ตอนนี้ชอบดู YouTube ของ เตียนซี เสี่ยวเกอ (Dianxi Xiaoge) สาวจีนทำอาหารในชนบทของยูนนาน แต่ละเรื่อง แต่ละตอนนั้น ยอดคนดูหลายล้านคน แล้วไม่ใช่เฉพาะคนจีนเท่านั้นที่ดู ชาติอื่นๆ ก็ดูเยอะ เรียกว่าดังไกล ดังถล่มทลาย

ที่ชอบดูเพราะชอบยูนนานเป็นพื้นอยู่แล้ว เคยไปยูนนานครั้งแรก เมื่อจีนเปิดประเทศใหม่ๆ ไม่นาน ไปๆ หยุดๆ ไปบางที่ที่เขาไม่ไปกัน เคยไปหกคะเมนตีลังกาจมโคลนกลางทุ่งนา ก็แค่อยากเห็นบ้านชาวนาจีนที่สร้างบ้านด้วยดินผสมฟางและแกลบว่าทำอย่างไร ถึงจะลุยไปเยอะ แต่ยังคิดว่ารู้เห็นแค่ผิวเปลือกเท่านั้น 

มีความเชื่อว่าถ้าอยากรู้อะไร ที่ไหน เป็นใคร ต้องดูที่บ้าน ที่บอกภูมิปัญญาการอยู่อาศัย และการใช้งานตามวิถีทางต่างๆ และยังต้องดูในครัว เพราะครัวเป็นส่วนสำคัญที่บอกอะไรได้หลายอย่าง ต้องกินจะได้รู้ว่าเอาอะไรมาทำกิน ทำอย่างไร ของอย่างนี้ไม่ใช่หาได้ง่ายๆ หนังสือก็ไม่มีให้อ่าน

เล่าเรื่องขาหมู ขนมจีน เป็ดตุ๋นเครื่องยาจีน และสารพันวัฒนธรรมการกินของจีนยูนนาน

พอเจอ YouTube ของอาหมวย Dianxi Xiaoge เข้าเลยชอบดู อยู่ในขั้นติดหนึบ เหมือนเจาะเวลาไปหาชนบทไกลๆ ของยูนนาน Dianxi Xiaoge เป็นสาวจีนเติบโตในเมืองเป๋าซาน (Baoshan) เมืองนี้อยู่ห่างจากเมืองต้าหลี่ (Dali) ไปทางตะวันตกเฉียงใต้ ไปไกลเอาเรื่อง เป็นธรรมดาที่คนหนุ่มสาวบ้านนอกจะออกไปเรียนหนังสือที่เมืองใหญ่ๆ Dianxi Xiaoge ก็ทำอย่างนั้น เผอิญเรียนจบพ่อเกิดไม่สบาย ก็กลับบ้านมาดูแลพ่อ แล้วไม่รู้จะทำอะไรกิน ก็มีความคิดทำ YouTube ที่เอาความเป็นชนบทและวัฒนธรรมการกินมานำเสนอ คนนำเสนอก็เป็นเธอเอง ความที่อยู่บ้านนอกทุกอย่างทำเป็นอยู่แล้ว โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกิน แล้วยังมีแม่กับยายช่วยอีกด้วย 

ทำง่ายๆ ตอนแรกใช้โทรศัพท์มือถือถ่าย ตอนหลังใช้กล้องดีหน่อย วิธีทำใช้กล้องตั้งแช่ แต่จะไม่คิดว่าตัวเองกำลังมีกล้องจ้องมองอยู่ แล้วไม่หวังว่าจะออกมาดีหรือไม่ มุ่งแต่สิ่งที่ทำอยู่ให้ลื่นไหลไปตามเรื่อง ให้มีความเป็นธรรมชาติมากที่สุด 

เล่าเรื่องขาหมู ขนมจีน เป็ดตุ๋นเครื่องยาจีน และสารพันวัฒนธรรมการกินของจีนยูนนาน

ตัวอย่างเคยทำเรื่องอาหารที่ใช้ครก เลยทำครกแบบดั้งเดิมแล้วเอาไว้ใช้เองด้วย เอาจอบเข้าป่าไปขุดตอรากต้นไผ่ ฟันเต็มที่หลายๆ ครั้ง มีอยู่ครั้งที่ล้มกลิ้งไม่เป็นท่า เมื่อเอามาได้ ก็ทำเป็นครกจนเรียบร้อย เป็นครก Folk Art ที่น่าทึ่ง อีกครั้งหนึ่งทำเรื่องอาหารจากผลไม้ ก็ไปเด็ดผลไม้ใส่กระบุง ยังไม่พอ ปีนต้นขึ้นไปเลย ที่เด็ดขาดคือตอนลงแล้วลื่นตกต้นไม้ เป็นภาพที่ไม่มีคิวในหัว ออกมาดีแต่เจ็บตัว

