ตอนนี้ชอบดู YouTube ของ เตียนซี เสี่ยวเกอ (Dianxi Xiaoge) สาวจีนทำอาหารในชนบทของยูนนาน แต่ละเรื่อง แต่ละตอนนั้น ยอดคนดูหลายล้านคน แล้วไม่ใช่เฉพาะคนจีนเท่านั้นที่ดู ชาติอื่นๆ ก็ดูเยอะ เรียกว่าดังไกล ดังถล่มทลาย

ที่ชอบดูเพราะชอบยูนนานเป็นพื้นอยู่แล้ว เคยไปยูนนานครั้งแรก เมื่อจีนเปิดประเทศใหม่ๆ ไม่นาน ไปๆ หยุดๆ ไปบางที่ที่เขาไม่ไปกัน เคยไปหกคะเมนตีลังกาจมโคลนกลางทุ่งนา ก็แค่อยากเห็นบ้านชาวนาจีนที่สร้างบ้านด้วยดินผสมฟางและแกลบว่าทำอย่างไร ถึงจะลุยไปเยอะ แต่ยังคิดว่ารู้เห็นแค่ผิวเปลือกเท่านั้น 

มีความเชื่อว่าถ้าอยากรู้อะไร ที่ไหน เป็นใคร ต้องดูที่บ้าน ที่บอกภูมิปัญญาการอยู่อาศัย และการใช้งานตามวิถีทางต่างๆ และยังต้องดูในครัว เพราะครัวเป็นส่วนสำคัญที่บอกอะไรได้หลายอย่าง ต้องกินจะได้รู้ว่าเอาอะไรมาทำกิน ทำอย่างไร ของอย่างนี้ไม่ใช่หาได้ง่ายๆ หนังสือก็ไม่มีให้อ่าน

เล่าเรื่องขาหมู ขนมจีน เป็ดตุ๋นเครื่องยาจีน และสารพันวัฒนธรรมการกินของจีนยูนนาน

พอเจอ YouTube ของอาหมวย Dianxi Xiaoge เข้าเลยชอบดู อยู่ในขั้นติดหนึบ เหมือนเจาะเวลาไปหาชนบทไกลๆ ของยูนนาน Dianxi Xiaoge เป็นสาวจีนเติบโตในเมืองเป๋าซาน (Baoshan) เมืองนี้อยู่ห่างจากเมืองต้าหลี่ (Dali) ไปทางตะวันตกเฉียงใต้ ไปไกลเอาเรื่อง เป็นธรรมดาที่คนหนุ่มสาวบ้านนอกจะออกไปเรียนหนังสือที่เมืองใหญ่ๆ Dianxi Xiaoge ก็ทำอย่างนั้น เผอิญเรียนจบพ่อเกิดไม่สบาย ก็กลับบ้านมาดูแลพ่อ แล้วไม่รู้จะทำอะไรกิน ก็มีความคิดทำ YouTube ที่เอาความเป็นชนบทและวัฒนธรรมการกินมานำเสนอ คนนำเสนอก็เป็นเธอเอง ความที่อยู่บ้านนอกทุกอย่างทำเป็นอยู่แล้ว โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกิน แล้วยังมีแม่กับยายช่วยอีกด้วย 

ทำง่ายๆ ตอนแรกใช้โทรศัพท์มือถือถ่าย ตอนหลังใช้กล้องดีหน่อย วิธีทำใช้กล้องตั้งแช่ แต่จะไม่คิดว่าตัวเองกำลังมีกล้องจ้องมองอยู่ แล้วไม่หวังว่าจะออกมาดีหรือไม่ มุ่งแต่สิ่งที่ทำอยู่ให้ลื่นไหลไปตามเรื่อง ให้มีความเป็นธรรมชาติมากที่สุด 

เล่าเรื่องขาหมู ขนมจีน เป็ดตุ๋นเครื่องยาจีน และสารพันวัฒนธรรมการกินของจีนยูนนาน

ตัวอย่างเคยทำเรื่องอาหารที่ใช้ครก เลยทำครกแบบดั้งเดิมแล้วเอาไว้ใช้เองด้วย เอาจอบเข้าป่าไปขุดตอรากต้นไผ่ ฟันเต็มที่หลายๆ ครั้ง มีอยู่ครั้งที่ล้มกลิ้งไม่เป็นท่า เมื่อเอามาได้ ก็ทำเป็นครกจนเรียบร้อย เป็นครก Folk Art ที่น่าทึ่ง อีกครั้งหนึ่งทำเรื่องอาหารจากผลไม้ ก็ไปเด็ดผลไม้ใส่กระบุง ยังไม่พอ ปีนต้นขึ้นไปเลย ที่เด็ดขาดคือตอนลงแล้วลื่นตกต้นไม้ เป็นภาพที่ไม่มีคิวในหัว ออกมาดีแต่เจ็บตัว

