์ผ่านเทป หรืออยากย้อนไปฟังแผ่นเสียง ที่นี่ยังมีขาย ไปเลือกฟังดนตรีดีๆ ให้อิ่มใจได้ที่นี่เสมอ

ที่อยู่ : 14 ท่าเรือท่าพระจันทร์ พระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200
เวลาทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 11.00 – 20.00 น.
07

ย้อนวัยตามหาฮีโร่ในวัยเด็กที่ 90’s Boy Toy

กรุงเทพสมัยก่อน, ยุค 90

ยังจำของเล่นชิ้นโปรดในวัยเด็กของเราได้มั้ย สมัยก่อนเราเล่นอะไรกันบ้าง ของเล่นก็มีทั้งของไทย ญี่ปุ่น แล้วก็ฝั่งอเมริกา ในสมัยนั้นมีภาพยนตร์ Sci-fi ของฝั่งอเมริกาเข้ามา เพราะเป็นสิ่งแปลกใหม่เลย ทำให้เด็กในยุคนั้นตื่นตาตื่นใจไปกับแสงสีและตัวละครฮีโร่ในภาพยนตร์นั้นๆ เป็นพิเศษ พอมีการ์ตูนหรือ

ภาพยนตร์ที่เป็นฮีโร่เข้ามา ก็ทำให้มีฟิกเกอร์และของสะสมต่างๆที่เป็นตัวฮีโร่ที่เป็นที่นิยมมากขึ้น

ภาพยนตร์ในสมัยก่อนที่ดังที่สุดในตอนนั้นคงไม่พ้น Star Wars หรือไม่ก็ภาพยนตร์ฮีโร่ของทั้งค่าย Marvel และ DC เด็กหลายคนพอเห็นฮีโร่ก็รู้สึกว่าอยากเป็นแบบนั้นบ้าง เลยทำให้มีของเล่นคาแรกเตอร์ตัวละครนั้นออกมาให้เราได้เล่นกันจนถึงทุกวันนี้ แต่ตัวละครบางเรื่องที่เลิกผลิตไปแล้วทำให้ของเล่นเหล่านั้นหายากมากขึ้น ราคาก็สูงขึ้นกว่าเมื่อก่อน วัสดุทำของเล่นในสมัยก่อนก็ต่างกับปัจจุบัน เป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดใจนักสะสมให้ตามเก็บของเล่นเก่าเหล่านี้

กรุงเทพสมัยก่อน, ยุค 90 กรุงเทพสมัยก่อน, ยุค 90 กรุงเทพสมัยก่อน, ยุค 90

90’s Boy Toy เป็นร้านสำหรับสาวกฮีโร่และนักสะสมของเล่นที่ตลาดรถไฟศรีนครินทร์ ร้านนี้เป็นร้านขายฮีโร่ยุค 90 โดยเฉพาะคนรัก Star Wars ยิ่งไม่ควรพลาด เพราะร้านนี้มีทุกอย่างจริงๆ ใครอยากสะสมหรือย้อนความทรงจำกับของเล่นในวัยเด็ก รับรองว่าจะหลงรักและอยู่ที่นี่ได้ทั้งวันแน่นอน

ที่อยู่ : ตลาดรถไฟศรีนครินทร์ ถนนศรีนครินทร์ แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร 10250
เวลาทำการ : เปิดทุกวันพฤหัสบดี-อาทิตย์ เวลา 18.00 – 00.00 น.
เบอร์โทรศัพท์ : 0618266688
Facebook : 90sboytoy
08

โตแล้ว จะซื้อเกมมากเท่าไหร่ก็ได้ที่ RETRO WORLD

 ถ้าให้พูดถึงเกมในสมัยช่วง 90 สิ่งแรกที่คนนึกถึงคงไม่พ้นเกม Mario กับเกม Contra ซึ่งเป็นตลับเกมที่ฮอตฮิตมาจนถึงปัจจุบัน มาพร้อมเครื่องเล่น Family Computer หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า Famicom นับเป็นเครื่องเล่นยุคแรกๆ ที่คลาสสิกที่สุดของ NINTENDO และเป็นของเล่นในฝันของเด็กยุค 90

ยุคก่อน Famicom ราคาแพงมาก มีเพียงคนส่วนน้อยเท่านั้นที่จะมีของแท้มาเล่น ตอนนี้ถ้าโตแล้วอยากทำฝันให้เป็นจริง เราขอแนะนำให้รู้จัก Retro World ร้านขายเกมเก่าทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น Famicom มือสอง หรือรุ่นอื่นๆ ที่ออกมาหลังจากนั้น

กรุงเทพสมัยก่อน, ยุค 90 กรุงเทพสมัยก่อน, ยุค 90 กรุงเทพสมัยก่อน, ยุค 90

ร้านนี้มีทั้งร้านออนไลน์ และมีหน้าร้านอยู่ที่อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี ถ้าไปที่ร้านจะมีเกมให้ได้ทดลองเล่นก่อนซื้อด้วย บรรยากาศของร้านเป็นเหมือนบ้านหลังเล็กๆ ที่พร้อมต้อนรับลูกค้าอยู่เสมอ ใครที่อยากจะเล่นเกมเก่าๆ หรือหาเกมรุ่นลิมิเต็ดที่ปัจจุบันหาได้ยากแล้ว ลองไปที่ร้านนี้ดูได้ ราคาย่อมเยา แถมมีของมากมายให้เลือกได้ตามที่เราต้องการ

ที่อยู่ :  หมู่บ้านชลลดา ตำบลบางบัวทอง อำเภอบางบัวทอง นนทบุรี 11110
เวลาทำการ : เปิดทุกวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 09.00 – 21.00 / ปิดทุกวันจันทร์
โทร : 085 553 8488
Facebook : retroworldshop
09

