ผมเข้ามาในถนนบางพรม ถนนเล็กๆ ที่แยกมาจากถนนราชพฤกษ์ เพียงไม่กี่ร้อยเมตรจากถนนใหญ่ก็ได้เจอตึก 3 ชั้นหน้าตาเหมือนยานอวกาศ ด้วยเส้นโค้งมนแบบฟรีฟอร์มของอาคารด้านนอก แต่ยังคงแวดล้อมไปด้วยต้นไม้เขียวครึ้มที่ให้ร่มเงาแสนผ่อนคลาย

ด้วยสีขาวของอาคารตัดกับวัสดุอย่างไม้และต้นไม้ใหญ่เขียวครึ้ม ถ้าไม่มีคนบอก (หรือถึงมีก็คงไม่เชื่อ) คงไม่มีทางรู้ได้หรอกว่า ตึกรูปทรงแสนสวยตรงหน้านี้คือตึกเรียนพิเศษ แล้วเหตุผลที่หน้าตามันแตกต่างไปจากตึกเรียนพิเศษแบบที่เราคุ้นชินกันนั้น ก็เพราะว่าที่นี่คือ โรงเรียนสอนพิเศษที่เชื่อว่าการเล่นคือการเรียนรู้ที่ดีที่สุดสำหรับเด็กๆ วัยอนุบาลไปจนถึงประถมศึกษา และชื่อของที่นี่คือ Kensington Learning Space

Kensington Learning Space โรงเรียนสอนพิเศษที่เชื่อว่าการเล่นคือการเรียนรู้ที่ดีที่สุด

ตึกเรียนพิเศษในความคิด ความทรงจำ ของผมและคนอีกหลายคน ส่วนมากคงเป็นตึกทรงสี่เหลี่ยม มีห้องเรียนสี่เหลี่ยมบรรจุอยู่ภายในมากมาย เด็กๆ ก็จะถูกส่งเข้าไปเรียนพิเศษเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นด้านวิชาการเพื่อผลสอบ หรือด้านความสามารถพิเศษอย่างศิลปะ ดนตรี กีฬา หรืออะไรก็ว่าไป

ด้วยวิธีการเรียนการสอนแบบ ‘เรียนพิเศษ’ ที่เน้นให้เห็นผลลัพธ์การเรียนอย่างชัดเจน จึงมีการเรียนที่เข้มงวด เด็กหลายคนมีผลสอบที่ดี มีความสามารถพิเศษรอบด้าน อย่างเล่นกีตาร์หรือดีดเปียโนได้ราวกับศิลปินมาเล่นเอง แต่เด็กจำนวนมากมักจะมีตอนจบคือ ความสนุกในการเรียนรู้สิ่งต่างๆ หมดลงไป และเกลียดวิชาเหล่านั้นในเวลาต่อมา แน่นอนว่าผมก็เป็นคนหนึ่งในนั้นกับหลายวิชาที่เรียน

นี่จึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจมากเมื่อการเล่นจะกลายเป็นการเรียน หรือการเรียนเกิดขึ้นได้แบบเล่นๆ ในวันที่โรงเรียนส่วนมากของประเทศนี้ยังคงใส่ใจกับการใช้อำนาจผ่านกฎระเบียบ โดยเฉพาะเรื่องทรงผมบนหัว จนสร้างให้โรงเรียนเป็นสถานที่น่าชังในสายตาเด็ก

ถ้าไม่เป็นแบบนั้น ในอนาคต เด็กๆ หลายคนก็อาจจะยังรักในการเรียน รักในการได้ค้นคว้าหาความรู้ใหม่ และคงจะเหมาะอย่างยิ่งกับโลกในปัจจุบัน ที่เราทุกคนต้องเรียนรู้สิ่งใหม่เพื่อทำงานกันตลอดเวลา

แม้คอนเซปต์ของโรงเรียนแห่งนี้จะน่าสนใจ แต่สิ่งที่เราเคยเจอและฝังหัวมาตลอด ก็ทำให้เราตั้งคำถามถึงวิธีการเล่นว่ามันจะเป็นการเรียนรู้ได้ยังไง และโรงเรียนหน้าตาแบบนี้เอื้อให้การเรียนแบบเล่นๆ นี้ได้อย่างไรบ้าง ซึ่งแน่นอนว่าคงไม่มีใครตอบได้ดีไปกว่าผู้ก่อตั้ง ผมเลยนัดกับผู้ก่อตั้ง Kensington Learning Space อย่าง โน้ต-นิติพันธ์ พันธุ์วิโรจน์ และ หนุ่ย-วราภรณ์ กาญจนวัฒน์ พันธุ์วิโรจน์ ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งโรงเรียนอนุบาล Kensington International Kindergarten ที่อยู่ข้างๆ กันนี้อีกด้วย เพื่อให้มาช่วยตอบคำถามเรื่องการเล่นให้เป็นเรียน 

ถ้าพร้อมแล้ว ขอให้ทุกคนทิ้งตัวตนผู้ใหญ่ และคิดย้อนกลับไปในวันที่เรายังเป็นเด็ก ที่ชอบลุยบ่อลูกบอล เล่นสไลเดอร์ ว่ายน้ำ วิ่งไปรอบสนามหญ้า และเข้าไปยังตึกเรียนพิเศษแห่งนี้กันเลย ผมขอรับรองว่า การได้เห็นด้านในนั้น จะทำให้คุณอยากกลับไปเป็นเด็กอีกครั้งเลยจริงๆ และขอสปอยล์ไว้ตรงนี้เลยว่า ค่าเรียนแต่ละคอร์สนั้นไม่แพง เริ่มต้นที่หลักไม่กี่ร้อยบาทต่อครั้งเท่านั้นเอง

Kensington Learning Space โรงเรียนสอนพิเศษที่เชื่อว่าการเล่นคือการเรียนรู้ที่ดีที่สุด

คบเด็กสร้างโรงเรียน

โน้ตและหนุ่ยเล่าให้ฟังถึงไอเดียตั้งต้นของที่นี่ ซึ่งความคิดในการก่อตั้งโรงเรียนอนุบาลเมื่อราวสิบปีก่อน มาจากหลังทั้งสองรู้ว่ากำลังจะมีลูกคนแรก

