ผมเข้ามาในถนนบางพรม ถนนเล็กๆ ที่แยกมาจากถนนราชพฤกษ์ เพียงไม่กี่ร้อยเมตรจากถนนใหญ่ก็ได้เจอตึก 3 ชั้นหน้าตาเหมือนยานอวกาศ ด้วยเส้นโค้งมนแบบฟรีฟอร์มของอาคารด้านนอก แต่ยังคงแวดล้อมไปด้วยต้นไม้เขียวครึ้มที่ให้ร่มเงาแสนผ่อนคลาย

ด้วยสีขาวของอาคารตัดกับวัสดุอย่างไม้และต้นไม้ใหญ่เขียวครึ้ม ถ้าไม่มีคนบอก (หรือถึงมีก็คงไม่เชื่อ) คงไม่มีทางรู้ได้หรอกว่า ตึกรูปทรงแสนสวยตรงหน้านี้คือตึกเรียนพิเศษ แล้วเหตุผลที่หน้าตามันแตกต่างไปจากตึกเรียนพิเศษแบบที่เราคุ้นชินกันนั้น ก็เพราะว่าที่นี่คือ โรงเรียนสอนพิเศษที่เชื่อว่าการเล่นคือการเรียนรู้ที่ดีที่สุดสำหรับเด็กๆ วัยอนุบาลไปจนถึงประถมศึกษา และชื่อของที่นี่คือ Kensington Learning Space

Kensington Learning Space โรงเรียนสอนพิเศษที่เชื่อว่าการเล่นคือการเรียนรู้ที่ดีที่สุด

ตึกเรียนพิเศษในความคิด ความทรงจำ ของผมและคนอีกหลายคน ส่วนมากคงเป็นตึกทรงสี่เหลี่ยม มีห้องเรียนสี่เหลี่ยมบรรจุอยู่ภายในมากมาย เด็กๆ ก็จะถูกส่งเข้าไปเรียนพิเศษเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นด้านวิชาการเพื่อผลสอบ หรือด้านความสามารถพิเศษอย่างศิลปะ ดนตรี กีฬา หรืออะไรก็ว่าไป

ด้วยวิธีการเรียนการสอนแบบ ‘เรียนพิเศษ’ ที่เน้นให้เห็นผลลัพธ์การเรียนอย่างชัดเจน จึงมีการเรียนที่เข้มงวด เด็กหลายคนมีผลสอบที่ดี มีความสามารถพิเศษรอบด้าน อย่างเล่นกีตาร์หรือดีดเปียโนได้ราวกับศิลปินมาเล่นเอง แต่เด็กจำนวนมากมักจะมีตอนจบคือ ความสนุกในการเรียนรู้สิ่งต่างๆ หมดลงไป และเกลียดวิชาเหล่านั้นในเวลาต่อมา แน่นอนว่าผมก็เป็นคนหนึ่งในนั้นกับหลายวิชาที่เรียน

นี่จึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจมากเมื่อการเล่นจะกลายเป็นการเรียน หรือการเรียนเกิดขึ้นได้แบบเล่นๆ ในวันที่โรงเรียนส่วนมากของประเทศนี้ยังคงใส่ใจกับการใช้อำนาจผ่านกฎระเบียบ โดยเฉพาะเรื่องทรงผมบนหัว จนสร้างให้โรงเรียนเป็นสถานที่น่าชังในสายตาเด็ก

ถ้าไม่เป็นแบบนั้น ในอนาคต เด็กๆ หลายคนก็อาจจะยังรักในการเรียน รักในการได้ค้นคว้าหาความรู้ใหม่ และคงจะเหมาะอย่างยิ่งกับโลกในปัจจุบัน ที่เราทุกคนต้องเรียนรู้สิ่งใหม่เพื่อทำงานกันตลอดเวลา

แม้คอนเซปต์ของโรงเรียนแห่งนี้จะน่าสนใจ แต่สิ่งที่เราเคยเจอและฝังหัวมาตลอด ก็ทำให้เราตั้งคำถามถึงวิธีการเล่นว่ามันจะเป็นการเรียนรู้ได้ยังไง และโรงเรียนหน้าตาแบบนี้เอื้อให้การเรียนแบบเล่นๆ นี้ได้อย่างไรบ้าง ซึ่งแน่นอนว่าคงไม่มีใครตอบได้ดีไปกว่าผู้ก่อตั้ง ผมเลยนัดกับผู้ก่อตั้ง Kensington Learning Space อย่าง โน้ต-นิติพันธ์ พันธุ์วิโรจน์ และ หนุ่ย-วราภรณ์ กาญจนวัฒน์ พันธุ์วิโรจน์ ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งโรงเรียนอนุบาล Kensington International Kindergarten ที่อยู่ข้างๆ กันนี้อีกด้วย เพื่อให้มาช่วยตอบคำถามเรื่องการเล่นให้เป็นเรียน 

ถ้าพร้อมแล้ว ขอให้ทุกคนทิ้งตัวตนผู้ใหญ่ และคิดย้อนกลับไปในวันที่เรายังเป็นเด็ก ที่ชอบลุยบ่อลูกบอล เล่นสไลเดอร์ ว่ายน้ำ วิ่งไปรอบสนามหญ้า และเข้าไปยังตึกเรียนพิเศษแห่งนี้กันเลย ผมขอรับรองว่า การได้เห็นด้านในนั้น จะทำให้คุณอยากกลับไปเป็นเด็กอีกครั้งเลยจริงๆ และขอสปอยล์ไว้ตรงนี้เลยว่า ค่าเรียนแต่ละคอร์สนั้นไม่แพง เริ่มต้นที่หลักไม่กี่ร้อยบาทต่อครั้งเท่านั้นเอง

Kensington Learning Space โรงเรียนสอนพิเศษที่เชื่อว่าการเล่นคือการเรียนรู้ที่ดีที่สุด

คบเด็กสร้างโรงเรียน

โน้ตและหนุ่ยเล่าให้ฟังถึงไอเดียตั้งต้นของที่นี่ ซึ่งความคิดในการก่อตั้งโรงเรียนอนุบาลเมื่อราวสิบปีก่อน มาจากหลังทั้งสองรู้ว่ากำลังจะมีลูกคนแรก

“ตอนนั้นที่เราสองคนรู้ว่ากำลังจะมีลูก ผมและภรรยาก็มานั่งคุยกันว่าจะทำอะไรให้ลูกได้บ้าง ก็มาเจอว่าสิ่งที่เราทั้งสองคนได้ใช้ประโยชน์อย่างมากในการทำงานจนได้รับการยอมรับจนถึงทุกวันนี้ ก็คือระบบการศึกษาที่สอนให้เรามีวิธีคิดเป็นของตัวเอง ซึ่งนำไปต่อยอดกับการเรียนต่อและการทำงานได้ ซึ่งสิ่งที่เราทั้งสองคนอยากให้ลูกโตขึ้นมาในสภาพแวดล้อมและโรงเรียนแบบนั้นมันยังไม่มี เราเลยเกิดแรงบันดาลใจในการเริ่มต้นคิดทำโรงเรียนขึ้นมา 