เยี่ยมแดนเนรมิต สวนสนุกแห่งความทรงจำ

กรุงเทพสมัยก่อน, ยุค 90

ยังจำได้ไหมว่าตอนเด็กๆ อยากให้พ่อแม่พาไปเที่ยวที่ไหนมากที่สุด คำตอบของหลายคนคงเป็นสวนสนุกแดนเนรมิต สถานที่บรรจุความทรงจำวัยเด็กของพวกเรา

แดนเนรมิตเป็นสวนสนุกแห่งเดียวที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ มีเครื่องเล่นสุดฮิตอย่างเรือไวกิ้ง รถไฟเหาะ บ้านผีสิง หรือปราสาทเทพนิยายของเจ้าหญิงนิทราที่เป็นแลนด์มาร์กของที่นี่ เพราะจะได้เข้าไปดูเจ้าหญิงนิทราที่หายใจสม่ำเสมอระหว่างนอนหลับ

กรุงเทพสมัยก่อน, ยุค 90 กรุงเทพสมัยก่อน, ยุค 90

ที่นี่ถือเป็นสวรรค์แห่งเทพนิยายของเด็กผู้หญิง แต่ไฮไลต์สำคัญของสวนสนุกคือขบวนพาเหรดยามค่ำคืนที่มาพร้อมกับแสงสีเสียงและพลุดอกไม้ไฟอลังการ จนเราร่ำร้องขอพ่อแม่ไปดูให้ได้

แม้แดนเนรมิตจะเลิกกิจการไปใน พ.ศ. 2543 แต่ทุกครั้งที่ผ่านถนนพหลโยธิน เราจะเห็นปราสาทเทพนิยายที่ยังตั้งเด่นเป็นสง่า ชวนให้หวนนึกถึงวัยเด็ก ปัจจุบัน สวนสนุกเก่าได้กลายเป็นสนามโกคาร์ตไปแล้ว ถ้าอยากเข้าไปเยี่ยมปราสาท จะชมจากนอกรั้วหรือเข้าไปขับรถโกคาร์ตสนุกๆ ก็ได้ ระหว่างเล่นก็อย่าลืมดูบรรยากาศรอบๆ ความทรงจำในวัยเด็กจะได้กลับมาให้เราได้คิดถึงกัน

ที่อยู่ : 1408 ถนนพหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
เวลาทำการ : เปิดทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 13.00 – 21.00 น. / วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 10.00 – 21.00 น.
ภาพ : ฟ้ารุ่ง มาศิลป์, นัทธมน แก้วแป้นผา และ ณัฐสุชา เลิศวัฒนนนท์

Writer

ชญาน์นันท์ บุรินทรามาตย์

ป็นมนุษย์กวนๆพลังเหลือคนนึงที่สามารถเล่นได้ตลอดเวลา ชอบกินบุฟเฟ่ต์กับชานมไข่มุกเป็นชีวิตจิตใจและฮีลตัวเองด้วยการติ่งเกาหลีไม่ก็ฟังเพลงที่ชอบ พร้อมกับนั่งรถแบบไร้จุดหมาย

Photographer

ฟ้ารุ่ง มาศิลป์

นักศึกษาออกแบบฯที่ใช้ชีวิตในไทยด้วยไทม์โซนของยูกันดา ชอบใส่เสื้อสีสดเพื่อทดแทนการใช้สีหน้า อยากลองทำทุกอย่างแบบค่อยเป็นค่อยไปช้า ๆ เหมือนจิบชา

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

The Cloud x TAT Contact Center เพื่อนร่วมทาง

คนยโสธรเป็นสายกรีนมาแต่กำเนิด พวกเขายึดถือการทำนาข้าวเป็นอาชีพเลี้ยงตัวมาแต่เก่าก่อน ผูกพันกับชีวิตชนิดแยกกันไม่ขาด ที่สำคัญคือต่อยอดเป็นเมืองเกษตรอินทรีย์มาสักพักใหญ่แล้ว จากความร่วมมือของชาวนาชาวไร่ที่ผันตัวมาใช่วิธีดูแลพืชพรรณให้ปลอดภัยทั้งกับตัวเองและผู้บริโภค ขณะเดียวกันทางจังหวัดก็ส่งเสริมเต็มที่ เกิดเป็นตราบั้งไฟหลากสี แบ่งตามมาตรฐานอินทรีย์แต่ละขั้น เพื่อช่วยรับรองผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรโดยเฉพาะ

เมื่อได้พูดคุยกับพี่น้องเกษตรกร พบว่าพวกเขาช่วยกันขับเคลื่อนสังคมเกษตรอินทรีย์กันอย่างคึกคัก สร้างช่องทางส่งขายอย่างเป็นระบบ รวมกลุ่มกันเป็นเครือข่ายมากมายในพื้นที่ ตั้งเป็นศูนย์เรียนรู้ด้านการปลูกพืชและปศุสัตว์ ทั้งยังมีตลาดให้จำหน่ายผลิตผลแทบทุกอำเภอ สับเปลี่ยนสถานที่ เวียนวันกันไปไม่ซ้ำในแต่ละอาทิตย์ 

หลังจากทำความรู้จักยโสธรผ่าน 10 สถานที่เก่า-ใหม่ของเมืองบั้งไฟ กันพอหอมปากหอมคอ คราวนี้มาสัมผัสอีกตัวตนของคนยโสฯ กับสารพัดพื้นที่สีเขียวปลอดสารพิษ ทั้งนาข้าวหอมมะลิ นาบัวหวาน ฟาร์มปศุสัตว์หลากหลายแนว หมู่บ้านอินทรีย์ที่ทำเกษตรปลอดสารกันทุกครัวเรือน รวมถึงคาเฟ่ที่เลือกนำเสนอความออร์แกนิกผ่านอาหารการกิน

เปลี่ยนบรรยากาศ Work from Home ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 แสนอุดอู้ แล้วออกไปสูดอากาศสดชื่นรื่นรมย์ที่ยโสธรผ่านคอลัมน์ Take Me Out ด้วยกัน

