เวิร์กช็อปของนิสิต นิทรรศการศิลปะ งานเรียนต่อ มหกรรม สัมมนา และคอนเสิร์ต

ไม่ว่าจะอีเวนต์ขนาดเล็กที่เน้นความเงียบสงบแบบสิบคน หรือใหญ่ยักษ์ระดับพบปะกับคนนับหมื่น ทุกอีเวนต์มีคุณค่าและความหมายเสมอ เพราะเป็นช่วงเวลาที่คนจากภูมิหลังที่แตกต่างแต่หลงใหลใคร่สงสัยอะไรเหมือนกัน มารวมตัวสร้างสรรค์สังคมแห่งใหม่

นี่คือความเชื่อของ ‘Zipevent’ สตาร์ทอัพอายุราว 5 ขวบ ผู้นิยามตัวเองเป็นแพลตฟอร์มจัดการด้านอีเวนต์แบบครบวงจร

Zipevent, สตาร์ทอัพ, เจ-ภาโรจน์ เด่นสกุล
Zipevent, สตาร์ทอัพ, เจ-ภาโรจน์ เด่นสกุล

หากคุณอยากเดินเล่นอีเวนต์ที่ตรงใจแต่หาที่ใดก็ไม่เจอ เบื่อการกรอกข้อมูลซ้ำไปมาบนกระดาษตอนเข้าร่วมงาน อาจเคยจัดงานอีเวนต์และปวดหัวกับปัญหาร้อยแปดแสนวุ่นวาย หรือไปออกบูทที่ใดก็รำคาญใจกับกระบวนการมากมาย

Zipevent อาจเป็นผู้ช่วยที่คุณกำลังตามหาอยู่ ด้วยระบบและบริการที่กำจัดปัญหาดังกล่าว พร้อมสามารถปรับแต่งการใช้งานได้ตามเหมาะสม ไม่ว่าคุณจะเป็นใครใน 3 ฝ่ายหลักในการจัดอีเวนต์ อันประกอบด้วยผู้เข้าร่วมงาน ผู้จัดงาน และผู้ออกงาน

เป้าหมายของเราคือพยายามจะหาจุดลงตัวระหว่างผู้ใช้งานทุกฝ่ายเป็นตัวตั้ง เพื่อให้ได้ประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการมาอีเวนต์ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ซึ่งเทคโนโลยีสามารถเข้ามาช่วยตรงนี้และสร้างอิมแพ็คได้

เจ-ภาโรจน์ เด่นสกุล Co-founder และ CEO เล่าให้เราฟังถึงความตั้งใจเบื้องหลัง เจมองว่างานอีเวนต์มีเสน่ห์ในการเชื่อมต่อคนเข้าหากันในแบบที่ออนไลน์ไม่สามารถทำได้อยู่แล้ว แต่โลกออนไลน์สามารถเข้ามาเสริมสร้างประสบการณ์ที่ไร้รอยต่อได้ และนี่คือสิ่งที่เจอยากตื่นขึ้นมาทำทุกวัน

แต่กว่าจะมาได้ถึงทุกวันนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ในวงการที่มีผู้เล่นมากมายแข่งขันเพื่อสร้างประสบการณ์อีเวนต์ให้ตอบโจทย์ ทำไม Zipevent ถึงเป็นชื่อแรกๆ ที่ได้รับการกล่าวขานและไว้วางใจจากผู้ใช้งาน ดูแลงานระดับแสนคนอย่าง Digital Thailand Bigbang หรืองานที่ทรงคุณค่าอย่างงานแจกหนังสือ ‘The Visionary ถอดรหัสกษัตริย์ผู้มองเห็นอนาคต’

ไม่รอช้า เราดำเนินบทสนทนากับเจต่อ เพื่อไขคำตอบเบื้องหลังสตาร์ทอัพสายอีเวนต์ที่ไม่ได้เป็นเพียงแอปพลิเคชันธรรมดา แต่พร้อมเป็นอะไรก็ได้ที่แก้ไขปัญหาได้อย่างยั่งยืน

Zipevent, สตาร์ทอัพ, เจ-ภาโรจน์ เด่นสกุล
Zipevent, สตาร์ทอัพ, เจ-ภาโรจน์ เด่นสกุล
Zipevent, สตาร์ทอัพ, เจ-ภาโรจน์ เด่นสกุล

ลงทะเบียนร่วมวงการ

“จริงๆ เราเริ่มจากแก้ปัญหาให้ตัวเองก่อน สมัยก่อนหาข้อมูลงานอาร์ตหรือดนตรีเล็กๆ ไม่ค่อยได้ และคิดว่าน่าจะมีคนอยากรู้เหมือนเรา” เจเล่าถึงจุดเริ่มต้นในการทำแอปพลิเคชันเพื่อแก้ปัญหาของตัวเองในระหว่างทำงานประจำ ก่อนค้นพบว่ามีคนพบปัญหาแบบเดียวกันมากพอที่จะพัฒนาเป็นธุรกิจ

พลตฟอร์มเริ่มจากการรวมข้อมูลอีเวนต์น้อยใหญ่ไว้ในที่เดียวก่อน ไม่ว่าใครก็ฝากประชาสัมพันธ์งานของตัวเองได้ฟรี เพื่อให้มีอีเวนต์ในระบบมากเพียงพอต่อความสนใจของผู้ใช้ และเป็นจุดเริ่มต้นที่แตกต่างของ Zipevent กับผลิตภัณฑ์ที่คล้ายกันในเวลานั้น

เมื่อคลุกคลีพูดคุยกับผู้คนในวงการอีเวนต์มากขึ้น ปัญหาฝั่งผู้จัดงานเริ่มปรากฏให้เห็นเด่นชัด

การเก็บข้อมูลคนร่วมงานและการลงทะเบียนซื้อบัตรที่ไม่สะดวกและใช้เวลานาน ไม่มีระบบอัตโนมัติที่ดีเพียงพอเป็นเรื่องแรกๆ ที่เจลองพัฒนาให้กลายเป็นแพลตฟอร์มพร้อมใช้งานในการเก็บข้อมูลและความคิดเห็นคนร่วมงานแบบเรียลไทม์

การทดลองครั้งนั้นได้เสียงตอบรับที่ดีกลับมา เป็นจุดเริ่มต้นที่เจปรับทิศทางแอปพลิเคชันให้มีศักยภาพในการปรับแต่งให้เหมาะกับโจทย์ของผู้ใช้งาน

Zipevent, สตาร์ทอัพ, เจ-ภาโรจน์ เด่นสกุล
Zipevent, สตาร์ทอัพ, เจ-ภาโรจน์ เด่นสกุล

