5 พฤศจิกายน 2562
19.67 K

เราเรียกน้ำยาล้างจานจนติดปากว่า ‘ซันไลต์’

ใครเป็นเหมือนกันบ้างที่ยี่ห้อนี้กลายมาเป็นชื่อแรกในหัวเมื่อคิดถึงน้ำยาล้างจาน ซันไลต์เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1884 โดยบริษัทอังกฤษชื่อ Lever Brothers ที่ก่อตั้งโดย William Hesketh Lever เขาขยายกิจกรรมร้านขายของชำจากพ่อเท่าที่ทำได้ ก่อนจะมองหาโอกาสทำธุรกิจใหม่ๆ ซึ่งสุดท้ายก็เลือกสบู่ทำความสะอาด เพราะงานแรกในชีวิตของเขาคือการตัดและห่อสบู่ก้อนที่ร้านขายของชำของพ่อ

10 สิ่งที่ทำให้ Sunlight ซันไลต์ เป็นมากกว่าแบรนด์น้ำยาล้างจาน

ตั้งแต่นั้นซันไลต์ก็เติบโตมาเรื่อยๆ อย่างในช่วงกลางของ 1890s ที่ขายสบู่ได้ถึง 40,000 ตันต่อปี แล้วจึงค่อยๆ ขยายธุรกิจไปยังทวีปอื่นๆ และหนึ่งในนั้นคือ ประเทศไทย ซึ่งเรามีโอกาสได้คุยกับ ฤชุพัณณ์ ชูครุวงศ์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์ล้างจาน บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จำกัด ถึงเรื่องราวของแบรนด์น้ำยาล้างจานที่อยู่ในใจตลอดมา

ดูเผินๆ ซันไลต์อาจจะเป็นแค่ธุรกิจอุปโภคบริโภคธรรมดาที่เราเคยชินจนไม่ตื่นเต้นกับมันแล้ว แต่จริงๆ เบื้องหลังของซันไลต์มีอะไรสนุกมากกว่านั้น น้อยคนอาจไม่รู้หรือไม่เคยรู้ว่า

ผลสำรวจของแบรนด์พบว่ามีคนนำซันไลต์ไปใช้ทำอย่างอื่นนอกจากล้างจาน

Port Sunlight สถานที่ท่องเที่ยวในเมืองลิเวอร์พูลเป็นผลพวงมาจากโรงงานของซันไลต์ในศตวรรษที่ 19

น้ำยาล้างจานซันไลต์แบบไม่ใช้น้ำมีแค่ในแอฟริกาเท่านั้น

เคยมีคนสับสนระหว่างขวดซันไลต์กับน้ำมะนาว

วิธีล้างจานของคนไทยมี 3 แบบหลักๆ

และซันไลต์พัฒนาผลิตภัณฑ์เพราะเชื่อว่าน้ำยาล้างจานที่ดีจะทำให้ผู้บริโภคได้ออกไปใช้ชีวิต

ขณะที่เราเขียนบทความนี้อยู่ เราไม่ได้มองซันไลต์ว่าเป็นน้ำยาล้างจานที่จะเจอบนซิงค์ในบ้านเสมอ แต่เป็นเหมือนบางอย่างที่โตมาด้วยกัน

10 สิ่งที่ทำให้ Sunlight ซันไลต์ เป็นมากกว่าแบรนด์น้ำยาล้างจาน

1 สินค้าแรกไม่ใช่น้ำยาล้างจาน แต่เป็นสบู่ซักผ้า

สบู่ซันไลต์ออกสู่ตลาดในปี ค.ศ. 1884 เพราะในช่วงนั้น ประเทศอังกฤษกำลังประสบปัญหาความยากจนและสุขภาพ Lever เจ้าของจึงต้องการสร้างผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่คนทั่วไปสามารถเข้าถึงในราคาที่จับต้องได้ โดยสบู่ซันไลต์รุ่นแรกมีไว้ใช้ซักผ้าและทำความสะอาดทั่วไป ทั้งยังเป็นสบู่ทำความสะอาดอันแรกที่มีแบรนด์ยี่ห้ออย่างชัดเจน

10 สิ่งที่ทำให้ Sunlight เป็นมากกว่าแบรนด์น้ำยาล้างจาน

2 ซันไลต์เคยเปลี่ยนแพ็กเกจเพราะกลัวคนเข้าใจผิดว่าเป็นน้ำมะนาว

ในปี ค.ศ. 1971 ซันไลต์เปลี่ยนรูปแบบจากการเป็นสบู่มาเป็นแบบน้ำ แพ็กเกจใหม่นี้มีรูปมะนาวขนาดใหญ่ และมีคำอธิบายเล็กๆ ว่า ‘น้ำยาทำความสะอาด’ สุดท้ายแบรนด์ตัดสินใจออกแบบบแพ็กเกจใหม่เนื่องจากมีคำร้องเรียนจากทางบ้านว่า อาจจะทำให้เด็กเข้าใจผิดว่าเป็นน้ำมะนาวแล้วเอาไปดื่ม