“หลังจากนั้นเราเริ่มค้นคว้าหลักสูตรการศึกษาจากหลายประเทศ จนมาเจอกับหลักสูตรการเล่นเพื่อเรียนรู้หรือ Play-based Learning ซึ่งพอได้ศึกษาไปมากยิ่งขึ้น ก็ทำให้เราเชื่อมั่นและเห็นประโยชน์ของการเรียนแบบนี้ เลยได้เริ่มต้นทำโรงเรียนอนุบาลเคนซิงตันขึ้นมา โดยมีทั้งหลักสูตรการเล่นเพื่อเรียนรู้ให้เด็กได้เป็นเด็ก ไปจนถึงทำตัวอาคารที่มีพื้นที่รองรับรูปแบบการเรียนแบบนี้ด้วย” ทั้งสองคนเล่าถึงตอนที่เริ่มต้นทำโรงเรียนอนุบาล

ผมถามทั้งคู่ต่อไปว่า อะไรทำให้เชื่อมั่นในระบบการเรียนแบบเล่นๆ นี้ ในวันที่ผู้ใหญ่ทุกคนแยกเรื่องเรียนออกจากเรื่องเล่น

Kensington Learning Space โรงเรียนสอนพิเศษที่เชื่อว่าการเล่นคือการเรียนรู้ที่ดีที่สุด

“เราทั้งสองคนทำการบ้านหาหลักสูตรการเรียนการสอนของแต่ละประเทศ จนมาค้นเจอว่า ที่ประเทศอังกฤษ เขาใช้ระบบการเรียนแบบเล่นนี้อย่างจริงจัง พอเราได้ศึกษาไปมากขึ้นเรื่อยๆ ก็ยิ่งเห็นว่ามันไม่เหมือนกับที่เราเคยเรียนมาเลย และรู้สึกว่าใช่ คือด้วยแบ็กกราวด์ของผมที่ทำงานเป็นที่ปรึกษาด้าน Leadership Development ให้หลายองค์กรมาหลายปี

“ผมทำงานเป็นคนสอนทักษะ วิธีคิด และวิธีการแก้ปัญหาให้กับบรรดาผู้บริหารในองค์กรมาโดยตลอด เลยมีความมั่นใจมากว่า ต่อไปในอนาคต วิธีคิด ทักษะการทำความเข้าใจในการเรียนรู้สิ่งต่างๆ ทักษะ Critical Thinking ไปจนถึงทัศนคติที่ติดตัวเด็กไป จะช่วยให้เขามีโอกาสมากกว่า ในโลกยุคที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วแบบนี้ ซึ่งพอได้ลองอ่านรายละเอียดไปมากๆ เราก็เริ่มเข้าใจและเห็นว่ามันสมเหตุสมผล อย่างการเล่นนี้มันจะทำให้เด็กอายุสามขวบมีพัฒนาการทางร่างกาย ช่วยให้สื่อสารและควบคุมอารมณ์ตัวเองเวลาอยู่ร่วมกับคนอื่นได้

“โดยส่วนตัว เราทั้งคู่เชื่อว่า เด็กทุกคนนั้นไม่เหมือนกัน มีความสนใจคนละอย่าง มีนิสัยคนละอย่าง การต้องมาเรียนหนังสือไปพร้อมๆ กันตั้งแต่หน้าแรกจนถึงหน้าสุดท้ายจึงเป็นอุปสรรคต่อเด็กหลายคนมาก ถ้าให้อธิบายคือ โรงเรียนทั่วไปมีหลักสูตรมาเป็นหนังสือเล่มหนึ่ง เปิดหน้าหนึ่งแล้วไล่ไปเรื่อยๆ หน้าสอง หน้าสาม จนหมดเล่ม

“แต่ของที่นี่เราไม่ได้มีหลักสูตรเป็นหนังสือหนึ่งเล่มแบบนั้น เรามีกรอบหลักสูตรวางแบบหลวมๆ แยกไว้ คอนเซปต์มันคือการเล่นและทดลองจนได้รับรู้สิ่งที่อยู่ในบทเรียนด้วยตัวเอง อย่างในห้องเรียนก็จะมีมุมห้องด้านหนึ่งที่เป็นโต๊ะต่อบล็อกไม้ อีกมุมมีการเล่นสวมบทบาทตัวละคร อีกด้านหนึ่งเป็นประตูที่เชื่อมต่อกับสวนด้านนอก ให้เด็กได้ไปหยิบจับผสมสีด้วยมือตัวเองจริงๆ ว่าสีแดงผสมกับเหลืองคือส้มโดยไม่ต้องมาท่องจำเอา

“แล้วเราก็ไม่ได้บังคับให้เด็กทั้งห้องไปเล่นที่มุมนั้นพร้อมกันทั้งหมด แต่เราปล่อยให้เขาไปเล่นด้วยความสนใจของตัวเอง ซึ่งก็จะทำให้เราเห็นถึงบุคลิกในตัวเด็กด้วย เพราะบางคนอาจชอบเล่นแต่แบบเดิมๆ ครูที่นี่จึงมีหน้าที่คอยช่วยให้เด็กแต่ละคนได้ออกมาเล่นในสิ่งอื่นที่ตัวเขาอาจไม่ได้สนใจ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ครบทุกด้าน

“อย่างการวาดรูป ด้วยกล้ามเนื้อของเด็กยังพัฒนาไม่เต็มที่ ทำให้เด็กจับพู่กันวาดรูปไม่ค่อยถนัด ซึ่งจะทำให้เด็กหงุดหงิดและไม่อยากวาด ที่นี่ก็เปิดให้เด็กวาดด้วยมือได้เลย เด็กจึงไม่เครียดและยังคงมีความสนใจอยู่ จึงทำให้เด็กที่เรียนที่โรงเรียนอนุบาลเคนซิงตันนั้นเรียนอย่างมีความสุข อยากไปโรงเรียนอยู่ตลอด และมีวิธีคิดการมองและแก้ปัญหาในรูปแบบที่เป็นแบบของตัวเองอยู่ด้วย แม้ว่าในตอนหลังจะย้ายไปยังโรงเรียนปกติแล้วก็ตาม” ทั้งสองคนเล่าถึงความเชื่อมั่นในระบบการเรียนแบบเล่น

Kensington Learning Space โรงเรียนสอนพิเศษที่เชื่อว่าการเล่นคือการเรียนรู้ที่ดีที่สุด
Kensington Learning Space โรงเรียนสอนพิเศษที่เชื่อว่าการเล่นคือการเรียนรู้ที่ดีที่สุด

