14 พฤษภาคม 2562
2 PAGES
4 K

Voluntour คือกิจกรรมใหม่ล่าสุดของ The Cloud ที่เราชวนผู้อ่านเดินทางไปเรียนรู้และทำงานอาสาสมัครในประเด็นต่างๆ ทุกภูมิภาคทั่วไทย

Voluntour 01 : ปลูกต้นไม้ให้เป็นเมฆ คือทริปแรกที่เราจะชวนผู้อ่าน The Cloud เดินทางไปร่วมกันปลูกต้นไม้เพื่อเก็บความชื้นแล้วส่งขึ้นไปเป็นเมฆ หล่นร่วงลงมาเป็นฝน ไหลรวมเป็นสายน้ำ เดินทางหล่อเลี้ยงชีวิตจากป่าสู่มหาสมุทร

เราจะเดินทางไปที่เชียงดาว ระหว่างวันที่ 14 – 16 มิถุนายน 2562 ที่อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่

ไม่นานมานี้เกิดปัญหาไฟไหม้ป่าที่เชียงดาวเป็นบริเวณกว้าง สร้างความเสียหายให้กับป่าผืนนี้อย่างมาก มีการลงมือแก้ปัญหานี้อย่างเป็นรูปธรรมหลายรูปแบบทั้งระยะสั้นและระยะยาว

กิจกรรมหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ การปลูกต้นไม้เสริมบริเวณป่าชุมชน หนึ่งในแกนนำสำคัญก็คือ พี่อ้วน-นิคม พุทธา นักปลูกป่าชาวเชียงดาว ที่ครั้งหนึ่งเขาเคยเปลี่ยนเขาหัวโล้นที่เขาแผงม้า อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา ให้กลับมาเป็นผืนป่าสมบูรณ์จนมีกระทิงกลับมาอาศัย

พี่อ้วนชวนอาสาสมัครมาร่วมปลูกป่าทุกสุดสัปดาห์ในช่วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคม ในพื้นที่ของหมู่บ้านต่างๆ รอบผืนป่า 24 หมู่บ้าน หมู่บ้านละประมาณ 500 – 1,000 ต้น หรือพื้นที่ราว 3 – 5 ไร่ ซึ่งจะปลูกตามป่าชุมชน ริมถนน และริมพื้นที่ทำกิน

The Cloud ขอรับเหมาขอเป็นเจ้าภาพ 1 สัปดาห์เพื่อชวนผู้อ่านของเราไปปลูกต้นไม้ด้วยกัน

แต่การปลูกต้นไม้ครั้งนี้อาจจะไม่เหมือนที่ทุกคนคุ้นเคยนัก เพราะเราจะปลูกกันด้วยเมล็ดพันธุ์ กล้าไม้ และกล้วยป่า ซึ่งเราจะมาว่ากันทีละเรื่อง

ช่วงหน้าแล้งที่ผ่านมา พี่อ้วนเข้าไปเก็บเมล็ดพันธุ์ต้นไม้ท้องถิ่นในป่า เพื่อเอามาใช้ปลูกในหน้าฝนนี้ เช่น มะกอกป่า มะม่วงป่า สมอพิเภก สมอเทศ สมอป่า และมะค่า แล้วก็มีต้นกล้ามาเพิ่มอย่าง มะขาม ขี้เหล็กบ้าน หว้า และขนุน

การปลูกกล้วยน้ำว้าเป็นการใช้กล้วยเป็นไม้เบิกนำ (เมื่อพื้นที่เริ่มมีความร่มเย็นต้นไม้อื่นก็ขึ้นได้) และปลูกเพื่อช่วยทำให้พื้นที่ชุ่มชื้่น ช่วยเก็บน้ำลงใต้ดิน ลำต้นกล้วยที่อวบน้ำก็ช่วยเป็นแนวกันไฟได้ และผลของกล้วยน้ำว้าก็ยังเป็นอาหารให้ทั้งคนและสัตว์ป่า

ขอเล่าเรื่องป่าเมฆสักนิด

ดอยหลวงเชียงดาวเป็นเขาหินปูน ซึ่งเก็บความชุ่มชื้นจากน้ำฝนไม่ได้มาก (นึกภาพต้นไม้ที่ขึ้นอยู่บนก้อนหินและชั้นดินบางๆ) พืชพรรณบนดอยหลวงเชียงดาวจึงต้องใช้วิธีดูดความชื้นจากเมฆที่ลอยอยู่โดยรอบ นั่นจึงเป็นที่มาของชื่อ ป่าเมฆ

แต่การจะมีเมฆลอยขึ้นไปให้ความชุ่มชื้นบนดอยหลวงได้จำเป็นต้องมีป่าไม้หรือแหล่งน้ำด้านล่าง ถ้าป่าไม้ด้านล่างหาย ป่าไม้บนดอยก็จะตายไปด้วย

ทริปนี้เราจะได้เรียนรู้สิ่งนี้ แต่เราจะไม่เข้าไปรบกวนระบบนิเวศของป่าเมฆ

เราจะไปปลูกต้นไม้กันในเขตป่าชุมชน ในหมู่บ้าน และแนวเขตไร่กับขอบเขตป่า ที่บ้านปางแดงนอก อำเภอเชียงดาว ซึ่งเป็นที่อยู่ของชุมชนชาวดาระอั้ง ซึ่งมีวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ

 

กิจกรรม

เดินป่า : ทำความรู้จักธรรมชาติและระบบนิเวศ ทำความเข้าใจว่าสรรพชีวิตผูกพัน และเกี่ยวโยงกับตัวเราอย่างไร อารมณ์เขียวๆ ชื้นๆ สงบๆ มีเสียงน้ำไหลและสายลมประกอบ