ผู้ใช้งานเป็นหัวใจสำคัญที่เจเน้นย้ำตลอดบทสนทนากับเรา อาจเพราะเข้าใจความเจ็บปวด (Pain Point) ที่เกิดขึ้นด้วยประสบการณ์ของตัวเอง เจจึงพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ตอบโจทย์ผู้ใช้งานไม่จะว่าเป็นคนไหนให้ดีที่สุด

“เราอาจเป็นสตาร์ทอัพที่ความเชื่อแตกต่างกับเจ้าอื่นอยู่บ้าง เราเชื่อว่าสตาร์ทอัพที่ดีควรได้รับการลงทุนจากผู้ใช้งานก่อนที่จะเป็นนักลงทุน ถ้าเราทำให้สินค้าตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้ สุดท้ายจะมีรายได้ขึ้นมา จากนั้นค่อยขยายก็ไม่สาย” เจเล่าให้ฟังถึงเคล็ดลับส่วนหนึ่งที่เขาคิดว่าทำให้แพลตฟอร์มกำเนิดขึ้นได้

เมื่อจังหวะเวลาเหมาะสม เข้าใจปัญหาของผู้ใช้งานอย่างถ่องแท้ เจจึงตัดสินใจลาออกจากงาน ตีตั๋วเข้าร่วมวงการสตาร์ทอัพในฐานะผู้บริหาร

เราทำโดยไม่ได้รู้สึกว่าจะล้มหรือเลิกเลยไม่ได้กลัวตรงนี้ เกือบ 2 ปีที่เราทำงานประจำสลับกับการพัฒนา Zipevent ออกไปทดสอบ คุยกับกลุ่มผู้ใช้งานเรื่อยๆ พัฒนาจนได้สิ่งที่แก้ปัญหาผู้ใช้ได้จริง เราเชื่อตรงนี้ เราเห็นความเป็นไปได้และออกมาทำเต็มตัว

สตาร์ทอัพที่สร้างสรรค์และปรับแต่งประสบการณ์งานอีเวนต์โดยมีผู้ใช้เป็นหัวใจสำคัญ แก้ไขปัญหาให้ทุกฝ่ายด้วยเทคโนโลยีที่พร้อมปรับเปลี่ยน
สตาร์ทอัพที่สร้างสรรค์และปรับแต่งประสบการณ์งานอีเวนต์โดยมีผู้ใช้เป็นหัวใจสำคัญ แก้ไขปัญหาให้ทุกฝ่ายด้วยเทคโนโลยีที่พร้อมปรับเปลี่ยน

เป็นทุกอย่าง (เรื่องอีเวนต์) ให้เธอแล้ว

แพลตฟอร์มไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นเพียงแอปพลิเคชันเท่านั้น คุณค่าที่เจตั้งใจมอบให้ผู้คนคือวิธีการแก้ไขสารพันปัญหาในทุกกระบวนการจัดงานอีเวนต์อย่างชาญฉลาด ตั้งแต่ก่อนเริ่ม ภายใน และหลังจบงาน

“Zipevent เปรียบเสมือนอาหารที่มีทั้งจานหลักและเครื่องเคียง ในเมนูหลักของเราผู้จัดงานจะมีระบบลงทะเบียนที่ปรับแต่งได้ อยากขายเมื่อไหร่ บัตรกี่ประเภท ราคาเท่าไหร่ จ่ายผ่านช่องทางไหน ปรับได้ครบ คนที่มาร่วมงานอีเวนต์ก็สะดวก ยืนยันเข้าร่วมงานได้รวดเร็วผ่าน QR Code เพราะมีข้อมูลเก็บไว้ในระบบเรา หารายละเอียดบูทได้ง่าย เอาโค้ดไปยืนยันตัวตนแลกข้อมูลกับเจ้าของบูทแทนการแลกนามบัตรได้เลย ไม่ต้องกรอกข้อมูลซ้ำไปมา คนที่ไปออกบูทก็สมัครเข้าร่วมงานได้ง่ายขึ้น มีระบบการจัดการหลังบ้านที่ดูแลได้อย่างครอบคลุม ลดความวุ่นวายในการเตรียมงาน

หากผู้จัดงานอยากได้อะไรเพิ่มก็สั่งเครื่องเคียงได้ เช่น ประชาสัมพันธ์เพิ่มเติมบนแพลตฟอร์ม สั่งทำริสต์แบนด์ที่มี QR Code แจกจ่าย วิเคราะห์ข้อมูลอย่างละเอียด หรือระบบถามตอบในงานสัมมนา เราทำได้หมด”  เจบรรยายสรรพคุณที่คิดค้นมาอย่างครบเครื่อง เรื่องเหล่านี้เจไม่ได้คิดออกมาตั้งแต่ต้น แต่เป็นสิ่งที่เขาเรียนรู้ระหว่างทางและปรับให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้คน

สตาร์ทอัพที่สร้างสรรค์และปรับแต่งประสบการณ์งานอีเวนต์โดยมีผู้ใช้เป็นหัวใจสำคัญ แก้ไขปัญหาให้ทุกฝ่ายด้วยเทคโนโลยีที่พร้อมปรับเปลี่ยน
สตาร์ทอัพที่สร้างสรรค์และปรับแต่งประสบการณ์งานอีเวนต์โดยมีผู้ใช้เป็นหัวใจสำคัญ แก้ไขปัญหาให้ทุกฝ่ายด้วยเทคโนโลยีที่พร้อมปรับเปลี่ยน

การเข้าไปอยู่ในทุกกระบวนการของอีเวนต์และยินดีในการปรับแต่งให้เหมาะสมกับผู้ใช้งานเป็นเรื่องพิเศษ แต่ก็ต้องแลกมากับภาระการดูแลที่มากขึ้นตามไปด้วย เช่น มีคนโทรศัพท์มาถามหาข้อมูลอีเวนต์กับทางบริษัทราวกับเป็นคอลเซ็นเตอร์ให้งาน ซึ่งทางแพลตฟอร์มไม่ได้เกี่ยวข้องในส่วนนี้

แม้ไม่ใช่หน้าที่ แต่เจเชื่อว่าการส่งมอบความรู้สึกดีๆ และส่งต่อคุณค่าที่เราทำได้ให้ผู้ใช้งานเป็นกุญแจสำคัญที่จะตราตรึงอยู่ในใจคน

“เราคงทนไม่ได้ด้วยถ้าเห็นเพื่อนเราบ่นแพลตฟอร์มว่าห่วยในโลกออนไลน์ เราอยากให้คนได้รับสิ่งที่น่าประทับใจกลับไป ซึ่งต้องเริ่มจากภายในบริษัท” เจพูดติดตลก แต่แนวคิดนี้เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการนำบริษัทให้ทุกคนไปในทิศทางเดียวกัน

ผลพลอยได้คือ ยิ่งมีข้อมูลจากผู้คนมากขึ้นเท่าไหร่ แพลตฟอร์มยิ่งมีความรู้เชิงลึกที่สามารถนำมาแนะนำผู้ใช้งานคนอื่นๆ ต่อได้อย่างตรงใจไม่แพ้ใคร

