20 Nov 2017
6 PAGES
257

ผมเคยใช้บริการรถไฟฟ้าที่สถานีวงเวียนใหญ่หลายครั้ง เวลาเดินลงจากสถานีเพื่อหาเรียกรถแท็กซี่นั่งต่อ มักจะได้ยินเสียงดังโครมครามมาจากพื้นที่ใต้ราง พอเพ่งมองเข้าไปก็เจอลานกีฬาไซส์จิ๋ว ที่นอกจากสนามฟุตซอลแล้วยังมีลานสเก็ตบอร์ดอยู่ในนั้นด้วย

จำนวนเด็กที่เอาเท้าไถแผ่นกระดานติดล้อในนั้นหนาแน่นจนแอบคิดว่า สนามค่อนข้างเล็ก แต่ก็ตระหนักคิดได้ว่า ในบ้านเราแค่สวนสาธารณะสำหรับออกกำลังกายยังมีน้อยมากๆ อยู่แล้ว พื้นที่สำหรับกีฬาอย่างสเก็ตบอร์ดซึ่งไม่ได้เป็นที่นิยมในคนหมู่มากของบ้านเราก็คงมีพื้นที่ได้เพียงเท่านี้แหละ

ในวิกฤตมีโอกาสอยู่เสมอ ลานสเก็ตบอร์ดก็ไม่มีข้อยกเว้น

เมื่อปีที่แล้วผมมีโอกาสไปเดินงงๆ อยู่ที่มัลโม (Malmö) 1 วันถ้วนๆ และไปเจอลานสเก็ตใหญ่ยักษ์แห่งนี้ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรมาก่อน ตอนกลับมาเลยค้นหาข้อมูลดูที่มาที่ไปของลานสเก็ตนี้ เลยได้เห็นศักยภาพของพื้นที่สาธารณะแบบใหม่ ที่เปลี่ยนให้เมืองใหญ่อันดับสามของสวีเดนซึ่งมีประชากรไม่ถึงล้านคน ให้กลายมาเป็นเมกกะของชาวสเก็ตบอร์ด หรือจุดหมายปลายทางของนักสเก็ตบอร์ดทั่วยุโรป มีคนมากมายตั้งใจไปมัลโมเพื่อเล่นสเก็ตบอร์ด

นี่คือเรื่องราวของพื้นที่ลานสเก็ตชื่ออ่านยากแห่งนี้ STAPELBÄDDSPARKEN

ลานสเก็ตบอร์ด ลานสเกต

สถานการณ์ของชาวสเก็ตบอร์ดในมัลโมคล้ายกับในกรุงเทพฯ ช่วงยุค 90 เหล่านักสเก็ตบอร์ดต่างไม่มีที่ทางของตัวเอง แถมอากาศอันแสนหนาวเหน็บในฤดูหนาวของย่านสแกนดิเนเวียทำให้การเล่นสเก็ตบอร์ดมักถูกจำกัดอยู่ตามลานจอดรถชั้นใต้ดินของห้างต่างๆ ถึงลานจอดรถจะมีทางลาดขึ้นลงอยู่ แต่มันก็ไม่ได้เหมาะกับการเล่นสเก็ตบอร์ดเท่าไหร่ บางครั้งคนที่มาก็เล่นก็ต้องมีการ DIY ทำแลมป์หรืออุปกรณ์ต่างๆ เพื่อใช้เล่นขึ้นมาเองด้วย พอมีคนมาเล่นกันเยอะขึ้นก็เลยเกิดการก่อตั้งเป็นสมาคมสเก็ตบอร์ดขึ้นมา เพื่อประชุมและสื่อสารกับทางเทศบาลเมืองถึงความต้องการหาที่ทางของตัวเอง