01 

บัวหวานยโสธร

นาบัวอินทรีย์ที่รักษาความหวานกรอบเหมือนเพิ่งเก็บจากบึง

บัวหวานยโสธร
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

จากอาชีพทำนาข้าวและแม่ค้ารับบัวมาขายตามตลาด จันทร์-ธนพร จันทร์หอม ผันตัวเริ่มทำนาบัวด้วยตัวเองเพราะความหลงใหลในรสชาติ เลือกแนวทางอินทรีย์ในการปลูก โดยมีเหตุผลเพียงไม่อยากทำร้ายสัตว์ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลายเป็นเม็ดบัวที่มีคุณภาพดีตามไปด้วย เพราะระบบนิเวศสมบูรณ์ ทำให้เหล่าผึ้งและชันโรงที่อยู่กันอย่างสบายใจก็เป็นลูกมือช่วยผสมเกสร จึงได้หน้าบัวที่เต็ม กลมสวยไม่เว้าแหว่ง และขายได้ราคาดี

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

เมื่อผลตอบรับดีจนไม่พอขาย จันทร์จึงเพิ่มบ่อบัวให้มากขึ้น วางแผนปลูกแต่ละบ่อให้บานไล่เลี่ยกันจะได้มีผลผลิตเก็บเกี่ยวทั้งปี นอกจากประคบประหงมด้วยความใส่ใจ บำรุงด้วยน้ำหมักสูตรพิเศษ และดูแลอย่างไร้สารเคมีแล้ว เคล็ดไม่ลับอยู่ในขั้นตอนสุดท้าย คือการแช่น้ำแข็งทันทีตั้งแต่เก็บขึ้นจากบ่อ ทำให้หวานกรอบจนถึงมือลูกค้า และนอกจากเม็ดบัวสดที่คนนิยมกิน จันทร์มีเมนูแนะนำด้วย นั่นคือ ส้มตำเม็ดบัว อีกทางเลือกที่แซ่บหลายใช้ได้ไม่แพ้กัน

หากสนใจอยากมาพิสูจน์ความหวาน เข้ามาอุดหนุนได้ทุกเมื่อ หรือถ้าอยากมาเที่ยวถ่ายรูปกับดอกบัวสีขาวเต็มบ่อ ลองติดต่อมาถามจันทร์ล่วงหน้าได้ว่าดอกบัวเริ่มบานแล้วหรือยัง จะได้มาแล้วไม่เสียเที่ยว

ที่ตั้ง : ตำบลค้อเหนือ อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ติดต่อนัดหมายล่วงหน้า

โทรศัพท์ : 06 2990 1395

Facebook : บัวอินทรีย์ บัวหวานยโสธร

02

บ้านไร่รุ้งตะวัน 

ฟาร์มเมล่อนญี่ปุ่น นาข้าวอินทรีย์ และคาเฟ่กลางทุ่งนา

บ้านไร่รุ้งตะวัน
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

 เอก-ธนิสร จิตตะมา ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านไร่รุ้งตะวัน กลับมาอำเภอเลิงนกทาบ้านเกิดอีกครั้ง หลังจากทำงานในกรุงเทพฯ กว่า 20 ปี เขาเล็งเห็นว่าตำบลที่อาศัยอยู่มีทรัพยากรธรรมชาติสมบูรณ์ สถานที่ท่องเที่ยวก็พอมีอยู่บ้าง น่าจะต่อยอดที่ดิน 20 กว่าไร่ของตนให้มีประโยชน์มากกว่าการปลูกข้าว หลังจากหาข้อมูลอยู่นานว่าจะปลูกพืชอะไร เอกก็พบว่าเมล่อนญี่ปุ่นเป็นพืชที่น่าสนใจ ปลูกได้ง่ายทั่วประเทศ เจริญเติบโตไวเพียง 3 เดือนก็เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ รวมถึงมีมูลค่าในท้องตลาดสูง 

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

จากคนไม่มีความรู้เรื่องเกษตร เขาทำการบ้านอย่างจริงจัง ลองผิดลองถูก หาความรู้เพิ่มเติมจากอินเทอร์เน็ตและเข้าอบรมตามที่ต่าง ๆ ลองปลูกทั้งสายพันธุ์ราคาแพงและถูกเพื่อเปรียบเทียบ ก่อนพบว่าคุณภาพต่างกันโดยสิ้นเชิง ทั้งรูปร่างของลูกและรสชาติ เขาเลือกพันธุ์ที่ดีที่สุด แม้ราคาสูงแต่ใครได้ลองลิ้มก็ติดใจ บางครั้งต้องรีบจองไว้ก่อนก็มี

แถมเอกยังมองการณ์ไกลแชร์พื้นที่นาที่ไม่ได้ใช้ให้กับสมาชิกวิสาหกิจชุมชน โดยเขาช่วยจัดการ ให้คำปรึกษา และควบคุมวิธีการทำให้เป็นอินทรีย์ 100 เปอร์เซ็นต์ ก่อนจะรวบรวมผลผลิตไปจำหน่ายให้ ภายใต้แบรนด์บ้านไร่รุ้งตะวัน ที่มีสารพัดใบรับรองอินทรีย์ทั้งภายในจังหวัดและเกรดส่งออกเป็นเครื่องการันตี

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

หลังจากทำมาพักใหญ่ เพิ่มนู่นเติมนี่ในพื้นที่จนทุกอย่างเปลี่ยนไปแทบไม่เหลือเค้าเดิม เขาแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งเป็นคาเฟ่เล็กกลางท้องทุ่ง นอกจากจะมีเมล่อนคุณภาพดีรสชาติหวานไว้ชูโรง ยังมีไอศกรีมข้าวเม่าอินทรีย์ที่อยากให้ลอง รวมถึงเครื่องดื่มอื่น ๆ ที่เอกอยากชวนให้นั่งลงมองนาข้าว พักเหนื่อยสักประเดี๋ยว แล้วค่อยออกเดินทางไปเที่ยวต่อ

ที่ตั้ง : 203 หมู่ 5 ตำบลบุ่งค้า อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร 35120 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00 – 20.00 น.