ปลูกต้นไม้ : ขึ้นรถสองแถวไปหมู่บ้านของชาวอาระอั้ง เดินขนต้นไม้ แบกจอบ หอบเสียมไปยังป่าชุมชน ช่วยกันขุดหลุม ปลูกต้นไม้ (ต้องปลูกคนละประมาณ 10 ต้น) อารมณ์น้ำตาลๆ พื้นแฉะๆ ลื่นบ้าง เหงื่อชุ่ม ปลูกไปคุยกับพี่น้องชาวอาระอั้งไป เหนื่อย เหนื่อยมาก มีเสียงขุดดินและเสียงหัวเราะประกอบ หลังจากนั้นเราก็จะได้เรียนรู้วัฒนธรรมของพวกเขา

คุยกัน : ในช่วงค่ำคืน เราจะได้ล้อมวงทั้งแบบใต้หลอดนีออนและรอบกองไฟ (ถ้าฝนไม่ตก) พูดคุยกันเรื่องคนกับป่า ชีวิตการทำงานปลูกป่าของพี่อ้วน (เป็นเรื่องราวที่ทรงพลังมาก) และชีวิต ความคิด ความฝัน ของผู้เข้าร่วม อารมณ์ ไฟลุก

กิน : อาหารทุกมื้อเป็นอาหารท้องถิ่น ที่เต็มไปด้วยผักท้องถิ่น (อย่างน้อย 3 ใน 4 คือผักที่คนกรุงส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าชื่ออะไร) เปี่ยมพลังจากธรรมชาติสุดๆ และเป็นอาหารที่ผสานเราเข้าเป็นส่วนหนึ่งของโลกอย่างเอร็ดอร่อย

 

สถานที่

ค่ายเยาวชนอนุรักษ์ดอยหลวงเชียงดาว อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่

เป็นพื้นที่ไร้รั้ว หย่อนตัวอยู่กลางพื้นที่สีเขียวครึ้มเข้ม มีดอยหลวงเชียงดาวที่ซุกยอดในก้อนเมฆยืนตระหง่านเป็นฉากหลัง มีลำธารน้ำใสไหลจากดอยหลวงผ่านเข้ามาในพื้นที่ให้ลงไปนั่งแช่นอนแช่ได้ตามชอบใจ

สัญญาณโทรศัพท์เบาบาง ก่อนมาให้สะสางธุระทั้งหลายให้ดี เพราะที่นี่ไม่น่าจะถูกตามงานได้ง่ายๆ

ที่พัก

มีเรือนนอน 2 หลัง แยกชายหญิง บรรยากาศโปร่งโล่ง

มีฟูกหมอน ผ้าห่มพร้อม นอนเรียงรายกันไปแบบอบอุ่น

ห้องน้ำมิดชิดและมากมาย แต่ไม่มีเครื่องทำน้ำอุ่น ใครทนหนาวไม่ไหวแนะนำให้รีบอาบน้ำก่อนพระอาทิตย์ตก

 

การรับสมัคร

เดินทางด้วยรถไฟไป-กลับจากกรุงเทพฯ 40 คน ค่าสมัครคนละ 4,500 บาท

พบกันที่สถานีรถไฟเชียงใหม่ 10 คน ค่าสมัครคนละ 2,500 บาท (เต็มแล้ว)

(รวมค่ารถไฟ ค่ารถตลอดทริป ค่าที่พัก ค่าอาหาร และค่ากล้าไม้)

 

การเดินทางด้วยกันไปกลับจากกรุงเทพฯ

เราจะเดินทางไป-กลับกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ด้วยรถไฟตู้นอนปรับอากาศชั้น 2

ขาไป ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ วันพฤหัสบดีที่ 13 มิถุนายน 2562 ด้วยรถไฟขบวนที่ 9 ออกจากสถานีหัวลำโพงเวลา 18.10 น. ถึงสถานีเชียงใหม่วันศุกร์ที่ 14 มิถุนายน 2562 เวลา 07.15 น.

ขากลับ เดินทางกลับจากเชียงใหม่ วันอาทิตย์ที่ 16 มิถุนายน 2562 เวลา 16.00 น. ด้วยรถไฟขบวนที่ 10 ออกจากสถานีเชียงใหม่เวลา 18.00 น. ถึงสถานีกรุงเทพ วันจันทร์ที่ 17 มิถุนายน 2562 เวลา 06.50 น. (ถ้าอยากถึงหกโมงนิดๆ แนะนำให้ลงสถานีก่อนหน้า เช่น ดอนเมือง หรือหลักสี่)

 

การเดินทางด้วยตัวเอง

ขาไป พบกันที่สถานีรถไฟเชียงใหม่ วันศุกร์ที่ 14 มิถุนายน 2562 เวลา 07.15 น.

ขากลับ เราจะกลับมาส่งที่สถานีรถไฟเชียงใหม่ วันอาทิตย์ที่ 16 มิถุนายน 2562 เวลา 16.00 น.

 

วิธีสมัคร

  1. กรอกรายละเอียดได้ที่นี่ สมัครก่อนได้ก่อน สำหรับคนที่สมัครทริปไหนก็ไม่เคยได้รับเลือก นี่คือโอกาสทองของคุณ!!!
  2. ทีมงานจะติดต่อไปหาผู้สมัครเพื่อแจ้งรายละเอียดการโอนเงินและการเตรียมตัว
  3. จะปิดรับสมัครเมื่อได้ผู้สมัครครบ
  4. จะประกาศรายชื่อผู้ที่ได้เข้าร่วมทั้งหมดทางเพจ The Cloud เมื่อได้รายชื่อครบ