10 สิ่งที่ทำให้ Sunlight ซันไลต์ เป็นมากกว่าแบรนด์น้ำยาล้างจาน

3 บ้านพนักงานกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของลิเวอร์พูล

ถ้าใครเคยไปลิเวอร์พูลคงพอคุ้นๆ กับ Port Sunlight สถานที่ท่องเที่ยวที่อุดมไปด้วยศิลปวัฒนธรรม มีทั้งพิพิธภัณฑ์ แกลเลอรี่ ร้านอาหาร ผับบาร์ต่างๆ แต่น้อยคนจะรู้ว่าบริเวณนี้เคยเป็นหมู่บ้านพนักงานของโรงงานซันไลต์ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1888 ซึ่งชื่อก็ล้อมาจากชื่อแบรนด์นั่นแหละ

4 ซันไลต์เคยสร้างสถิติกินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ด ในฐานะน้ำยาล้างจานที่มีอายุการใช้งานยาวนานที่สุด

ใน พ.ศ.2553 ผลิตภัณฑ์ซันไลต์เลมอน เทอร์โบ สร้างสถิติกินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ด ในฐานะน้ำยาล้างจานที่มีอายุการใช้งานยาวนานที่สุด สามารถล้างจานได้ถึง 10,488 ใบ และในปี พ.ศ.2557 ได้ทำลายสถิติตัวเองด้วยการล้างจานได้ถึง 40,800 ใบ

5 Pain point ในการล้างจานของคนไทยคือ คราบมัน

เพราะเป็นแบรนด์ระดับนานาชาติ การทำความเข้าใจว่าผู้บริโภคในแต่ละประเทศต้องการอะไร อุปสรรคในชีวิตประจำวันเขาคืออะไร จึงเป็นเรื่องสำคัญ นั่นหมายถึงว่าการออกผลิตภัณฑ์สักชิ้น ไม่ได้เกิดจากความต้องการจากแบรนด์แม่ทั้งหมด แต่ซันไลต์ประเทศไทยต้องทำงานร่วมกันตามบริบทและวัฒนธรรมของแต่ละประเทศ ยกตัวอย่างเช่น อุปสรรคของคนไทยคือ คราบมัน ถ้าลองสังเกตดีๆ จะพบว่าคนไทยมีวิธีล้างจานหลายรูปแบบ หนึ่ง หยดน้ำยาล้างจานบนฟองน้ำ สอง หยดน้ำยาล้างจานบนจาน และสามคือแบบที่ล้างในกะละมัง ซันไลต์จึงพยายามนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่สามารถขจัดคราบมันไม่ว่าล้างจานด้วยวิธีไหน นอกจากนี้ ยังมีความต้องการใหม่ๆ เข้ามาตลอด เช่น น้ำยาล้างจานสำหรับภาชนะสำหรับเด็ก สำหรับผิวแพ้ง่าย สำหรับขจัดกลิ่นกำจัดยาก เช่น อาหารทะเล น้ำปลา กระเทียม เป็นต้น

10 สิ่งที่ทำให้ Sunlight เป็นมากกว่าแบรนด์น้ำยาล้างจาน

6 น้ำยาล้างจานแบบสเปรย์คือคำตอบของไลฟ์สไตล์ในปัจจุบัน

ซันไลต์เป็นแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับผู้บริโภค ที่ผ่านมาจึงมีนวัตกรรมมากมาย จากสบู่ ครีม มาสู่น้ำยาล้างจานแบบใส และในยุคที่ใครๆ ก็ใช้กระบอกน้ำหรือหลอดลดโลกร้อน ปัญหาที่พบอย่างแรกคือการทำความสะอาดที่ฟองน้ำเข้าไปไม่ถึง หลังจากผ่านการทำงานร่วมกันระหว่างซันไลต์ประเทศไทยและโกลบอล ซันไลต์ในฐานะแบรนด์ที่ฟังเสียงของผู้ใช้มาตลอดจึงออกผลิตภัณฑ์ใหม่เป็นน้ำยาล้างจานชนิดสเปรย์ สามารถล้างคราบสกปรกออกได้โดยไม่ต้องถู ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยลดอุปสรรคการใช้งานในชีวิตประจำวันได้ไม่มากก็น้อย 