โทรศัพท์ : 09 8232 8961

Facebook : บ้านไร่รุ้งตะวัน Baan Rai Rung Tawan

03 

ดอกกระเจียวหวานอินทรีย์ บ้านโคกนาโก

ฟาร์มดอกกระเจียวหวาน อีกสัญลักษณ์ใหม่ของเมืองบั้งไฟ

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

หลายคนรู้จักดอกกระเจียวในฐานะพืชดอกสวยงามที่จะบานเต็มทุ่งในช่วงฤดูฝน แต่สำหรับชาวบ้านโคกนาโก อำเภอป่าติ้ว กลับให้นิยามต่างออกไป เพราะดอกกระเจียวคือพืชเศรษฐกิจที่นำเม็ดเงินเข้าสู่หมู่บ้านตลอดปี

“เราผลักดันจนเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัด เดี๋ยวนี้พูดถึงยโสธร คนไม่นึกถึงบุญบั้งไฟแล้ว นึกถึงดอกกระเจียว” โบ้-เมืองชัย ทองลา เล่าด้วยน้ำเสียงภูมิใจ ก่อนชวนเราย้อนไปเมื่อหลายปีก่อน ตอนบัณฑิตด้านเกษตรตั้งใจแน่วแน่ว่าจะไม่เดินทางสายงานประจำ แต่อยากมาทำสวนเกษตรตามความถนัดที่บ้านเกิด 

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

วันนั้นเขามองเห็นอรรถประโยชน์หลายอย่างของดอกกระเจียว พืชท้องถิ่นคู่วิถีชีวิตลูกอีสานมาตั้งแต่เด็ก จึงลองหยิบเอาพันธุ์จากป่ามาสู่เมือง นำมาปรับเข้ากับวิธีการสมัยใหม่ที่ได้เล่าเรียนมา ปลูกบนโคกควบคู่ไปกับนาข้าว

วันนี้เขายังคงดูแลแบบปลอดสารเหมือนเดิม บำรุงด้วยปุ๋ยคอกปุ๋ยหมัก ใช้ฟางข้าวมาคลุมดินเพื่อจัดการวัชพืช ทำให้ไม่ต้องพึ่งยาฆ่าหญ้า ด้วยความตั้งใจอยากควบคุมระบบการปลูกแบบอินทรีย์ จึงได้ผลผลิตออกมาดีและปลอดภัย เป็นที่สนใจของชาวบ้านทั้งในและนอกพื้นที่ ถึงขั้นซื้อพันธุ์และขอคำแนะนำลงใต้ไปปลูกถึงอำเภอเบตงเลยก็มี

โบ้ให้ความรู้เพิ่มเติมว่า ดอกกระเจียวมีหลายพันธุ์ รสชาติแตกต่างกันออกไป ทั้งเผ็ดซ่าคล้ายหน่อข่าจนถึงหวานกรอบอร่อยกินง่าย สำหรับฟาร์มของโบ้เลือกปลูกพันธุ์อย่างหลัง หากใครถูกใจรสชาติหรืออยากลองปลูก ไม่ว่าจะแปลงเล็ก ๆ กินในครัวเรือน หรือทำเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ ก็ขอคำแนะนำได้ถึงฟาร์ม หนุ่มบ้านโคกนาโกยินดีต้อนรับ

ที่ตั้ง : บ้านโคกนาโก อำเภอโคกนาโก อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร 35150 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ติดต่อนัดหมายล่วงหน้า

โทรศัพท์ : 09 5593 9010

Facebook : ดอกกระเจียวหวาน บ้านโคกนาโก

04 

นัธรินทร์ฟาร์มปูนา

ฟาร์มและศูนย์การเรียนรู้เรื่องปูนาแห่งแรกของยโสธร

นัธรินทร์ฟาร์มปูนา

นัธรินทร์ฟาร์ม ศูนย์เรียนรู้เรื่องการเลี้ยงปูนาที่เกิดจากความชอบกิน ตั้งต้นจากการเลี้ยงไว้แค่พอกินในครอบครัว ก่อนต่อยอดเป็นธุรกิจเสริมเพาะปูขยายพันธุ์จนเกินกิน

นัท-นัฐวุฒิ เงาฉาย เริ่มทำฟาร์มด้วยการหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตเกี่ยวกับปูนา และขั้นตอนการเลี้ยงขั้นพื้นฐาน เขาเลือกเลี้ยงปูนาพันธุ์พระเทพฯ ที่มีขนาดตัวใหญ่ ก้ามโต ต่างไปจากปูนาในแถบภาคกลาง ทำบ่อ 2 แบบสำหรับ 2 ช่วงอายุ โดยปูแรกเกิดจะอยู่ในบ่ออนุบาลหรือที่เรียกว่าบ่อน้ำใส เมื่ออายุครบ 2 เดือนจึงย้ายไปลงบ่อดินที่จัดบรรยากาศเสมือน ใส่ผักตบชวา พืชน้ำต่าง ๆ ให้ปูนาได้ใช้ชีวิตเหมือนอยู่ตามธรรมชาติ

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

จากผู้เริ่มต้นแบบไม่มีความรู้ สู่ศูนย์เรียนรู้ด้านการเลี้ยงปูนาแห่งแรกของจังหวัดยโสธรที่ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง และกำลังจะได้รับใบรับรองจากกรมประมงในฐานะผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ นัทยินดีอย่างยิ่งหากมีผู้สนใจเริ่มลองเลี้ยงปูนาเข้ามาขอคำแนะนำ หรือถ้านักท่องเที่ยวผ่านมาซื้อกลับบ้านก็ทำได้ แถมที่นี่ยังมีปูนาแปรรูปเป็นน้ำพริกปูนาให้ลองด้วย

