ผมเข้ามาในถนนบางพรม ถนนเล็กๆ ที่แยกมาจากถนนราชพฤกษ์ เพียงไม่กี่ร้อยเมตรจากถนนใหญ่ก็ได้เจอตึก 3 ชั้นหน้าตาเหมือนยานอวกาศ ด้วยเส้นโค้งมนแบบฟรีฟอร์มของอาคารด้านนอก แต่ยังคงแวดล้อมไปด้วยต้นไม้เขียวครึ้มที่ให้ร่มเงาแสนผ่อนคลาย

ด้วยสีขาวของอาคารตัดกับวัสดุอย่างไม้และต้นไม้ใหญ่เขียวครึ้ม ถ้าไม่มีคนบอก (หรือถึงมีก็คงไม่เชื่อ) คงไม่มีทางรู้ได้หรอกว่า ตึกรูปทรงแสนสวยตรงหน้านี้คือตึกเรียนพิเศษ แล้วเหตุผลที่หน้าตามันแตกต่างไปจากตึกเรียนพิเศษแบบที่เราคุ้นชินกันนั้น ก็เพราะว่าที่นี่คือ โรงเรียนสอนพิเศษที่เชื่อว่าการเล่นคือการเรียนรู้ที่ดีที่สุดสำหรับเด็กๆ วัยอนุบาลไปจนถึงประถมศึกษา และชื่อของที่นี่คือ Kensington Learning Space

Kensington Learning Space โรงเรียนสอนพิเศษที่เชื่อว่าการเล่นคือการเรียนรู้ที่ดีที่สุด

ตึกเรียนพิเศษในความคิด ความทรงจำ ของผมและคนอีกหลายคน ส่วนมากคงเป็นตึกทรงสี่เหลี่ยม มีห้องเรียนสี่เหลี่ยมบรรจุอยู่ภายในมากมาย เด็กๆ ก็จะถูกส่งเข้าไปเรียนพิเศษเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นด้านวิชาการเพื่อผลสอบ หรือด้านความสามารถพิเศษอย่างศิลปะ ดนตรี กีฬา หรืออะไรก็ว่าไป

ด้วยวิธีการเรียนการสอนแบบ ‘เรียนพิเศษ’ ที่เน้นให้เห็นผลลัพธ์การเรียนอย่างชัดเจน จึงมีการเรียนที่เข้มงวด เด็กหลายคนมีผลสอบที่ดี มีความสามารถพิเศษรอบด้าน อย่างเล่นกีตาร์หรือดีดเปียโนได้ราวกับศิลปินมาเล่นเอง แต่เด็กจำนวนมากมักจะมีตอนจบคือ ความสนุกในการเรียนรู้สิ่งต่างๆ หมดลงไป และเกลียดวิชาเหล่านั้นในเวลาต่อมา แน่นอนว่าผมก็เป็นคนหนึ่งในนั้นกับหลายวิชาที่เรียน

นี่จึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจมากเมื่อการเล่นจะกลายเป็นการเรียน หรือการเรียนเกิดขึ้นได้แบบเล่นๆ ในวันที่โรงเรียนส่วนมากของประเทศนี้ยังคงใส่ใจกับการใช้อำนาจผ่านกฎระเบียบ โดยเฉพาะเรื่องทรงผมบนหัว จนสร้างให้โรงเรียนเป็นสถานที่น่าชังในสายตาเด็ก

ถ้าไม่เป็นแบบนั้น ในอนาคต เด็กๆ หลายคนก็อาจจะยังรักในการเรียน รักในการได้ค้นคว้าหาความรู้ใหม่ และคงจะเหมาะอย่างยิ่งกับโลกในปัจจุบัน ที่เราทุกคนต้องเรียนรู้สิ่งใหม่เพื่อทำงานกันตลอดเวลา

แม้คอนเซปต์ของโรงเรียนแห่งนี้จะน่าสนใจ แต่สิ่งที่เราเคยเจอและฝังหัวมาตลอด ก็ทำให้เราตั้งคำถามถึงวิธีการเล่นว่ามันจะเป็นการเรียนรู้ได้ยังไง และโรงเรียนหน้าตาแบบนี้เอื้อให้การเรียนแบบเล่นๆ นี้ได้อย่างไรบ้าง ซึ่งแน่นอนว่าคงไม่มีใครตอบได้ดีไปกว่าผู้ก่อตั้ง ผมเลยนัดกับผู้ก่อตั้ง Kensington Learning Space อย่าง โน้ต-นิติพันธ์ พันธุ์วิโรจน์ และ หนุ่ย-วราภรณ์ กาญจนวัฒน์ พันธุ์วิโรจน์ ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งโรงเรียนอนุบาล Kensington International Kindergarten ที่อยู่ข้างๆ กันนี้อีกด้วย เพื่อให้มาช่วยตอบคำถามเรื่องการเล่นให้เป็นเรียน 

ถ้าพร้อมแล้ว ขอให้ทุกคนทิ้งตัวตนผู้ใหญ่ และคิดย้อนกลับไปในวันที่เรายังเป็นเด็ก ที่ชอบลุยบ่อลูกบอล เล่นสไลเดอร์ ว่ายน้ำ วิ่งไปรอบสนามหญ้า และเข้าไปยังตึกเรียนพิเศษแห่งนี้กันเลย ผมขอรับรองว่า การได้เห็นด้านในนั้น จะทำให้คุณอยากกลับไปเป็นเด็กอีกครั้งเลยจริงๆ และขอสปอยล์ไว้ตรงนี้เลยว่า ค่าเรียนแต่ละคอร์สนั้นไม่แพง เริ่มต้นที่หลักไม่กี่ร้อยบาทต่อครั้งเท่านั้นเอง

Kensington Learning Space โรงเรียนสอนพิเศษที่เชื่อว่าการเล่นคือการเรียนรู้ที่ดีที่สุด

คบเด็กสร้างโรงเรียน

โน้ตและหนุ่ยเล่าให้ฟังถึงไอเดียตั้งต้นของที่นี่ ซึ่งความคิดในการก่อตั้งโรงเรียนอนุบาลเมื่อราวสิบปีก่อน มาจากหลังทั้งสองรู้ว่ากำลังจะมีลูกคนแรก

“ตอนนั้นที่เราสองคนรู้ว่ากำลังจะมีลูก ผมและภรรยาก็มานั่งคุยกันว่าจะทำอะไรให้ลูกได้บ้าง ก็มาเจอว่าสิ่งที่เราทั้งสองคนได้ใช้ประโยชน์อย่างมากในการทำงานจนได้รับการยอมรับจนถึงทุกวันนี้ ก็คือระบบการศึกษาที่สอนให้เรามีวิธีคิดเป็นของตัวเอง ซึ่งนำไปต่อยอดกับการเรียนต่อและการทำงานได้ ซึ่งสิ่งที่เราทั้งสองคนอยากให้ลูกโตขึ้นมาในสภาพแวดล้อมและโรงเรียนแบบนั้นมันยังไม่มี เราเลยเกิดแรงบันดาลใจในการเริ่มต้นคิดทำโรงเรียนขึ้นมา 

