เมื่อเข้าไปเดินในบ้านทรงยุโรปอายุร่วมร้อยปี เสียงดังจากการก้าวเดินกระทบบนพื้นไม้ทำให้เราต้องค่อยๆ เดินให้ช้า และเบาลง รูปอาจารย์ศิลป์ พีระศรี ในอิริยาบถต่างๆ ที่แขวนอยู่บนผนังรอบบ้าน ทั้งทำงานอย่างขึงขัง และผ่อนคลายยามพักผ่อน เป็นการบ่งบอกว่าบ้านหลังนี้กับอาจารย์ศิลป์ต้องเกี่ยวข้องกันทางใดทางหนึ่ง

บ้านหลังนี้คือที่ที่ศาสตราจารย์ชาวอิตาลีเคยใช้ชีวิตในช่วงแรกของการเดินทางมาอยู่ที่ไทยในรัชสมัยรัชกาลที่ 6 ในฐานะช่างปั้นประจำกรมศิลปากร รัฐบาลสยามได้จัดหาที่พักให้ คือบ้านพักเชิงสะพานซังฮี้หลังนี้ ซึ่งเป็นบ้านที่อาจารย์ศิลป์ พีระศรี ใช้ชีวิตอยู่ถึง 8 ปี

Craftsman, Craftsman roastery,บ้านอาจารย์ฝรั่ง,ศิลป์ พีระศรี,บ้านอ.ศิลป์ พีระศรี

หลังจากบ้านของอาจารย์ศิลป์ พีระศรี ถูกค้นพบโดยลูกศิษย์ที่ตามหาและสืบประวัติสำเร็จ จึงได้เปิดให้คนทั่วไปเข้าชม ปัจจุบัน บ้านหลังนี้ถูกทำให้กลับมีชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง โดยได้ Craftsman Roastery เข้ามาทำคาเฟ่ที่ชั้นหนึ่งของตัวบ้าน

ผมคุยกับ พี่แวว-เนตรนภา นราธัศจรรย์ เจ้าของ Craftsman Roastery หากมีใครที่รู้จัก Craftsman Roastery อยู่แล้ว น่าจะรู้จักสาขาในซอยเย็นอากาศ ที่ปรับปรุงเรือนไม้หลังเก่าชั้นเดียวอายุร้อยปี ออกแบบเป็นคาเฟ่ที่ผสมความเป็นสมัยใหม่เข้าไปโดยยังเก็บโครงสร้างเก่าสำคัญๆ ไว้อย่างครบถ้วน เช่นเดียวกันกับบ้านอาจารย์ฝรั่ง ที่พี่แววก็มีโอกาสได้ปรับปรุงบ้านทรงวิกตอเรียนเรอเนสซองส์ที่ผ่านกาลเวลามานานเพื่อทำคาเฟ่อีกครั้งหนึ่ง จนทำให้กาแฟกับบ้านเก่ากลายเป็นคาแรกเตอร์ของร้านนี้ไปแล้ว

Craftsman, Craftsman roastery,บ้านอาจารย์ฝรั่ง,ศิลป์ พีระศรี,บ้านอ.ศิลป์ พีระศรี

ความเป็นช่างฝีมือในการปรับปรุงอาคารเก่า และการทำกาแฟแบบงานฝีมือของ Craftsman Roastery ทำให้คอนเซปต์ความเป็นไทยและตะวันออกถูกใช้เป็นแนวความคิดหลักในการทำคาเฟ่ตั้งแต่การปรับปรุงตัวอาคาร ไปจนถึงเมนูกาแฟและอาหาร

ก่อนหน้าที่ Craftsman Roastery จะเข้ามาทำคาเฟ่ บ้านหลังนี้ถูกปรับปรุงมาก่อนหน้าครั้งหนึ่งแล้ว โดยด้านนอกทาสีเหลืองสด แต่ภายในยังคงสีเดิมของอาคารเอาไว้ ด้วยการขูดผนังเพื่อให้พบชั้นสีเดิมของบ้าน ที่เพิ่มเติมเข้ามาจะเป็นเฟอร์นิเจอร์แบบลอยตัว โต๊ะ เก้าอี้ และโซฟา รวมถึงเคาน์เตอร์บาร์ที่ออกแบบใหม่เองทั้งหมดให้เข้ากับเส้นสายลวดลายแบบตะวันตกของบ้านด้วย และใช้ไม้เป็นวัสดุหลักเพื่อให้รู้สึกผ่อนคลาย

