The Cloud x การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

วัฒนธรรมอาบป่า อาบธรรมชาติ หรือแคมปิ้ง (Camping) เป็นที่เลื่องลือและยอดฮิตมาสักระยะสำหรับคนเมือง เพราะการทำงานและการใช้ชีวิตส่วนใหญ่ต้องดำเนินไปอย่างเร่งรีบบนพื้นคอนกรีต ท้องถนน และตึกระฟ้า คงดีไม่ใช่น้อยหากวันหยุดได้เอนกายลงบนผืนดิน หายใจลึกๆ เต็มปอดใต้ต้นไม้ มองสายน้ำไหลผ่านอย่างเชื่องช้า 

ซึ่งการแคมปิ้งก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เราเข้าหาธรรมชาติ เพื่อให้ธรรมชาติเยียวยาและบำบัดกายใจ ขณะเดียวกัน ผู้มาเยือนก็ต้องปฏิบัติต่อธรรมชาติอย่างนอบน้อมที่สุด

คอลัมน์ Staycation คราวนี้ เราอยากชวนคุณเข้าป่าด้วยวิถี Green Camper ไปแคมปิ้งปราศจากขยะและอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างเป็นมิตร, ถ้าสงสัยแล้วว่าทำไมต้องปราศจาก ‘ขยะ’ เราขอเล่าที่มาที่ไปพอสังเขป

สถานการณ์ขยะในปัจจุบันถือเป็นเรื่องน่ากังวลถึงขีดสุด ไม่ว่าจะขยะมูลฝอย พลาสติก ขยะอิเล็กทรอนิกส์ ขยะล่องลอยกลางทะเล ขยะจากโรงงานอุตสาหกรรม แม้กระทั่งขยะอาหาร ที่เรานึกไม่ถึงว่าอาหารที่เรากลืนลงท้องจะกลายร่างเป็นขยะได้อย่างไร แถมคนหนึ่งคนยังสร้างขยะมากถึง 1.13 กิโลกรัมต่อวัน และชาวกรุงเทพฯ ก็สร้างขยะต่อวันรวมกัน 10,560 ตัน (ข้อมูลจาก ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย)

พอเห็นตัวเลขก็แอบตกใจอยู่ไม่น้อย เพราะการดำเนินชีวิตธรรมดาของเรา เผลอสร้างขยะให้กับโลกมากมายนับไม่ถ้วน นั่นเป็นเหตุผลให้เราควรกิน ดื่ม เที่ยว และดำเนินชีวิตโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ

วกกลับมาที่วิถี Green Camper เราขอชวนคุณเตรียมตัว เตรียมใจ และเตรียมอุปกรณ์ ณ บัดนี้

วิธีแคมปิ้งแบบปราศจากขยะและอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างเป็นมิตรที่สุด

เตรียมใจ

ทำไมการแคมปิ้งต้องเตรียมใจ 

สำหรับมือใหม่ที่กำลังสนใจหรือก้าวเท้าเข้ามาสู่วงการการแคมปิ้ง ‘เตรียมใจ’ เป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญ เพราะเราไม่มีทางรู้เลยว่าธรรมชาติจะมอบอะไรให้กับเราบ้าง บางทีแดดออกจ้าแต่ฝนดันตก เพราะธรรมชาติก็คือธรรมชาติ เราไม่อาจฝืนหรือบังคับ ฉะนั้น จงเตรียมใจ ธรรมชาติจะมอบอะไรให้ก็จงยอมรับและปรับตัว 

“เรามองธรรมชาติให้เป็นเรื่องสนุก เรียนรู้กับทุกฤดูทั้งร้อน ฝน หนาว เราเชื่อว่าในหน้าร้อนก็มีข้อดี ความเปียกของหน้าฝนก็มีข้อดี หน้าหนาวที่เราคิดว่าดีเหลือเกิน อาจมีข้อเสียก็ได้ แค่ออกไปเรียนรู้ความเป็นธรรมชาติและปรับตัว เพราะโลกอนาคต คนที่ปรับตัวเก่งคือคนที่จะอยู่รอด ส่วนฝนตก-แดดออก เราห้ามไม่ได้ บางทีก็ต้องยอมแพ้ต่อธรรมชาติ” โบร-พัชริดา ธรรมเกษร นักท่องเที่ยวสายกรีนผู้ก่อตั้ง Bangkok Backyard บอกเราเช่นนั้น

