6 กุมภาพันธ์ 2564
3 K

ยุคที่วงการราเมนเบ่งบานที่สุดยุคหนึ่งในบ้านเรา ใครๆ ก็ต่างอยากลองชิมเส้น ซุป และหมูชาชูนุ่มๆ หอมๆ กัน คงพอได้ยินกันมาบ้างว่าราเมน เป็นอาหารญี่ปุ่นที่ปรับเปลี่ยนจากอิทธิพลของบะหมี่แบบจีน จนกลายเป็นอาหารประจำชาติของตัวเองได้อย่างแข็งแรง 

ยุคแห่งราเมนทำให้นึกถึงร้านอาหารร้านหนึ่งขึ้นมาได้ในใจครับ ร้านนี้ไม่ใช่ร้านราเมน และก็ไม่ใช่ร้านขายบะหมี่เสียทีเดียว ร้านนี้ชื่อว่า ร้านยุ้งฉาง อยู่ที่ซอยอารีย์สัมพันธ์ 6 เป็นร้านที่ขายอาหารจีน ที่พอลองสืบสาวราวเรื่องลงไป ก็เป็นอาหารจีนที่คิดใหม่ปรับใหม่โดยได้แรงบันดาลใจจากอาหารจีนแบบดั้งเดิม

เมนูที่ทำให้ทุกคนรู้จักร้านนี้คือเส้นเปี๋ยง เส้นสดดึงมือที่เป็นของจีน แต่ที่ผมเห็นว่ามันเกี่ยวพันกับราเมน ก็เพราะว่ามีบางส่วนที่เมนูเส้นของร้านนี้ที่เชื่อมโยงความเป็นราเมนอยู่มาก บางเมนูในร้านก็คิดขึ้นจากเมนูต้นกำเนิดของราเมนบางชนิดในญี่ปุ่นเลยครับ

ถ้าจะขอพูดแบบทึกทักเอาเองเสียหน่อย ก็อยากบอกว่าเมนูเส้นของร้านยุ้งฉางเป็นเส้นขนานตีคู่มากับราเมนแบบญี่ปุ่นก็ว่าได้ แต่เพียงไม่ได้หยุดที่ขนบการทำราเมนแบบญี่ปุ่น แต่ลึกลงไปถึงความคิดอาหารแบบจีนเลยทีเดียวครับ

ชิมตันตันเปี๋ยงเปี๋ยงเมี่ยน เส้นสดคลุกซอสหม่าล่า ต้นกำเนิดราเมนเผ็ดที่ร้านยุ้งฉาง

อาหารของยุ้งฉาง เป็นอาหารที่ แอร์-กุลพล สามเสน คิดขึ้นมาใหม่เกือบทั้งหมด แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะคิดขึ้นมามั่วๆ เขาจับเอาอาหารจีนหลายภูมิภาคมาผสมผสานกันอย่างเข้าใจ ด้วยส่วนผสมและรสชาติแบบจีนๆ ส่วนหนึ่งมาจากประสบการณ์ส่วนตัวที่ไปเรียน ไปชิม ไปฝังตัวอยู่ทั้งฮ่องกง และเซี่ยงไฮ้ และอีกส่วนหนึ่งก็มาจากจินตนาการของเขาเอง 

“ผมนึกถึงร้านอาหารจีนในบ้านเรา จะเป็นร้านอาหารที่อากงพาพ่อไป พ่อพาเราไป และก็อาจเป็นคนรุ่นเราที่จะพาลูกหลานเราไป เราเห็นว่าความต้องการของอาหารจีนไม่ได้ต้องการสร้างสรรค์ใหม่ แต่ต้องการเก็บรสชาติแบบดั้งเดิมให้เหมือนเดิมให้มากที่สุด

“แล้วผมก็เห็นว่าส่วนใหญ่มีแต่กวางตุ้งกับแต้จิ๋ว ไม่ค่อยมีจีนภูมิภาคอื่นๆ และยังไม่ค่อยมีใครที่ใส่ความครีเอทีฟให้กับอาหารจีนมากนัก ผมอยากทำร้านอาหารที่บิด ตีลังกากับอาหารจีนดู แต่ก่อนจะมาเปลี่ยนใหม่ เพิ่มเติม ผมก็ต้องไปเรียนรู้พื้นฐานให้มากที่สุดก่อน เลยไปลงเรียนทำอาหารจีนให้ถึงที่” แอร์เล่าที่มา

อาหารจีนของแอร์จะว่าไกลจากความคุ้นเคยจากลิ้นของคนไทยก็ได้ หรือจะว่าคุ้นเคยกันดีก็ไม่ผิด ส่วนใหญ่เป็นจีนทางเหนืออย่างส่านซี (Shaanxi) หรือเสฉวน (Sichuan) จีนติดทะเลทราย และเป็นหน้าด่านที่รับเอาอิทธิพลอาหารแบบแขกเข้ามาสู่จีนแผ่นดินใหญ่ แถบนั้นจะเน้นพวกเครื่องเทศหนักๆ และใช้เนื้อแกะเสียเป็นส่วนใหญ่ เป็นอาหารที่ออกจีนมุสลิมเลยล่ะครับ 