Craftsman, Craftsman roastery,บ้านอาจารย์ฝรั่ง,ศิลป์ พีระศรี,บ้านอ.ศิลป์ พีระศรี

ชั้นสองของตัวบ้านเป็นหอประวัติของอาจารย์ศิลป์ พีระศรี และห้องแสดงผลงานของลูกศิษย์รุ่นที่ได้รับการสอนโดยตรงจากอาจารย์ ชั้นล่างแบ่งสัดส่วนเป็นห้องโถงใหญ่ 2 ห้องและห้องย่อยอีก 1 ห้อง สามารถเดินทะลุถึงกันได้หมด ใช้แสงธรรมชาติเป็นหลัก ผสมกับแสงไฟจากโคมไฟเดิมที่ติดอยู่ในบ้านอยู่แล้ว ก็เพียงพอที่จะสร้างบรรยากาศนั่งดื่มกาแฟได้ทั้งวัน

Craftsman, Craftsman roastery,บ้านอาจารย์ฝรั่ง,ศิลป์ พีระศรี,บ้านอ.ศิลป์ พีระศรี Craftsman, Craftsman roastery,บ้านอาจารย์ฝรั่ง,ศิลป์ พีระศรี,บ้านอ.ศิลป์ พีระศรี

ผมลองจินตนาการเอาเองว่า ตอนเช้าๆ ถ้าอาจารย์คงลงจากชั้นสอง มานั่งทานอาหารเช้า และกินกาแฟตรงริมหน้าต่าง รับแสงธรรมชาติ คงเป็นบรรยากาศที่รื่นรมย์เหมาะกับศิลปินใหญ่ไม่น้อย แต่ผมกลับได้ยินเรื่องเล่ามาว่า อาจารย์ศิลป์มักรีบออกไปมหาวิทยาลัย พกแค่แซนด์วิชกับกล้วยน้ำว้าง่ายๆ ไปกินที่ทำงานเท่านั้น ยกเว้นแต่วันอาทิตย์ที่อาจารย์มักจะไปสังสรรค์กินข้าวกับเพื่อน ใช้เวลานานทั้งวันตามแบบฉบับชาวอิตาลี

Craftsman, Craftsman roastery,บ้านอาจารย์ฝรั่ง,ศิลป์ พีระศรี,บ้านอ.ศิลป์ พีระศรี Craftsman, Craftsman roastery,บ้านอาจารย์ฝรั่ง,ศิลป์ พีระศรี,บ้านอ.ศิลป์ พีระศรี

กาแฟที่ Craftsman เลือกกาแฟที่เบลนด์ระหว่างกาแฟไทยจากบ้านห้วยห้ากับกาแฟจากต่างประเทศมาใช้เสิร์ฟในร้าน รสค่อนข้างกลาง ไม่เข้มจนขม ไม่อ่อนจนเปรี้ยว ก็เพื่อให้เป็นกาแฟที่สามารถดื่มได้ทุกวัน รวมถึงเมนูเครื่องดื่มอื่นๆ ที่ไม่ใช่กาแฟ

Craftsman, Craftsman roastery,บ้านอาจารย์ฝรั่ง,ศิลป์ พีระศรี,บ้านอ.ศิลป์ พีระศรี

แต่ที่อยากนำแนะนำเป็นพิเศษคือ Sparkling Tamarind หรือน้ำมะขามผสมน้ำผึ้งป่าและน้ำสปาร์คกลิ้ง เป็นเมนูที่คิดขึ้นมาใหม่เพื่อเป็นเมนู Signature ของร้านนี้โดยเฉพาะ หลังจากที่ได้คุยกับรุ่นลูกของแม่บ้านที่คอยดูแลอาจารย์ศิลป์ ทำให้รู้ว่าอาจารย์ศิลป์ชอบดื่มน้ำมะขามเป็นพิเศษ จึงได้เป็นเมนูเครื่องดื่มไทยแบบโมเดิร์นออกมาเป็นเมนูประจำบ้าน ใครชอบมะขาม ถ้าเครื่องดื่มมะขามยังไม่สะใจ ยังมีมะขามที่ถูกแปลงให้กลายเป็นแยมมะขามเพื่อกินกับสโคนด้วยนะครับ ขนมอบอื่นๆ ในร้านนี้ดูน่ากินทุกอย่าง แถมแต่ละวันก็จะมีขนมใหม่ๆ มาสับเปลี่ยนเพื่อความหลากหลายด้วย