เตรียมตัว

ใจพร้อม กายก็ต้องพร้อม 

การเตรียมตัวที่ว่าเหมือนการกลับมาถามตัวเองว่าเราชอบอะไร อยากแคมปิ้งแบบไหน ซึ่งมีให้เลือกทั้งแคมปิ้งในป่าที่เจอสัตว์ป่านานาชนิด กลางวันเดินเทรคกิ้ง กลางคืนค้างอ้างแรมกับธรรมชาติ หรือเริ่มต้นจากพื้นที่กลางเต็นท์ (Campground) มีทั้งอุทยานและพื้นที่ที่เอกชนสร้างขึ้นเอง อย่าง Bangkok Backyard พื้นที่ทางเลือกของคนเมือง

เตรียมเส้นทาง

เลือกสถานที่แล้ว ก็เตรียมวางแผนการเดินทางได้เลย 

ข้อดีของการศึกษาเส้นทางก่อนเดินทาง นอกจากไม่ทำให้หลงแล้ว ยังอาจเจอทางลัดที่ใกล้ที่สุด เพื่ออย่างน้อยการลดระยะเวลาเดินทางสัก 10 – 20 นาที ก็ช่วยลดคาร์บอนฟุตพรินต์ ลดการปลดปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศของโลก ซึ่งยังไม่รวมถึงก๊าซอื่นๆ อันเป็นมลพิษที่อาจถูกปล่อยจากยานพาหนะระหว่างการเดินทาง

การศึกษาเส้นทางก็เหมือนการรู้เขารู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง ไม่ได้หมายความให้สู้รบกับใคร แต่เป็นการวางแผนการเดินทางและรู้จักพื้นที่โดยรอบที่จะไปแคมปิ้งอย่างละเอียด ว่าระหว่างทางมีจุดแวะพัก แวะเที่ยวตรงไหนมีชุมชน ตลาดสด ร้านขายของชำ หรือร้านโชห่วย ให้ฝากท้องหรือจับจ่ายวัตถุดิบอาหารและของใช้จำเป็นหรือเปล่า มีสถานพยาบาล สถานีตำรวจในพื้นที่ใกล้เคียง กรณีเกิดอุบัติเหตุหรือกรณีฉุกเฉินหรือเปล่า พอรู้ถี่ถ้วนก็อุ่นใจ

วิธีแคมปิ้งแบบปราศจากขยะและอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างเป็นมิตรที่สุด

เตรียมอุปกรณ์

แคมปิ้งเป็นกิจกรรมนอกบ้านที่แทบจะไม่สร้างขยะเลย เพราะมีการเตรียมตัววางแผนตั้งแต่แรก

คำแนะนำจาก Green Camper เรื่องอุปกรณ์ ถ้าคุณเป็นมือใหม่และมีงบจำกัด เลือกเช่าอุปกรณ์จะดีกว่าซื้อ เพราะในการนอนป่าครั้งแรก เราไม่มีทางรู้ว่าจะตกหลุมรักวิถีแคมปิ้งตั้งแต่คืนแรกหรือเปล่า ฉะนั้น การเช่าก็ปลอดภัยกับเงินในกระเป๋าสตางค์ ถ้าเริ่มถูกใจการเอาต์ดอร์แนวนี้ ค่อยเริ่มซื้ออุปกรณ์สะสมไปทีละชิ้นก็ฟังดูเข้าที

ถ้าอย่างง่ายที่สุด ลองนึกถึงการเข้าค่ายลูกเสือ กวาดสายตามองข้าวของรอบบ้านว่าพอจะมีสิ่งใดหยิบยืมไปแคมปิ้งได้บ้าง เพื่อลดค่าใช้จ่ายสำหรับหนุ่มสาวที่กำลังเริ่มต้นเข้าสู่วงการ ซึ่งโบรชี้อีกทางเลือกที่น่าสนใจคือ การสนับสนุนสินค้ามือสองสภาพดี เพราะวงการแคมปิ้งมีการแลกเปลี่ยนและเทรดข้าวของอุปกรณ์กันอยู่แล้ว

ว่ากันตามตรง การแคมปิ้งค่อนข้างเป็นกระแส ผู้บริโภคมีความต้องการซื้อสารพัดอุปกรณ์ บางครั้งผู้ผลิตก็ผลิตมากจนเกินพอดี และมีจุดจบเหมือน Fast Fashion ที่มีสินค้าเหลือมากมายและต้องจำหน่ายในราคาเซลล์

ฉะนั้น การแลกเปลี่ยนหรือแบ่งปันอุปกรณ์ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยลดขยะจากการผลิตเกินพอดีได้