ถ้าเรามีข้อมูลมากพอ เราจะเห็นเทรนด์บางอย่าง บางทีแนะนำคนได้เลยว่าบัตรงานศิลปะควรขายตอนไหนกี่โมงดี ชอบงานประเภทนี้ควรไปอีเวนต์ไหนต่อ ตอนนี้ใช้คนแนะนำอยู่ ต่อไปถ้าจะให้ดีคือระบบแนะนำได้ด้วยตัวเองเลย เป็นสิ่งที่เราตั้งใจทำอยู่

ยิ่งเป็นผู้ให้..ยิ่งเป็นได้ทุกอย่างสำหรับเธอ

สตาร์ทอัพที่สร้างสรรค์และปรับแต่งประสบการณ์งานอีเวนต์โดยมีผู้ใช้เป็นหัวใจสำคัญ แก้ไขปัญหาให้ทุกฝ่ายด้วยเทคโนโลยีที่พร้อมปรับเปลี่ยน
สตาร์ทอัพที่สร้างสรรค์และปรับแต่งประสบการณ์งานอีเวนต์โดยมีผู้ใช้เป็นหัวใจสำคัญ แก้ไขปัญหาให้ทุกฝ่ายด้วยเทคโนโลยีที่พร้อมปรับเปลี่ยน

ปรับตัวได้ ไม่ต้องกลัวอะไร

ความสามารถในการปรับตัวอย่างรวดเร็วถือเป็นอีกหนึ่งความโดดเด่นของแพลตฟอร์ม ยิ่งในวงการเทคโนโลยีที่ต้องปรับตัวให้ได้ปีต่อปี การมีดีเอ็นเอนี้บรรจุอยู่ในบริษัทถือเป็นอาวุธสำคัญในการรับมือการเปลี่ยนแปลง

“เราปรับตัวตลอด เช่นเรารู้ว่าจริงๆ คนขี้เกียจดาวน์โหลดแอปพลิเคชันถ้าไม่ได้ใช้บ่อย เราก็สร้างเว็บไซต์ ทำคอนเทนต์ มีแชทบอตขึ้นมา ทำให้ง่ายและกลายเป็นจุดหลักที่คนเข้ามาหาเรา หรืออย่างคีออส (Kiosk) ที่เริ่มใช้ในงาน Startup Thailand ไอเดียมาจากเราคุยกับลูกค้าแล้วมีหลายคนแนะนำให้ทำเพราะสะดวก ตั้งเป็นแท่นแล้วเปิดไฟ คนเห็นง่าย เดินมาเสียบบัตรประชาชนในเครื่องแล้วจบเลย เราลองศึกษาข้อมูลแล้วเห็นว่าเป็นวิธีการแก้ไขปัญหาที่ดีก็ทำเลย ถือว่าเราเป็นเจ้าแรกๆ ที่ทำตรงนี้” เจเล่าถึงนวัตกรรมที่แพลตฟอร์มทดลองปรับใช้กับงานอีเวนต์และประสบความสำเร็จอย่างมาก

อีกหนึ่งความยากลำบากของการเป็นสตาร์ทอัพคือการขยายตัวออกไปให้ไกล ในไทยก็ว่ายากแล้ว ขยายไปต่างประเทศยิ่งยากกว่า ครั้งหนึ่งเจเคยไปรับงานที่จัดในต่างประเทศและได้สัมผัสความท้าทายใหม่

แต่ละพื้นที่มีการใช้งานที่แตกต่างกัน เช่น คนเวียดนามเคยชินกับการกรอกกระดาษ ถ้าให้พิมพ์จะค่อนข้างช้า หรือที่เมียนมา คนมีแต่ชื่อจริง ไม่มีนามสกุล ถ้าใช้แพลตฟอร์มเหมือนที่บ้านเราเขาคงงงกันมากๆ เป็นต้นเจเล่าให้ฟังถึงโจทย์ที่ยาก การขยายต่อไปได้ต้องทำให้แพลตฟอร์มแข็งแรงและมีทีมที่พร้อมลุยไปขยายต่อในต่างแดน ซึ่งเป็นหนึ่งในแผนก้าวต่อไปที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

เราพยายามจะเชื่อมโยงอุตสาหกรรมอีเวนต์และธุรกิจ MICE (Meetings, Incentive Travel, Conventions, Exhibitions) ในประเทศไทยเข้าด้วยกันและเรากลายเป็นศูนย์กลางที่ดึงอีเวนต์น่าสนใจในต่างประเทศเข้ามาในเครือข่าย อาจจะเริ่มจากในอาเซียน ถ้าเกิดการเชื่อมต่อข้ามประเทศกันได้คงจะเจ๋งน่าดู

แม้เทคโนโลยีจะไปไวแค่ไหน แต่ไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวลสำหรับเลย เพราะแพลตฟอร์มพร้อมปรับตัวและขยายไปอยู่ในรูปแบบไหนก็ได้ เพียงแค่สามารถเชื่อมต่อคนเข้าด้วยกันผ่านอีเวนต์ ไม่ว่าด้วยวิธีการหรือรูปแบบใดก็ตาม

สตาร์ทอัพที่สร้างสรรค์และปรับแต่งประสบการณ์งานอีเวนต์โดยมีผู้ใช้เป็นหัวใจสำคัญ แก้ไขปัญหาให้ทุกฝ่ายด้วยเทคโนโลยีที่พร้อมปรับเปลี่ยน
สตาร์ทอัพที่สร้างสรรค์และปรับแต่งประสบการณ์งานอีเวนต์โดยมีผู้ใช้เป็นหัวใจสำคัญ แก้ไขปัญหาให้ทุกฝ่ายด้วยเทคโนโลยีที่พร้อมปรับเปลี่ยน

คุณค่าที่มอบให้คนที่พบเจอ

หลังจากมีประสบการณ์มากมายหลายอีเวนต์ เราถามเจว่าอีเวนต์ไหนท้าทายหรือน่าประทับใจที่สุด

งานแจกหนังสือ The Visionary ครับเจตอบอย่างรวดเร็ว

งานนี้แจกหนังสือที่ทางสานต่อที่พ่อทำจัดขึ้นมา โจทย์ที่เราได้รับคือช่วยดูแลการลงทะเบียนรับหนังสือประมาณ 40,000 เล่มให้หมดภายใน 3 วัน ซึ่งคนสนใจและถามคำถามเข้ามาเยอะมาก เราต้องจัดระบบการลงทะเบียนเข้ารับหนังสือให้ดีและรวดเร็วเพื่อไม่ให้คนต่อแถวยาวเกินไป เตรียมรับมือถ้าเกิดระบบขัดข้องขึ้นมา แต่สุดท้ายงานก็ผ่านไปได้ด้วยดี ได้เสียงตอบรับที่ดี นอกจากความท้าทายของการจัดการแล้ว เราภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการมอบสิ่งดีๆ อย่างหนังสือเล่มนี้ไปให้กับคน