ใครที่เป็นปูนาเลิฟเวอร์ อยากเลี้ยงไว้ดูเล่นก็เพลินตา ประกอบอาหารก็สบายใจ เพราะสะอาดและไร้พยาธิ ที่นี่มีชุดเริ่มต้นที่มาพร้อมพ่อพันธุ์-แม่พันธุ์ไว้จำหน่าย ลองดูได้ในเพจหรือจะโทรศัพท์ติดต่อไปก็ได้ พร้อมส่งถึงบ้านทั่วประเทศ

ที่ตั้ง : 61 หมู่ 7 บ้านหนองแหน ตำบลกุดชุม อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร 35140 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ติดต่อนัดหมายล่วงหน้า

โทรศัพท์ : 06 5536 2567

Facebook : นัธรินทร์ฟาร์มปูนา

05 

ฟาร์มแพะ ยโสธร

ฟาร์มแพะอินทรีย์ที่จำหน่ายตั้งแต่แพะจนถึงผลิตภัณฑ์แปรรูปจากน้ำนม

ฟาร์มแพะ ยโสธร
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

สิทธิ์-คิดดี คนธรรมดี หนุ่มนครศรีธรรมราช ย้ายมาใชีวิตแบบพอเพียงยังบ้านเกิดของภรรยา บนพื้นที่นามรดกขนาด 6 ไร่ เขาค่อย ๆ ปรับพื้นที่ทีละน้อย วางแลนด์สเคปตามโคกหนองนาโมเดล ใช้ศาสตร์พระราชาเป็นหลักคิดนำทาง หาความรู้เพิ่มเติมจากผู้รู้ในยูทูบ เช่น อาจารย์ยักษ์-วิวัฒน์ ศัลยกำธร และ โจน จันได รวมถึงขอคำแนะนำจากปราชญ์ชาวบ้านที่ต่าง ๆ ช่วงแรกสิทธิ์ลองเลี้ยงสัตว์หลายชนิดเพื่อบริโภคและจำหน่าย ภายหลังลงตัวแล้วจึงเหลือแค่แพะเป็นหลัก เพราะทำเงินได้มากที่สุด

ฟาร์มแห่งนี้เลี้ยงทั้งแพะเนื้อและแพะนม ผลิตอาหารอินทรีย์เลี้ยงแพะเอง โดยใช้ต้นกระถินป่นและเมล็ดข้าวโพดเพื่อลดต้นทุน และยังเพิ่มรายได้ด้วยการขายให้กับเกษตรกรในพื้นที่ เมื่อได้ผลผลิตจะส่งออกไปต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศลาว เวียดนาม และจีน ซึ่งเป็นตลาดหลักรับซื้อ

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

ถ้ามาถึงฟาร์มก็มีผลิตภัณฑ์แปรรูปหลากหลายให้ชอป ทั้งแพะแปรรูปทำเป็นบาร์บีคิวเพิ่มความเผ็ดร้อนสไตล์บ่าวใต้ และชานมที่ใช้ชามาเลฯ ผสมกับน้ำนมแพะ สิทธิ์บอกว่ามีคุณประโยชน์มากพอกันกับน้ำนมแม่เลยทีเดียว

ไม่ใช่แค่ได้สินค้าติดมือกลับไป แต่ทางฟาร์มยังเตรียมกิจกรรมรองรับนักท่องเที่ยวผู้มาเยือน ทั้งที่เหมาะสำหรับกลุ่มครอบครัวที่อยากพักผ่อนวิถีเกษตรกร ได้ให้นมแพะและสัมผัสได้อย่างใกล้ชิด มีเวิร์กชอปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวต่าง ๆ จากน้ำนมแพะ ทำเสร็จเอากลับบ้านไปใช้ ส่วนกลุ่มเกษตรกรแวะมาเรียนรู้ขั้นตอนการเลี้ยงได้เสมอ เพราะที่นี่คือฟาร์มแพะลำดับต้น ๆ ของภาคอีสาน และเป็นศูนย์การเรียนรู้เรื่องแพะของผู้เลี้ยงแพะในละแวกนี้ 

ที่ตั้ง : 221 หมู่ 3 ตำบลหนองหิน อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00 – 18.30 น.

โทรศัพท์ : 08 9626 6642

Facebook : ฟาร์มแพะ ยโสธร

06

ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงไร่ฮักคัก

ศูนย์การเรียนรู้ในพื้นที่สีเขียวของสองพี่น้องเกษตรกรแห่งยโสฯ

ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงไร่ฮักคัก
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

ไร่ฮักคักคือพื้นที่ทำการเกษตรแนวผสมผสานบนท้องทุ่งกว่า 30 ไร่ของ เอ้-โยษิตา วงศางามกิติ และ อี๊ด-จิตตนันท์ วงศางาม พี่น้องเจ้าของไร่ที่อยากแบ่งปันที่นาเพื่อทำเป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านเกษตรตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง 

ศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้เปรียบเสมือนต้นน้ำที่เชื่อมโยงเกษตรกรยุคใหม่กับเก่า มาแบ่งปันประสบการณ์ทำงานด้านเกษตรกรรมร่วมกัน มีปราชญ์ชาวบ้านและกลุ่มเกษตรกรคนรุ่นใหม่ในนาม Young Smart Farmer เต็มใจช่วยกันเป็นวิทยากรให้กับเยาวชนและเกษตรกรมือสมัครเล่นที่เข้ามาอบรม ขณะเดียวกันเมื่อพืชที่ปลูกในไร่ออกผลผลิตก็ส่งตรงไปวางขายที่ร้านไร่ฮักคักในเมืองเก่า เป็นวิถีเกษตรอินทรีย์ครบวงจรจนถึงมือผู้บริโภค