“ตอนนั้นที่เราสองคนรู้ว่ากำลังจะมีลูก ผมและภรรยาก็มานั่งคุยกันว่าจะทำอะไรให้ลูกได้บ้าง ก็มาเจอว่าสิ่งที่เราทั้งสองคนได้ใช้ประโยชน์อย่างมากในการทำงานจนได้รับการยอมรับจนถึงทุกวันนี้ ก็คือระบบการศึกษาที่สอนให้เรามีวิธีคิดเป็นของตัวเอง ซึ่งนำไปต่อยอดกับการเรียนต่อและการทำงานได้ ซึ่งสิ่งที่เราทั้งสองคนอยากให้ลูกโตขึ้นมาในสภาพแวดล้อมและโรงเรียนแบบนั้นมันยังไม่มี เราเลยเกิดแรงบันดาลใจในการเริ่มต้นคิดทำโรงเรียนขึ้นมา 

“หลังจากนั้นเราเริ่มค้นคว้าหลักสูตรการศึกษาจากหลายประเทศ จนมาเจอกับหลักสูตรการเล่นเพื่อเรียนรู้หรือ Play-based Learning ซึ่งพอได้ศึกษาไปมากยิ่งขึ้น ก็ทำให้เราเชื่อมั่นและเห็นประโยชน์ของการเรียนแบบนี้ เลยได้เริ่มต้นทำโรงเรียนอนุบาลเคนซิงตันขึ้นมา โดยมีทั้งหลักสูตรการเล่นเพื่อเรียนรู้ให้เด็กได้เป็นเด็ก ไปจนถึงทำตัวอาคารที่มีพื้นที่รองรับรูปแบบการเรียนแบบนี้ด้วย” ทั้งสองคนเล่าถึงตอนที่เริ่มต้นทำโรงเรียนอนุบาล

ผมถามทั้งคู่ต่อไปว่า อะไรทำให้เชื่อมั่นในระบบการเรียนแบบเล่นๆ นี้ ในวันที่ผู้ใหญ่ทุกคนแยกเรื่องเรียนออกจากเรื่องเล่น

Kensington Learning Space โรงเรียนสอนพิเศษที่เชื่อว่าการเล่นคือการเรียนรู้ที่ดีที่สุด

“เราทั้งสองคนทำการบ้านหาหลักสูตรการเรียนการสอนของแต่ละประเทศ จนมาค้นเจอว่า ที่ประเทศอังกฤษ เขาใช้ระบบการเรียนแบบเล่นนี้อย่างจริงจัง พอเราได้ศึกษาไปมากขึ้นเรื่อยๆ ก็ยิ่งเห็นว่ามันไม่เหมือนกับที่เราเคยเรียนมาเลย และรู้สึกว่าใช่ คือด้วยแบ็กกราวด์ของผมที่ทำงานเป็นที่ปรึกษาด้าน Leadership Development ให้หลายองค์กรมาหลายปี

“ผมทำงานเป็นคนสอนทักษะ วิธีคิด และวิธีการแก้ปัญหาให้กับบรรดาผู้บริหารในองค์กรมาโดยตลอด เลยมีความมั่นใจมากว่า ต่อไปในอนาคต วิธีคิด ทักษะการทำความเข้าใจในการเรียนรู้สิ่งต่างๆ ทักษะ Critical Thinking ไปจนถึงทัศนคติที่ติดตัวเด็กไป จะช่วยให้เขามีโอกาสมากกว่า ในโลกยุคที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วแบบนี้ ซึ่งพอได้ลองอ่านรายละเอียดไปมากๆ เราก็เริ่มเข้าใจและเห็นว่ามันสมเหตุสมผล อย่างการเล่นนี้มันจะทำให้เด็กอายุสามขวบมีพัฒนาการทางร่างกาย ช่วยให้สื่อสารและควบคุมอารมณ์ตัวเองเวลาอยู่ร่วมกับคนอื่นได้

“โดยส่วนตัว เราทั้งคู่เชื่อว่า เด็กทุกคนนั้นไม่เหมือนกัน มีความสนใจคนละอย่าง มีนิสัยคนละอย่าง การต้องมาเรียนหนังสือไปพร้อมๆ กันตั้งแต่หน้าแรกจนถึงหน้าสุดท้ายจึงเป็นอุปสรรคต่อเด็กหลายคนมาก ถ้าให้อธิบายคือ โรงเรียนทั่วไปมีหลักสูตรมาเป็นหนังสือเล่มหนึ่ง เปิดหน้าหนึ่งแล้วไล่ไปเรื่อยๆ หน้าสอง หน้าสาม จนหมดเล่ม

“แต่ของที่นี่เราไม่ได้มีหลักสูตรเป็นหนังสือหนึ่งเล่มแบบนั้น เรามีกรอบหลักสูตรวางแบบหลวมๆ แยกไว้ คอนเซปต์มันคือการเล่นและทดลองจนได้รับรู้สิ่งที่อยู่ในบทเรียนด้วยตัวเอง อย่างในห้องเรียนก็จะมีมุมห้องด้านหนึ่งที่เป็นโต๊ะต่อบล็อกไม้ อีกมุมมีการเล่นสวมบทบาทตัวละคร อีกด้านหนึ่งเป็นประตูที่เชื่อมต่อกับสวนด้านนอก ให้เด็กได้ไปหยิบจับผสมสีด้วยมือตัวเองจริงๆ ว่าสีแดงผสมกับเหลืองคือส้มโดยไม่ต้องมาท่องจำเอา

“แล้วเราก็ไม่ได้บังคับให้เด็กทั้งห้องไปเล่นที่มุมนั้นพร้อมกันทั้งหมด แต่เราปล่อยให้เขาไปเล่นด้วยความสนใจของตัวเอง ซึ่งก็จะทำให้เราเห็นถึงบุคลิกในตัวเด็กด้วย เพราะบางคนอาจชอบเล่นแต่แบบเดิมๆ ครูที่นี่จึงมีหน้าที่คอยช่วยให้เด็กแต่ละคนได้ออกมาเล่นในสิ่งอื่นที่ตัวเขาอาจไม่ได้สนใจ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ครบทุกด้าน

