28 กุมภาพันธ์ 2565
12 K

ช่วงวันหยุดที่ผ่านมา ดิฉันนั่งดูรายการวาไรตี้ญี่ปุ่นรายการหนึ่ง เป็นตอนที่เกี่ยวกับของที่แขกรับเชิญซื้อออนไลน์ ตอนแรก ๆ ทุกคนก็ขิงกันว่า มีอาหารหรือขนมอะไรที่เด็ดบ้าง จนมีนักแสดงคนหนึ่งพูดขึ้นมาว่า “อ้อ ฉันเพิ่งซื้อที่วางจานของ YAMAZAKI Jitsugyo ไป”

เพียงเท่านั้น แขกรับเชิญทั้ง 4 คนในรายการก็หันมามองนักแสดงคนนั้น แล้วพูดกันว่า “ใช่ ๆ! ยามาซากิ! ฉันซื้อนั้น นี้ โน้น”

“ที่เก็บลังกระดาษเขาสุดยอดมากเลย”

“ผมซื้อกล่องใส่มาส์กติดข้างฝา ซื้อมา 2 อันด้วย ของผู้ใหญ่กล่องหนึ่ง ของเด็กกล่องหนึ่ง”

“ฉันซื้อที่วางช้อนเล็ก ๆ มาอันหนึ่ง หลังจากนั้น ก็กลายเป็นแฟนคลับของแบรนด์นี้ไปเลย”

ทุกอย่างดูจริง ธรรมชาติมาก ทุกคนดูอินจากใจ

ด้วยความสงสัย ดิฉันเลยลองไปเสิร์ชดูว่า เจ้าแบรนด์ยามาซากินี้น่าสนใจอย่างไร พอดูไปเรื่อย ๆ ดิฉันก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา ใส่ไปใน To-shop-list in Japan ครั้งหน้า ถ้าได้ไปญี่ปุ่นเมื่อไร จะไปกว้านซื้อเลย คอยดู

เอาล่ะค่ะ มารู้จักโลกของ YAMAZAKI Jitsugyo กัน

เติบโตจากบริษัทโต๊ะรีดผ้า

บริษัท YAMAZAKI Jitsugyo ก่อตั้ง ค.ศ. 1971 ในเมืองนารา เริ่มจากการเป็นผู้ผลิตโต๊ะรีดผ้า จากนั้นบริษัทก็ค่อย ๆ ขยับขยายออกมาทำสินค้าในชีวิตประจำวัน เช่น กล่องทิชชู ที่แขวนผ้าเช็ดมือ กล่องใส่เครื่องประดับ

คนญี่ปุ่นเรียกยี่ห้อนี้ว่า YAMAZAKI Jitsugyo แต่โลโก้ ตลอดจนเวลาเขาสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษ เขาตัดเหลือเพียง YAMAZAKI เท่านั้น

สิ่งที่ลูกค้ามักพูดถึงแบรนด์ YAMAZAKI คือ พวกเขามักผลิตของที่เราอยากได้อยู่พอดี (แต่ไม่รู้ตัว) บางคนก็บอกว่า สินค้าแบรนด์นี้ทำให้รู้ว่า จริง ๆ แล้วเราก็มีเรื่องอึดอัด หรือเรื่องกวนใจเล็ก ๆ น้อย ๆ อยู่ในชีวิตประจำวัน แล้ว YAMAZAKI ก็เข้ามาแก้ปัญหาให้

ยกตัวอย่างเช่น แก้วน้ำบ้วนปาก หลายคนมีแก้วน้ำไว้บ้วนปากเวลาแปรงฟัน แต่เคยรู้สึกอึดอัดนิดหน่อยว่า แก้วจะแห้งอย่างไร

แบรนด์แก้ปัญหานี้ด้วยการทำที่แขวนแก้วติดผนัง และออกแบบแก้วให้บริเวณก้นแก้วมีแม่เหล็กติดอยู่

เมื่อเราใช้แก้วใบนี้บ้วนปากเสร็จ ก็คว่ำแก้วใต้ตะขอได้เลย (เสียงในหัวดิฉัน : อยากได้!!!!)

YAMAZAKI แบรนด์ช่วยแก้ปัญหาการเก็บของ ด้วยสินค้าสวยและฟังก์ชันจนกระเป๋าตังค์สั่น

ช่วงโควิด YAMAZAKI ออกกล่องใส่มาส์กแบบติดข้างฝา แก้ปัญหาเวลาจะออกจากบ้านแล้วลืมเอาหน้ากากอนามัยไปด้วย ฝาด้านบนเป็นฝาแม่เหล็ก เปิดปิดเติมหน้ากากได้ง่าย (เสียงในหัวดิฉัน : อยากได้!!!!)