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

ด้วยไอเดียอยากเปิดพื้นที่สีเขียวให้เด็กมาปล่อยพลัง มีการเตรียมฐานกิจกรรมที่ทั้งสนุกสนานและได้ความรู้ ตั้งแต่การจัดการพื้นที่แบบโคกหนองนาโมเดล วิธีปลูกข้าวแบบต่าง ๆ การย้อมผ้าจากดอกไม้ หรือเก็บไข่เป็ดไข่ไก่มาทำเป็นไข่เค็ม มีไฮไลต์เป็นพิซซาโฮมเมดเตาดินที่ใช้แป้งข้าวให้ได้ลองทำและชิมกันริมทุ่งนา แถมยังสอดแทรกเรื่องคุณค่าของเกษตรกรให้เด็ก ๆ ในทุกกิจกรรม 

ส่วนของผู้ใหญ่เป็นเวิร์กชอปที่เปิดโอกาสให้เกษตรกรมาอบรมสร้างอาชีพ อาทิ เลี้ยงปลา ทำเห็ด เลี้ยงไก่ สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจอยากมาเที่ยวชมฟาร์มเกษตรอินทรีย์แห่งนี้ หรืออยากเรียนรู้วิธีการทำเกษตรอินทรีย์ขั้นต้น เอ้และอี๊ดยินดีต้อนรับ แต่โปรดติดต่อล่วงหน้าสักนิด เพื่อจะได้เตรียมกิจกรรมที่เหมาะกับเวลาและความสนใจ เนื่องด้วยไม่ได้เปิดเป็นสาธารณะ

ที่ตั้ง : 238 หมู่ 3 บ้านบ่อ ตำบลสำราญ อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ติดต่อนัดหมายล่วงหน้า

โทรศัพท์ : 09 2935 2451

Facebook : ไร่ฮักคัก Raihugkug

07

ไร่ฮักคัก เมืองเก่า

ปลายทางผลผลิตจากฟาร์มของเกษตรกรรุ่นใหม่

ไร่ฮักคัก เมืองเก่า
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

หลังจากไปเยือนต้นน้ำอย่างศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงไร่ฮักคักไปแล้ว เปลี่ยนบรรยากาศมาที่เมืองเก่าสิงห์ท่ากันบ้าง เพราะสองพี่น้องยังเปิดร้านในชื่อเดียวกับไร่ ตั้งอยู่ตรงกันข้ามกับศาลเจ้าพ่อหลักเมือง เพื่อใช้เป็นจุดหมายปลายน้ำของงานด้านเกษตรให้เหล่าคนรักสุขภาพเดินทางมาอุดหนุนกัน

ความตั้งใจลึก ๆ อีกอย่าง เอ้อยากฟื้นฟูโซนนี้ให้คึกคักยิ่งขึ้น โดยเริ่มจากเปิดเป็นร้านอาหารเช้าง่าย ๆ คัดสรรวัตถุดิบสดใหม่ปลอดภัย อาทิ ต้มเลือดหมูใส่จิงจูฉ่ายจากสวนผักอินทรีย์ ข้าวห่อใบบัว เมนูหากินยากก็ใช้ข้าวออร์แกนิกจากเครือข่าย หรือจะน้ำเงี้ยวและข้าวซอยจากฝีมือเอ้ สาวอีสานที่แวบไปเรียนอยู่เมืองเหนือมาหลายปีก็มีให้ลองชิม เมื่อท้องอิ่มแล้วอย่าเพิ่งรีบไปไหน มีของหวานเป็นไอศกรีมข้าวไรซ์เบอร์รี น้ำเต้าหู้ และกะทิสดไว้ช่วยดับร้อนด้วย

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

บางโอกาสอาคารเก่า 3 ห้องนี้ ก็เปลี่ยนเป็นที่พบปะของเครือข่ายเกษตรกร เช่น กลุ่ม Young Smart Farmer และกลุ่มตลาดเขียว โดยเอ้ยินดีเปิดหน้าร้านให้นำผลิตภัณฑ์จากไร่นาโดยตรงมาวางขาย มาเลือกหากันได้ในวันเสาร์ที่จะจัดถนนคนเดิน (ในห้วงย้ามปกติที่ไม่มีโรคโควิด-19)

ฟาร์มชอปแห่งนี้วางจำหน่ายพืชผักสดใหม่ที่ปลูกตั้งแต่หัวไร่ยันปลายนาในศูนย์การเรียนรู้ไร่ฮักคัก แปรรูปออกมาเป็นผลิตภัณฑ์หลายอย่าง เช่น กล้วยตาก คุกกี้อัลมอนด์ ขนมปังโฮลวีต ทองม้วนจากแป้งข้าว ฯลฯ ซึ่งเอ้ลดความหวานกว่าปกติ รับประกันว่าถูกใจคนรักสุขภาพ และยังมีพริกลาบที่อยู่ในขั้นตอนปรับปรุงสูตร น่าจะเสร็จพร้อมวางขายเร็ว ๆ นี้

ที่ตั้ง : ถนนอุทัยรามฤทธิ์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 06.00 – 15.30 น.

โทรศัพท์ : 09 2935 2451

Facebook : ไร่ฮักคัก Raihugkug

08

Organic Cafe

คาเฟ่ออร์แกนิกฮิมเซบายสุดชิลล์ที่ชวนใกล้ชิดธรรมชาติ

Organic Cafe
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

Organic Cafe เกิดจากแพลนของคุณแม่และ เป๋า-ธราธร ประดับศรี ที่อยากปลูกผักออร์แกนิกบนที่ดินของบ้านเพื่อส่งออก พอดีกับเจอน้ำท่วมใหญ่ทั่วภาคอีสานเมื่อ พ.ศ.2562 ทำให้ต้องพับแผนไปก่อน ลดพื้นที่ปลูกให้เล็กลง แล้วเปิดเป็นคาเฟ่เล็ก ๆ ที่ใช้ผักสดจากในแปลงมาเป็นวัตถุดิบในครัวแทน