“อย่างการวาดรูป ด้วยกล้ามเนื้อของเด็กยังพัฒนาไม่เต็มที่ ทำให้เด็กจับพู่กันวาดรูปไม่ค่อยถนัด ซึ่งจะทำให้เด็กหงุดหงิดและไม่อยากวาด ที่นี่ก็เปิดให้เด็กวาดด้วยมือได้เลย เด็กจึงไม่เครียดและยังคงมีความสนใจอยู่ จึงทำให้เด็กที่เรียนที่โรงเรียนอนุบาลเคนซิงตันนั้นเรียนอย่างมีความสุข อยากไปโรงเรียนอยู่ตลอด และมีวิธีคิดการมองและแก้ปัญหาในรูปแบบที่เป็นแบบของตัวเองอยู่ด้วย แม้ว่าในตอนหลังจะย้ายไปยังโรงเรียนปกติแล้วก็ตาม” ทั้งสองคนเล่าถึงความเชื่อมั่นในระบบการเรียนแบบเล่น

Kensington Learning Space โรงเรียนสอนพิเศษที่เชื่อว่าการเล่นคือการเรียนรู้ที่ดีที่สุด
Kensington Learning Space โรงเรียนสอนพิเศษที่เชื่อว่าการเล่นคือการเรียนรู้ที่ดีที่สุด

โรงเรียนอนุบาลสู่ศูนย์เรียนพิเศษ

หลังจากก่อตั้งโรงเรียนอนุบาลขึ้นมาจนตอนนี้เข้าสู่ปีที่ 8 แล้ว แม้โรงเรียนแห่งนี้จะได้รับการยอมรับอย่างมาก แต่แทนที่ผู้ก่อตั้งทั้งสองคนจะขยายโรงเรียนเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาหรือมัธยมศึกษา แต่พวกเขากลับหยิบเอาไอเดียที่เป็นแกนหลักอย่างการเล่นมาขยายสู่วงกว้างแก่เด็กคนอื่นๆ แทน และเป็นที่มาของการสร้าง Kensington Learning Space แห่งนี้

“เราเรียกที่นี่ให้เข้าใจง่ายๆ ว่าคือที่เรียนพิเศษ แต่จริงๆ มันคือสถานที่ในการสร้างวิธีคิด ทักษะ และทัศนคติให้เด็กๆ รักในการเรียน ซึ่งเรามั่นใจมากว่าจะหาไม่ได้ในสถานที่อื่น

“ผมขอยกตัวอย่างให้เข้าใจง่ายๆ สักสองคอร์สแล้วกัน อย่างคอร์สแรกคือคอร์สทำอาหาร ที่เราอยากให้เป็นมากกว่าห้องเรียนทำอาหาร ถ้าโรงเรียนอื่นๆ สอนทำอาหาร ก็จะเช็ตเมนูมาเลยว่าให้เด็กทำอะไรในวันนั้น แต่สิ่งที่เราสอนคือ ให้โจทย์ว่าอยากเปิดร้านอาหารอิตาลี โดยให้เด็กๆ เป็นคนจัดการ และพยายามผลักดันให้ภายในหนึ่งเดือนข้างหน้าร้านอาหารนี้เกิดขึ้นได้ 

“เด็กๆ ก็ต้องมาตั้งชื่อร้านกันเอง มีการถกเถียงพูดคุยและแบ่งงานกันว่าจะตกแต่งร้านนี้ยังไง เมนูอาหารที่จะทำก็ให้ทุกคนกลับบ้านไปถามพ่อแม่ว่า ในร้านอาหารอิตาลีนั้น พ่อกับแม่ชอบกินเมนูอะไร พอได้เมนูกลับมาคนละหลายเมนู ก็ต้องมีการตกลงกันว่าจะเลือกเมนูไหนบ้าง เป็นการสอนให้เด็กได้รู้จักการเจรจาตกลงโดยไม่ทะเลาะกัน ซึ่งเป็นวิธีของผู้ใหญ่ บางทีผู้ใหญ่ในองค์กรยังทำไม่ได้เลย (หัวเราะ)

“พอถึงตอนที่สรุปเมนูได้ ก็มาฝึกทำอาหารกันว่าแต่ละอย่างที่ว่ามามันทำยังไง คีย์เวิร์ดอีกสิ่งหนึ่งที่เราจะสอนให้เด็กๆ เรียนรู้ คือการได้ลองผิดลองถูก คนเราทำผิดพลาดกันได้ เด็กไม่จำเป็นต้องทำอาหารออกมาอร่อย ครั้งแรกกินไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เราจะได้เรียนรู้จากความผิดพลาดว่าเกิดจากอะไร ครั้งที่สองดีขึ้น มาครั้งที่สามโอเคนี่อร่อยละ 

Kensington Learning Space โรงเรียนสอนพิเศษที่เชื่อว่าการเล่นคือการเรียนรู้ที่ดีที่สุด

“ทีนี้ถ้าเป็นเด็กโตขึ้นมาหน่อย เราก็พาการเรียนให้ไปได้ไกลกว่านั้นอีก อย่างการสอนเด็กถึงวิธีคิดว่าจะขายอาหารพวกนี้เท่าไหร่ดี คิดราคาต้นทุนของวัตถุดิบทั้งหมดยังไง และในตอนจบก็เป็นพ่อแม่ของเด็กทุกคนนี่แหละที่จะมายังร้านอาหารอิตาลีแห่งนี้ และชิมอาหารของเด็กทุกคนไปพร้อมกัน

“มันเป็นวิธีคิดที่ง่ายมากๆ ได้สร้างกระบวนการเรียนรู้จากการคิดกันเองโดยเด็กๆ ทั้งหมด ถ้าเด็กเข้าใจและนำไปใช้ในชีวิตต่อไปได้จริง มันจะทรงพลังมากๆ เลย หลังจากนี้ถ้าเด็กได้รับโจทย์อะไรที่มากกว่านี้ เขาจะมีคำถามต่อมาว่าจะทำยังไง ต่างกับเด็กยุคก่อนที่ได้รับคำสั่งมาทั้งหมดเลยว่าต้องทำยังไง 

