5 พฤศจิกายน 2562
16 K

เราเรียกน้ำยาล้างจานจนติดปากว่า ‘ซันไลต์’

ใครเป็นเหมือนกันบ้างที่ยี่ห้อนี้กลายมาเป็นชื่อแรกในหัวเมื่อคิดถึงน้ำยาล้างจาน ซันไลต์เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1884 โดยบริษัทอังกฤษชื่อ Lever Brothers ที่ก่อตั้งโดย William Hesketh Lever เขาขยายกิจกรรมร้านขายของชำจากพ่อเท่าที่ทำได้ ก่อนจะมองหาโอกาสทำธุรกิจใหม่ๆ ซึ่งสุดท้ายก็เลือกสบู่ทำความสะอาด เพราะงานแรกในชีวิตของเขาคือการตัดและห่อสบู่ก้อนที่ร้านขายของชำของพ่อ

10 สิ่งที่ทำให้ Sunlight ซันไลต์ เป็นมากกว่าแบรนด์น้ำยาล้างจาน

ตั้งแต่นั้นซันไลต์ก็เติบโตมาเรื่อยๆ อย่างในช่วงกลางของ 1890s ที่ขายสบู่ได้ถึง 40,000 ตันต่อปี แล้วจึงค่อยๆ ขยายธุรกิจไปยังทวีปอื่นๆ และหนึ่งในนั้นคือ ประเทศไทย ซึ่งเรามีโอกาสได้คุยกับ ฤชุพัณณ์ ชูครุวงศ์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์ล้างจาน บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จำกัด ถึงเรื่องราวของแบรนด์น้ำยาล้างจานที่อยู่ในใจตลอดมา

ดูเผินๆ ซันไลต์อาจจะเป็นแค่ธุรกิจอุปโภคบริโภคธรรมดาที่เราเคยชินจนไม่ตื่นเต้นกับมันแล้ว แต่จริงๆ เบื้องหลังของซันไลต์มีอะไรสนุกมากกว่านั้น น้อยคนอาจไม่รู้หรือไม่เคยรู้ว่า

ผลสำรวจของแบรนด์พบว่ามีคนนำซันไลต์ไปใช้ทำอย่างอื่นนอกจากล้างจาน

Port Sunlight สถานที่ท่องเที่ยวในเมืองลิเวอร์พูลเป็นผลพวงมาจากโรงงานของซันไลต์ในศตวรรษที่ 19

น้ำยาล้างจานซันไลต์แบบไม่ใช้น้ำมีแค่ในแอฟริกาเท่านั้น

เคยมีคนสับสนระหว่างขวดซันไลต์กับน้ำมะนาว

วิธีล้างจานของคนไทยมี 3 แบบหลักๆ

และซันไลต์พัฒนาผลิตภัณฑ์เพราะเชื่อว่าน้ำยาล้างจานที่ดีจะทำให้ผู้บริโภคได้ออกไปใช้ชีวิต

ขณะที่เราเขียนบทความนี้อยู่ เราไม่ได้มองซันไลต์ว่าเป็นน้ำยาล้างจานที่จะเจอบนซิงค์ในบ้านเสมอ แต่เป็นเหมือนบางอย่างที่โตมาด้วยกัน

10 สิ่งที่ทำให้ Sunlight ซันไลต์ เป็นมากกว่าแบรนด์น้ำยาล้างจาน

1 สินค้าแรกไม่ใช่น้ำยาล้างจาน แต่เป็นสบู่ซักผ้า

สบู่ซันไลต์ออกสู่ตลาดในปี ค.ศ. 1884 เพราะในช่วงนั้น ประเทศอังกฤษกำลังประสบปัญหาความยากจนและสุขภาพ Lever เจ้าของจึงต้องการสร้างผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่คนทั่วไปสามารถเข้าถึงในราคาที่จับต้องได้ โดยสบู่ซันไลต์รุ่นแรกมีไว้ใช้ซักผ้าและทำความสะอาดทั่วไป ทั้งยังเป็นสบู่ทำความสะอาดอันแรกที่มีแบรนด์ยี่ห้ออย่างชัดเจน

10 สิ่งที่ทำให้ Sunlight เป็นมากกว่าแบรนด์น้ำยาล้างจาน

2 ซันไลต์เคยเปลี่ยนแพ็กเกจเพราะกลัวคนเข้าใจผิดว่าเป็นน้ำมะนาว

ในปี ค.ศ. 1971 ซันไลต์เปลี่ยนรูปแบบจากการเป็นสบู่มาเป็นแบบน้ำ แพ็กเกจใหม่นี้มีรูปมะนาวขนาดใหญ่ และมีคำอธิบายเล็กๆ ว่า ‘น้ำยาทำความสะอาด’ สุดท้ายแบรนด์ตัดสินใจออกแบบบแพ็กเกจใหม่เนื่องจากมีคำร้องเรียนจากทางบ้านว่า อาจจะทำให้เด็กเข้าใจผิดว่าเป็นน้ำมะนาวแล้วเอาไปดื่ม