โรงเรียนอนุบาลสู่ศูนย์เรียนพิเศษ

หลังจากก่อตั้งโรงเรียนอนุบาลขึ้นมาจนตอนนี้เข้าสู่ปีที่ 8 แล้ว แม้โรงเรียนแห่งนี้จะได้รับการยอมรับอย่างมาก แต่แทนที่ผู้ก่อตั้งทั้งสองคนจะขยายโรงเรียนเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาหรือมัธยมศึกษา แต่พวกเขากลับหยิบเอาไอเดียที่เป็นแกนหลักอย่างการเล่นมาขยายสู่วงกว้างแก่เด็กคนอื่นๆ แทน และเป็นที่มาของการสร้าง Kensington Learning Space แห่งนี้

“เราเรียกที่นี่ให้เข้าใจง่ายๆ ว่าคือที่เรียนพิเศษ แต่จริงๆ มันคือสถานที่ในการสร้างวิธีคิด ทักษะ และทัศนคติให้เด็กๆ รักในการเรียน ซึ่งเรามั่นใจมากว่าจะหาไม่ได้ในสถานที่อื่น

“ผมขอยกตัวอย่างให้เข้าใจง่ายๆ สักสองคอร์สแล้วกัน อย่างคอร์สแรกคือคอร์สทำอาหาร ที่เราอยากให้เป็นมากกว่าห้องเรียนทำอาหาร ถ้าโรงเรียนอื่นๆ สอนทำอาหาร ก็จะเช็ตเมนูมาเลยว่าให้เด็กทำอะไรในวันนั้น แต่สิ่งที่เราสอนคือ ให้โจทย์ว่าอยากเปิดร้านอาหารอิตาลี โดยให้เด็กๆ เป็นคนจัดการ และพยายามผลักดันให้ภายในหนึ่งเดือนข้างหน้าร้านอาหารนี้เกิดขึ้นได้ 

“เด็กๆ ก็ต้องมาตั้งชื่อร้านกันเอง มีการถกเถียงพูดคุยและแบ่งงานกันว่าจะตกแต่งร้านนี้ยังไง เมนูอาหารที่จะทำก็ให้ทุกคนกลับบ้านไปถามพ่อแม่ว่า ในร้านอาหารอิตาลีนั้น พ่อกับแม่ชอบกินเมนูอะไร พอได้เมนูกลับมาคนละหลายเมนู ก็ต้องมีการตกลงกันว่าจะเลือกเมนูไหนบ้าง เป็นการสอนให้เด็กได้รู้จักการเจรจาตกลงโดยไม่ทะเลาะกัน ซึ่งเป็นวิธีของผู้ใหญ่ บางทีผู้ใหญ่ในองค์กรยังทำไม่ได้เลย (หัวเราะ)

“พอถึงตอนที่สรุปเมนูได้ ก็มาฝึกทำอาหารกันว่าแต่ละอย่างที่ว่ามามันทำยังไง คีย์เวิร์ดอีกสิ่งหนึ่งที่เราจะสอนให้เด็กๆ เรียนรู้ คือการได้ลองผิดลองถูก คนเราทำผิดพลาดกันได้ เด็กไม่จำเป็นต้องทำอาหารออกมาอร่อย ครั้งแรกกินไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เราจะได้เรียนรู้จากความผิดพลาดว่าเกิดจากอะไร ครั้งที่สองดีขึ้น มาครั้งที่สามโอเคนี่อร่อยละ 

Kensington Learning Space โรงเรียนสอนพิเศษที่เชื่อว่าการเล่นคือการเรียนรู้ที่ดีที่สุด

“ทีนี้ถ้าเป็นเด็กโตขึ้นมาหน่อย เราก็พาการเรียนให้ไปได้ไกลกว่านั้นอีก อย่างการสอนเด็กถึงวิธีคิดว่าจะขายอาหารพวกนี้เท่าไหร่ดี คิดราคาต้นทุนของวัตถุดิบทั้งหมดยังไง และในตอนจบก็เป็นพ่อแม่ของเด็กทุกคนนี่แหละที่จะมายังร้านอาหารอิตาลีแห่งนี้ และชิมอาหารของเด็กทุกคนไปพร้อมกัน

“มันเป็นวิธีคิดที่ง่ายมากๆ ได้สร้างกระบวนการเรียนรู้จากการคิดกันเองโดยเด็กๆ ทั้งหมด ถ้าเด็กเข้าใจและนำไปใช้ในชีวิตต่อไปได้จริง มันจะทรงพลังมากๆ เลย หลังจากนี้ถ้าเด็กได้รับโจทย์อะไรที่มากกว่านี้ เขาจะมีคำถามต่อมาว่าจะทำยังไง ต่างกับเด็กยุคก่อนที่ได้รับคำสั่งมาทั้งหมดเลยว่าต้องทำยังไง 

“หรืออีกคอร์สหนึ่งที่เด็กๆ และผู้ปกครองชอบกันมาก ก็คือคอร์สเรียนจากการเล่นเกมอย่าง Minecraft เราให้โจทย์เขาไปว่า อยากให้ช่วยกันสร้างพระราชวัง เด็กๆ ก็ไปค้นคว้ากันมาว่าพระราชวังนั้นมีหน้าตายังไง พื้นที่ด้านในเป็นแบบไหน จุดเด่นคืออะไร แล้วพวกเขาก็วางแผนและจัดสรรแบ่งงานกันเองว่าพระราชวังต้องสร้างอะไรบ้าง ก่อนสร้างขึ้นได้ตามแผนแล้วเขาก็เอาพระราชวังนั้นไปเล่นกับเพื่อนๆ คนอื่นต่ออีกด้วย มันคือการสอนทักษะการทำงานแบบผู้ใหญ่ ให้เขาได้ฝึกหัดในขณะเล่นเกมไปด้วยน่ะครับ” ทั้งสองอธิบายการเรียนแบบเล่นๆ ที่พอฟังแล้วก็ทำให้เราอยากมีโอกาสเล่นอะไรแบบนี้บ้าง

โรงเรียนของเราน่าเล่น

หลังจากที่คุยจนเข้าใจเรื่องหลักสูตรการเรียนแบบเล่นนี้แล้ว ทั้งสองคนเลยขออาสาพาเราเดินชมสถานที่ทั้งหมดก่อนจะพูดคุยลงรายละเอียดกันต่อ เมื่อเดินผ่านประตูหน้าเข้ามา เราก็ได้เจอกับผนังไม้ที่หมุนพลิกเล่นได้ ด้านข้างเป็นบ่อลูกบอลพร้อมสไลเดอร์ขนาดยักษ์ที่ตอนนี้เก็บลูกบอลไปชั่วคราวเพราะสถานการณ์โรคระบาด อีกฝั่งหนึ่งเป็นร้านกาแฟที่มีผนังร้านโค้งๆ พร้อมติดหินเล็กๆ ไว้ให้เด็กปีนเล่นได้ 