บ้านของเธอนั้นเป็นจีนยูนนานต้นฉบับ หลังคาเป็นกระเบื้องดินเผากาบกล้วย ฝนตกมีหญ้า มีวัชพืชขึ้นหลังคา มีระเบียงที่ทุกคนได้นั่งเล่น ไว้กินข้าว ไว้หลบฝน ตาก ผึ่งของสารพัด มีนอกชานโล่งเป็นพื้นที่อเนกประสงค์ ทั้งล้าง ตั้งเตาถ่าน ต้ม เคี่ยว ครัวในบ้านเป็นเคาน์เตอร์ปูนเป็นเตาฟืน ฝังกระทะเหล็กใบใหญ่ใช้  ต้ม นึ่ง ผัด ทอด โดยไม่ต้องยกกระทะออก อุปกรณ์ ซึ้งนึ่ง กระด้ง กระจาด กระชอน เป็นไม้ไผ่ แต่ไม่ปฏิเสธของใหม่ มีชามแก้วไว้นวดแป้ง นั่นเป็นตัวตนและบ้านที่เป็นฉากสำคัญในการทำ YouTube ของ Dianxi Xiaoge 

เล่าเรื่องขาหมู ขนมจีน เป็ดตุ๋นเครื่องยาจีน และสารพันวัฒนธรรมการกินของจีนยูนนาน

แต่ก่อนที่จะดูของอาหารต่างๆ ที่เธอทำ จนคนติดตามดูจนถล่มทลายนั้น มีต้นตอทางอาหารการกินอย่างไรบ้าง มาจากหลายองค์ประกอบ 

อย่างแรก ยูนนานนั้นมีความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นมณฑลที่มีชนกลุ่มน้อยมากที่สุด การถ่ายเทเรื่องอาหารมีมานาน แล้วถูกปรับตัวให้เข้ากับวิถีการกินของตัวเอง จนได้ชื่อว่ามีอาหารหลากหลายที่สุด 

อย่างที่สอง ยูนนานมีภูมิประเทศที่เอื้อกับการเพาะปลูก มีพืชผลสารพัด เกือบทุกอย่างเหมือนพม่า ไทย เขมร เวียดนาม ลาว แต่งดงามสมบูรณ์กว่า เพราะสภาพอากาศที่ไม่ร้อน ไม่หนาว หรือเป็นฤดูใบไม้ผลิทั้งปี แถมไม่เคยขาดน้ำจากภูเขารอบด้าน วัตถุดิบทางอาหารจึงมีเหลือเฟือ ไปเอาอะไรมาทำกินก็ดูน่ากิน

อย่างที่สาม Dianxi Xiaoge นั้นเป็นคนมีทักษะในการทำอาหารสูงมาก บอกว่ามีพรสวรรค์ก็ได้ จะหั่น สับ ผัด ทอด นึ่ง ทำได้อย่างกระฉับกระเฉง เชื่อมั่น รวดเร็ว อาหารหลายอย่างมีวิธีคิดที่ก้าวหน้า เมื่อเสร็จแล้วก็นั่งล้อมวงกินทั้งครอบครัว กิริยาการกินบอกความถูกใจ  

มาดูเรื่องอื่นบ้าง เชื่อว่าหลายคนคงรู้จักแฮมยูนนาน เหมือนเป็นดารานำของอาหารยูนนาน ที่จริงจะเรียกวาขาหมูเค็มก็ไม่ผิด เมื่อสมัยที่ไปยูนนานใหม่ๆ ทุกตลาดสดจะมีคอกสุมขาหมูเค็ม ดูมอมแมมเหมือนกองรองเท้าบูตเก่าๆ เป็นอาหารคอมมูนที่รัฐบาลให้จ่ายค่าขาหมู ค่าแรงให้คนทำ แล้วเอามากองสุมๆ ให้คนจนหยิบไปกินฟรี ดูไม่น่ากิน พอกินเข้าจริงๆ กลายเป็นของชอบ ไปทีไรต้องซื้อกลับบ้าน ทุกตลาดมีขาย แม้กระทั่งที่สนามบินคุนหมิงก็มีขาย

เล่าเรื่องขาหมู ขนมจีน เป็ดตุ๋นเครื่องยาจีน และสารพันวัฒนธรรมการกินของจีนยูนนาน

เห็นกรรมวิธีการทำแฮมยูนนานของ Dianxi Xiaoge แล้วไม่ใช่ง่ายๆ จะเอาขาหมูทั้งสะโพกพอกเกลือแล้วพักในตระกร้าปิดฝา จากนั้นเอาไปวางที่แห้งๆ เอาทั้งท่อนไม้ แผ่นหินทับ นานเป็นเดือน เพื่อให้เลือดค่อยๆ ซึมออก พอมันแห้งก็เอาไปแขวนผึ่งลมอีกเป็นปีจะแห้งสนิท เวลาเอามากินต้องเฉือนหนังแข็งๆ ดำๆ ทิ้ง ข้างในสีเนื้อแดงสวย ทำอะไรกินก็อร่อย

แฮมยูนนานเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า ถ้าอากาศร้อนไปก็แข็งกระด้าง หนาวไปก็เน่าแฉะ ไม่ได้ดี แต่ที่ยูนนานอากาศเฉลี่ย 16 องศาเซลเซียส ผึ่งได้แห้งสนิทพอดี ไม่เพียงแต่ขาหมูเท่านั้น พวกห่าน ปลา ทาเกลือผึ่งลมก็ทำได้ดีอีกต่างหาก

มีเรื่องที่น่าดูอีกอย่าง เป็นการทำขนมจีน Dianxi ลงทุนไปทำขนมจีนที่เมืองเต๋อหง (Dehong) เป็นเมืองชาวไตเหนือ อยู่ใกล้พรมแดนพม่าตรงรัฐคะฉิ่น ซึ่งเมืองเต๋อหงนี้ ห่างจากเมืองเป๋าซานที่เธออยู่ 100 กว่ากิโลเท่านั้น ที่ไปทำขนมจีนที่นั่นเพราะมีความเหมาะสมทุกประการ เป็นพื้นที่ปลูกข้าว มีโรงสี บ้านชาวเต๋อหง มีเครื่องโม่แป้ง มีเตา กระทะ โรยเส้นขนมจีน 

การทำขนมจีนที่นั่นเหมือนการทำขนมจีนในเมืองไทยสมัยก่อน เรียกว่าขนมจีนแป้งหมักที่เดี๋ยวนี้หายไปแล้ว โดยเอาข้าวเจ้าแช่น้ำ 2 – 3 วันจนนิ่มร่วน แล้วมาโม่เป็นน้ำแป้ง ใส่ถุงผ้าเอาหินทับให้น้ำออกเหลือเป็นก้อนแป้ง ปั้นก้อนแป้งให้กลมๆ แล้วไปต้ม เจตนาให้ก้อนแป้งสุกด้านนอก ด้านในยังเป็นเนื้อแป้งสด แล้วเอาไปตำในครกกระเดื่อง สุกกับดิบผสมกันจะเหนียวหนึบ ผสมน้ำให้เหลวนิดหนึ่ง ใส่กระบอกมีรูเยอะๆ อัดให้น้ำแป้งไหลเป็นเส้นลงในกระทะน้ำร้อน เส้นจะยาวไม่มีขาด แล้วช้อนออกมาใส่น้ำเย็นก็เป็นขนมจีนเต็มตัว Dianxi ไปทำขนมจีนที่นั่น ได้ 2 อย่าง เอาลงใน YouTube แล้วยังได้เอามาทำอาหารกินที่บ้าน 

เรื่องขนมจีนนี้ ถ้ามองให้ดีอาจจะทำลายความเชื่อที่ว่าขนมจีนเป็นของมอญ นั่นเพราะไปเอาภาษาพูดของมอญมา มอญเรียก ‘ขะนอม จีง’ การเรียกชื่ออย่างไร ไม่ใช่ว่าจะเป็นของคนนั้น ก็เอาเป็นว่าขนาดภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคใต้ ของไทยเองยังเรียกชื่อไม่เหมือน เส้นแบบนี้เป็นของมนุษย์ชาติ ชาวไตเหนือ ชาวญวน ลาว ไทย จีน ก็ทำในหลักการเดียวกัน ใครถนัดเรียกอย่างไร ก็เอาตามถนัด ไม่ได้เป็นของใคร

เล่าเรื่องขาหมู ขนมจีน เป็ดตุ๋นเครื่องยาจีน และสารพันวัฒนธรรมการกินของจีนยูนนาน

ยังมีอาหารอื่นๆ ของ Dianxi อีก เธอทำของกินใส่กระบอกไม้ไผ่แล้วเผา หรือที่เราเรียกข้าวหลามนั่นแหละ เอาตั้งแต่ไปเข้าป่าไปตัดไม้ไผ่มา ตอนแบกมัดท่อนไม้ไผ่มาก็ต้องเชื่อเลยว่าหมวยคนนี้สุดยอด จัดการเลื่อย แล้วเตรียมของสดใส่กระบอก มีหลายสูตร มีเนื้อกับหมูผสมกันคลุกกับพริกกับเครื่องเทศ มีปลาใส่พริกใส่ผัก และอีกหลายอย่าง กระบอกที่สำคัญเป็นเม็ดข้าวโพด เห็ด แครอท ถั่วแดง ถั่วแระ พริกขี้หนู แฮมยูนนานหั่นเป็นลูกเต๋าและผักแพวสับ ทั้งหมดเอาไปคลุกกับข้าวเหนียว กรอกใส่กระบอก ทำจุกปิดแล้วเอาทั้งหมดไปตั้งเผา เมื่อทั้งหมดสุกแล้วผ่าท่อนไม้ไผ่ วางเรียงในกระด้ง วางกลางโต๊ะแล้วล้อมวงกินกัน เลือกกินกันตามชอบ