บ้านของเธอนั้นเป็นจีนยูนนานต้นฉบับ หลังคาเป็นกระเบื้องดินเผากาบกล้วย ฝนตกมีหญ้า มีวัชพืชขึ้นหลังคา มีระเบียงที่ทุกคนได้นั่งเล่น ไว้กินข้าว ไว้หลบฝน ตาก ผึ่งของสารพัด มีนอกชานโล่งเป็นพื้นที่อเนกประสงค์ ทั้งล้าง ตั้งเตาถ่าน ต้ม เคี่ยว ครัวในบ้านเป็นเคาน์เตอร์ปูนเป็นเตาฟืน ฝังกระทะเหล็กใบใหญ่ใช้  ต้ม นึ่ง ผัด ทอด โดยไม่ต้องยกกระทะออก อุปกรณ์ ซึ้งนึ่ง กระด้ง กระจาด กระชอน เป็นไม้ไผ่ แต่ไม่ปฏิเสธของใหม่ มีชามแก้วไว้นวดแป้ง นั่นเป็นตัวตนและบ้านที่เป็นฉากสำคัญในการทำ YouTube ของ Dianxi Xiaoge 

เล่าเรื่องขาหมู ขนมจีน เป็ดตุ๋นเครื่องยาจีน และสารพันวัฒนธรรมการกินของจีนยูนนาน

แต่ก่อนที่จะดูของอาหารต่างๆ ที่เธอทำ จนคนติดตามดูจนถล่มทลายนั้น มีต้นตอทางอาหารการกินอย่างไรบ้าง มาจากหลายองค์ประกอบ 

อย่างแรก ยูนนานนั้นมีความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นมณฑลที่มีชนกลุ่มน้อยมากที่สุด การถ่ายเทเรื่องอาหารมีมานาน แล้วถูกปรับตัวให้เข้ากับวิถีการกินของตัวเอง จนได้ชื่อว่ามีอาหารหลากหลายที่สุด 

อย่างที่สอง ยูนนานมีภูมิประเทศที่เอื้อกับการเพาะปลูก มีพืชผลสารพัด เกือบทุกอย่างเหมือนพม่า ไทย เขมร เวียดนาม ลาว แต่งดงามสมบูรณ์กว่า เพราะสภาพอากาศที่ไม่ร้อน ไม่หนาว หรือเป็นฤดูใบไม้ผลิทั้งปี แถมไม่เคยขาดน้ำจากภูเขารอบด้าน วัตถุดิบทางอาหารจึงมีเหลือเฟือ ไปเอาอะไรมาทำกินก็ดูน่ากิน

อย่างที่สาม Dianxi Xiaoge นั้นเป็นคนมีทักษะในการทำอาหารสูงมาก บอกว่ามีพรสวรรค์ก็ได้ จะหั่น สับ ผัด ทอด นึ่ง ทำได้อย่างกระฉับกระเฉง เชื่อมั่น รวดเร็ว อาหารหลายอย่างมีวิธีคิดที่ก้าวหน้า เมื่อเสร็จแล้วก็นั่งล้อมวงกินทั้งครอบครัว กิริยาการกินบอกความถูกใจ  

มาดูเรื่องอื่นบ้าง เชื่อว่าหลายคนคงรู้จักแฮมยูนนาน เหมือนเป็นดารานำของอาหารยูนนาน ที่จริงจะเรียกวาขาหมูเค็มก็ไม่ผิด เมื่อสมัยที่ไปยูนนานใหม่ๆ ทุกตลาดสดจะมีคอกสุมขาหมูเค็ม ดูมอมแมมเหมือนกองรองเท้าบูตเก่าๆ เป็นอาหารคอมมูนที่รัฐบาลให้จ่ายค่าขาหมู ค่าแรงให้คนทำ แล้วเอามากองสุมๆ ให้คนจนหยิบไปกินฟรี ดูไม่น่ากิน พอกินเข้าจริงๆ กลายเป็นของชอบ ไปทีไรต้องซื้อกลับบ้าน ทุกตลาดมีขาย แม้กระทั่งที่สนามบินคุนหมิงก็มีขาย

