21 ธันวาคม 2562
123 K

ถ้าเราปลูกต้นไม้จริง ไม่ใช่ต้นไม้พลาสติก ยังไงก็ต้องรดน้ำ

แม้ว่าการรดน้ำต้นไม้จะเป็นสิ่งที่ฟังดูง่ายๆ แต่การรดน้ำก็ทำต้นไม้ในห้องตายมาเยอะแล้ว โดยเฉพาะการรดน้ำเยอะไปจนเน่า

วิธีรดน้ำต้นไม้แบบเกิดประโยชน์สูงสุดและไม่ทำร้ายต้นไม้ มีดังนี้

1. ต้นไม้แต่ละพันธุ์ชอบน้ำไม่เท่ากัน

ก่อนจะลงมือรดน้ำ เราควรรู้ก่อนว่าต้นไม้แต่ละต้นชอบน้ำมากน้อยแค่ไหน ต้นไม้พวกกระบองเพชรหรือไม้อวบน้ำซึ่งมีถิ่นกำเนิดอยู่ในทะเลทราย ไม่ได้ชอบน้ำเหมือนไม้ใบที่เติบโตในที่ชื้นแฉะ ถ้าเรารดน้ำกระบองเพชรชุ่มฉ่ำเหมือนต้นไม้ทั่วไป ลำต้นก็อาจจะบวมน้ำ เน่า และตายคาที่ได้ สิ่งที่ควรระวังคือ กระบองเพชรเป็นต้นไม้ที่เก็บอาการได้ดี ไม่ว่าจะได้รับน้ำมากหรือน้อยเกินไป ก็ไม่ค่อยแสดงอาการ กว่าจะออกอาการก็เกินเยียวยาแล้ว

10 ทฤษฎีเพื่อเรียนรู้ที่จะรู้ใจต้นไม้ว่ารดน้ำอย่างไรให้ไม่ทำร้ายกัน

2. รดน้ำตอนเช้าหรือตอนเย็น

มีการถกเถียงกันมากว่าควรรดน้ำตอนเช้าหรือตอนเย็น คำตอบที่คนพูดกันบ่อยๆ คือ รดตามสะดวก แต่ถ้าจะว่ากันตามทฤษฎี เราควรรดตอนเช้า โดยเฉพาะช่วงเวลา 06.00 – 08.00 น. ซึ่งเป็นเวลาที่ต้นไม้เริ่มสังเคราะห์แสง เป็นช่วงเวลานานพอที่น้ำจะไม่ขังในดินจนรากเน่า ถ้ารดโดนใบก็จะระเหยไม่ค้างอยู่บนใบจนใบเน่า ช่วงเวลาเที่ยงและบ่ายนั้นถือว่าร้อนเกินไปสำหรับต้นไม้และคนรด แต่ถ้าเป็นต้นไม้ที่อยู่ในห้อง รดช่วงที่โดนแสงอาทิตย์ก็จะดีกว่าตอนมืด เพราะต้นไม้ไม่ต้องใช้น้ำเพื่อสังเคราะห์แสงแล้ว

3. รดน้ำตอนกลางคืนก็ได้

หลายคนรดน้ำต้นไม้ตอนกลางคืน เพราะตอนเช้าต้องรีบออกไปทำงาน สิ่งที่เราควรรู้ก็คือ การรดน้ำตอนกลางคืนไม่เป็นประโยชน์กับต้นไม้นัก เพราะมันจะใช้น้ำนั้นในช่วงเช้า ถ้ารดมากไปก็อาจทำให้ดินชื้นจนรากเน่าได้ นอกจากนี้ การรดน้ำยังเป็นช่วงเวลาที่เราจะได้สังเกตอาการต่างๆ ของต้นไม้ ถ้ารดน้ำต้นไม้ที่ปลูกกลางแจ้งตอนกลางคืน ก็อาจจะมืดจนเราไม่สังเกตเห็นอาการที่ผิดปกติของพืช

4. รดน้ำต้องดูแสง

ปริมาณน้ำที่รดควรจะสัมพันธ์กับปริมาณแสงที่ต้นไม้ได้รับ ถ้าต้นไม้ได้รับแสงเยอะ น้ำระเหยเร็ว ควรรดมาก แต่ถ้าต้นไม้อยู่ในที่ร่ม ไม่โดนแสงส่องโดยตรง ก็ควรรดน้ำน้อย การย้ายต้นไม้ที่เคยปลูกกลางแดดมาไว้ในร่มหรือแดดรำไร ถ้ารดเท่าเดิมก็อาจจะช็อกน้ำตายได้ ต้องค่อยๆ ลดปริมาณน้ำลง เพื่อให้เขาปรับตัวกับสภาพแวดล้อมใหม่