สตาร์ทอัพที่สร้างสรรค์และปรับแต่งประสบการณ์งานอีเวนต์โดยมีผู้ใช้เป็นหัวใจสำคัญ แก้ไขปัญหาให้ทุกฝ่ายด้วยเทคโนโลยีที่พร้อมปรับเปลี่ยน
สตาร์ทอัพที่สร้างสรรค์และปรับแต่งประสบการณ์งานอีเวนต์โดยมีผู้ใช้เป็นหัวใจสำคัญ แก้ไขปัญหาให้ทุกฝ่ายด้วยเทคโนโลยีที่พร้อมปรับเปลี่ยน
สตาร์ทอัพที่สร้างสรรค์และปรับแต่งประสบการณ์งานอีเวนต์โดยมีผู้ใช้เป็นหัวใจสำคัญ แก้ไขปัญหาให้ทุกฝ่ายด้วยเทคโนโลยีที่พร้อมปรับเปลี่ยน
สตาร์ทอัพที่สร้างสรรค์และปรับแต่งประสบการณ์งานอีเวนต์โดยมีผู้ใช้เป็นหัวใจสำคัญ แก้ไขปัญหาให้ทุกฝ่ายด้วยเทคโนโลยีที่พร้อมปรับเปลี่ยน

งานดังกล่าวผ่านไปได้อย่างดี รับหนังสือได้อย่างรวดเร็วจนหลายต่อหลายคนชื่นชมในความเป็นมืออาชีพ

การมีอยู่ของแพลตฟอร์มนอกจากจะแก้ปัญหาเรื่องเวลาและความสะดวกสบายในการจัดอีเวนต์ต่างๆ แล้ว สิ่งสำคัญคือการสร้างพื้นที่ให้อีเวนต์แต่ละอีเวนต์ได้เฉิดฉายและทำหน้าที่อย่างราบรื่นสมบูรณ์

และเจไม่ลืมที่จะพูดถึงผลลัพธ์ที่ดีเหล่านี้แก่ทีมงานเบื้องหลังการเติบโตของแพลตฟอร์ม เพราะเชื่อว่าการผลักดันอีเวนต์เหล่านี้ให้ดำเนินไปได้ด้วยดีไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งใด ทำให้ทีมงานของเขาได้พัฒนาขึ้น

เราอยากให้คนที่มาทำงานกับเราและมีส่วนเกี่ยวข้องกับอีเวนต์ที่เราทำได้เรียนรู้และเติบโต สิ่งที่เขาทำตอบโจทย์ชีวิต เราพยายามให้น้องๆ ได้ทดลองผ่านการได้ลงมือทำจริง ทุกทีมจะได้เห็นสิ่งที่ผู้ใช้งานเสนอแนะมาเพื่อนำไปพัฒนาต่อ ถ้าเขียนโปรแกรม เขาจะได้เห็นว่าผู้ใช้ต้องการอะไร มีตรงไหนที่เขาควรปรับแก้ ถ้าทำคอนเทนต์ คนดูชอบและได้ประโยชน์หรือเปล่า ทีมจะได้เห็นผลลัพธ์จากการลงมือทำและคุณค่าของสิ่งที่ทำ

ในโลกที่คนกล่าวกันว่าสตาร์ทอัพกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ล้มหายตายจาก ไม่น่าแปลกใจที่แพลตฟอร์ม ยืนหยัดได้อย่างมั่นคงและพร้อมพัฒนาต่อไป เพราะความตั้งใจในการมอบคุณค่าให้กับคนที่พบเจอนี้เอง

First-time Founder, Life-long Learner

หลังจากผ่านร้อนผ่านหนาวมาร่วม 5 ปีกับ Zipevent เจได้ทบทวนและแบ่งปันถึงเส้นทางของเขาในฐานะผู้ก่อตั้งสตาร์ทอัพให้เราฟัง

สตาร์ทอัพต้องเติบโตอย่างรวดเร็ว เราในฐานะที่เป็นผู้ก่อตั้งและผู้บริการยิ่งต้องเติบโตให้ไว เราเป็นพนักงานประจำมาก่อน ไม่เคยมีทีม ทำงานด้วยตัวเอง พอมาทำสตาร์ทอัพของตัวเองต้องคิดเยอะขึ้นไป มีน้องจบใหม่มาทำงานกับเราเป็นงานแรก เริ่มจากมี 5 – 6 คน ตอนนี้มี 20 กว่าคน จะทำให้เขาโตได้ยังไง จะพาธุรกิจให้ไปรอดได้ยังไง ต้องคิดในหลายมิติมากขึ้นและเป็นผู้ใหญ่ให้เร็ว เป็นความท้าทายที่หนักสุดที่เจอ

สุดท้าย เจฝากบทเรียน 3 ข้อที่ยึดอยู่ในใจเสมอในการทำสตาร์ทอัพ สำหรับใครที่สนใจร่วมตีตั๋วลงทะเบียนมาร่วมในวงการด้วยกัน

มี 3 ข้อคือ A, B และ C – A หมายถึง Adaptability คือปรับตัวได้ ถ้าทำสตาร์ทอัพจะมีช่วงขาลงสุดๆ เกิดการเปลี่ยนแปลงบ่อย เราต้องพร้อมปรับตัวอย่างรวดเร็วให้อยู่รอด ส่วน B หมายถึง Belief คือความเชื่อ ถ้าเราไม่เชื่อ ไม่มั่นใจในสิ่งที่กำลังทำ เราจะขาดกำลังใจ ห่อเหี่ยวและหมดไฟเมื่อปัญหามีมากขึ้น

สุดท้ายคือ C ที่มาจาก Communication การสื่อสารสำคัญมาก ไม่ว่าจะคุยในทีมหรือคุยกับผู้ใช้งาน ถ้าเราสื่อสารได้ไม่ตรงจุด คนจะไม่เชื่อในศักยภาพของผลิตภัณฑ์เรา เราอยากให้คนสื่อสารกัน เราถือว่าล้มเหลวไปครึ่งหนึ่งถ้าทำสตาร์ทอัพแล้วคนไม่สื่อสารกัน

อนาคต Zipevent จะเป็นอย่างไรคงไม่มีใครรู้ แต่มั่นใจได้ว่า Zipevent พร้อมเรียนรู้ ปรับตัวและสื่อสารให้เรารับรู้ด้วยความเชื่อที่มีอยู่

ความเชื่อที่ว่าพวกเขาสามารถเชื่อมต่อและสร้างสรรค์สังคมใหม่และมอบประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้แก่ผู้คนที่พบเจอ