แต่ยุ้งฉางปรับอาหารให้เข้ากับคนไทยแล้วพอสมควร ใช้เนื้อหมูและเนื้อวัวมากกว่า และที่ว่าคุ้นลิ้นก็เป็นส่วนของอาหารเสฉวน พอบอกชื่อหม่าล่าก็คุ้นเคยและลิ้นชาขึ้นมาทันที รสแบบนี้เริ่มเป็นมิตรกับลิ้นคนไทยมาสักพักใหญ่แล้ว

เมื่อรวมกับฝีมือการทำบาร์บีคิวสไตล์ฮ่องกง พวกเป็ดย่าง หมูย่าง ที่แอร์สนใจจนถึงกับบินไปเรียนถึงที่ฮ่องกง พอมีอาหารหลายๆ ภูมิภาคผสมผสานกัน อาหารของร้านนี้ก็น่าจะเรียกว่าเป็นอาหารจีนรูปแบบใหม่ๆ และน่าจะหากินจากร้านอื่นไม่ได้แล้ว

ชิมตันตันเปี๋ยงเปี๋ยงเมี่ยน เส้นสดคลุกซอสหม่าล่า ต้นกำเนิดราเมนเผ็ดที่ร้านยุ้งฉาง
ชิมตันตันเปี๋ยงเปี๋ยงเมี่ยน เส้นสดคลุกซอสหม่าล่า ต้นกำเนิดราเมนเผ็ดที่ร้านยุ้งฉาง

ก่อนเล่าเรื่องอาหารอื่นๆ อยากจะเล่าถึงอาหารที่ทำให้คนรู้จักยุ้งฉางก่อน 

‘เปี๋ยงเปี๋ยงเมี่ยน’ เส้นแป้งสาลีสีขาว แผ่นแบนกว้าง เป็นอาหารขึ้นชื่อของส่านซี แบบที่เขาควงโชว์ในร้านชาบูนั่นก็เป็นเส้นเปี๋ยงแบบหนึ่ง และจะนุ่มจนดึงได้ยาว แต่ที่แอร์ทำขายในยุ้งฉาง เขาปรับให้เป็นเส้นหนึบๆ แบบที่ตนชอบ รู้สึกได้เคี้ยวกว่า ความนุ่มอาจไม่มาก แต่ลองชิมดู มันก็เคี้ยวสนุกปากจริงครับ

“ออริจินัลมันมีหลายแบบเลยครับ มีแบบผัดกับเนื้อแกะ แต่ถ้ากินกันตามบ้านเลยก็เส้นเปี๋ยงนี่แหละ ใส่กระเทียม ต้นหอม พริกป่น เกลือ น้ำตาล ซีอิ๊ว แล้วเขาก็จะเอาน้ำมันร้อนๆ ราดลงไป ให้มันเดือดปุดๆ ทีนี้กลิ่นของพวกเครื่องต่างๆ จะหอมขึ้นมาเลย เขากินเส้นเปี๋ยงนี้เป็นของว่างกัน” แอร์ช่วยเล่าให้เห็นภาพเมนูเปี๋ยงเปี๋ยงแบบต้นตำรับ

“แต่ผมอยากให้คนกินอิ่มในมื้อด้วย ผมเลยคิดจะขายเปี๋ยงให้อยู่ในระดับเดียวกับราเมน คือมีเนื้อสัตว์ มีซุป เลยเริ่มทำซุปเบสขึ้นมา แต่ซุปแบบจีนไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็แล้วแต่ ต้องใสไว้ก่อน ต้องสวย ต้องเคลียร์ 

“ผมเป็นคนชอบซุปที่ไม่ใส แต่ก็ไม่ข้นขนาดซุปทงคตสึแบบราเมน จริงๆ แค่อร่อยก็พอ แล้วซุปแบบไม่ใส ไม่ข้น ก็เข้ากับเส้นหนาๆ ดีกว่าด้วย”

ชิมตันตันเปี๋ยงเปี๋ยงเมี่ยน เส้นสดคลุกซอสหม่าล่า ต้นกำเนิดราเมนเผ็ดที่ร้านยุ้งฉาง
ชิมตันตันเปี๋ยงเปี๋ยงเมี่ยน เส้นสดคลุกซอสหม่าล่า ต้นกำเนิดราเมนเผ็ดที่ร้านยุ้งฉาง
เปี๋ยงเปี๋ยงเมี่ยน หมูสามชั้นตุ๋นย่าง ในซุปกระดูกหมูโครงไก่

