25 พฤศจิกายน 2563

เมื่อเรานึกถึงย่างกุ้ง เราจะนึกถึงอะไร เจดีย์ชเวดากอง เทพทันใจ พระนอนตาหวาน ชาพม่า แหล่งขยายการค้าและการลงทุนที่ยังเป็นโอกาสของคนไทยเสมอ หรือพานคิดไปถึง ‘กุ้งย่าง’ (เป็นความพยายามในการใส่กิมมิกผ่านการเล่นคำในภาษาไทยเท่านั้น) 

หากลอง Zoom In เข้าไป คุณจะสัมผัสถึงความรุ่มรวยและสีสันทางวัฒนธรรมของย่างกุ้ง อันเกิดจากการผสมผสานของความหลากหลายวัฒนธรรมใน ได้แก่ วัฒนธรรมพม่า (Bamar) วัฒนธรรมจากชาติพันธุ์อีก 134 เชื้อชาติ และวัฒนธรรมจากต่างแดน โดยเฉพาะอินเดีย จีน โปรตุเกส และอังกฤษ จึงไม่ต้องแปลกใจ ถ้าคุณจะเห็นทั้งเจดีย์ โบสถ์ มัสยิด และวัดแขก ตั้งอยู่ติดกัน

แม้ว่าย่างกุ้งจะกลายเป็นอดีตเมืองหลวง (ปัจจุบัน ย้ายไปอยู่ที่กรุงเนปยีดอซึ่งอยู่ห่างไปทางตอนเหนือของย่างกุ้งประมาณ 200 ไมล์) แต่ก็ยังคงเป็นมหานครศูนย์กลางด้านธุรกิจ การเงิน การค้า การลงทุน ตลอดจนเป็นศูนย์กลางของการเซ็ตเทรนด์ให้สังคมและวัฒนธรรมเมียนมาสมัยใหม่

ตึกรามที่แข่งกันขึ้นสูงเบียดเสียดไปบนท้องฟ้า รถราที่คลาคล่ำ และประชากรจากทั่วสารทิศที่หลั่งไหล
ไปหาโอกาสในการยกระดับความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น นำมาสู่ความท้าทายของย่างกุ้งในการพัฒนาเมือง (Urban Development) แก้ปัญหามลภาวะและความแออัดของประชากรในพื้นที่เขตเมือง ไม่ต่างจากเมืองใหญ่หลายแห่งบนโลก 

#YGNWalls เปลี่ยนกองขยะหลังตึกใจกลางเมืองให้เป็นสนามเด็กเล่นและที่ชมศิลปะของคนย่างกุ้ง
ภาพ : english.dvb.no
#YGNWalls เปลี่ยนกองขยะหลังตึกใจกลางเมืองให้เป็นสนามเด็กเล่นและที่ชมศิลปะของคนย่างกุ้ง
ภาพ : www.bangkokpost.com

ย่านเมือง (Downtown) ของย่างกุ้งจะแบ่งเป็นซอยเล็กเรียงรายไปด้วยตึกแถวสูง 4 – 6 ชั้น ซึ่งเป็นทั้งสำนักงาน ร้านค้า และที่อยู่อาศัย และด้านหลังของแต่ละซอยจะมีทางเดินหลังบ้านเล็กๆ อยู่ข้างหลัง อาจด้วยความหนาแน่นของประชากร จึงทำให้เกิดปัญหาเรื่องการบริการจัดการเพื่อกำจัดขยะในเขตเมือง อันนำไปสู่ปัญหาขยะล้นซอย ก่อให้เกิดมลภาวะ ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในย่างกุ้งในช่วงเวลาหนึ่ง อีกทั้งคนย่างกุ้งก็ยังเคยประสบปัญหาการเข้าถึงพื้นที่สาธารณะและพื้นที่สีเขียว ซึ่งเมื่อเทียบกับประชากรต่อหัวแล้วถือว่ายังมีน้อยมาก