10 สิ่งที่ทำให้ Sunlight ซันไลต์ เป็นมากกว่าแบรนด์น้ำยาล้างจาน

7 มีคนใช้ซันไลต์ล้างมอเตอร์ไซค์ และซันไลต์กลิ่นซากุระมีแค่ประเทศไทย 

จากการสอบถามผู้บริโภคคนไทยพบว่ามีการนำซันไลต์ไปล้างรถมอเตอร์ไซค์ เพราะสามารถขจัดคราบน้ำมันได้ดี และผลิตภัณฑ์ซันไลต์บางชนิดไม่เหมือนกันในแต่ละประเทศ ประเทศไทยชอบเรื่องกลิ่นและความสวยงาม จึงมีผลิตภัณฑ์เฉพาะบ้านเราอย่างน้ำยาล้างจานกลิ่นซากุระ ที่แม้แต่ญี่ปุ่นก็ยังไม่มี ส่วนประเทศญี่ปุ่นจะมีซันไลต์แบบโฟมที่พัฒนามาจากพฤติกรรมของคนในประเทศเขา หรืออย่างในแอฟริกา มีซันไลต์สูตรที่สามารถเช็ดออกได้เลยโดยไม่ต้องใช้น้ำ ซึ่งพัฒนาเพื่อแก้ปัญหาวิกฤตขาดแคลนน้ำในประเทศ

10 สิ่งที่ทำให้ Sunlight ซันไลต์ เป็นมากกว่าแบรนด์น้ำยาล้างจาน

8 ไม่ใช่แค่น้ำยาล้างจาน แต่คือสิ่งที่ทำให้ชีวิตดีขึ้น

วิธีการทำความเข้าใจผู้บริโภคของซันไลต์คือการไปคุยที่บ้าน เพื่อที่จะได้เห็นชีวิต ครอบครัว และวิธีล้างจานของเขา หัวใจหลักของการเข้าหาผู้บริโภคคือ การไปฟังความคิดเห็น ไม่ใช่เข้าไปนำเสนอไอเดียหรือขายของ วิธีการแบบนี้ทำให้เข้าใจชีวิตผู้ใช้ เขาตื่นกี่โมง มีลูกกี่คน มีความฝัน มีความต้องการอะไร เพราะซันไลต์ไม่ได้มองว่าตัวเองเป็นแค่ผลิตภัณฑ์ แต่มีแนวคิดอยากให้ผู้บริโภคมีชีวิตที่ดีขึ้น ได้ทำตามความฝันของตัวเอง เป้าหมายของแบรนด์จึงเป็นการพยายามสร้างผลิตภัณฑ์ ที่จะช่วยทำให้การทำงานบ้านง่ายขึ้น เร็วขึ้น เพื่อที่ทุกคนจะได้มีเวลาไปทำอย่างอื่นที่อยากทำ เลยเกิดเป็นแคมเปญ #ชีวิตที่มากกว่าที่บ้าน ที่นำเสนอเรื่องราวของผู้หญิงทำงานบ้านที่มีความฝันอยากทำอะไรมากกว่านั้น

9 เปลี่ยนโลกด้วยผลิตภัณฑ์ที่มี เริ่มจากขวดพลาสติกเป็นอย่างแรก

นอกจากจะเป็นแบรนด์แรกของ Unilever แล้ว ยังเป็นแบรนด์แรกที่ได้รับการพัฒนาให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ในปี 2560 มีการออกแบบบรรจุภัณฑ์ใหม่ทั้งหมด จากเดิมที่เป็นขวดสีเหลืองขุ่นเปลี่ยนเป็นขวดใสที่ทำจากพลาสติกคุณภาพสูง (​PET 100 เปอร์เซ็นต์) ซึ่งสามารถนำไปรีไซเคิลต่อได้ และจะช่วยลดปริมาณการใช้พลาสติกจำนวนถึง 274 ตันต่อปี หรือเท่ากับซันไลต์ 26 ล้านขวด มาปีนี้ ซันไลต์ได้พัฒนาบรรจุภัณฑ์ขึ้นไปอีกโดยใช้พลาสติกรีไซเคิลทั้งหมด ซึ่งสามารถช่วยลดก๊าซเรือนกระจกในกระบวนการผลิตได้ถึง 56 เปอร์เซ็นต์

10 สิ่งที่ทำให้ Sunlight เป็นมากกว่าแบรนด์น้ำยาล้างจาน

10 มองอนาคตและเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมๆ กับผู้บริโภค