10 สิ่งที่ทำให้ Sunlight ซันไลต์ เป็นมากกว่าแบรนด์น้ำยาล้างจาน

3 บ้านพนักงานกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของลิเวอร์พูล

ถ้าใครเคยไปลิเวอร์พูลคงพอคุ้นๆ กับ Port Sunlight สถานที่ท่องเที่ยวที่อุดมไปด้วยศิลปวัฒนธรรม มีทั้งพิพิธภัณฑ์ แกลเลอรี่ ร้านอาหาร ผับบาร์ต่างๆ แต่น้อยคนจะรู้ว่าบริเวณนี้เคยเป็นหมู่บ้านพนักงานของโรงงานซันไลต์ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1888 ซึ่งชื่อก็ล้อมาจากชื่อแบรนด์นั่นแหละ

4 ซันไลต์เคยสร้างสถิติกินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ด ในฐานะน้ำยาล้างจานที่มีอายุการใช้งานยาวนานที่สุด

ใน พ.ศ.2553 ผลิตภัณฑ์ซันไลต์เลมอน เทอร์โบ สร้างสถิติกินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ด ในฐานะน้ำยาล้างจานที่มีอายุการใช้งานยาวนานที่สุด สามารถล้างจานได้ถึง 10,488 ใบ และในปี พ.ศ.2557 ได้ทำลายสถิติตัวเองด้วยการล้างจานได้ถึง 40,800 ใบ

5 Pain point ในการล้างจานของคนไทยคือ คราบมัน

เพราะเป็นแบรนด์ระดับนานาชาติ การทำความเข้าใจว่าผู้บริโภคในแต่ละประเทศต้องการอะไร อุปสรรคในชีวิตประจำวันเขาคืออะไร จึงเป็นเรื่องสำคัญ นั่นหมายถึงว่าการออกผลิตภัณฑ์สักชิ้น ไม่ได้เกิดจากความต้องการจากแบรนด์แม่ทั้งหมด แต่ซันไลต์ประเทศไทยต้องทำงานร่วมกันตามบริบทและวัฒนธรรมของแต่ละประเทศ ยกตัวอย่างเช่น อุปสรรคของคนไทยคือ คราบมัน ถ้าลองสังเกตดีๆ จะพบว่าคนไทยมีวิธีล้างจานหลายรูปแบบ หนึ่ง หยดน้ำยาล้างจานบนฟองน้ำ สอง หยดน้ำยาล้างจานบนจาน และสามคือแบบที่ล้างในกะละมัง ซันไลต์จึงพยายามนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่สามารถขจัดคราบมันไม่ว่าล้างจานด้วยวิธีไหน นอกจากนี้ ยังมีความต้องการใหม่ๆ เข้ามาตลอด เช่น น้ำยาล้างจานสำหรับภาชนะสำหรับเด็ก สำหรับผิวแพ้ง่าย สำหรับขจัดกลิ่นกำจัดยาก เช่น อาหารทะเล น้ำปลา กระเทียม เป็นต้น

10 สิ่งที่ทำให้ Sunlight เป็นมากกว่าแบรนด์น้ำยาล้างจาน

6 น้ำยาล้างจานแบบสเปรย์คือคำตอบของไลฟ์สไตล์ในปัจจุบัน

ซันไลต์เป็นแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับผู้บริโภค ที่ผ่านมาจึงมีนวัตกรรมมากมาย จากสบู่ ครีม มาสู่น้ำยาล้างจานแบบใส และในยุคที่ใครๆ ก็ใช้กระบอกน้ำหรือหลอดลดโลกร้อน ปัญหาที่พบอย่างแรกคือการทำความสะอาดที่ฟองน้ำเข้าไปไม่ถึง หลังจากผ่านการทำงานร่วมกันระหว่างซันไลต์ประเทศไทยและโกลบอล ซันไลต์ในฐานะแบรนด์ที่ฟังเสียงของผู้ใช้มาตลอดจึงออกผลิตภัณฑ์ใหม่เป็นน้ำยาล้างจานชนิดสเปรย์ สามารถล้างคราบสกปรกออกได้โดยไม่ต้องถู ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยลดอุปสรรคการใช้งานในชีวิตประจำวันได้ไม่มากก็น้อย 

10 สิ่งที่ทำให้ Sunlight ซันไลต์ เป็นมากกว่าแบรนด์น้ำยาล้างจาน

7 มีคนใช้ซันไลต์ล้างมอเตอร์ไซค์ และซันไลต์กลิ่นซากุระมีแค่ประเทศไทย 

จากการสอบถามผู้บริโภคคนไทยพบว่ามีการนำซันไลต์ไปล้างรถมอเตอร์ไซค์ เพราะสามารถขจัดคราบน้ำมันได้ดี และผลิตภัณฑ์ซันไลต์บางชนิดไม่เหมือนกันในแต่ละประเทศ ประเทศไทยชอบเรื่องกลิ่นและความสวยงาม จึงมีผลิตภัณฑ์เฉพาะบ้านเราอย่างน้ำยาล้างจานกลิ่นซากุระ ที่แม้แต่ญี่ปุ่นก็ยังไม่มี ส่วนประเทศญี่ปุ่นจะมีซันไลต์แบบโฟมที่พัฒนามาจากพฤติกรรมของคนในประเทศเขา หรืออย่างในแอฟริกา มีซันไลต์สูตรที่สามารถเช็ดออกได้เลยโดยไม่ต้องใช้น้ำ ซึ่งพัฒนาเพื่อแก้ปัญหาวิกฤตขาดแคลนน้ำในประเทศ