“หลังจากนั้นเราเริ่มค้นคว้าหลักสูตรการศึกษาจากหลายประเทศ จนมาเจอกับหลักสูตรการเล่นเพื่อเรียนรู้หรือ Play-based Learning ซึ่งพอได้ศึกษาไปมากยิ่งขึ้น ก็ทำให้เราเชื่อมั่นและเห็นประโยชน์ของการเรียนแบบนี้ เลยได้เริ่มต้นทำโรงเรียนอนุบาลเคนซิงตันขึ้นมา โดยมีทั้งหลักสูตรการเล่นเพื่อเรียนรู้ให้เด็กได้เป็นเด็ก ไปจนถึงทำตัวอาคารที่มีพื้นที่รองรับรูปแบบการเรียนแบบนี้ด้วย” ทั้งสองคนเล่าถึงตอนที่เริ่มต้นทำโรงเรียนอนุบาล

ผมถามทั้งคู่ต่อไปว่า อะไรทำให้เชื่อมั่นในระบบการเรียนแบบเล่นๆ นี้ ในวันที่ผู้ใหญ่ทุกคนแยกเรื่องเรียนออกจากเรื่องเล่น

Kensington Learning Space โรงเรียนสอนพิเศษที่เชื่อว่าการเล่นคือการเรียนรู้ที่ดีที่สุด

“เราทั้งสองคนทำการบ้านหาหลักสูตรการเรียนการสอนของแต่ละประเทศ จนมาค้นเจอว่า ที่ประเทศอังกฤษ เขาใช้ระบบการเรียนแบบเล่นนี้อย่างจริงจัง พอเราได้ศึกษาไปมากขึ้นเรื่อยๆ ก็ยิ่งเห็นว่ามันไม่เหมือนกับที่เราเคยเรียนมาเลย และรู้สึกว่าใช่ คือด้วยแบ็กกราวด์ของผมที่ทำงานเป็นที่ปรึกษาด้าน Leadership Development ให้หลายองค์กรมาหลายปี

“ผมทำงานเป็นคนสอนทักษะ วิธีคิด และวิธีการแก้ปัญหาให้กับบรรดาผู้บริหารในองค์กรมาโดยตลอด เลยมีความมั่นใจมากว่า ต่อไปในอนาคต วิธีคิด ทักษะการทำความเข้าใจในการเรียนรู้สิ่งต่างๆ ทักษะ Critical Thinking ไปจนถึงทัศนคติที่ติดตัวเด็กไป จะช่วยให้เขามีโอกาสมากกว่า ในโลกยุคที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วแบบนี้ ซึ่งพอได้ลองอ่านรายละเอียดไปมากๆ เราก็เริ่มเข้าใจและเห็นว่ามันสมเหตุสมผล อย่างการเล่นนี้มันจะทำให้เด็กอายุสามขวบมีพัฒนาการทางร่างกาย ช่วยให้สื่อสารและควบคุมอารมณ์ตัวเองเวลาอยู่ร่วมกับคนอื่นได้

“โดยส่วนตัว เราทั้งคู่เชื่อว่า เด็กทุกคนนั้นไม่เหมือนกัน มีความสนใจคนละอย่าง มีนิสัยคนละอย่าง การต้องมาเรียนหนังสือไปพร้อมๆ กันตั้งแต่หน้าแรกจนถึงหน้าสุดท้ายจึงเป็นอุปสรรคต่อเด็กหลายคนมาก ถ้าให้อธิบายคือ โรงเรียนทั่วไปมีหลักสูตรมาเป็นหนังสือเล่มหนึ่ง เปิดหน้าหนึ่งแล้วไล่ไปเรื่อยๆ หน้าสอง หน้าสาม จนหมดเล่ม

“แต่ของที่นี่เราไม่ได้มีหลักสูตรเป็นหนังสือหนึ่งเล่มแบบนั้น เรามีกรอบหลักสูตรวางแบบหลวมๆ แยกไว้ คอนเซปต์มันคือการเล่นและทดลองจนได้รับรู้สิ่งที่อยู่ในบทเรียนด้วยตัวเอง อย่างในห้องเรียนก็จะมีมุมห้องด้านหนึ่งที่เป็นโต๊ะต่อบล็อกไม้ อีกมุมมีการเล่นสวมบทบาทตัวละคร อีกด้านหนึ่งเป็นประตูที่เชื่อมต่อกับสวนด้านนอก ให้เด็กได้ไปหยิบจับผสมสีด้วยมือตัวเองจริงๆ ว่าสีแดงผสมกับเหลืองคือส้มโดยไม่ต้องมาท่องจำเอา

“แล้วเราก็ไม่ได้บังคับให้เด็กทั้งห้องไปเล่นที่มุมนั้นพร้อมกันทั้งหมด แต่เราปล่อยให้เขาไปเล่นด้วยความสนใจของตัวเอง ซึ่งก็จะทำให้เราเห็นถึงบุคลิกในตัวเด็กด้วย เพราะบางคนอาจชอบเล่นแต่แบบเดิมๆ ครูที่นี่จึงมีหน้าที่คอยช่วยให้เด็กแต่ละคนได้ออกมาเล่นในสิ่งอื่นที่ตัวเขาอาจไม่ได้สนใจ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ครบทุกด้าน

“อย่างการวาดรูป ด้วยกล้ามเนื้อของเด็กยังพัฒนาไม่เต็มที่ ทำให้เด็กจับพู่กันวาดรูปไม่ค่อยถนัด ซึ่งจะทำให้เด็กหงุดหงิดและไม่อยากวาด ที่นี่ก็เปิดให้เด็กวาดด้วยมือได้เลย เด็กจึงไม่เครียดและยังคงมีความสนใจอยู่ จึงทำให้เด็กที่เรียนที่โรงเรียนอนุบาลเคนซิงตันนั้นเรียนอย่างมีความสุข อยากไปโรงเรียนอยู่ตลอด และมีวิธีคิดการมองและแก้ปัญหาในรูปแบบที่เป็นแบบของตัวเองอยู่ด้วย แม้ว่าในตอนหลังจะย้ายไปยังโรงเรียนปกติแล้วก็ตาม” ทั้งสองคนเล่าถึงความเชื่อมั่นในระบบการเรียนแบบเล่น

Kensington Learning Space โรงเรียนสอนพิเศษที่เชื่อว่าการเล่นคือการเรียนรู้ที่ดีที่สุด
Kensington Learning Space โรงเรียนสอนพิเศษที่เชื่อว่าการเล่นคือการเรียนรู้ที่ดีที่สุด

โรงเรียนอนุบาลสู่ศูนย์เรียนพิเศษ

หลังจากก่อตั้งโรงเรียนอนุบาลขึ้นมาจนตอนนี้เข้าสู่ปีที่ 8 แล้ว แม้โรงเรียนแห่งนี้จะได้รับการยอมรับอย่างมาก แต่แทนที่ผู้ก่อตั้งทั้งสองคนจะขยายโรงเรียนเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาหรือมัธยมศึกษา แต่พวกเขากลับหยิบเอาไอเดียที่เป็นแกนหลักอย่างการเล่นมาขยายสู่วงกว้างแก่เด็กคนอื่นๆ แทน และเป็นที่มาของการสร้าง Kensington Learning Space แห่งนี้

“เราเรียกที่นี่ให้เข้าใจง่ายๆ ว่าคือที่เรียนพิเศษ แต่จริงๆ มันคือสถานที่ในการสร้างวิธีคิด ทักษะ และทัศนคติให้เด็กๆ รักในการเรียน ซึ่งเรามั่นใจมากว่าจะหาไม่ได้ในสถานที่อื่น