เตรียมอาหาร

มาถึงขั้นตอนสนุกและท้าทาย เข้าครัวประกอบอาหารกลางป่าอย่างไรให้เหลือขยะน้อยที่สุด

เกริ่นก่อนว่าเจ้าขยะเศษอาหาร (Food Waste) น่ากลัวไม่น้อยกว่าขยะพลาสติก เพราะบรรดาพลาสติกยังนำกลับมาใช้ซ้ำ รีไซเคิลเป็นสารพัดของเก๋ แต่ขยะเศษอาหารจะลงเอยทับถมกันในหลุมฝังกลบ (Landfill) จนเกิดการเน่าเหม็น กลายเป็นก๊าซมีเทน ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาภาวะโลกร้อน ยังไม่รวมถึงการสูญเสียพลังงานในการผลิตอาหารก่อนจะมาถึงมือเราที่ต้องสูญเปล่า เพียงเพราะเราต้องทิ้งอาหารที่กินไม่หมด

สถานการณ์ปัญหาขยะอาหารเกิดจากการผลิตและบริโภคมากเกินกว่าความจำเป็น อีกทั้งกรรมวิธีการผลิตรูปแบบต่างๆ อย่างการปลูกข้าวโพด ระบบเกษตรกรรมพืชเชิงเดี่ยว (Monoculture) ก็ส่งผลต่อปัญหานี้ด้วย แถมกระทบถึงคุณภาพดินและธาตุอาหารในดิน เพราะใช้ประโยชน์จากดินแบบผิดประเภท รวมถึงการใช้ยาฆ่าแมลงเพื่อคงผลผลิตให้เพียงพอต่ออาหารสัตว์ก็ก่อเกิดปัญหาเช่นกัน หนทางง่ายที่สุดคือ ‘พยายามกินอาหารให้หมด’

นั่นหมายความว่า เราต้องบริหารปริมาณอาหารให้พอดีกับท้องและพฤติกรรมการกิน

ทริค

หนึ่ง วางแผนเมนูอาหารล่วงหน้า เตรียมวัตถุดิบให้พอดิบพอดีกับเมนูที่จะทำและจำนวนคนกิน หากวางแผนทำอาหารด้วยวัตถุดิบน้อยชิ้น แต่แปลงร่างได้หลายเมนูก็ยิ่งคุ้มค่า เช่น แครอทหนึ่งหัว อาจแบ่งทำซุปแครอทตอนเช้า ผัดผักใส่แครอทตอนเย็น ฯลฯ พอทุกส่วนของวัตถุดิบได้ใช้จริงๆ ก็ช่วยลด Food Waste ได้เหมือนกัน 

สอง ทำเช็กลิสต์รายการอาหาร / วัตถุดิบ ที่จำเป็นต้องซื้อ กันหลงลืมและลดการซื้อของไม่จำเป็น 

สาม เลือกซื้อวัตถุดิบจากตลาดสดและชุมชน นอกจากสนับสนุนเกษตรกรรายย่อย ยังได้ผัก / ผลไม้ ที่ผ่านกระบวนการปลูกแบบอินทรีย์ และยังเลี่ยงบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่มักพบในการซื้อของจากซูเปอร์มาเก็ตได้ด้วย 

การเลือกซื้อวัตถุดิบเอง ทำให้เราควบคุมปริมาณได้ ไม่ซื้อเยอะ ซื้อเผื่อ จนกินไม่หมด ถ้าจะให้ดีคูณสองก็พกกล่องบรรจุอาหาร ถุงซิลิโคน ปิ่นโต ฯลฯ สำหรับใส่วัตถุดิบ และกระเป๋าผ้าสำหรับจ่ายตลาด (ควรมีติดรถไว้เลย)

สี่ ถ้าไม่ใช่สายเข้าครัว การอุดหนุนพ่อค้าแม่ขายละแวกใกล้เคียงกับพื้นที่ตั้งแคมป์ก็เป็นทางเลือกที่ดี ช่วยกระจายรายได้เข้าสู่ชุมชน กระตุ้นการท่องเที่ยว ที่สำคัญ เลือกกินแต่พออิ่ม พกภาชนะไปใส่เองจะยอดเยี่ยม

วิธีแคมปิ้งแบบปราศจากขยะและอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างเป็นมิตรที่สุด

เตรียมกลับบ้าน

เหล่า Green Camper ต้องเรียนรู้การแยกขยะ โดยแยกขยะเศษอาหารออกจากขยะอื่นๆ จะได้ไม่ปนเปื้อนกับขยะรีไซเคิล เพื่อให้นำไปผ่านกระบวนการรีไซเคิลได้ และควรแยกทิ้งในจุดที่ทางแคมป์กราวน์กำหนดไว้ หรือทิ้งในจุดแยกขยะอื่นๆ ที่เหมาะสม โดยมีข้อควรระวังคือ ซองบรรจุภัณฑ์ พลาสติก ขวดน้ำ และทิชชูเปียก โดยเฉพาะในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ อาจมีเพื่อนร่วมโลกตัวเล็กๆ ของเราคิดว่ามันคืออาหาร 