10 สิ่งที่ทำให้ Sunlight ซันไลต์ เป็นมากกว่าแบรนด์น้ำยาล้างจาน

8 ไม่ใช่แค่น้ำยาล้างจาน แต่คือสิ่งที่ทำให้ชีวิตดีขึ้น

วิธีการทำความเข้าใจผู้บริโภคของซันไลต์คือการไปคุยที่บ้าน เพื่อที่จะได้เห็นชีวิต ครอบครัว และวิธีล้างจานของเขา หัวใจหลักของการเข้าหาผู้บริโภคคือ การไปฟังความคิดเห็น ไม่ใช่เข้าไปนำเสนอไอเดียหรือขายของ วิธีการแบบนี้ทำให้เข้าใจชีวิตผู้ใช้ เขาตื่นกี่โมง มีลูกกี่คน มีความฝัน มีความต้องการอะไร เพราะซันไลต์ไม่ได้มองว่าตัวเองเป็นแค่ผลิตภัณฑ์ แต่มีแนวคิดอยากให้ผู้บริโภคมีชีวิตที่ดีขึ้น ได้ทำตามความฝันของตัวเอง เป้าหมายของแบรนด์จึงเป็นการพยายามสร้างผลิตภัณฑ์ ที่จะช่วยทำให้การทำงานบ้านง่ายขึ้น เร็วขึ้น เพื่อที่ทุกคนจะได้มีเวลาไปทำอย่างอื่นที่อยากทำ เลยเกิดเป็นแคมเปญ #ชีวิตที่มากกว่าที่บ้าน ที่นำเสนอเรื่องราวของผู้หญิงทำงานบ้านที่มีความฝันอยากทำอะไรมากกว่านั้น

9 เปลี่ยนโลกด้วยผลิตภัณฑ์ที่มี เริ่มจากขวดพลาสติกเป็นอย่างแรก

นอกจากจะเป็นแบรนด์แรกของ Unilever แล้ว ยังเป็นแบรนด์แรกที่ได้รับการพัฒนาให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ในปี 2560 มีการออกแบบบรรจุภัณฑ์ใหม่ทั้งหมด จากเดิมที่เป็นขวดสีเหลืองขุ่นเปลี่ยนเป็นขวดใสที่ทำจากพลาสติกคุณภาพสูง (​PET 100 เปอร์เซ็นต์) ซึ่งสามารถนำไปรีไซเคิลต่อได้ และจะช่วยลดปริมาณการใช้พลาสติกจำนวนถึง 274 ตันต่อปี หรือเท่ากับซันไลต์ 26 ล้านขวด มาปีนี้ ซันไลต์ได้พัฒนาบรรจุภัณฑ์ขึ้นไปอีกโดยใช้พลาสติกรีไซเคิลทั้งหมด ซึ่งสามารถช่วยลดก๊าซเรือนกระจกในกระบวนการผลิตได้ถึง 56 เปอร์เซ็นต์

10 สิ่งที่ทำให้ Sunlight เป็นมากกว่าแบรนด์น้ำยาล้างจาน

10 มองอนาคตและเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมๆ กับผู้บริโภค

ซันไลต์ประเทศไทยพยายามสื่อสารเรื่องสิ่งแวดล้อมผ่านการรณรงค์หลายรูปแบบ หนึ่งในนั้นคือ การชวนคนรุ่นใหม่มาทำงานศิลปะจากพลาสติกเหลือใช้ พร้อมออกแบบขวดซันไลต์รุ่นพิเศษ ในแคมเปญ ‘ซันไลต์ Go Green Art Exhibition’ เพื่อสร้างการรับรู้ของคนต่อปัญหาสิ่งแวดล้อมและนำรายได้ส่วนหนึ่งไปมอบให้โรงเรียนทับสะแกวิทยา จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หลังจากนั้น จะมีโครงการต่อเนื่องที่ทำร่วมกับ ปตท.ชื่อ Upcyling the Ocean Thailand นำงานศิลปะเหล่านี้ไปรีไซเคิลตแล้วผลิตเป็นจีวรต่อ เพื่อบริจาคให้กับวัดในจังหวัดเดียวกัน