“ผมขอยกตัวอย่างให้เข้าใจง่ายๆ สักสองคอร์สแล้วกัน อย่างคอร์สแรกคือคอร์สทำอาหาร ที่เราอยากให้เป็นมากกว่าห้องเรียนทำอาหาร ถ้าโรงเรียนอื่นๆ สอนทำอาหาร ก็จะเช็ตเมนูมาเลยว่าให้เด็กทำอะไรในวันนั้น แต่สิ่งที่เราสอนคือ ให้โจทย์ว่าอยากเปิดร้านอาหารอิตาลี โดยให้เด็กๆ เป็นคนจัดการ และพยายามผลักดันให้ภายในหนึ่งเดือนข้างหน้าร้านอาหารนี้เกิดขึ้นได้ 

“เด็กๆ ก็ต้องมาตั้งชื่อร้านกันเอง มีการถกเถียงพูดคุยและแบ่งงานกันว่าจะตกแต่งร้านนี้ยังไง เมนูอาหารที่จะทำก็ให้ทุกคนกลับบ้านไปถามพ่อแม่ว่า ในร้านอาหารอิตาลีนั้น พ่อกับแม่ชอบกินเมนูอะไร พอได้เมนูกลับมาคนละหลายเมนู ก็ต้องมีการตกลงกันว่าจะเลือกเมนูไหนบ้าง เป็นการสอนให้เด็กได้รู้จักการเจรจาตกลงโดยไม่ทะเลาะกัน ซึ่งเป็นวิธีของผู้ใหญ่ บางทีผู้ใหญ่ในองค์กรยังทำไม่ได้เลย (หัวเราะ)

“พอถึงตอนที่สรุปเมนูได้ ก็มาฝึกทำอาหารกันว่าแต่ละอย่างที่ว่ามามันทำยังไง คีย์เวิร์ดอีกสิ่งหนึ่งที่เราจะสอนให้เด็กๆ เรียนรู้ คือการได้ลองผิดลองถูก คนเราทำผิดพลาดกันได้ เด็กไม่จำเป็นต้องทำอาหารออกมาอร่อย ครั้งแรกกินไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เราจะได้เรียนรู้จากความผิดพลาดว่าเกิดจากอะไร ครั้งที่สองดีขึ้น มาครั้งที่สามโอเคนี่อร่อยละ 

Kensington Learning Space โรงเรียนสอนพิเศษที่เชื่อว่าการเล่นคือการเรียนรู้ที่ดีที่สุด

“ทีนี้ถ้าเป็นเด็กโตขึ้นมาหน่อย เราก็พาการเรียนให้ไปได้ไกลกว่านั้นอีก อย่างการสอนเด็กถึงวิธีคิดว่าจะขายอาหารพวกนี้เท่าไหร่ดี คิดราคาต้นทุนของวัตถุดิบทั้งหมดยังไง และในตอนจบก็เป็นพ่อแม่ของเด็กทุกคนนี่แหละที่จะมายังร้านอาหารอิตาลีแห่งนี้ และชิมอาหารของเด็กทุกคนไปพร้อมกัน

“มันเป็นวิธีคิดที่ง่ายมากๆ ได้สร้างกระบวนการเรียนรู้จากการคิดกันเองโดยเด็กๆ ทั้งหมด ถ้าเด็กเข้าใจและนำไปใช้ในชีวิตต่อไปได้จริง มันจะทรงพลังมากๆ เลย หลังจากนี้ถ้าเด็กได้รับโจทย์อะไรที่มากกว่านี้ เขาจะมีคำถามต่อมาว่าจะทำยังไง ต่างกับเด็กยุคก่อนที่ได้รับคำสั่งมาทั้งหมดเลยว่าต้องทำยังไง 

“หรืออีกคอร์สหนึ่งที่เด็กๆ และผู้ปกครองชอบกันมาก ก็คือคอร์สเรียนจากการเล่นเกมอย่าง Minecraft เราให้โจทย์เขาไปว่า อยากให้ช่วยกันสร้างพระราชวัง เด็กๆ ก็ไปค้นคว้ากันมาว่าพระราชวังนั้นมีหน้าตายังไง พื้นที่ด้านในเป็นแบบไหน จุดเด่นคืออะไร แล้วพวกเขาก็วางแผนและจัดสรรแบ่งงานกันเองว่าพระราชวังต้องสร้างอะไรบ้าง ก่อนสร้างขึ้นได้ตามแผนแล้วเขาก็เอาพระราชวังนั้นไปเล่นกับเพื่อนๆ คนอื่นต่ออีกด้วย มันคือการสอนทักษะการทำงานแบบผู้ใหญ่ ให้เขาได้ฝึกหัดในขณะเล่นเกมไปด้วยน่ะครับ” ทั้งสองอธิบายการเรียนแบบเล่นๆ ที่พอฟังแล้วก็ทำให้เราอยากมีโอกาสเล่นอะไรแบบนี้บ้าง

โรงเรียนของเราน่าเล่น

หลังจากที่คุยจนเข้าใจเรื่องหลักสูตรการเรียนแบบเล่นนี้แล้ว ทั้งสองคนเลยขออาสาพาเราเดินชมสถานที่ทั้งหมดก่อนจะพูดคุยลงรายละเอียดกันต่อ เมื่อเดินผ่านประตูหน้าเข้ามา เราก็ได้เจอกับผนังไม้ที่หมุนพลิกเล่นได้ ด้านข้างเป็นบ่อลูกบอลพร้อมสไลเดอร์ขนาดยักษ์ที่ตอนนี้เก็บลูกบอลไปชั่วคราวเพราะสถานการณ์โรคระบาด อีกฝั่งหนึ่งเป็นร้านกาแฟที่มีผนังร้านโค้งๆ พร้อมติดหินเล็กๆ ไว้ให้เด็กปีนเล่นได้ 

Kensington Learning Space โรงเรียนสอนพิเศษที่เชื่อว่าการเล่นคือการเรียนรู้ที่ดีที่สุด
Kensington Learning Space โรงเรียนสอนพิเศษที่เชื่อว่าการเล่นคือการเรียนรู้ที่ดีที่สุด

ด้วยความที่อาคารมีรูปทรงบิดเกลียวเป็นก้นหอย สื่อความหมายถึงการเรียนรู้ที่ไม่มีที่สิ้นสุด ทำให้มีพื้นที่ตรงกลางอาคารเป็นลานโล่งที่เล่นระดับเป็นเนินเล็กๆ เพื่อให้เด็กวิ่งหรือไถรถได้ มีเครื่องเล่นให้เด็กปีนป่ายอยู่อีกด้าน ส่วนพื้นที่รอบๆ ก็เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ซึ่งให้ความร่มรื่นกับตัวอาคารอย่างมาก

ในขณะที่ห้องเรียนต่างๆ นั้นก็กระจายกันอยู่รอบๆ ลานกลางนี้ทั้งหมด ความพิเศษของการใช้พื้นที่แบบนี้อยู่ที่พื้นที่ของแต่ละชั้นจะถูกผสานเข้าด้วยกัน ทำให้พื้นที่ในบางห้องมีเพดานสูงเป็น 2 เท่าของปกติ การใช้งานในห้องนั้นจึงเกิดความน่าสนใจขึ้นมาเป็นอย่างมาก แม้แต่กับผู้ใหญ่อย่างผมเองก็ตาม

Kensington Learning Space โรงเรียนสอนพิเศษที่เชื่อว่าการเล่นคือการเรียนรู้ที่ดีที่สุด