เล่าเรื่องขาหมู ขนมจีน เป็ดตุ๋นเครื่องยาจีน และสารพันวัฒนธรรมการกินของจีนยูนนาน

เห็นกรรมวิธีการทำแฮมยูนนานของ Dianxi Xiaoge แล้วไม่ใช่ง่ายๆ จะเอาขาหมูทั้งสะโพกพอกเกลือแล้วพักในตระกร้าปิดฝา จากนั้นเอาไปวางที่แห้งๆ เอาทั้งท่อนไม้ แผ่นหินทับ นานเป็นเดือน เพื่อให้เลือดค่อยๆ ซึมออก พอมันแห้งก็เอาไปแขวนผึ่งลมอีกเป็นปีจะแห้งสนิท เวลาเอามากินต้องเฉือนหนังแข็งๆ ดำๆ ทิ้ง ข้างในสีเนื้อแดงสวย ทำอะไรกินก็อร่อย

แฮมยูนนานเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า ถ้าอากาศร้อนไปก็แข็งกระด้าง หนาวไปก็เน่าแฉะ ไม่ได้ดี แต่ที่ยูนนานอากาศเฉลี่ย 16 องศาเซลเซียส ผึ่งได้แห้งสนิทพอดี ไม่เพียงแต่ขาหมูเท่านั้น พวกห่าน ปลา ทาเกลือผึ่งลมก็ทำได้ดีอีกต่างหาก

มีเรื่องที่น่าดูอีกอย่าง เป็นการทำขนมจีน Dianxi ลงทุนไปทำขนมจีนที่เมืองเต๋อหง (Dehong) เป็นเมืองชาวไตเหนือ อยู่ใกล้พรมแดนพม่าตรงรัฐคะฉิ่น ซึ่งเมืองเต๋อหงนี้ ห่างจากเมืองเป๋าซานที่เธออยู่ 100 กว่ากิโลเท่านั้น ที่ไปทำขนมจีนที่นั่นเพราะมีความเหมาะสมทุกประการ เป็นพื้นที่ปลูกข้าว มีโรงสี บ้านชาวเต๋อหง มีเครื่องโม่แป้ง มีเตา กระทะ โรยเส้นขนมจีน 

การทำขนมจีนที่นั่นเหมือนการทำขนมจีนในเมืองไทยสมัยก่อน เรียกว่าขนมจีนแป้งหมักที่เดี๋ยวนี้หายไปแล้ว โดยเอาข้าวเจ้าแช่น้ำ 2 – 3 วันจนนิ่มร่วน แล้วมาโม่เป็นน้ำแป้ง ใส่ถุงผ้าเอาหินทับให้น้ำออกเหลือเป็นก้อนแป้ง ปั้นก้อนแป้งให้กลมๆ แล้วไปต้ม เจตนาให้ก้อนแป้งสุกด้านนอก ด้านในยังเป็นเนื้อแป้งสด แล้วเอาไปตำในครกกระเดื่อง สุกกับดิบผสมกันจะเหนียวหนึบ ผสมน้ำให้เหลวนิดหนึ่ง ใส่กระบอกมีรูเยอะๆ อัดให้น้ำแป้งไหลเป็นเส้นลงในกระทะน้ำร้อน เส้นจะยาวไม่มีขาด แล้วช้อนออกมาใส่น้ำเย็นก็เป็นขนมจีนเต็มตัว Dianxi ไปทำขนมจีนที่นั่น ได้ 2 อย่าง เอาลงใน YouTube แล้วยังได้เอามาทำอาหารกินที่บ้าน 

เรื่องขนมจีนนี้ ถ้ามองให้ดีอาจจะทำลายความเชื่อที่ว่าขนมจีนเป็นของมอญ นั่นเพราะไปเอาภาษาพูดของมอญมา มอญเรียก ‘ขะนอม จีง’ การเรียกชื่ออย่างไร ไม่ใช่ว่าจะเป็นของคนนั้น ก็เอาเป็นว่าขนาดภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคใต้ ของไทยเองยังเรียกชื่อไม่เหมือน เส้นแบบนี้เป็นของมนุษย์ชาติ ชาวไตเหนือ ชาวญวน ลาว ไทย จีน ก็ทำในหลักการเดียวกัน ใครถนัดเรียกอย่างไร ก็เอาตามถนัด ไม่ได้เป็นของใคร