 คาเฟ่ยอดฮิตของชาวเลิงนกทาแห่งนี้แบ่งเป็นโซนด้านในห้องแอร์ และด้านนอกริมฝั่งคลองเซบายสำหรับใครที่อยากดื่มด่ำบรรยากาศสุดชิลล์ แต่อาจต้องรอให้แดดร่มลมตกสักนิดจะเหมาะมาก เป๋าคุมโทนร้านทั้งหมดให้เป็นสีเขียวดูใกล้ชิดกับธรรมชาติสมชื่อ แถมฉากหลังยังเป็นทุ่งนาอินทรีย์ไกลสุดตา เป็นอีกมุมหนึ่งที่ลูกค้านิยมมาถ่ายรูปเช็กอิน 

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

สำหรับในร้านมีอาหารตามสั่งง่าย ๆ แต่เลือกใช้ผักสดปลอดสารที่ปลูกเองมาปรุง นอกจากความอร่อยแล้ว สิ่งที่ตามมาคือความปลอดภัย เป๋าบอกว่าอนาคตอาจทำแปลงผักใหญ่ขึ้น ให้ลูกค้าได้เข้าไปใกล้ชิดกับพืชผักอินทรีย์

มุมกาแฟเป็นส่วนที่เป๋าคลุกคลีดูแลเอง เขาตามหารสชาติกาแฟที่ถูกปากคนในพื้นที่ มีให้เลือกทั้งคั่วเข้มและคั่วกลาง หรือจะเป็นเมล็ดใหม่ ๆ ก็มีให้คอกาแฟได้ลองกันตามแต่โอกาสที่ได้มา แนะนำว่ามีเมนูซิกเนเจอร์ประจำร้านที่อยากให้ลองกันคือ OG SIG ด้วยรสชาติกาแฟบาง ๆ ผสานกับน้ำผึ้งและเลมอน ใส่น้ำสมุนไพรสูตรพิเศษ เป็นเครื่องดื่มออร์แกนิกที่ให้รสชาติฟรุตตีสดชื่นอย่าบอกใคร

ที่ตั้ง : 161 หมู่ 5 ตำบลสามแยก อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร 35120 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : วันจันทร์-เสาร์ เวลา 08.30 – 21.00 น. และวันอาทิตย์ เวลา 08.30 – 17.00 น.

โทรศัพท์ : 06 3632 6644

Facebook : ออร์แกนิคคาเฟ่ – Organic Cafe

09 

หมู่บ้านอินทรีย์ บ้านโสกขุมปูน

หมู่บ้านเกษตรอินทรีย์ที่อยากชวนผู้มาเยือนลงดำนากันสักมื้อ

หมู่บ้านอินทรีย์ บ้านโสกขุมปูน

ชาวบ้านโสกขุมปูนยึดถืออาชีพทำนาข้าวแบบดั้งเดิมมาแต่ไหนแต่ไร จนกระทั่งปุ๋ยเคมีเริ่มเข้ามาเมื่อหลายสิบปีก่อน แรกใช้ผลผลิตก็ได้เยอะขึ้น ข้าวก็งอกงามดี แต่เวลาผ่านไปส่งผลให้ดินในนาเริ่มแข็งขึ้น สุขภาพของเกษตรกรก็เริ่มแย่ลง พ่อมั่น สามสี เป็นหนึ่งในผู้ได้รับผลกระทบดังกล่าว จึงริเริ่มชวนชาวบ้านกลับมาทำนาข้าวด้วยวิธีอินทรีย์ ดูแลบำรุงจากปุ๋ยธรรมชาติอีกครั้ง ตั้งแต่ พ.ศ. 2533 ในวันที่กระแสอินทรีย์ยังค่อยไม่แพร่หลายในสังคมไทย

“ส่งให้คุณด้วยรอยยิ้ม กินอิ่มปลอดภัย จากใจชาวนา สู่จานข้าวคุณ”

ชุ-ชุติมา ม่วงมั่น ทวนสโลแกนที่สื่อถึงความตั้งใจของ กลุ่มเกษตรกรทำนานาโส่ ให้เราฟังอีกครั้ง เธอคนนี้คือผู้รับไม้ต่อจากพ่อมั่น ช่วยดูแลแบรนด์ ‘ข้าวใจยิ้ม’ ข้าวไร้สารเคมีจากนาของเกษตรกรในชุมชน และเธอยังเป็นผู้วางหลักสูตรในโรงเรียนประจำหมู่บ้าน ปลูกฝังเรื่องเกษตรอินทรีย์ให้กับเยาวชน เรียนรู้วัฒนธรรมงานบุญเกี่ยวกับข้าว ด้วยความหวังว่าอยากส่งต่อความรู้และปลูกฝังให้เด็ก ๆ ยึดถืออาชีพปลอดภัยนี้ต่อไปในอนาคต

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

ปัจจุบันหมู่บ้านนี้ทำเกษตรอินทรีย์กันแทบทุกครัวเรือน แถมยังมีธรรมนูญของตำบลนาโส่ช่วยกำกับไว้ คือห้ามใช้ยาฆ่าแมลง ชาวบ้านก็ร่วมกันสอดส่องเป็นหูเป็นตา ช่วยให้นาอินทรีย์ปลอดภัยปราศจากเคมีด้วย

ทั้งนี้ชุมองว่าโรงสีไม่ใช่ปลายทางของเกษตรกร แต่สิ่งที่จะทำให้เกษตรกรมีรายได้คือการสร้างตลาด เธอทำวิจัยอยู่พักใหญ่ แล้วเกิดเป็น ‘ตลาดเขียว’ ของพี่น้องชาวยโสธร จุดนัดพบของเหล่าเกษตรกรกับผู้ซื้อ จัดขึ้นตามที่ต่าง ๆ ทั้งในอำเภอกุดชุมและอำเภอเมืองยโสธร 