รดน้ำต้องดูแสง

5. ความชื้นในอากาศก็มีผล

นอกจากแสงแดดแล้ว ความชื้นในอากาศก็มีผลกับปริมาณน้ำที่จะรด ถ้าเป็นช่วงหน้าหนาวที่ความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศน้อย น้ำระเหยเร็ว (ตากผ้าก็แห้งเร็ว) รดน้ำได้เยอะ เพราะเดี๋ยวก็ระเหยหมด แต่ถ้าเป็นหน้าฝนที่มีความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศมาก (ผ้าที่เราตากก็แห้งช้า) ก็ไม่ควรรดน้ำมาก เพราะน้ำจะระเหยยาก

6. ต้นไม้ในห้องตายเพราะเน่ามากกว่าแห้ง

คนทั่วไปคิดว่า ต้นไม้จะตายเพราะขาดน้ำ เลยรดน้ำให้แฉะไว้ก่อน นั่นเลยทำให้ต้นไม้ที่ปลูกในห้องส่วนใหญ่ตายเพราะรากเน่า เมื่อเรารดน้ำมากไป น้ำที่ขังในกระถางจะทำให้วัสดุปลูกขึ้นรา ทางแก้คือเอาส่วนที่ขึ้นราออก แล้วเติมวัสดุปลูกลงไปใหม่ ถ้าอาการหนักถึงรากเน่า ก็ต้องขุดเอาทั้งต้นทั้งรากมาผึ่งให้แห้ง โละวัสดุปลูกเดิมทิ้ง แล้วปรุงดินใหม่

7. เช็กด้วยนิ้ว

ยากจะบอกว่าเราควรรดน้ำต้นไม้บ่อยแค่ไหน เช่น สัปดาห์ละครั้งหรือสองครั้ง เพราะมีปัจจัยที่เกี่ยวข้องเยอะเหลือเกิน อย่างที่เราได้เล่ามา ไม่ว่าจะเป็นชนิดของต้นไม้ แสงที่ต้นไม้ได้รับ ความชื้นในอากาศ หรือปริมาณน้ำที่รด ดังนั้น หลักในการรดน้ำต้นไม้ปลูกในร่มที่ง่ายที่สุดคือ รดเมื่อดินแห้ง วิธีตรวจสอบก็ง่ายดาย แค่เอานิ้วแตะดิน ถ้าแห้งก็แสดงว่าได้เวลารดน้ำแล้ว

8. รดน้ำตรงไหนของต้น

จุดที่ควรรดน้ำที่สุดคือโคนไปจนถึงราก จุดที่ควรหลีกเลี่ยงก็คือดอกและใบ เพราะจะทำให้ดอกร่วง และอาจทำให้ใบเน่าได้ (ถ้าน้ำไม่ระเหย) แต่ข้อดีของการรดน้ำที่ใบก็คือ ช่วยล้างฝุ่นออกจากใบ ซึ่งจะทำให้ต้นไม้สังเคราะห์แสงดีขึ้น วิธีการที่แนะนำคือพ่นน้ำจากขวดสเปรย์ให้กระจายใส่ใบ วิธีล้างฝุ่นจากใบอีกวิธีคือเอาผ้าชุบน้ำมาเช็ด เราก็จะได้ต้นไม้ที่มีใบสีเขียวสดสวยงามด้วย

 บัวรดน้ำ, วิธีรดน้ำต้นไม้

9. ควรใช้บัวรดน้ำแบบปากเรียวเล็ก

บัวรดน้ำมีหลายแบบและหลายขนาด สำหรับต้นไม้ที่ปลูกในห้อง บัวรดน้ำที่เหมาะที่สุดคือแบบปากเรียวเล็ก มีทั้งคอสั้นตรงและคอโค้งยาว เพราะควบคุมทิศทางการไหลของน้ำให้ลงกระถางได้ง่าย เข้าถึงได้ทุกซอกของกระถาง ส่วนกระบอกฉีดน้ำแบบหัวสเปรย์ เหมาะกับกระถางขนาดเล็กหรือต้นไม้ที่ชอบน้ำน้อย