ที่เอารายการนี้มาเป็นตัวอย่าง เพราะบอกถึงสิ่งที่เอามาทำกินของชาวเป๋าซาน อย่างผักแพวหรือบางคนเรียกผักไผ่นั้น เขาปลูกอยู่ในบ้านเลย ผักชนิดนี้ในอาหารเหนือ อาหารอีสาน บ้านเรากินกันเยอะ ยิ่งแหนมเนืองของเวียดนามจะขาดผักนี้ไม่ได้เด็ดขาด แค่ผักแพวนี่ก็แสดงถึงผักที่ไม่มีพรมแดน

เล่าเรื่องขาหมู ขนมจีน เป็ดตุ๋นเครื่องยาจีน และสารพันวัฒนธรรมการกินของจีนยูนนาน

ที่ Dianxi เอาถั่วแระใส่กระบอกนั้น นั่นก็คือ Broad Beans คนไทยเรียกถั่วปากอ้า ที่เรียกอย่างนั้นก็เพราะสมัยก่อน แขกขายถั่วทอดต้องมีถั่วชนิดนี้ จะใช้ที่มันแก่จัด เปลือกแข็ง ทอดแล้วเปลือกจะเปิดปากอ้า เลยเรียกถั่วปากอ้ากันมา แต่ความจริงแล้วเหมาะกินสด ชาวยูนนานกินสด โดยแกะเม็ดในออกไปทำอาหารได้เยอะแยะ ยิ่งเอาไปผัดกับแฮมยูนนานจะอร่อยเด็ดขาด 

ไม่ต้องอิจฉาชาวยูนนาน บ้านเราก็มี แต่จะมีเฉพาะหน้าหนาว ที่ชาวจีนที่อยู่ตามดอยต่างๆ ที่เชียงใหม่เขาปลูกไว้กิน พอวันศุกร์ที่ตลาดนัดเช้า ในถนนเจริญประเทศ เชียงใหม่ เรียกว่าตลาดชาวเขา ชาวจีนจะเอามาขาย แต่ถ้าเลยเดือนกุมภาพันธ์ไปแล้วไม่มี ต้องคอยปีหน้า

ดู Dianxi ทำอาหารจากลำไยกับลิ้นจี่บ้าง น่าสนใจทั้ง 2 อย่าง ทำหม่านโถไส้ลำไย และเป็ดตุ๋นเครื่องยาจีนใส่ลำไย เม็ดบัวสด พุทราจีน ตุ๋นจนเป็ดเปื่อย น่ากินมาก Dianxi ทำรายการนี้ตั้งแต่ไปอุ้มเป็ดจากฝูงของคนเลี้ยงมาเลย ตัดภาพอีกทีเป็ดก็นอนแอ้งแม้งบนเขียง ขาดตอนฆ่าถอนขนเป็ด ไม่ทำให้ดู

การใช้ลิ้นจี่ก็น่ากิน เอาฟักทองนึ่งกับลิ้นจี่ ทำสลัดลิ้นจี่ มีลิ้นจี่ มะเขือเทศ แครอท ซูกินี่หรือแตงกวาชนิดหนึ่ง กะหล่ำปลีม่วง ผักกาดหอม น้ำสลัดใช้ลิ้นจี่สับ ใส่น้ำผึ้ง น้ำส้มหมัก น้ำมันมะกอก พริกไทย อีกอย่างก็น่ากินไม่แพ้กัน กุ้งสับละเอียด ไปคลุกกับแป้ง ไข่ขาว เกลือ เหล้าจีน ไปยัดใส่ลิ้นจี่ แล้วไปนึ่ง

เรื่องอื่นก็มีอีกเยอะ อาหารตรุษจีน ทำอย่างพิเศษ วางบนโต๊ะเรียบร้อย ก็จุดประทัด กินกันเพลินทั้งครอบครัว พอมีพลุที่อื่นดังโป้งป้าง ก็แจกอั่งเปากัน หรืออาหารกินในวันไหว้พระจันทร์ กินเสร็จเปิดเพลง ลุกขึ้นเต้นรำแบบเป๋าซาน นี่เป็นวัฒนธรรมการกินที่ได้เห็น 

ที่บอกว่า อยากรู้อะไร ที่ไหน เป็นใคร ต้องดูที่บ้าน ต้องดูในครัว ต้องดูว่าเอาอะไรมาทำกิน แล้วจะหาโอกาสหาอย่างนั้นยาก หาอ่านก็ไม่มี พอเจอ YouTube ของ Dianxi Xiaoge ก็เลยชอบนั่นเอง

ภาพ :  YouTube channel of Dianxi Xiaoge.