สตาร์ทอัพที่สร้างสรรค์และปรับแต่งประสบการณ์งานอีเวนต์โดยมีผู้ใช้เป็นหัวใจสำคัญ แก้ไขปัญหาให้ทุกฝ่ายด้วยเทคโนโลยีที่พร้อมปรับเปลี่ยน
 

Writer

ปัน หลั่งน้ำสังข์

บัณฑิตวิศวฯ ที่ผันตัวมาทำงานด้านสื่อ เพราะเชื่อว่าเนื้อหาดี ๆ จะช่วยให้คนอยากมีชีวิตอยู่ต่อไป

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

ตั้งสติก่อนสตาร์ท

มาตั้งสติจากแนวคิดและบทเรียนน่ารู้ของสตาร์ทอัพที่น่าจับตา

หมายเหตุ : บทความนี้เขียนขึ้นตอนกำลังนั่งรถไปแคมป์ปิ้ง เลยทำให้อินเป็นพิเศษ

ลองมองย้อนกลับไปในชีวิตที่เคยแคมป์ปิ้งมาบ้าง 

เห็นภาพตัวเองรีบตื่นเช้า รีบออกเดินทางให้ไปถึงลานกางเต็นท์ให้เร็วที่สุด เพื่อจะได้จุดกางเต็นท์ดี ๆ วิวสวย ๆ ครั้งหนึ่งแวะระหว่างทางจนไปสาย ก็ต้องยอมกางเต็นท์บนเนิน นอนตัวเกร็งทั้งคืนไม่ให้ตัวไหลไปด้านล่าง

ยิ่งเป็นลานกางเต็นท์ฮอตฮิตอย่างอุทยานแห่งชาติ ที่แน่นอนเรื่องความอุดมสมบูรณ์และวิวแบบพาโนราม่า ก็มักจะมีระบบการจองท้าทายความทุ่มเทของคนไป แบบที่ต้องเตรียมการล่วงหน้าเป็นเดือน ๆ

เช่นเดียวกับ อีฟ-อติชา ยิ่งศิริอำนวย ผู้ก่อตั้ง Campa แพลตฟอร์มจองพื้นที่กางเต็นท์แรกในประเทศไทย ซึ่งเคยเจอปัญหาเหล่านี้กับตัวเองเช่นกัน 

Campa แพลตฟอร์มจองลานกางเต็นท์แรกในไทย แก้ปัญหาให้แคมป์ปิ้งเป็นมากกว่าเทรนด์ที่มาแล้วก็ไป

อีฟเริ่มท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติจากการเดินป่า แล้วค่อยขยับมาตั้งแคมป์อย่างจริงจัง ตระเวนเดินทางไปจุดต่าง ๆ ในประเทศ ก่อนจะไปเรียนต่อปริญญาโทที่นิวยอร์ก ที่ที่เธอใช้วันหยุดส่วนใหญ่ไปกับการตั้งแคมป์นอกเมือง (บางครั้งก็นอกรัฐ) ได้เห็นระบบการจอดลานกางเต็นท์ที่ไม่มีในบ้านเรา ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์สำหรับอุทยานของภาครัฐ และลานกางเต็นท์อิสระของภาคเอกชน ระบบจ่ายเงินที่เสร็จสมบูรณ์บนหน้าจอ การจองจุดกางเต็นท์ที่เราเลือกได้เองแบบไม่ต้องรอลุ้นหน้างาน บางที่นำนวัตกรรมมาใช้จนไม่ต้องมีพนักงานเฝ้าลานเลยสักคน

Campa จึงเริ่มต้นจากคำถามว่า ‘ทำไมถึงไม่มีระบบการจองลานกางเต็นท์ในประเทศไทย’

ส่วนชื่อแบรนด์ ถ้าอ่านเสียงภาษาอังกฤษก็ฟังรื่นหู 

ถ้าอ่านเสียงภาษาไทยคือ แคมป์ปะ? แบบเวลาเราโทรชวนเพื่อนไปตั้งแคมป์นั่นแหละ

Campa แพลตฟอร์มจองลานกางเต็นท์แรกในไทย แก้ปัญหาให้แคมป์ปิ้งเป็นมากกว่าเทรนด์ที่มาแล้วก็ไป

01

สหรัฐอเมริกาคือที่ในฝันของคนสายแคมป์ เพราะมีสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติมากมาย รวมไปถึงเว็บไซต์หลายเจ้ารองรับอุปสงค์ของคนทั่วประเทศ บนเว็บไซต์อำนวยความสะดวกด้วยข้อมูลต่าง ๆ มีวิธีการจองและการจ่ายเงินที่ชัดเจน จนการแคมป์ปิ้งกลายเป็นวัฒนธรรมปกติ แบบที่ถ้าถามเพื่อนว่าเสาร์อาทิตย์นี้มีแผนไปเที่ยวไหน การตอบว่าแคมป์ปิ้งก็ไม่ต่างอะไรจากการไปห้างสรรพสินค้าหรือดูหนัง

หลังเรียนจบ อีฟวางแผนไป Road Trip ที่ Yellowstone แต่การแพร่ระบาดโควิด-19 ทำให้ต้องยกเลิกทุกอย่าง 

Campa แพลตฟอร์มจองลานกางเต็นท์แรกในไทย แก้ปัญหาให้แคมป์ปิ้งเป็นมากกว่าเทรนด์ที่มาแล้วก็ไป

“เป็นช่วงตัดสินใจว่าจะกลับไทยหรือต่อวีซ่าทำงานอีกปีที่โน่น พอไม่ได้ไปทริปนั้นเลยนั่งไล่ดูเว็บไซต์ต่าง ๆ อยากไปจังเลยแต่ไม่ได้ไป สุดท้ายคิดขึ้นได้ว่า ทำไมที่ไทยไม่มีแบบนี้ ประเทศไทยก็ที่สวย ๆ เยอะแยะ แต่กลับไม่มีแพลตฟอร์มการจองที่เป็นระบบ คิดเสร็จก็โทรไปเล่าให้เพื่อนสนิท (ตั๊ก-ปวีณา คล้ายสุบรรณ) ฟัง แล้วก็ชวนมาทำด้วยกันเลย” 

เธอบินไปซิลิคอนวัลเลย์ แคลิฟอร์เนีย ซื้อกระดานไวท์บอร์ดมาหนึ่งแผ่น และเริ่มไล่เรียงเขียนแผนธุรกิจทั้งหมดในอพาร์ตเมนต์ของตั๊ก

 02

“ผีสตาร์ทอัพเข้าสิง” อีฟหัวเราะ

แม้การไปแคมป์จะไม่สะดวกสบายเท่าการนอนโรงแรม การจะไปแต่ละครั้งก็ไม่ควรต้องลำบาก โดยเฉพาะในเรื่องที่จัดการได้ล่วงหน้า เช่น การจอง การจ่ายเงิน การหาข้อมูลของลานกางเต็นท์ ความเบียดเสียด ความไม่แน่นอน หรือการตั้งตารอทริปหนึ่ง เพื่อพบว่าสิ่งที่เราคาดหวังไม่ได้เป็นอย่างนั้น