แบรนด์เชื่อว่า สินค้าอุปโภคบริโภคมีผลซึ่งกันและกันต่อการใช้งานของผู้บริโภค ในฐานะแบรนด์ที่ยึดความต้องการของผู้บริโภคเป็นหนึ่ง ซันไลต์จึงต้องกลับมาคิดวิธีที่จะเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมๆ กัน อย่างปัญหาสิ่งแวดล้อมในตอนนี้ที่ไม่ใช่แค่การทำตามเทรนด์เหมือนคนอื่นๆ แต่เป็นสิ่งที่ต้องทำอย่างไม่มีข้อแม้

Writer

พิมพ์อร นทกุล

อดีตเด็กบัญชี เชื่อในบทสนทนาที่ดี และมีความสุขกับการเล่าเรื่องราวต่างๆ ส่วนใหญ่พบว่าตัวเองรักหมามากกว่าคน

Photographer

ธัชชา ศุภกิจเจริญ

นักเรียนกราฟิคดีไซน์ชื่อฟ้า ผู้ฝึกงานถ่ายภาพกับบริษัทก้อนเมฆ หลงรักกล้องฟิล์ม และออกเดินทางเพื่อสะสมเรื่องราวลงกลักฟิล์มม้วนใหม่เสมอๆ

Big Brand

เรื่องราวน่ารู้เบื้องหลังแบรนด์ดังที่รัก

หลังจาก The Cloud ได้คุยกับ American Standard ไปแล้ว วันนี้ได้มีโอกาสคุยกับอีกหนึ่งแบรนด์ในกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีการใช้น้ำของเครือลิกซิล (LIXIL Group) อีกครั้ง แต่เป็นแบรนด์ที่กำเนิดโดยชาวเยอรมัน 

GROHE (โกรเฮ่) แบรนด์ชั้นนำของโลกที่โดดเด่นด้านก๊อกน้ำและฝักบัว จำหน่ายมากกว่า 150 ประเทศ มีความรู้และความเชี่ยวชาญมากกว่า 86 ปี ได้รับ Award-Winning ด้านดีไซน์มากมาย รวมทั้งติดอันดับหนึ่งใน 50 บริษัทเปลี่ยนโลก (Change The World) จัดโดยนิตยสาร Fortune ไม่ได้แค่ผลิตอุปกรณ์สำหรับใช้น้ำ แต่กำลัง Shaping the Future of Water เปลี่ยนนิยามและประสบการณ์การใช้

หลายคนอาจคิดว่าการออกแบบผลิตภัณฑ์ต้องเน้นด้านฟังก์ชัน แต่แนวคิดของ GROHE กลับเน้นการออกแบบที่คำนึงถึงสุนทรียะและอารมณ์ อยากให้คนรู้สึก Joyful ระหว่างใช้น้ำ พร้อมผสานคุณค่าทั้ง 4 มิติที่เป็นหัวใจหลัก คือ คุณภาพ ดีไซน์ เทคโนโลยี และความยั่งยืน ทำให้พบ GROHE ได้ตามโรงแรม 5 ดาวทั่วโลก 

วันนี้ ออดรีย์ โหย่ว ลีดเดอร์ บริษัท ลิกซิล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) จะมาเล่าว่าความหมายของ Pure Freude an Wasser ว่าความเบิกบานของการใช้น้ำนั้นเป็นอย่างไร 

1. กำเนิดและเติบโตด้วยการควบรวมกิจการของชาวเยอรมัน

ชื่อ GROHE มาจากผู้ก่อตั้ง Friedrich Grohe ชาวเยอรมัน ผู้ก่อตั้งกิจการด้วยการซื้อบริษัท Berkenhoff & Paschedag ใน ค.ศ. 1936 ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น Friedrich Grohe ใน ค.ศ. 1948 

ตลอดเส้นทางการเติบโตของแบรนด์ GROHE ได้ควบรวมกับบริษัทอื่นๆ ที่มีจุดแข็งด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีมากมาย เพื่อก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในกลุ่มอุตสาหกรรมด้วยจุดแข็งของแบรนด์ด้านเทคโนโลยีเกี่ยวกับน้ำ ต่อมาจึงได้รวมเข้ากับเครือบริษัทลิกซิลใน ค.ศ. 2014 เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวผลิตภัณฑ์เพื่อที่อยู่อาศัยอย่างครบวงจร การเติบโตเป็นแบรนด์ระดับโลกได้จึงไม่โดดเดี่ยว แต่มีแรงสนับสนุนจากกลุ่มเครือบริษัทครอบครัวด้วยกัน

10 เรื่อง GROHE สุขภัณฑ์เปลี่ยนโลกที่ออกแบบก๊อกน้ำและฝักบัวให้คนใช้รู้สึกเบิกบาน
10 เรื่อง GROHE สุขภัณฑ์เปลี่ยนโลกที่ออกแบบก๊อกน้ำและฝักบัวให้คนใช้รู้สึกเบิกบาน

2. แบรนด์ที่คิดค้นสารพัดนวัตกรรมก๊อกน้ำทันสมัยในทุกยุค

ตั้งแต่ระบบเทอร์โมสแตท (Thermostat)