Yangon City Development Committee (ลักษณะคล้ายกรุงเทพมหานครในฐานะองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น) Yangon Heritage Trust (กองทุนซึ่งมีบทบาทสำคัญในการบูรณะและปรับปรุงตึกสไตล์โคโลเนียลในเขตเมืองให้เป็นร้านค้า ร้านอาหาร ร้านชาพม่า และ Art Gallery) Doh Eain (กิจการเพื่อสังคมที่มีบทบาทสำคัญในการช่วยพัฒนาเมืองของย่างกุ้ง ซึ่งมีสมาชิกทั้งชาวเมียนมาและชาวต่างชาติ) กอปรกับการสนับสนุนจากสถานทูตและหน่วยงานจากต่างประเทศจึงผลักดันการพัฒนาปรับปรุงซอยเล็กๆ ดังกล่าวให้กลายสภาพจากทางเดินที่เต็มไปด้วยขยะ เป็นทางเดินพื้นที่สาธารณะ

เผื่อท่านใดที่สงสัยว่า แล้วทำไมหน่วยงานต่างประเทศโดยเฉพาะสถานทูตต้องไปให้การสนับสนุนการปรับปรุงพัฒนาเมืองของประเทศอื่นๆ ด้วย ผมคงตอบได้ว่า นอกจากจะเป็นการแสดงไมตรีจิตให้ประเทศเจ้าบ้านแล้ว ยังเป็นการร่วมมือร่วมใจของแต่ละประเทศในการทำให้โลกนี้ดี น่าอยู่ และยั่งยืนขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals-SDG) ของสหประชาชาติ โดยเฉพาะเป้าหมายที่ 11 คือการทำให้เมืองและการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์มีความปลอดภัย ทั่วถึง พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาอย่างยั่งยืน

นี่คือเครื่องพิสูจน์ว่า การทูตไม่ใช่เรื่องไกลตัวแต่อย่างใด เพราะมันคือปัจจัยที่ช่วยกระตุ้นการสร้างความเชื่อมโยงของความสัมพันธ์ในทุกระดับทั้งรัฐบาล ภาคเอกชน และประชาชน (หากท่านใดสนใจเพิ่มเติม ผมขอชวนท่านลองไปอ่านบทความของ พี่กิ๊ก-อาทิตย์ ประสาทกุล ที่พูดถึงเรื่องการใช้ศิลปะในการเชื่อมความสัมพันธ์ระดับประชาชน

#YGNWalls เปลี่ยนกองขยะหลังตึกใจกลางเมืองให้เป็นสนามเด็กเล่นและที่ชมศิลปะของคนย่างกุ้ง
#YGNWalls เปลี่ยนกองขยะหลังตึกใจกลางเมืองให้เป็นสนามเด็กเล่นและที่ชมศิลปะของคนย่างกุ้ง
#YGNWalls เปลี่ยนกองขยะหลังตึกใจกลางเมืองให้เป็นสนามเด็กเล่นและที่ชมศิลปะของคนย่างกุ้ง
#YGNWalls เปลี่ยนกองขยะหลังตึกใจกลางเมืองให้เป็นสนามเด็กเล่นและที่ชมศิลปะของคนย่างกุ้ง
#YGNWalls เปลี่ยนกองขยะหลังตึกใจกลางเมืองให้เป็นสนามเด็กเล่นและที่ชมศิลปะของคนย่างกุ้ง

กำแพงศิลปะ

ย่างกุ้งเป็นเมืองที่ฝนตกชุกกินระยะยาวตั้งแต่ปลายเมษายน-ปลายตุลาคมในทุกๆ ปี จึงทำให้สีของตึกมักถูกชะล้างไปด้วยน้ำฝนเสมอๆ แต่การจะทาสีทับธรรมดามันก็คงธรรมดาไปสำหรับชาวย่างกุ้ง หน่วยงานพันธมิตรจึงได้เชิญศิลปินท้องถิ่นหลายท่านมาช่วยแต่งแต้มสีสัน วาดงานศิลปะให้กำแพงหลังตึกของซอยย่านดาวน์ทาวน์นี้ 

