“จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้า ขอข้าวขอแกง ขอแหวนทองแดง ผูกมือน้องข้า”

เพลง จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้า เป็นเพลงกล่อมเด็กที่ได้รับความนิยมในหมู่เด็กที่เกิดหลังปี 90 แต่เมื่อเวลาผ่านไปจะครบ 30 ปี นอกจากพ่อแม่จะไม่เลี้ยงถนอมกล่อมเกลาแล้ว ผู้ใหญ่ยังมาพร้อมคำถามที่ว่า เมื่อไหร่จะแต่งงาน ดังนั้น สิ่งที่เด็กในวันนั้นต้องการในวันนี้คงไม่ใช่แค่แหวนทองแดงมาผูกมือน้องข้า แต่เป็นคำถามว่าเมื่อไหร่กันที่ด้ายแดงจากเทพเฒ่าจันทราจะมาผูกมือข้าต่างหาก

 

ชายชราที่ไม่ได้มาจากดวงจันทร์ แต่แค่ไปอยู่ใต้ดวงจันทร์

เทพเฒ่าจันทรา (Yue Lao) หรือที่คนไต้หวันกัน เรียกว่า ‘เย่ว์เหล่า’ ประกอบด้วยคำ 2 คำที่มีความหมาย คำแรกแปลว่า ดวงจันทร์ คำที่สองแปลว่า ผู้เฒ่าผู้แก่ ความจริงเทพเฒ่าจันทราไม่ได้เดินทางมาจากดวงจันทร์ แต่เขาเพียงแค่ไปอยู่ใต้ดวงจันทร์ ในวันที่เขาได้พบกับเหว่ยกู้ ชายหนุ่มคนหนึ่งที่บังเอิญเดินผ่านมาและเห็นว่ามีชายชราคนหนึ่งกำลังยืนอ่านหนังสือสมรส หนังสือที่รวมชื่อมนุษย์ชายหญิงที่จะแต่งงานกัน

เหว่ยกู้อยากรู้ว่าเนื้อคู่ของตัวเองเป็นใคร ชายชราตอบว่า เป็นเด็กหญิงวัย 3 ขวบที่ถูกขายไปให้หญิงชราในตลาด เหว่ยกู้ส่งคนไปดู พบว่าเด็กคนนี้ไม่ได้มีหน้าตาสะสวยจึงสั่งให้คนไปลอบทำร้าย เด็กหญิงหนีรอดไปได้ แต่เหลือแผลเป็นบนใบหน้า

14 ปีต่อมา เหว่ยกู้ได้แต่งงานกับหญิงสาวที่มีรอยแผลเป็นที่คิ้ว เมื่อสอบถามนาง เขาจึงได้รู้ว่ารอยแผลนั้นเกิดจากการที่เขาส่งคนไปลอบทำร้าย เหว่ยกู้จึงเชื่อในคำทำนายของชายแก่ใต้แสงจันทร์ที่เจอขึ้นมาทันที

นับแต่นั้นจึงเกิดเป็นความเชื่อว่าชายชราใต้ดวงจันทร์ที่เหว่ยกู้เจอคือ เทพแห่งความรัก แต่เพราะคำว่า ‘ชายชราใต้ดวงจันทร์’ นั้นยาวไป มนุษย์ชาวโลกอย่างเราจึงเรียกสั้นๆ เพียงว่า ‘เย่ว์เหล่า’ หรือ ‘เทพเฒ่าจันทรา’ นั่นเอง

ด้ายแดงเทพเฒ่าจันทรา, ไต้หวัน

 

ให้เมืองนี้มีแต่ความรัก

ถึงแม้ว่าเมืองไถหนาน ประเทศไต้หวัน จะไม่ใช่เมืองที่ใช้ถ่ายทำภาพยนตร์รักโรแมนติกเรื่องไหน แต่ไถหนานก็สถาปนาตัวเองให้เป็นเมืองแห่งความรักได้ เพียงเพราะว่ามีเทพเฒ่าจันทราประจำอยู่ในวัด 9 แห่งในไถหนาน ซึ่ง 4 ใน 9 แห่งนี้มีความศักดิ์สิทธิ์มากจนก่อตั้งรวมเป็นชื่อว่า The Great Four Yue Lao ประจำอยู่ในวัดต่างๆ อันได้แก่ วัดเทพเจ้าสงคราม [State Temple of the martial God (Wu Miao)] วัดเจ้าแม่ทับทิม (Tainan Grand Matsu Temple) วัดเจ้าแม่กวนอิม (The Grand Guanyin Temple) และวัดฉงชิ่ง (Chongqing Temple)

เทพเฒ่าจันทราแต่ละสำนักมีความเด่นดังแตกต่างกันไป ถ้าคุณมีเวลาสัก 1 วัน และอากาศไม่ร้อนจนเกินไป เราอยากชวนคุณปั่นจักรยานตามรอยเทพแห่งความรักในเมือง (ที่แต่งตั้งตัวเองเป็น) แห่งความรักดูสักครั้ง

 

วัดที่ 1

วัดเทพเจ้าสงคราม

State Temple of the martial God (Wu Miao)

ด้ายแดงเทพเฒ่าจันทรา, ไต้หวัน ด้ายแดงเทพเฒ่าจันทรา, ไต้หวัน

ถ้าให้คะแนนวัดที่ทำเลที่ดีที่สุด ฉันขอยกให้วัดเทพเจ้าสงคราม ด้วยทำเลที่อยู่ตรงข้ามป้อมสีแดง Fort Provintia อันเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังในไถหนาน รายล้อมด้วยร้านอาหารท้องถิ่นขึ้นชื่ออย่างโร่วหยวน (Rou Yuan) ที่เป็นแป้งข้าวหนึบๆ กลมๆ ข้างในสอดไส้เนื้อ ทานคู่กับซอสรสเปรี้ยวและกระเทียม