เราเคยเห็นข่าวสะเทือนใจมากช่วง พ.ศ.​ 2562 กวางในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่สิ้นใจตาย เพราะพลาสติกเต็มท้องกว่า 3 กิโลกรัม มาเรียม พะยูนน้อยตายเพราะปัญหาเดียวกัน เต่าทะเล ปลาวาฬ แมวน้ำถูกอวนทะเลรัดจนเป็นแผลเหวอะ ไมโครพลาสติกลอยเกลื่อนเต็มท้องทะเล และขยะอีกนับไม่ถ้วนที่ถูกกลืนลงท้องสัตว์น้อยใหญ่

ทริค

หนึ่ง พกของส่วนตัวที่ใช้ซ้ำได้ ลดการสร้างขยะ และควรมีน้ำหนักเบาเพื่อสะดวกต่อการเดินทาง

สอง เลี่ยงการซื้อของที่ใช้บรรจุภัณฑ์ Single Use หากเลี่ยงไม่ได้ ควรแยกขยะและนำไปจัดการอย่างเหมาะสม

สาม ทิ้งขยะในจุดที่อนุญาตให้ทิ้ง ตามสถานที่ตั้งแคมป์ อุทยาน จะมีพื้นที่จัดสรรสำหรับทิ้งขยะเสมอ 

สี่ ใช้ผ้าหรือทิชชูกระดาษแทนทิชชูเปียก เพราะโครงสร้างทางเคมีของมันใช้เวลาเป็นร้อยปีเพื่อย่อยสลาย 

ห้า ขยะบางประเภทเป็นที่ต้องการเพื่อรีไซเคิล ลองกดติดตาม TikTok @Kong GreenGreen ที่ทำคลิปให้ความรู้เรื่องขยะ ว่าแต่ละประเภทมีวิธีจัดการอย่างไร ส่งไปรีไซเคิลในโครงการอะไรได้บ้าง เช่น ซองฟอยล์วิบวับสีเงิน หากทำความสะอาดจนเอี่ยมอ่อง ก็ส่งไปที่โครงการ Green Road เพื่อทำอิฐบล็อกหรือม้านั่งข้างทางได้ ฯลฯ 

หก การแยกขยะไม่ได้ส่งผลดีแค่เราและโลก แต่ยังส่งผลดีกับพี่ๆ พนักงานเก็บขยะ ช่วยลดแรงกายและเวลา เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และเติมแรงใจด้วยค่าขนมเล็กๆ น้อยๆ จากการแยกขยะที่ถูกประเภทด้วยนะ 🙂 

ท้ายที่สุดแล้ว การออกไปแคมปิ้งก็เป็นการรู้จักตนเองและพากาย-ใจ กลับคืนสู่สมดุลภายใต้ธรรมชาติ 

เราชอบโควตหนึ่งจากภาพยนตร์ Akira Kurosawa’s dreams กล่าวไว้ว่า “People have forgotten they are apart of nature too.” คล้ายกับว่าตัวเราเองต่างก็เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ แล้ววัฒนธรรมแคมปิ้งก็พาตัวเราเข้าไปให้ธรรมชาติช่วยเยียวยา ในมุมกลับกัน ก็อาจหมายถึงการพาตัวเองไปขอคืนดีกับธรรมชาติด้วยเหมือนกัน 

ชวนแคมเปอร์แคมปิ้งไร้ขยะ ตั้งแต่เตรียมใจจนถึงเตรียมกลับบ้าน ให้พร้อมเข้าป่าอย่างนอบน้อมต่อธรรมชาติ

ภาพ : Bangkok Backyard

ขอขอบคุณข้อมูล 

คุณโบร-พัชริดา ธรรมเกษร Bangkok backyard และ คุณหลิง-นันทิชา โอเจริญชัย Climate Strike Thailand

Writer

ปภาวิน พุทธวรรณะ

เพิ่งเรียบจบอยู่ในช่วง Gap Year พยายามจะทดลองใช้ชีวิตคราวละวันทีละวันดำเนินชีวิตปกติสามัญธรรมดา แฟนคลับคนเหงาลุง Haruki Murakami

Staycation

กิจกรรมคัดสรรสำหรับการอยู่บ้านวันหยุด

22 กันยายน 2560
8 K
The Cloud X Maru

ถ้าพูดถึงสัตว์เลี้ยง แน่นอนว่าหมาแสนน่ารักยังคงเป็นหนึ่งในดวงใจใครหลายคน (รวมถึงฉันด้วย) แต่ถ้าลองสังเกต คุณจะเห็นว่ายุคนี้มีหลายครั้งที่หมาเป็นที่รักเกินคำว่า ‘สัตว์เลี้ยง’ แบบเดิมๆ  บางคนนับมันเป็นสมาชิกในครอบครัว บางคนอาจเลือกไม่มีลูกแล้วเลี้ยงหมาเป็นลูกเลยก็มี  