Writer & Photographer

สุธน สุขพิศิษฐ์

ศิลปะ-ดนตรี-อาหาร ที่มีอยู่ในโลกนี้ ไม่มีพรมแดน ไม่มีภาษา ไม่มีการเมือง ไม่มีการกีดกัน ไม่มีรวยหรือจน เข้าถึงง่าย มีความสุขเท่าเทียมกัน เอาสามอย่างเท่านี้ก็พอ

รสเกษม

เรื่องอาหารยุคเก่า วัฒนธรรมการกินในวันวาน เปรียบเทียบกับสมัยใหม่โดยนักชิมรุ่นเก๋า

เที่ยวต่างจังหวัด พักโรงแรมดี ตื่นตั้งแต่ยังไม่สว่าง ตาลีตาเหลือกรีบไปตลาดสดตอนเช้า ไปทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่าตลาดที่นั่นเป็นอย่างไร มีอะไรน่าสนใจ 

กับอีกแบบหนึ่ง ตื่นสาย จัดการตัวเองเรียบร้อย ลงมากินอาหารเช้าในโรงแรม นั่งกินสบายๆ ไม่รีบร้อน พร้อมเมื่อไหร่ก็ออกไปเที่ยว ระหว่าง 2 แบบนี้ใครจะเลือกแบบไหน เชื่อว่าส่วนใหญ่เลือกอย่างหลัง

ลองดูแบบแรกว่าทำไมถึงไปตลาดสด อาจจะชอบกิน ชอบหาที่กิน และทำกินเป็นพื้นอยู่แล้ว การเดินตลาดถือว่าเป็นเรื่องเที่ยว เรื่องกินอย่างหนึ่ง พอเดินดูเห็นอะไรน่าซื้อ น่ากิน ก็ตื่นตา แล้วเป็นธรรมดาที่ต้องมีความสงสัย ของพวกนี้ จับมาหรือเลี้ยง ปลูกเองหรือขึ้นตามธรรมชาติ จากที่ไหน มีมากน้อยขนาดไหน เพราะอะไร เอามาทำกินอย่างไรได้บ้าง ราคาเป็นอย่างไร เมื่ออยากรู้ก็ต้องถามคนในตลาด บางทีมีเรื่องอื่นๆ ถามอีก จะไปดูที่เอามาขายนี้ได้ไหม มีอย่างอื่นดูอีกไหม แถวนั้นมีอะไรอร่อยๆ กินบ้าง ตลาดนั้นบอกได้หมด พอชอบก็เหมือนเป็นโรคตลาดเสพติด ไปที่ไหนก็อยากไปตลาด เคยไปมาแล้วก็ยังไปอีกเรื่อยๆ ไปดูความเปลี่ยนแปลง ถ้าไม่ชอบในการเปลี่ยนแปลง ก็ถือว่ากำไรที่เคยเห็นครั้งก่อนมาแล้ว   

พาเดินตลาดเช้าในไทย แวะเวียนไปตลาดเมืองลาว มองวิถีชีวิตคนเมืองผ่านข้าวของบนแผง

ครั้งนี้ก็เป็นเรื่องเที่ยวตลาดและสถานที่ข้างเคียงกับตลาด เอาตั้งแต่ตลาดทั่วๆ ไปและตลาดเทศบาล แต่ต้องบอกก่อนว่ามีบางที่เคยไปมานานแล้ว บางที่เหมือนเดิม บางที่แทบจำของเดิมไม่ได้ 

สำหรับตลาดทั่วไปนั้น รูปแบบเป็นกึ่งๆ ตลาดนัด เป็นเพิง มีหลังคาบ้าง โล่งบ้าง ส่วนใหญ่ติดตลาดตอนเช้ามืด พอสายก็วาย ซึ่งปกติเป็นอย่างนั้น แต่จะมีตลาดนัดใหญ่ เป็นตลาดครั้งสำคัญ จะอยู่ที่เดิมหรือไปอยู่ที่อื่น เป็นวันไหน ชุมชนเขาจะเลือกกันเอง ตลาดนัดใหญ่จะมีของขายมากกว่าปกติ ขายไปเรื่อยๆ เจ้าไหนหมดก่อนก็เลิกไป หรือพอคนซื้อน้อยลง อากาศร้อนขึ้น ตลาดก็วาย