ด้ายแดงเทพเฒ่าจันทรา, ไต้หวัน

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นฉันไม่เคยมีโอกาสได้กิน เพราะร้านนี้ขายหมดเร็วจนปิดร้านแต่หัววัน หน้าวัดมีน้ำวุ้นกบที่คนไทยรู้จักกันดี ภาษาจีนเรียก อ้ายหวี้ (Ai Yu) เป็นน้ำวุ้นใสๆ กินน้ำมะนาวและน้ำผึ้งชวนคลายร้อนได้ดีในวันที่อากาศอบอ้าว สถานที่แห่งนี้คลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยว ถึงจะไม่รู้ว่าวัดนี้มีชื่อเสียงทางด้านใด แต่อย่างน้อยก็ต้องเคยมีคนหลงมาเข้าด้อมๆ มองๆ ในวัดบ้างล่ะ

แต่ไม่ใช่กับฉัน

ครั้งแรกที่เรารู้จักกัน มันเกิดจากความจงใจของอาจารย์และความไม่เต็มใจของฉันที่ต้องตื่นเช้าปั่นจักรยานมาที่นี่

ฉันยังจำได้ถึงความเด๋อด๋าในวันแรกที่มาวัดนี้ เข้าใจว่าเมื่อก้าวเท้าเข้าไปในวัด เจอกับพระประธาน ยกมือไหว้ตามธรรมเนียม ก็จบการเที่ยววัดแล้ว จนเพื่อนร่วมกลุ่มชาวไต้หวันมาถึงแล้วเดินนำไปที่ทางเดินแคบๆ ด้านซ้ายขวาของพระประธาน เราจึงได้เห็นว่าวัดมีอาณาเขตกว้างขวางกว่าที่คิด และวัดเทพแห่งสงครามก็ไม่ได้มีเทพแห่งสงครามอยู่เพียงองค์เดียวเท่านั้น

ด้ายแดงเทพเฒ่าจันทรา, ไต้หวัน

อ่านถึงตอนนี้ คุณคงสงสัยต้องเป็นคนแบบไหนถึงจะต้องไปไหว้เทพแห่งสงคราม ฉันก็เคยสงสัย แต่เพื่อนไต้หวันก็อธิบายให้ฉันฟังโดยที่ไม่ได้ถามอะไรออกไปว่า วัดเทพแห่งสงคราม หรือที่คนไถหนานเรียกกันสั้นๆว่า หวู่เมียว (Wu Miao) เป็นวัดฝ่ายบู๊ เป็นวัดที่ให้คนไปขอพรเรื่องการค้าขายและธุรกิจ ส่วนวัดฝ่ายบุ๋น คือพวกวัดขงจื้อ หรือเทพการเรียนต่างๆ ให้คนไปขอพรสำหรับการสอบเข้าและเรื่องการเรียน

ถึงแม้ว่าที่แห่งนี้จะชื่อว่าวัดเทพเจ้าแห่งสงคราม แต่วัดนี้นับว่าเป็น One-stop Service ที่แท้จริง เพราะรวมเทพทุกด้านในทุกความปรารถนา ทั้งการค้าขาย การเรียน และความรัก แน่นอนว่าหนึ่งในนั้นก็คือเทพเฒ่าจันทรานั่นเอง

ด้ายแดงเทพเฒ่าจันทรา, ไต้หวัน

ครั้งแรกที่ฉันมานั้นคนมาเยอะอย่างไร วันนี้คนก็เยอะไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ทั้งพ่อหนุ่มวัยรุ่นผมทองมาคนเดียว กลุ่มเด็กหนุ่มใส่แว่นตาคงแก่เรียน และกลุ่ม 3 สาวที่ผลัดกันเกี่ยงว่าใครจะเข้าไปขอพรก่อน สาเหตุอาจเป็นเพราะเทพเฒ่าจันทราสำนักนี้ครอบคลุมทุกความต้องการ ตั้งแต่ขอเนื้อคู่ ขอให้รักข้างเดียวสมหวัง หรือแม้แต่ขอให้แก้ปัญหามือที่สาม

หากต้องการจะขอเนื้อคู่ ต้องได้รับการยินยอมจากเทพเฒ่าจันทราเสียก่อนด้วยการเสี่ยงทายด้วยปั้วโป้ย ไม้เสี่ยงทายเข้าคู่กันหน้าตาคล้ายกรับสีแดง หากปั้วโป้ยออกมาเป็นคว่ำอันหงายอัน จึงจะสามารถหยิบด้ายแดงและผงธูปกลับไปได้

ด้ายแดงเทพเฒ่าจันทรา, ไต้หวัน

หากมีเรื่องราวในใจที่ต้องเขียนบรรยายออกมาให้เทพเฒ่าจันทราฟัง ก็สามารถหยิบกระดาษและซองจดหมายจากโต๊ะบูชา เขียนความในใจ แอบชอบรุ่นพี่คนไหน หรืออยากให้ใครเลิกมาเกาะแกะแฟนเรา ก็บรรจงเขียนลงไป หย่อนลงตู้ไปรษณีย์ที่จำลองมาจากตู้ไปรษณีย์สีเขียวสีแดงของไต้หวัน สีเขียวหมายถึงด่วนทั่วไป ส่วนสีแดงหมายถึงด่วนพิเศษ

ด้ายแดงเทพเฒ่าจันทรา, ไต้หวัน ด้ายแดงเทพเฒ่าจันทรา, ไต้หวัน

ฉับพลันสิ่งประดิษฐ์ที่เรียกว่าจดหมายที่คนบนโลกมนุษย์นั้นไม่นิยมเขียนหากันแล้ว ก็กลับกลายเป็นนวัตกรรมกรรมแห่งมวลมนุษยชาติขึ้นมาเสียอย่างนั้น เพียงเมื่อเราจ่าหน้าซองไปยังเทพเจ้าที่อยู่อีกโลกหนึ่ง

 