Kensington Learning Space โรงเรียนสอนพิเศษที่เชื่อว่าการเล่นคือการเรียนรู้ที่ดีที่สุด
Kensington Learning Space โรงเรียนสอนพิเศษที่เชื่อว่าการเล่นคือการเรียนรู้ที่ดีที่สุด

ด้วยความที่อาคารมีรูปทรงบิดเกลียวเป็นก้นหอย สื่อความหมายถึงการเรียนรู้ที่ไม่มีที่สิ้นสุด ทำให้มีพื้นที่ตรงกลางอาคารเป็นลานโล่งที่เล่นระดับเป็นเนินเล็กๆ เพื่อให้เด็กวิ่งหรือไถรถได้ มีเครื่องเล่นให้เด็กปีนป่ายอยู่อีกด้าน ส่วนพื้นที่รอบๆ ก็เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ซึ่งให้ความร่มรื่นกับตัวอาคารอย่างมาก

ในขณะที่ห้องเรียนต่างๆ นั้นก็กระจายกันอยู่รอบๆ ลานกลางนี้ทั้งหมด ความพิเศษของการใช้พื้นที่แบบนี้อยู่ที่พื้นที่ของแต่ละชั้นจะถูกผสานเข้าด้วยกัน ทำให้พื้นที่ในบางห้องมีเพดานสูงเป็น 2 เท่าของปกติ การใช้งานในห้องนั้นจึงเกิดความน่าสนใจขึ้นมาเป็นอย่างมาก แม้แต่กับผู้ใหญ่อย่างผมเองก็ตาม

Kensington Learning Space โรงเรียนสอนพิเศษที่เชื่อว่าการเล่นคือการเรียนรู้ที่ดีที่สุด

อย่างพื้นที่ของชั้นล่างก็ประกอบไปด้วยสระว่ายน้ำที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากถ้ำ ด้วยเพดานสูงตามที่ว่ามาจึงสร้างบรรยากาศที่แตกต่างออกไปได้จริงๆ มีที่เล่นน้ำคล้ายกับการเล่นน้ำฝนเพื่อให้เด็กปรับตัวก่อนลงว่ายน้ำในสระ มีโรงอาหารสำหรับเด็กโดยเฉพาะ ห้องเรียนของที่นี่ก็มีอยู่หลายห้อง ภายในห้องไม่ได้มีโต๊ะวางอยู่เยอะ แต่จัดที่นั่งไว้ตามมุมห้อง แต่ละมุมก็มีของเล่นและอุปกรณ์คนละอย่าง ความน่าสนใจที่สุดก็คือการที่เปิดประตูห้องเรียนออกมายังพื้นที่สีเขียวภายนอกได้เลย 

Kensington Learning Space โรงเรียนสอนพิเศษที่เชื่อว่าการเล่นคือการเรียนรู้ที่ดีที่สุด

เมื่อเดินขึ้นมายังชั้นสองและชั้นสามที่เชื่อมต่อกัน เราก็จะเจอกับเลาจน์หรือห้องพักสำหรับให้เด็กนั่งรอก่อนเข้าเรียน ที่มีของเล่นต่างๆ อย่างบล็อกไม้ เลโก้ วางให้เล่นได้เลย ชั้นสองและสามก็มีห้องเรียนพิเศษเฉพาะทางมากขึ้น ทั้ง ห้องเรียนทำหุ่นยนต์ ห้องครัว ห้องเรียนคลาสดิจิทัลที่ติดกระจกเงาไว้เต็มผนังทั้งหมด มีโรงยิมที่ช่วยเน้นพัฒนาการของเด็กเล็ก สนามกีฬาในร่มซึ่งเล่นกีฬาอย่างฟุตบอลหรือบาสเกตบอลได้ มีห้องประชุมขนาดใหญ่ที่หน้าตาอลังการเหมือนในศูนย์การประชุมแต่แค่มีขนาดที่เล็กลงมาเฉยๆ

นอกจากนี้แล้วถ้าเราสังเกตดีๆ ก็จะเห็นรายละเอียดของกราฟิกต่างๆ ที่ซุกซ่อนข้อมูลและความรู้ไว้เต็มไปหมด โดยกระจายไปในจุดต่างๆ เหมือนกับต้องการให้เด็กได้สำรวจและเรียนรู้ด้วยตัวเองในทุกจุดของอาคาร นับว่าทั้งการออกแบบและการวางผังการใช้งานแตกต่างจากโรงเรียนทั่วไปเป็นอย่างมาก เราได้ถามทั้งสองคนถึงที่มาของการออกแบบพื้นที่แบบนี้

Kensington Learning Space โรงเรียนสอนพิเศษที่เชื่อว่าการเล่นคือการเรียนรู้ที่ดีที่สุด
Kensington Learning Space โรงเรียนสอนพิเศษที่เชื่อว่าการเล่นคือการเรียนรู้ที่ดีที่สุด

“ผมเป็นคนให้คุณค่าในเรื่องการออกแบบมากๆ เพราะด้วยการเรียนในเชิงที่ให้เด็กได้เล่น เด็กจึงต้องรู้สึกสนุกที่ได้มา พื้นที่ในตึกเรียนพิเศษแห่งนี้ก็เลยเป็นตึกสี่เหลี่ยมแบบธรรมดาทั่วไปไม่ได้ รวมถึงทุกห้องเรียนจะต้องเชื่อมต่อกับพื้นที่กลางแจ้ง ซึ่งเด็กออกไปได้ตลอดเวลา เพราะมีงานวิจัยมาแล้วว่า เด็กเรียนรู้ได้ดีกว่าในพื้นที่เปิด นี่คือสิ่งที่เรียกว่า Learning Ecosystem หรือบรรยากาศที่ช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ ซึ่งเราหยิบเอามาปรับใช้ในการบรีฟทางสถาปนิก

“อย่างห้องเรียนที่กระตุ้นให้เด็กเกิดความอยากรู้อยากเห็น ไม่ง่วงไม่เบื่อ ก็ต้องมีการเปิดแสงสว่างจากภายนอกเข้ามา การใช้เส้นโค้งเส้นเว้าแบบฟรีฟอร์มของอาคารที่ช่วยกระตุ้นให้เด็กอยากเรียนรู้ แต่ก็มีรายละเอียดเล็กๆ ซ่อนอยู่เหมือนกัน อย่างห้องเรียนทุกห้องของเราปรับเปลี่ยนรูปแบบการสอนได้หลากหลายมาก เพราะด้วยการที่โลกและเทคโนโลยีต่างๆ มันเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ห้องเรียนจึงควรยืดหยุ่นต่อการใช้งานให้มากที่สุด หรือพื้นที่ร้านกาแฟของเรา เวลาเด็กมาอยู่ในพื้นที่นี้ อย่างแรกที่จะทำคือปีนผนัง เพราะร้านกาแฟทั่วไปมันปีนไม่ได้ พอตรงนี้มันปีนได้เขาก็มาปีนกัน” โน้ตเล่าถึงเบื้องหลังการออกแบบอาคารแห่งนี้