การไปแคมป์มันควรจะง่ายกว่านี้

จากความตั้งใจแรกเริ่มที่แค่อยากสร้างแพลตฟอร์มและระบบจองลานกางเต็นท์ในประเทศไทย อีฟพบว่านี่คือแนวคิดแบบสตาร์ทอัพที่สร้างขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันด้วยเทคโนโลยี

ปัญหาที่ว่ามีทั้งหมด 4 ข้อใหญ่ ๆ

Campa แพลตฟอร์มจองลานกางเต็นท์แรกในไทย แก้ปัญหาให้แคมป์ปิ้งเป็นมากกว่าเทรนด์ที่มาแล้วก็ไป
  1. คนไม่รู้ว่าจะไปแคมป์ปิ้งที่ไหน 

บางที่ต้องหาดูจากเพจ บางที่บอกกันปากต่อปาก การหาลานจองเต็นท์สวย ๆ จึงไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับมือใหม่หัดแคมป์ อีฟตั้งใจให้แพลตฟอร์มเป็นศูนย์รวมลานกางเต็นท์ทั่วประเทศไทย และมีระบบที่เป็นมิตรกับผู้ใช้งานทุกระดับ ตั้งแต่มือสมัครเล่นจนถึงมืออาชีพ แค่เสิร์ชชื่อจังหวัดก็มีขึ้นมาให้เลือกเหมือนแพลตฟอร์มจองโรงแรมที่คุ้นเคยกันดี พร้อมให้ข้อมูลเกี่ยวกับลานกางเต็นท์และสิ่งอำนวยความสะดวกทุกอย่าง โดยลูกค้าไม่จำเป็นต้องส่งข้อความหรือโทรไปสอบถามโฮสต์หรือลานกางเต็นท์อีกครั้ง

  1. การจ่ายเงินที่แตกต่างกันไปแต่ละลาน 

บางลานให้โอนล่วงหน้า บางลานเดินเก็บตามเต็นท์ หากมีระบบการจ่ายเงินที่ง่ายและเสร็จสมบูรณ์ตั้งแต่ตอนจอง โฮสต์ก็ไม่ต้องจ้างคนมาคอยเก็บเงิน ส่วนลูกค้าก็ไม่ต้องเตรียมเงินไปจ่ายหน้างานให้ยุ่งยาก

Campa แพลตฟอร์มจองลานกางเต็นท์แรกในไทย แก้ปัญหาให้แคมป์ปิ้งเป็นมากกว่าเทรนด์ที่มาแล้วก็ไป
  1. ระบบ First come, First served ที่จริง ๆ แล้วอาจไม่ตอบโจทย์

ข้อนี้เราอินเป็นพิเศษ เพราะประสบการณ์น้อยนิดที่ผ่านมา ไม่เคยไปถึงลานกางเต็นท์ทันจุดที่อยากกางเลยสักครั้ง ต้องแก้ปัญหาด้วยระบบที่ไม่ได้แค่จองแค่พื้นที่ แต่จองจุดกางเต็นท์ได้เลยตั้งแต่แรก ลูกค้าก็ไม่ต้องรีบตื่นรีบไป ใครอยากแวะเที่ยว แวะดื่มกาแฟก่อน แล้วค่อยไปถึงแคมป์ตอนเย็น ๆ ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะเจอประสบการณ์แบบ ‘ไม่ตรงปก’ ไม่ได้วิวที่เราตั้งใจไปดูจริง ๆ

  1. ความเป็นส่วนตัวที่หลายคนมองหา

ต่อเนื่องจากข้อที่แล้ว แม้เราไปถึงก่อนใครและได้กางเต็นท์ในจุดที่ต้องการแล้ว ก็ไม่มีอะไรการันตีได้ว่าจะไม่มีเต็นท์หลังอื่นมากางอยู่ข้างหน้า ในช่วงไฮซีซั่น โฮสต์บางลานรับคนแน่นมากจนเต็นท์อยู่ติด ๆ กันแบบที่อีฟบอกว่า ‘เชือกจะเกี่ยวกันอยู่แล้ว’ ลานกางเต็นท์ที่อยู่บนแพลตฟอร์มนี้ จึงต้องแบ่งพื้นที่อย่างชัดเจน ระบุจำนวนคนสูงสุดต่อพื้นที่ ถ้าคนมากหน่อยก็ต้องเช่าพื้นที่ที่ใหญ่ขึ้น เพื่อที่ลูกค้าจะได้ไม่ต้องกังวลว่าเสียงของเต็นท์ข้าง ๆ จะรบกวน ไม่ต้องกลัวว่าสมอบกเต็นท์จะไปโดนเต็นท์ใคร และมีความเป็นส่วนตัวในบรรยากาศเอาต์ดอร์สบาย ๆ ได้เต็มที่

Campa แพลตฟอร์มจองลานกางเต็นท์แรกในไทย แก้ปัญหาให้แคมป์ปิ้งเป็นมากกว่าเทรนด์ที่มาแล้วก็ไป

03

อีฟเลือกไม่ต่อวีซ่าทำงานที่อเมริกาแต่กลับเมืองไทยเพื่อจัดตั้งบริษัท สิ่งที่เขียนกับตั๊กบนกระดานไวท์บอร์ดในอพาร์ตเมนต์ที่ซิลิคอนวัลเลย์ คือความเป็นไปได้ที่ทำให้เธอตัดสินใจอย่างแน่วแน่โดยไม่ลังเล

สำหรับคนที่ไม่ได้เรียนธุรกิจมาตั้งแต่เริ่ม ทั้งคู่เริ่มจากการคิดตาม Pitch Deck หรือไฟล์นำเสนอของธุรกิจสตาร์ทอัพที่มีโมเดลใกล้เคียงกันอย่าง Airbnb

“เราดูตามไปทีละจุดว่าต้องมีตัวเลขอะไรบ้าง แล้วเอาหัวข้อนั้นมาจดบนกระดาน”

ถ้าเล่าคร่าว ๆ พวกเขาเริ่มจากการสำรวจตลาดเพื่อหา Market Validation ว่าในประเทศไทยมีตลาดคนแคมป์ปิ้งอยู่จริงไหม และมากแค่ไหน ตามด้วย Traction ว่าโมเดลธุรกิจของ Campa จะดึงดูดลูกค้าได้หรือไม่ ก่อนวิเคราะห์ SWOT ว่ามีข้อได้เปรียบ ข้อด้อย อุปสรรค และโอกาสอะไรบ้าง 

Campa แพลตฟอร์มจองลานกางเต็นท์แรกในไทย แก้ปัญหาให้แคมป์ปิ้งเป็นมากกว่าเทรนด์ที่มาแล้วก็ไป