เล่าเรื่องขาหมู ขนมจีน เป็ดตุ๋นเครื่องยาจีน และสารพันวัฒนธรรมการกินของจีนยูนนาน

ยังมีอาหารอื่นๆ ของ Dianxi อีก เธอทำของกินใส่กระบอกไม้ไผ่แล้วเผา หรือที่เราเรียกข้าวหลามนั่นแหละ เอาตั้งแต่ไปเข้าป่าไปตัดไม้ไผ่มา ตอนแบกมัดท่อนไม้ไผ่มาก็ต้องเชื่อเลยว่าหมวยคนนี้สุดยอด จัดการเลื่อย แล้วเตรียมของสดใส่กระบอก มีหลายสูตร มีเนื้อกับหมูผสมกันคลุกกับพริกกับเครื่องเทศ มีปลาใส่พริกใส่ผัก และอีกหลายอย่าง กระบอกที่สำคัญเป็นเม็ดข้าวโพด เห็ด แครอท ถั่วแดง ถั่วแระ พริกขี้หนู แฮมยูนนานหั่นเป็นลูกเต๋าและผักแพวสับ ทั้งหมดเอาไปคลุกกับข้าวเหนียว กรอกใส่กระบอก ทำจุกปิดแล้วเอาทั้งหมดไปตั้งเผา เมื่อทั้งหมดสุกแล้วผ่าท่อนไม้ไผ่ วางเรียงในกระด้ง วางกลางโต๊ะแล้วล้อมวงกินกัน เลือกกินกันตามชอบ

ที่เอารายการนี้มาเป็นตัวอย่าง เพราะบอกถึงสิ่งที่เอามาทำกินของชาวเป๋าซาน อย่างผักแพวหรือบางคนเรียกผักไผ่นั้น เขาปลูกอยู่ในบ้านเลย ผักชนิดนี้ในอาหารเหนือ อาหารอีสาน บ้านเรากินกันเยอะ ยิ่งแหนมเนืองของเวียดนามจะขาดผักนี้ไม่ได้เด็ดขาด แค่ผักแพวนี่ก็แสดงถึงผักที่ไม่มีพรมแดน

เล่าเรื่องขาหมู ขนมจีน เป็ดตุ๋นเครื่องยาจีน และสารพันวัฒนธรรมการกินของจีนยูนนาน

ที่ Dianxi เอาถั่วแระใส่กระบอกนั้น นั่นก็คือ Broad Beans คนไทยเรียกถั่วปากอ้า ที่เรียกอย่างนั้นก็เพราะสมัยก่อน แขกขายถั่วทอดต้องมีถั่วชนิดนี้ จะใช้ที่มันแก่จัด เปลือกแข็ง ทอดแล้วเปลือกจะเปิดปากอ้า เลยเรียกถั่วปากอ้ากันมา แต่ความจริงแล้วเหมาะกินสด ชาวยูนนานกินสด โดยแกะเม็ดในออกไปทำอาหารได้เยอะแยะ ยิ่งเอาไปผัดกับแฮมยูนนานจะอร่อยเด็ดขาด 

ไม่ต้องอิจฉาชาวยูนนาน บ้านเราก็มี แต่จะมีเฉพาะหน้าหนาว ที่ชาวจีนที่อยู่ตามดอยต่างๆ ที่เชียงใหม่เขาปลูกไว้กิน พอวันศุกร์ที่ตลาดนัดเช้า ในถนนเจริญประเทศ เชียงใหม่ เรียกว่าตลาดชาวเขา ชาวจีนจะเอามาขาย แต่ถ้าเลยเดือนกุมภาพันธ์ไปแล้วไม่มี ต้องคอยปีหน้า

ดู Dianxi ทำอาหารจากลำไยกับลิ้นจี่บ้าง น่าสนใจทั้ง 2 อย่าง ทำหม่านโถไส้ลำไย และเป็ดตุ๋นเครื่องยาจีนใส่ลำไย เม็ดบัวสด พุทราจีน ตุ๋นจนเป็ดเปื่อย น่ากินมาก Dianxi ทำรายการนี้ตั้งแต่ไปอุ้มเป็ดจากฝูงของคนเลี้ยงมาเลย ตัดภาพอีกทีเป็ดก็นอนแอ้งแม้งบนเขียง ขาดตอนฆ่าถอนขนเป็ด ไม่ทำให้ดู

การใช้ลิ้นจี่ก็น่ากิน เอาฟักทองนึ่งกับลิ้นจี่ ทำสลัดลิ้นจี่ มีลิ้นจี่ มะเขือเทศ แครอท ซูกินี่หรือแตงกวาชนิดหนึ่ง กะหล่ำปลีม่วง ผักกาดหอม น้ำสลัดใช้ลิ้นจี่สับ ใส่น้ำผึ้ง น้ำส้มหมัก น้ำมันมะกอก พริกไทย อีกอย่างก็น่ากินไม่แพ้กัน กุ้งสับละเอียด ไปคลุกกับแป้ง ไข่ขาว เกลือ เหล้าจีน ไปยัดใส่ลิ้นจี่ แล้วไปนึ่ง