Kensington Learning Space โรงเรียนสอนพิเศษที่เชื่อว่าการเล่นคือการเรียนรู้ที่ดีที่สุด
Kensington Learning Space โรงเรียนสอนพิเศษที่เชื่อว่าการเล่นคือการเรียนรู้ที่ดีที่สุด

นอกจากนี้ โน้ตยังเล่าให้ฟังต่อถึงเทคนิคการทำงานและการเลือกทีมออกแบบอาคารว่า เขาตั้งใจเลือกบริษัทสถาปนิกและอินทีเรียซึ่งทำงานร่วมกันได้ และมีการนำสถาปนิกและนักออกแบบภายในมาร่วมกันทำเวิร์กช็อปด้านแบรนดิ้งกันตั้งแต่แรกเริ่ม เพื่อออกแบบในสิ่งที่เป็นเคนซิงตันออกมาเลย ซึ่งก็เป็นวิธีการทำงานร่วมกันที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก

เราทุกคนชอบไปโรงเรียน

เราประทับใจกับรายละเอียดต่างๆ มากมายที่ตั้งใจคิด ตั้งใจสร้างขึ้น เพื่อให้ที่นี่เป็นสถานที่เรียนที่ทำให้เด็กๆ ‘ชอบไปโรงเรียน’ ได้สำเร็จแล้ว เราตั้งคำถามกับโน้ตและหนุ่ยต่อว่า เขามองเห็นอะไรในอนาคตของ Learning Space แห่งนี้

“เราอยากสร้างให้ทุกคนมีวิธีคิดต่อการเรียนที่เปลี่ยนแปลงไป การเรียนมันคือการเรียนรู้ ไม่ใช่การเรียนเพื่อสอบเข้าหรือทำคะแนน แต่มันดึงให้คนได้กลับมาคิดว่า เด็กอยากเรียนอะไร แล้วเราจะทำยังไงให้เขาไปได้ไกลกว่าแค่สิ่งที่เขาอยากเรียน วันนี้เขาอาจจะตั้งใจมาเรียนภาษา แต่เราอยากจะสร้างวิธีคิดให้เขามากกว่าแค่มาเรียนภาษาหรือทำอาหารนะ พื้นฐานวิธีคิดนี่แหละที่ทำให้เด็กทำในสิ่งที่ชอบ และสร้างความมั่นใจให้กับเด็กได้ ซึ่งความมั่นใจนี้จะทำให้เขานำไปลองผิดลองถูกเรียนรู้ด้วยตัวเองต่อไปตลอดทั้งชีวิต ซึ่งน่าจะเป็นทักษะสำคัญในการใช้ชีวิตในโลกอนาคตต่อไปจากนี้ไปจริงๆ” ทั้งคู่กล่าวทิ้งท้าย

Kensington Learning Space โรงเรียนสอนพิเศษที่เชื่อว่าการเล่นคือการเรียนรู้ที่ดีที่สุด

ติดตาม Kensington Learning Space ได้ที่ Facebook : Kensington Learning Space

Writer & Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

“สินค้าเรามีความ Creative บวก Functional นี่แหละความสนุกที่ทำให้ต่างจากที่อื่น” 

คำโปรยจากปาก คุณภา-อุรวี วรรณมโนมัย ผู้ช่วยผู้อำนวยการ Medium & More ภายใต้บริษัท Frasers Property Commercial (Thailand) นำพาเรามาที่นี่

เคยรู้สึกเหมือนกันไหมว่าศิลปะเป็นเรื่องใกล้ตัวและเรื่องน่าสนุกอย่างล้นเหลือ ไม่ใช่แค่ข้าวของตกแต่งในหอศิลป์ หรือเพียงรูปภาพที่จัดแสดงขึ้นโดยใส่กรอบทองตั้งโชว์ แต่ศิลปะนั้นอยู่รอบตัวเราอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของ เครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน หรือจิปาถะนานาสิ่ง

ถ้ายังไม่เห็นภาพ วันนี้เราขอพาไปทำความรู้จักกับ Medium and More ร้านคอนเซปต์สโตร์ที่ทำให้พวกเราเห็นกันอย่างชัดเจนว่าศิลปะนั้นอยู่รอบตัว และเรารู้สึกสนุกกับงานศิลป์ สนิทกับศิลปินได้ ผ่านสินค้าในร้านบนพื้นที่ชั้น 3 ของศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร

ที่นี่เป็นมากกว่าร้านขายสินค้าไลฟ์สไตล์ เพราะเป็นคอมมูนิตี้ของคนรักงานศิลป์และงานทำมือที่ให้พื้นที่ระหว่างคน ศิลปะ และร้านค้า ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘ต้องการเป็นที่เรียนรู้ตลอดชีวิต’ ผ่านการเรียนรู้จากประสบการณ์ เพิ่มเติมด้วยความสนุกจากการช้อปปิ้ง ทำให้ลูกค้าเพลิดเพลินกับการทำกิจกรรมและจับจ่ายสินค้าได้ไม่ว่าช่วงวัยใด ตามสโลแกนของ ‘Life Means More’ หรือ ‘ชีวิตที่มากกว่า’

นี่คือพื้นที่ที่ให้เราทุกคนใช้เวลาว่างเพลิดเพลินกับการทำงานอดิเรก ทำเวิร์กชอป เพลิดเพลินกับการซื้อและเรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ ๆ ไม่จำกัดเวลา ไม่ว่าเพศหรือวัยใดก็มีส่วนร่วมกับ Medium and More ได้เสมอ บนพื้นที่ 1,525 ตารางเมตร ที่จัดแบ่งพื้นที่ออกเป็นโซน ๆ เพื่อตอบสนองต่อผู้มีความสนใจในไลฟ์สไตล์ ศิลปะ งานฝีมือ ตามความชอบแตกต่างกันออกไป จะมีโซนไหนบ้าง ไปลุยกัน!