 บัวรดน้ำ

10. จานรองมีอะไรดีมากว่าความสวย

จานรองกระถางต้นไม้ไม่ได้มีหน้าที่แค่รองน้ำไม่ให้ไหลเลอะเทอะหรือเพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่ยังช่วยกักเก็บน้ำให้ต้นไม้ดูดกลับไปใช้ผ่านวัสดุปลูกด้วย ระหว่างวัสดุปลูกกับจานรองควรใส่หิน หินภูเขาไฟ โฟม อิฐมอญ หรืออุปกรณ์ที่ไม่อุ้มน้ำ เพื่อไม่ให้ดินโดนน้ำในจานรองโดยตรงจนชื้นเกินไป นอกจากนี้ไม่ควรใช้จานรองที่เล็กกว่ากระถาง เพราะจะทำให้น้ำไหลล้นเลอะเทอะทุกครั้งที่รดน้ำ

จานรอง, กระถางต้นไม้

Writer

Avatar

ศิริวิทย์ ริ้วบำรุง

ปัจจุบันเป็นนักจัดสวน ในนาม little tree landscape เกิดและเติบโตมาในบ้านสวนริมน้ำท่าจีนมีพ่อเป็นนักสะสมต้นไม้ และมีแม่ชอบปลูกดอกไม้ ชีวิตจึงมีต้นทุนเรื่องต้นไม้มาแต่เด็ก สิบกว่าปีก่อนได้กลายเป็นนักจัดสวนโดยบังเอิญ และเป็นเรื่อยๆ มาจนถึงปัจจุบัน เพราะได้ค้นพบแล้วว่างานจัดสวนให้โอกาสเราได้อยู่กับสิ่งที่เรารัก และเป็นงานที่ทำแล้วมีความสุข

Photographers

Avatar

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

Avatar

ธัชชา ศุภกิจเจริญ

นักเรียนกราฟิคดีไซน์ชื่อฟ้า ผู้ฝึกงานถ่ายภาพกับบริษัทก้อนเมฆ หลงรักกล้องฟิล์ม และออกเดินทางเพื่อสะสมเรื่องราวลงกลักฟิล์มม้วนใหม่เสมอๆ

Plant Planet

ชวนเดินทางเข้าสู่โลกของต้นไม้เพื่อทำความรู้จักพืชในฐานะเพื่อน

ต้นไม้ที่น่ารู้จักที่สุดในปี 2023 คือ ‘Grevillea’ หรือ ที่เรียกกันในบ้านเราว่า สนเกรวิลเลีย

สนเกรวิลเลีย เป็นพืชในสกุลเกรวิลเลีย เป็นไม้ยืนต้นมีที่ทรงพุ่มหนา มีดอกหลายสี มีประมาณ 360 สายพันธุ์ ถิ่นกำเนินอยู่ที่ออสเตรเลีย นำเข้ามาในไทยน่าจะเกิน 40 ปีแล้ว แต่อาจจะไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากนัก เพราะจัดอยู่ในหมวดไม้สะสม พันธุ์ที่อยู่ในบ้านเรามานาน ๆ ก็มีพันธุ์ดอกสีชมพู ลองจอห์น (Grevillea ‘Long John’) พันธุ์ดอกสีเหลือง ฮันนีเจม (Grevillea ‘Honey Gem’) และพันธุ์ดอกสีขาว มูนไลต์ (Grevillea ‘Moonlight’)

ด้วยความที่เป็นไม้จากออสเตรเลียที่มีสภาพอากาศใกล้เคียงกับบ้านเรา ทำให้สนเกรวิลเลียแทบไม่ต้องปรับตัว ยิ่งเป็นไม้ที่โตเร็วอยู่แล้ว เมื่อนำมาปลูกในไทยจึงเจริญเติบโตงอกงามเป็นอย่างดี

ในยุคที่สนเกรวิลเลียเข้ามา ต้นไม้ใหญ่ที่ใช้จัดสวนมักเป็นพวก ปีบ ล่ำซำ ซิลเวอร์โอ๊ก จนกระทั่งไม่นานมานี้ เริ่มมีการนำเกรวิลเลียมาใช้จัดสวนมากขึ้น จึงถูกพูดถึงและได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ สิ่งที่ตามมาก็คือ มีการนำเข้าพันธุ์ใหม่ ๆ ดอกสีแปลก ๆ เพิ่มขึ้นอย่างมาก จากที่เคยมีแค่ 3 สายพันธุ์ ตอนนี้เราหาซื้อได้ถึง 10 กว่าสายพันธุ์

จุดเด่นของเกรวิลเลีย คือความหลากหลายของสายพันธุ์ ทำให้มีขนาดของลำต้นและทรงพุ่มต่างกัน มีทั้งลำต้นทรงสูงและลำต้นทรงพุ่มที่ใบมีลักษณะเป็นริ้ว ทำให้สนเกรวิลเลียดูพลิ้วไหว ไม่แข็งเหมือนต้นไม้ใหญ่อื่น ๆ ซึ่งใบของแต่ละสายพันธุ์ก็มีลักษณะไม่เหมือนกันทั้งฟอร์มและสี บางพันธุ์ก็มีใบเป็นสีเงิน ไปจนถึงเกือบขาว