อย่างพื้นที่ของชั้นล่างก็ประกอบไปด้วยสระว่ายน้ำที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากถ้ำ ด้วยเพดานสูงตามที่ว่ามาจึงสร้างบรรยากาศที่แตกต่างออกไปได้จริงๆ มีที่เล่นน้ำคล้ายกับการเล่นน้ำฝนเพื่อให้เด็กปรับตัวก่อนลงว่ายน้ำในสระ มีโรงอาหารสำหรับเด็กโดยเฉพาะ ห้องเรียนของที่นี่ก็มีอยู่หลายห้อง ภายในห้องไม่ได้มีโต๊ะวางอยู่เยอะ แต่จัดที่นั่งไว้ตามมุมห้อง แต่ละมุมก็มีของเล่นและอุปกรณ์คนละอย่าง ความน่าสนใจที่สุดก็คือการที่เปิดประตูห้องเรียนออกมายังพื้นที่สีเขียวภายนอกได้เลย 

Kensington Learning Space โรงเรียนสอนพิเศษที่เชื่อว่าการเล่นคือการเรียนรู้ที่ดีที่สุด

เมื่อเดินขึ้นมายังชั้นสองและชั้นสามที่เชื่อมต่อกัน เราก็จะเจอกับเลาจน์หรือห้องพักสำหรับให้เด็กนั่งรอก่อนเข้าเรียน ที่มีของเล่นต่างๆ อย่างบล็อกไม้ เลโก้ วางให้เล่นได้เลย ชั้นสองและสามก็มีห้องเรียนพิเศษเฉพาะทางมากขึ้น ทั้ง ห้องเรียนทำหุ่นยนต์ ห้องครัว ห้องเรียนคลาสดิจิทัลที่ติดกระจกเงาไว้เต็มผนังทั้งหมด มีโรงยิมที่ช่วยเน้นพัฒนาการของเด็กเล็ก สนามกีฬาในร่มซึ่งเล่นกีฬาอย่างฟุตบอลหรือบาสเกตบอลได้ มีห้องประชุมขนาดใหญ่ที่หน้าตาอลังการเหมือนในศูนย์การประชุมแต่แค่มีขนาดที่เล็กลงมาเฉยๆ

นอกจากนี้แล้วถ้าเราสังเกตดีๆ ก็จะเห็นรายละเอียดของกราฟิกต่างๆ ที่ซุกซ่อนข้อมูลและความรู้ไว้เต็มไปหมด โดยกระจายไปในจุดต่างๆ เหมือนกับต้องการให้เด็กได้สำรวจและเรียนรู้ด้วยตัวเองในทุกจุดของอาคาร นับว่าทั้งการออกแบบและการวางผังการใช้งานแตกต่างจากโรงเรียนทั่วไปเป็นอย่างมาก เราได้ถามทั้งสองคนถึงที่มาของการออกแบบพื้นที่แบบนี้

Kensington Learning Space โรงเรียนสอนพิเศษที่เชื่อว่าการเล่นคือการเรียนรู้ที่ดีที่สุด
Kensington Learning Space โรงเรียนสอนพิเศษที่เชื่อว่าการเล่นคือการเรียนรู้ที่ดีที่สุด

“ผมเป็นคนให้คุณค่าในเรื่องการออกแบบมากๆ เพราะด้วยการเรียนในเชิงที่ให้เด็กได้เล่น เด็กจึงต้องรู้สึกสนุกที่ได้มา พื้นที่ในตึกเรียนพิเศษแห่งนี้ก็เลยเป็นตึกสี่เหลี่ยมแบบธรรมดาทั่วไปไม่ได้ รวมถึงทุกห้องเรียนจะต้องเชื่อมต่อกับพื้นที่กลางแจ้ง ซึ่งเด็กออกไปได้ตลอดเวลา เพราะมีงานวิจัยมาแล้วว่า เด็กเรียนรู้ได้ดีกว่าในพื้นที่เปิด นี่คือสิ่งที่เรียกว่า Learning Ecosystem หรือบรรยากาศที่ช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ ซึ่งเราหยิบเอามาปรับใช้ในการบรีฟทางสถาปนิก

“อย่างห้องเรียนที่กระตุ้นให้เด็กเกิดความอยากรู้อยากเห็น ไม่ง่วงไม่เบื่อ ก็ต้องมีการเปิดแสงสว่างจากภายนอกเข้ามา การใช้เส้นโค้งเส้นเว้าแบบฟรีฟอร์มของอาคารที่ช่วยกระตุ้นให้เด็กอยากเรียนรู้ แต่ก็มีรายละเอียดเล็กๆ ซ่อนอยู่เหมือนกัน อย่างห้องเรียนทุกห้องของเราปรับเปลี่ยนรูปแบบการสอนได้หลากหลายมาก เพราะด้วยการที่โลกและเทคโนโลยีต่างๆ มันเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ห้องเรียนจึงควรยืดหยุ่นต่อการใช้งานให้มากที่สุด หรือพื้นที่ร้านกาแฟของเรา เวลาเด็กมาอยู่ในพื้นที่นี้ อย่างแรกที่จะทำคือปีนผนัง เพราะร้านกาแฟทั่วไปมันปีนไม่ได้ พอตรงนี้มันปีนได้เขาก็มาปีนกัน” โน้ตเล่าถึงเบื้องหลังการออกแบบอาคารแห่งนี้

Kensington Learning Space โรงเรียนสอนพิเศษที่เชื่อว่าการเล่นคือการเรียนรู้ที่ดีที่สุด
Kensington Learning Space โรงเรียนสอนพิเศษที่เชื่อว่าการเล่นคือการเรียนรู้ที่ดีที่สุด

นอกจากนี้ โน้ตยังเล่าให้ฟังต่อถึงเทคนิคการทำงานและการเลือกทีมออกแบบอาคารว่า เขาตั้งใจเลือกบริษัทสถาปนิกและอินทีเรียซึ่งทำงานร่วมกันได้ และมีการนำสถาปนิกและนักออกแบบภายในมาร่วมกันทำเวิร์กช็อปด้านแบรนดิ้งกันตั้งแต่แรกเริ่ม เพื่อออกแบบในสิ่งที่เป็นเคนซิงตันออกมาเลย ซึ่งก็เป็นวิธีการทำงานร่วมกันที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก

เราทุกคนชอบไปโรงเรียน

เราประทับใจกับรายละเอียดต่างๆ มากมายที่ตั้งใจคิด ตั้งใจสร้างขึ้น เพื่อให้ที่นี่เป็นสถานที่เรียนที่ทำให้เด็กๆ ‘ชอบไปโรงเรียน’ ได้สำเร็จแล้ว เราตั้งคำถามกับโน้ตและหนุ่ยต่อว่า เขามองเห็นอะไรในอนาคตของ Learning Space แห่งนี้

“เราอยากสร้างให้ทุกคนมีวิธีคิดต่อการเรียนที่เปลี่ยนแปลงไป การเรียนมันคือการเรียนรู้ ไม่ใช่การเรียนเพื่อสอบเข้าหรือทำคะแนน แต่มันดึงให้คนได้กลับมาคิดว่า เด็กอยากเรียนอะไร แล้วเราจะทำยังไงให้เขาไปได้ไกลกว่าแค่สิ่งที่เขาอยากเรียน วันนี้เขาอาจจะตั้งใจมาเรียนภาษา แต่เราอยากจะสร้างวิธีคิดให้เขามากกว่าแค่มาเรียนภาษาหรือทำอาหารนะ พื้นฐานวิธีคิดนี่แหละที่ทำให้เด็กทำในสิ่งที่ชอบ และสร้างความมั่นใจให้กับเด็กได้ ซึ่งความมั่นใจนี้จะทำให้เขานำไปลองผิดลองถูกเรียนรู้ด้วยตัวเองต่อไปตลอดทั้งชีวิต ซึ่งน่าจะเป็นทักษะสำคัญในการใช้ชีวิตในโลกอนาคตต่อไปจากนี้ไปจริงๆ” ทั้งคู่กล่าวทิ้งท้าย