เรื่องอื่นก็มีอีกเยอะ อาหารตรุษจีน ทำอย่างพิเศษ วางบนโต๊ะเรียบร้อย ก็จุดประทัด กินกันเพลินทั้งครอบครัว พอมีพลุที่อื่นดังโป้งป้าง ก็แจกอั่งเปากัน หรืออาหารกินในวันไหว้พระจันทร์ กินเสร็จเปิดเพลง ลุกขึ้นเต้นรำแบบเป๋าซาน นี่เป็นวัฒนธรรมการกินที่ได้เห็น 

ที่บอกว่า อยากรู้อะไร ที่ไหน เป็นใคร ต้องดูที่บ้าน ต้องดูในครัว ต้องดูว่าเอาอะไรมาทำกิน แล้วจะหาโอกาสหาอย่างนั้นยาก หาอ่านก็ไม่มี พอเจอ YouTube ของ Dianxi Xiaoge ก็เลยชอบนั่นเอง

ภาพ :  YouTube channel of Dianxi Xiaoge.

Writer & Photographer

สุธน สุขพิศิษฐ์

ศิลปะ-ดนตรี-อาหาร ที่มีอยู่ในโลกนี้ ไม่มีพรมแดน ไม่มีภาษา ไม่มีการเมือง ไม่มีการกีดกัน ไม่มีรวยหรือจน เข้าถึงง่าย มีความสุขเท่าเทียมกัน เอาสามอย่างเท่านี้ก็พอ

รสเกษม

เรื่องอาหารยุคเก่า วัฒนธรรมการกินในวันวาน เปรียบเทียบกับสมัยใหม่โดยนักชิมรุ่นเก๋า

พอออกพรรษาแล้วก็ถึงเทศกาลทอดกฐิน ชาวพุทธจะรู้ว่าสำคัญอย่างไร จะต้องทำอะไร ผมเองเป็นชาวพุทธที่ไม่ได้เรื่อง เรื่องที่ควรรู้กลับไม่รู้ ที่ไหนทอดกฐินก็ไปกินกฐินอย่างเดียว กินตั้งแต่เมื่อไหร่ ที่ไหน อย่างไร ก็เก็บเอามาเล่า

เอาตั้งแต่เด็กที่ยังไม่ประสีประสา ผู้ใหญ่หอบหิ้วไปงานทอดกฐินทางน้ำ สนุกตื่นเต้นเพราะได้นั่งเรือใหญ่ๆ ไปไกลๆ ถึงวัดริมน้ำที่ทอดกฐิน ซึ่งเป็นปกติของวัดภาคกลาง คนจัดจะเช่าเรือโดยสารเหมาลำขนาดใหญ่ที่ปกติวิ่งขึ้นล่องกรุงเทพฯ อยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี จุคนได้เป็นร้อย ตอนจะลงเรือก็ตื่นเต้น จากที่เรือประดับไฟสว่างไสวทั่วลำ ทั้งสีเหลือง แดง เขียว ดูเหมือนกำลังนั่งศาลเจ้าลอยน้ำ เรือออกจากท่าเรือที่ท่าเตียน วิ่งไปทั้งคืน กว่าจะไปถึงวัดเช้า จำไม่ได้ว่าวัดไหน แต่รู้ว่าอยู่ในเขตอยุธยา 

พอขึ้นศาลาท่าน้ำวัด เห็นคนเยอะแยะ และครึกครื้นด้วยเสียงวงปี่พาทย์ดนตรีไทย มีของกินเพียบ ขนมไทยเยอะแยะ กล้วย ส้ม อ้อย มะพร้าวอ่อน มีเป็นกุรุส ข้าวปลาอาหารใส่กระทง ใช้ใบตาลตัดแทนช้อน แล้วกินกันไม่อั้น

พวกผู้ใหญ่ขึ้นบนศาลาการเปรียญไปทำพิธีทอดกฐิน เราเป็นเด็กก็เดินเล่นรอบๆ วัด ไปเจอผู้ใหญ่นั่งล้อมวงกินอะไรอยู่ก็แถไปดู ก็ได้เรื่อง เพราะวงผู้ใหญ่นั้นกำลังเล่นกระแช่กับเหล้าอุอยู่ เขาเห็นเป็นเด็กกรุงเทพฯ เลยแกล้งให้กินเหล้าอุที่อยู่ในไห ต้องใช้หลอดไม้ซางดูด ตอนกินก็อร่อยดี หวานๆ แต่พอลุกยืนเท่านั้น เป๋ซ้ายเป๋ขวา ทอดกฐินครั้งนั้นจำได้ว่าได้นั่งเรือโดยสาร ได้เที่ยวงานวัด และจำเหล้าอุได้ ซึ่งเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวในชีวิต

น้ำพริก ขนมจีนแกงไก่ ขนมไทย ผลไม้ และสารพัดของกิน จากครัวสามัคคีงานกฐินในความทรงจำ
น้ำพริก ขนมจีนแกงไก่ ขนมไทย ผลไม้ และสารพัดของกิน จากครัวสามัคคีงานกฐินในความทรงจำ

พอโตเป็นหนุ่ม ไปงานทอดกฐินอยู่บ้าง ส่วนใหญ่มีคนบอกบุญแล้วชวนให้ไปร่วมงาน สนุกตอนแห่ผ้าพระกฐินรอบพระอุโบสถ มันสุดเหวี่ยงจากเสียงแตรวง คนที่จัดพิธีทอดผ้าพระกฐินก็ว่ากันไป แต่ผมมาสนใจเอาที่โรงครัว ซึ่งเหล่าแม่บ้านอาสาสมัครช่วยกันทำอาหารกันเป็นทีมเวิร์ก ทำเสร็จจัดใส่สำรับ เราเป็นแขกก็จัดให้นั่งกิน ที่นั่งกินเป็นโต๊ะและม้ายาวอยู่ใต้ถุนศาลาการเปรียญนั่นเอง สำหรับอาหารคาวหวาน ผลไม้มีครบ เรื่องอร่อยนั้นแน่นอนอยู่แล้ว เพราะเหล่าแม่บ้านแต่ละคนฝีมือเฉียบขาด แล้วยังอิ่มบุญปากที่กินของวัด นี่เป็นการกินกฐินแบบหนึ่ง

เคยรู้จัก ผู้ใหญ่ทองหยิบ แก้วนิลกุล ผู้ใหญ่บ้านผู้หญิงที่บ้านหัวหาด อัมพวา สมุทรสงคราม ผู้ใหญ่ทองหยิบเป็นผู้ใหญ่ผู้หญิงแรกๆ ของเมืองไทย ชาวบ้านนับถือมาก เรื่องการดูแลท้องถิ่นได้ใจชาวบ้าน บุคลิกคล่องแคล่ว พูดจาฉะฉาน อัชฌาสัยเป็นเลิศ เป็นนักอนุรักษ์นิยมและหัวก้าวหน้าไปพร้อมๆ กัน ผู้ใหญ่จึงได้รางวัลแหนบทองคำฐานะผู้นำชุมชนยอดเยี่ยม แต่ที่เด็ดดวงที่สุดที่ผมรู้จัก เป็นแม่ครัวมีฝีมือหาใครเทียบยาก

ผมได้สูตรน้ำพริกกะปิ น้ำพริกมะขามสด ปลาทูสดย่างกาบมะพร้าวกับน้ำปลาพริกแบบมอญ แกงเขียวหวานลูกชิ้นปลากราย จากผู้ใหญ่ทองหยิบนี่แหละ ผู้ใหญ่เป็นผู้บุกเบิกโฮมเสตย์ในแถบคลองอัมพวา ที่พ่วงสอนทำอาหารไทยให้อีกด้วย 

ญี่ปุ่น ฝรั่งหลายชาติ ชอบมาพักมาบ้านผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่จับเดินเข้าสวนเก็บผลหมากรากไม้ในสวนเอามาทำกิน เรื่องภาษาไม่มีปัญหา พูดกันรู้เรื่องจนได้ ความฉลาดและจี้เส้นของผู้ใหญ่ชอบตั้งชื่อใหม่ให้แขก คนนั้นชื่อแตงกวา ลิ้นจี่ ส้มโอ กล้วย มะม่วง เพราะว่าชื่อติดตัวคนพวกนั้นเรียกยาก ตั้งใหม่จำง่ายว่าใครเป็นใคร

น้ำพริก ขนมจีนแกงไก่ ขนมไทย ผลไม้ และสารพัดของกิน จากครัวสามัคคีงานกฐินในความทรงจำ
เล่าเรื่องบรรยากาศและของกินประจำงานกฐิน ความอิ่มบุญและอิ่มท้องในงานบุญสมัยก่อน

ผมไปงานทอดกฐินวัดใกล้บ้านผู้ใหญ่ สนุกมาก ถามว่าทำไมกับข้าวเลี้ยงแขกมีแต่ขนมจีนน้ำยา กับขนมจีนแกงไก่เท่านั้น ผู้ใหญ่บอกว่าง่าย สะดวก และอิ่ม ดั้งเดิมตั้งแต่โบราณทำกันมาอย่างนั้น สมัยก่อนชาวบ้านมาช่วยกันตั้งโรงทำขนมจีน ตั้งแต่หมักข้าวเจ้า โม่เป็นแป้ง ปั้นก้อนแป้ง นวด และเอามาโรยในน้ำร้อนเป็นเส้นขนมจีน ส่วนน้ำยานั้น ปลากับมะพร้าวทำกะทินั้นอัมพวามีเหลือเฟือ พอมาสมัยนี้ขนมจีนก็ซื้อเอา ทำแกงเขียวหวานไก่เพิ่ม นี่ทำให้รู้ว่าขนมจีนน้ำยา เป็นอาหารของสังคมประเพณีใช้ได้ทุกงาน รวมทั้งงานทอดกฐิน