ภาพที่สร้างความสนใจให้ผมคือ คนเมียนมาที่ผู้ชายใส่สะโหร่ง ผู้หญิงใส่ผ้าถุง ซึ่งรวมๆ กันแล้วชาวเมียนมาเรียกสิ่งนี้ว่า ลองจี (Longyi) กำลังปีนป่ายกำแพงเพื่อจะออกไปดูโลกภายนอก ภาพผู้หญิงใส่ชุดสีเหลืองที่กำลังอยู่กลางทุ่งหญ้า (ผมเดาว่าน่าจะเป็นทุ่งหญ้ากว้างที่เมืองกะลอ (Kalaw) ในรัฐฉาน) กับอีกหลายรูปที่เป็นรูปของชนพื้นเมืองในรัฐคะยา (กลุ่มเดียวกับกะเหรี่ยงคอยาวและชาวเขาในภาคเหนือของบ้านเรา) 

ภาพเหล่านี้สะท้อนว่า คนเมียนมากำลังร่วมแรงร่วมใจที่จะบรรลุเป้าหมายปลายทางของกระบวนการสันติภาพของประเทศ ซึ่งมีคนหลากหลายชาติพันธุ์อาศัยในดินแดนแห่งนี้ นี่คือการตระหนักและเรียนรู้ที่จะอยู่ในสังคมที่มีความหลากหลาย อันเป็นพื้นฐานสำคัญยิ่งในการอยู่ร่วมกันในสังคมประชาธิปไตย

#YGNWalls เปลี่ยนกองขยะหลังตึกใจกลางเมืองให้เป็นสนามเด็กเล่นและที่ชมศิลปะของคนย่างกุ้ง
#YGNWalls เปลี่ยนกองขยะหลังตึกใจกลางเมืองให้เป็นสนามเด็กเล่นและที่ชมศิลปะของคนย่างกุ้ง

สนามเด็กเล่น

เราพูดเสมอว่า เด็กคืออนาคตของพวกเรา 

สนามเด็กเล่น ก็คือเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยพัฒนาทั้งความกล้าแสดงออก และการผ่อนคลายปลดปล่อยจิตใจให้ได้เป็นอิสระ

แม้ว่าจะมีเพียงพื้นที่ยาวๆ เล็กๆ ถูกตกแต่งไปด้วยกำแพงงานศิลปะให้ได้วิ่งเล่น มีกระดานสไลเดอร์ ชิงช้าที่ทำจากยางล้อรถ และกระถางต้นไม้รายรอบ แต่การปรับและเพิ่มพื้นที่ให้เด็กๆ ได้ลองเล่น ลองคิด ลองผ่อนคลาย ก็มีส่วนช่วยให้เด็กมีพัฒนาการที่ดี มีการรักษาสมดุลชีวิต ตลอดจนพัฒนาไปสู่การมีความคิดที่สร้างสรรค์ (Creative) และเป็นนวัตกรรม (Innovative)

บางที ชีวิตเราก็ไม่ได้ต่างอะไรจากสนามเด็กเล่น มีล้มบ้าง เจ็บบ้าง ถึงเวลาก็ลุกขึ้นมาสู้ใหม่ แม้อีกไม่กี่ปี ผมก็จะเข้าสู่ช่วงวัยกลางคนแล้ว แต่การเก็บความเป็นเด็กไว้สร้างเชื้อไฟในการทำสิ่งใด ๆ ก็ยังเป็นสิ่งสำคัญและเตือนสติในการดำเนินชีวิตได้เสมอ

#YGNWalls เปลี่ยนกองขยะหลังตึกใจกลางเมืองให้เป็นสนามเด็กเล่นและที่ชมศิลปะของคนย่างกุ้ง
#YGNWalls เปลี่ยนกองขยะหลังตึกใจกลางเมืองให้เป็นสนามเด็กเล่นและที่ชมศิลปะของคนย่างกุ้ง
#YGNWalls เปลี่ยนกองขยะหลังตึกใจกลางเมืองให้เป็นสนามเด็กเล่นและที่ชมศิลปะของคนย่างกุ้ง