ส่วนหมูแดง แอร์ถนัดในแบบของเขา เขาตีโจทย์ว่า ความแดงน่าจะเกิดจากการรมควัน

“ผมใช้ส่วนที่มันมากหน่อย เพื่อให้ทนการทำอาหารที่ต้องใช้เวลานานๆ ได้ เอาไปหมักซอส รมควันอีกรอบ แล้วค่อยย่างให้ด้านนอกเกรียมๆ อร่อยมาก” แอร์เล่าเรื่องหมูแดงของเขาด้วยความมั่นใจ 

หมูแดงหรือ Char Siu คือสิ่งเดียวกับหมูชาชูของราเมน ซุปที่แอร์เล่ามาก็เป็นไก่ หมู และเห็ดเบสซุปแบบเดียวกันกับที่ใช้ราเมน ยิ่งเส้นเปี๋ยงนั้นประกอบไปด้วยแป้งสาลี น้ำ และเกลือ ยิ่งใช่เข้าไปอีก เพียงแต่อยู่ในรูปทรงที่ต่างกันออกไป

ชิมตันตันเปี๋ยงเปี๋ยงเมี่ยน เส้นสดคลุกซอสหม่าล่า ต้นกำเนิดราเมนเผ็ดที่ร้านยุ้งฉาง
ชิมตันตันเปี๋ยงเปี๋ยงเมี่ยน เส้นสดคลุกซอสหม่าล่า ต้นกำเนิดราเมนเผ็ดที่ร้านยุ้งฉาง
หมูสามชั้นตุ๋นย่าง

นอกจากหมูแดงยังมีหมูสามชั้นตุ๋นหรือ Dong Po คือสามชั้นตุ๋นซอสที่คุ้นกันในชื่อเรียกว่า ‘คาคุนิ’ ของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นส่วนผสมในราเมนเช่นเดียวกัน

แอร์เริ่มต้นยุ้งฉางจากเส้นเปี๋ยง คิดว่าจะทำเส้นเปี๋ยงออกมาเป็นเมนูอะไรได้บ้าง นอกจากแบบซุปแล้ว แอร์เลือกทำเมนู ‘ตันตัน เปี๋ยงเปี๋ยง เมี่ยน’ สาเหตุเกิดจากการอยากได้ชื่อเรียกสนุกๆ เมนูนี้เกิดจากอาหารของ 2 จีน 2 ภูมิภาค คือเส้นเปี๋ยงที่เป็นของส่านซี และ ตันตันเมี่ยน บะหมี่ล่าเหมี่ยนดึงมือที่คลุกกับซอสรสเผ็ด เมนูโด่งดังของเสฉวน แอร์บอกว่า มันคือการผสมผสานอาหารของซานซีกับเสฉวน แบบที่ไม่ทำให้เอกลักษณ์ของอย่างใดอย่างหนึ่งหายไปเลย

ชิมตันตันเปี๋ยงเปี๋ยงเมี่ยน เส้นสดคลุกซอสหม่าล่า ต้นกำเนิดราเมนเผ็ดที่ร้านยุ้งฉาง
ตันตันเปี๋ยงเปี๋ยงเมี่ยน ซอสงาเสฉวนและหมูสับผัด
ตันตันเปี๋ยงเปี๋ยงเมี่ยน ซอสงาเสฉวนและหมูสับผัด

“ผมยังไม่เคยเจอตันตันเหมี่ยนที่ใช้เส้นเปี๋ยงมาก่อน ผมเลยลองทำเส้นเปี๋ยงแบบแห้งคลุกซอสเผ็ดดู อาจจะดึงซอสได้ไม่ดีเท่าเส้นแบบออริจินัล แต่สิ่งที่ดีกว่า คือการได้กินเส้นหนึบๆ กับหมูผัดเครื่องปรุงรวมกับซอสโต้วป้านเจี้ยง (Doubanjiang) เต้าเจี้ยวถั่วปากอ้าหมักของเสฉวน ปรุงด้วยเครื่องเทศอย่างฮวาเจียวหรือพริกเสฉวน และซอสงาบดที่เป็นหัวใจของตันตันเหมี่ยน ผสมกับน้ำมันพริก น้ำมันงาหนักๆ และใช้เครื่องแกงหม่าล่าที่ทำเอง และมีพริกกรอบเพิ่มเนื้อสัมผัสด้านบน คลุกกินรวมกัน มีเลม่อนให้บีบเพิ่มกลิ่น ผมว่าเข้ากับกลิ่นของฮวาเจียวดี” แอร์อธิบายแบบผมต้องกลืนน้ำลายตาม