Kensington Learning Space โรงเรียนสอนพิเศษที่เชื่อว่าการเล่นคือการเรียนรู้ที่ดีที่สุด

ติดตาม Kensington Learning Space ได้ที่ Facebook : Kensington Learning Space

Writer & Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

2 – 3 ปีที่ผ่านมา การถ่ายภาพแบบแอนะล็อกกลับมาฮิตอีกครั้งหลังจากหายไปนานเพราะเทคโนโลยีเข้ามาแทนที่ ด้วยความสนุกของการกรอฟิล์มและการจดจ่อรอภาพ ขั้นตอนต่างๆ เหล่านี้เต็มไปด้วยเสน่ห์ ทำให้การถ่ายภาพกลายเป็นงานอดิเรกของใครหลายคนทันที รวมถึงกลายเป็นกระแสที่มีคนให้ความสนใจอย่างล้นหลามมาถึงตอนนี้

แล้วการถ่ายภาพไปต่ออย่างไรได้บ้าง หลายคนอาจจะเคยเดินชมนิทรรศการตามหอศิลป์ พบการจัดแสดงภาพถ่ายที่น่าสนใจทั้งจากช่างภาพคนไทยและต่างประเทศ แต่ก็ยังไม่มีพื้นที่สำหรับศิลปะภาพถ่ายครบวงจรจริงๆ

เมื่อไม่นานมานี้ มีการรวมตัวช่างภาพจากต่างสาขามาร่วมสร้างความหวังและความฝันของช่างภาพไทยหลายๆ คนให้เกิดขึ้นจริง เราชวน ทอม-ธีระฉัตร โพธิสิทธิ์ ช่างภาพเจ้าของผลงาน ‘The Last Farewhale’ เซ็ตภาพถ่ายแฟชั่นกับซากวาฬบรูด้า ที่เรียกให้ผู้คนหันมาสนใจชีวิตของสัตว์ทะเลในไทยใกล้สูญพันธ์ ผ้าป่าน-สิริมา ไชยปรีชาวิทย์ ช่างภาพผู้หลงใหลภาพถ่ายขาว-ดำ ผู้ร่วมก่อตั้ง GroundControl และ อีฟ-มาริษา รุ่งโรจน์ ช่างภาพท่องเที่ยวจากเพจ ABOVE THE MARS ผู้ผ่านการเดินทางมานับครั้งไม่ถ้วน พวกเขาทั้งสามคนเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง ‘Hub of Photography’ หรือเรียกสั้นๆ ว่า HOP ที่จะมาร่วมสนทนาถึงสถานที่แห่งความฝัน ซึ่งซ่อนอยู่ลึกๆ ภายในใจของพวกเขา

ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ชื่นชอบภาพถ่าย หรือชื่นชอบการถ่ายภาพ HOP อยากชวนคุณเดินเข้ามาเติมเต็มพื้นที่ของชุมชนคนรัก ‘ภาพถ่าย’ และมากไปกว่านั้น ที่นี่ยังอยากเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนช่างภาพไทยให้พัฒนาศักยภาพ เพื่อไปสู่เวทีระดับโลกผ่านการใช้พื้นที่ ทั้งแลกเปลี่ยนความคิดและเติมเต็มความรู้จากช่างภาพด้วยกันเอง ช่างภาพผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน รวมถึงสมุดภาพราคาแพงที่เราอาจจะไม่กล้าเปิดอ่านในร้านขายหนังสือทั่วไป แต่ที่นี่ยินดีให้คุณเปิดอ่านมันอย่างเต็มที่ ใช้พื้นที่อย่างเต็มที่ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า พื้นที่นี้จะกลายเป็นแหล่งแฮงก์เอาต์แสนสบายใจสำหรับเหล่าช่างภาพ และเป็นมิตรสำหรับคนใหม่ๆ ที่กำลังจะก้าวเข้าไปทำความรู้จักกับศิลปะภาพถ่าย

Hub of Photography ชุมชนที่ตั้งใจขับเคลื่อนวงการภาพถ่าย และเป็นพื้นที่ของคนรักกล้องทุกคน
Hub of Photography ชุมชนที่ตั้งใจขับเคลื่อนวงการภาพถ่าย และเป็นพื้นที่ของคนรักกล้องทุกคน

กำเนิดชุมชนคนรักภาพถ่าย

จุดเริ่มต้นของพื้นที่แห่งนี้มาจากความตั้งใจของผู้บริหาร Seacon Development เจ้าของพื้นที่บริเวณชั้น 3 ของ MUNx2 ซีคอนแสควร์ ศรีนครินทร์ ซึ่งกำลังจะมีการพัฒนาพื้นที่ใหม่ เพื่อตอบโจทย์กระแสที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะภาพถ่าย ซึ่งผู้บริหารชื่นชอบเป็นการส่วนตัว และอยากสนับสนุนศิลปะแขนงนี้ให้ทุกคนสัมผัสความงามได้มากยิ่งขึ้น

“ความน่าสนใจคือ การทำพื้นที่ของ HOP ไม่ได้เกิดจากแพสชันของเรากับผู้บริหารเท่านั้น แต่มาจากความต้องการของผู้บริโภคในยุคนี้ด้วยที่ชอบงานภาพถ่าย แล้วก็ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่ายุคนี้ทุกคนถ่ายภาพด้วยตัวเองได้ มันก็กลายมาเป็นหมุดหมายของการพัฒนาที่อยากให้เกิดพื้นที่สำหรับช่างภาพขึ้นมาให้ได้” ทอมเกริ่นเข้าประเด็น

เมื่อมีพื้นที่และคนที่สนใจ ขั้นต่อไปเป็นการตามหาคนที่มีความรู้มาเติมเต็มความสมบูรณ์ของพื้นที่

“พวกเราสามคนจับพลัดจับผลูฟอร์มทีมขึ้นมาจากการชักชวนของอีฟ เป็นการรวมตัวช่างภาพจากคนละแขนง คนละความเห็น และคนละแง่มุม แต่มีจุดร่วมเดียวกัน นั่นคือพวกเราเป็นช่างภาพ ฉะนั้นชุมชนนี้จึงเกิดขึ้นจากมุมมองของคนที่อยู่ในอุตสาหกรรมนี้จริงๆ” ผ้าป่านเล่าจุดเริ่มต้นของการโคจรมาเจอกัน

ผ้าป่านเองมาจากสายช่างภาพสตรีท อีฟมาจากสายช่างภาพออนไลน์ เน้นสื่อสารกับคนอย่างกว้างขวาง ส่วนทอมมาจากสายแฟชั่นและสารคดีที่สื่อสารประเด็นชัดเจนลงไปในงาน การมาจากสายที่ต่างกันนี้เอง ทำให้เพื่อนหรือชุมชนที่พวกเขาอยู่นั้นมีความหลากหลาย จึงสำรวจปัญหาและความต้องการของช่างภาพได้อย่างทั่วถึง

เมื่อองค์ประกอบพร้อมแล้ว ทั้งสามคนก็เริ่มแบ่งปันปัญหาและประสบการณ์ที่พบเจอจากการทำงานช่างภาพ รวมถึงสำรวจชุมชนภาพถ่ายจากต่างประเทศ นั่งทบทวนแล้วนำบทสรุปที่ได้ไปสร้างพื้นที่ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