“หรืออีกคอร์สหนึ่งที่เด็กๆ และผู้ปกครองชอบกันมาก ก็คือคอร์สเรียนจากการเล่นเกมอย่าง Minecraft เราให้โจทย์เขาไปว่า อยากให้ช่วยกันสร้างพระราชวัง เด็กๆ ก็ไปค้นคว้ากันมาว่าพระราชวังนั้นมีหน้าตายังไง พื้นที่ด้านในเป็นแบบไหน จุดเด่นคืออะไร แล้วพวกเขาก็วางแผนและจัดสรรแบ่งงานกันเองว่าพระราชวังต้องสร้างอะไรบ้าง ก่อนสร้างขึ้นได้ตามแผนแล้วเขาก็เอาพระราชวังนั้นไปเล่นกับเพื่อนๆ คนอื่นต่ออีกด้วย มันคือการสอนทักษะการทำงานแบบผู้ใหญ่ ให้เขาได้ฝึกหัดในขณะเล่นเกมไปด้วยน่ะครับ” ทั้งสองอธิบายการเรียนแบบเล่นๆ ที่พอฟังแล้วก็ทำให้เราอยากมีโอกาสเล่นอะไรแบบนี้บ้าง

โรงเรียนของเราน่าเล่น

หลังจากที่คุยจนเข้าใจเรื่องหลักสูตรการเรียนแบบเล่นนี้แล้ว ทั้งสองคนเลยขออาสาพาเราเดินชมสถานที่ทั้งหมดก่อนจะพูดคุยลงรายละเอียดกันต่อ เมื่อเดินผ่านประตูหน้าเข้ามา เราก็ได้เจอกับผนังไม้ที่หมุนพลิกเล่นได้ ด้านข้างเป็นบ่อลูกบอลพร้อมสไลเดอร์ขนาดยักษ์ที่ตอนนี้เก็บลูกบอลไปชั่วคราวเพราะสถานการณ์โรคระบาด อีกฝั่งหนึ่งเป็นร้านกาแฟที่มีผนังร้านโค้งๆ พร้อมติดหินเล็กๆ ไว้ให้เด็กปีนเล่นได้ 

Kensington Learning Space โรงเรียนสอนพิเศษที่เชื่อว่าการเล่นคือการเรียนรู้ที่ดีที่สุด
Kensington Learning Space โรงเรียนสอนพิเศษที่เชื่อว่าการเล่นคือการเรียนรู้ที่ดีที่สุด

ด้วยความที่อาคารมีรูปทรงบิดเกลียวเป็นก้นหอย สื่อความหมายถึงการเรียนรู้ที่ไม่มีที่สิ้นสุด ทำให้มีพื้นที่ตรงกลางอาคารเป็นลานโล่งที่เล่นระดับเป็นเนินเล็กๆ เพื่อให้เด็กวิ่งหรือไถรถได้ มีเครื่องเล่นให้เด็กปีนป่ายอยู่อีกด้าน ส่วนพื้นที่รอบๆ ก็เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ซึ่งให้ความร่มรื่นกับตัวอาคารอย่างมาก

ในขณะที่ห้องเรียนต่างๆ นั้นก็กระจายกันอยู่รอบๆ ลานกลางนี้ทั้งหมด ความพิเศษของการใช้พื้นที่แบบนี้อยู่ที่พื้นที่ของแต่ละชั้นจะถูกผสานเข้าด้วยกัน ทำให้พื้นที่ในบางห้องมีเพดานสูงเป็น 2 เท่าของปกติ การใช้งานในห้องนั้นจึงเกิดความน่าสนใจขึ้นมาเป็นอย่างมาก แม้แต่กับผู้ใหญ่อย่างผมเองก็ตาม

Kensington Learning Space โรงเรียนสอนพิเศษที่เชื่อว่าการเล่นคือการเรียนรู้ที่ดีที่สุด

อย่างพื้นที่ของชั้นล่างก็ประกอบไปด้วยสระว่ายน้ำที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากถ้ำ ด้วยเพดานสูงตามที่ว่ามาจึงสร้างบรรยากาศที่แตกต่างออกไปได้จริงๆ มีที่เล่นน้ำคล้ายกับการเล่นน้ำฝนเพื่อให้เด็กปรับตัวก่อนลงว่ายน้ำในสระ มีโรงอาหารสำหรับเด็กโดยเฉพาะ ห้องเรียนของที่นี่ก็มีอยู่หลายห้อง ภายในห้องไม่ได้มีโต๊ะวางอยู่เยอะ แต่จัดที่นั่งไว้ตามมุมห้อง แต่ละมุมก็มีของเล่นและอุปกรณ์คนละอย่าง ความน่าสนใจที่สุดก็คือการที่เปิดประตูห้องเรียนออกมายังพื้นที่สีเขียวภายนอกได้เลย 

Kensington Learning Space โรงเรียนสอนพิเศษที่เชื่อว่าการเล่นคือการเรียนรู้ที่ดีที่สุด

เมื่อเดินขึ้นมายังชั้นสองและชั้นสามที่เชื่อมต่อกัน เราก็จะเจอกับเลาจน์หรือห้องพักสำหรับให้เด็กนั่งรอก่อนเข้าเรียน ที่มีของเล่นต่างๆ อย่างบล็อกไม้ เลโก้ วางให้เล่นได้เลย ชั้นสองและสามก็มีห้องเรียนพิเศษเฉพาะทางมากขึ้น ทั้ง ห้องเรียนทำหุ่นยนต์ ห้องครัว ห้องเรียนคลาสดิจิทัลที่ติดกระจกเงาไว้เต็มผนังทั้งหมด มีโรงยิมที่ช่วยเน้นพัฒนาการของเด็กเล็ก สนามกีฬาในร่มซึ่งเล่นกีฬาอย่างฟุตบอลหรือบาสเกตบอลได้ มีห้องประชุมขนาดใหญ่ที่หน้าตาอลังการเหมือนในศูนย์การประชุมแต่แค่มีขนาดที่เล็กลงมาเฉยๆ

