25 พฤศจิกายน 2563
2 K

เมื่อเรานึกถึงย่างกุ้ง เราจะนึกถึงอะไร เจดีย์ชเวดากอง เทพทันใจ พระนอนตาหวาน ชาพม่า แหล่งขยายการค้าและการลงทุนที่ยังเป็นโอกาสของคนไทยเสมอ หรือพานคิดไปถึง ‘กุ้งย่าง’ (เป็นความพยายามในการใส่กิมมิกผ่านการเล่นคำในภาษาไทยเท่านั้น) 

หากลอง Zoom In เข้าไป คุณจะสัมผัสถึงความรุ่มรวยและสีสันทางวัฒนธรรมของย่างกุ้ง อันเกิดจากการผสมผสานของความหลากหลายวัฒนธรรมใน ได้แก่ วัฒนธรรมพม่า (Bamar) วัฒนธรรมจากชาติพันธุ์อีก 134 เชื้อชาติ และวัฒนธรรมจากต่างแดน โดยเฉพาะอินเดีย จีน โปรตุเกส และอังกฤษ จึงไม่ต้องแปลกใจ ถ้าคุณจะเห็นทั้งเจดีย์ โบสถ์ มัสยิด และวัดแขก ตั้งอยู่ติดกัน

แม้ว่าย่างกุ้งจะกลายเป็นอดีตเมืองหลวง (ปัจจุบัน ย้ายไปอยู่ที่กรุงเนปยีดอซึ่งอยู่ห่างไปทางตอนเหนือของย่างกุ้งประมาณ 200 ไมล์) แต่ก็ยังคงเป็นมหานครศูนย์กลางด้านธุรกิจ การเงิน การค้า การลงทุน ตลอดจนเป็นศูนย์กลางของการเซ็ตเทรนด์ให้สังคมและวัฒนธรรมเมียนมาสมัยใหม่

ตึกรามที่แข่งกันขึ้นสูงเบียดเสียดไปบนท้องฟ้า รถราที่คลาคล่ำ และประชากรจากทั่วสารทิศที่หลั่งไหล
ไปหาโอกาสในการยกระดับความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น นำมาสู่ความท้าทายของย่างกุ้งในการพัฒนาเมือง (Urban Development) แก้ปัญหามลภาวะและความแออัดของประชากรในพื้นที่เขตเมือง ไม่ต่างจากเมืองใหญ่หลายแห่งบนโลก 

#YGNWalls เปลี่ยนกองขยะหลังตึกใจกลางเมืองให้เป็นสนามเด็กเล่นและที่ชมศิลปะของคนย่างกุ้ง
ภาพ : english.dvb.no
#YGNWalls เปลี่ยนกองขยะหลังตึกใจกลางเมืองให้เป็นสนามเด็กเล่นและที่ชมศิลปะของคนย่างกุ้ง
ภาพ : www.bangkokpost.com

ย่านเมือง (Downtown) ของย่างกุ้งจะแบ่งเป็นซอยเล็กเรียงรายไปด้วยตึกแถวสูง 4 – 6 ชั้น ซึ่งเป็นทั้งสำนักงาน ร้านค้า และที่อยู่อาศัย และด้านหลังของแต่ละซอยจะมีทางเดินหลังบ้านเล็กๆ อยู่ข้างหลัง อาจด้วยความหนาแน่นของประชากร จึงทำให้เกิดปัญหาเรื่องการบริการจัดการเพื่อกำจัดขยะในเขตเมือง อันนำไปสู่ปัญหาขยะล้นซอย ก่อให้เกิดมลภาวะ ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในย่างกุ้งในช่วงเวลาหนึ่ง อีกทั้งคนย่างกุ้งก็ยังเคยประสบปัญหาการเข้าถึงพื้นที่สาธารณะและพื้นที่สีเขียว ซึ่งเมื่อเทียบกับประชากรต่อหัวแล้วถือว่ายังมีน้อยมาก