Hub of Photography ชุมชนที่ตั้งใจขับเคลื่อนวงการภาพถ่าย และเป็นพื้นที่ของคนรักกล้องทุกคน
Hub of Photography ชุมชนที่ตั้งใจขับเคลื่อนวงการภาพถ่าย และเป็นพื้นที่ของคนรักกล้องทุกคน

ความเป็นไปของอุตสาหกรรม

ถึงแม้ว่าการเสาะหาความรู้บนโลกอินเทอร์เน็ต มีเนื้อหาจำนวนมากให้เหล่าช่างภาพเลือกศึกษาตามความสนใจ และเทคโนโลยีใหม่ๆ ก็อาจทำให้พวกเขามีตัวเลือกในการสร้างสรรค์ผลงานมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน ช่างภาพมือใหม่หลายคนก็ยังไม่แน่ใจในแนวทาง ประเภทของภาพถ่ายที่ตัวเองสนใจ และอยากเจาะจงทำงานต่อ เพราะประเทศไทยไม่มีพื้นที่หรือชุมชนเกี่ยวกับภาพถ่ายปรากฏตัวขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ช่างภาพหลายคนก็อาจจะต้องการวงสนทนา สำหรับแลกเปลี่ยนความคิดและมุมมองที่มีต่อสิ่งต่างๆ สร้างแรงขับเคลื่อนใหม่ๆ ในการสร้างสรรค์ผลงาน

“จุดนี้เลยกลายเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบอย่างสร้างสรรค์ของ Hub of Photography เรื่องการพัฒนาทักษะต่างๆ ผ่านเวิร์กชอป เราพยายามดึงหลายคนจากหลายวงการมาเจอกัน ณ พื้นที่ที่เราพยายามทำให้เป็นพื้นที่ปลอดภัย หวังว่าจะปลอดภัยกับทุกคน อยากให้คนมาเจอกัน แล้วแลกเปลี่ยนความคิด แลกเปลี่ยนประสบการณ์ เพราะว่าวงการภาพถ่ายไทย เรามีคอมมูนิตี้ที่มีช่างภาพเก่งๆ เยอะมาก” ทอมชูเป้าหมายหนึ่งของการสร้างพื้นที่ขึ้นมา

นอกจากปัญหาที่ช่างภาพต้องเผชิญ ภาครัฐไม่ได้เห็นความสำคัญและสนับสนุนงานศิลปะมากพอ ส่งผลให้ระบบอุตสาหกรรมภาพถ่ายในไทยไม่อาจสร้าง ‘ศิลปิน’ ให้กลายเป็นอาชีพที่มั่นคง เนื่องจากระบบไม่เอื้อให้ผู้คนเห็นคุณค่าและความงามของงานศิลปะ ผลลัพธ์จึงกลายเป็นว่ามีผู้ผลิตอยู่มาก แต่ผู้ซื้อกลับมีจำนวนน้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด 

“จริงๆ มันต้องเป็นไปด้วยกันในองค์รวม มี HOP อย่างเดียวก็ไม่ได้ ควรจะมีหอศิลป์อื่นที่สนับสนุนวงการช่างภาพในแง่ของการนำเสนองาน จัดแสดงงาน แม้กระทั่งมีการให้ความรู้กับบุคคลทั่วไปในเรื่องการเริ่มสะสมงาน หรือเรื่องลิขสิทธิ์งานภาพถ่ายที่คนยังไม่ค่อยเข้าใจ” ผ้าป่านเล่าปัญหาทั้งภาพใหญ่และภาพเล็กของวงการนี้ให้ฟัง

กว่า 6 เดือนของการเริ่มต้น พร้อมให้ทุกคนทำความรู้จักศิลปะภาพถ่ายกันแล้ว

Hub of Photography ชุมชนที่ตั้งใจขับเคลื่อนวงการภาพถ่าย และเป็นพื้นที่ของคนรักกล้องทุกคน
Hub of Photography ชุมชนที่ตั้งใจขับเคลื่อนวงการภาพถ่าย และเป็นพื้นที่ของคนรักกล้องทุกคน
Hub of Photography ชุมชนที่ตั้งใจขับเคลื่อนวงการภาพถ่าย และเป็นพื้นที่ของคนรักกล้องทุกคน

พื้นที่ที่เป็นมากกว่าแกลเลอรี่

Hub of Photography ไม่ได้มีเพียงพื้นที่จัดนิทรรศการเท่านั้น แต่ยังรวบรวมความต้องการหลายๆ ด้านของช่างภาพและคนรักภาพถ่าย เพื่อสนับสนุนการทำงานและความคิดที่จะพัฒนาต่อยอดได้มากยิ่งขึ้น ทางทีมผู้ก่อตั้งปรึกษาหารือกันถึงภาพของแกลเลอรี่ที่อยากให้เกิดขึ้น จนกลายเป็น HOP ที่มีพื้นที่กิจกรรมทั้งหมด 5 โซนด้วยกัน

‘HOP PHOTO GAELLERY’ ห้องจัดแสดงนิทรรศการหลักที่จะหมุนเวียนไปเรื่อยๆ ซึ่งทีมผู้ก่อตั้งอยากให้เป็นมาตรฐานของการจัดพื้นที่แสดงงานต่อๆ ไปด้วย ทั้งสามคนตั้งใจกับพื้นที่ตรงนี้มากๆ ช่วยกันออกแบบระบบไฟ เลือกกระเบื้อง คำนึงถึงความสว่างที่เหมาะสม และควบคุมอุณหภูมิสีของไฟที่จะส่งผลต่อภาพจัดแสดง เรียกได้ว่าพิถีพิถันทุกองศา สำหรับทุกอย่างในห้องจัดแสดงที่มาจากการเก็บเกี่ยวประสบการณ์ของทั้งสามคน 

ทอมถามเราถึงความรู้สึกเมื่อเข้าไปในพื้นที่ เราตอบไปว่า ในห้องจัดแสดงดูสบายตาและเป็นมิตรมาก ซึ่งปกติเวลาที่เราเดินชมงานนิทรรศการหลายแห่ง จะรู้สึกเดินแล้วตัวเกร็งๆ บางทีก็ไม่แน่ใจว่าต้องเอาตัวเองไปวางไว้ตรงไหนในพื้นที่นั้น แต่สำหรับ HOP เรารู้สึกต่างออกไป ทอมดูอิ่มอกอิ่มใจกับความเห็นของเราอยู่ครู่ใหญ่ เพราะเหมือนได้รับการยืนยันด้วยหูของตัวเองว่า รายละเอียดเล็กๆ ที่พวกเขาตั้งใจออกแบบ มีคนเห็นและสัมผัสมันได้จริงๆ

‘WHOOP!’ พื้นที่นี้อาจจะไม่ได้ใหญ่มากเท่าห้องจัดแสดงหลัก แต่เป็นแกลเลอรี่ที่ ‘ทุกคน’ สนุกกับมันได้ WHOOP! เปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปเข้ามาแสดงนิทรรศการ เพราะทีมผู้ก่อตั้งอยากให้พื้นที่นี้เป็นพื้นที่ของทุกๆ คน

‘FOTO INFO Learning Center’ สตูดิโอที่อยากเชิญชวนทุกคนมาทดลองถ่ายภาพ โดยมีทีม FOTOINFO เข้ามาช่วยดูแลอุปกรณ์และให้ความรู้ ตลอดจนเทคนิคการถ่ายภาพ ทั้งถ่ายภาพสินค้าและการจัดแสงในรูปแบบต่างๆ