นอกจากนี้แล้วถ้าเราสังเกตดีๆ ก็จะเห็นรายละเอียดของกราฟิกต่างๆ ที่ซุกซ่อนข้อมูลและความรู้ไว้เต็มไปหมด โดยกระจายไปในจุดต่างๆ เหมือนกับต้องการให้เด็กได้สำรวจและเรียนรู้ด้วยตัวเองในทุกจุดของอาคาร นับว่าทั้งการออกแบบและการวางผังการใช้งานแตกต่างจากโรงเรียนทั่วไปเป็นอย่างมาก เราได้ถามทั้งสองคนถึงที่มาของการออกแบบพื้นที่แบบนี้

Kensington Learning Space โรงเรียนสอนพิเศษที่เชื่อว่าการเล่นคือการเรียนรู้ที่ดีที่สุด
Kensington Learning Space โรงเรียนสอนพิเศษที่เชื่อว่าการเล่นคือการเรียนรู้ที่ดีที่สุด

“ผมเป็นคนให้คุณค่าในเรื่องการออกแบบมากๆ เพราะด้วยการเรียนในเชิงที่ให้เด็กได้เล่น เด็กจึงต้องรู้สึกสนุกที่ได้มา พื้นที่ในตึกเรียนพิเศษแห่งนี้ก็เลยเป็นตึกสี่เหลี่ยมแบบธรรมดาทั่วไปไม่ได้ รวมถึงทุกห้องเรียนจะต้องเชื่อมต่อกับพื้นที่กลางแจ้ง ซึ่งเด็กออกไปได้ตลอดเวลา เพราะมีงานวิจัยมาแล้วว่า เด็กเรียนรู้ได้ดีกว่าในพื้นที่เปิด นี่คือสิ่งที่เรียกว่า Learning Ecosystem หรือบรรยากาศที่ช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ ซึ่งเราหยิบเอามาปรับใช้ในการบรีฟทางสถาปนิก

“อย่างห้องเรียนที่กระตุ้นให้เด็กเกิดความอยากรู้อยากเห็น ไม่ง่วงไม่เบื่อ ก็ต้องมีการเปิดแสงสว่างจากภายนอกเข้ามา การใช้เส้นโค้งเส้นเว้าแบบฟรีฟอร์มของอาคารที่ช่วยกระตุ้นให้เด็กอยากเรียนรู้ แต่ก็มีรายละเอียดเล็กๆ ซ่อนอยู่เหมือนกัน อย่างห้องเรียนทุกห้องของเราปรับเปลี่ยนรูปแบบการสอนได้หลากหลายมาก เพราะด้วยการที่โลกและเทคโนโลยีต่างๆ มันเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ห้องเรียนจึงควรยืดหยุ่นต่อการใช้งานให้มากที่สุด หรือพื้นที่ร้านกาแฟของเรา เวลาเด็กมาอยู่ในพื้นที่นี้ อย่างแรกที่จะทำคือปีนผนัง เพราะร้านกาแฟทั่วไปมันปีนไม่ได้ พอตรงนี้มันปีนได้เขาก็มาปีนกัน” โน้ตเล่าถึงเบื้องหลังการออกแบบอาคารแห่งนี้

Kensington Learning Space โรงเรียนสอนพิเศษที่เชื่อว่าการเล่นคือการเรียนรู้ที่ดีที่สุด
Kensington Learning Space โรงเรียนสอนพิเศษที่เชื่อว่าการเล่นคือการเรียนรู้ที่ดีที่สุด

นอกจากนี้ โน้ตยังเล่าให้ฟังต่อถึงเทคนิคการทำงานและการเลือกทีมออกแบบอาคารว่า เขาตั้งใจเลือกบริษัทสถาปนิกและอินทีเรียซึ่งทำงานร่วมกันได้ และมีการนำสถาปนิกและนักออกแบบภายในมาร่วมกันทำเวิร์กช็อปด้านแบรนดิ้งกันตั้งแต่แรกเริ่ม เพื่อออกแบบในสิ่งที่เป็นเคนซิงตันออกมาเลย ซึ่งก็เป็นวิธีการทำงานร่วมกันที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก

เราทุกคนชอบไปโรงเรียน

เราประทับใจกับรายละเอียดต่างๆ มากมายที่ตั้งใจคิด ตั้งใจสร้างขึ้น เพื่อให้ที่นี่เป็นสถานที่เรียนที่ทำให้เด็กๆ ‘ชอบไปโรงเรียน’ ได้สำเร็จแล้ว เราตั้งคำถามกับโน้ตและหนุ่ยต่อว่า เขามองเห็นอะไรในอนาคตของ Learning Space แห่งนี้

“เราอยากสร้างให้ทุกคนมีวิธีคิดต่อการเรียนที่เปลี่ยนแปลงไป การเรียนมันคือการเรียนรู้ ไม่ใช่การเรียนเพื่อสอบเข้าหรือทำคะแนน แต่มันดึงให้คนได้กลับมาคิดว่า เด็กอยากเรียนอะไร แล้วเราจะทำยังไงให้เขาไปได้ไกลกว่าแค่สิ่งที่เขาอยากเรียน วันนี้เขาอาจจะตั้งใจมาเรียนภาษา แต่เราอยากจะสร้างวิธีคิดให้เขามากกว่าแค่มาเรียนภาษาหรือทำอาหารนะ พื้นฐานวิธีคิดนี่แหละที่ทำให้เด็กทำในสิ่งที่ชอบ และสร้างความมั่นใจให้กับเด็กได้ ซึ่งความมั่นใจนี้จะทำให้เขานำไปลองผิดลองถูกเรียนรู้ด้วยตัวเองต่อไปตลอดทั้งชีวิต ซึ่งน่าจะเป็นทักษะสำคัญในการใช้ชีวิตในโลกอนาคตต่อไปจากนี้ไปจริงๆ” ทั้งคู่กล่าวทิ้งท้าย

Kensington Learning Space โรงเรียนสอนพิเศษที่เชื่อว่าการเล่นคือการเรียนรู้ที่ดีที่สุด