วัดที่ 2

วัดเจ้าแม่ทับทิม

Tainan Grand Matsu Temple

ด้ายแดงเทพเฒ่าจันทรา, ไต้หวัน

วัดเจ้าแม่ทับทิมตั้งอยู่หลังวัดเทพแห่งสงครามเท่านั้นเอง เพียงแค่เดินออกจากวัดเข้าไปตรอกเล็กๆ ก็จะทะลุไปถนนอีกฝั่งที่ศาลเจ้าแม่ทับทิมตั้งอยู่

หม่าจู หรือเจ้าแม่ทับทิมแบบที่คนไทยเรียก เป็นชื่อเจ้าแม่องค์แรกๆ ที่ฉันรู้จักนับตั้งแต่เหยียบแผ่นดินไต้หวันนี้ เพราะไม่ว่าจะเดินไปทางไหน ฉันก็มักมองเห็นศาลที่ซ่อนตัวอยู่ตามมุมเมืองต่างๆ เป็นชื่อเจ้าแม่หม่าจูด้วยกันทั้งนั้น อาจเป็นเพราะไต้หวันเป็นเกาะ ล้อมรอบด้วยทะเล ประชากรแต่ก่อนประกอบอาชีพชาวเรือชาวประมง จึงนิยมนับถือเจ้าแม่แห่งท้องทะเลอย่างเจ้าแม่ทับทิม

ด้วยเหตุนี้ ในวันเกิดเจ้าแม่ทับทิมของไหว้บูชาจึงทำออกมาในรูปแบบขนมปังกุ้งหอยปูปลาน่ารักตามวิสัยคนไต้หวัน นอกจากนี้ ยังตอบโจทย์ความช่างประดิดประดอยของคนที่นี่ ด้วยการมีบริการทำเครื่องรางแบบ D.I.Y. ครอบคลุมทุกความปรารถนา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความรัก สุขภาพ ความปลอดภัย การเรียน เพียงแค่ปั๊มตัวปั๊มลงบนกระดาษแล้วพับเก็บใส่ถุงเครื่องรางแล้วพกติดตัวไว้

ด้ายแดงเทพเฒ่าจันทรา, ไต้หวัน ด้ายแดงเทพเฒ่าจันทรา, ไต้หวัน ด้ายแดงเทพเฒ่าจันทรา, ไต้หวัน

แปลนของวัดนี้ไม่ต่างจากวัดที่ผ่านมาเท่าไหร่ เพียงแค่เดินเข้าไปข้างในเราก็จะเจอกับเทพเฒ่าจันทราที่อยู่รวมกับเทพองค์อื่น เทพเฒ่าจันทราองค์นี้ดูมีระยะห่างกับเราเสียหน่อย เพราะมีลูกกรงที่กั้นไว้ระหว่างเทพกับมนุษย์ การขอพรนั้นไม่ซับซ้อน เพียงแค่เสี่ยงทายปั้วโป้ยเพื่อให้ได้รับการยินยอมจากเทพเฒ่าจันทรา ก็สามารถนำด้ายแดงและขี้ธูปกลับบ้านได้

ด้ายแดงเทพเฒ่าจันทรา, ไต้หวัน

จำนวนคนที่มาขอพรอาจไม่เท่าสำนักแรก แต่สิ่งที่มีจำนวนเยอะจนสะดุดตานั้นคือรูปถ่ายคู่รักมากมาย รวมถึงรูปแต่งงานที่เสียบไว้บนบอร์ด เป็นการรีวิวจากผู้ใช้อย่างกลายๆ ว่า ขอพรจากเทพเฒ่าจันทราแล้วได้ผลจริง หากว่านั่นยังไม่สามารถทำให้คุณเชื่ออย่างสนิทใจ ขอให้มองต่ำลงไป จะเจอกับนามบัตรรับจัดเลี้ยงโต๊ะจีน รับจัดงานแต่งงานต่างๆ ราวเป็นพื้นที่โฆษณาชั้นดี

ด้ายแดงเทพเฒ่าจันทรา, ไต้หวัน

คุณก็รู้ใช่มั้ยว่าที่เขาเลือกพื้นที่โฆษณาตรงนี้ เขาต้องคิดมาแล้วว่าจะมียอดชมเท่าไหร่และได้ผลเพียงใด

 

วัดที่ 3

วัดเจ้าแม่กวนอิม

The Grand Guanyin Temple

ด้ายแดงเทพเฒ่าจันทรา, ไต้หวัน

ด้ายแดงเทพเฒ่าจันทรา, ไต้หวัน

Temple of Avalokitesvara

ฉันมองผลลัพธ์ของ Google Maps ที่ขึ้นมาจากคำค้นหาภาษาจีน ขณะที่คิดว่าแอปพลิเคชันนี้คงเกิดอาการไม่เสถียร ฉันก็อ่านซ้ำชื่อวัดบนหน้าจออีกครั้งพลันเกิดพุทธิปัญญาว่า

อ่า อวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ นั้นคือชื่อเต็มของเจ้าแม่กวนอิม

ด้ายแดงเทพเฒ่าจันทรา, ไต้หวัน

ด้ายแดงเทพเฒ่าจันทรา, ไต้หวัน

วัดนี้สามารถพูดได้ว่ามีความเป็นพุทธมากกว่า 2 วัดแรก เพราะพระประธานคือ พระศรีศากยมุนี พระอมิตาภพุทธเจ้า และพระชีวกโกมารภัจจ์ อย่างเดียวที่ไม่ใช่ความเชื่อพุทธคือ รูปปั้นของเทพเฒ่าจันทราที่อยู่ ณ เบื้องซ้าย

ด้ายแดงเทพเฒ่าจันทรา, ไต้หวัน

มีความเชื่อว่าหากขอด้ายแดงจากเทพเฒ่าจันทราจากที่นี่ไปพกติดตัวไว้ ด้ายแดงจะหายอันตรธานไปจากเราอย่างไม่มีสาเหตุ เพราะเชื่อว่าเทพเฒ่าจันทราจะนำด้ายแดงของเราไปพันผูกไว้กับคู่แท้ และหลังจากที่ด้ายแดงหายไปไม่นาน เพศตรงข้ามก็จะปรากฏตัวในชีวิตคุณราวกับเทพจับวางไว้ให้