ซันไลต์ประเทศไทยพยายามสื่อสารเรื่องสิ่งแวดล้อมผ่านการรณรงค์หลายรูปแบบ หนึ่งในนั้นคือ การชวนคนรุ่นใหม่มาทำงานศิลปะจากพลาสติกเหลือใช้ พร้อมออกแบบขวดซันไลต์รุ่นพิเศษ ในแคมเปญ ‘ซันไลต์ Go Green Art Exhibition’ เพื่อสร้างการรับรู้ของคนต่อปัญหาสิ่งแวดล้อมและนำรายได้ส่วนหนึ่งไปมอบให้โรงเรียนทับสะแกวิทยา จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หลังจากนั้น จะมีโครงการต่อเนื่องที่ทำร่วมกับ ปตท.ชื่อ Upcyling the Ocean Thailand นำงานศิลปะเหล่านี้ไปรีไซเคิลตแล้วผลิตเป็นจีวรต่อ เพื่อบริจาคให้กับวัดในจังหวัดเดียวกัน

แบรนด์เชื่อว่า สินค้าอุปโภคบริโภคมีผลซึ่งกันและกันต่อการใช้งานของผู้บริโภค ในฐานะแบรนด์ที่ยึดความต้องการของผู้บริโภคเป็นหนึ่ง ซันไลต์จึงต้องกลับมาคิดวิธีที่จะเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมๆ กัน อย่างปัญหาสิ่งแวดล้อมในตอนนี้ที่ไม่ใช่แค่การทำตามเทรนด์เหมือนคนอื่นๆ แต่เป็นสิ่งที่ต้องทำอย่างไม่มีข้อแม้

Writer

พิมพ์อร นทกุล

บัญชีบัณฑิตที่พบว่าตัวเองรักหมามากกว่าคน

Photographer

ธัชชา ศุภกิจเจริญ

นักเรียนกราฟิคดีไซน์ชื่อฟ้า ผู้ฝึกงานถ่ายภาพกับบริษัทก้อนเมฆ หลงรักกล้องฟิล์ม และออกเดินทางเพื่อสะสมเรื่องราวลงกลักฟิล์มม้วนใหม่เสมอๆ

Big Brand

เรื่องราวน่ารู้เบื้องหลังแบรนด์ดังที่รัก

ยาอมแก้ไอสมุนไพรลูกกลม เม็ดเล็ก รสชาติแรกลองเฝื่อนหน่อย ๆ อมไปแล้วหวานนิด ๆ ชื่อนี้ไม่มีใครไม่รู้จักเมื่อเห็นตะขาบเลื้อยอยู่บนซอง

ตราตะขาบ 5 ตัวอยู่คู่คนไทยมาตั้งแต่ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ทุกวันนี้มียอดขายหลายร้อยล้านบาท ส่งออกไปยังอาเซียนและหลากหลายประเทศ โดยยังคงโลโก้ตะขาบขนาบข้างในซองดังเดิม มีสรรพคุณแก้ไอได้ชะงักงัน เป็นดั่งฮีโร่ยาสมุนไพรไทยคู่บ้านที่สืบทอดรุ่นต่อรุ่นมาตลอด ความท้าทายใหม่ของแบรนด์ในยุคนี้ คือทำอย่างไรให้คนรุ่นใหม่สนใจแบรนด์สินค้าจากสมุนไพรไทย ไม่มองว่าเชย ตกยุค แต่เก๋าจนอยากรู้จัก จำสรรพคุณของตะขาบ 5 ตัวได้แบบไม่กลัวความขม

ถ้าเคยตัดสินยาอมแก้ไอจากรูปลักษณ์ วันนี้ขอชวนมาทำความรู้จักตะขาบ 5 ตัวให้ลึกลงอีกสักหน่อย จากวันแรกที่ผู้ก่อตั้งรุ่นหนึ่งแบกกระเป๋าเดินขายยาอมแก้ไอซิมเทียนฮ้อ จนถึงวันนี้ที่คลิปหนังโฆษณาเกิดไวรัล คนดูหลายล้านวิว ฮีโร่คนเดิมคนนี้เข้าไปนั่งในใจคนรุ่นใหม่ได้อย่างไร

The Cloud ชวนมาพูดคุยกับ คุณอรมณส์ แก่นศักดิ์ศิริ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด และ คุณไพบูลย์ สิมะวรา ผู้อำนวยการฝ่ายต่างประเทศ ของบริษัท ห้าตะขาบ (ซิมเทียนฮ้อ) จำกัด เผยให้เห็นเรื่องราวกว่าจะมาเป็นผลิตภัณฑ์ยาแก้ไอตราตะขาบ 5 ตัวในทุกวันนี้