พอเรารักน้องหมามากขึ้น ก็ใส่ใจดูแลมันมากขึ้น นอกจากอาหารที่เดี๋ยวนี้ถึงขั้นมีอาหารหมาออร์แกนิก สุขภาพก็เป็นเรื่องสำคัญ ทาสหมารู้ดีว่าน้องหมาต้องการให้เราพาไปออกกำลังกายหรือวิ่งเล่น แต่ปัญหาหลักที่พวกเรามักเจอะเจอคือไม่มีพื้นที่ ไม่ก็ไม่มีเวลามากพอ ผลคือน้องหมาไม่ได้ออกกำลังกายมากเท่าที่ควร ทำให้มีปัญหาสุขภาพตามมา

Dog Workout : ชวนหมามาฝึกสมอง สร้างกล้ามเนื้อ กับกิจกรรมออกกำลังกายสนุกในบ้าน
Dog Workout : ชวนหมามาฝึกสมอง สร้างกล้ามเนื้อ กับกิจกรรมออกกำลังกายสนุกในบ้าน

แต่วันก่อน ฉันได้คุยกับ ครูเมี่ยว-รุ้งจิต ตั้งจิตเจริญ นักจิตวิทยาสุนัขคนเก่งแห่งบ้าน Clicker Dog เลยได้รู้ว่า แม้เราควรพาน้องหมาไปวิ่งเล่นเป็นประจำ เพื่อให้ได้ฝึกกล้ามเนื้อและฝึกสมอง รวมถึงเปิดหูเปิดตาและฝึกเข้าสังคม แต่ถ้าจนใจจริงๆ เราก็ชวนน้องหมาออกกำลังกายที่บ้านได้ แถมอุปกรณ์ก็หาได้จากของรอบตัว (รวมถึงขนมอร่อยและคำชมของเรา) การออกกำลังกายนี้จะว่าไปก็เหมือนการฝึกหมา เช่น สั่งให้นั่ง หมุน หรือปีน

“หมาต้องออกกำลังกายสองส่วนด้วยกัน ส่วนแรกคือ ร่างกาย และส่วนที่สองคือ สมอง ต้องให้หมาได้คิดว่าต้องทำอะไร ดังนั้นกิจกรรมที่เราทำจะเหมือนเป็นเกมที่เล่นด้วยกัน ซึ่งที่จริงการฝึกนั่ง หมอบ คอยก็เป็นเกมอย่างหนึ่งนะ เราไม่ได้ฝึกให้หมาเป็นทหาร แต่สร้างเงื่อนไขให้เขารู้ว่า ถ้าทำแบบนี้จะได้กินขนม แล้วเขาจะจำว่ากิจกรรมนี้ดีจัง สนุกจัง อยากเล่นอีกจังเลย” ครูเมี่ยวอธิบาย

ที่สำคัญคือกิจกรรมพวกนี้ไม่ใช่แค่ทำให้หมาที่เรารักแข็งแรง แต่เป็นสิ่งที่ทำแล้วหมาสนุก แถมยังช่วยทำให้เรากับหมาสนิทกันมากขึ้นด้วยนะ

Dog Workout : ชวนหมามาฝึกสมอง สร้างกล้ามเนื้อ กับกิจกรรมออกกำลังกายสนุกในบ้าน
Dog Workout : ชวนหมามาฝึกสมอง สร้างกล้ามเนื้อ กับกิจกรรมออกกำลังกายสนุกในบ้าน

“หมาทุกตัวชอบเล่นกิจกรรม” ครูเมี่ยวยืนยันกับฉัน “คนบางคนคิดว่ากลับบ้านมากอดหมาก็เป็นกิจกรรมแล้ว แต่ไม่ใช่ กอดถือเป็นให้รางวัล ถ้าอยู่ดีๆ ก็ได้รางวัล หมาจะรำคาญ หมาก็จะมากัดเท้าเรา กัดมือเรา ดึงนู่นดึงนี่เพื่อชวนเราเล่นกิจกรรมด้วย”​

เพราะอย่างนี้ ถ้าไม่มีโอกาสพาหมาไปวิ่งเล่นบ่อยๆ เราก็ใช้เวลาวันหยุดชวนหมาออกกำลังกายที่บ้านได้ (แต่ยังไงก็ต้องพาออกไปออกกำลังกายข้างนอกจริงๆ อย่างน้อยเดือนละครั้งหรือครึ่งเดือนครั้งนะ) เป็นการใช้เวลาดีๆ ร่วมกันที่ได้มากกว่าแค่ความสุขใจ เพราะที่จริง ครูเมี่ยวแอบบอกว่า น้องหมาน่ะไม่ได้มองเราเป็นคนหรอกนะ แต่มองว่าเราเป็นหมาที่ยืนสองขาต่างหาก