YAMAZAKI แบรนด์ช่วยแก้ปัญหาการเก็บของ ด้วยสินค้าสวยและฟังก์ชันจนกระเป๋าตังค์สั่น
ดึงหน้ากากง่าย ๆ
YAMAZAKI แบรนด์ช่วยแก้ปัญหาการเก็บของ ด้วยสินค้าสวยและฟังก์ชันจนกระเป๋าตังค์สั่น
เติมง่าย ๆ 
YAMAZAKI แบรนด์ช่วยแก้ปัญหาการเก็บของ ด้วยสินค้าสวยและฟังก์ชันจนกระเป๋าตังค์สั่น
ถ้าไม่อยากติดข้างฝา วางบนโต๊ะก็ได้

สิ่งที่ YAMAZAKI มุ่งหวัง คือการแอบอยู่เคียงข้างชีวิตลูกค้า ทำให้ลูกค้ารู้สึกแปลกใจและประทับใจเวลาใช้สินค้า จนลูกค้ารู้สึกว่าไม่ใช้แบรนด์นี้ไม่ได้

การจะทำเช่นนี้ได้ นักออกแบบของแบรนด์ต้องคอยสังเกตปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ หรือเรื่องกวนใจในชีวิตผู้คนอยู่เสมอ

วิธีการมองปัญหาและแก้ปัญหา

นักออกแบบของ YAMAZAKI มีวิธีการหาข้อมูลและแก้โจทย์ในชีวิตประจำวันของลูกค้าได้อย่างน่าสนใจ

ตอนที่จะออกแบบถ้วยตวง เธอเริ่มจากการสำรวจคนใกล้ตัวว่า ทุกคนมีถ้วยตวงหรือเปล่า จากการถามเพื่อน ๆ ในบริษัท เธอพบว่าในจำนวน 25 คน มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ไม่มีถ้วยตวง แม้แต่ผู้ชายที่อยู่คอนโดฯ คนเดียวก็ยังซื้อติดบ้านไว้

แต่พอถามต่อว่า ถ้วยตวงที่ใช้อยู่มีปัญหาอะไรบ้าง คนกว่าครึ่งหนึ่งบอกว่า มองเห็นมาตรวัดด้านข้างถ้วยยากบ้าง แก้วไม่ทนความร้อนบ้าง หรือแก้วถ้วยตวงมีรอยขีดข่วนเวลาใช้ไปนาน ๆ น้ำหนักก็ค่อนข้างมาก เธอเลยสรุปเบื้องต้นว่า คนต้องการถ้วยตวงที่ดูตัวเลขง่าย ทนความร้อน และเบา

เมื่อเธอลองเสิร์ชคำว่า ‘ถ้วยตวง’ และ ‘ถ้วยตวงเก๋ ๆ’ เธอพบว่า มีบทความหรือกระทู้จำนวนมากที่ใช้คำนี้ (5 แสนกว่าบทความ) เธอเลยลองดูต่อว่า คนเสิร์ชคำว่าอะไรต่อจากคำว่า ‘ถ้วยตวงเก๋ ๆ’ บ้าง ปรากฏว่า เธอเจอคำว่า

ถ้วยตวงเก๋ ๆ ทนความร้อน

ถ้วยตวงเก๋ ๆ ทนความร้อน ฟังก์ชันได้

ถ้วยตวงเก๋ ๆ ทนความร้อน สีขาว

ถ้วยตวงเก๋ ๆ ทนความร้อน เครื่องล้างจาน

สรุปคือ เวลาคนขุ่นเคืองกับถ้วยตวงที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ก็จะเสิร์ชหาสินค้าที่ตอบโจทย์พวกเขามากขึ้น เธอเลยพยายามออกแบบถ้วยตวงที่ดูดี แต่มีคุณสมบัติครบถ้วน กล่าวคือ ทนความร้อน ใช้กับเครื่องล้างจานได้

และนี่คือถ้วยตวงที่เธอออกแบบ

YAMAZAKI Jitsugyo จากบริษัทผลิตโต๊ะรีดผ้า สู่สินค้าแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน ผ่านสินค้าที่เราเห็นแล้วมักอยากได้พอดี!

ถ้วยตวงทำเป็นชั้น ๆ ทำให้คนเห็นง่าย ยิ่งเวลาทำอาหาร ก็เทซอสโดยมองจากด้านบนได้เลย ไม่ต้องเทแล้วคอยยกมาดูด้านข้าง

YAMAZAKI Jitsugyo จากบริษัทผลิตโต๊ะรีดผ้า สู่สินค้าแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน ผ่านสินค้าที่เราเห็นแล้วมักอยากได้พอดี!