Craftsman, Craftsman roastery,บ้านอาจารย์ฝรั่ง,ศิลป์ พีระศรี,บ้านอ.ศิลป์ พีระศรี Craftsman, Craftsman roastery,บ้านอาจารย์ฝรั่ง,ศิลป์ พีระศรี,บ้านอ.ศิลป์ พีระศรี Craftsman, Craftsman roastery,บ้านอาจารย์ฝรั่ง,ศิลป์ พีระศรี,บ้านอ.ศิลป์ พีระศรี

ถึงร้านนี้จะเป็นคาเฟ่ที่เน้นกาแฟ แต่อาหารก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรพลาดนะครับ อาหารคงเป็นสิ่งเดียวที่มีความอิตาลีแบบออริจินัล ได้เชฟจิอานนีจากร้าน La Gaetana ที่ภูเก็ตมาคอยดูแลเมนูให้ ผมได้นั่งคุยกับเชฟจิอานนีที่เป็นชาวอิตาลีตอนใต้ถึงอาหารในร้าน เชฟบอกอย่างถ่อมตัวว่า อาหารที่ทำให้ไม่ใช่ส่วนหลักของที่นี่ คนมาคาเฟ่นี้เพื่อดื่มด่ำกับกาแฟ และใช้เวลากับบรรยากาศและดูประวัติและผลงานของศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี อาหารเป็นเพียงส่วนประกอบให้ไปด้วยกันกับบรรยากาศเท่านั้น

Craftsman, Craftsman roastery,บ้านอาจารย์ฝรั่ง,ศิลป์ พีระศรี,บ้านอ.ศิลป์ พีระศรี Craftsman, Craftsman roastery,บ้านอาจารย์ฝรั่ง,ศิลป์ พีระศรี,บ้านอ.ศิลป์ พีระศรี

ถึงจะพูดจาอย่างถ่อมตัว แต่เชฟก็เล่าถึงอาหารการกินของอิตาลีให้ผมฟังคร่าวๆ อิตาลีเป็นประเทศที่ภาคเหนือและภาคใต้ค่อนข้างมีความแตกต่างกันทางภูมิประเทศและภูมิอากาศมาก ส่งผลออกมาให้เห็นถึงอาหารการกิน อิตาลีตอนบนที่มีอากาศหนาวเย็น เราจะพบว่าอาหารส่วนใหญ่จะประกอบไปด้วยแป้ง ชีส และครีม ส่วนทางตอนใต้ที่ติดทะเลจะอุดมไปด้วยอาหารทะเลและเครื่องเทศ รวมถึงกินรสจัด ซึ่งคล้ายคลึงกับลิ้นคนไทย

Craftsman, Craftsman roastery,บ้านอาจารย์ฝรั่ง,ศิลป์ พีระศรี,บ้านอ.ศิลป์ พีระศรี

เชฟเลือกใช้ชีวิตอยู่ภูเก็ตมามากกว่า 20 ปีแล้ว การปรับตัวของคนอิตาลีในไทยไม่ใช่เรื่องยาก เรื่องที่เชฟเล่าทำให้นึกถึงอาจารย์ศิลป์ในยุคที่มาอยู่เมืองไทยใหม่ๆ อาจจะมีความยากง่ายต่างกันในยุคสมัย แต่น่าจะมีความคล้ายคลึงกัน เพราะตามคำบอกเล่า อาจารย์เป็นที่รักและปรับตัวในการใช้ชีวิตอยู่ที่ไทยได้อย่างรวดเร็ว