Yangon City Development Committee (ลักษณะคล้ายกรุงเทพมหานครในฐานะองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น) Yangon Heritage Trust (กองทุนซึ่งมีบทบาทสำคัญในการบูรณะและปรับปรุงตึกสไตล์โคโลเนียลในเขตเมืองให้เป็นร้านค้า ร้านอาหาร ร้านชาพม่า และ Art Gallery) Doh Eain (กิจการเพื่อสังคมที่มีบทบาทสำคัญในการช่วยพัฒนาเมืองของย่างกุ้ง ซึ่งมีสมาชิกทั้งชาวเมียนมาและชาวต่างชาติ) กอปรกับการสนับสนุนจากสถานทูตและหน่วยงานจากต่างประเทศจึงผลักดันการพัฒนาปรับปรุงซอยเล็กๆ ดังกล่าวให้กลายสภาพจากทางเดินที่เต็มไปด้วยขยะ เป็นทางเดินพื้นที่สาธารณะ

เผื่อท่านใดที่สงสัยว่า แล้วทำไมหน่วยงานต่างประเทศโดยเฉพาะสถานทูตต้องไปให้การสนับสนุนการปรับปรุงพัฒนาเมืองของประเทศอื่นๆ ด้วย ผมคงตอบได้ว่า นอกจากจะเป็นการแสดงไมตรีจิตให้ประเทศเจ้าบ้านแล้ว ยังเป็นการร่วมมือร่วมใจของแต่ละประเทศในการทำให้โลกนี้ดี น่าอยู่ และยั่งยืนขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals-SDG) ของสหประชาชาติ โดยเฉพาะเป้าหมายที่ 11 คือการทำให้เมืองและการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์มีความปลอดภัย ทั่วถึง พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาอย่างยั่งยืน

นี่คือเครื่องพิสูจน์ว่า การทูตไม่ใช่เรื่องไกลตัวแต่อย่างใด เพราะมันคือปัจจัยที่ช่วยกระตุ้นการสร้างความเชื่อมโยงของความสัมพันธ์ในทุกระดับทั้งรัฐบาล ภาคเอกชน และประชาชน (หากท่านใดสนใจเพิ่มเติม ผมขอชวนท่านลองไปอ่านบทความของ พี่กิ๊ก-อาทิตย์ ประสาทกุล ที่พูดถึงเรื่องการใช้ศิลปะในการเชื่อมความสัมพันธ์ระดับประชาชน

#YGNWalls เปลี่ยนกองขยะหลังตึกใจกลางเมืองให้เป็นสนามเด็กเล่นและที่ชมศิลปะของคนย่างกุ้ง
#YGNWalls เปลี่ยนกองขยะหลังตึกใจกลางเมืองให้เป็นสนามเด็กเล่นและที่ชมศิลปะของคนย่างกุ้ง
#YGNWalls เปลี่ยนกองขยะหลังตึกใจกลางเมืองให้เป็นสนามเด็กเล่นและที่ชมศิลปะของคนย่างกุ้ง
#YGNWalls เปลี่ยนกองขยะหลังตึกใจกลางเมืองให้เป็นสนามเด็กเล่นและที่ชมศิลปะของคนย่างกุ้ง
#YGNWalls เปลี่ยนกองขยะหลังตึกใจกลางเมืองให้เป็นสนามเด็กเล่นและที่ชมศิลปะของคนย่างกุ้ง

กำแพงศิลปะ

ย่างกุ้งเป็นเมืองที่ฝนตกชุกกินระยะยาวตั้งแต่ปลายเมษายน-ปลายตุลาคมในทุกๆ ปี จึงทำให้สีของตึกมักถูกชะล้างไปด้วยน้ำฝนเสมอๆ แต่การจะทาสีทับธรรมดามันก็คงธรรมดาไปสำหรับชาวย่างกุ้ง หน่วยงานพันธมิตรจึงได้เชิญศิลปินท้องถิ่นหลายท่านมาช่วยแต่งแต้มสีสัน วาดงานศิลปะให้กำแพงหลังตึกของซอยย่านดาวน์ทาวน์นี้ 