ก๊อกผสมอัตโนมัติที่ผสมน้ำร้อน-เย็นให้ได้อุณหภูมิที่ต้องการอย่างรวดเร็วใน ค.ศ. 1956

ก๊อกผสม One Hand Mixer ก๊อกที่ผสมน้ำร้อน-เย็นได้ด้วยมือเดียว เก่าแก่คลาสสิกรุ่นแรกใน ค.ศ. 1968

การเริ่มนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้กับก๊อกน้ำใน ค.ศ. 2004

ก๊อกครัวที่ผลิตน้ำดื่มสปาร์คกลิ้งได้ใน ค.ศ. 2017

การผลิตก๊อกน้ำด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์ขึ้นรูป 3 มิติ ทำให้เกิดสินค้าระดับ Iconic อย่าง 3D Icon รุ่น Atrio และ Allure Brilliant ใน ค.ศ. 2019 และอีกมากมาย

10 เรื่อง GROHE สุขภัณฑ์เปลี่ยนโลกที่ออกแบบก๊อกน้ำและฝักบัวให้คนใช้รู้สึกเบิกบาน
10 เรื่อง GROHE สุขภัณฑ์เปลี่ยนโลกที่ออกแบบก๊อกน้ำและฝักบัวให้คนใช้รู้สึกเบิกบาน

เหล่านี้คือผลงานของ GROHE ที่ทำให้การใช้น้ำในแต่ละวันสะดวกสบาย มีก๊อกน้ำหน้าตาทันสมัยที่มาพร้อมนวัตกรรมออกมาใหม่เสมอในแต่ละยุค

3. แบรนด์ Global ที่ตอบโจทย์ลูกค้าทั่วโลกเพราะเข้าใจ Mega Trends

เมื่อเป็นแบรนด์ระดับโลก สิ่งที่นักออกแบบต้องทำก่อนออกแบบสินค้าคือ วิจัยหา Mega Trends หรือเทรนด์ที่มีอิทธิพลระดับโลกในระยะเวลายาวนานหลายสิบปี ด้วยการสังเกตพฤติกรรมการใช้ชีวิตในบ้านที่เปลี่ยนไป รวมถึงคุณค่าใหม่ที่คนมองหาจากอุปกรณ์ในห้องน้ำหรือห้องครัว

สำหรับ​ Mega Trends ในปัจจุบันนั้นมี 5 อย่าง

หนึ่ง New Living Space จากพื้นที่ห้องครัว ห้องนั่งเล่น ห้องน้ำที่มักมีผนังแบ่งกั้นชัดเจนในสมัยก่อน เน้นใช้ทำธุระทางสุขาหรืองานครัวให้เสร็จไปเท่านั้น หากสังเกตคอนโดมิเนียมและโรงแรมหรูสมัยนี้ จะเห็นว่าเส้นแบ่งขอบเขตห้องเหล่านี้เริ่มเลือนหายไป ห้องน้ำกลมกลืนเป็นส่วนหนึ่งของห้องนอน และห้องครัวเริ่มกลายเป็นส่วนหนึ่งของห้องนั่งเล่น จากพื้นที่ส่วนตัวกลายเป็นที่สังสรรค์และตกแต่งให้สวยงามเพื่อรับแขก 

ส่งผลให้เกิดเทรนด์ที่สอง คือ Consumer becomes the Creator คนในบ้านอยากตกแต่งห้องครัวและห้องน้ำที่บ่งบอกสไตล์ตนเอง ทั้งนี้เพราะใช้เวลาผ่อนคลายอยู่ในบ้านมากขึ้นด้วย

เทรนด์ที่สาม สี่ และห้า คือ Simplicity Seekers, Taking Control และ Intelligence Life Management สินค้าต้องใช้ง่าย ไม่ยุ่งยาก ในขณะเดียวกันผสานการใช้เทคโนโลยีเพื่อความแม่นยำและความปลอดภัยสูง เพื่อให้ใช้ชีวิตสมาร์ท เข้ากับไลฟ์สไตล์สมัยใหม่ 

4. In-House Designer Team ที่ออกแบบโดยทำความเข้าใจความต้องการที่แตกต่างของผู้บริโภคแต่ละประเทศ และคงมาตรฐานทั่วโลกไว้ได้ 

GROHE เป็นแบรนด์ที่ขึ้นชื่อเรื่องการออกแบบ รางวัลออกแบบที่โดดเด่น คือ Red Dot Design Award และอีกหลายรางวัลการันตีสินค้าดีไซน์คุณภาพ 

เคล็ดลับของการออกแบบที่ดีคือ ทำความเข้าใจความต้องการของลูกค้า ทาง GROHE จึงมีทีมนักออกแบบพัฒนาผลิตภัณฑ์ และมีสตูดิโอออกแบบกระจายอยู่หลายแห่งทั่วโลก เพื่อวิจัยความต้องการที่แตกต่างกันในแต่ละตลาด