1. ชายลึกลับบนซองตะขาบ 5 ตัว คือ จุ้ยไซ แซ่ซิ้ม ผู้ปรุงยาสมุนไพรเป็นงานพาร์ตไทม์จนได้ดี

ย้อนกลับไปในยุคก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 นายจุ้ยไซ แซ่ซิ้ม ผู้เคยเป็นเด็กช่วยปรุงยาในร้านหมอจีน ได้ย้ายถิ่นฐานจากเมืองจีนมาตั้งรกรากที่อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา ทำสวน เลี้ยงเป็ดไก่ไปเพื่อยังชีพ พอเริ่มมีเงินทุนจึงนำไปเปิดร้านขายของชำในตลาด

ราว พ.ศ. 2478 จึงย้ายมาอยู่ที่กรุงเทพฯ ย่านตลาดเก่า เยาวราช เขายังคงรับจ้างแบกหามในตอนกลางวันและปรุงยาตอนกลางคืน แต่ด้วยความรู้ติดตัวด้านยาสมุนไพร เป็นอย่างดี พอมีเวลาว่างจากงานจึงริเริ่มคิดสูตรยาสมุนไพรและทดลองปรุงยาอื่น ๆ อีกหลากหลายชนิดตามแบบฉบับของตนเอง เพื่อใช้กันเองในหมู่ญาติและคนใกล้ชิด ยาแก้ไอเป็นยาที่คนละแวกนั้นเริ่มชอบมากสุด จึงเริ่มนำไปฝากขายตามร้านยาภายใต้ชื่อ ‘ยาอมแก้ไอซิมเทียนฮ้อ’

หากเป็นสมัยนี้คงเรียกงานปรุงยาของนายจุ้ยไซว่างานพาร์ตไทม์ ใช้วิธีทำเป็นงานเสริมปั้นแบรนด์ไปเรื่อย ๆ สลับกับงานประจำเพื่อหาเลี้ยงชีพ

2. หิ้วกระเป๋าขายยาตามร้านกว่า 20 ปี จนเกิด Word of Mouth ชื่อแบรนด์ตะขาบ 5 ตัวติดหูลูกค้า

ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 นายจุ้ยไซพาครอบครัวอพยพหนีสงครามไปอยู่ที่อำเภอพระประแดงชั่วคราว ครั้งนั้นเจอน้ำท่วมใหญ่ สังเกตเห็นตะขาบหนีน้ำมาเกาะตามฝาบ้าน เห็นสัตว์มีพิษแล้วนึกถึงความเชื่อของศาสตร์การรักษาอาการป่วยแบบจีนสมัยโบราณที่เชื่อว่าพิษล้างพิษ ตะขาบถือเป็นสัญลักษณ์ของสัตว์มีพิษจึงมีสรรพคุณช่วยล้างพิษได้

นายจุ้ยไซจึงเกิดไอเดียนำตะขาบมาทำเป็นเครื่องหมายการค้า ส่วนเลข 5 คือเลขมงคลของชาวจีน หากสังเกตชื่อแบรนด์สินค้าที่คุ้นหูในอดีต จะพบว่าหลายแบรนด์นิยมนำเลข 5 มาตั้งชื่อ ไม่ว่าจะเป็น 5 เจดีย์ หรือ 5 มังกร รวมทั้งครอบครัวของนายจุ้ยไซยังมีลูกถึง 10 คน แบ่งเป็นผู้ชาย 5 คน ผู้หญิง 5 คน เลข 5 จึงเป็นเลขที่ทั้งมีความมงคลและผูกพัน เกิดเป็นชื่อแบรนด์ตะขาบ 5 ตัว พร้อมซองยาที่มีสัญลักษณ์เป็นรูปตะขาบขนาบทั้งสองข้างและรูปนายจุ้ยไซอยู่ตรงกลาง

ด้วยความมุ่งมั่นไม่ย่อท้อและเชื่อมั่นในสรรพคุณยาของตนเอง เขายังคงหิ้วกระเป๋าเดินทางไปฝากขายตามร้านขายยาต่าง ๆ เป็นเวลา 20 กว่าปีจนสินค้าเริ่มติดหู ลูกค้าจดจำได้ ลูกค้าบอกปากต่อปากจนสามารถขยายกิจการ เช่าตึกแถวเปิดร้านขายยาซิมเทียนฮ้อที่ศาลเจ้าแซ่ซิ้ม ตากสิน ซ.8 ฝั่งธนบุรี ใน พ.ศ. 2496 ทั้งขายยาสำเร็จรูป จัดยาสมุนไพร และตรวจผู้ป่วย

3. ตะขาบ 5 ตัวไม่ได้ขายแค่ยาแก้ไอ แต่นำเข้าสินค้าจากต่างประเทศด้วยเพื่อความหลากหลาย