แหล่งเช็กอินแห่งใหม่

อย่างที่กล่าวไปตอนต้นว่า คนไทยส่วนใหญ่ที่มาย่างกุ้ง ไม่มาไหว้พระไหว้เทพเสริมสิริมงคลก็มาทำธุรกิจ (ไทยเป็นคู่ค้าของเมียนมาอันดับ 2 และมีการลงทุนสะสมสูงสุดในเมียนมาอันดับ 4 และธุรกิจส่วนใหญ่อยู่ในย่างกุ้ง) การเยี่ยมดูตึกรามบ้านช่องในกรุงย่างกุ้งและการเดินมาเดินเล่นถ่ายรูปในซอยเล็กๆ ก็น่าจะเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ให้กับเราได้เห็นมุมมองใหม่ของย่างกุ้ง

คุณลองนุ่งลองจีแล้วไปถ่ายรูป เช็กอิน โพสต์ลงเฟซบุ๊ก ไอจี แล้วติดแฮชแท็ก #YGNWalls สิครับ แล้วคุณอาจจะได้รูปเก๋ๆ ชิคๆ ไว้อวดเพื่อนๆ ของคุณให้เขาได้อิจฉา จนต้องตามไปถ่ายรูปเช็กอินตามคุณก็ได้นะครับ

ในแก่นแท้ของทุกเรื่องย่อมมีข้อดีในตัวเสมอ เพียงแต่เราต้องหาทางที่อย่างน้อยจะปรับนิดแต่งหน่อยให้สิ่งเหล่านั้นกลับมาสวยงามอีกครั้ง 

แม้การพัฒนาพื้นที่ในซอยเล็กๆ หลังตึกใจกลางเมืองย่างกุ้งจะเป็นส่วนเล็กๆ ในการพัฒนาเมืองย่างกุ้งที่กำลังเจริญเติบโตอย่างก้าวกระโดด แต่จุดเล็กๆ คือสิ่งสำคัญเสมอ ที่จะช่วยแต่งเติมให้โลกใบนี้มีความงดงาม และพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของพลเมืองโลกต่อไป 

และมันไม่ใช่แค่การเพิ่มพื้นที่สาธารณะให้คนย่างกุ้งเท่านั้น หากแต่มันยังสะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดว่า การเพิ่มพื้นที่ให้คนได้หายใจทั้งทางกายภาพและทางจิตวิญญาณ คือการเพิ่มอิสระทางความคิดให้มนุษย์ได้ตระหนักถึงการดำรงอยู่อย่างเป็นอิสระ และตระหนักความเข้าใจถึงความแตกต่างที่เกิดขึ้น อันมีเป้าหมายคือการสร้างคุณภาพชีวิตและสังคมที่ทุกคนอยู่ร่วมกันได้อย่างเป็นสุข

ภาพ : มณฑ์ศิริ วิจักษนุกูล

Writer & Photographer

ชิน เศรษฐวัฒน์

เด็กราชบุรีผู้ใช้ชีวิตรอบมหาสมุทรอินเดียมา 4 ปี และใช้การเดินทางไว้ปรับสมดุลชีวิต

Public Space

ตัวอย่างพื้นที่สาธารณะที่น่าเรียนรู้

Play is a Serious Matter

ในประเทศเนเธอร์แลนด์ สนามเด็กเล่นเป็นพื้นที่สาธารณะที่พบเห็นได้โดยทั่วไป ไม่ต้องพยายามหาก็เจอ