หากเทียบกับราเมน เมนูนี้มาจากต้นกำเนิดเดียวกันกับตันตันเมนของญี่ปุ่นเลยครับ ตันตันเหมี่ยนของเสฉวนเป็นบะหมี่แบบซอสขลุกขลิก จากการขายแบบหาบหิ้ว เลยไม่สะดวกที่จะขายแบบมีซุปร้อน ญี่ปุ่นปรับให้เป็นบะหมี่แบบซุปรสเผ็ด แบบที่ยังคงความเผ็ดของพริกและความมันของงาบดอยู่ และสร้างเป็นตันตันเมนในรูปแบบของตัวเองได้อย่างแข็งแรงเช่นราเมน แต่ร้านยุ้งฉางขายเป็นแบบแห้งเช่นเดียวกับต้นตำรับ

อีกเมนูเปี๋ยงแบบแห้งที่อยากแนะนำคือ ‘เปี๋ยงไข่หมัก’ เมนูที่แอร์ทำขึ้นเพื่อให้นึกถึงเมนูเปี๋ยงแบบดั้งเดิมที่จะมีเส้นและเครื่องปรุง คือมีแค่เส้นเปี๋ยง น้ำมันงา ไข่หมัก และซอสที่ใช้หมักไข่ แล้วโรยหอมเจียวด้านบน เมนูนี้เรียบง่ายมาก แอร์ทำเพื่อต้องการโชว์เนื้อสัมผัสของเส้นเปี๋ยงโดยเฉพาะ มีแรงบันดาลใจจากเมนู Kamatama Udon เส้นอุด้งกับไข่แดงดิบ โรยต้นหอมของญี่ปุ่นที่แอร์ชื่นชอบ เพียงแต่รสชาติมีความเป็นจีนมากกว่า

เปี๋ยงเปี๋ยงเมี่ยน กับไข่หมักซอสน้ำมันงาและหอมเจียว
เปี๋ยงเปี๋ยงเมี่ยน กับไข่หมักซอสน้ำมันงาและหอมเจียว

ทั้งหมดที่ว่ามาเป็นแค่บางส่วนของเมนูที่ประกอบไปด้วยเส้นเปี๋ยง ยังมีซุปสดชื่นแบบมะนาวดอง ที่เป็นซุปเปี๋ยงกับเป็ดตุ๋น หรือเส้นเปี๋ยงกับหมูสับผัดผงกะหรี่ เมนูที่ได้แรงบันดาลใจจากก๋วยเตี๋ยวราดหน้าผงกะหรี่ตอกไข่ดิบอาหารในความทรงจำด้วย 

ส่วนใครที่อยากเปลี่ยนจากเส้นเปี๋ยงหนึบๆ เป็นการสูดเส้นบะหมี่ให้ใกล้เคียงราเมนไปเลย ที่ร้านมีบะหมี่ไข่สั่งทำพิเศษ ไม่ใส่สีและวัตถุกันเสียให้เปลี่ยนได้กับทุกเมนูด้วยครับ

แอร์ย้ำเสมอว่า ร้านยุ้งฉางของเขาเป็นร้านอาหารจีนที่ไม่ได้ขายเฉพาะบะหมี่ ซึ่งผมก็เห็นด้วย อาหารหลายจานที่นอกเหนือจากเปี๋ยง เป็นอาหารที่ผมคิดว่าผ่านการทดลองของแอร์มาจนเป็นรสเฉพาะตัวแล้วหลายจาน โดยเฉพาะอาหารที่ต้องผ่านการผัดโดยกระทะแบบจีน

การผัดอาหารของแอร์เปลี่ยนความคิดของผม ที่เคยคิดว่าอาหารจีนจะต้องชุ่มน้ำมันไปโดยสิ้นเชิง เขาเล่าว่าคนมักคิดว่าการผัดด้วยกระทะเหล็กต้องใช้น้ำมันเยอะแล้วผัด ที่จริงน้ำมันในกระทะน้อยมาก ใช้แค่เพื่อเคลือบกระทะเท่านั้น นอกนั้นเป็นการคุมความร้อน และการเก็บความร้อนของกระทะให้ได้อย่างใจ 

ข้าวผัดยุ้งฉางมีกลิ่นหอมกระทะ ลักษณะการผัดเกือบเป็นการคั่วแห้ง แต่เมล็ดข้าวก็เงางามด้วยน้ำมันบางๆ จนทั่ว คลุกเคล้ากับหมูย่างเอาไปสับ และผักดองสับ รวมกับหอมเจียว ก็พอเห็นวิธีการผัดในสไตล์แบบแอร์ได้บ้างแล้ว หรือผัดถั่วแขกก็แห้งแบบไม่มันเยิ้มเลย

ใครก็ตามที่เป็นแฟนเมนู ม่าโผวโต้วฝู่ อยากให้ลองแบบฉบับยุ้งฉาง เป็นเต้าหู้ผัดแบบเสฉวนที่ปรับนิดปรับหน่อยจนได้สูตรที่ต้องสั่งมาชิม