ภาพที่สร้างความสนใจให้ผมคือ คนเมียนมาที่ผู้ชายใส่สะโหร่ง ผู้หญิงใส่ผ้าถุง ซึ่งรวมๆ กันแล้วชาวเมียนมาเรียกสิ่งนี้ว่า ลองจี (Longyi) กำลังปีนป่ายกำแพงเพื่อจะออกไปดูโลกภายนอก ภาพผู้หญิงใส่ชุดสีเหลืองที่กำลังอยู่กลางทุ่งหญ้า (ผมเดาว่าน่าจะเป็นทุ่งหญ้ากว้างที่เมืองกะลอ (Kalaw) ในรัฐฉาน) กับอีกหลายรูปที่เป็นรูปของชนพื้นเมืองในรัฐคะยา (กลุ่มเดียวกับกะเหรี่ยงคอยาวและชาวเขาในภาคเหนือของบ้านเรา) 

ภาพเหล่านี้สะท้อนว่า คนเมียนมากำลังร่วมแรงร่วมใจที่จะบรรลุเป้าหมายปลายทางของกระบวนการสันติภาพของประเทศ ซึ่งมีคนหลากหลายชาติพันธุ์อาศัยในดินแดนแห่งนี้ นี่คือการตระหนักและเรียนรู้ที่จะอยู่ในสังคมที่มีความหลากหลาย อันเป็นพื้นฐานสำคัญยิ่งในการอยู่ร่วมกันในสังคมประชาธิปไตย

#YGNWalls เปลี่ยนกองขยะหลังตึกใจกลางเมืองให้เป็นสนามเด็กเล่นและที่ชมศิลปะของคนย่างกุ้ง
#YGNWalls เปลี่ยนกองขยะหลังตึกใจกลางเมืองให้เป็นสนามเด็กเล่นและที่ชมศิลปะของคนย่างกุ้ง

สนามเด็กเล่น

เราพูดเสมอว่า เด็กคืออนาคตของพวกเรา 

สนามเด็กเล่น ก็คือเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยพัฒนาทั้งความกล้าแสดงออก และการผ่อนคลายปลดปล่อยจิตใจให้ได้เป็นอิสระ

แม้ว่าจะมีเพียงพื้นที่ยาวๆ เล็กๆ ถูกตกแต่งไปด้วยกำแพงงานศิลปะให้ได้วิ่งเล่น มีกระดานสไลเดอร์ ชิงช้าที่ทำจากยางล้อรถ และกระถางต้นไม้รายรอบ แต่การปรับและเพิ่มพื้นที่ให้เด็กๆ ได้ลองเล่น ลองคิด ลองผ่อนคลาย ก็มีส่วนช่วยให้เด็กมีพัฒนาการที่ดี มีการรักษาสมดุลชีวิต ตลอดจนพัฒนาไปสู่การมีความคิดที่สร้างสรรค์ (Creative) และเป็นนวัตกรรม (Innovative)

บางที ชีวิตเราก็ไม่ได้ต่างอะไรจากสนามเด็กเล่น มีล้มบ้าง เจ็บบ้าง ถึงเวลาก็ลุกขึ้นมาสู้ใหม่ แม้อีกไม่กี่ปี ผมก็จะเข้าสู่ช่วงวัยกลางคนแล้ว แต่การเก็บความเป็นเด็กไว้สร้างเชื้อไฟในการทำสิ่งใด ๆ ก็ยังเป็นสิ่งสำคัญและเตือนสติในการดำเนินชีวิตได้เสมอ

#YGNWalls เปลี่ยนกองขยะหลังตึกใจกลางเมืองให้เป็นสนามเด็กเล่นและที่ชมศิลปะของคนย่างกุ้ง
#YGNWalls เปลี่ยนกองขยะหลังตึกใจกลางเมืองให้เป็นสนามเด็กเล่นและที่ชมศิลปะของคนย่างกุ้ง
#YGNWalls เปลี่ยนกองขยะหลังตึกใจกลางเมืองให้เป็นสนามเด็กเล่นและที่ชมศิลปะของคนย่างกุ้ง