พูดอีกอย่างคือ เรานี่แหละเป็นจ่าฝูงที่ต้องคอยดูแลลูกฝูงให้แข็งแรงสดใส จะได้อยู่ด้วยกันไปนานๆ

Dog Workout : ชวนหมามาฝึกสมอง สร้างกล้ามเนื้อ กับกิจกรรมออกกำลังกายสนุกในบ้าน
Dog Workout : ชวนหมามาฝึกสมอง สร้างกล้ามเนื้อ กับกิจกรรมออกกำลังกายสนุกในบ้าน

อุปกรณ์

  1. พรมสั้นสำหรับฝึกนั่ง พรมยาวสำหรับฝึกวิ่ง ใช้เพื่อกันลื่นล้ม โดยเฉพาะเหล่าหมาเด็กที่ล้มไม่เป็น อาจล้มเอาหัวลงทำให้บาดเจ็บได้
  2. ตะกร้าหรือกล่องที่สูงประมาณข้อศอกหมา ไม่ควรสูงเท่าตัวหรือเกินตัวหมา เพราะจะทำให้ข้อต่อบาดเจ็บเวลากระโจนขึ้นหรือกระโดดลง
  3. ขนมที่หมาชอบ ใช้เป็นรางวัล
  4. ขวดน้ำ แกนทิชชู่ หรือถังขยะ สำหรับเป็นหลักให้หมาเดินวนรอบ

วิธีทำ

1. ท่านั่ง

1.1 กางพรมสั้นออกมา เรียกหมามาตรงพรม

Dog Workout : ชวนหมามาฝึกสมอง สร้างกล้ามเนื้อ กับกิจกรรมออกกำลังกายสนุกในบ้าน

1.2 ถือขนมไว้ในมือ หมาจะสุ่มทำท่าต่างๆ ไปเรื่อยๆ เช่น หมอบ เขี่ย กระโจน ให้เมินเฉยเอาไว้จนกว่าน้องจะนั่ง ถ้านั่งปุ๊ปให้ขนมทันทีพร้อมชมว่า ‘เก่งมาก’ ทำซ้ำ 2 – 3 ครั้ง

Dog Workout : ชวนหมามาฝึกสมอง สร้างกล้ามเนื้อ กับกิจกรรมออกกำลังกายสนุกในบ้าน

1.3 ตั้งชื่อท่าให้หมาจำ โดยทำเหมือนข้อ 1.2 แต่คราวนี้เมื่อน้องหมาก้นแตะพื้นปุ๊ป ให้พูดว่า ‘นั่ง’ จากนั้นค่อยให้ขนมพร้อมพูดชม ทำซ้ำ 2 – 3 ครั้ง

Dog Workout : ชวนหมามาฝึกสมอง สร้างกล้ามเนื้อ กับกิจกรรมออกกำลังกายสนุกในบ้าน

1.4 สร้างสัญลักษณ์มือให้หมาจำ โดยกำมือ (ข้างเดียวกับที่ถือขนม) ชี้นิ้วชี้ขึ้นพร้อมพูดว่า ‘นั่ง’ เมื่อน้องนั่งก็ให้ขนมและพูดชม ทำซ้ำ 2 – 3 ครั้ง

1.5 ทำข้อ 1.4 โดยพูดชมอย่างเดียว ไม่ต้องให้ขนม เพราะน้องหมาเริ่มจำแล้วว่าการชมก็คือการให้รางวัลเหมือนกัน

Dog Workout : ชวนหมามาฝึกสมอง สร้างกล้ามเนื้อ กับกิจกรรมออกกำลังกายสนุกในบ้าน

2. ท่าหมุน

2.1 ใช้พรมสั้นเหมือนเดิม เรียกหมามาตรงพรม

Dog Workout : ชวนหมามาฝึกสมอง สร้างกล้ามเนื้อ กับกิจกรรมออกกำลังกายสนุกในบ้าน
Dog Workout : ชวนหมามาฝึกสมอง สร้างกล้ามเนื้อ กับกิจกรรมออกกำลังกายสนุกในบ้าน

2.2 ถือขนมไว้ในมือ น้องหมาจะดม ให้กวาดมือเป็นวงกลมนำให้น้องเดินหมุนรอบตัวเอง ถ้าทำได้ให้ขนมพร้อมพูดชม ทำซ้ำ 2 – 3 ครั้ง

2.3 ค่อยๆ สร้างความจำให้น้องหมาเหมือนท่าแรก โดยคราวนี้ให้ตั้งชื่อท่าว่า ‘หมุน’ ส่วนสัญลักษณ์มือให้กำมือ ชี้นิ้วชี้ลง แล้วกวาดมือเป็นวงกลมนำน้องเหมือนเดิม