ชิมตันตันเปี๋ยงเปี๋ยงเมี่ยน เส้นสดคลุกซอสหม่าล่า ต้นกำเนิดราเมนเผ็ดที่ร้านยุ้งฉาง
ม่าโผวโต้วฝู่ และ ผัดถั่วแขก
ม่าโผวโต้วฝู่ และ ผัดถั่วแขก

ล่าสุดแอร์กำลังหมกมุ่นอยู่กับการทำเป็ดย่างรมควัน เขาใช้เวลาเกือบ 20 นาทีในการปรุงเมนูนี้เมนูเดียว ไม่รวมเวลาที่ต้องเตรียมมาก่อนหน้านี้อีกหลายวัน เมนูนี้น่าจะขายเป็นเมนูพิเศษในร้านช่วงใดช่วงหนึ่ง อาหารพิเศษบางจาน อาจจะมาไม่บ่อย ต้องถ้าเจอแล้วสั่งเลย อย่าให้พลาดนะครับ

ชิมตันตันเปี๋ยงเปี๋ยงเมี่ยน เส้นสดคลุกซอสหม่าล่า ต้นกำเนิดราเมนเผ็ดที่ร้านยุ้งฉาง

ยุ้งฉาง

อารีย์สัมพันธ์ ซอย 6 (แผนที่)

เปิด-ปิด 11.00 – 21.00 น.

โทรศัพท์ : 09 0976 4686

Facebook : ร้านอาหารยุ้งฉาง

Writer

จิรณรงค์ วงษ์สุนทร

Art Director และนักวาดภาพประกอบ สนใจเรียนรู้เรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลังของอาหารกับกาแฟ รวบรวมทั้งร้านที่คิดว่าอร่อย และความรู้เรื่องอาหารไว้ที่เพจถนัดหมี และรวมร้านกาแฟที่ชอบไปไว้ใน IG : jiranarong2

Photographers

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

จิรณรงค์ วงษ์สุนทร

Art Director และนักวาดภาพประกอบ สนใจเรียนรู้เรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลังของอาหารกับกาแฟ รวบรวมทั้งร้านที่คิดว่าอร่อย และความรู้เรื่องอาหารไว้ที่เพจถนัดหมี และรวมร้านกาแฟที่ชอบไปไว้ใน IG : jiranarong2

Full Course

เปิดสูตรลัดเรื่องรสชาติและความสัมพันธ์ของมนุษย์กับอาหาร ผ่านการนั่งกินอาหารกับเชฟ

9 กุมภาพันธ์ 2561
10 K

ผัก ปู หนังควาย ไข่มดแดง

คนอีสานมีความสามารถนำของตามฤดูกาลธรรมชาติแทบทุกอย่างมาทำเป็นอาหารได้ จากการกินเพื่อเอาชีวิตรอดในความแร้นแค้น กลายเป็นวัฒนธรรมการกินที่มีความหลากหลายอย่างน่าสนใจ

ผมคิดขณะเดินตามหลัง เชฟหนุ่ม-วีระวัฒน์ ตริยเสนวรรธน์ เชฟและเจ้าของร้านซาหมวย & ซันส์ เดินตลาดเช้าในจังหวัดอุดรธานี ความน่าตื่นตาตื่นใจของวัตถุดิบที่ไม่รู้จักและไม่เคยเห็นตามซูเปอร์มาร์เก็ตกว่าครึ่ง หนังควาย แมงตับเต่า เห็ด และผักที่ไม่คุ้นเคยอีกหลายชนิดวางเรียงรายเต็มสองข้างทาง

เชฟหนุ่มดูเช็กลิสต์ในมือ ก่อนเดินลุยตลาดแวะแผงนั้นแผงนี้ด้วยความคุ้นเคย

ตลาด

——

ผมได้ยินชื่อร้านซาหมวย & ซันส์ เมื่อหลายปีก่อน ทราบคร่าวๆ ว่าชื่อร้านมาจากชื่อคุณแม่ซาหมวย และลูกชายทั้งสองคนคือ เชฟหนุ่ม และ เชฟโจ้-วรวุฒิ ตริยเสนวรรธน์ น้องชาย ที่มีความตั้งใจอยากกลับมาอยู่บ้านเกิดที่อุดรธานี และอยากทำอาหารที่อร่อย ใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นมาทำอาหารในแบบที่ตัวเองอยากนำเสนอ

ซาหมวย & ซันส์

เวลาผ่านไป ผมได้ยินชื่อเชฟหนุ่ม ซาหมวย อีกครั้งจากการเข้าป่าไปเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชนปกาเกอะญอที่บ้านหินลาดใน เชฟหนุ่มเป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่เริ่มต้นเข้าไปเรียนรู้เรื่องป่ากับชาวบ้าน