อาหารที่เชฟออกแบบให้กับ Craftsman นั้นใช้วัตถุดิบบางส่วนนำเข้าจากอิตาลีโดยตรง เพื่อให้ได้รสแบบออริจินัลในแบบของเชฟ แต่บางส่วนก็ใช้ของท้องถิ่นในไทย ตามฤดูกาลที่ใช้ทดแทนกันได้ ตอนที่ผมไปพบกับเชฟจิอานนี เมนูยังออกแบบไม่เสร็จเรียบร้อยดี แต่เชฟก็ลงมือปรุงอาหารอิตาลีง่ายๆ ให้ลองทานระหว่างนั่งคุยกัน รสชาติของอาหารที่กินค่อนข้างถูกปากคนไทยอย่างแน่นอนครับ ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะความคล้ายคลึงกันของไทยกับอิตาลีอย่างที่เชฟเล่า หรือเชฟปรับตัวได้ดีจนเข้าใจคนไทยแล้วกันแน่

Craftsman x บ้านอาจารย์ฝรั่ง

ถนนราชวิถี เชิงสะพานซังฮี้
เปิดทุกวัน 07.00 – 19.00 น.
FB | craftsmanroastery

Cafe Culture

คาเฟ่แนวคิดดี แตกต่าง และสร้างแรงบันดาลใจ

ถ้ามาลุยกินที่จังหวัดตรังสักครั้ง อยากแนะนำให้ลองมาที่อำเภอกันตังด้วยครับ จะขับรถมา เช่าสามล้อมา หรือจะนั่งรถไฟมาก็ได้ อำเภอกันตังอยู่ห่างจากตัวอำเภอเมืองประมาณ 30 กิโลเมตร ไม่ใกล้ไม่ไกล และเป็นเมืองที่ผมคิดว่ามีของดีซ่อนอยู่เต็มไปหมด 

เมืองนี้เป็นเมืองท่าและเคยเป็นศูนย์กลางในอดีตของตรัง มีคนจีนอยู่เยอะมาก เลยเป็นที่มาของวัฒนธรรมอาหารของกันตังซึ่งเป็นอาหารจีนที่มีอาหารทะเลเป็นส่วนประกอบ

หนึ่งในจุดหมายที่อยากแนะนำเป็นพิเศษถ้าจะมากันตังคือคาเฟ่ชื่อ ‘หลิงเฉิน’ ถ้าหากนั่งรถไฟมาลงที่สถานีกันตัง สถานีสุดท้ายของรถไฟสายอันดามัน เดินมาไม่ไกลจากสถานีจะพบคาเฟ่นี้

หลิงเฉินเป็นคาเฟ่จากตึกแถวสองชั้นห้องเดียว แต่ลึกตามสไตล์อาคารห้องแถวแบบจีนในสมัยก่อน ด้านหน้าเป็นคาเฟ่ที่ภาพรวมอาจดูว่าคล้ายกับคาเฟ่สไตล์จีนย่านเยาวราช เจริญกรุง หรือที่อื่นๆ แต่สิ่งที่ผมชอบคือการเอาวัตถุดิบของย่านต่าง ๆ ในอำเภอมาทำเป็นส่วนผสมของอาหาร ขนม และเครื่องดื่ม

หลิงเฉิน คาเฟ่ : คาเฟ่ประจำเมืองที่ทำอาหารจีนพื้นบ้านจากป่าจากและทะเลตรัง

หลิงเฉิน เป็นคาเฟ่ของ แจ็ค-ภัทร สกุลส่องบุญศิริ คนกันตังที่อยากกลับมาทำธุรกิจของตัวเองที่บ้านเกิดเหมือนความฝันของคนรุ่นใหม่อีกหลายคน ตึกแถวโบราณหลังที่แจ็คเอามาทำเป็นคาเฟ่เคยผ่านสายตาของเขามาตั้งแต่เด็ก ตั้งแต่เด็กจนโตตึกแถวหลังนี้มีคนอาศัยอยู่เสมอ จนวันหนึ่งตึกนี้ว่างให้เช่า แจ็คบอกว่าเขาไม่ลังเลเลยที่จะเช่าไว้ ด้วยไอเดียแรกที่อยากทำเป็นคาเฟ่และโฮสเทลขนาดเล็ก แต่อาคารไม่เหมาะจะทำเป็นโฮสเทลเลยตัดสินใจทำเป็นคาเฟ่เท่านั้น