ถือเป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้ใจวิจารณญาณ

 

วัดที่ 4

วัดฉงชิ่ง

(Chongqing Temple)

ด้ายแดงเทพเฒ่าจันทรา, ไต้หวัน

วัดขนาดเล็กที่ซ่อนตัวอยู่ในตรอกข้างหลัง National Museum of Taiwan Literature เป็นวัดที่สร้างมาตั้งแต่ปี 1778 รอดพ้นจากระเบิดในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 มาจนถึงวันนี้ วัดมีขนาดเล็กมากจนไม่ต้องพยายามมองหาแปลนของวัด เพราะเมื่อเดินเข้าไปก็จะเจอพระประธาน เทพซ้ายขวา และไม่มีพื้นที่ต่อไปยังด้านหลังแล้ว

ด้ายแดงเทพเฒ่าจันทรา, ไต้หวัน

เทพเฒ่าจันทราที่วัดนี้มีชื่อเสียงในด้านตามหาของและช่วยให้คนที่มีปากเสียงคืนดีกัน เชื่อว่าหากทะเลาะกับคนรักหรือคนรักหายไลน์ไม่ตอบ ให้มาที่วัดนี้แล้วคนโถน้ำส้มสายชูที่วางอยู่บนโต๊ะบูชา 3 ครั้ง ก็จะช่วยเปลี่ยนความสัมพันธ์ที่บาดหมางให้กลายเป็นดีได้ แต่ว่าตอนนี้โถน้ำส้มสายชูไม่ได้ตั้งไว้บนโต๊ะบูชาแล้ว หากต้องการจะทำการคนโถน้ำส้มสายชูที่ว่า โปรดติดต่อพนักงานที่นั่นแล้วเขาจะไปหยิบมาให้

ด้ายแดงเทพเฒ่าจันทรา, ไต้หวัน ด้ายแดงเทพเฒ่าจันทรา, ไต้หวัน

ใครจะรู้ว่าน้ำส้มสายชูจะมีฤทธิ์ทำละลายในสงครามน้ำลายได้

ครบ 1 วันที่ฉันทำภารกิจติดตามเทพเฒ่าจันทราทั้งสี่ สิ่งที่กระทบใจฉันที่สุดคงจะเป็นเทพเฒ่าจันทราที่วัดเทพเจ้าสงคราม ฉันมองยืนสังเกตการณ์มองหนุ่มวัยรุ่นผมทองมาคนเดียว กลุ่มเด็กหนุ่มใส่แว่นตาคงแก่เรียน และกลุ่ม 3 สาววัยรุ่นแล้วก็ได้แต่คิดว่า ในขณะที่พวกเขาพนมมือจุดธูปขอพรต่อเทพเฒ่าจันทรา ถ้าเพียงแค่พวกเขาเงยหน้าขึ้นมาและบังเอิญสบตากันบ้างล่ะก็…

บางทีพรที่ขออาจจะเป็นจริงเพียงภายในเวลาชั่วหนึ่งควันธูปก็ได้

ด้ายแดงเทพเฒ่าจันทรา, ไต้หวัน

ถ้าคุณมีประสบการณ์เดินทางแปลกใหม่จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญส่งเรื่องราวของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’

ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เราจะมีสมุดบันทึกปกหนังเทียมเล่มสวยส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

ศิรินันท์ วนิชนนทกุล

นักศึกษาป.โทเรียนอยู่เมืองไถหนัน,ไต้หวัน เสพติดชา เล่นกับหมาชิบะ(ของชาวบ้าน) และยังคงตกหลุมรักความน่ารักของเมืองนี้

Travelogue

พื้นที่บรรจุประสบการณ์เดินทางทั่วมุมโลก

24 มิถุนายน 2564
545

ผมก้าวลงจากเรือโดยสารสู่หาดสีดำที่ทอดตัวยาวไปไกล ในที่สุดผมก็มาถึงหมู่บ้านรานอน (Ranon) บนเกาะแอมบริม (Ambrym) ประเทศวานูอาตู (Vanuatu) ได้สำเร็จเสียที หลังจากรอนแรมแบบลืมวันลืมคืนนับหมื่นกิโลเมตรจากกรุงเทพฯ สู่สิงคโปร์ เพื่อเปลี่ยนเครื่องมายังบริสเบน (Brisbane) ประเทศออสเตรเลีย แล้วต่อเครื่องอีกครั้งมายังเมืองพอร์ต วิลา (Port Vila) เมืองหลวงของประเทศ เปลี่ยนเป็นเครื่องบินเล็กอีกครั้งเพื่อบินมายังเมืองเครกโคฟ (Craig Cove) เกาะแอมบริม ก่อนจะลงเรือโดยสารเป็นเฮือกสุดท้ายมายังหมู่บ้านรานอนอันไกลโพ้น โอย เหนื่อย

เที่ยววานูอาตูแต่ดันกลายเป็นคุณครูจำเป็น ทำเอาชาวบ้านกรี๊ดทั้งเกาะเพราะมาจากไทย

มนุษย์เอเจนซี่โฆษณาอย่างผมต้องประชุมนำเสนองานเป็นประจำ การพูด พูด และพูด จึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับอาชีพนี้ ดังนั้น เมื่อมีโอกาสพักร้อน ผมจึงเล็งเป้าหมายการเดินทางที่ไกลสุดขอบฟ้า เพื่อจะได้นั่งๆ นอนๆ โดยไม่ต้องสนใจใคร และที่ที่ผมเลือกสรรแล้วอย่างดีคือที่นี่ เกาะสวาทหาดสวรรค์ที่จะไม่มีใครมายุ่งกับผม 