สิ่งที่เชฟหนุ่มทำก่อนหน้านี้ คือการใช้วัตถุดิบท้องถิ่นอีสาน ผักพื้นบ้าน และภูมิปัญญาดั้งเดิมมาเล่าเรื่องใหม่

ขณะเดินสำรวจป่ากับชาวบ้าน เชฟหนุ่มตื่นตาตื่นใจกับความอุดมสมบูรณ์ของป่าที่หินลาดใน วัตถุดิบท้องถิ่นที่แปลกใหม่ และภูมิปัญญาการใช้วัตถุดิบ แต่สิ่งที่ได้กลับออกมาจากป่ามีมากกว่านั้น นั่นคือความคิดที่เปลี่ยนไป

เชฟหนุ่มเกิดคำถามมากมายต่อสิ่งที่ตัวเองทำ และหน้าที่ของมนุษย์ต่อธรรมชาติ

ธรรมชาติสามารถอยู่ด้วยตัวเองได้ แล้วมนุษย์มีหน้าที่อะไร?

เชฟหนุ่มได้เรียนรู้สิ่งที่ชาวปกาเกอะญอทำ คือการรักษาป่า มนุษย์ถูกสร้างมาพร้อมความฉลาดเฉลียว ความฉลาดของมนุษย์มีทั้งการนำไปใช้ในทางที่ผิดอย่างการทำลายธรรมชาติ แต่สิ่งที่ทำได้เช่นกันคือนำสิ่งนั้นไปใช้รักษาธรรมชาติ

เชฟหนุ่มอยากเล่าสิ่งที่ตระหนักได้ผ่านสิ่งที่ถนัด คืออาหาร

เชฟหนุ่ม-วีระวัฒน์ ตริยเสนวรรธน์

ผมพบเชฟหนุ่มครั้งแรกเมื่อตอนมื้อค่ำพิเศษ ที่ร้าน Bo.lan เชฟหนุ่มกับเชฟแบล็กทำอาหารเพื่อสื่อสารเรื่องความอุดมสมบูรณ์ของป่าที่กำลังจะหายไป เชฟหนุ่มใช้วัตถุดิบจากป่าแถบอีสานมาทำอาหารในมื้อนั้น บ่งบอกถึงเรื่องราวว่าป่ากำลังจะหายไป กลายเป็นไร่อ้อย วัตถุดิบในแต่ละจานถูกปรุงเป็นอาหารรสดี สิ่งที่ซ่อนอยู่ในแต่ละจานคือวัตถุดิบจากป่าอีสานที่แสดงให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ และกำลังจะหมดไปในไม่ช้า

อาหารมื้อนั้นถูกบอกเล่าถึงปัญหาจากลูกอีสานตัวจริง

และอาหารมื้อนั้นก็เป็นจุดเริ่มต้นความสนใจของผมในเรื่องป่า เรื่องธรรมชาติ เริ่มต้นความสนใจในความคิดที่อยู่ในอาหารของเชฟหนุ่ม และรีบหาโอกาสไปลองชิมอาหารที่ร้านซาหมวย & ซันส์ให้ได้เมื่อมีโอกาส

ห้องครัว ทำอาหาร

——-

อาหารของซาหมวย & ซันส์เป็นอาหารไทยประยุกต์ เชฟหนุ่ม และเชฟโจ้ น้องชาย ร่วมกันทำอาหารโดยที่เชฟหนุ่มเป็นผู้เล่าเรื่องราวต่างๆ และเชฟโจ้ผู้ช่ำชองศาสตร์การทานอาหารเป็นยาเป็นคนสอดแทรกเรื่องการสร้างความสมดุลให้กับร่างกายเข้าไปในมื้ออาหารอย่างแยบยล

อาหารในร้านสามารถสั่งได้ทั้งแบบเป็น a la carte ทีละเมนู หรือจะกินแบบ tasting menu เสิร์ฟเป็นคอร์ส ที่วัตถุดิบจะเปลี่ยนไปตามฤดูกาลต่างๆ ก็ได้ครับ แต่ผมแนะนำว่าหากเคยไปชิมครั้งแรก น่าลองเลือกเป็นแบบ tasting menu เพราะจะได้กินของตามฤดูกาล ฟังเรื่องราวและการสอดแทรกลำดับการกินที่คิดถึงเรื่องความสมดุลของร่างกายที่คิดมาแล้วทุกจานครับ

ในช่วงที่ผมไปลองทานที่ร้าน เชฟเพิ่งออกสำรับใหม่พอดิบพอดีครับ ชื่อว่า ‘ฤดูสำรับ ฉบับปัจจุบัน’

 