นอกจากนี้ เธอยังออกแบบเป็น 2 ไซส์ ขนาด 200 มล. และ 500 มล.​ โดยสามารถซ้อนกันได้ (ไม่เปลืองพื้นที่จัดเก็บ)

เพื่อความรื่นรมย์ในการทำอาหาร เธออกแบบช้อนตวงแบบใสที่ตัวช้อนเป็นชั้น ๆ เหลื่อมกันไปคล้ายกับถ้วยตวง เผื่อเอาไว้ใช้เป็นเซ็ตเข้าคู่กัน

YAMAZAKI แบรนด์ช่วยแก้ปัญหาการเก็บของ ด้วยสินค้าสวยและฟังก์ชันจนกระเป๋าตังค์สั่น
(อยากได้!!!!)

สิ่งที่บริษัทให้ความสำคัญ

สิ่งที่ YAMAZAKI ให้ความสำคัญในการออกแบบและผลิตสินค้า มี 3 ประการด้วยกัน

1. การออกแบบสินค้าให้เข้ากับการตกแต่งห้องและพื้นที่ แต่ขณะเดียวกันก็ดูดีและมีลูกเล่นเล็ก ๆ น้อย ๆ

2. สินค้านั้นทำให้ชีวิตผู้คนสะดวกสบายขึ้นในทุก ๆ วัน ขณะใช้ก็ยังรู้สึกแปลกใจและประทับใจ

3. อยู่เคียงข้างชีวิตผู้คน และทำให้พวกเขารู้สึกขาดเราไม่ได้

สินค้าส่วนใหญ่ของ YAMAZAKI จึงมักเป็นสีขาวหรือสีดำ เรียบง่าย แต่ฟังก์ชันตอบโจทย์ปัญหากวนใจในชีวิตประจำวันของเราจริง ๆ

“เรายินดีต้อนรับความท้าทาย

เราไม่เชื่อในการทำอะไรเดิม ๆ แบบที่เราทำมา

เราเกิดมาเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง”

จากเว็บไซต์บริษัท www.yamajitsu.co.jp

YAMAZAKI Jitsugyo จากบริษัทผลิตโต๊ะรีดผ้า สู่สินค้าแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน ผ่านสินค้าที่เราเห็นแล้วมักอยากได้พอดี!
YAMAZAKI Jitsugyo จากบริษัทผลิตโต๊ะรีดผ้า สู่สินค้าแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน ผ่านสินค้าที่เราเห็นแล้วมักอยากได้พอดี!

จากใจผู้เขียน

สิ่งที่น่าเสียดายประการเดียวของบริษัท YAMAZAKI คือ ไม่มีการให้ผู้บริหารหรือพนักงานสัมภาษณ์ออกสื่อเลย ดิฉันจึงไม่สามารถหาที่มาของชื่อบริษัท การยกระดับการออกแบบจากที่วางเตารีด มาเป็นสินค้าในบ้านเรือนเก๋ ๆ ตลอดจนกระบวนการออกแบบสินค้าโดยละเอียดได้

แต่เพียงแค่นี้ ก็ทำเอาดิฉัน (และเชื่อว่าคุณผู้อ่านหลาย ๆ ท่าน) ใจเต้นไปกับสินค้าของพวกเขา

ชาว YAMAZAKI เล่าแต่เรื่องราวของสินค้ากับชีวิตผู้คน แต่กลับนำตัวตนคนบริษัทไปแอบอยู่หลังม่าน คล้ายชะเง้อมองลูกค้าสนุกสนานอยู่เบื้องหน้า เท่านี้ก็มีความสุขแล้ว

YAMAZAKI Jitsugyo จากบริษัทผลิตโต๊ะรีดผ้า สู่สินค้าแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน ผ่านสินค้าที่เราเห็นแล้วมักอยากได้พอดี!
YAMAZAKI Jitsugyo จากบริษัทผลิตโต๊ะรีดผ้า สู่สินค้าแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน ผ่านสินค้าที่เราเห็นแล้วมักอยากได้พอดี!
YAMAZAKI แบรนด์ช่วยแก้ปัญหาการเก็บของ ด้วยสินค้าสวยและฟังก์ชันจนกระเป๋าตังค์สั่น