ดอกของสนเกรวิลเลียถือเป็นเสน่ห์ที่เป็นเอกลักษณ์ สนเกรวิลเลียออกดอกทั้งปี เป็นช่อ ครั้งละหลายช่อกระจายทั่วต้น แต่ละช่ออยู่ได้นานหลายเดือน ฟอร์มของช่อดอกและสีสันของดอกก็มีให้เลือกมากมาย

ในมุมของการดูแลรักษาถือว่าเลี้ยงง่ายมาก สนเกรวิลเลียควรปลูกกลางแจ้ง ต้องการแดดจัดเต็มวัน ชอบแห้ง ๆ แทบไม่ต้องการการดูแลรักษาอะไรมากมาย จึงเป็นไม้ที่เรียกได้ว่าปลูกทิ้ง ๆ ได้เลย แล้วก็ยังไม่ต้องการพื้นที่มากนัก

จากจุดเด่นทั้งหมดที่ว่ามา ทำให้เราใช้งานสนเกรวิลเลียได้หลากหลาย ทั้งปลูกเพื่อจัดสวนในพื้นที่กว้าง หรือปลูกเป็นไม้ประธานในบ้านที่มีที่จำกัด ด้วยความพลิ้วไหวที่ดูสบายตาของใบ แถมยังมีช่อดอกขนาดใหญ่สีสันสดใสตลอดทั้งปี ทำให้พืชชนิดนี้ช่วยปรับให้พื้นที่เล็ก ๆ ในบ้านดูโปร่งโล่ง และให้ความรู้สึกสบายต่างจากไม้ใหญ่อื่น ๆ

ใครอยากหาซื้อสนเกรวิลเลียไปปลูกก็ไม่ยากเลย ถ้าเป็นสนเกรวิลเลียยุคเก่า ในเมืองไทยมีผู้ผลิตรายใหญ่อยู่ 2 เจ้า แล้วส่งขายไปตามร้านต้นไม้ต่าง ๆ ด้วยความที่อยู่มานานจึงมีต้นที่ใหญ่ขนาดหน้ากว้าง 4 หรือ 5 นิ้ว ความสูง 6 – 7 เมตรก็มี แต่อาจไม่ได้มีจำนวนมากขนาดเอาไปใช้จัดสวนเป็นปริมาณมากได้

สิ่งสำคัญที่ผู้ซื้อต้องระวังมาก ๆ คือเป็นต้นไม้ที่อ่อนไหวกับการโดนตัดรากและขุดย้ายมาก ๆ สนเกรวิลเลียขนาดใหญ่ผู้ผลิตปลูกลงดิน แล้วใช้วิธีล้อมขึ้นมาขาย ซึ่งอัตราการรอดอาจแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น ดังนั้น ถ้าจะซื้อขนาดใหญ่ที่ขุดขึ้นมาจากดิน ต้องมั่นใจว่าคนทำมีความชำนาญจริง ๆ เท่านั้น

วิธีการที่ขอแนะนำคือ ให้ปลูกสนเกรวิลเลียต้นเล็กที่ขายมาในกระถาง ความสูงตั้งแต่ 1 ฟุต ถึง 1 เมตร ถ้าเราเลือกขนาดเท่านี้ จะมีตัวเลือกเป็นต้นไม้นำเข้าพันธุ์ใหม่ ๆ อีกมากมาย โดยเฉพาะที่ชุดล่าสุดที่นำเข้าจากญี่ปุ่น ซึ่งสวยแตกต่างจากรุ่นก่อน ๆ อยู่พอสมควร

ด้วยความที่สนเกรวิลเลียโตเร็วมาก ลงดินไปสัก 2 – 3 ปีก็จะสูงท่วมหัว แถมยังมีระบบรากที่แข็งแรงด้วย

ช่วงนี้สนเกรวิลเลียกำลังเป็นที่นิยม จำนวนยังมีไม่มาก โดยเฉพาะพันธุ์ใหม่ ๆ ที่นำเข้ามา บางพันธุ์ที่หายาก ๆ ความสูงสัก 1 ฟุต ก็มีราคาแตะหมื่นบาทไปแล้ว แต่ถ้าเป็นพันธุ์ที่อยู่มานานๆ แล้วขยายพันธุ์ในบ้านเรา ขายกิ่งตอนกันในราคาหลักร้อยเท่านั้น