ประตูสู่อีสาน

ประตูสู่อีสาน ใบมะม่วงอ่อน

เมนูที่มีแรงบันดาลใจจากเมี่ยงผู้ไท ที่ประกอบด้วยมะขามเปียกตำปลาร้า และวุ้นมะพร้าวปรุงรส ใส่ไข่มดแดงที่เมื่อเช้าขณะเดินตลาด ผมเห็นชาวบ้านเอามาวางขายเรียงรายกันแทบทุกแผง เป็นวัตถุดิบที่ได้ยินแล้วก็นึกถึงความเป็นอีสานได้อย่างชัดเจน ด้านในคือโฟมน้ำบักสีดา ปกติเมี่ยงผู้ไทจะกินคู่กันกับผักประเภทเปรี้ยวฝาด เชฟเลยเลือกใบมะม่วงอ่อน ดอกมะม่วง ยอดผักติ้ว ที่กำลังออกในช่วงปลายฤดูหนาวเข้าสู่ฤดูร้อน ห่อมาเหมือนรังมดแดง ยกกินคำเดียวแบบเมี่ยง ใบไม้เปรี้ยวช่วยเรียกน้ำลายพร้อมรับเมนูต่อไปได้อย่างดี

 

กุ้งอบเกลือกับข้าวเหนียวหัวหงอก

กุ้งอบเกลือ

กุ้งลายม้าอบด้วยเกลือ ทานคู่กับซอสสองชนิด คือซอสผลไม้อีสาน หมากผีผ่วน ผลไม้ป่าแถบอีสาน ปรุงด้วยพริกแกงผิวมะกรูด เกลือ เพิ่มความเผ็ดด้วยพริกขี้หนู ส่วนซอสหัวกุ้ง เชฟหนุ่มเอามันกุ้งเหลือใช้จำนวนมากมาทดลองเพื่อใช้ประโยชน์ให้ได้มากกว่าการทิ้ง เลยเอาหัวกุ้งมาหมักเกลือ มันจะแยกชั้น แล้วเอาข้าวคั่วและจุลินทรีย์หมักต่ออีกเป็นเดือน ผลที่ได้คือซอสที่รสคล้ายกุ้งจ่อมหรือกุ้งหมัก และคล้ายกับเต้าเจี้ยว แถมยังมีกลิ่นคล้ายปลาร้าและผลไม้ด้วย ผลจากการการทดลองเลยได้ซอสที่รสซับซ้อนและอร่อยออกมาใช้ ส่วนข้าวเหนียวหัวหงอกสีเขียวได้สีสวยมาจากน้ำผักชีปรุงรสด้วยเกลือ และคลุกมะพร้าว โรยด้านบนด้วยกะหล่ำดองรสเปรี้ยว

 

หลนแหนมกับปู

ปู

ปูส่วนกรรเชียงกับซอส 2 แบบ มีซอสหลนแหนมรสนัวที่ทำเองในร้าน และซอสไข่เค็มอยู่ด้านล่าง วางด้านบนเป็นเมอแรงก์ไข่ขาวที่เหลือจากการทำซอสไข่เค็ม กับจาวตาลที่มีสรรพคุณช่วยชะล้างตับและระบบปัสสาวะ

 

ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว

ปลานึ่ง ปลานึ่ง

ใช้ทุกอย่างที่อยู่ในนา ปลานึ่งกับข้าวหมากห่อด้วยใบเปล้าที่คนอีสานเอาไว้ใช้อยู่ไฟ บางที่ก็เอาใบเปล้ามาก่อข้าวเหนียวนึ่งให้กลิ่นหอมให้เด็กที่เบื่ออาหารกิน เชฟเลยเอาวิธีนี้มาใช้กับปลาเพื่อเพิ่มความหอมให้กับเนื้อปลา ส่วนน้ำแกงใช้น้ำสต๊อกปูนา ใช้เนื้อปูมาทำลูกชิ้นปู ส่วนมันปูนาเอาทำพริกเผาปู และในแกงยังใส่น้ำสกัดจากข้าวสาลีอีกด้วย ครบองค์ตามชื่อในน้ำมีปลาในนามีข้าว

 

ภาพลวงตาในมลภาวะ

Illusion

คอหมูย่าง

จานนี้ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังได้กินอาหารในบทบาทของงานศิลปะ abstarct เลยครับ เชฟต้องการสื่อสารว่าอ้อย ข้าวโพด ทำเงินให้เกษตรกรก็จริง แต่มันเป็นภาพลวงตา สิ่งที่ได้มามันคือสารเคมีที่เป็นมลภาวะทำลายสิ่งแวดล้อม จานนี้ประกอบด้วยคอหมูย่างโรยผงโกโก้นิบ ปรุงรสด้วยพริกป่น พริกไทยกำปอด กินกับผักปลัง และกลอยที่ทำแบบแกงส้ม ไฮไลต์อยู่ที่ซอสสีเหลืองซึ่งคือข้าวโพดกับกระชายปั่นรวมกันแล้วเอาไปแช่กับป๊อปคอร์น ส่วนซอสสีดำได้มาจากอ้อยดำ ปรุงรสด้วยบากะเออ หรือผักดองของชาวเขา ปรุงรสด้วยพริกไทยสด และส่วนประกอบที่น่าสนใจอย่างเหล้ารัมจาก Issan Rum เหล้ารัมจากหนองคายจังหวัดเพื่อนบ้าน ที่รับซื้ออ้อยดำเพื่อสนับสนุนให้ชาวบ้านรอบข้างปลูกแบบออร์แกนิกเพื่อนำมาทำรัม ทดแทนการปลูกอ้อยแบบสารเคมี ซึ่งเชฟหนุ่มพาผมไปดูถึงโรงกลั่นวันก่อนหน้านี้ 