คาเฟ่ในตอนเริ่มต้นเต็มไปด้วยความคิดที่พรั่งพรูจากไอเดียของแจ็คทั้งหมด แจ็คเล่าว่าเขาขายกาแฟแบบที่กรุงเทพฯ มี ใช้แก้วกระดาษ และทำน้ำแข็งทรงลูกบาศก์ใช้ในร้านเอง

หลิงเฉิน คาเฟ่ : คาเฟ่ประจำเมืองที่ทำอาหารจีนพื้นบ้านจากป่าจากและทะเลตรัง
หลิงเฉิน คาเฟ่ : คาเฟ่ประจำเมืองที่ทำอาหารจีนพื้นบ้านจากป่าจากและทะเลตรัง

คาเฟ่เต็มรูปแบบกลายเป็นสิ่งใหม่ที่ไม่เคยมีในกันตังมาก่อน ได้รับความสนใจจากคนในพื้นที่โดยเฉพาะผู้ใหญ่ในตัวอำเภอ แต่ผลปรากฏว่าโดนลูกค้าบ่นเยอะมากจากความไม่คุ้นเคยกับกาแฟรสเปรี้ยว เสียงบ่นว่าให้กาแฟน้อย ดูดแป๊บเดียวก็หมดแล้ว น้ำแข็งก้อนใหญ่เกินไป ใส่แก้วกระดาษเหมือนกาแฟกดตามร้านสะดวกซื้อ แต่แจ็คขายกาแฟในราคาที่ไม่แพงจนเกินไป และค่อย ๆ ทำความเข้าใจในแต่ละเรื่องตั้งแต่เรื่องธรรมชาติของกาแฟ น้ำแข็งที่ทำเองเพราะต้องการความสะอาด รวมถึงแก้วที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 

แจ็คเล่าว่าช่วงที่เริ่มเข้าที่เข้าทางคือช่วงที่ลูกหลานกลับมาบ้านในช่วงปีใหม่ แล้วพาครอบครัวมากินขนมกับกาแฟที่คาเฟ่ คนรุ่นใหม่ช่วยอธิบายถึงสิ่งที่แจ็คทำให้คนอีกรุ่นหนึ่งในครอบครัวได้มาก 

ร้านหลิงเฉินเริ่มทำอาหารขายเพิ่มเติมจากกาแฟและขนม เป็นอาหารจีนแบบภัตตาคารสไตล์ฮ่องกงที่ครอบครัวมากินร่วมกันได้ แต่สุดท้ายแจ็คก็รู้สึกว่า อาหารแบบที่เขาทำไม่ได้มีความเชื่อมโยงกับพื้นที่เลย ของก็ยังต้องเข้ามาซื้อในเยาวราช วัตถุดิบบางอย่างก็ซื้อจากห้าง ทั้งที่กันตังเป็นเมืองที่มีวัตถุดิบหลากหลายเต็มไปหมด

ความคิดที่แจ็คอยากให้หลิงเฉินกลายเป็นตัวแทนของชุมชนกันตังเลยเกิดขึ้นมา 

ถ้าหากเรานั่งรถไปกันตัง ถนนจะขนานไปกับแม่น้ำตรังเกือบตลอดสาย แจ็คใช้วัตถุดิบของดีรอบตัวมาทำเมนูในร้าน เริ่มเอาลูกจาก น้ำตาลจาก มาทำเป็นคาราเมลและไซรัป ใช้ผสมกับขนมและเครื่องดื่ม กลายเป็นเมนูซิกเนเจอร์ของร้านที่ได้รับความนิยมจากทั้งคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยว

ไม่รู้โชคดีหรือโชคร้ายที่พ่อครัวคนเก่าหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย เป็นช่วงที่แจ็คคิดว่าควรปรับเปลี่ยนอาหารทั้งหมดในร้าน

หลิงเฉินได้รับความช่วยเหลือจาก เชฟอุ้ม จากร้านตรังโคอิ ร้านเชฟเทเบิ้ลอาหารสไตล์เพอรานากัน และ เชฟจิ๋ม ยอดฝีมืออาหารจีนจากภัตตาคารโกยาว สองผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารชาวตรังมาช่วยกันถ่ายทอดวิชาและปรับเมนูอาหารของหลิงเฉิน