ภาพประกอบ 

https://lab.yamajitsu.co.jp

www.instagram.com/yamazaki.home.channel

Writer

Avatar

เกตุวดี Marumura

อดีตนักเรียนทุนรัฐบาลญี่ปุ่นผู้หลงใหลในการทำธุรกิจแบบยั่งยืนของคนญี่ปุ่น ปัจจุบัน เป็นอาจารย์สอนการตลาดที่คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Makoto Marketing

หลักสูตรการตลาดแบบจริงใจสไตล์ญี่ปุ่น

ในอดีต บริษัท BALMUDA เป็นบริษัทที่ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าเล็กๆ น้อยๆ เช่น พัดลม CPU ไว้เป่าให้คอมพิวเตอร์เย็น หรือโคมไฟ LED ตั้งโต๊ะ แต่หลังเกิดวิกฤตเศรษฐกิจเลห์แมน บราเดอร์ ยอดขายของบริษัทก็สะดุดกึก เปิดโอกาสให้ เก็น เทราโอะ ผู้ก่อตั้งบริษัท ได้คิดทบทวนว่า เกิดอะไรขึ้นกับผลิตภัณฑ์ของบริษัท

ผลิตภัณฑ์ BALMUDA ล้วนถูกออกแบบอย่างประณีตสวยงาม และเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ แต่เทราโอะยอมรับว่า เขาและลูกน้องไม่ได้ผลิตของที่มนุษย์ต้องการจริงๆ เขาเชื่อว่า หากผลิตของที่คนต้องการจริงๆ แม้ว่าสภาพเศรษฐกิจจะไม่ดี ยอดขายก็คงไม่ตกฮวบฮาบเช่นนี้

แล้วอะไรคือสิ่งที่ผู้บริโภคยุคนี้ต้องการ

เทราโอะได้คำตอบนี้จากการไปร้านหนังสือ และหนังสือสอนทำอาหาร

วันหนึ่ง เทราโอะซื้อหนังสือวิธีทำอาหารของเชฟร้านอาหารชื่อดัง และลองทำสเต๊กแฮมเบอร์เกอร์ตามสูตรในหนังสือเล่มนั้น ลูกสาวของเขาดีใจมาก

เทราโอะถามตัวเองว่า ทำไมเขาต้องซื้อหนังสือเล่มนั้น ถ้าอยากทานสเต๊กอร่อยๆ ไปทานที่ร้านอาหารร้านนั้นก็ได้ ร้านก็ไม่ได้อยู่ไกลจากบ้านเขาเลย แต่เขาพบว่า เขาตัดสินใจซื้อหนังสือเล่มนั้นเพราะตอนพลิกดูสูตรอาหาร เขาจินตนาการเห็นภาพตัวเองทำอาหารแล้วลูกๆ ดีใจ เขาอยากเห็นลูกชมว่า “ปะป๊าเก่งจังเลย” เขาเลยตัดสินใจจ่ายเงิน เพื่อแลกกับจินตนาการว่า ลูกๆ จะมีความสุข

นั่นคือคำตอบ

ในยุคที่ทุกบ้านมีเครื่องใช้ไฟฟ้าใช้อย่างสะดวกสบาย ผู้คนในยุคนี้ไม่ได้ต้องการสิ่งของ แต่ไขว่คว้าหา ‘ประสบการณ์’

นั่นเปลี่ยนวิธีพัฒนาสินค้าทั้งหมดของ BALMUDA จากการมุ่งออกแบบผลิตภัณฑ์ เป็นการสร้างประสบการณ์

สินค้าขายดีตัวหนึ่งของ BALMUDA คือ BALMUDA The Toaster หรือเครื่องปิ้งขนมปัง

เทราโอะได้ไอเดียนี้ตอนบริษัทจัดทริปไปปิ้งบาร์บีคิวทานกันข้างนอก วันนั้น ฝนตกหนักมาก ชาว BALMUDA  จึงต้องปิ้งหมูปิ้งผักกันท่ามกลางสายฝน เผอิญมีพนักงานคนหนึ่งนำขนมปังแถวมา เลยมีคนเอาไปปิ้งบนเตาด้วย หวังว่าจะให้อุ่น แต่ปรากฏว่า ขนมปังปิ้งนั้นอร่อย ‘มากกกก’ ข้างนอกกรอบ ข้างในนุ่ม หอมและอุ่น จนชาว BALMUDA เริ่มคิดว่า เราสามารถ ‘เลียนแบบ’ ความอร่อยของขนมปังปิ้งแบบนี้ได้อีกหรือไม่

พวกเขาลองทดสอบสมมติฐานต่างๆ อะไรทำให้ขนมปังปิ้งวันนั้นอร่อย

เตา? ถ่านไม้? อุณหภูมิหรือความแรงของไฟ?