พาเดินตลาดเช้าในไทย แวะเวียนไปตลาดเมืองลาว มองวิถีชีวิตคนเมืองผ่านข้าวของบนแผง

ตลาดแรกที่ชวนไปดูเป็นที่บ้านกรูด บางสะพาน ประจวบคีรีขันธ์ ตลาดใหญ่ที่นั่นจอแจ มีสีสัน จุดเด่นเป็นปลาทะเลสดๆ มีหลายเจ้า ชาวประมงคนไหนได้อะไรมาก็เอามาขาย มีของกินสำเร็จรูปจากปลา อย่างห่อหมกย่าง ปลาห่อใบตองย่าง แจงลอน แผงข้าวแกงกับข้าวส่วนใหญ่น่ากิน มีทั้งแบบภาคกลางและภาคใต้ บางวันจะได้เห็นกับข้าวพื้นถิ่นอย่างแกงฟักทองกับปูม้า ผักก็มีผักภาคกลางและผักภาคใต้ นั่นไม่ใช่อะไร เพราะบ้านกรูดอยู่ในเขตบางสะพาน เป็นปลายๆ ของภาคกลาง ต่อไปก็เข้าเขตชุมพรที่เป็นประตูของปักษ์ใต้ อาหารการกินจึงคาบเกี่ยวกัน 

พาเดินตลาดเช้าในไทย แวะเวียนไปตลาดเมืองลาว มองวิถีชีวิตคนเมืองผ่านข้าวของบนแผง

ที่จริงตลาดนี้ยังมีของใช้ในครัวที่น่าดู เป็นของท้องถิ่น มีเตาถ่านมีลิ้นยื่นออกมายาวๆ เพราะชาวบ้านแถวนั้นใช้ทางมะพร้าวเป็นเชื้อไฟ จึงต้องมีลิ้นออกมารับทางมะพร้าว สิ่งที่ได้จากตลาดบ้านกรูดคือ วิถีการกินที่เดียวมี 2 ภาค และมีชุมชนริมทะเลที่น่าอยู่อีกอย่าง

ตลาดอีกที่กระโดดไกลขึ้นเหนืออยู่ที่ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก นี่เหมือนเที่ยวตลาดพม่าโดยไม่ต้องนั่งเครื่องบินไปพม่า หันทางไหนก็น่าสนใจ ไก่สดบนแผงทุกตัวสีเหลือง ไม่รู้เอาอะไรทา แผงปลานั้นน่าทึ่งมาก ไปเห็นปลากะโห้ตัวใหญ่มาก เป็นปลามาจากฝั่งพม่า ปลากะโห้แทบจะไม่เห็นในเมืองไทยแล้ว ถ้าพบในเมืองไทยให้เอาใบตองห่อ พันด้วยผ้าแดง ยกขึ้นแคร่แล้วขอหวย เห็นว่าปลากะโห้ที่ตลาดแม่สอดมีขายอยู่เรื่อยๆ 

พาเดินตลาดเช้าในไทย แวะเวียนไปตลาดเมืองลาว มองวิถีชีวิตคนเมืองผ่านข้าวของบนแผง
พาเดินตลาดเช้าในไทย แวะเวียนไปตลาดเมืองลาว มองวิถีชีวิตคนเมืองผ่านข้าวของบนแผง

ขนมที่ต้องซื้อกินเป็นส่วยทะมินกับเปงม้ง ส่วยทะมินเป็นข้าวเหนียวคลุกกะทิ น้ำตาล ใส่ถาด ราดด้วยกะทิข้นๆ หวานมัน อบด้านล่างด้วยถ่าน ด้านบนปิดฝาแล้วเอากาบมะพร้าวสุม อบจนหน้ากะทิแห้งๆ เกรียมๆ ส่วนเปงม้งเหมือนกัน ต่างกันที่ใช้แป้งข้าวเหนียว ขนม 2 อย่างนี้เป็นขนมดังของแม่ฮ่องสอนจนเข้าใจว่าเป็นขนมไทใหญ่ อยู่ๆ มาเจอในตลาดพม่าเลยไม่รู้เป็นของใคร 

ในตัวตลาดที่มีหลังคามีแผงข้าวแกงพม่าวางเรียงหลายหม้อ ส่วนใหญ่เครื่องแกงแดงเถือก มีร้านโชวห่วย ขายของพม่านับไม่ถ้วน ทั้งเครื่องเทศ เครื่องแกง และหม้อแขกอะลูมิเนียมหลายขนาด คุณภาพอะลูมิเนียมสู้เมืองไทยไม่ได้ แต่ราคาถูกมาก ตลาดแม่สอดไม่ว่าจะไปครั้งไหนก็เหมือนเดิม เพราะของที่ขายกับคนซื้อเป็นพวกเดียวกัน บรรยากาศไม่เคยเปลี่ยน  

พาเดินตลาดเช้าในไทย แวะเวียนไปตลาดเมืองลาว มองวิถีชีวิตคนเมืองผ่านข้าวของบนแผง
พาเดินตลาดเช้าในไทย แวะเวียนไปตลาดเมืองลาว มองวิถีชีวิตคนเมืองผ่านข้าวของบนแผง