‘HOP Club’ ผู้ก่อตั้งทั้งสามคนตื่นเต้นกับส่วนนี้มาก พวกเขาถือว่า พื้นที่นี้จะเป็นอีกฟันเฟืองหนึ่งในการสนับสนุนให้ช่างภาพเติบโตต่อไป ในพื้นที่มีทั้ง Photobook Gallery ห้องสมุดภาพที่ทำงานร่วมกับคนมากประสบการณ์อย่าง ปิ่น-วิทิต จันทามฤต Vacilando และ เชน สุวิกะปกรณ์กุล Hardcover, Serindia Gallery คัดเลือกหนังสือมาเป็นจำนวนหลายร้อยเล่ม รวมถึงการจัดกิจกรรมที่เชื่อมโยงกับร้านหนังสือต่างๆ และ Merchandise Gallery ร้านจัดจำหน่ายสมุดภาพของศิลปิน 

เราเข้าไปทดลองเปิดอ่านดูแล้ว ถ้าชอบ อยากอุดหนุน ก็สแกนคิวอาร์โค้ดจ่ายเงินให้กับศิลปินโดยตรง และหยิบสมุดภาพเล่มนั้นกลับบ้านได้เลย

‘Common Space’ เมื่อสถานการณ์โควิด-19 ผ่อนคลายลงแล้ว พื้นที่ตรงนี้จะมีเวิร์กชอปจาก Gift Lee ช่างภาพที่จะชวนพูดคุยถึงการทำให้ศิลปะและการถ่ายภาพเป็นเรื่องเข้าใจง่าย สำหรับคนที่เริ่มต้นถ่ายภาพโดยเฉพาะ นอกจากกิจกรรมให้ความรู้แล้ว ก็จะมีกิจกรรมเปิดตลาดกล้อง อุปกรณ์ถ่ายภาพ และร้านพิมพ์ภาพมาออกบูทด้วย

ชุมชนภาพถ่ายครบวงจรแห่งแรกของประเทศไทยบนห้างซีคอนสแควร์ ที่อยากขับเคลื่อนอุตสาหกรรมภาพถ่ายไทยทัดเทียมระดับสากล
ชุมชนภาพถ่ายครบวงจรแห่งแรกของประเทศไทยบนห้างซีคอนสแควร์ ที่อยากขับเคลื่อนอุตสาหกรรมภาพถ่ายไทยทัดเทียมระดับสากล

SELFPRESSION แนะนำตัวตนผ่านภาพถ่ายสู่คนใหม่ๆ

“เราอยากสื่อสารกับทุกๆ คนว่า พื้นที่ตรงนี้ไม่ใช่ของคนใดคนหนึ่ง เพราะว่าเราสร้างสิ่งนี้เพื่อวงการช่างภาพ เพราะฉะนั้น เราจะทำยังไงให้คนรู้ว่าการรวบรวมช่างภาพในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นการแสดงงานภาพถ่ายที่เฉพาะเจาะจงความชอบของพวกเราเท่านั้น ก็เลยรวบรวมช่างภาพหนึ่งร้อยคน จากหลากหลายสาขา หลากหลายอายุและเพศ มีต่างประเทศด้วย” ผ้าป่านอธิบายถึงช่างภาพที่ชักชวนมาจัดแสดงงาน ซึ่งทางทีมก็ขยายชุมชนออกไปมากขึ้นด้วย

สำหรับนิทรรศการการเปิดตัว ทางทีมผู้ก่อตั้งทั้งสามได้ลงมือคัดเลือกภาพถ่ายด้วยตัวเอง ถึงแม้ว่าเนื้อหาของงานเป็นภาพจำนวน 100 ภาพ แต่ความจริงแล้ว ภาพทั้งหมดนั้นมาจาก 99 ช่างภาพเท่านั้น ส่วนอีกภาพหนึ่งที่เหลือ ทาง HOP ตั้งใจให้เป็นกระจกที่สะท้อนตัวคนที่ถ่ายภาพใบนั้นเอาไว้ในห้อง WHOOP!

“ระหว่างทางของการจัดนิทรรศการ SELFPRESSION เป็นกระบวนการทำงานที่น่าสนใจมากๆ เพราะเราสามคนมาจากคอมมูนิตี้ของวงการช่างภาพที่ต่างกัน ส่วนตัวผมเอง ผมได้รู้จักช่างภาพจากคอมมูนิตี้ของอีฟ คอมมูนิตี้ของผ้าป่าน เราช่วยผลักดันพวกเขา ขณะเดียวกันก็ทำให้เราเรียนรู้กระบวนการทำงานและวิธีการเติบโตของแต่ละคน” 

และด้วยความที่เราก็มีความสนใจด้านภาพถ่ายเช่นกัน เราลองถามถึงเรื่องการเปิดรับภาพถ่ายจากคนที่ไม่ใช่ช่างภาพมือโปรหรือบุคคลทั่วไปดู เผื่อว่าวันหนึ่งเราหรือผู้อ่านสนใจ จะได้ติดตามและส่งภาพเข้าไปที่ HOP บ้าง

“หลังจากนี้เราจะมีการ Open Call สำหรับบุคคลทั่วไป เราอยากรู้จักทุกคนนะคะ อยากรู้จักช่างภาพทุกคน อยากรู้จักทั้งช่างภาพมืออาชีพ ช่างภาพมือสมัครเล่น และอยากรู้จักคนที่รักในงานภาพถ่าย เพราะฉะนั้น เราพยายามจะสร้างพื้นที่เพื่อให้เกิดเครือข่ายขึ้น ช่างภาพจะเดินมาหาเราอย่างเดียวไม่ได้ เราก็ต้องเดินไปหาพวกเขาเหมือนกัน” 

เราอยากหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายภาพอีกครั้ง เผื่อจะร่วมแบ่งปันเรื่องราว ณ พื้นที่แห่งนี้กับเขาบ้าง

ชุมชนภาพถ่ายครบวงจรแห่งแรกของประเทศไทยบนห้างซีคอนสแควร์ ที่อยากขับเคลื่อนอุตสาหกรรมภาพถ่ายไทยทัดเทียมระดับสากล

มาตรฐานที่อยากไปให้ถึง

นอกจากห้องผนังสีขาว กระเบื้องลายไม้ที่มีความอบอุ่นสบายตาแล้ว Hub of Photography ยังอยากเป็นแพลตฟอร์มที่สนับสนุนศิลปิน ทั้งงานจัดแสดง งานขาย งานแลกเปลี่ยนความรู้และมุมมองต่างๆ อีกด้วย

“ป่านว่าการที่มีพื้นที่ทางกายภาพแบบนี้ พอมันเกิดขึ้นมาแล้ว ก็เป็นเหมือนกับจุดที่ไปย้ำเตือนบรรดาช่างภาพที่เป็นเพื่อนๆ เราเนี่ยแหละว่า เฮ้ย คอมมูนิตี้ที่เราจะสร้าง มันเริ่มเห็นแล้วว่าเราจะไปทางไหน แล้วมันจะเติบโตไปแบบในลักษณะไหน พอพื้นที่มันเปิดแล้ว เลยเหมือนเป็นระลอกสองที่สร้างความตื่นเต้นให้คนอยากมาพื้นที่นี้

“ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ใช่แค่ช่างภาพ เพราะว่ากลุ่มภัณฑารักษ์ที่เราเชิญมาดูพื้นที่ เราก็จะคุยในแง่ของลักษณะการทำงานจริงๆ ในแง่ของตัวแกลเลอรี่ เหมือนได้มาตรฐานเดียวกับของเมืองนอกว่า โอเค ศิลปินจะมาแสดงต้องมีการคัดเลือกภาพแบบไหน มีวิธีการติดตั้งยังไงให้ได้คุณภาพ หรือว่าระบบไฟอะไรที่จะนำเสนองานศิลปินได้ดีที่สุด หรือการจะมีเงินทุนสนับสนุนศิลปินในการผลิตงาน มีค่าจ้างผู้ดูแลหรือเหล่าภัณฑารักษ์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นที่เมืองนอก แม้ว่าในเมืองไทย อุตสาหกรรมนี้ไม่ได้แข็งแรงขนาดนั้น แต่เราพยายามจะทำให้มาตรฐานตรงนี้ทัดเทียมกับของเมืองนอก” 

ผ้าป่านย้ำถึงการผลักดันช่างภาพหน้าใหม่ไปสู่เวทีโลกได้มากขึ้น ที่ผ่านมามีช่างภาพไทยจำนวนไม่น้อยได้รับโอกาสในการจัดแสดงงานระดับสากล ผู้ก่อตั้งทั้งสามมองเห็นศักยภาพคนไทยที่จะพัฒนา และต่อยอดผลงานเพื่อทะยานสู่ระดับโลก และมาตรฐานเหล่านี้ ทีมงานรีบออกตัวกับเราก่อนว่า HOP ไม่ใช่ที่แรกๆ ที่สร้าง โอ๋-ปิยะทัต เหมทัต และ มานิต ศรีวานิชภูมิ ผู้จัดงาน Photo Bangkok พยายามจะสร้างเทศกาลภาพถ่ายด้วยเช่นกัน 

นี่จึงไม่ใช่การเดินทางในการเพิ่มมาตรฐานการจัดแสดงงานศิลปะอย่างโดดเดี่ยวแน่นอน

ชุมชนภาพถ่ายครบวงจรแห่งแรกของประเทศไทยบนห้างซีคอนสแควร์ ที่อยากขับเคลื่อนอุตสาหกรรมภาพถ่ายไทยทัดเทียมระดับสากล

ผลลัพธ์ของการสร้างพื้นที่และรู้จักผู้คนที่หลากหลาย

แน่นอนว่าการสร้างอะไรบางอย่างมักมีผลลัพธ์ตามมาเสมอ ทั้งผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและผลลัพธ์ที่มาจากความรู้สึก โดยเฉพาะความรู้สึก ‘สนุก’ และ ‘มีความสุข’ ที่ได้ลงมือทำสิ่งที่พวกเขาเคยฝันเอาไว้

“ความสนุกของผมน่าจะเป็นการที่เราได้ออกจากคอมฟอร์ตโซนจริงๆ เพราะว่ามันเป็นโปรเจกต์ใหญ่มาก ระหว่างทางเราได้เรียนรู้ เราได้สะท้อนกลับมาดูตัวเองด้วยว่า เราทำอะไรเพื่อขับเคลื่อนวงการภาพถ่ายได้บ้าง ในขณะเดียวกัน เราได้ค้นพบศิลปิน ได้รู้จักเพื่อนใหม่ ได้รู้จักคนในวงการอื่นที่ทำงานด้านนี้มาอย่างยาวนานหรือเพิ่งเริ่มต้น แล้วเราใช้ประสบการณ์และพื้นที่ตรงนี้เพื่อสนับสนุนเขาได้จริงๆ ผมถือว่าเป็นความสนุกอย่างหนึ่งของผม แต่ไม่แน่ใจว่าทั้งสองคนสนุกด้วยรึเปล่า” ทอมพูดทีเล่นทีจริงพร้อมเสียงหัวเราะ แต่ทำให้เราเห็นความตั้งใจของเขาอย่างชัดเจน

“อีฟสนุกตรงที่ไอเดียไม่ถูกจำกัด เวลาเราคิดจะทำอะไรแล้วสุดท้ายเราทำได้ มันท้าทายมากๆ เป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่มากเลยนะ แต่เราก็ยังต้องทำมันต่อไปเรื่อยๆ” อีฟแบ่งปันความรู้สึกที่ท้าทายความสามารถมากขึ้นกว่าเดิม

“คำถามทำให้ตาเป็นประกายมากค่ะ” ผ้าป่านตอบทันทีด้วยแววตาสุกสกาว 

“ระหว่างทำ เราคิดเรื่องนี้หลายรอบมาก มันเป็นความฟินที่ว่า ตอนฉันแสดงงานแล้วฉันอยากได้สิ่งนี้ มันต่อยอดจากความต้องการในฐานะศิลปิน พอโตขึ้น เรามีมุมมองที่เปลี่ยนไป เราไม่ได้มองในมุมที่เป็นศิลปินอย่างเดียว พอเราเดินทาง เราเติบโตเพราะได้เห็นสิ่งต่างๆ มาเยอะ ก็รู้สึกว่าอยากให้ประเทศไทยมีบ้าง พอมันมี แล้วเกิดขึ้นจากที่เรามีคนร่วมออกแบบด้วย เราไม่ได้ฟินคนเดียว มีพี่ทอมกับอีฟฟินด้วย ป่านว่านี่คือความสุขของคนทำงาน” 

นอกจากทุกคนจะได้รับประโยชน์อย่างล้นหลาม ทีมผู้ก่อตั้งก็ได้รับบทเรียนเช่นกัน ทั้งออกจากคอมฟอร์ตโซนของตัวเอง ได้เจอความท้าทายที่เข้ามาพร้อมๆ กัน ได้คิดในมุมมองที่กว้างขวางขึ้นในฐานะผู้คัดเลือกผลงาน

ทอมย้ำกับเราอย่างจริงจังว่า เขาอดใจรอไม่ไหวที่จะได้เห็นปาร์ตี้ของชุมชนนี้ เพื่อนพี่น้องในวงการรวมถึงคนใหม่ๆ ที่สนใจในศิลปะภาพถ่ายมาพูดคุย พบปะ สังสรรค์กัน เมื่อวิกฤตการณ์คลี่คลายไปแล้ว

แม้ท้ายที่สุดแล้ว สถานที่นี้จะไม่อาจขับเคลื่อนวงการภาพถ่ายทั้งหมดได้ เพียงแต่พื้นที่แห่งนี้จะเป็นหนึ่งฟันเฟืองสำคัญที่ทำให้คนเข้าใจ มองเห็น และหลงรักเสน่ห์ของภาพถ่ายมากขึ้น

ชุมชนภาพถ่ายครบวงจรแห่งแรกของประเทศไทยบนห้างซีคอนสแควร์ ที่อยากขับเคลื่อนอุตสาหกรรมภาพถ่ายไทยทัดเทียมระดับสากล

HOP : Hub of Photography 

ที่ตั้ง : ชั้น 3, MUNx2 Seacon Square Srinakarin ถนนศรีนครินทร์ แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพฯ (แผนที่)

เปิดบริการ : ทุกวัน เวลา 11.00 – 19.00 น.

Facebook : HOP Hub of Photography

Instagram : @hubogphotography

Writer

ชลณิชา ทะภูมินทร์

นักเล่าเรื่องฝึกหัดกำลังตามหาความฝันที่หล่นหาย คนน่าน-เชียงใหม่ที่รักบ้านเกิดแต่ก็หลงรักการเดินทาง

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load