ถ้าจะอธิบายอาหารของหลิงเฉินเท่าที่ผมเข้าใจ ที่นี่เสิร์ฟอาหารวัฒนธรรมจีนและอาหารท้องถิ่นของกันตัง ส่วนผสมของวัตถุดิบจากทะเลที่เป็นจุดเด่นของพื้นที่นี้ อาจไม่ได้เรียกว่าเป็นอาหารแบบเพอรานากันที่มีลักษณะเฉพาะตัวเสียทีเดียว แต่ก็มีความใกล้เคียงกันมาก เพราะกันตังเป็นเมืองที่คนจีนเลือกตั้งรกรากและเอาวัฒนธรรมอาหารจีนมาผสมกับการกินแบบท้องถิ่น อาหารของหลิงเฉินเลยยังเชื่อมโยงกับพื้นที่

หลิงเฉิน คาเฟ่ : คาเฟ่ประจำเมืองที่ทำอาหารจีนพื้นบ้านจากป่าจากและทะเลตรัง

คงต้องพูดถึงเชฟอุ้มและเชฟจิ๋มเป็นพิเศษ เชฟอุ้มประกาศวางมือจากร้านร้านตรังโคอิที่อนุรักษ์และต่อยอดอาหารแนวเพอรานากัน ผมรู้สึกเสียดายเหมือนกันที่เชฟอุ้มจะหยุดการทำอาหารที่ร้าน เพราะเป็นคนที่ศึกษาและทำอาหารแนวนี้อย่างเข้าใจ แต่โชคดีที่เชฟอุ้มยังถ่ายทอดสูตรและแนวคิดการทำอาหารส่งต่อให้กับคนรุ่นใหม่อย่างแจ็ค ให้คิดจากวัฒนธรรมจีนและอาหารการกินในพื้นที่ จึงได้เป็นเมนูชุดเริ่มต้นของหลิงเฉิน รวมถึงเชฟจิ๋มจากภัตตาคารโกยาว ที่มาช่วยสอนวิธีทำอาหารจีนให้กับเชฟและทีมครัวของหลิงเฉิน

เมนูที่อยากแนะนำเมื่อได้ไปคือกาแฟที่ผสมลูกจากกับขนมเค้กลูกจาก และครัวซองต์ลูกจากครีม กับแมคคาเดเมียกับซอสที่มีส่วนผสมของน้ำตาลจาก รสชาติจะหอมคนละแบบกับน้ำตาลอ้อยหรือน้ำตาลโตนด กินกับกาแฟของที่ร้าน

แต่ถ้าอยากลองกินอาหารแบบจีนฮกเกี้ยน เมนูหมูฮ้องของหลิงเฉินจะใช้สามชั้นมัดด้วยเชือกเพื่อให้หมูไม่เละเวลาตุ๋นกับเครื่องพะโล้นาน 3 ชั่วโมง เป็นเมนูที่ร้านแนะนำให้กินคู่กับแกงส้มปลาท้องถิ่น เป็นปลาที่ได้จากประมงพื้นบ้านของกันตัง ปลาจะไม่เหมือนกันในแต่ละวัน ถ้าวันนั้นได้ปลาอะไรก็จะเอามาแกง น้ำแกงส้มมีลักษณะข้น ตำกับเครื่องแกงแบบละเอียด ใส่ผักพื้นบ้านตามฤดูกาลเช่นกัน พิเศษตรงที่จะซอยเปลือกมะนาวทองดำ มะนาวของตรังที่กินได้ทั้งเปลือก เมื่อกินกับแกงส้มจะได้กลิ่นหอมเป็นพิเศษ ตัดความมันจากสามชั้นและเข้าคู่กับเครื่องเทศได้ดีมาก

หลิงเฉิน คาเฟ่ : คาเฟ่ประจำเมืองที่ทำอาหารจีนพื้นบ้านจากป่าจากและทะเลตรัง

หมูเจี๋ยนเคยฉลู เป็นเมนูพื้นบ้านของตรัง เคยหมักเกลือคั่วให้หอม ก่อนเอาไปผัดกับหมูสามชั้นกินกับข้าวสวยอร่อย 