ตลาดน่าเที่ยวอีกที่ไกลถึงลาว ผ่านด่านห้วยโกร๋น น่าน ขึ้นไปนิดเดียวเป็นเมืองเงิน เมื่อก่อนชอบเมืองนี้มาก เป็นเมืองชาวไทลื้อ เคยมีผ้าซิ่นลายน้ำไหลแบบไทลื้อดั้งเดิมและบ้านเรือนไทลื้อแท้ๆ ตอนหลังหายหมดเกลี้ยง ความเป็นไทลื้อที่หายไปส่วนหนึ่งก็เป็นพี่ไทยนี่แหละ

เมื่อเมืองเงินหมดเสน่ห์ เลยไปเมืองหงสา อยู่ห่างไปอีก 30 กว่ากิโล เมื่อก่อนถนนเป็นดินลูกรัง เมืองนี้เล็กสงบ ดูเหงาๆ แต่น่ารัก มีเกสต์เฮาส์ไม่กี่แห่ง นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่มาเที่ยวเมืองนี้เป็นฝรั่งแบ็กแพ็กที่นั่งรถโดยสารมาจากหลวงพระบาง ทุกคนเป็นฝรั่งหัวแดงหมด แดงเพราะขี้ฝุ่นทางลูกรัง 

พาเดินตลาดเช้าในไทย แวะเวียนไปตลาดเมืองลาว มองวิถีชีวิตคนเมืองผ่านข้าวของบนแผง

มีตลาดเช้ามืด สมัยก่อนเปิดโล่ง มีแผงเป็นแคร่ไม้ไผ่ยาวๆ 2 – 3 แผง ยิ่งเป็นหน้าหนาวหมอกลงจัด เห็นคนขายนั่งตะคุ่มๆ บรรยากาศซึมๆ แต่เย็นตา เย็นใจ ของที่ขายมีหมู ไก่ ปลา ผักหญ้าเหมือนทั่วไป และมีของป่าเยอะ อย่างตัวแย้ มัดหางรวมกันเป็นพวง ปูนา นก ชอบที่เวลาใครซื้อปลา คนขายเอาตอกไม้ไผ่เสียบเข้าทางเหงือกทะลุปาก ผักก็เช่นกัน เอาตอกแทงก้านแล้วให้คนซื้อหิ้วไป อะไรที่ต้องห่อจะใช้ใบตองห่อมัดด้วยตอกให้หิ้วได้ด้วย วิธีคิดเป็น Organic Design ที่ยอดเยี่ยมลึกซึ้ง แถมตลาดนี้ยังได้กินก๋วยเตี๋ยวเนื้อสดหรือเฝอ อร่อยรส อร่อยบรรยากาศ

ตอนบ่ายๆ เกือบเย็นเห็นเด็กนักเรียนเดินเรียงกันกลับบ้าน เด็กๆ สะพายย่าม เด็กผู้หญิงนุ่งผ้าซิ่นน่ารักมาก เที่ยวให้ครบต้องตามคนขี่ช้างไปเรื่อยๆ เขากลับบ้านที่อยู่ในป่า ผ่านหมู่บ้าน ผ่านท้องนา มีเถียงนา คลองที่ชาวบ้านปลูกผักริมตลิ่ง สวยเด็ดขาด เวลาเที่ยวเมืองลาวมักจะเตรียมถังสังฆภัณฑ์ไปด้วย ผ่านวัดไหนก็เอาถวายพระ ท่านสวดให้พรสำเนียงลาวเสนาะหู ที่เล่ามาเยอะแยะเพราะประทับใจกับเมืองหงสาและตลาดสดที่นั่น

แต่ตอนนี้ความดิบบริสุทธิ์ที่เคยมีเหลือน้อยไปแล้ว เพราะมีโรงไฟฟ้าพลังความร้อนใหญ่มาก คนไทยไปลงทุนที่นั่น กลายเป็นเมืองใหญ่ คนเยอะ เป็นสังคมโรงงาน มีการจ้างงาน ร้านอาหาร โรงแรมนับไม่ถ้วน มีสถานบันเทิง ตลาดสดมีหลังคาคลุมโอ่โถง เมื่อไม่เหมือนเดิมคงต้องไปเมืองอื่นๆ อย่างเมืองเชียงฮ่อน เมืองแก่นท้าว ไปหาความความประทับใจเอาข้างหน้า

พาเดินตลาดเช้าในไทย แวะเวียนไปตลาดเมืองลาว มองวิถีชีวิตคนเมืองผ่านข้าวของบนแผง
พาเดินตลาดเช้าในไทย แวะเวียนไปตลาดเมืองลาว มองวิถีชีวิตคนเมืองผ่านข้าวของบนแผง

นี่เป็นตลาดสดทั่วไป มาเป็นตลาดสดเทศบาลบ้าง มีทุกจังหวัด ทุกอำเภอ รูปแบบโล่งๆ ระบบเป็นสัดส่วน ด้านหน้าขายดอกไม้ ผลไม้ มีส่วนขายอาหารสดอาหารแห้ง มีพื้นที่เปียก พื้นที่แห้ง และส่วนที่ขายของกิน มีโต๊ะเก้าอี้ให้นั่งกิน