มาเป็นทอดกฐินแบบเหนือบ้าง สมัยก่อนผมขึ้นดอยอินทนนท์เป็นนิจ แล้วลงไปอำเภอแม่แจ่ม ซึ่งดั้งเดิมอำเภอนี้เหมือนเป็นเมืองลับแลของเชียงใหม่ จะเข้า-ออก ต้องไปทางออบหลวง ชายขอบระหว่างอำเภอจอมทอง เชียงใหม่ กับแม่ฮ่องสอน พอมีถนนบนดอยอินทนนท์ก็ตัดลงไปอีกเส้นหนึ่ง สะดวกขึ้น แต่ค่อนข้างชันและคดเคี้ยว จำแม่นว่าพอโค้งสุดท้ายจะเห็นแม่แจ่มแบบพาโนรามาเต็มตา ตื่นตาตื่นใจกับความงามบริสุทธิ์เหมือนรักแรกพบ แล้วไม่ใช่เป็นแต่ผมคนเดียว เผ่าทอง ทองเจือ เพื่อนเก่าแก่ผมก็ตกอยู่ในอาการเดียวกัน จะหนักกว่าด้วยซ้ำไป ไปหลายๆ ครั้งสุดท้ายก็ซื้อบ้านเก่า ที่เคยเป็นคุ้มหมอเมืองเก่า ที่ปล่อยรกร้างอยู่นาน สวยตามแบบบ้านเรือนล้านนาแท้ๆ แต่เฮี้ยนน่าดู

แม่แจ่มมีวัดป่าแดดเก่าแก่ที่มาก อุโบสถเป็นสถาปัตยกรรมล้านนาโบราณย่อเก็จสามชั้น อาจารย์สน สีมาตรัง ผู้เชี่ยวชาญสถาปัตยกรรมและจิตรกรรมฝาผนังล้านนา ยกย่องวัดป่าแดดเป็น 1 ใน 12 วัดที่จิตรกรรมฝาผนังยอดเยี่ยมของล้านนา แต่สมัยก่อนทรุดโทรมไปเยอะ เผ่าทองมีจิตกุศลไปทำโครงการบูรณะซ่อมแซมวัดป่าแดดจนเรียบร้อย 

เสร็จงานวัดป่าแดดแล้ว หาเรื่องมาทำงานจุลกฐินที่วัดยางหลวง เมื่อ พ.ศ. 2548 บอกบุญกับเหล่าไฮโซกระเป๋าหนักให้ไปทอดกฐิน งานเท่มาก จับเหล่าไฮโซพักตามบ้านชาวบ้าน ให้กินง่ายอยู่ง่าย ตอนค่ำมีมื้อสุดซึ้งกับกับบรรยากาศล้านนาหรือกาดมั่ว นั่งกินกับเสื่อ ข้าวปลา อาหารเป็นพื้นถิ่นตัวจริง เป็นกาดมั่วที่ไม่ดัดจริต ง่ายๆ ชาวบ้านมานั่งจัดสำรับให้กิน ยังมีสะล้อ ซอ ซึง ฟังเสนาะหู แถมมีชาวบ้านเอาผ้าทอมือ ผ้าผวยห่มนอน ผ้าคลุมไหล่กันหนาว ผ้าซิ่นตีนจก มาวางขายยั่วกิเลส อะไรๆ ลงตัวไปหมด โดยเฉพาะตอนนั้นแม่แจ่มเหมือนเปิดแอร์ทั้งอำเภอ

จุลกฐินเป็นประเพณีโบราณ มีขบวนการขั้นตอนการทำผ้าไตรจีวรสำหรับพระ เริ่มตั้งแต่เก็บดอกฝ้ายมาหีบ ปั่นเป็นเส้นด้าย ทอเป็นผืน ตัดเย็บ ย้อมสี รีดจนเป็นจีวร จะต้องเสร็จภายใน 24 ชั่วโมง เรียกว่าเสร็จหมาดๆ ก็ถวายเป็นผ้าพระกฐินได้เลย ที่สำคัญที่สุดการเก็บดอกฝ้าย มาหีบปั่นเป็นเส้นด้ายนั้น ต้องเป็นเด็กสาวพรหมจรรย์ แม่แจ่มเหมาะกับทำจุลกฐินเพราะเป็นเมืองปลูกฝ้าย สำหรับทอผ้าอยู่แล้ว 