ด้วยผังเมืองที่ถูกวางแผนไว้อย่างละเอียดและพัฒนาต่อเนื่องมาหลายทศวรรษ ทำให้สนามเด็กเล่นแทรกซึมอยู่ในทุกส่วนของเมือง ไม่ว่าบริเวณนั้นจะมีความหนาแน่นของประชากรมากน้อยแค่ไหนก็ตาม (ถ้ายิ่งหนาแน่นน้อยสนามเด็กเล่นก็ยิ่งกว้าง ถ้าหนาแน่นมาก สนามเด็กเล่นก็ยิ่งสูงและมีลูกเล่นแปลกๆ เพิ่มขึ้น)

ไม่มีตัวเลขแน่ชัดจากทางภาครัฐว่าทั้งประเทศมีสนามเด็กเล่นกี่แห่ง แต่ถ้าจะนับเฉพาะเขตเมืองชั้นในของอัมสเตอร์ดัม ก็มีคุณแม่ชาวดัตช์และลูกๆ ครอบครัวหนึ่งที่พยายามขี่จักรยานตระเวนไปรีวิวสนามเด็กเล่นทั่วทุกแห่งเขตนี้ จนเขียนไกด์บุ๊กขายพร้อมเผยแพร่ให้แม่ๆ คนอื่น และยังคงอัพเดตพื้นที่ใหม่ๆ ผ่านหน้าเว็บ www.playamsterdam.nl อย่างต่อเนื่องอยู่เสมอ

สนามเด็กเล่น สนามเด็กเล่น

จนถึงวันนี้เธอกับลูกๆ นับได้ 427 แห่งเข้าไปแล้ว (โดยที่เขตเมืองชั้นในที่ว่ามีพื้นที่พอๆ กับเขตลาดกระบังของเราเขตเดียว)

แล้วอะไรทำให้มีสนามเด็กเล่นได้เยอะขนาดนั้น

ในอดีต สนามเด็กเล่นมักเป็นพื้นที่ของเอกชนที่เก็บค่าเข้าหรือบริการเฉพาะสมาชิก จึงมีแต่เด็กที่ทางบ้านฐานะดีเท่านั้นที่มีโอกาสได้เล่น

สนามเด็กเล่น สนามเด็กเล่น

สนามเด็กเล่น สนามเด็กเล่น

ช่วงหลังสงครามโลกครั้งนี้เอง ที่มีการซ่อมแซมบูรณะพื้นที่หลายส่วนของเมือง และช่วงนั้นจำนวนประชากรเด็กก็เพิ่มมากขึ้น (Post-war baby boom) กระทรวงการพัฒนาเมือง (Public Works Department of Urban Development) จึงกำหนดให้บริเวณที่อยู่อาศัยต่างๆ ต้องมีสนามเด็กเล่นสาธารณะอย่างน้อยย่านละหนึ่งแห่ง

อัมสเตอร์ดัมเป็นเมืองนำร่องที่นำแนวคิดการสร้างย่านที่อยู่อาศัยแบบนี้มาใช้ และประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ความดีความชอบส่วนใหญ่มาจาก Aldo van Eyck (อัลโด ฟัน ไอก์) สถาปนิกผู้ออกแบบสนามเด็กเล่นกว่า 700 แห่ง ทั่วเมืองอัมสเตอร์ดัม (ซึ่งไม่ซ้ำกันเลย) ระหว่าง ค.ศ.1947 – 1978 ลักษณะโดดเด่นของสนามเด็กเล่นของฟัน ไอก์ คือความเรียบง่ายและความกลมกลืนกับพื้นที่โดยรอบ แต่ก็กระตุ้นให้เด็กๆ มีจินตนาการกับรูปแบบในการเล่นได้อย่างเป็นอิสระ มีพื้นที่ให้ตีความใหม่ๆ ตามต้องการได้ โดยมักมีองค์ประกอบพื้นฐานของสนามเด็กเล่นเพียงแค่ บ่อ / ลานทราย บาร์โหน ทางลาด และสเต็ปเปอร์