จากร้านขายยาเติบโตเป็นบริษัทผลิตยาอย่างเดียวแบบเต็มตัว ในยุคของทายาทรุ่นสองภายใต้ชื่อ บริษัท ห้าตะขาบ (ซิมเทียนฮ้อ) จำกัด ในเวลาต่อมา โดยสร้างโรงงานใหม่ที่เขตบางขุนเทียนนี้ สามารถพัฒนากระบวนการผลิตยาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยมีการนำเครื่องจักรที่ทันสมัยมาใช้ร่วมกับแรงงานคน และเพิ่มบุคลากรที่มีความสามารถเฉพาะทาง เพื่อร่วมทำการวิจัยกระบวนการผลิตให้ได้มาตรฐานและทันสมัยเรื่อยมา

น้อยคนจะรู้ว่านอกจากยาอมแก้ไอตราตะขาบ 5 ตัวแล้ว บริษัท ห้าตะขาบ (ซิมเทียนฮ้อ) จำกัด ยังมีบริษัทในเครือคือ บริษัท ห้าตะขาบ เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด นำเข้าสินค้ายาจากต่างประเทศหลากหลายชนิด อย่างแผ่นแปะพริก ปอราส แคพซิคัม พลาสเตอร์ แผ่นแปะบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อ ยาน้ำมันสมุนไพร ยู่ยี่ออยล์ที่มีประวัติกว่า 150 ปีในมาเลเซียและสิงคโปร์ โดยคัดเลือกยาที่เป็นที่ยอมรับในท้องถิ่น มีประวัติขึ้นชื่ออย่างยาวนานในประเทศนั้น ๆ เหมือนยาแก้ไอตะขาบ 5 ตัว เพื่อขยายกลุ่มลูกค้าและเพิ่มความหลากหลายของสินค้า รวบรวมของดีให้คนไทยได้ใช้ โดยไม่ทอดทิ้งเอกลักษณ์ดั้งเดิมของตราตะขาบ ปัจจุบันอยู่ในช่วงข้อต่อเพื่อที่จะมารับช่วงของทายาทรุ่นสองและรุ่นสามของตระกูลที่ทำงานร่วมกันเพื่อขยับขยายกิจการ

7 เรื่อง ‘ตราตะขาบ 5 ตัว’ ยาแก้ไอสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 สู่แบรนด์คนรุ่นใหม่ระดับโลก
7 เรื่อง ‘ตราตะขาบ 5 ตัว’ ยาแก้ไอสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 สู่แบรนด์คนรุ่นใหม่ระดับโลก

4. ยาสมุนไพรไทยลุคบ้าน ๆ ที่พร้อมคิดค้นสูตรใหม่ให้อมง่าย และปรับแพ็กเกจให้เข้ากับยุคสมัย

คนรุ่นพ่อรุ่นแม่จดจำตะขาบ 5 ตัวเป็นยาอมแก้ไอสมุนไพรที่แก้เจ็บคอได้อย่างชะงักงัน ด้านรสชาตินั้นว่ากันว่า แรก ๆ มันขม แต่อมไปมันจะหวาน โดยความหวานมาจากสมุนไพรล้วน ไม่ใส่น้ำตาล เด็ดขาดแต่ละมุนละม่อม ทำให้ชุ่มคอ เมื่อดื่มน้ำหรือชาร้อนตาม ความชุ่มคอนั้นจะยิ่งทวีคูณ

สิ่งที่ตะขาบ 5 ตัวอยากบอกคือ อย่าตัดสินกันที่รูปลักษณ์ภายนอก เพราะแม้จะเป็นแบรนด์เก่าแก่ เป็นยาสมุนไพรไทย แต่อมแล้วหายได้จริง พิสูจน์แล้วทั้งจากการบอกต่อกันปากต่อปากมาเป็นเวลากว่า 80 ปี และผลวิจัยทางวิทยาศาสตร์จาก สวทช. พบว่าสามารถยับยั้งเชื้อแบคทีเรียได้มากกว่า 99.99 เปอร์เซ็นต์ภายใน 5 นาที ข้อดีของสมุนไพรไทย คือ ไม่ดื้อยา อมได้บ่อยตามต้องการ ต่างจากยาสมัยใหม่ที่อาจมีผลข้างเคียงต่อร่างกาย