Dog Workout : ชวนหมามาฝึกสมอง สร้างกล้ามเนื้อ กับกิจกรรมออกกำลังกายสนุกในบ้าน

2.4  สามารถเพิ่มระดับความท้าทาย โดยทำท่าหมุนแล้วต่อด้วยท่านั่ง

3. ท่าหมุนรอบอุปกรณ์

3.1 ทำเหมือนท่าที่ 2 แต่ให้ใช้ชวดน้ำ แกนทิชชู่ ถังขยะ หรืออะไรก็ได้ที่มีในบ้านวางเป็นหลักไว้ แล้วให้น้องหมาหมุนรอบอุปกรณ์

Dog Workout : ชวนหมามาฝึกสมอง สร้างกล้ามเนื้อ กับกิจกรรมออกกำลังกายสนุกในบ้าน
Dog Workout : ชวนหมามาฝึกสมอง สร้างกล้ามเนื้อ กับกิจกรรมออกกำลังกายสนุกในบ้าน

3.2 สามารถเพิ่มความยาก โดยหาอุปกรณ์หลายๆ อันมาวางเรียงต่อกัน ให้น้องหมาหมุนรอบอุปกรณ์ 2 – 3 ชิ้นแล้วค่อยให้ขนมและพูดชม

4. ท่าเกาะ

4.1 กางพรมยาวออก วางกล่องหรือตะกร้าไว้กึ่งกลาง

4.2 ถือขนมไว้ในมือ (ยังไม่ต้องให้จนกว่าจะทำครบทุกท่า)

4.3 เริ่มต้นที่ท่านั่ง จากนั้นใช้มือข้างที่ถือขนมนำน้องหมามาเกาะที่กล่องโดยใช้แค่ขาหน้า ท่านี้จะช่วยให้น้องหมาได้ฝึกกล้ามเนื้อขาหลัง ขาหลังที่แข็งแรงจะช่วยให้วิ่งหรือกระโจนไปข้างได้ดี และทำให้บุคลิกการเดินดูสวยงามด้วย

Dog Workout : ชวนหมามาฝึกสมอง สร้างกล้ามเนื้อ กับกิจกรรมออกกำลังกายสนุกในบ้าน
Dog Workout : ชวนหมามาฝึกสมอง สร้างกล้ามเนื้อ กับกิจกรรมออกกำลังกายสนุกในบ้าน

4.4 พอน้องเกาะแล้วให้ใช้มือนำน้องให้แหงนหน้าขึ้น จากนั้นค่อยให้ขนมและพูดชม

4.5 สร้างความจำให้น้องหมาเหมือนท่าแรก โดยคราวนี้ตั้งชื่อท่าว่า ‘เกาะ’ ส่วนสัญลักษณ์มือให้ลากมือนำให้เดินและเงยหน้า

Dog Workout : ชวนหมามาฝึกสมอง สร้างกล้ามเนื้อ กับกิจกรรมออกกำลังกายสนุกในบ้าน

5. ท่าเกาะยกขา

5.1 ใช้พรมยาวและกล่องเหมือนเดิม

5.2 ทำเหมือนข้อ 4 ทุกประการ เพียงแต่ตอนที่น้องหมาแหงนหน้าขึ้น ลองสังเกตดูจะพบว่ามีขาข้างหนึ่งลอยขึ้นมาโดยอัตโนมัติ ใช้มือเกาใต้ขาน้องเพื่อประคองขาให้สูงขึ้น เมื่อน้ำหนักด้านหน้าเทไปที่ขาข้างเดียว น้องหมาจะต้องเกร็งลำตัวเพื่อช่วยทรงตัว ท่านี้จึงช่วยฝึกกล้ามเนื้อลำตัว โดยเฉพาะบริเวณด้านข้างกระดูกสันหลัง ให้แข็งแรงขึ้น

Dog Workout : ชวนหมามาฝึกสมอง สร้างกล้ามเนื้อ กับกิจกรรมออกกำลังกายสนุกในบ้าน

6. ท่าปืนข้ามกล่องและหมุน

6.1 ใช้พรมยาวและกล่องเหมือนเดิม

Dog Workout : ชวนหมามาฝึกสมอง สร้างกล้ามเนื้อ กับกิจกรรมออกกำลังกายสนุกในบ้าน
Dog Workout : ชวนหมามาฝึกสมอง สร้างกล้ามเนื้อ กับกิจกรรมออกกำลังกายสนุกในบ้าน