 

แกงป่า เป็ดย่าง กับข้าวหลาม

แกงป่า ข้าวหลาม

เมื่อทำเมนูแกงป่า เลยคิดขึ้นว่าถ้าเข้าป่าจะกินแกงคู่กับอะไรดี เชฟเลยนึกถึงข้าวหลามที่เป็นวิธีการทำอาหารแบบง่ายๆ สำหรับนักเดินป่า ทำให้ผมนึกเห็นด้วย เพราะเวลาผมตามเชฟหลายๆ คนเข้าป่า เชฟมักจะเลือกใช้วิธีหลามจากการใช้กระบอกไม้ไผ่ที่หาได้รอบๆ ตัว กับเมนูหลายๆ อย่าง ข้าวหลามที่ใช้ในจานนี้เป็นข้าวเหนียวที่นำมาหลามปรุงแบบข้าวหมกไก่ ผสมผลไม้แห้งเข้าไปด้วย ส่วนแกงป่าที่มีรสเผ็ดร้อน เผ็ดเย็น จากสมุนไพรหลายอย่างที่เป็นส่วนผสม ฤทธิ์เผ็ดร้อนจากเร่ว พริก และดีปลี  เมื่อผสมกับฤทธิ์เผ็ดเย็นจากขิงป่า เวลาซดน้ำแกงแล้วจะรู้สึกวูบวาบอยู่ในลำคอและอก ผักที่ใช้มีรสเป็นด่างอย่างผักขี้หูด หัวปลี และความขมจากยอดอ้อย  

 

แกงจืดแตงกวากับฟักเขียว

แกงจืดแตงกวา

ปิดท้ายด้วยอาหารคาวที่เป็นฤทธิ์เย็น กินหลังจากแกงป่า น้ำซุปได้รสเค็มจากหอยลายและน้ำซุปไก่ดำตุ๋น ให้รสเปรี้ยวด้วยผักดอง เมนูนี้เป็นเมนูปิดท้ายเพื่อให้ความเปรี้ยวและฤทธิ์เย็นปรับสมดุล ด้วยการไล่ฤทธิ์ต่างๆ จากเมนูก่อนหน้านี้ลงไปให้หมด เป็นอันจบมื้อที่รู้สึกโล่งและสบายตัว

——-

ร้านอาหาร เชฟหนุ่ม

จากวันที่เปิดร้าน และเห็นสิ่งที่ตัวเองเชื่อและทำมา ภาพรางๆ เริ่มชัดขึ้นเมื่อได้ไปเดินสำรวจการอยู่ร่วมกับป่า ทำให้มั่นใจขึ้นว่าสิ่งที่ตัวเองทำนั้นชัดเจนขึ้นและมาถูกทางแล้ว

เชฟหนุ่มบอกว่าการรักษาธรรมชาติและต่อสู้เพื่อรักษาอะไรบางอย่างไว้ยังมีอีกมาก อย่างการรักษาความอุดมสมบูรณ์และความหลากหลายของวัตถุดิบอาหารในท้องถิ่นอีสานที่เชฟหนุ่มตั้งใจ

เชฟไม่ได้กลัวภูมิปัญญาหายไป แต่กลัววัตถุดิบจะหายไปมากกว่า เราคิดภูมิปัญญาการกินใหม่ๆ ขึ้นมาได้ตลอด ตราบใดที่วัตถุดิบยังอยู่ แต่ถ้าวัตถุดิบหายไปทุกอย่างมันก็จะหายไปตลอดกาล

ห้องครัว

  1. ร้านซาหมวย & ซันส์

เวลาเปิด-ปิด 11.00 – 14.30 น. และ 17.00 – 21.30 น. (ปิดวันจันทร์)

โทร 099 473 6464

Writer & Photographer

จิรณรงค์ วงษ์สุนทร

Art Director และนักวาดภาพประกอบ สนใจเรียนรู้เรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลังของอาหารกับกาแฟ รวบรวมทั้งร้านที่คิดว่าอร่อย และความรู้เรื่องอาหารไว้ที่เพจถนัดหมี และรวมร้านกาแฟที่ชอบไปไว้ใน IG : jiranarong2

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load