ระยะเวลา 10 กว่าวันต่อจากนี้ คือเวลาที่ผมจะอยู่ในความสงบถึงขีดสุด

เที่ยววานูอาตูแต่ดันกลายเป็นคุณครูจำเป็น ทำเอาชาวบ้านกรี๊ดทั้งเกาะเพราะมาจากไทย

ป้าเอ็มม่า (Emma) คือเจ้าของบังกะโลที่ผมจะมาพักอยู่ด้วย เธอเป็นสตรีวัย 60 กว่าๆ ที่ยังแข็งแรงสดใสและดูอ่อนกว่าวัย ยิ่งเธอบอกว่าตลอด 10 กว่าวันนี้มีผมเป็นแขกเพียงคนเดียวของเธอ ผมยิ่งรู้สึกลิงโลดมากกว่าโดดเดี่ยว

แต่ผมกำลังจะได้รับรู้ความจริงในเวลาต่อมาว่าผมคิดผิด

“มาจากเมืองไทยเหรอ กรี๊ดดดดดดด” ป้าเอ็มม่ากรี๊ดออกมาอย่างจริงจัง

“โทนี่ จา เป็นยังไงบ้าง ป้าชอบโทนี่ จา มากๆ คนทั้งเกาะติดเรื่อง องค์บาก กันงอมแงม ทุกคนเป็นแฟนคลับโทนี่ จา กันทั้งนั้น” ป้าเอ็มม่ารัวใส่ผมไม่หยุด เธอชื่นชอบภาพยนตร์เรื่อง องค์บาก เอามากๆ เธอคลั่งไคล้ โทนี่ จา หรือ คุณจาพรม ยีรัมย์ อย่างเห็นได้ชัด และผมคือตัวเชื่อมของเธอกับดาราคนโปรด

ป้าเอ็มม่าออกเสียงองค์บากว่า อุ๊งบัก อย่างน่ารักจนผมต้องกลั้นยิ้ม และประโยคต่อมาก็คือ

“ถ้าป้าบอกคนในหมู่บ้านว่ามีแขกมาจากประเทศอุ๊งบักแล้วล่ะก็ รับรองทุกคนก็จะกรี๊ดเหมือนกัน” 

ที่บังกะโลไม่มีไฟฟ้า ไม่มีประปา มีแต่เรือนที่สร้างขึ้นจากต้นและใบมะพร้าวอย่างเรียบง่าย ในห้องมีเพียงมุ้งและฟูกนอนพร้อมหมอน 1 ใบที่แสนสะอาด ถ้าจะอาบน้ำก็ต้องเดินไปยังบ่อน้ำจืดที่ตั้งอยู่ห่างจากห้องไปเพียง 20 ก้าว แต่ถ้าอยากซื้อขนม ซื้อน้ำ หรือชาร์จแบตเตอรี่กล้องถ่ายรูป ก็ต้องออกแรงเดินเท้าราวๆ 15 – 20 นาที ไปยังร้านชำกลางหมู่บ้าน

เที่ยววานูอาตูแต่ดันกลายเป็นคุณครูจำเป็น ทำเอาชาวบ้านกรี๊ดทั้งเกาะเพราะมาจากไทย
เที่ยววานูอาตูแต่ดันกลายเป็นคุณครูจำเป็น ทำเอาชาวบ้านกรี๊ดทั้งเกาะเพราะมาจากไทย

ร้านชำเป็นเสมือนศูนย์รวมของทุกสรรพสิ่ง นี่มีแผงโซลาร์เซลขนาดใหญ่คอยดูดซับพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า จึงเป็นเพียงจุดเดียวของหมู่บ้านที่มีไฟฟ้าใช้ พอตกเย็น ใครๆ ก็พากันหอบลูกจูงหลานมานั่งดูแผ่น VCD กันเอิกเกริก และภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยมตลอดกาลคืออุ๊งบักหรือ องค์บาก นั่นเอง ส่วนสัญญาณโทรศัพท์กับไวไฟนั้นไม่ต้องพูดถึง โทรศัพท์มือถือทำหน้าที่ได้แค่ถ่ายรูป จะโทรหาใคร จะโพสต์เฟซบุ๊ก ส่งไลน์ หรือตอบอีเมลนั้นลืมไปเลย

วันรุ่งขึ้นผมเดินไปที่ร้านชำแต่เช้าเพื่อไปชาร์จแบตเตอรี่กล้องและมือถือ กะจะซื้อขนมมาตุนๆ ไว้เผื่อหิวเสียหน่อย เด็กๆ ที่เล่นอยู่แถวนั้นเห็นผมจึงรี่เข้ามา

“มาจากเมืองไทยใช่มั้ย” เด็กๆ กลุ่มหนึ่งเข้ามาถาม

“ใช่แล้ว ทำไมรู้ล่ะ” ผมสงสัย

“เมื่อวานเย็นเอ็มม่ามาบอกว่ามีแขกมาจากเมืองไทย เมืองอุ๊งบัก” เด็กๆ เฉลยให้ผมเข้าใจ

“มาต่อยกัน” เด็กๆ เริ่มเข้ามาชวนผมต่อย

“อะ…อะ…อะ…ไรนะ มาต่อยกัน เฮ้ย!!! ไอ้หนู” ผมเริ่มไปไม่เป็น

“ถ้านายมาจากเมืองอุ๊งบักจริงๆ นายต้องมีพลังเตะต่อยตีลังกาได้ ไหนโชว์หน่อยดิ๊” เด็กตื๊อ

เที่ยววานูอาตูแต่ดันกลายเป็นคุณครูจำเป็น ทำเอาชาวบ้านกรี๊ดทั้งเกาะเพราะมาจากไทย

กว่าจะชาร์จแบตโทรศัพท์และกล้องถ่ายรูปจนเต็ม ผมต้องออกแรงทำท่ากังฟูกับเด็กๆ หมู่บ้านรานอนไปหลายยก 