ติดตาม Kensington Learning Space ได้ที่ Facebook : Kensington Learning Space

Writer & Photographer

Avatar

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

เมื่อพูดถึงเวิ้งในจังหวัดเชียงใหม่ หลายคนคงนึกออกไม่มากก็น้อยตามแต่ที่เคยไป หรือนักศึกษารั้วม่วงอย่างผมคงหนีไม่พ้นเวิ้งคุณนลี อย่างไรก็ตาม ในช่วง 2 เดือนมานี้มี Community Space แห่งใหม่สำหรับคนเชียงใหม่เกิดขึ้นในทำเลใกล้กับสถานีรถไฟ

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

สถานที่แห่งนี้มีชื่อว่าHeng Station (เฮงสเตชั่น)’ เวิ้งอยู่ตรงข้ามกับสถานีรถไฟชนิดที่ระหว่างกำลังดื่มกาแฟอาจยกมือถือขึ้นมาถ่ายรูปรถไฟเป็นฉากหลังได้ หรือถ้ามาทานอาหารมื้อหนักก็มีร้านรองรับ พร้อมด้วยของหวานตบท้าย จบด้วยร้านเครื่องหอมไว้เป็นของติดไม้ติดมือกลับบ้าน

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

วันนี้ คิม-วโรดม สหชัยเสรี เขาคือชายหนุ่มผู้เกิด เติบโต และศึกษาเล่าเรียนที่เชียงใหม่ ก่อนต้องโยกย้ายตัวเองไปทำงานที่จังหวัดชลบุรี พร้อมกับเดินทางไปญี่ปุ่นทุกปี จนซึมซับวัฒนธรรมเหล่านั้นมาสั่งสมเอาไว้ แล้วจึงนำกลับมาประยุกต์ใช้เพื่อสานต่อธุรกิจที่บ้าน พร้อมกับเล่าเรื่องราวการรื้อฟื้นสถานที่ซึ่งมีความเป็นมายาวนานตั้งแต่ปี 1960 ให้มีชีวิตอีกครั้งหนึ่งในปี 2023 

เปิดประตูเวิ้งใหม่เอี่ยมมาเยี่ยมเยียนสถานที่เก่าแก่ 62 ปีพร้อมกันเลย

เสี่ยมเฮงพืชผล

สถานที่นี้มีเรื่องราวเริ่มต้นน่าสนใจ และต้อนย้อนกลับไปตั้งแต่สมัยรุ่นอากงของคิม เพราะแรกเริ่มเดิมทีตามคำบอกเล่าของเขา อากงข้ามน้ำข้ามทะเลหนีสงครามมาจากประเทศจีน ระหกระเหินมายังกรุงเทพฯ จากนั้นเดินเท้าตามรางรถไฟมาเรื่อย ๆ จนถึงจังหวัดเชียงใหม่ และลงหลักปักฐานด้วยการสมัครเข้าทำงานกับบริษัทเชลแล็กสยามในช่วงปี 1960

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

แล้วเรื่องราวก็กระโดดข้ามมายังช่วงเวลาประมาณปี 1977 (พ.ศ. 2520) บริษัทเชลแล็กสยามปิดตัวลง โดยไม่แน่ใจว่าย้ายมายังสถานที่ ณ ปัจจุบันนี้อยู่ก่อนแล้วหรือเปล่า

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

ถึงอย่างนั้นอากงของคิมก็ซื้อที่ดินแปลงนี้แล้วเปิดกิจการของตัวเองในชื่อ ‘เสี่ยมเฮงพืชผล’ นับตั้งแต่ปี 1971-1992 (เสี่ยม มีความหมายว่า สยาม และเป็นที่มาของชื่อ เฮง สเตชั่น ในปัจจุบัน) โดยเปลี่ยนมาค้ากระเทียมเป็นหลัก แต่ก็ยังมีเชลแล็กและพืชผลทางเกษตรกรรมอื่น ๆ ซึ่งรับมาจากชาวสวนในภาคเหนือ และส่งขึ้นรถไฟไปกรุงเทพฯ สถานที่ตรงนี้ที่ติดกับสถานีรถไฟ จึงเป็นทำเลอันเหมาะสมอย่างไร้ข้อโต้แย้ง

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

ช่วงปี 1991 อากงเสีย เหลือเพียงอาม่า ซึ่งแบกรับธุรกิจนี้ด้วยตัวคนเดียวไม่ไหว ส่วนคุณพ่อของคิมอยู่ในเส้นทางสายอาจารย์ และไม่มีความสนใจสานต่อสถานที่แห่งนี้ เสี่ยมเฮงจึงปิดตัวลงในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ปี 1992 ซึ่งเป็นปีเกิดของคิมพอดี และถูกทิ้งเป็นโกดังร้างนับแต่นั้นมา

เฮงสเตชั่น

เวลาล่วงเลยมาจนกระทั่งคิมเรียนอยู่มหาวิทยาลัยปีที่ 3 เขาค่อย ๆ รื้อฟื้นสถานที่แห่งนี้อีกครั้งด้วยการเปิดห้องแถวเชิงพาณิชย์เล็ก ๆ อยู่ด้านหน้าติดกับถนน อีกทั้งยังได้เรียนรู้และซึมซับการลงทุนจากคุณลุง และเมื่อถึงวัยทำงาน เขาจึงเริ่มฉุกคิดได้ว่า น่าจะเอาสถานที่ตรงนี้มาใช้ประโยชน์แทนที่จะไม่ปล่อยให้ทิ้งร้าง

คิมคิดแล้วคิดอีกว่าจะใช้ที่ดินตรงนี้ทำอะไรดี แต่ทุกครั้งก็มีคำถามพ่วงท้ายเสมอว่า พื้นที่นี้เป็นทางลึก หน้าแคบ และคุณพ่อตั้งเงื่อนไขเอาไว้ 1 ข้อ คือ ทุกอย่างต้องคงรูปร่างเดิมให้มากที่สุด การทุบเพื่อประกอบร่างใหม่หลายครั้งอาจนำมาซึ่งปัญหากับคุณพ่อได้ จุดนี้เองที่คิมต้องนำความรู้ด้านวิศวกรรมที่เขาร่ำเรียนมาใช้อย่างเต็มที่ ในการรีโนเวตโกดังแห่งนี้ไม่ให้เป็นแค่ห้องแถวต่อ ๆ กัน