ชีวิตชีวาอยู่รอบนอกตลาด ชาวบ้านเอาของที่มีมาวางขายกับพื้นเป็นส่วนใหญ่ ตรงนี้เองที่บอกความเป็นท้องถิ่นชัดเจน 

ถ้าไปหนองคายต้องไปตลาดเทศบาลโพธิ์ชัย ด้านนอกขายปลาแม่น้ำโขง บางวันมีเยอะ บางวันมีน้อย เหลือจากที่ร้านอาหารเอาของดีๆ ไปแล้ว ทีเด็ดอยู่ด้านในที่เป็นร้านขายอาหาร จะได้กินอาหารเวียดนามหลายอย่างสมใจปาก หลายคนไปตลาดโพธิ์ชัยเพื่อกินอาหารเวียดนามโดยเฉพาะ

เมื่อไปที่นั่นก็เดินทะลุไปวัดโพธิ์ชัย ไปกราบพระใส พระประธานในอุโบสถ องค์นี้งามหมดจด แล้วถ้าพอดีกับวันพระจะโชคดี ที่หน้าตลาดจะมีพุ่มใบตองสดขาย สำหรับให้เอาไปกราบพระ พุ่มใบตองสดฝีมือคลาสสิกมาก ฝั่งไทย ฝั่งลาว ใช้บูชาพระด้วยพุ่มใบตองแบบเดียวกัน

พาเดินตลาดเช้าในไทย แวะเวียนไปตลาดเมืองลาว มองวิถีชีวิตคนเมืองผ่านข้าวของบนแผง
พาเดินตลาดเช้าในไทย แวะเวียนไปตลาดเมืองลาว มองวิถีชีวิตคนเมืองผ่านข้าวของบนแผง

กระโดดไปทางโน้นที ทางนี้ที มาที่ตลาดสดเทศบาลอุทัยธานี ริมเขื่อนแม่น้ำสะแกกรังนี่น่าไปมาก อุทัยธานีเมืองเงียบ แต่เป็นมหาอำนาจของปลาน้ำจืด เพราะอุทัยธานีมี 2 แม่น้ำ เจ้าพระยาและสะแกกรัง แถมเป็นปลาเหนือเขื่อนชัยนาท ชุกชุมกว่าปลาใต้เขื่อน ตลาดเช้ามีปลาสารพัด อย่างปลาคางเบือนที่น้อยคนจะรู้จัก เป็นปลาตระกูลเดียวกันกับปลาเนื้ออ่อน มีปลาเนื้ออ่อน ปลาแดง ปลาม้า ปลากระทิง ปลากด ปลาสร้อยทำน้ำปลา ที่ต้องซื้อหรือหากินในร้านอาหารเป็นปลาแรด ถึงจะเลี้ยงในกระชังก็ตาม แต่น้ำต้องไหล สะอาด และเลี้ยงด้วยผักบุ้ง ปลาแรดเป็นปลามังสวิรัติกินแต่พืช เมืองอื่นๆ หายาก ผักสดที่ชาวบ้านเอามาขายดีๆ ทั้งนั้น ถ้าเจอลูกข้าวสารต้องเหมาหมด แกงส้มเด็ดนัก

นี่เป็นตลาดโดยรวม การเที่ยวตลาดแต่ละที่ จะเห็นความเป็นตัวตนที่ไม่เหมือนกัน คนชอบตลาดนั้นเป็นโรคตลาดเสพติด ไม่มียารักษา การรักษาใช้วิธีตื่นตาลีตาเหลือก หาตลาดใหม่ไปเรื่อยๆ ที่เคยไปแล้วเกิดเปลี่ยนไปจนรับไม่ได้ก็เลิกไป

ถ้าจะเปรียบก็เหมือนคนชอบกินก๋วยเตี๋ยว กินก๋วยเตี๋ยวเนื้อ เย็นตาโฟ ก๋วยเตี๋ยวแคะ บะหมี่หมูแดง ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา ถึงจะกินมาโชกโชน พอมีร้านใหม่ๆ ก็อยากลอง ร้านเก่าๆ ที่เคยชอบยังไปเรื่อยๆ ถ้าร้านไหนไม่ได้เรื่องแล้วก็สาบส่ง เหมือนกันเป๊ะ

Writer & Photographer

สุธน สุขพิศิษฐ์

ศิลปะ-ดนตรี-อาหาร ที่มีอยู่ในโลกนี้ ไม่มีพรมแดน ไม่มีภาษา ไม่มีการเมือง ไม่มีการกีดกัน ไม่มีรวยหรือจน เข้าถึงง่าย มีความสุขเท่าเทียมกัน เอาสามอย่างเท่านี้ก็พอ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load