แม้สินค้าในแต่ละประเทศมีคอลเลกชันแตกต่างกันบ้างตามความนิยมที่ต่างกัน แต่ล้วนคุมมาตรฐานของแบรนด์ได้คงที่ทั่วโลก ด้วยการยึดถือใน 4 คุณค่าหลักของแบรนด์ คือ คุณภาพ ดีไซน์ เทคโนโลยี และความยั่งยืน

เมื่อมี 4 อย่างนี้ ไม่ว่าสินค้าจะมีรายละเอียดแตกต่างกันแค่ไหนในแต่ละประเทศ ก็ส่งมอบประสบการณ์การใช้ผลิตภัณฑ์ในนามแบรนด์ GROHE ได้เหมือนเดิม

5. Emotional Design ที่ส่งมอบประสบการณ์และความรู้สึก Enjoy การใช้น้ำ

งานออกแบบของ GROHE คำนึงถึงสุนทรียะและอารมณ์ความรู้สึกในการใช้มากกว่าแค่ประโยชน์ใช้สอย 

Pure Freude an Wasser เป็นภาษาเยอรมันแปลว่า Pure Joy of Water ความรู้สึกเพลิดเพลินที่เหนือความคาดหมาย เปลี่ยนการอาบน้ำในวันธรรมดาให้รื่นรมย์ เปลี่ยนการใช้ก๊อกน้ำในครัวให้ราบรื่นยิ่งขึ้น

แค่รายละเอียดเพียงเล็กน้อย ก็เปลี่ยนประสบการณ์ทั้งหมด ทั้งองศาที่คำนวณมาให้สะดวกสบายแก่การเปิดก๊อกน้ำที่สุด ความสมมาตร ความโค้งมนที่เรียบบางในแบบ Sensual Minimalism เพื่อให้ประสบการณ์การใช้ไหลลื่นที่สุด

10 เรื่อง GROHE สุขภัณฑ์เปลี่ยนโลกที่ออกแบบก๊อกน้ำและฝักบัวให้คนใช้รู้สึกเบิกบาน

สายน้ำจากฝักบัว GROHE ก็สามารถสร้างความ Enjoy ได้ในหลากหลายรูปแบบเหมือนอยู่ในสปา อย่างฝักบัวระดับอัลตร้าลักซูรี่ AquaSymphony  ที่ให้สายน้ำที่แตกต่างกันถึง 6 รูปแบบ เช่น Drizzle ละอองน้ำเย็นเติมความมีชีวิตชีวาให้สัมผัสเหมือนการฉีดน้ำแร่ Waterfall ม่านน้ำตกขนาดใหญ่ สร้างความสดชื่นเต็มอิ่มในการอาบน้ำ หรือ Rain สายน้ำละอองนุ่มดั่งสายฝนที่นุ่มนวล 

10 เรื่อง GROHE สุขภัณฑ์เปลี่ยนโลกที่ออกแบบก๊อกน้ำและฝักบัวให้คนใช้รู้สึกเบิกบาน
10 เรื่อง GROHE สุขภัณฑ์เปลี่ยนโลกที่ออกแบบก๊อกน้ำและฝักบัวให้คนใช้รู้สึกเบิกบาน
10 เรื่อง GROHE สุขภัณฑ์เปลี่ยนโลกที่ออกแบบก๊อกน้ำและฝักบัวให้คนใช้รู้สึกเบิกบาน

การใช้ก๊อกน้ำและฝักบัวที่เราใช้กันอยู่ทุกวันจนชิน มีรายละเอียดในประสบการณ์การใช้ที่มากกว่าแค่เปิดและปิดหรือทำความสะอาดร่างกาย แบรนด์เชื่อว่าเมื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้ผลิตภัณฑ์ เช่น จากการดึงก้านโยกมาเป็นการกดปุ่ม หรือปรับการไหลของสายน้ำให้ได้สัมผัสที่แตกต่าง ก็จะทำให้ผู้ใช้รู้สึกเบิกบานขึ้น

6. Freedom of Choice อิสระในการบ่งบอกสไตล์ของผู้ใช้

GROHE เชื่อว่าสีสันบ่งบอกบุคลิกของเจ้าของห้อง สีสันของก๊อกน้ำและฝักบัวที่หลากหลายจึงเปิดโอกาสให้เป็นตัวของตัวเอง นำแฟชั่นมาสู่ผลิตภัณฑ์ในห้องน้ำ ยกระดับความหรูหราที่มากกว่าการใช้งาน

เนื่องจากเป็นแบรนด์ขายทั่วโลก จึงต้องเลือกสีที่ทั้งสง่างามและทันสมัยแบบไร้กาลเวลาเข้ากับวัสดุและ Mood ห้องได้หลายโทน Mix & Match กับส่วนอื่นของห้องได้ทั้ง ก๊อกน้ำ ฝักบัว และแอคเซสเซอรี่อื่นๆ ในห้องน้ำ 