สนามเด็กเล่น สนามเด็กเล่น

งานออกแบบสนามเด็กเล่นของฟัน ไอก์ มีอิทธิพลมากพอที่ทำให้เด็กยุค 50 60 70 ที่โตในอัมสเตอร์ดัมมีความทรงจำวัยเด็กร่วมกันทั้งรุ่น เพราะทุกคนก็ล้วนเคยได้ฝึกฝนจินตนาการในสนามเด็กเล่นของเขา

ที่สำคัญ ความสำเร็จที่เกิดขึ้นในอัมสเตอร์ดัมถูกนำไปใช้ต่อที่เมืองอื่นๆ ทั่วประเทศด้วย

สนามเด็กเล่น

Adventure Playgrounds

ในปัจจุบัน รูปแบบและความตื่นเต้นของการเล่นในสนามเด็กเล่นเปลี่ยนไปบ้าง สนามเด็กเล่นของฟัน ไอก์ ยังคงถูกรักษาไว้แบบต้นฉบับเดิมเพียง 19 แห่งเท่านั้น จากจำนวน 700 กว่าแห่ง

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่ฟัน ไอก์ ทิ้งไว้ให้คนยุคนี้คือพื้นที่ของสนามเด็กเล่น ที่ส่วนใหญ่ยังคงรักษาที่มั่นไว้ในตำแหน่งเดิมของแต่ละย่านได้ แถมยังเหลือพื้นที่ความเป็นเด็กไว้ในหัวใจผู้ใหญ่ชาวดัตช์อีกไม่น้อยด้วย นั่นน่าจะเป็นเหตุผลหลักที่สนามเด็กเล่นยังได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศนี้ และถูกพัฒนาต่อเนื่องจากสนามเด็กเล่นที่เคยมีแค่บาร์โหนและบ่อทราย กลายเป็นหอคอยและสไลเดอร์ที่สูงและซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ จนเกิดเป็นรูปแบบใหม่ของสนามเด็กเล่นที่เรียกว่า Adventure Playgrounds ซึ่งก็กำลังแพร่หลายมากทั้งที่เดนมาร์ก สวิตเซอร์แลนด์ เยอรมนี และอังกฤษ

สนามเด็กเล่น สนามเด็กเล่น

Reference

Adrian, F. (2000). “Funtion”. In Words and Building, A Vocabulary of Modern Architecture (pp. 174-195). Thames & Hudson.

ASLA, T. D. (2017, January). Parkour for Kids: Exciting Playground Design. Retrieved from smartcitiesdive: http://www.smartcitiesdive.com/ex/sustainablecitiescollective/parkour-kids/1053191/

Demerijn. (2013, March 27). Aldo van Eyck and the City as Playground. Retrieved from https://merijnoudenampsen.org/2013/03/27/aldo-van-eyck-and-the-city-as-playground/

Rodriguez, H. (2006, December). The Playful and the Serious: An approximation to Huizinga’s Homo Ludens. Retrieved from gamestudies: http://gamestudies.org/0601/articles/rodriges

Russell, B. (2015, March). Playing around in Amsterdam. Retrieved from Expatica: http://www.expatica.com/nl/out-and-about/Playing-around-in-Amsterdam_104590.html

Taylor-Foster, J. (2016 , May 13). Amsterdam’s Seventeen Playgrounds: Aldo van Eyck’s Neglected Legacy. Retrieved from Archdaily: http://www.archdaily.com/787273/amsterdams-seventeen-playgrounds-aldo-van-eycks-neglected-legacy

van den Bergen, M. (2002, June 26). The playgrounds of Aldo van Eyck. Retrieved from Achined: https://www.archined.nl/2002/06/de-speelplaatsen-van-aldo-van-eyck

Writer

ชิตพล ลี้รัตนพานิชย์

อดีตนักศึกษาปริญญาโทที่เมืองรอตเตอร์ดัม ใช้เวลานอกห้องเรียนส่วนใหญ่ขี่จักรยานไปเมืองต่างๆ ทั่วประเทศเนเธอร์แลนด์ สนใจเรื่องผู้คน วัฒนธรรม สถาปัตยกรรมและการพัฒนาเมืองของชาวดัตช์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load