Campa จึงออกมาเป็นแพลตฟอร์มจองลานกางเต็นท์ ระบบคล้าย ๆ กับแพลตฟอร์มจองโรงแรมต่าง ๆ เป็นตัวกลางจับคู่ระหว่างผู้ให้บริการกับผู้บริโภค รายได้หลักมาจากการแบ่งเปอร์เซ็นต์ค่าธรรมเนียมในการจองแต่ละครั้ง โดยทีมงานจะเข้าไปสำรวจพื้นที่ที่เข้าร่วม ให้คำปรึกษาเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกที่ต้องมี วัดพื้นที่จริงเพื่อกั้นล็อกกางเต็นท์ให้แยกเป็นสัดส่วน และถ่ายรูป 360 องศาของแต่ละล็อกให้เห็นวิวจริง ก่อนจะนำขึ้นเว็บให้ลูกค้าได้เลือกดู

อีฟบอกว่า จุดขายหลักของแพลตฟอร์มคือการจองล่วงหน้า ที่ดูยังไงก็เข้าท่าและคนน่าจะต้องการ และยังเป็นเหตุผลที่ทำให้อีฟกลับไทยเพื่อทุ่มเทให้กับธุรกิจนี้สุดตัว ทำเป็นงานหลัก ไม่ใช่ Side Project 

เธอหาข้อมูลอย่างหนัก คุยกับผู้มีประสบการณ์มากมาย ทั้งยังได้ที่ปรึกษาเป็นร้าน ThailandOutdoor Shop ผู้จำหน่ายอุปกรณ์สำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง 

นักแคมป์ปิ้งผู้คร่ำหวอดในวงการบางคนติดเรื่องราคาของลานกางเต็นท์เอกชน ที่อาจไม่ย่อมเยาเหมือนลานกางเต็นท์ในอุทยานแห่งชาติ

แต่หลายคนกลับมองว่าแพลตฟอร์มนี้จะเข้ามาเปลี่ยนประสบการณ์แคมป์ปิ้ง และเชียร์สุดใจให้ทำต่อ 

“เขาบอกว่ามันถึงเวลาต้องเปลี่ยนแล้ว อุปกรณ์ตั้งแคมป์มีแทบทุกอย่าง แม้แต่แอร์ในเต็นท์ยังมีแล้ว ทำไมระบบการจองจุดกางเต็นท์ถึงยังไม่พัฒนา ถ้าเราไม่ทำ วันหนึ่งก็ต้องมีคนทำแน่นอน”

Campa แพลตฟอร์มจองลานกางเต็นท์แรกในไทย แก้ปัญหาให้แคมป์ปิ้งเป็นมากกว่าเทรนด์ที่มาแล้วก็ไป

04

ฟังแค่นี้เหมือน Campa จะช่วยผู้บริโภคเป็นส่วนใหญ่ แต่อีฟบอกว่าแพลตฟอร์มไม่ได้แก้แค่ปัญหาฝั่งผู้ใช้ เพราะจะเข้ามาแบ่งเบาภาระของผู้ประกอบการด้วยเช่นกัน

“ปกติเวลาคนคนหนึ่งจะไปแคมป์ปิ้ง เขาจะมีคำถามมากมาย เช่น วันเสาร์ที่ 20 ว่างไหมคะ แล้ววันหนึ่งไม่ได้มีคนถามแค่คนเดียว ยังไม่นับคำถามอื่น ๆ อย่างมีน้ำอุ่นไหม มี Wi-Fi ไหม เจ้าของลานต้องตอบกี่คำถามในหนึ่งวัน”

ณ วันนี้มีลานกางเต็นท์บนแพลตฟอร์มกว่า 20 แห่ง ส่วนหนึ่งเป็นลานที่ทีมงานเดินไปหา อีกส่วนเป็นฝ่ายติดต่อเข้ามาก่อน แต่จำนวนโฮสต์ก็เป็นอีกเรื่องที่เหนือความคาดหมาย

“เรามองโลกไว้ในแง่ดีมาก ระบบมันเวิร์กขนาดนี้ ต่างประเทศเขาก็มีกัน และไม่ใช่แค่อเมริกา ที่ญี่ปุ่น เกาหลี ยุโรปก็มีด้วย แล้วเราเป็นเจ้าแรกในประเทศไทย คิดว่ายังไงโฮสต์ต้องอยากมาร่วมกับเราแน่นอน 

“แต่เอาเข้าจริง การหาโฮสต์นั้นเหนื่อยสุด ๆ บางอาทิตย์เพิ่มมาแค่ 2 ที่ ตอนแรกเราคิดว่านี่จะเป็นเว็บไซต์ที่เข้ามาเปลี่ยนพฤติกรรมคนแคมป์ สุดท้ายต้องยอมรับว่า มันเปลี่ยนพฤติกรรมโฮสต์มากกว่า”

โฮสต์บางคนตกลงเข้าร่วมกับแพลตฟอร์มทันทีเพราะเฝ้ารอระบบแบบนี้มานานแล้ว แต่บางคนยังไม่สนใจเพราะ 2 เหตุผลที่เข้าใจได้

หนึ่ง แพลตฟอร์มของอีฟเป็นสิ่งใหม่ การจะขอพื้นที่ของเขามาอยู่บนนี้จึงต้องอาศัยความไว้ใจหรือตัวอย่างให้เห็นว่าจะประสบความสำเร็จ

สอง โฮสต์หลายคนรู้สึกว่าสิ่งที่ทำอยู่ไม่ใช่ปัญหา การหาแอดมินให้ข้อมูลหรือคนเก็บเงินก็เป็นสิ่งที่เขายินดีทำอยู่แล้ว รายได้ในแต่ละเดือนก็เพียงพอ จึงไม่จำเป็นต้องแบ่งส่วนหนึ่งให้ใครเพื่อสร้างระบบขึ้นมา

ทุกการจองจะมีค่าธรรมเนียม 18 – 25 เปอร์เซ็นต์เข้าแพลตฟอร์ม ขึ้นอยู่กับราคาตั้งต้นที่โฮสต์เป็นคนกำหนด แต่ Campa จะแนะนำให้โดยเปรียบเทียบราคาของลานที่อยู่โซนใกล้เคียงกัน บรรยากาศใกล้เคียงกัน พร้อมส่งรายงานข้อมูลการจองให้ทุกวัน สัปดาห์ไหนยอดการจองลดลงจนผิดสังเกต ขณะที่ลานเพื่อนบ้านยอดขายดีเหมือนเดิม ก็จะนัดประชุมเพื่อพิจารณาเรื่องโปรโมชัน การสื่อสารทางการตลาด หรือการปรับลดราคา