เราอาจนึกไม่ถึงว่าเฉดสีของอุปกรณ์ในห้องน้ำมีความหลากหลาย และต่างมีเอกลักษณ์ของตัวเอง ทั้ง Nickel สีทองอ่อนที่อ่อนโยนเรียบง่าย นึกถึงธรรมชาติที่เงียบสงบและโทนห้องอบอุ่น  Cool Sunrise เฉดสีทองสว่างเข้มขึ้นมา สำหรับคนอยากได้พลังสีที่เปล่งประกาย หรูหรา Hard Graphite สีโทนเทาเข้ม ให้ความรู้สึกเท่ เคร่งขรึม เข้ากับห้องคอนกรีตหรือไม้สีอ่อน Warm Sunset หรือ Rosegold สีทองอมชมพูแบบหวานๆ หรือเฉดสีสเตนเลสที่เรียบง่ายอย่าง Super Steel 

ไม่ว่าโทนห้องสีเข้มหรือสว่าง อยากตกแต่งแบบคอนทราสต์จัดจ้านหรืออบอุ่น สีของอุปกรณ์เหล่านี้เปิดทางเลือกความเป็นไปได้ของการตกแต่งห้อง ที่ไม่ได้อยู่แค่ในห้องนั่งเล่นเท่านั้น 

นึกภาพมีสีฝักบัวหรือก๊อกน้ำให้เลือกถึง 10 เฉดสี หลากหลายดีไซน์ ภาพอุปกรณ์ห้องน้ำและห้องครัวแบบเดิมที่ชินกับโครเมี่ยมก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

7. การเติบโตที่มาพร้อมกับความรับผิดชอบ ด้วยนโยบายด้านความยั่งยืนแบบ 360 องศา 

ความยั่งยืนหมายถึงความรับผิดชอบ รับผิดชอบต่อผู้คนและสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ที่ประหยัดการใช้ทรัพยากรและมีอายุการใช้งานยาวนาน กระบวนการผลิตที่เน้นการใช้พลังงานสะอาด ลดการปล่อยมลภาวะสู่สิ่งแวดล้อม บรรจุภัณฑ์ที่ปราศจากพลาสติก รวมถึงการดูแลสุขภาพและความปลอดภัยของพนักงาน ลูกค้า และพันธมิตรทางธุรกิจ

ในกระบวนการผลิต GROHE ลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ในโรงงาน คิดค้นนวัตกรรมลดมลพิษ รักษาพลังงานน้ำให้ได้มากที่สุด ใช้เทคโนโลยีอย่างการพิมพ์ 3 มิติ ช่วยลดการใช้วัสดุอย่างสิ้นเปลือง ทำให้บรรลุเป้าหมาย GROHE Goes ZERO การผลิตแบบปลอดคาร์บอน เป็นตัวอย่างให้โรงงานอื่นๆ ที่อยากผลักดันเรื่องความยั่งยืนทั่วโลก

อีกหนึ่งนโยบายสำคัญ คือการวางแผนลดปริมาณพลาสติก GROHE ริเริ่มนโยบายลดการใช้พลาสติกในบรรจุภัณฑ์ เปลี่ยนเป็นเลือกใช้วัสดุทดแทนที่ตอบโจทย์ทั้งด้านคุณสมบัติและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่เริ่มโครงการใน ค.ศ. 2018 จนถึงมิถุนายน ค.ศ. 2021 ได้มีการลดการใช้พลาสติกลงไปแล้วถึง 32 ล้านชิ้น และยังคงดำเนินการเพื่อลดการใช้พลาสติกในบรรจุภัณฑ์ลงจนเป็นศูนย์  

Pure Joy of Water จึงไม่ได้หมายถึงสโลแกนในแง่ประสบการณ์เท่านั้น แต่ยังเป็นความตั้งใจรักษาทรัพยากรน้ำที่บริสุทธิ์ให้คนรุ่นต่อไป

8. ติด Top 50 บริษัทเปลี่ยนโลก (Change The World) ด้วยเทคโนโลยีช่วยโลก

ด้วยกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจที่ส่งผลดีต่อสังคม นวัตกรรมสินค้าที่ช่วยประหยัดน้ำและพลังงาน ลดปริมาณขยะ กระบวนการผลิตที่หลีกเลี่ยงของเสีย และรีไซเคิลน้ำ 99 เปอร์เซ็นต์ที่ใช้ในการผลิต ส่งผลให้ GROHE ได้รับเลือกให้ติดอันดับบริษัทเปลี่ยนแปลงโลกจากนิตยสาร Fortune และยังเป็นบริษัทสัญชาติเยอรมันบริษัทแรกที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ด้วย

เทคโนโลยีของ GROHE ยังช่วยขับเคลื่อนความยั่งยืน อย่างนวัตกรรม GROHE DripStop ลดน้ำหยดจากฝักบัวหลังปิดใช้งาน ไร้น้ำหยด ลดความสิ้นเปลืองน้ำ หรือเทคโนโลยี GROHE Silkmove ES ที่ออกแบบให้ตำแหน่งตรงกลางของก้านโยกเป็นน้ำเย็น ลดการใช้น้ำผสมอย่างไม่จำเป็น 