ใครมาเยือนหมู่บ้านอินทรีย์แห่งนี้ รับรองจะตกหลุมรัก ทั้งมิตรไมตรีและวิถีชนบทของชาวบ้าน รวมถึงอากาศดีที่หายใจเข้าได้เต็มที่ไม่มีสารพิษลอยมาตามลม แถมชุยังอยากเชิญชวนแขกให้มากินข้าวหอมมะลิใหม่ ๆ ว่าดีงามแค่ไหน และทำความเข้าใจว่าทำไมข้าวหอมมะลิถึงมีราคาสูง ตั้งแต่ลองดำนาสาธิต ขั้นตอนการดูแลอย่างใส่ใจ จนถึงเก็บเกี่ยวยามข้าวออกรวง

ที่ตั้ง : บ้านโสกขุมปูน ตำบลนาโส่ อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร 35140 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ติดต่อนัดหมายล่วงหน้า

โทรศัพท์ : 08 0798 2236

Facebook : ข้าวใจยิ้ม หมู่บ้านอินทรีย์ยโสธร บ้านโสกขุมปูน

10 

อินดี้ ออร์แกนิค

ร้านค้าที่รวบรวมสารพัดผลิตผลอินทรีย์จากชาวอำเภอกุดชุม

อินดี้ ออร์แกนิค
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

อินดี้ ออร์แกนิค คือศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์อินทรีย์ที่รวบรวมสินค้านานาชนิดของชาวยโสธรไว้ครบครัน

ต๋อ-มาณิชรา ทองน้อย คร่ำหวอดงานด้านส่งเสริมเกษตรอินทรีย์มาหลายปีในเมืองหลวง ตัดสินใจเกษียณก่อนกำหนด มาทำนาข้าวและไร่อ้อยคั้นน้ำบนที่ดินของครอบครัว ก่อนจะสบโอกาสชวนเพื่อนบ้านโสกขุมปูน มาร่วมทำร้านค้าเพื่อจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ด้วยเหตุผลหลักคือ อยากเชื่อมเกษตรกรกับผู้บริโภคให้ใกล้กัน

“เราทำคล้าย ๆ สหกรณ์ เพื่อสนับสนุนให้คนได้กินอาหารดี ๆ และรองรับลูกหลานที่กลับมาอยู่บ้านให้มีรายได้จากการทำผลิตภัณฑ์อินทรีย์” ต๋อเฉลยถึงความตั้งใจเริ่มแรกเมื่อเกือบ 2 ปีก่อน

ปัจจุบันร้านมีสารพัดสินค้าปลอดภัยวางจำหน่าย ส่วนใหญ่มาจากพี่น้องชาวนาในหมู่บ้าน นำโดยข้าวหอมมะลิเกรดดี ข้าวไรซ์เบอร์รี และข้าวพันธุ์พื้นเมืองหากินยาก มีหลายยี่ห้อให้เลือกลองซื้อไปหุงที่บ้าน มั่นใจได้ว่าเป็นข้าวออร์แกนิกแท้ ไม่ปนข้าวจากที่อื่น หรือหากแวะมาตรงฤดูกาล ก็จะเจอพืชผักประจำฤดูกาลนั้น ๆ จากสวนอินทรีย์มาวางร่วมด้วย ทั้งมะเขือเทศราชินีลูกเต่งกรอบอร่อย แตงโมของดีประจำจังหวัด และหอมกระเทียมก็มีให้เลือกซื้อ 

ถ้าสนใจอยากได้พันธุ์ไม้ไปปลูกเองที่บ้าน ต๋อก็เพาะชำไว้เป็นกระถางให้ยกกลับไปได้เช่นกัน

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

นอกจากนี้ยังมีเนื้อโคขุนจากกลุ่มโคขุนหนองแหน มีให้เลือกตั้งแต่เนื้อทำสเต็ก เนื้อย่างเสียบไม้ จนถึงลูกชิ้นเนื้อ และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากต้นไผ่ตงอินทรีย์ของสวนไผ่ทองประสาร อย่างหน่อไม้ดอง หลอดไม้ไผ่ และถ่านไม้ไผ่

แต่สินค้าที่เหมาะกับช่วงนี้ที่โรคภัยกำลังถาโถม ต้องยกให้สมุนไพรจากสมุนไพรสูตรหมอยาพื้นบ้านแบบโบราณ และสูตรของโรงพยาบาลกุดชุมที่เชี่ยวชาญด้านแพทย์แผนไทย อย่างแคปซูลฟ้าทะลายโจร ก็มีวางจำหน่ายที่นี่ด้วย

ร้านเล็ก ๆ แต่อัดแน่นไปด้วยผลิตภัณฑ์อินทรีย์แห่งนี้ยังมีสินค้าอื่นอีกมาก เรียกได้ว่ามาที่เดียวได้ของฝากของดีของเด่นกลับบ้านแน่นอน

ที่ตั้ง : ปั๊มน้ำมัน ปตท. แยกตับเต่า ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.30 – 18.30 น.

โทรศัพท์ : 08 9718 2516

Facebook : อินดี้ ออร์แกนิค

Writer

พณิช ตั้งวิชิตฤกษ์

นักลองฝึกพิสูจน์อักษร ผู้แสร้งเป็นนักลองฝึกเขียน อดีตเป็นนักเรียนภาษา ผู้สนใจเป็นนักเรียนประวัติศาสตร์ศิลป์ รักในมวลรอบข้างที่ดี กาแฟ ชาเขียว และแมวเหมียว

Photographer

ณัฐพล พุ่มสาขา

ช่างภาพสาระพัดประโยชน์ จริงๆ แล้วงานหลักคือ ตัดต่อวีดีโอ ทำวีดีโอโฆษณา วีดีโองานแต่ง ได้มาจับกล้องเพราะทีมขาดช่างวีดีโอ หลังจากนั้นก็เริ่มฝึกเรียนรู้แบบ ครูพักลักจำมาเรื่อยๆ และแล้วอยู่มาวันนึง ช่าวภาพนิ่งในทีมก็ขาดอีก ผมจึงได้มาจับงานถ่ายภาพ จนถึงทุกวันนี้

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load