แหล่งเช็กอินแห่งใหม่

อย่างที่กล่าวไปตอนต้นว่า คนไทยส่วนใหญ่ที่มาย่างกุ้ง ไม่มาไหว้พระไหว้เทพเสริมสิริมงคลก็มาทำธุรกิจ (ไทยเป็นคู่ค้าของเมียนมาอันดับ 2 และมีการลงทุนสะสมสูงสุดในเมียนมาอันดับ 4 และธุรกิจส่วนใหญ่อยู่ในย่างกุ้ง) การเยี่ยมดูตึกรามบ้านช่องในกรุงย่างกุ้งและการเดินมาเดินเล่นถ่ายรูปในซอยเล็กๆ ก็น่าจะเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ให้กับเราได้เห็นมุมมองใหม่ของย่างกุ้ง

คุณลองนุ่งลองจีแล้วไปถ่ายรูป เช็กอิน โพสต์ลงเฟซบุ๊ก ไอจี แล้วติดแฮชแท็ก #YGNWalls สิครับ แล้วคุณอาจจะได้รูปเก๋ๆ ชิคๆ ไว้อวดเพื่อนๆ ของคุณให้เขาได้อิจฉา จนต้องตามไปถ่ายรูปเช็กอินตามคุณก็ได้นะครับ

ในแก่นแท้ของทุกเรื่องย่อมมีข้อดีในตัวเสมอ เพียงแต่เราต้องหาทางที่อย่างน้อยจะปรับนิดแต่งหน่อยให้สิ่งเหล่านั้นกลับมาสวยงามอีกครั้ง 

แม้การพัฒนาพื้นที่ในซอยเล็กๆ หลังตึกใจกลางเมืองย่างกุ้งจะเป็นส่วนเล็กๆ ในการพัฒนาเมืองย่างกุ้งที่กำลังเจริญเติบโตอย่างก้าวกระโดด แต่จุดเล็กๆ คือสิ่งสำคัญเสมอ ที่จะช่วยแต่งเติมให้โลกใบนี้มีความงดงาม และพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของพลเมืองโลกต่อไป 

และมันไม่ใช่แค่การเพิ่มพื้นที่สาธารณะให้คนย่างกุ้งเท่านั้น หากแต่มันยังสะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดว่า การเพิ่มพื้นที่ให้คนได้หายใจทั้งทางกายภาพและทางจิตวิญญาณ คือการเพิ่มอิสระทางความคิดให้มนุษย์ได้ตระหนักถึงการดำรงอยู่อย่างเป็นอิสระ และตระหนักความเข้าใจถึงความแตกต่างที่เกิดขึ้น อันมีเป้าหมายคือการสร้างคุณภาพชีวิตและสังคมที่ทุกคนอยู่ร่วมกันได้อย่างเป็นสุข

ภาพ : มณฑ์ศิริ วิจักษนุกูล

Writer & Photographer

ชิน เศรษฐวัฒน์

เด็กราชบุรีผู้ใช้ชีวิตรอบมหาสมุทรอินเดียมา 4 ปี และใช้การเดินทางไว้ปรับสมดุลชีวิต

Public Space

ตัวอย่างพื้นที่สาธารณะที่น่าเรียนรู้

31 กรกฎาคม 2561
10 K

ผมมีโอกาสได้ไปเบอร์ลินเมืองหลวงของเยอรมนีอยู่ครั้งหนึ่ง ก่อนจะไปก็แชทถามเพื่อนคนเยอรมันว่าควรไปเที่ยวสถานที่ไหนบ้างที่จะได้เห็นชีวิตและไลฟ์สไตล์ของคนเยอรมัน ปลายทางนิ่งคิดอยู่สักพักก่อนจะตอบว่า Tempelhof Field และยังไม่ลืมกำชับให้ไม่ลืมเช่าจักรยานไปด้วย