ไม่เพียงแต่เด็กๆ ที่ตื่นเต้นดีใจ ชาวบ้านเองก็ใช่ย่อย

“โทนี่ จา สบายดีมั้ย”

“เขาจะทำอุ๊งบักภาคต่อไปอีกหรือเปล่า”

“ตัวจริงเขาเตะต่อยได้แบบในหนังมั้ย หรือเก่งกว่ามาก”

“คนไทยเตะต่อยตีลังกาได้แบบนี้ทุกคนเลยใช่มั้ย”

อยู่ดีๆ ก็มีคุณพี่คนหนึ่งเดินมาแล้วพูดว่า

“แชง คู ยู ไน” เขากล่าวอะไรบางอย่างพร้อมทำท่าย่อเข่า เอามือซ้าย-ขวา มาทำคล้ายงาช้างอยู่ข้างจมูก

“อะไรนะ” ผมไม่แน่ใจว่าเขาทำอะไร

“แชง คู ยู ไน ไงล่ะ…จากเรื่อง ต้มยำกุ้ง ที่พระเอกตามหาช้างน่ะ” คุณพี่อธิบาย

ทีนี้ผมเข้าใจแล้วว่าเขากำลังจะบอกผมว่า “ช้างกูอยู่ไหน” ประโยคสำคัญที่พระเอกจะกล่าวย้ำตลอดตั้งแต่ต้นจนจบเรื่อง และผมต้องพยายามกลั้นหัวเราะอย่างสุดความสามารถ ความดังของจาพนมไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะเรื่อง องค์บาก แต่ยังรวมถึงภาพยนตร์เรื่อง ต้มยำกุ้ง ด้วย เขาคือทูตทางวัฒนธรรมคนสำคัญของเมืองไทยในประเทศวานูอาตู

บันทึกการเดินทางประเทศวานูอาตู หมู่เกาะๆ เล็กกลางมหาสมุทรแปซิฟิก ที่เที่ยวจนจบทริปแล้วจะกลายเป็นคนที่มีความสุขที่สุดในโลก

นับแต่นั้นมา ที่ผมคิดว่าจะอยู่เงียบๆ ก็เป็นไปได้ยาก เพราะเด็กๆ ชอบมาชวนผมเล่นกังฟูที่หาดรานอนเสมอ พวกเขามากันเป็นกลุ่ม มาชวนเล่นน้ำ เดินป่า ปีนเขา ไปไหนไปกันเป็นพรวน และเวลาที่ผมไปร้านชำเพื่อทำธุระอะไรก็ตาม ชาวบ้านจะเข้ามาทักทายอย่างเป็นมิตร จนเรากลายเป็นเพื่อนกันในที่สุด

วานูอาตูเคยเป็นอาณานิคมของทั้งอังกฤษและฝรั่งเศส ที่นี่มีโรงเรียนที่สอนทั้ง 2 ภาษา และเด็กๆ ก็พูดภาษาเหล่านี้ได้ดีพอๆ กับภาษาบิสลามา (Bislama) ซึ่งเป็นภาษาถิ่นของวานูอาตู ดังนั้น ภาษาจึงไม่เคยเป็นอุปสรรคเลย

หลังจากเฮฮาที่หมู่บ้านรานอนมาพักใหญ่ ผมก็อยากไปหมู่บ้านอื่นๆ บ้าง เอ็มม่าจึงให้ พี่เฟรดดี้ (Freddie) มาเป็นไกด์พาผมไป และผมเลือกเดินป่าไปที่หมู่บ้านฟันลา (Fanla)

บันทึกการเดินทางประเทศวานูอาตู หมู่เกาะๆ เล็กกลางมหาสมุทรแปซิฟิก ที่เที่ยวจนจบทริปแล้วจะกลายเป็นคนที่มีความสุขที่สุดในโลก

พี่เฟรดดี้มารับผมด้วยชุดที่บ้านสุดๆ รองเท้าไม่ต้องใส่ ในมือมีพร้าไว้คอยถางหญ้าที่ขึ้นรกชัฏตามรายทาง หมู่บ้านฟันลามีโรงเรียนที่มิชชันนารีฝรั่งเศสมาตั้งอยู่ จึงเป็นหมู่บ้านที่ใช้ภาษาฝรั่งเศสเป็นหลัก เช่นเดียวกับพี่เฟรดดี้

“เคยอ่านงานของอองเดร ฌี้ด มั้ย” พี่เฟรดดี้เอ่ย และทำให้ผมหงายเงิบไปเลย

“เอ่อ พี่หมายถึง André Gide คนที่เขียนเรื่อง La Symphonie Pastorale เหรอครับ” ผมเริ่มใช้สมองทำงานหนักมากในการนึกถึงวรรณกรรมฝรั่งเศส

“ใช่ แล้ววอลแตร์ล่ะ อ่านมั้ย” พี่เฟรดดี้ไม่หยุด และเริ่มชวนคุยเรื่องวอลแตร์พร้อมกับฌี้ด

ตาย ตาย ตาย นี่ผมกำลังอยู่ชั่วโมงวรรณคดีอยู่หรือเปล่า ผมต้องพยายามใช้ความสามารถในการชักจูงพี่เฟรดดี้ให้เบนความสนใจออกจากเรื่องวรรณกรรม และหันมาเล่าเรื่องชีวิตชาวประมงของพี่ที่ผมค่อยรู้สึกสงบขึ้นมาหน่อย ต่อมาผมได้เรียนรู้ว่าในยุคอาณานิคม ทั้งอังกฤษและฝรั่งเศสต่างพยายามเอาใจชาวเกาะให้หันมาเป็นพวก ทั้งสองชาติพยายามตั้งโบสถ์ สร้างโรงเรียน ห้องสมุด สถานีอนามัย เพื่อให้ชาวเกาะภักดี จึงไม่แปลกที่บางคนจะมีพื้นฐานการอ่านในขั้นเหลือเชื่อ