ออเจี๋ยน หรือหอยทอดแบบหลิงเฉิน ใช้หอยนางรมจากทั้งฟาร์มและธรรมชาติจากตำบลวังวน ที่มีรสชาติและเท็กซ์เจอร์เป็นของตัวเอง กับแป้งทอดกรอบเป็นอีกเมนูที่นำเสนอรสชาติกันตังได้ชัดเจน

หลิงเฉิน คาเฟ่ : คาเฟ่ประจำเมืองที่ทำอาหารจีนพื้นบ้านจากป่าจากและทะเลตรัง

มนูพิเศษ ๆ ที่หากินไม่ได้ทั่วไปอีกหลายเมนู เช่น ไก่ผัดซอสขาวเมืองท่า โลวหมี่ ฮกเกี้ยนหมี่แบบน้ำข้น กะหรี่ปูไหมฟ่าน แกงกะทิเนื้อปูกับเส้นหมี่หุ้น และไม่ใช่แค่อาหารเก่าแก่ หลิงเฉินยังลองเอาอาหารแบบดั้งเดิมมาปรับเป็นเมนูใหม่ ๆ อีก เช่น ยำอิ่วจาโก้ย ดัดแปลงจากยำวุ้นเส้นทะเลแต่ผสมอิ่วจาโก้ย หรือที่คุ้นในชื่อปาท่องโก๋แทนวุ้นเส้น วิธีกินคือผสมน้ำยำกับอิ่วจาโก้ย เคล้าให้เข้ากัน หรือผัดหมี่เมืองท่า ที่เอาหมี่ซั่วมาผัดแบบผัดหมี่ฮ่องกง หอมกลิ่นกระทะ และใส่กุ้งลายเสือกับหมึกหอมที่ได้จากท่าเรือกันตัง

หลิงเฉิน คาเฟ่ คาเฟ่ที่ทำอาหาร เครื่องดื่ม ขนม ด้วยวัฒนธรรมและวัตถุดิบของอำเภอกันตัง จังหวัดตรัง
หลิงเฉิน คาเฟ่ คาเฟ่ที่ทำอาหาร เครื่องดื่ม ขนม ด้วยวัฒนธรรมและวัตถุดิบของอำเภอกันตัง จังหวัดตรัง

น้องพนักงานในร้านที่เกือบทั้งหมดเป็นคนกันตัง เข้าใจเรื่องอาหารและวัตถุดิบ จนอธิบายอาหารให้กับลูกค้าตอนเสิร์ฟได้ และอาหารในร้านไม่ได้เน้นขายแค่นักท่องเที่ยว แต่แจ็คบอกว่าต้องให้คนในพื้นที่กินได้ด้วย บางเมนูเลยเป็นเมนูใหม่หรือหาที่อื่นไม่ได้ ส่วนเมนูดั้งเดิมก็ปรับให้พิเศษขึ้นด้วยวัตถุดิบและหน้าตา

สิ่งเหล่านี้ทำให้รู้สึกว่า หลิงเฉินกลายเป็นตัวแทนของกันตังอย่างที่แจ็คต้องการได้แล้ว ถ้ามากินอาหารที่หลิงเฉิน ก็น่าจะได้เข้าใจวัฒนธรรมและชิมรสชาติแบบกันตังไปด้วย

คงต้องใส่ร้านนี้เป็นหนึ่งร้านที่ต้องไปเมื่อไปเที่ยวตรังแล้วล่ะครับ

หลิงเฉิน คาเฟ่ คาเฟ่ที่ทำอาหาร เครื่องดื่ม ขนม ด้วยวัฒนธรรมและวัตถุดิบของอำเภอกันตัง จังหวัดตรัง

ภาพ : หลิงเฉิน คาเฟ่

หลิงเฉิน คาเฟ่

Writer & Photographer

Avatar

จิรณรงค์ วงษ์สุนทร

Art Director และนักวาดภาพประกอบ สนใจเรียนรู้เรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลังของอาหารกับกาแฟ รวบรวมทั้งร้านที่คิดว่าอร่อย และความรู้เรื่องอาหารไว้ที่เพจถนัดหมี และรวมร้านกาแฟที่ชอบไปไว้ใน IG : jiranarong2

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load