หลังจากได้ชื่อมาแล้วผมก็มานั่งหาข้อมูลดูว่า มันคือสถานที่แบบไหน พอได้เห็นรูปว่ามันคือสวนสาธารณะที่เปลี่ยนเอาสนามบินเก่ามาทำ รอยยิ้มบนใบหน้าของผมก็โผล่ขึ้นมาทันที ก็ใครมันจะได้มีโอกาสไปวิ่งหรือขี่จักรยานในรันเวย์กันได้บ่อยๆ ล่ะคุณ ขึ้นชื่อว่าเป็นสนามบินก็ใหญ่อยู่แล้ว แต่นี่เป็นสนามบินที่เคยใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ของยุโรปอีกด้วย ก็สมแล้วที่เพื่อนบอกให้เช่าจักรยานเพื่อปั่นเล่นในนั้น

เทมเพลฮอฟ, สนามบิน, Tempelhof Field, เยอรมนี, สวนสาธารณะ

สนามบินเทมเพลฮอฟนั้นเป็นสนามบินเก่าของเบอร์ลินมาตั้งแต่ช่วงปี 1920 สถานที่นี้แต่เดิมก่อนหน้าจะมาเป็นสนามบินก็เคยเป็นลานกว้างที่โดนนักวิทยาศาสตร์เอาไว้ทดลองการบินของเครื่องบินและบอลลูนมาก่อน จนในช่วงที่พรรคนาซีเรืองอำนาจในเยอรมนีและมีความคิดจะสร้างให้เบอร์ลินเป็นเมืองหลวงของโลกใบนี้ รวมถึงมองว่าด้วยพื้นที่ที่ใหญ่โตมหาศาลของสนามบินเทมเพลฮอฟนี่แหละที่จะช่วยให้การเดินทางมายังเมืองหลวงของโลกนี้ง่ายดายและสะดวกมากขึ้น

นำมาซึ่งการพัฒนาและปรับปรุงสนามบินแห่งนี้อย่างจริงจังในช่วงปี 1936 – 1941 ไม่ว่าจะเป็นการตกแต่งภายในที่ใหญ่โตหรูหราอลังการตามยุคที่นาซีเรืองรอง หรือจะเป็นทางเดินขึ้นเครื่องที่มีความยาวกว่า 1.2 กิโลเมตร ซึ่งออกแบบโครงสร้างแบบพิเศษทำให้ไม่มีเสาอยู่ตรงกลางทางเดินเลยแม้แต่ต้นเดียว (ในยุคนั้นถือว่าเป็นโครงสร้างที่ล้ำสมัยอยู่มาก)

สถาปนิกรุ่นใหญ่ชาวอังกฤษอย่าง นอร์แมน ฟอสเตอร์ เคยกล่าวถึงที่นี่ไว้ว่า เป็นแม่ของสนามบินยุคใหม่ทั้งหมด ในยุคนั้นยังถือว่าเป็นสนามบินที่คนใช้เยอะที่สุดในยุโรปด้วย ยังไม่พอ นอกจากนั้นแล้วสนามบินแห่งนี้ยังถูกยอมรับว่าเป็นสนามบินที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในโลกด้วยพื้นที่กว่า 3 ล้านตารางเมตร (ใหญ่กว่าประเทศโมนาโกทั้งประเทศซะอีก)

แม้แต่ในช่วงสงครามที่นี่ก็ถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นที่ผลิตอาวุธป้อนให้กับทางกองทัพ แต่ก็อย่างที่หลายๆ คนรู้ในเวลาไม่กี่ปีต่อมาเยอรมนีก็แพ้สงคราม และประเทศก็ถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือตะวันออกและตะวันตก เพื่อให้ฝ่ายผู้ชนะสงครามดูแล สนามบินแห่งนี้ก็ไม่ได้รับการปรับปรุงจนเสร็จ และก็มาตกอยู่ภายใต้การดูแลของสหรัฐอเมริกาอยู่นาน