บันทึกการเดินทางประเทศวานูอาตู หมู่เกาะๆ เล็กกลางมหาสมุทรแปซิฟิก ที่เที่ยวจนจบทริปแล้วจะกลายเป็นคนที่มีความสุขที่สุดในโลก
บันทึกการเดินทางประเทศวานูอาตู หมู่เกาะๆ เล็กกลางมหาสมุทรแปซิฟิก ที่เที่ยวจนจบทริปแล้วจะกลายเป็นคนที่มีความสุขที่สุดในโลก

2 ชั่วโมงต่อมาผมก็มาถึงหมู่บ้านฟันลา เด็กๆ ออกมามองผมกันอย่างสนุกสนาน เพราะผมดูแตกต่างจากพวกเขามาก หมู่บ้านฟันลาเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่มีบ้านสานขึ้นอย่างง่ายๆ แต่ใส่สีสันเร้าใจสุดๆ พี่เฟรดดี้พาผมไปคารวะหัวหน้าหมู่บ้านตามธรรมเนียม เพื่อให้ผมได้รายงานตัวเสียก่อนว่าเป็นใคร มาจากไหน

“มาจากเมืองไทย งั้นก็ต้องรู้จักโทนี่ จา ด้วยสิ” ท่านหัวหน้าบอก ความดังของอุ๊งบักแผ่ไปทั่วทุกหย่อมหญ้าวานูอาตูจริงๆ

“บ่ายนี้ว่างมั้ย ไปลองสอนเด็กๆ หน่อยสิ เด็กๆ ต้องดีใจที่มีคนมาจากประเทศอุ๊งบักแน่ๆ เด็กๆ ที่นี่ติดหนังเรื่องนี้กันเกรียว” ท่านหัวหน้ากล่าว และผมก็พอจะนึกภาพออก

“สอนอะไรก็ได้ อย่างที่อยากสอน อะไรง่ายๆ สักครึ่งชั่วโมง เด็กๆ จะได้มีโอกาสรู้จักชาวต่างชาติ นะ นะ” หัวหน้าหมู่บ้านพยายามโน้มน้าวใจในขณะที่ผมกำลังครุ่นคิด

เกิดมาผมไม่เคยสอนหนังสือเด็กๆ เลยนะครับ ณ วินาทีนั้นผมคิดว่าผมคงจะปฏิเสธท่านหัวหน้าหมู่บ้านไม่ได้แน่ๆ และก็คงจะเป็นประสบการณ์ชีวิตที่น่าจดจำที่ผมได้มาเป็นคุณครูครั้งแรกที่ประเทศวานูอาตู

บันทึกการเดินทางประเทศวานูอาตู หมู่เกาะๆ เล็กกลางมหาสมุทรแปซิฟิก ที่เที่ยวจนจบทริปแล้วจะกลายเป็นคนที่มีความสุขที่สุดในโลก

พี่เฟรดดี้พาผมเดินไปยังโรงเรียนประถมต้นซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกล ตอนนั้นเด็กๆ ไปพักอยู่ที่ไหนสักแห่ง ทำให้ผมได้มีโอกาสเดินสำรวจในห้องว่าพวกเขากำลังเรียนเรื่องอะไรกัน ผมพบกระดาษวาดรูปพระอาทิตย์ลงสีสันน่ารัก พร้อมเขียนกำกับเป็นภาษาฝรั่งเศสว่า Le Soleil มีตารางการกระจายกริยาภาษาฝรั่งเศสเบื้องต้นอยู่สามสี่แผ่น ตอนนั้นผมรู้แล้วว่าผมต้องสื่อสารกับเด็กๆ ด้วยภาษาฝรั่งเศส แต่ผมจะสอนอะไรเหรอ การที่ท่านบอกว่าสอนอะไรก็ได้ง่ายๆ นี่มันยากมากๆ นะครับ

ไม่กี่นาทีต่อมาเด็กๆ ก็กลับมาจากช่วงพักทานของว่าง พี่เฟรดดี้พาผมไปแนะนำตัวกับคุณครู และคุณครูก็ดีใจมากที่ผมมาจากประเทศอุ๊งบัก และเมื่อคุณครูแนะนำตัวผมด้วยข้อมูลนี้ เด็กๆ ก็ร้องเย่! ออกมากันสนุกสนาน

บันทึกการเดินทางประเทศวานูอาตู หมู่เกาะๆ เล็กกลางมหาสมุทรแปซิฟิก ที่เที่ยวจนจบทริปแล้วจะกลายเป็นคนที่มีความสุขที่สุดในโลก

ตายล่ะ ผมจะต้องสอนเขาแล้วในวินาทีนี้ ผมจะสอนอะไร ผมจะสอนอะไร ในใจผมกรีดร้อง

‘ปิ๊ง’ ในวินาทีสุดท้ายที่ผมกำลังเดินไปหน้าห้องสมองน้อยๆ ก็กระซิบว่า ‘สอนร้องเพลงสิ’

มันเป็นคำตอบที่ใช่มากๆ 

เพลงที่ผมนึกออกในวินาทีนั้นคือเพลง Coucou Hibou เป็นเพลงที่เด็กฝรั่งเศสเล็กๆ จะร้องกัน กุ๊กูคือนกกาเหว่า ส่วนอิบูคือนกฮูก เนื้อเพลงกล่าวถึงนก 2 ชนิดที่ร้องโต้ตอบกันไปมา และต้องแบ่งเด็กเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งร้องกุ๊กูแทนเสียงนกกาเหว่า อีกกลุ่มร้องอิบูแทนเสียงนกฮูก และร้องสลับกันไปมา เด็กๆ น่าจะชอบ และเนื้อเพลงเป็นไวยากรณ์ภาษาฝรั่งเศสที่ไม่ยากเลย

“เอาล่ะน้องๆ วันนี้เราจะร้องเพลง Coucou Hibou ใครอยากเป็น Coucou ใครอยากเป็น Hibou บ้างครับ” ผมเริ่มเปิดการสอน

ได้ผล ได้ผล เด็กๆ แย่งกันเป็นนก 2 ชนิดนี้อย่างสนุกสนาน และผมก็แบ่งเด็กออกเป็น 2 กลุ่ม ก่อนจดเนื้อและร้องนำไปสองสามรอบ

Dans la forêt lointaine,

On entend le coucou.