ห้องสร้าง(สัง)สรรค์

บอกตามตรงว่าเมื่อบ่ายที่เราเดินดุ่ม ๆ เข้ามาในร้านครั้งแรก เราเดินไปโดยไม่รู้ว่าจะพบเจอกับสิ่งใดบ้าง ด้วยเนื้อที่กว้างสุดลูกหูลูกตาและปริมาณสินค้าที่เยอะราวกับยกห้างสรรพสินค้าทั้งตึกมาไว้ที่นี่ พอเดินไปสักพัก ก็ได้ข้อสรุปว่าพื้นที่หลัก ๆ ของ Medium and More แบ่งออกเป็น 2 โซน 

หนึ่ง โซน Kitchen & Cooking และ สอง โซน Art & Craft 

Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร

เริ่มจากมุมที่เรียกว่า The Classroom เป็นห้องสำหรับทำกิจกรรมเวิร์กชอป ใครที่อยากวาดภาพ ปั้นดิน แม้แต่เรียนชงกาแฟก็ใช้ห้องนี้ทำกิจกรรมเหล่านั้นได้ เพราะนี่คือพื้นที่รวบรวมผู้คนในลักษณะของการทำเวิร์กชอปกลุ่มใหญ่ราว 10 – 20 คน ทุกวันศุกร์ถึงวันอาทิตย์ มีผู้สอนให้คำชี้แนะอย่างใกล้ชิด

ในระหว่างที่เรากำลังนั่งเล่นอยู่ในห้อง Classroom คุณภาเริ่มบทสนทนาขึ้น

“พื้นที่ของเราน่าสนุกตรงที่ เวลามาเดินเป็นครอบครัวก็แยกย้ายกันเดินได้ คุณลูกไปจุดหนึ่ง คุณพ่อไปจุดหนึ่ง คุณแม่ไปอีกจุดหนึ่ง มีหลากหลายมุมให้เลือกตามความชอบ บางครั้งมานั่งทำกิจกรรมด้วยกันที่ Classroom ก็ได้ เราถือว่ามุมนี้เป็นคอมมูนิตี้ใหม่ที่มีความน่าสนใจ แถมยังสนุกด้วย”

ด้วยความสงสัย เราถามต่อว่ากลุ่มเป้าหมายของร้านนี้เป็นคนกลุ่มไหน วัยใด 

“เราไม่ได้เลือกคนด้วยช่วงอายุเลย แต่เราเลือกด้วยไลฟ์สไตล์ของคนมากกว่า” เธอยิ้ม ก่อนจะขยายความ “จริง ๆ กลุ่มเวิร์กชอปที่เราทำ เราอยากเชิญชวนคนที่อยากทำงานศิลปะต่าง ๆ มาใช้พื้นที่ตรงนี้ อีกกลุ่มหนึ่งสำหรับคนที่อยากเรียนรู้วิชาใหม่ ๆ และเราไม่จำกัดอายุ มีตั้งแต่กลุ่มเด็กเล็ก จนถึงคนสูงวัย ที่นี่ไม่ใช่พื้นที่ของกลุ่มวัยรุ่นเพียงอย่างเดียว แต่เป็นของคนทุกกลุ่ม ทุกคนมาได้หมดค่ะ” 

เราเห็นด้วยกับคำตอบนี้มาก

เพราะอีกหลาย ๆ มุมที่กำลังจะพูดถึง ต้องถูกใจใครหลายคนแน่นอน ไม่มุมใดก็มุมหนึ่ง

ห้องของการหาทำ

มุมต่อมาเป็นบริเวณที่มีความสร้างสรรค์มาก นั่นคือ Crafter Studio 

ทางร้านมี Crafter ที่มานั่งทำกิจกรรมร่วมกับลูกค้าด้วย ไม่ต้องกังวลแม้ว่าคุณจะไม่มีพื้นฐานงานคราฟต์ เพราะ Crafter ประจำร้านจะอยู่ช่วยคุณตลอดกิจกรรม ตั้งแต่กิจกรรมปั้นดิน ปลูกต้นไม้ ประดิษฐ์กล่องดนตรี วาดภาพสีน้ำ เย็บปักถักร้อย จนถึงทอผ้าและกิจกรรม MARK.IT การสลักลายที่บ่งบอกความเป็นตัวเองลงบนขวดน้ำ ขอบอกว่ากิจกรรมตรงนี้เหมาะมากสำหรับใครที่กำลังตามหาของขวัญวันเกิดชิ้นพิเศษชิ้นเดียวในโลก หรืออยากทำงานทำมือเพื่อความเพลิดเพลิน พื้นที่ของ Crafter Studio ยินดีต้อนรับคุณในทุก ๆ วัน เพียงแค่มาจองคิวกับ Crafter ก็จะได้ทำกิจกรรมที่กล่าวมาจนสมใจอยาก

Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร

เราเดินสำรวจพื้นที่ตรงนี้อีกนิด แนะนำให้รู้คุณรู้จักมุมทำ ‘กล่องดนตรี’ ที่เปิดให้เราเลือกได้ตั้งแต่แรกเริ่มว่าต้องการฐานกล่องดนตรีแบบไหน ใส่หุ่นตุ๊กตาอะไร อยากได้เพลงแนวใด ล้วนแล้วแต่นำทุกอย่างที่ต้องการมาประกอบกันเป็นกล่องดนตรีสุดพิเศษที่มีแค่ชิ้นเดียวในโลกจากสองมือของเราเอง

Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร

การทำ ‘สวนในขวด’ ก็ดี ชำระเงินปุ๊บ ทำเวิร์กชอปได้ทันที โดยมีคุณครูใจดีจัดหาอุปกรณ์ให้ ก่อนเปิดบทเรียนตั้งแต่เริ่มต้นจนจบกระบวนการ แถมวิธีดูแลให้ด้วย

จากสวนในขวด ที่นี่ยังเพิ่มระดับความตระการตาไปสู่ ‘สวนในตู้’ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ตู้นี้ออกแบบมาสำหรับเลี้ยงต้นไม้โดยเฉพาะ มีระบบแสง สี เสียง น้ำ ไฟ ภายในตู้ยังปล่อยฝนตกและหมอกได้ ล้ำมากเสียงธรรมชาติในตัว 20 กว่าเสียง ตั้งเวลาเปิด-ปิดได้ เสมือนหนึ่งว่าได้จำลองป่าเขาลำเนาไพรในธรรมชาติมาไว้ในกรอบกระจกสี่เหลี่ยมนี้ก็ไม่ปาน แม้ว่าภายในตู้มีน้ำและหมอก แต่ตู้นี้ใสตลอดเวลา ด้วยนวัตกรรมทำความสะอาดในตัวเอง เพิ่มความไฮเทคเข้าไปอีกด้วยการควบคุมผ่านมือถือ ใช้งานง่าย สะดวก จบในที่เดียว เหมาะแก่การซื้อเป็นของขวัญ ให้ตัวเองก็ได้ ให้คนพิเศษก็ดี

Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร
Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร

ขยับมาอีกหน่อยกับพื้นที่สำหรับงานปั้นทุกรูปแบบ ไม่ว่าเสียงเรียกร้องในใจคุณปรารถนาจะปั้นงานออกมาเป็นรูปทรงใดก็บอกนักปั้นได้ ที่นี่ไม่จำกัดหัวคิดสร้างสรรค์ จะเป็นจาน ชาม แก้ว แจกัน เครื่องประดับ หรือสิ่งใดแล้วแต่ใจสั่ง เพียงแค่บอกความต้องการ แล้วคุณครูจะช่วยกันเสกพร้อมกับคุณ