ถ้าใครสนใจก็ลองไปตามหากันดู แต่ถ้ายังนึกไม่ออกว่าจะเริ่มต้นยังไงดี เรามีเกรวิลเลีย 8 พันธุ์ที่หาซื้อได้ในไทยมาให้ทำความรู้จักกัน

เป็นพันธุ์ยอดนิยมดั้งเดิมที่อยู่ในไทยมานาน มีดอกสีชมพู

รู้จัก Grevillea หรือ สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้น่าปลูกที่กำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023
รู้จัก Grevillea หรือ สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้น่าปลูกที่กำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023

เป็นพันธุ์ที่อยู่ในไทยมานานอีกพันธุ์ที่ได้รับความนิยมมาก เพราะมีดอกสีเหลืองสดใส

รู้จัก Grevillea หรือ สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้น่าปลูกที่กำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023
รู้จัก Grevillea หรือ สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้น่าปลูกที่กำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023

อีกพันธุ์ที่คุ้นเคยกันดีในเมืองไทย จุดเด่นคือมีช่อดอกสีขาว

รู้จัก Grevillea หรือ สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้น่าปลูกที่กำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023
รู้จัก Grevillea หรือ สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้น่าปลูกที่กำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023

ในเมืองไทยเรียกพันธุ์นี้ว่าส้มเม่น เป็นต้นที่มีจุดเด่นคือช่อดอกสีส้มสดและมีทรงพุ่มค่อนข้างหนา

รู้จัก Grevillea หรือ สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้น่าปลูกที่กำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023
รู้จัก Grevillea หรือ สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้น่าปลูกที่กำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023

พันธุ์นี้เป็นพันธุ์ใหม่ที่ได้รับความนิยมมาก ด้วยจุดเด่นคือช่อดอกสีชมพูสด ช่วยสร้างบรรยากาศหวาน ๆ ให้สวนได้

รู้จัก Grevillea หรือ สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้น่าปลูกที่กำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023
รู้จัก Grevillea หรือ สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้น่าปลูกที่กำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023

เป็นสายพันธุ์ใหม่ที่เพิ่งนำเข้ามาจากญี่ปุ่น สิ่งที่แตกต่างจากพันธุ์อื่น ๆ คือขนาดของลำต้นที่เป็นไม้พุ่มลักษณะพืชคลุมดิน สูงราว 30 – 120 เซนติเมตร ลักษณะของใบและช่อดอกแตกต่างจากพันธุ์อื่น ๆ รวมถึงสีสันอันสดใสของดอกด้วย

Grevillea สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้ที่มาแรงและกำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023
Grevillea สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้ที่มาแรงและกำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023

เป็นพันธุ์ใหม่เอี่ยมนำเข้าจากญี่ปุ่น จุดเด่นคือช่อดอกสีม่วงละมุน

Grevillea สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้ที่มาแรงและกำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023
Grevillea สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้ที่มาแรงและกำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023

เป็นเกรวิลเลียตัวใหม่อีกตัวที่เพิ่งเข้ามาในไทย จุดเด่นของพันธุ์นี้คือช่อดอกสีขาวอมชมพู

Grevillea สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้ที่มาแรงและกำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023
Grevillea สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้ที่มาแรงและกำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023

ภาพ : commons.wikimedia.org

Writer

Avatar

ศิริวิทย์ ริ้วบำรุง

ปัจจุบันเป็นนักจัดสวน ในนาม little tree landscape เกิดและเติบโตมาในบ้านสวนริมน้ำท่าจีนมีพ่อเป็นนักสะสมต้นไม้ และมีแม่ชอบปลูกดอกไม้ ชีวิตจึงมีต้นทุนเรื่องต้นไม้มาแต่เด็ก สิบกว่าปีก่อนได้กลายเป็นนักจัดสวนโดยบังเอิญ และเป็นเรื่อยๆ มาจนถึงปัจจุบัน เพราะได้ค้นพบแล้วว่างานจัดสวนให้โอกาสเราได้อยู่กับสิ่งที่เรารัก และเป็นงานที่ทำแล้วมีความสุข

Photographer

Avatar

วินัย สัตตะรุจาวงษ์

ผู้กำกับรายการและโฆษณาที่ช่วงนี้หันมาสนใจงานแนวสารคดี จึงเน้นทำงานที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานความจริง ตัวอย่างผลงานที่ผ่านมาคือ รายการ human ride และ เป็น อยู่ คือ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load