จนถึงช่วงปี 1993 มีการเปิดใช้สนามบินแห่งนี้แค่บางส่วนโดยทางการทหารของอเมริกาในช่วงเวลานั้น หลังจากนั้นจึงเปิดให้บริการเป็นสนามบินอีกครั้ง แต่ก็ได้แค่ช่วงเวลาสั้นๆ ทางการเยอรมนีตัดสินใจเลือกใช้สนามบินแห่งอื่นๆ ที่อยู่นอกเมืองแทน และตัดสินใจปิดสนามบินแห่งนี้ไปในปี 2008 ซึ่งหลังจากปิดไปได้แค่ 2 ปีสนามบินแห่งนี้ก็ถูกเปิดใหม่อีกครั้ง แต่คราวนี้ได้ทำหน้าที่ในฐานะของ ‘สวนสาธารณะ’ แทน

เทมเพลฮอฟ, สนามบิน, Tempelhof Field, เยอรมนี, สวนสาธารณะ เทมเพลฮอฟ, สนามบิน, Tempelhof Field, เยอรมนี, สวนสาธารณะ

สวนสาธารณะแห่งนี้พิเศษตรงที่เปิดพื้นที่แทบทั้งสนามบินให้กับทุกคนในเมืองมาใช้กันได้แบบฟรีๆ! ของฟรีมีอยู่จริงก็ที่นี่นี่เอง แล้วก็อย่างที่บอกไป จะมีสักกี่ครั้งกันที่เราจะสามารถมาออกกำลังกายทั้งวิ่งหรือจักรยานบนรันเวย์ได้ (แถมยังมีเครื่องบินที่จอดทิ้งไว้อยู่เป็นอนุสาวรีย์ในรันเวย์อีกด้วยนะ)

ส่วนถ้าอยากเล่นกีฬาแบบเป็นทีมก็มีสนามบาสและสนามฟุตบอลให้ใช้กันได้ และด้วยความที่เป็นที่โล่งกว้างลมแรงก็มีคนมาเล่นว่าว ไปจนถึงวินด์สเก็ตก็สามารถพบเจอได้เป็นปกติของสวนแห่งนี้

เทมเพลฮอฟ, สนามบิน, Tempelhof Field, เยอรมนี, สวนสาธารณะ เทมเพลฮอฟ, สนามบิน, Tempelhof Field, เยอรมนี, สวนสาธารณะ

ทีนี้ด้วยพื้นที่สุดแสนจะกว้างใหญ่ของสวนแห่งนี้ ทำให้มันเป็นสวนที่เอื้อและรองรับคนทุกรูปแบบให้มาทำกิจกรรมกันในนั้นได้ โดยไม่ได้ถูกจำกัดการใช้งานสวนไว้แค่เพียงคนออกกำลังกายอย่างเดียว  ถ้าอยากจะพาหมามาเดินเล่นก็ได้ ถ้าไม่อยากออกกำลังแต่อยากมาปิกนิกก็ไม่มีปัญหา เราสามารถเอาเตาบาร์บีคิวมาย่างเนื้อย่างไส้กรอกในจุดที่กำหนดไว้ได้เลย แล้วถ้าอยากปาร์ตี้ล่ะ ก็สามารถทำได้เลยเช่นกัน จะหยิบเบียร์และไวน์มาดื่มด้วยก็ไม่มีปัญหาใดๆ แค่อย่าสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นมากนักก็พอ

ในส่วนของตัวอาคารผู้โดยสารและรันเวย์นั้นก็สามารถปรับการใช้งานมาใช้จัดได้ทั้งคอนเสิร์ต Design Festival และอีเวนต์อื่นๆ มากมาย (ในช่วงปี 2015 อาคารผู้โดยสารถูกปรับให้กลายเป็นที่อยู่อาศัยชั่วคราวของผู้อพยพกว่า 7,000 คนด้วย)