ค่าบริการของกิจกรรมของมีราคาแบบปั้นชิ้นเดียวจนถึงราคาปั้นแบบบุฟเฟต์ ท่านใดไม่สันทัดด้านการปั้นแต่อยากมีส่วนร่วมกับผลงาน ที่นี่ก็มีสินค้างานปั้นสำเร็จรูปที่คุณซื้อมาลงสีเองได้

Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร

ถัดมาเป็นโซนงานปัก งานทอ เปิดรับลูกค้าแบบวอล์กอินให้มานั่งทำโดยไม่ต้องจองให้เสียเวลา เมื่อทอผ้าเสร็จ ก็นำไปขึ้นรูปเป็นกระเป๋าหรือซื้อเป็นชุดแล้วนำกลับไปทำที่บ้านก็ได้เช่นกัน

เล่ามาทั้งหมดนี้ อย่าเพิ่งคิดว่าต้องเสียเวลามาขลุกตัวอยู่ที่ Medium and More คราวละนาน ๆ เพราะใครที่ไม่ประสงค์จะลองผิดลองถูกท่ามกลางลูกค้าในร้านที่สัญจรผ่านไปมา ก็อุดหนุน DIY Kits กลับไปทำงานคราฟต์สุดชิลล์ที่บ้านได้ เราขอรับรองว่าเพลิดเพลินและเรียกสมาธิได้ดีเยี่ยม 

ห้องศิลเปรอะ

Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร

โซนใหญ่ลำดับต่อมาคือ Art & Craft ที่รวบรวมอุปกรณ์ศิลปะ สีต่าง ๆ รวมถึงสีแปลกใหม่อย่าง Thai Tone เฉดสีโบราณของไทยซึ่งจะหาได้ยากจากที่อื่น มีให้เลือกทั้งสีโปสเตอร์ สีน้ำ หรือสีที่นำไปทำฟิกเกอร์ ที่นี่มีไม่ต่ำกว่า 50 เฉดสีให้เลือกสรร ถือว่าครบสูตรสำหรับคนชอบงานวาดภาพระบายสี

Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร

แถมด้วยกองทัพเครื่องเขียนอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นปากกา ดินสอ ยางลบ ไม้บรรทัด กระดาษ ทุกสิ่งอย่างที่เกี่ยวกับเครื่องเขียน พร้อมด้วยมุม Office Supply เปรียบเหมือนกับร้านเครื่องเขียนขนาดย่อม ที่นักเรียน นักศึกษา พนักงานออฟฟิศ มาเลือกสรรตามหาซื้อของที่นี่ได้ครบจบในที่เดียว

ห้องนักสะสม

Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร
Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร

โซนน้องใหม่ที่เพิ่งเริ่มพัฒนา นั่นคือ Character และ Collectible สำหรับคนที่มีความหลงใหลและมีไฟในการเก็บสะสม ขอชวนมาชม Collectible Items ที่มุมนี้ และมีฟิกเกอร์หลากหลายชนิด อาทิ ฟิกเกอร์การ์ตูน ฟิกเกอร์ลวดลายของเหล่าบรรดาศิลปิน เช่น TinyTan หรือ BT21 by BTS ตลอดจนกล่องสุ่มลิขสิขธิ์แท้ แม้แต่สินค้าของ Care Bears หรือ Mr. Men & Little Miss. ก็มีให้เลือกชมได้ตามสบาย

Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร
Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร

ที่กำลังเป็นที่นิยมอยู่ในตอนนี้อย่าง Bearbrick ก็มีตั้งแต่ไซส์เล็ก 100% ขยับไปเป็น 400% จนกระทั่ง 1,000% พวกที่มาใหม่เป็นต้นว่า Bearbrick Snoopy หรือของศิลปิน Keith Haring ก็มีรวมไว้ที่นี่ 

ถ้าหากใครอยากลงทุนขนาดย่อม สินค้าตัวนี้ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่เบา

ห้อง Life Gadgets

Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร
Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร

เมื่อโลกนี้ตกอยู่ในสถานการณ์โควิด-19 มีอุปกรณ์หลายชนิดที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตแบบ New Normal นำมาซึ่งมุมสินค้าจำพวก Life Gadgets ที่ช่วยให้ชีวิตกักตัวอยู่บ้านราบรื่น ตัวอย่างสินค้าที่วางจำหน่ายในบริเวณ เช่น ขาตั้งโทรศัพท์ กล้องถ่ายภาพ รวมถึงอุปกรณ์ไอทีอีกสารพัด

พื้นที่ผสมผสานระหว่างคน งานศิลปะ และร้านค้า บนเนื้อที่ 1,525 ตารางเมตรของศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

ห้องครัว

ห้องครัวของที่นี่ มีตั้งแต่อุปกรณ์ทำครัวที่เป็นของคนรุ่นใหม่ ใช้งานง่าย เรียกว่าว่า Easy Living ตามเทรนด์ ทำเองได้ถึงแม้ว่าจะอยู่หอพัก มีขนาดตั้งแต่ชิ้นเล็กมาก จนถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นมหึมา

ยกตัวอย่าง เแบรนด์ LocknLock มินิมอล เก๋ไก๋ มีสไตล์ เหมาะกับกลุ่มนักศึกษาและพนักงานออฟฟิศที่หัวใจยังวัยรุ่น เพราะราคาไม่แรงอย่างรูปลักษณ์ อุดหนุนได้หลาย ๆ ชิ้น สบาย!

พื้นที่ผสมผสานระหว่างคน งานศิลปะ และร้านค้า บนเนื้อที่ 1,525 ตารางเมตรของศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

ส่วนชิ้นที่เห็นอยู่นี้คือ FIKA กระทะยอดนิยมในหมู่ยูทูบเบอร์แดนโสมขาว ทางร้านมี 3 สีให้เลือกจับจองเป็นเจ้าของได้ทั้งสีพีช สีขาวครีม และสีเขียว จุดเด่นของโซนนี้ คือ มีเครื่องครัวแบบ Collectible ด้วย เช่น เตา Bruno คอลแลปกับกระต่าย Miffy และมีเครื่องใช้ไฟฟ้าญี่ปุ่นที่เป็นตัวการ์ตูน หรือจาน ชาม ก็เป็นลวดลาย Snoopy สุดน่ารัก จะเรียกว่าข้าวของเครื่องใช้ที่นี่เป็นของที่กึ่ง ๆ สะสมก็ว่าได้

พื้นที่ผสมผสานระหว่างคน งานศิลปะ และร้านค้า บนเนื้อที่ 1,525 ตารางเมตรของศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

ห้องชา กาแฟ

พื้นที่ผสมผสานระหว่างคน งานศิลปะ และร้านค้า บนเนื้อที่ 1,525 ตารางเมตรของศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

อีกหนึ่งมุมในโซนห้องครัวที่โดดเด่นอย่างยิ่งใน Medium and More คือมุม Tea & Coffee ได้รับความนิยมอย่างท่วมท้นในช่วงโควิด-19 เนื่องจากผู้คนหันมาหาความสนุกจากการทำกาแฟเองที่บ้าน ทางร้านจึงมีเครื่องมือทั้งหมดในการทำชาและกาแฟค่อนข้างครบ ตั้งแต่เมล็ดจนถึงแก้วกาแฟ