นอกจากรสสมุนไพรแบบดั้งเดิมแล้ว แบรนด์ยังพัฒนาสูตรยาอมให้หลากหลาย เคลือบรสมิ้นท์ บ๊วย ตะไคร้ เพื่อตอบโจทย์คนที่กลัวความขม และยังพัฒนาจากบรรจุภัณฑ์แบบซองดั้งเดิม เพิ่มแบบตลับและสเปรย์แก้ไอเข้ามาเพื่อแก้ปัญหาของลูกค้า สำหรับคนที่ชอบภาพลักษณ์ทันสมัย การพกตลับยาอมแก้ไอจะสะดวกกว่า ส่วนคนที่ไม่อยากอมยานาน ไม่อยากอมสมุนไพรแล้วลิ้นดำ แบบสเปรย์ก็เข้ามาตอบโจทย์เป็นทางเลือกใหม่ที่ละลายเสมหะ ทำให้ชุ่มคอได้เหมือนกัน

เรื่องราวของยาแก้ไอตราตะขาบ 5 ตัว แบรนด์คู่คนไทยกว่าศตวรรษ ที่พร้อมปรับตัวให้เก๋า โดนใจคนรุ่นใหม่

5. บทสนทนาระหว่าง 2 เจเนอเรชันที่อยากให้คนรุ่นใหม่เปิดใจให้ตะขาบในหนังโฆษณาฝีมือ ต่อ ธนญชัย

ด้วยเป็นยาอมสมุนไพรแผนโบราณที่โด่งดังมานานร่วมศตวรรษ ความท้าทายของตราตะขาบ 5 ตัว คือ ทำอย่างไรให้คนรุ่นใหม่อยากเปิดใจลอง เพราะแบรนด์มั่นใจว่าถ้ารู้จักแล้วจะรัก ลองแล้วชอบในประสิทธิภาพแน่นอน

ความตั้งใจของแบรนด์ คือสื่อสารภาพลักษณ์ให้มีความคลาสสิกแต่เท่ เป็นแบรนด์จากภูมิปัญญาไทยที่ถูกใจคนรุ่นใหม่แต่ก็ไม่ทิ้งลูกค้าเก่า หนังโฆษณาล่าสุดของตะขาบโดย ต่อ-ธนญชัย ศรศรีวิชัย แห่งฟีโนมีนา เล่าเรื่องการคุยกันของพ่อกับลูก เปรียบสมุนไพรไทยเป็นญาติผู้ใหญ่ที่อบอุ่น เป็นมิตร แก้ปัญหาเก่ง สอดแทรกมุกโดนใจวัยรุ่น ให้ปรับภาพลักษณ์สมุนไพรไทยที่ดูล้าสมัยให้เป็นสิ่งที่เข้าถึงง่าย เล่าเรื่องความแตกต่างระหว่างเจเนอเรชันผ่านการสอดแทรกภูมิปัญญาของคนรุ่นเก่าและการตั้งคำถามของคนรุ่นใหม่ที่แม้แตกต่างกัน แต่ด้วยความรักก็ทำให้เข้าใจกันได้

หากแบรนด์ตะขาบ 5 ตัวที่อายุกว่า 80 ปีเป็นคน คงเป็นแด๊ดดี้สายวินเทจที่ไม่เคยเชยตามกาลเวลา ยังแต่งตัวด้วยชุดเดิมแต่พร้อมเล่นโซเชียลมีเดียอย่าง Facebook และ TikTok เป็นตะขาบที่พร้อมปรับตัวตามโลกที่เปลี่ยนไปเร็ว ใช้ทั้งสื่อออนไลน์และออฟไลน์ ปรับตามไลฟ์สไตล์ลูกค้าเสมอ พร้อมก้าวเข้าหาคนรุ่นใหม่ โดยยังคงความเป็นตัวเองไปด้วย

เรื่องราวของยาแก้ไอตราตะขาบ 5 ตัว แบรนด์คู่คนไทยกว่าศตวรรษ ที่พร้อมปรับตัวให้เก๋า โดนใจคนรุ่นใหม่

6. ตะขาบไม่ทิ้งลาย Takabb x Greyhound x SAPPE เพิ่มสินค้าที่เข้าไปอยู่ในไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ 

ความเป็นผู้ใหญ่ที่ทันยุคสมัยของตะขาบ 5 ตัว คือการพร้อมสร้างสรรค์สิ่งใหม่กับแบรนด์รุ่นใหม่อยู่เสมอโดยไม่ละทิ้งความเป็นตัวเอง ตราตะขาบเคยคิดอยากทำแบรนด์ให้โมเดิร์นขึ้น มินิมอลขึ้นตามกระแส แต่พบว่าหากขาดภาพตะขาบและอากงไป ก็จะขาดตัวตนของแบรนด์ที่เป็นภาพจำของยาสมุนไพรคู่คนไทยไป จึงยังคงโลโก้เดิม แล้วหาทางทำให้ภาพลักษณ์ของตะขาบเป็นแบรนด์ที่วัยรุ่นอยากรู้จักและอยู่ในไลฟ์สไตล์ให้ได้