Tempelhof Field สวนสาธารณะขนาดใหญ่กว่าประเทศโมนาโก ที่เกิดจากสนามบินเก่าของเบอร์ลิน Tempelhof Field สวนสาธารณะขนาดใหญ่กว่าประเทศโมนาโก ที่เกิดจากสนามบินเก่าของเบอร์ลิน เทมเพลฮอฟ, สนามบิน, Tempelhof Field, เยอรมนี, สวนสาธารณะ

ซึ่งแม้แต่กิจกรรมที่ว่ามาข้างต้นก็ยังใช้พื้นที่ของสวนได้ไม่หมด เราก็เลยได้เห็นโปรเจกต์อื่นๆ ที่หลากหลายและน่าสนุกเกิดขึ้นอยู่เสมอในนี้ เช่น โปรเจกต์สวนผักของผู้ที่อาศัยอยู่ในย่านใกล้สวนนี้

เนื่องจากอพาร์ตเมนต์ในเบอร์ลินนั้นมีพื้นที่ค่อนข้างเล็กและไม่เอื้อให้สามารถปลูกพืชผักใดๆ ได้ เลยมีการคิดโปรเจกต์สวนผักคนเมืองขึ้นมา โดยให้คนที่อาศัยอยู่ในย่านนั้นสามารถมาลงชื่อเช่าพื้นที่เล็กๆ เป็นของตัวเองในสวนแห่งนี้ได้ในราคาที่ถูกแสนถูก (ถูกจนเจ้าตัวคนเช่าบอกว่าเพิ่งจ่ายไปแต่ก็จำไม่ได้แล้วว่าเท่าไหร่)

ซึ่งหลังจากที่ลงทะเบียนแล้วจะปลูกอะไรหรือทำอะไรกับพื้นที่นี้ก็ได้ หลายคนก็มาปลูกผักที่กินได้ หลายๆ แปลงก็จริงจังมากจนดูเหมือนไร่มืออาชีพ แต่ก็มีอีกหลายคนที่มาจัดสวนผสมกับตกแต่งสวนแบบทั้งอลังการและสร้างสรรค์ และมาใช้เวลาอยู่ที่นี่เยอะมากๆ ในช่วงหน้าร้อน

อย่างพี่คนหนึ่งที่เอารองเท้าบู๊ทมาแทนกระถางและปลูกต้นไม้เรียงจนเหมือนเป็นสวนรองเท้าบู๊ท บางคนก็ไม่ได้มาปลูกอะไร แค่มานั่งพักผ่อนเฉยๆ ในพื้นที่เล็กๆ ของตัวเอง จากกิจกรรมที่ว่ามาทั้งหมด สวนแห่งนี้นั้นแทบจะรองรับทุกความต้องการของชาวเมืองไว้ได้อย่างครบถ้วนแล้ว

เทมเพลฮอฟ, สนามบิน, Tempelhof Field, เยอรมนี, สวนสาธารณะ เทมเพลฮอฟ, สนามบิน, Tempelhof Field, เยอรมนี, สวนสาธารณะ เทมเพลฮอฟ, สนามบิน, Tempelhof Field, เยอรมนี, สวนสาธารณะ

ฟังๆ ดู มันก็เป็นสวนที่ดีและทุกคนก็ดูมีความสุขใช่ไหมครับ ทีนี้มันเริ่มมีปัญหาเกิดขึ้นในปี 2014 เมื่อเกิดกระแสเรียกร้องของนักพัฒนาเมืองที่อยากจะเปลี่ยนพื้นที่นี้ให้กลายเป็นที่อยู่อาศัยราคาย่อมเยาเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยแก่ประชาชนแทน โดยในโครงการที่คิดพัฒนานั้นจะมีทั้งห้องสมุดขนาดใหญ่ ทะเลสาบ สนามเด็กเล่น ไปจนถึงห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ด้วย (คุ้นๆ นะครับ โมเดลนี้มันเหมือนประเทศขวานทองที่ไหนสักที่…)  