การประหยัดทรัพยากรเกิดขึ้นได้ด้วยนวัตกรรมต่างๆ ที่ถูกออกแบบอย่างใส่ใจรายละเอียด การประหยัดน้ำและพลังงานเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวัน หากรวมกันหลายๆ บ้านทั่วโลก ก็ส่งผลอย่างมหาศาลให้โลกได้เช่นกัน

9. ลูกค้าประทับใจจากการลองใช้ในโรงแรม 5 ดาวทั่วโลก

ด้วยคุณภาพ ดีไซน์ และความเชื่อมั่นในแบรนด์ ทำให้โรมแรม 5 ดาวชั้นนำทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นยุโรป อเมริกา เอเชีย ตะวันออกกลาง หรือออสเตรเลีย ต่างใช้ GROHE เป็นแบรนด์สำหรับอุปกรณ์ในห้องน้ำ  

ตลาดเอเชียนับว่าเป็นตลาดหลักแห่งหนึ่งของแบรนด์ เพราะคนเอเชียคาดหวังต่อความหรูหราสูงกว่ายุโรป ลูกค้ามองหาคุณค่าและประสบการณ์ที่แตกต่างไม่เหมือนใคร พร้อมยินดีจ่ายเงิน เพื่อสัมผัสประสบการณ์ที่แตกต่าง

โรงแรมเหล่านี้มักเป็นสถานที่ที่แนะนำให้ลูกค้าได้รู้จัก GROHE และลองใช้ครั้งแรก เมื่อประทับใจ เพลิดเพลินกับการใช้เวลาผ่อนคลายที่โรงแรม ทำให้จดจำแบรนด์ได้ และนึกถึงเมื่อถึงเวลารีโนเวตบ้าน

ในสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ผู้คนใช้เวลาในบ้านมากขึ้น ทำให้เร่ง Mega Trends การตกแต่งห้องน้ำและห้องครัวที่แบรนด์คาดการณ์ไว้ให้ได้รับความนิยมมากขึ้นอีก

ในสถานการณ์ที่ผู้คนไม่สามารถเดินทางไปพักผ่อนตามโรงแรมได้สะดวกอย่างเดิม แต่ก็ยังสามารถสร้างประสบการณ์การใช้ห้องน้ำเหมือนอยู่ในโรงแรม 5 ดาวได้ เพียงแค่เปลี่ยนอุปกรณ์ในห้องน้ำ และการเปลี่ยนก๊อกน้ำ ฝักบัวในบ้านไม่ใช่เรื่องยาก แค่ใช้สินค้าที่ถูกออกแบบมาให้ติดตั้งง่าย ใช้เวลาไม่นานก็ได้ห้องน้ำใหม่ สวย หรูเหมือนยกโรงแรมมาไว้ที่บ้าน 

10. กล้าให้คำสัญญาด้านคุณภาพ เพราะทดสอบการใช้หลายแสนครั้ง

เยอรมนีขึ้นชื่อเรื่องสินค้าคุณภาพสูงและการใส่ใจในรายละเอียด

ก่อนปล่อยสินค้าออกสู่ตลาด บริษัทมีกระบวนการตรวจสอบคุณภาพที่เข้มข้น ทั้งทดสอบพื้นผิว ประสิทธิภาพการใช้งาน รวมถึง Life Cycle ของสินค้า ตัวอย่างเช่น ก๊อกน้ำจะมีทดสอบการใช้งานถึง 210,000 รอบ เปรียบเสมือนการใช้งานจริงถึง20 ปี รวมทั้งยังมีการรับประกันว่าจะมีอะไหล่สินค้าไว้บริการถึงแม้สินค้ารุ่นนั้นจะยกเลิกผลิตไปแล้วถึง 10 ปี 

แม้อุปกรณ์เหล่านี้จะไม่ใช่สิ่งที่คนซื้อใหม่ทุกปี แต่ทุกคนล้วนใช้หลายครั้งต่อวัน มีประสบการณ์การใช้ สัมผัสก๊อกน้ำและฝักบัวในทุกๆ วัน หากใช้แล้วคุณภาพดี เมื่อถึงเวลาต้องซื้อใหม่ ทำให้นึกถึง GROHE

สิ่งนี้เป็น Brand Promise ที่เป็นยิ่งกว่าคำสัญญาแต่ทำให้ลูกค้ารู้สึกได้จริง 

ภาพ : GROHE

Writer

รตา มนตรีวัต

อดีตสาวอักษรผู้โตมาในร้านขายหวายอายุ 100 กว่าปีย่านเมืองเก่า เป็นคนสดใสเหมือนดอกทานตะวัน สะสมแรงบันดาลใจไว้ในบล็อคชื่อ My Sunflower Thought ขับรถสีแดงชื่อ Cherry Tomato ระหว่างวันทำงานในโลกธุรกิจ เวลาว่างซาบซึ้งในศิลปะ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load