“ผมเริ่มก่อสร้างจริง ๆ คือมีนาคม ปี 2022 ใช้เวลารีเสิร์ชนานมาก ออกแบบ วางแปลน สลับแปลน จะมีสวนตรงไหนเพื่อให้ดูไม่อึดอัด พร้อมกับดูบริบทพื้นที่โดยรอบ”

สเตชั่น Community Space ในสวนหลังบ้าน จ.เชียงใหม่ ที่ปลุกโกดังปี 1960 ของอากงให้มีชีวิต
สเตชั่น Community Space ในสวนหลังบ้าน จ.เชียงใหม่ ที่ปลุกโกดังปี 1960 ของอากงให้มีชีวิต

คิมสร้างตึกหลังหนึ่งข้างในโกดังอีกที เทคานส่วนที่เป็นกำแพง วางตอม่อเสาใหม่ และก่อกำแพงขึ้นมาด้านใน แต่ด้านนอกยังคงทุกอย่างไว้เหมือนเดิม จากเดิมที่เป็นหลังคาเต็ม เขารื้อหลังคาออกครึ่งหนึ่ง และปรับพื้นที่ตรงนั้นออกเป็นสวน เพื่อเพิ่มความน่าสนใจและดึงดูดให้คนเดินเข้าไปด้านใน

“ผมเพิ่มพื้นที่ด้วยการขยายเข้ามาในพื้นที่ของเราเอง สร้างคอมมูนิตี้ให้คนมาใช้เวลาวันหยุดกับเพื่อน” ประโยคนี้เห็นจะเป็นชิ้นส่วนสุดท้ายที่ทำให้การก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์

Community Space

“ผมว่าการใช้คำว่า คอมมูนิตี้ ดูเป็นสถานที่ที่ให้คนมาพบปะกันมากกว่าเป็นพื้นที่ขายของ ผมอยากให้คนมานั่งเล่น มาคุยกัน ใช้เวลานั่งเม้ากับเพื่อนในช่วงวันหยุด ก็เลยใช้คำนี้”

ในตอนนี้ เฮงสเตชั่น เปิดทำการตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น

คิมไม่ได้ต้องการให้ที่นี่กลายเป็นผับหรือบาร์ สาเหตุมาจากส่วนหนึ่งของพื้นที่เป็นที่อยู่อาศัยของครอบครัว เขาขอแค่ให้คนที่มาได้นั่งเล่น พูดคุย พบปะ ไม่จำเป็นต้องรับประสบการณ์ คิดเสียว่าที่นี่คือ ‘สวนหลังบ้าน’ ซึ่งทุกคนเข้ามาเดินเล่นได้อย่างผ่อนคลาย อีกทั้งยังมี 1 ร้านข้าว 1 ร้านกาแฟ 1 ร้านเครื่องหอม และ 2 ร้านเบเกอรี่ คอยรองรับความต้องการของเหล่าผู้คนที่เข้ามาเยือน

แล้วคิมก็พาเราทัวร์ตามร้านต่าง ๆ อย่างเป็นมิตร และให้พวกเขาอธิบายถึงจุดเด่นที่อยากนำเสนอ เราเริ่มต้นกันที่…

School Coffee

ร้านกาแฟที่ตั้งอยู่หน้าสุดของโครงการ เปรียบเสมือนพื้นที่รับแขกให้ผู้คนเข้ามาซื้อกาแฟหรือเครื่องดื่มก่อนเดินสำรวจ ร้านกาแฟแห่งนี้มีคอนเซปต์ว่า สร้างความสุขให้ทุกภาคส่วน เริ่มต้นจากธรรมชาติ แหล่งปลูกกาแฟ ต้นกาแฟสายพันธ์ุต่าง ๆ การแปรรูปกาแฟที่เป็นผลไม้ให้กลายเป็นสารกาแฟ ส่วนถัดมาเป็นบาริสต้า และจบลงที่ลูกค้าทุก ๆ ท่านได้รับผลิตภัณฑ์ดี ๆ จากทางร้าน

สเตชั่น Community Space ในสวนหลังบ้าน จ.เชียงใหม่ ที่ปลุกโกดังปี 1960 ของอากงให้มีชีวิต
สเตชั่น Community Space ในสวนหลังบ้าน จ.เชียงใหม่ ที่ปลุกโกดังปี 1960 ของอากงให้มีชีวิต

เมื่อไหร่ก็ตามที่ทุกคนในทุกภาคส่วนมีความสุข วงล้อแห่งการพัฒนาก็จะเริ่มเป็นไปตามแนวทางที่ทางร้านตั้งใจ และขับเคลื่อนได้ด้วยตัวของมันเอง แต่ก็ใส่พลังเข้าไปได้ในบางจังหวะ (ตามที่ทางร้านได้บอกกับเรา) เมื่อมาถึงร้าน School Coffee ลูกค้าเลือกกาแฟที่อยากจิบได้ตามต้องการ ตั้งแต่เมล็ด ระดับการคั่ว และกระบวนการชงกาแฟ ซึ่งเมนูซิกเนเจอร์ที่พวกเขาไม่เคยทอดทิ้งและยังคงมีตลอดไป นั่นคือ ยาคูลท์ปีโป้ปั่นและโอริโอ้ปั่น เพื่อเป็นเกียรติให้แก่บาริสต้าคนแรกผู้คิดค้น 2 เมนูนี้ที่อยู่คู่กับร้านมาตั้งแต่ยังเปิดอยู่ที่กรุงเทพฯ อ้อ ขอกระซิบดัง ๆ ว่าร้านนี้เจ้าของเดียวกับ ร้านสุขพอดี นะ