ส่วนรูปแบบการอยู่บนแพลตฟอร์มมี 2 แบบ คือ เข้าร่วมทั้งหมดหรือเข้าร่วมแค่บางส่วนของพื้นที่ก็ได้เช่นกัน 

ลานกางเต็นท์บนเว็บไซต์ได้ผ่านการตรวจสอบเป็นที่เรียบร้อย (Verified) และ Campa ตกลงว่าจะช่วยด้านการตลาดให้อีกแรง เช่น เชิญคนมารีวิวพื้นที่ หรือทำวิดีโอโปรโมตกิจกรรมและทิวทัศน์

พื้นที่ที่มองหาไม่จำเป็นต้องเป็นลานกางเต็นท์อยู่แล้ว และอาจจะไม่ต้องมีวิวพันล้าน เพราะทุกที่มีจุดเด่นแตกต่างกันไป

อีฟเล่าให้ฟังว่า มีที่หนึ่ง วิวไม่ใช่จุดเด่นที่สุด เพราะจุดขายคืออากาศหนาวตลอดปี ส่วนอีกที่เป็นสวนผลไม้ที่ลูกค้าชอบมาก เพราะเขาอนุญาตให้เก็บผลผลิตจากต้นมาประกอบอาหารได้ฟรี แถมย้ำว่าใครมีพื้นที่และอยากเข้าร่วมกับ Campa ก็ติดต่อมาได้เลย

แพลตฟอร์มจองพื้นที่กางเต็นท์แรกของประเทศไทย ที่ตั้งใจแก้ปัญหาเรื่องระบบการจองเพื่อทั้งผู้ใช้และผู้ประกอบการ

05

แพลตฟอร์ม Campa เปิดตัวในรูปแบบเว็บไซต์ตอนเที่ยงคืนวันที่ 1 เดือนตุลาคม ปี 2021 และมีคนเข้าจองทันที

แผนธุรกิจ 3 ปีแรกคือ รวบรวมลานกางเต็นท์ในทุกจังหวัดของประเทศไทยให้ได้เยอะที่สุด ขยายตลาดไปในส่วนของ Gamping ซึ่งนับเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ เพราะต้องแข็งขันใน Red Ocean จัดอีเวนต์หรือเวิร์กชอปเกี่ยวกับกิจกรรมเอาต์ดอร์ เปิดตัวแอปพลิเคชันเพื่อเข้าถึงการใช้งานที่สะดวกสบายยิ่งขึ้น และโปรเจกต์ที่กำลังจะเกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้คือ การร่วมมือกับพาร์ตเนอร์ให้บริการเช่าอุปกรณ์ตั้งแคมป์ เพื่อเสริมให้ธุรกิจครบวงจร และตอบโจทย์ความตั้งใจตามสโลแกน ‘The Infinite Outdoor Experience’

Campa ประกอบไปด้วยหุ้นส่วนที่มีจุดแข็งของตัวเอง ได้แก่

อีฟ ผู้ก่อตั้ง CEO และ Chief Marketing Officer

ตั๊ก ผู้ร่วมก่อตั้งและ Chief Design Officer

ต้า-จักรพันธ์ คล้ายสุบรรณ Chief Technology Officer 

ฟ้า-กนธิชา พุทธรักษา Chief Operation Officer และ Finance Manager

เต้-ศรุติ ยั่งเจริญ Chief Communication Officer

โจ้-กิตติธัช ธนพรรพี Chief Sales Officer

ต้า-วัฒนพล คำนวณศิลป์ Lead Developer

และจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยถ้าขาดใครคนใดคนหนึ่ง 

แพลตฟอร์มจองพื้นที่กางเต็นท์แรกของประเทศไทย ที่ตั้งใจแก้ปัญหาเรื่องระบบการจองเพื่อทั้งผู้ใช้และผู้ประกอบการ

แม้จะออกตัวตลอดการสนทนาว่าไม่ใช่นักธุรกิจ และไม่มีหัวทางด้านนี้โดยตรง เธอกลับแนะนำบทเรียนธุรกิจข้อแรกที่ทุกคนควรถามตัวเองก่อนเริ่มลงมือทำอะไรก็ตาม

“ความชอบเป็นเรื่องสำคัญ”

เราพยักหน้าเห็นด้วยเต็มร้อย

“ทำอะไรที่ตัวเองชอบแล้วเราจะอิน เราจะอยากลุยกับมัน แต่สุดท้ายต้องอย่าเข้าข้างตัวเองจนลืมความเป็นไปได้ของตลาด อุปสรรคมันเยอะอยู่แล้ว แต่ต้องมองมันเป็นเรื่องที่เราต้องแก้ไปทีละปม อย่าใจร้อนหรือเครียดกับมันมาก มองภาพไกล ๆ แล้วเดินไปให้ได้ ”

ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดของ Campa และบริษัทสตาร์ทอัพเล็ก ๆ ส่วนใหญ่คือ เงินทุน 

“สายป่านเราไม่ได้ยาวพอ จากผลประกอบการในสามสี่เดือนที่ผ่านมา เราเห็นตลาด มันมีอุปสงค์ แต่สุดท้ายธุรกิจต้องขับเคลื่อนด้วยเงิน ตอนนี้เราเริ่มมีพนักงานประจำแล้ว มีพนักงานขาย 2 คน พนักงานบัญชี 1 คน และแอดมินอีก 1 คน มีค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน เราคุยกันตลอดว่าถ้าถึงจุดที่ต้องรัดเข็มขัด จะรับมือกับมันยังไง จะไปยื่นขอทุนที่ไหนได้บ้าง ถ้าไม่ได้จะทำยังไง”

ทีมงานยังแก้ปมในการทำธุรกิจอยู่ทุกวัน และพยายามพัฒนาแพลตฟอร์มและการบริการให้ง่าย สะดวก และดียิ่งขึ้น ให้ตอบโจทย์ทั้งผู้ใช้งานและผู้ประกอบการ เพื่อที่ว่าวันหนึ่งแคมป์ปิ้งจะกลายเป็นการท่องเที่ยวเหมือนกับที่คนไปเที่ยวทะเล เป็นกิจกรรมที่ใครก็ทำได้ อยากให้คนที่ไม่เคยลองทำได้มีประสบการณ์ดี ๆ ตั้งแต่ขั้นตอนแรก จนกลายเป็นคนที่ชื่นชอบการไปแคมป์ในที่สุด 

ให้แคมป์ปิ้งไม่ใช่แค่เทรนด์ที่เข้ามาแล้วก็ผ่านไป

แพลตฟอร์มจองพื้นที่กางเต็นท์แรกของประเทศไทย ที่ตั้งใจแก้ปัญหาเรื่องระบบการจองเพื่อทั้งผู้ใช้และผู้ประกอบการ

Writer

พิมพ์อร นทกุล

บัญชีบัณฑิตที่พบว่าตัวเองรักหมามากกว่าคน

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load