Du haut de son grand chêne,

Il répond au hibou

Coucou Hibou Coucou Hibou Coucou Hibou Coucou

Coucou Hibou Coucou Hibou Coucou Hibou Coucou

ถ้าให้ผมแปลเป็นภาษาไทย ก็จะได้ประมาณว่า

ในป่าห่างไกล ได้ยินกาเหว่า

ส่งเสียงเร่งเร้า จากต้นโอ๊คใหญ่

นกฮูกได้ยิน ตอบไปทันใด

โต้กันฟังได้ ว่า “กุ๊กู” “อิบู”

กุ๊กู อิบู กุ๊กู อิบู กุ๊กู อิบู กุ๊กู

กุ๊กู อิบู กุ๊กู อิบู กุ๊กู อิบู กุ๊กู

เสียงร้องเพลงเจื้อยแจ้วของเด็กๆ ทำให้ผมรู้สึกมีความสุขมากๆ ยิ่งเวลาพวกเขาตั้งใจทำหน้าที่นกกาเหว่าหรือนกฮูกยิ่งดูน่ารัก เวลาครึ่งชั่วโมงบานปลายออกไปนิดหน่อย แต่คุณครูตัวจริงก็ไม่ได้ว่าอะไร ก่อนจะกลับผมถามเด็กๆ ว่าอยากทำอะไรก่อนจากกัน ทายซิครับว่าเด็กๆ ตอบว่าอะไร พวกเขาตอบว่า “ครูช่วยโดดตีลังกาแบบอุ๊งบักให้ดูหน่อยสิครับ” 

บันทึกการเดินทางประเทศวานูอาตู หมู่เกาะๆ เล็กกลางมหาสมุทรแปซิฟิก ที่เที่ยวจนจบทริปแล้วจะกลายเป็นคนที่มีความสุขที่สุดในโลก

พี่เฟรดดี้พาผมกลับมาส่งที่หมู่บ้านรานอนในเวลาค่ำ วันนี้เป็นวันที่สนุกจริงๆ หลังจากนั้นผมเลิกคิดถึงการปลีกวิเวกไปแล้ว ชาวเกาะน่ารักและเป็นมิตรมาก น้องๆ ยังมาเล่นกับผมอยู่ทุกวัน วันไหนมีตลาดนัด ผมก็ไปเดินเล่นกับป้าเอ็มม่าและช่วยถือของกลับบังกะโล ทุกคนเป็นเพื่อนกับผม และทุกคนรู้จักประเทศไทยเป็นอย่างดี

ตอนที่มาถึงใหม่ๆ ผมเคยคิดว่าที่เขาซี้เราขนาดนั้นก็เพราะภาพยนตร์เรื่อง องค์บาก ที่ชาวเกาะติดงอมแงม 

แต่มีมากกว่านั้น

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 13 มีนาคม ค.ศ. 2015 พายุไซโคลนแพม กำลังแรงกว่า 320 กิโลเมตรต่อชั่วโมงถล่มประเทศวานูอาตูเกือบทั้งประเทศ เกาะน้อยใหญ่เกือบทั้ง 87 เกาะอยู่ในสภาพยับเยิน เดือนตุลาคมปีนั้น ผมเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปยังหมู่บ้านรานอน เกาะแอมบริม ประเทศวานูอาตู และได้มีโอกาสพบเห็นร่องรอยความเสียหายที่ยังค้างคาอยู่

ในเวลาที่ชาวเกาะกำลังเดือดร้อนอย่างที่สุด พวกเขาได้รับ ‘ข้าว’ ที่รัฐบาลไทยส่งไปให้เป็นความช่วยเหลือแก่ประเทศเล็กๆ แห่งนี้ บนกระสอบข้าวมีข้อความเป็นภาษาอังกฤษอ่านได้ว่า ‘ด้วยความปรารถนาดีจากประเทศไทย’ ข้าวไทยนับเป็นความช่วยเหลือชุดแรกๆ จากนานาชาติที่มาถึงประเทศวานูอาตู มาถึงเกาะแอมบริม และมาถึงหมู่บ้านรานอนแห่งนี้

“You are our friend” 

เป็นประโยคที่ผมได้ยินจากเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ชาววานูอาตูบนเกาะนี้ทุกครั้งเวลาเขาเล่าเรื่องข้าวจากเมืองไทย

วานูอาตูเป็นหนึ่งในประเทศที่ดัชนีความสุขสูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก 

และตลอด 10 กว่าวันในประเทศนี้ ผมพบว่าผมได้กลายเป็นคนที่มีความสุขที่สุดในโลกเช่นกัน

บันทึกการเดินทางประเทศวานูอาตู หมู่เกาะๆ เล็กกลางมหาสมุทรแปซิฟิก ที่เที่ยวจนจบทริปแล้วจะกลายเป็นคนที่มีความสุขที่สุดในโลก

ถ้าคุณมีประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ โรงเรียนนานาชาติ’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เรามีหมวกรุ่นพิเศษจาก Painkiller Atelier X The Cloud ส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

โลจน์ นันทิวัชรินทร์

หนุ่มเอเจนซี่โฆษณาผู้มีปรัชญาชีวิตว่า "ทำมาหาเที่ยว" เพราะเรื่องเที่ยวมาก่อนเรื่องกินเสมอ ชอบไปประเทศนอกแผนที่ที่ไม่ค่อยมีใครอยากไป เลยต้องเต็มใจเป็น solo backpacker Instagram : LODE_OAK

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load