แต่ปิ้งเท่าไรก็ไม่เหมือน

สุดท้าย ทีม BALMUDA พบคำตอบว่า เคล็ดลับความอร่อยอยู่ที่ ‘หยาดฝน’ นั่นเอง

เครื่องปิ้งขนมปัง BALMUDA จึงมีที่ใส่น้ำด้วย โดยผู้ใช้ต้องรินน้ำลงไปในเครื่องก่อนจะปิ้งขนมปังทุกครั้ง

หากเข้าไปดูในเว็บ BALMUDA เราจะแทบไม่ค่อยเห็นภาพเครื่องปิ้งขนมปังสักเท่าไร มีแต่ภาพขนมปังอบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นขนมปังฝรั่งเศส หรือขนมปังหน้าชีสเยิ้มๆ นั่นเป็นเพราะพวกเขากำลังออกแบบ ‘ประสบการณ์การทานขนมปังสุดแสนอร่อยนั่นเอง’

ทำอย่างไรให้คนได้ทานขนมปังที่อร่อยที่สุด

เครื่องปิ้งขนมปังทั่วไปมักมีปุ่มหมุนปรับเวลาว่า จะปิ้งกี่นาที หรืออย่างมาก ก็มีปุ่มปรับระดับความร้อน

แต่สำหรับเครื่องปิ้งขนมปัง BALMUDA มีปุ่มให้เลือกแบบนี้

โหมดปิ้งขนมปังปิ้งธรรมดา …ปิ้งแล้วขนมปังด้านนอกกรอบ แต่ด้านในยังนุ่มฟู

โหมดขนมปังปิ้งหน้าชีส …จะทำให้ชีสมีรอยเกรียมสีน้ำตาลน้อยๆ

โหมดครัวซองต์ …ปิ้งแล้วครัวซองต์จะไม่แห้งแข็ง แต่ยังคงกรอบเหมือนตอนเพิ่งอบใหม่ๆ จากเตา

และโหมดขนมปังฝรั่งเศส …จะไม่ทำให้ขนมปังแข็งเป็นท่อนไม้ แต่คงความนุ่มเล็กน้อยด้านใน พร้อมกลิ่นหอมอ่อนๆ ของขนมปัง

หรือจะปรับอุณหภูมิเอง ก็มีปุ่มปรับระดับอุณหภูมิให้

นอกจากนี้ หากเป็นขนมปังแช่แข็ง ก็นำมาปิ้งในเครื่องปิ้งของ BALMUDA ได้อย่างอร่อยเช่นกัน เพียงแค่ปิ้งให้นานกว่าเดิมแค่ 1 นาทีเท่านั้น

ตอนสร้างเครื่องปิ้งขนมปัง พวกเราไม่ได้คิดว่าเรากำลังพัฒนาเครื่องปิ้ง แต่เรามุ่งมั่นที่จะสร้างรอยยิ้มตอนที่ได้ทานขนมปังที่อร่อยๆ ครับ” เทราโอะกล่าว

จากงานออกแบบกว่า 2,000 แบบ และการทดลองกว่า 1,000 ชั่วโมง จนได้เครื่องปิ้งที่สร้างประสบการณ์ความอร่อยได้สมบูรณ์แบบที่สุด

นั่นทำให้ในปีแรก BALMUDA จำหน่ายเครื่องปิ้งขนมปังรุ่นนี้ได้กว่า 100,000 เครื่อง ทั้งที่ราคาสูงถึงเกือบ 8 พันบาท สูงกว่าแบรนด์อื่นในตลาดเกือบ 8 เท่า

ลูกค้าไม่ได้อยากได้เครื่องปิ้งขนมปังราคา 8 พันบาท แต่อยากลองทานขนมปังปิ้งที่อร่อยที่สุดในโลก จึงตัดสินใจซื้อ BALMUDA ครับ” เทราโอะกล่าวทิ้งท้ายไว้

 

www.balmuda.com/jp/toaster
หมายเหตุ: เครื่องปิ้งขนมปังนี้ ใช้ไฟ 110 โวลต์ อาจใช้กับเมืองไทยไม่ได้ค่ะ
ภาพ: www.balmuda.com

Writer

Avatar

เกตุวดี Marumura

อดีตนักเรียนทุนรัฐบาลญี่ปุ่นผู้หลงใหลในการทำธุรกิจแบบยั่งยืนของคนญี่ปุ่น ปัจจุบัน เป็นอาจารย์สอนการตลาดที่คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load