เพราะด้วยปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัวของเยอรมนี ทำให้มีคนย้ายเข้ามาในเบอร์ลินกว่า 50,000 คนในแต่ละปี ในจังหวะเดียวกับการเข้ามาของสตาร์ทอัพห้องเช่ารายวันอย่าง Airbnb ที่ทำให้ชาวสแกนดิเนเวียผู้ร่ำรวยเดินทางมาซื้ออพาร์ตเมนต์ในเบอร์ลินและปล่อยเช่าต่อกับนักท่องเที่ยว ทำให้ราคาอพาร์ตเมนต์เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้คนต้องย้ายออกไปยังรอบนอกของเมืองมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งไม่ดีต่อคนที่อยู่อาศัยและเมืองในระยะยาว 

จึงมีการโหวตเพื่อสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่ออนาคตของสวนแห่งนี้ และชาวเบอร์ลินส่วนหนึ่งก็ออกมาโหวตเลือกให้เทมเพลฮอฟเป็นสวนสาธารณะต่อไป ทางเทศบาลเบอร์ลินเลยประกาศให้สนามบินแห่งนี้จะเป็นสวนไปอย่างน้อยถึงปี 2024 ท่ามกลางความไม่ค่อยจะพอใจนักของนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์

เทมเพลฮอฟ, สนามบิน, Tempelhof Field, เยอรมนี, สวนสาธารณะ

ผมนึกไปถึงกรณีของชุมชนป้อมมหากาฬ ที่ไม่นานมานี้มีการทุบรื้อถอนบ้านเรือนด้านในออก และเพิ่งจะเปิดเป็นสวนสาธารณะอย่างเป็นทางการไปเมื่อปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมานี้เอง

เปล่า…ผมไม่ได้คิดหรือเห็นดีด้วยหรอกว่าสวนเขียวนั้นดีกว่าบ้านคน บ้านเก่านั้นแตะต้องไม่ได้ หรือชุมชนเก่านั้นมีคุณค่ากว่าที่พักผ่อนหย่อนใจ แต่ประเด็นมันน่าจะอยู่ตรงที่เรื่องที่สุดแสนจะละเอียดอ่อนแบบนี้ เราในฐานะประชาชนผู้ที่ทั้งเสียเงินและเป็นคนที่ได้ประโยชน์จากเรื่องนี้นั้น กลับไม่เคยได้รับโอกาสจากทางรัฐที่มอบสิทธิ์ให้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจเลยแม้แต่ครั้งเดียว

เราไม่เคยได้เลือกเลยว่าอยากได้หรืออยากมีอะไรตรงไหนในเมืองนี้ หรือแม้แต่ในการออกความเห็นว่าอยากให้สวนหรือพื้นที่นั้นๆ ควรจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร เส้นแบ่งระหว่างประเทศพัฒนาแล้วและกำลังพัฒนานั้นอาจจะอยู่ที่ตรงนี้เอง

จะเป็นสวนหรือจะเป็นบ้านเรือนนั้น ไม่ว่าจะเป็นอย่างไหนถ้าเกิดจากการตัดสินใจของเราเอง อย่างน้อยก็เป็นเรื่องที่พูดได้อย่างเต็มปากว่าเราเลือกเอง เช่นเดียวกับสวนเทมเพลฮอฟที่จะยังคงเป็นสวนสาธารณะต่อไปอีกอย่างน้อยหลายปี ซึ่งก็อาจจะกลับกลายมาเป็นบ้านพักได้อยู่เสมอ นอกเหนือจากการที่รองรับกิจกรรมของคนทุกรูปแบบและทุกความต้องการแล้ว การที่ให้ทุกๆ คนได้เลือกตัดสินอนาคตเองนั้นก็อาจจะเป็นความหมายที่แท้จริงซึ่งซ่อนอยู่ในคำว่า สวน ‘สาธารณะ’ ก็เป็นได้

เทมเพลฮอฟ, สนามบิน, Tempelhof Field, เยอรมนี, สวนสาธารณะ

Writer & Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load