เพราะเป็นแด๊ดดี้ก็เก๋าได้ ‘ตะขาบ’ ร่วมกับแบรนด์แฟชั่นสัญชาติไทยอายุ 40 ปีอย่าง Greyhound ที่มีประสบการณ์ในการทำสินค้าไลฟ์สไตล์มากมาย และมีจุดเด่นในการคิดนอกกรอบและทดลองสิ่งใหม่ ๆ สร้างสรรค์ลายวินเทจอย่างตะขาบ 5 ตัวให้เป็นลายคลาสสิกสุดเท่บนสินค้าของที่ระลึกอย่างเสื้อผ้าและกระเป๋า สร้างความผูกพันและติดตากับลายตะขาบในชีวิตประจำวัน

กลางปีที่ผ่านมา Takabb ยังร่วมกับ SAPPE แบรนด์เครื่องดื่มทางเลือกสุขภาพของคนรุ่นใหม่ เช่น บิวตี้ดริงก์ที่เน้นฟังก์ชันสุขภาพหลากหลาย ปรับตามเทรนด์ไลฟ์สไตลรักสุขภาพของคนรุ่นใหม่ ออกสินค้าเครื่องดื่มสมุนไพรไทย Functional Herbal Drink แบบช็อต สำหรับเสริมความมั่นใจในการใช้เสียง ดึงจุดเด่นของสมุนไพรไทยให้เด่นขึ้น เพิ่มทางเลือกให้คนเจเนอเรชั่น Y และ Z ที่พร้อมอยากลองของใหม่

เรื่องราวของยาแก้ไอตราตะขาบ 5 ตัว แบรนด์คู่คนไทยกว่าศตวรรษ ที่พร้อมปรับตัวให้เก๋า โดนใจคนรุ่นใหม่

7. แบรนด์ตะขาบไทยอยากเติบโตไปไกลทั่วโลก มีวิสัยทัศน์กว้างไกลและไม่หยุดพัฒนา

ความตั้งใจของตะขาบ 5 ตัว ไปอยากเติบโตเป็นแบรนด์ระดับโลก อยากนำตราตะขาบสินค้าภูมิปัญญาไทยให้คนต่างชาติได้รู้จัก

ตราตะขาบเริ่มส่งออกไปยังหลากหลายประเทศ เริ่มจากฮ่องกงเป็นที่แรกใน พ.ศ. 2548 ตั้งแต่สมัยที่ไม่มียาแผนโบราณออกจำหน่ายมากนัก เมื่อเริ่มขยายไปยังประเทศที่มีอิทธิพลอย่างสิงคโปร์ได้แล้ว ก็ขยายต่อไปยังอินโดนีเซีย มาเลเซีย จนขยายครอบคลุมในแถบอาเซียน ทั้งบรูไน กัมพูชา ลาว พม่า พร้อมมีแผนขยายไปยังประเทศอื่น ๆ ทั้งรัสเซียและแถบอินเดียอีกในอนาคต

สมัยก่อนภาพลักษณ์ยาสมุนไพรไทยที่ Made in Thailand ยังคล้ายสินค้าจากจีนอยู่ เมื่อสะสมการสร้างชื่อมาอย่างยาวนาน พิสูจน์สรรพคุณได้จริงทำให้เป็นที่ยอมรับมากขึ้นในต่างประเทศ โดยทุกครั้งที่แบรนด์ตีตลาดใหม่ จะต้องศึกษาวัฒนธรรมของประเทศนั้น ๆ เช่น คนรัสเซียไม่ชอบความหวาน ประเทศมุสลิมมีข้อกำหนดด้านฮาลาล เป็นต้น

ความท้าทายของการเติบโตอย่างยั่งยืน จึงเป็นการไม่หยุดพัฒนาสินค้าและระบบการทำงาน คงตำราสมุนไพรดั้งเดิมแต่ก็ไม่ Out พร้อมสร้างความแปลกใหม่ให้เข้าถึงง่ายอยู่เสมอ

Writer

รตา มนตรีวัต

อดีตสาวอักษรผู้โตมาในร้านขายหวายอายุ 100 กว่าปีย่านเมืองเก่า เป็นคนสดใสเหมือนดอกทานตะวัน สะสมแรงบันดาลใจไว้ในบล็อคชื่อ My Sunflower Thought ขับรถสีแดงชื่อ Cherry Tomato ระหว่างวันทำงานในโลกธุรกิจ เวลาว่างซาบซึ้งในศิลปะ

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load