ถ้าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นแถวๆ บ้านเรา หลายคนอาจมองเหล่าเด็กบอร์ดเหล่านี้ว่าต้องการสถานที่ไว้มั่วสุมกันแน่ๆ และการเรียกร้องขอพื้นที่ของตัวเองคงเป็นไปได้ยากมาก แต่เทศบาลเมืองมัลโมไม่ได้คิดแบบนั้น เพราะเขาคิดว่าเด็กๆ และวัยรุ่นที่ไม่ได้ชอบเล่นกีฬาทั่วๆ ไปก็ควรมีที่ทางของตัวเอง เพราะการไม่ชอบกีฬากระแสหลักเป็นความผิดและแกควรจะไม่มีที่เล่น ก็เลยมีการอนุญาตให้ใช้พื้นที่ของโรงเรียนร้างแห่งหนึ่งมาปรับทำเป็นลานสเก็ต ซึ่งก็มีคนมาเล่นค่อนข้างเยอะจนเริ่มหนาแน่น ในปี 1998 ทางเทศบาลเลยตัดสินใจมอบพื้นที่ของโรงกลั่นเหล้าเก่าแห่งหนึ่งให้กลายมาเป็นลานสเก็ตอินดอร์แห่งแรกของสวีเดน (และยังควบตำแหน่งลานสเก็ตในร่มที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปด้วย) ชื่ออ่านยากเหมือนเดิมว่า Bryggeriet ( ภาษาสวีเดนแปลว่า โรงกลั่นเหล้า)

สวีเดน มัลโม

หลังจากเปิดใช้งานลานสเก็ตบอร์ดในร่มแห่งนี้ กีฬาสเก็ตบอร์ดก็เป็นที่นิยมขึ้นมาทันที มีคนมาใช้งานกันเยอะ จนเริ่มมีการจัดแข่งขัน ส่งผลให้วัยรุ่นมากมายจากทั่วสแกนดิเนเวียนหลั่งไหลกันมาเข้าร่วมแข่งขัน โรงเรียน Bryggeriet Gymnasium High School ที่บรรจุวิชาสเก็ตบอร์ดบรรจุลงไปในหลักสูตร ก็ได้รับความนิยมสูงมากๆ จนมีคนตั้งใจย้ายมาอยู่ในมัลโมเพื่อจะได้เข้าเรียนที่โรงเรียนนี้กันเลย

เบื้องหลังความสำเร็จของ Bryggeriest ที่เหล่านักสเก็ตบอร์ดอธิบายคือ พื้นที่ที่ตอบโจทย์การเล่นสเก็ตบอร์ด ด้วยการช่วยเหลือของสมาคมสเก็ตบอร์ดแห่งมัลโมที่มาช่วยออกแบบตัวสนาม ไปจนถึงการมาเป็นอาสาสมัครลงแรงช่วยการก่อสร้าง เลยทำให้เด็กๆ และคนที่มาใช้งานพื้นที่รู้สึกไม่แปลกแยกจากพื้นที่ จะเรียกว่าเป็นพื้นที่ของนักสเก็ตบอร์ดเพื่อชาวสเก็ตบอร์ดโดยตคนสเก็ตบอร์ดก็คงได้

Bryggeriet Bryggeriet

หลังจากความสำเร็จของ Bryggeriet ในช่วงปี 2000 ตัวเมืองมัลโมได้ย้ายเอาท่าเรือและโรงงานอุตสาหกรรมออกไปจากเขตเมือง ทำให้พื้นที่ใจกลางเมืองที่เคยเป็นย่านอุตสาหกรรมว่างลง ทางเทศบาลเล็งเห็นและคิดจะพัฒนาให้พื้นที่นี้เป็นพื้นที่อยู่อาศัยแห่งใหม่ ปัญหาของการพัฒนาพื้นที่อยู่อาศัยใหม่ก็คือคนในเมืองมักจะไม่ชินกับการเดินทางมา พอไม่มีคนมาพื้นที่ก็ดูเปลี่ยว พอเปลี่ยวก็เสี่ยงจะกลายเป็นพื้นที่เสื่อมโทรมได้ง่ายๆ ทางเทศบาลเลยอยากให้เด็กๆ และวัยรุ่นได้มาใช้งานและเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาพื้นที่ย่านนี้ด้วย ก็เลยคิดถึงเหล่านักสเก็ตบอร์ดอีกครั้ง