ที่เผ่าทองทำจุลกฐินครั้งนั้น อยากให้ชาวเมืองกรุงให้เห็นจุลกฐิน ซึ่งที่อื่นๆ หายไปเกือบหมดแล้ว

เล่าเรื่องบรรยากาศและของกินประจำงานกฐิน ความอิ่มบุญและอิ่มท้องในงานบุญสมัยก่อน

ตอนทอดกฐินนั้นอลังการ แต่เป็นธรรมชาติสุดๆ ชาวบ้านตั้งแต่แม่อุ้ยถึงเด็กสาวเล็กๆ นุ่งผ้าซิ่นตีนจกแม่แจ่มทุกคน ผ้าซิ่นตีนจกที่ยอดเยี่ยมที่สุดในเมืองไทยมีที่หาดเสี้ยว ศรีสัชนาลัย บ้านน้ำอ่าง อุตรดิตถ์ และแม่แจ่มเชียงใหม่ ถ้าอยากเห็นผ้าซิ่นตีนจกหาดเสี้ยวกับบ้านน้ำอ่าง ต้องไปงัดจากตู้ที่ร้านขายผ้า แต่สำหรับแม่แจ่มนั้นพอมีงานบุญทีไรจะใส่กันทั้งเมือง เห็นผ้าซิ่นสวยๆ ละลานตา นี่เป็นประเพณีที่งดงามหมดจด ใครเห็นก็ต้องหลงเสน่ห์เมืองแม่แจ่ม

การทอดกฐินปรับตัวมาเรื่อยๆ ตามสภาพสังคม บางทีก็งงๆ อยู่เหมือนกันว่าวัดเยอะแยะไปหมด บางวัดห่างกันแค่ 100 – 200 เมตร แล้วญาติโยมอุปัฏฐากวัดจะทอดกฐินวัดไหน เดี๋ยวนี้ถึงมีการหลีกทางกัน วัดนั้นทอดวันเสาร์ วัดนี้ทอดวันอาทิตย์ อีกอย่างเพื่อความสะดวกต่อคนทำงาน พนักงานต่างๆ ที่หยุดวันเสาร์-อาทิตย์ด้วย

วัดเองก็ต้องมีศรัทธาวัดที่จะมาเป็นเจ้าภาพในการทอดกฐิน คนนั้นต้องไประดมปัจจัยมาทำบุญ ให้ได้เงินเข้าวัดมากๆ ยิ่งดี นอกจากศรัทธาหาเงินแล้วต้องมีศรัทธาเอาอาหาร เครื่องดื่ม ขนม มาตั้งซุ้มให้คนมาร่วมงานกินกัน จะมีอยู่ 2 อย่าง มีทั้งร้านค้าขายอาหารอยู่แล้ว เอาของที่ขายมาร่วมทำบุญ อีกอย่างมีคนไปเหมาร้านอาหารที่ดังๆ มีฝีมือมาออกร้าน วัดไหนใหญ่โต ศรัทธาวัดเยอะ อาหารการกินก็สมบรูณ์ ก๋วยเตี๋ยว ข้าวแกง กวยจั๊บ กระเพาะปลา ข้าวเหนียวหมูปิ้ง ส่วนใหญ่เน้นสะดวกทำมาเรียบร้อยแล้วมาตั้งเลย ประเภทมาทำหน้างานจานต่อจานจะยุ่งยาก ไม่ค่อยนิยม

ชาวบ้านรวมทั้งผมเองด้วยชอบ ไปทำบุญถวายปัจจัยให้วัดแล้วถือโอกาสกินกฐิน วันเสาร์ไปกินวัดนั้น วันอาทิตย์ไปกินวัดนั้น ร้านไหนถูกปากขึ้นทะเบียนไว้ ตามไปกินที่ร้านที่เขาขายอยู่ หรือบ้านไหนทำอะไรอร่อยก็ถามสูตรมา แต่การกินกฐินปีนี้อาจจะทำไม่ได้ เพราะคนเยอะเสี่ยงกับโควิด-19 ต้องยกยอดไปปีหน้า

Writer & Photographer

สุธน สุขพิศิษฐ์

ศิลปะ-ดนตรี-อาหาร ที่มีอยู่ในโลกนี้ ไม่มีพรมแดน ไม่มีภาษา ไม่มีการเมือง ไม่มีการกีดกัน ไม่มีรวยหรือจน เข้าถึงง่าย มีความสุขเท่าเทียมกัน เอาสามอย่างเท่านี้ก็พอ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load