ถ้าใครไม่สะดวกพาหมาออกไปวิ่งเล่น ออกกำลังกายนอกบ้าน วันหยุดนี้ลองอยู่บ้านแล้วชวนน้องนอกจากน้องหมาสนุก สุขภาพดีแล้ว การออกกำลังกายแบบนี้ยังช่วยกระชับสัมพันธ์ระหว่างเรากับน้องหมาด้วย และสำหรับชาวคอนโด ถ้าขี้เกียจเล่นกับน้องหมาอยู่แต่ในห้อง ตอนนี้มีคอนโดที่ใส่ใจวิถีชีวิตแตกต่างกันของผู้อยู่อาศัย ด้วยการเพิ่มพื้นส่วนกลางหรือ Co-Creation Space ให้ทำกิจกรรมร่วมกันได้ คอนโดที่ว่าคือ MARU (มารุ) โครงการใหม่ล่าสุดของบริษัทเมเจอร์ ดีเวลลอปเมนต์ ที่มีพื้นที่ส่วนกลางกว้างขวางและตอบโจทย์หลากหลาย ลองพาน้องหมามาออกกำลังกายได้เลยนะ

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย

  1. ควรพาหมาออกกำลังกายตั้งแต่วันแรกที่เริ่มเลี้ยงมาจนถึงอายุ 6 เดือน เพราะช่วงนี้เป็นช่วงที่หมายังไม่กลัวอะไร พร้อมจะลองเรียนรู้ นอกจากออกกำลังกาย ช่วงนี้ควรฝึกฉี่ ฝึกให้คุ้นชินเสียงต่างๆ ด้วย น้องหมาจะได้แข็งแรงทั้งกายและใจ
  2. ต้องพาหมาออกกำลังกายตอนที่หิว คือออกกำลังกายก่อนมื้ออาหารนั่นแหละ เพราะจะมีแรงจูงใจและอยากกินขนมมากกว่าตอนที่อิ่ม ถ้าอิ่มอยู่น้องหมาจะไม่อยากได้ขนม ไม่รู้สึกว่าขนมเป็นรางวัล
  3. แต่ถึงอย่างนั้นขนมก็แทนมื้ออาหารไม่ได้นะ จริงๆ ขนมที่กินช่วงกิจกรรมนั้นน้อยมาก พอพาออกกำลังกายเสร็จแล้วก็อย่าลืมให้อาหารน้องหมาอีกทีด้วยล่ะ
  4. ถ้าหมาสามารถออกกำลังกายได้ทุกท่าแล้ว ก็ปรับให้ยากขึ้นได้ อาจจะให้มันหมุน 3 รอบ ให้ปีนข้ามกล่อง 2 เซ็ต หมาจะได้ไม่เบื่อ หรือถ้าเราเองอยากคิดค้นท่าใหม่มาเล่นกับหมาก็ได้ แต่อย่าพิสดารมาก ความปลอดภัยสำคัญเป็นที่หนึ่งนะ
  5. ในทางกลับกัน อย่าฝืนถ้าน้องหมาทำท่าต่างๆ ไม่ได้ในครั้งแรก แต่ให้ชวนมาเล่นออกกำลังกายใหม่เรื่อยๆ เพื่อให้หมาชินกับการใช้กล้ามเนื้อส่วนนั้นๆ แล้วเดี๋ยวสักพักก็จะทำได้เอง คล้ายกับเวลาคนเราเริ่มออกกำลังกายใหม่ๆ

 

ข้อควรระวัง (ครูเมี่ยวฝากมา)

  1. ก่อนตัดสินใจเลี้ยงหมาต้องดูความพร้อมของตัวเอง ต้องพร้อมทั้งเงิน เวลา และสุขภาพ (เช็กก่อนว่าตัวเองไม่แพ้ขนหมาพันธุ์ที่ต้องการเลี้ยง)
  2. คนที่แพ้ขนหมาแต่อยากเลี้ยงจริงๆ แนะนำให้ลองไปเล่นกับพุดเดิ้ลหรือชเนาส์เซอร์ก่อนตัดสินใจ เพราะ 2 พันธุ์นี้ไม่ผลัดขน มีโอกาสที่จะไม่แพ้มากกว่าพันธุ์อื่นๆ
  3. อย่าซื้อหมาเป็นของขวัญ เพราะคนที่ได้รับอาจไม่พร้อมเลี้ยง ในทำนองเดียวกัน ถ้าอยู่ร่วมห้องกับคนอื่น ก็อย่าลืมถามความสมัครใจของพวกเขาก่อนรับมาเลี้ยงด้วยล่ะ

Writer

กันต์กนิษฐ์ มิตรภักดี

อดีตกองบรรณาธิการนิตยสารรายปักษ์ เพิ่งผันตัวมาเป็นนักเขียนฟรีแลนซ์ กำลังเรียนรู้ที่จะบาลานซ์ระหว่างสิ่งที่ต้องทำและสิ่งที่อยากทำ รักทุกอย่างที่เป็นรสหรือกลิ่นลูกพีช

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load