จึงเกิดเป็นโครงการลานสเก็ตบอร์ดใหญ่ยักษ์ที่สุดในยุโรปขึ้นในปี 2005 ด้วยรูปแบบของสวนสาธารณะที่เปิดตลอดทั้งปี และเปิดให้ใครก็ได้มาใช้งานแบบฟรีๆ ตัวแลมป์ เนิน วงโค้งต่างๆ ถูกออกแบบและทดลองใช้อย่างพิถีพิถันจากเหล่านักสเก็ตบอร์ดผู้มีประสบการณ์ จึงถูกคิดมาว่าให้ใช้ได้ทั้งการเล่นคนเดียว เล่นหลายคนไปจนถึงสามารถรองรับการแข่งขันใหญ่ๆได้ในที่เดียวกัน นอกจากเนินลาดชันสำหรับวาดลวยลายเวลาเล่นสเก็ตบอร์ดต่างๆแล้ว ทีนี่ก็ยังมีภูเขาจำลองให้ปีนเล่น รวมไปจนถึงลานกว้างสำหรับหัดเล่นสเก็ตบอร์ด หรือจัดอีเวนต์ ที่นั่งเล่นนอนเล่นสำหรับการเป็น social hub แก่เหล่าวัยรุ่นในมัลโม เฉกเช่นเดียวกับสวนสาธารณะทั่วไป

Bryggeriet ลานสเกตบอร์ด ลานสเกตบอร์ด

จากวันนั้นจนถึงวันนี้มัลโมและลานสเก็ตกลางแจ้ง STAPELBÄDDSPARKEN กลายมาเป็นจุดหมายปลายทางที่สำคัญไปแล้ว ผู้คนมากมายเดินทางมายังมัลโมเพื่อเล่นสเก็ตบอร์ด (ภายหลังมีบริษัทรองเท้ายักษ์ใหญ่จากอเมริกามาลงทุนสร้างลานสเก็ตบอร์ดอีกอันให้ด้วยที่ชานเมืองมัลโม) และชื่อของมัลโมก็กลายมาเป็นสวรรค์ของชาวสเก็ตบอร์ดอย่างถาวร

จากกีฬาอินดี้ชายขอบที่ไม่มีพื้นที่ของตัวเองในยุคนั้น ผ่านการสื่อสารกับทางเทศบาลมาจนถึงการเกิดขึ้นของพื้นที่สาธารณะอย่างลานสเก็ต ที่เปลี่ยนให้เมืองทั้งเมืองมีอัตลักษณ์และกลายมาเป็นจุดหมายสำคัญของเหล่านักสเก็ตบอร์ดจากทั่วทั้งยุโรป แสดงถึงศักยภาพของพื้นที่สาธารณะที่สามารถเปลี่ยนแปลงเมืองได้จริงๆ

ก็บอกแล้วว่าในวิกฤตมีโอกาส และชาวสเก็ตบอร์ดแห่งมัลโมก็ทำให้เราดูแล้วว่าโอกาสที่ได้รับมานั้นยิ่งใหญ่ขนาดที่เปลี่ยนหน้าตาของเมืองแห่งนี้ไปตลอดกาล

ลานสเก็ตบอร์ด

ภาพ: ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

Stapelbäddsparken

Stapelbäddsgatan 3, 211 19
Malmö
Sweden

CONTRIBUTOR

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

อดีตนักศึกษาสถาปัตย์ที่หันเหเปลี่ยนอาชีพมาเป็นช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก และนักหัดเขียน โดยพึ่งมีหนังสือของตัวเองเล่มแรกชื่อ 'ราชาสถาน นิทานตื่นนอน'