ขอชวนทำความรู้จักแบรนด์ KINTO มีจุดขายอยู่ที่ผลิตภัณฑ์ Rivers รุ่นนี้เหมาะสำหรับคนที่ต้องเดินป่าและดื่มกาแฟ เพราะแก้วแต่ละตัวซื้อชิ้นส่วนมาประกอบกันให้เป็นอุปกรณ์ทำกาแฟได้

พื้นที่ผสมผสานระหว่างคน งานศิลปะ และร้านค้า บนเนื้อที่ 1,525 ตารางเมตรของศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

ส่วนนี่คืออุปกรณ์ที่ใช้งานแบบโฮมยูส มีให้เลือกหลากหลายทั้ง Dripper หรือ Moka Pot ที่มีทั้งกา ตาชั่ง ครบหมด หรือจะเป็นพวก Cold Brew ก็มี แม้กระทั่งเมล็ดกาแฟก็มา เช่น กาแฟไทยชื่อดังจากเชียงใหม่ GRAPH, AKHA AMA และมีโกโก้จาก Siamaya มีทั้งโกโก้พาวเดอร์ โกโก้นิปส์ และเครื่องดื่มช็อกโกแลต

พื้นที่ผสมผสานระหว่างคน งานศิลปะ และร้านค้า บนเนื้อที่ 1,525 ตารางเมตรของศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

ตัวนี้เป็นแก้วอโรมาของญี่ปุ่น ทางแบรนด์ Origami เขาเคลมว่าจะได้กลิ่นกาแฟหอมหวนขึ้นมาเมื่อใช้แก้วนี้ดื่ม เพราะด้วยรัศมีของปากแก้วที่ให้ความพอดีก้บจมูกคน เมื่อดื่มแล้วจมูกของเรากับปากแก้วจะมีระยะเว้นห่างที่พอดีกัน จึงทำให้ได้กลิ่นชัดกว่าแก้วอื่น ๆ ถึงได้เรียกว่าแก้วอโรม่า

“ส่วนใหญ่เราจะรวมของที่เป็นเหมือนเครื่องครัวและไลฟ์สไตล์” คุณภาย้ำใจความสำคัญ

ห้องศิลปิน

พื้นที่ผสมผสานระหว่างคน งานศิลปะ และร้านค้า บนเนื้อที่ 1,525 ตารางเมตรของศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

จุดเด่นที่มาพร้อมกับการเปิดร้าน คือการรวมตัวงานของศิลปินต่าง ๆ ในมุม Artist Corner มีผลงานจากศิลปินหลายแขนงมารวมกัน ไม่ว่าจะเป็น MAMUANG งานของ คุณตั้ม วิสุทธิ์ และงานของ Thai Young Artist อาทิ Fluffy Omelett, Memiann, Bring home the Bacon, Unmelt รวมถึงงานของศิลปินต่างชาติ 

“งานศิลปินคืองานที่เรามองว่าเป็นอีกหนึ่ง Hobby ของศิลปะ ที่นี่พยายามจะ Related เข้าไปกับศิลปิน เรามีขวดน้ำ Keith Haring เรามีผลงานของศิลปินใหญ่ ๆ และเรารู้สึกสนุกกับงานของน้อง ๆ ศิลปินคนไทยด้วย น้อง ๆ ก็จะเก่งกันมาก ทำงานออกแบบต่าง ๆ Illustrator เยอะมาก ทำ NFT ก็มี”

พื้นที่ผสมผสานระหว่างคน งานศิลปะ และร้านค้า บนเนื้อที่ 1,525 ตารางเมตรของศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

และที่นี่ยังมีมุมเล็ก ๆ อีกมุม ชื่อว่า THAI THAI ขายของที่ระลึกจากศิลปินคนไทย เช่น ยาดม ยาอม ยาหม่อง ครก สาก ขายแม้กระทั่งมะม่วงอบแห้ง! เรียกว่าเป็นของฝากชิ้นที่เก๋ไก๋ ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือต่างชาติก็ต้องชื่นชอบ เพราะแต่ละอย่างดูเป็นสินค้าไทยแลนด์โอนลี่มาก ๆ

ห้องแห่งการแบ่งปัน

“เราพยายามจะผลักดันให้น้อง ๆ ได้มีตลาด มีพื้นที่ปล่อยของกันมากขึ้น” 

คุณภาทิ้งท้ายก่อนจะจบบทสนทนาด้วยแววตาและน้ำเสียงจริงใจ ทำให้เรารู้สึกอย่างแท้จริงว่าที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงร้านค้า แต่เป็นพื้นที่ที่ให้ความสำคัญกับศิลปินคนไทยและวงการศิลปะ และนำมาปรับให้เข้ากับคนทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มนักเรียน นักศึกษา พนักงานออฟฟิศ ผู้สูงวัย หรือกลุ่มคนที่ไม่อินเรื่องศิลปะก็ตาม

Medium and More ขอเป็นพื้นที่ที่ต้อนรับทุกคนเสมอ

และที่นี่เป็นพื้นที่ที่ผสมผสานระหว่างคน งานศิลปะ และร้านค้า อย่างแท้จริง

พื้นที่ผสมผสานระหว่างคน งานศิลปะ และร้านค้า บนเนื้อที่ 1,525 ตารางเมตรของศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

Medium and More

ที่ตั้ง : ชั้น 3 สามย่านมิตรทาวน์ เลขที่ 944 ถนนพระรามที่ 4 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00 – 22.00 น.

เว็บไซต์ : mediumandmore.com

Facebook : Medium and More

Writers

พัทธดนย์ กิจชัยนุกูล

ชอบอ่านเขียนตั้งแต่จำความได้ สนใจวิชาสังคมศึกษาตั้งแต่จบอนุบาล ใฝ่รู้ประวัติศาสตร์ตั้งแต่อยู่ประถม หัดแต่งนวนิยายตั้งแต่เรียนมัธยม เขียนงานสารพัดด้วยนามปากกา “แพทริก เหล่า” ตั้งแต่เข้ามหา’ลัย

ณัฐกฤตา เจริญสุข

อดีตนักเรียนวิชาออกแบบ ผู้ชื่นชอบการสาดสีสันลงบนงานศิลปะ สาดจินตนาการลงบนงานเขียน อยากส่งต่อเรื่องราวดี ๆ ผ่านทางการสื่อสารทุกรูปแบบ

Photographer

รัชต์ภาคย์ แสงมีสินสกุล

ช่างภาพที่มีร้านล้างฟิล์มเป็นของตัวเอง แต่นานๆจะถ่ายฟิล์มที เพราะช่วงนี้ฟิล์มมันแพง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load