KLĀY concept

ร้านเครื่องหอมที่เน้นเล่าเรื่องราวผ่านงานเซรามิก

เทียนหอมในถ้วยเทียนเซรามิกมาจากเทศบาลเมืองแม่โจ้ เนื่องจากทางร้านพยายามสนับสนุนผู้ประการรายย่อยให้ได้มากที่สุด สินค้านิยมคือเจ้าก้อนสี่เหลี่ยม วิธีใช้ง่าย ๆ ไม่มีอะไรซับซ้อน หยดน้ำมันหอมระเหยลงบนก้อนเซรามิก แล้วรอให้ดูดซึมน้ำหอม ซึ่งทางร้านดีไซน์ให้มีความกลมอยู่ภายใน จึงเกิดการถ่ายเทเข้า-ออกของอากาศผ่านเนื้อเซรามิก เป็นการกระจายกลิ่นหอมเบา ๆ

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน
เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

ขณะเดียวกัน ทางร้านยังมีการจัดเวิร์กช็อปให้แก่ผู้ที่สนใจ เป็นการผสมกลิ่มน้ำหอม ทำเทียนหอม และทำเครื่องหอม เน้นเรื่องของการพยายามให้ผ่อนคลายทุกประสาทสัมผัสผ่าน Therapy

เวิร์กช็อปเป็นกลุ่มได้ไม่เกิน 6 คน หากใครสนใจสอบถามหน้าร้านได้เลย 

The Dorm Bakery

หนึ่งในร้านเบเกอรี่ประจำ เฮงสเตชั่น ที่เปิดหน้าร้านเป็นของตัวเองครั้งแรกพร้อมกับโครงการ โดยภายในร้านประกอบด้วยเมนูเบเกอรี่ปกติและเมนูวีแกน (ทางร้านเรียกว่า สูตรเจ) ในราคาไม่แพง 

ทุกเมนูต่างประกอบด้วยความโฮมและแฮนด์เมด เมนูที่ทางร้านแนะนำว่าต้องลองลิ้มให้ได้ ได้แก่ เค้กแคร์รอต พายแอปเปิล และกราโนล่าบาร์ (ปราศจากกลูเต็น อัดแน่นด้วยคุณประโยชน์)

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

Circle.Pound

ร้านเค้กวันเกิดที่ขายเค้กแบ่งชิ้นสำหรับลูกค้าที่ไม่อยากทานเยอะมาก เมนูแนะนำ ได้แก่ โยเกิร์ตชีสเค้ก ซึ่งเป็นเมนูที่มีทุกวัน ส่วนเมนูพิเศษ ทางร้านขอแนะนำ เครมบรูเล่ ชีสเค้กท็อปด้วยน้ำตาลเผา เวลากินต้องใช้ช้อนเคาะด้านบน ลูกค้าสนุกด้วย อร่อยด้วย

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

POHSOP local-rice eatery

ร้านอาหารจานข้าวที่ให้ความสำคัญกับการใช้ข้าวอย่างแท้จริง เพราะร้านโพสพเลือกคัดสรรข้าวแต่ละชนิดตามแต่ฤดูกาล เพื่อยกระดับและเชิดชูข้าวให้กลายเป็นพระเอกของร้าน โดยทางร้านบอกว่าทุกเมนูปลอดเนื้อสัตว์ เพราะอยากให้ลูกค้าได้พักท้องจากการย่อยอาหารมื้อหนัก ๆ ที่มีเนื้อสัตว์เป็นส่วนประกอบ และหวังว่าอาหารของทางร้านจะเป็น Comfort Food สำหรับใครหลายคน

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

นอกจากนี้ทางร้านยังไม่ได้เจาะจงสัญชาติหรือประเภทอาหารของตน เพราะด้วยความต้องการที่จะก้าวข้ามการถูกจำกัดความ อาหารของร้านโพสพจึงมีอาหารหลายสัญชาติ และผสมผสานจนเกิดเป็นอาหารหน้าใหม่ได้อย่างลงตัว เช่น พิซซ่าดอย ใช้ผักดองเป็นหน้าพิซซ่า และแป้งทำจากข้าวปุกงา หรือ ข้าวแต๋นทาปาส เป็นการผสมผสานอาหารทานเล่นของสเปนกับไทย

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

ตามที่บอกไว้ตอนต้น คิมซึมซับเอาวัฒนธรรมญี่ปุ่นมาไม่มากก็น้อยจากการเดินทางไปแดนอาทิตย์อุทัยหลายต่อหลายครั้ง แนวคิดในการสร้างสถานที่แห่งนี้จึงพยายามให้กลายเป็นสวนญี่ปุ่นที่ผู้คนมาเดินเล่น นั่งคุย หย่อนใจ รวมไปถึงพักเหนื่อยจากการเดินห้างสรรพสินค้าหรือท่องเที่ยวในช่วงที่นักท่องเที่ยวหนาแน่นระดับไหล่นชนไหล่ ศอกชนศอก 

แม้เฮงสเตชั่น จะเปิดมาเพียง 2 เดือน แต่ก็มีคนแวะเวียนมาสร้างสีสันให้พื้นที่คึกคักไม่ขาดสาย และคิมเองก็อยากขยับขยายพื้นที่ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ รวมถึงวางแผนจะรีโนเวตโกดังอีกหลังที่อยู่ติดกัน เพื่อเพิ่มจำนวนร้านค้า ขยายพื้นที่สีเขียว ลดจำนวนพื้นปูน และใกล้ความเป็นสวนที่สุด 

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน
Heng Station
  • 142 ซอยรถไฟ ตำบลวัดเกต อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ (แผนที่)
  • เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
  • 08 3765 0940
  • Heng Station

Writer

Avatar

พัทธนันท์ สวนมะลิ

เด็กกรุงเทพฯ ผู้เป็น Sneakerhead และ Cinephile ที่หอบเสื่อผืนหมอนใบมาเรียนเชียงใหม่ แล้วสุดท้ายก็กลับไปตายรังที่กรุงเทพฯ

Photographer

Avatar

กรินทร์ มงคลพันธ์

ช่างภาพอิสระชาวเชียงใหม่ ร่ำเรียนมาทางศิลปะจากคณะที่ได้ชื่อว่ามีวงดนตรีลูกทุ่งแสนบันเทิงของเมืองเหนือ มีความสุขกับการกดชัตเตอร์ในแสงเงาธรรมชาติ ชอบแมว หมา และบ้าจักรยานไม่แพ้กิจกรรมกลางแจ้งอื่น ๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load