‘หอมเหมือนไปนั่งอยู่ในสวนกุหลาบ’

เป็นความรู้สึกแรกหลังจากที่กลิ่น ‘ปิยรัญจวร’ อบอวลไปทั่วห้อง ชนิดที่ว่าถ้าหลับตาก็จินตนาการถึงทุ่งดอกกุหลาบได้ไม่ยาก ต้นตอมาจากขวดสีขาวเล็กๆ ที่มีปูนปั้นสลักเป็นหน้ายักษ์ประดับอยู่ด้านหน้า แม้จะแกะสลักเป็นลายไทย แต่สีขาวล้วนที่ตัดกับก้านไม้สีอ่อนนั้น ทำให้ตั้งบนโต๊ะไม้ในบ้านได้อย่างไม่ขัดเขิน

‘ยักษียักษา’ เป็นแบรนด์เครื่องหอมกลิ่นไทยๆ ที่ตั้งใจอยากให้ความสุขอบอวลตั้งแต่ก้านไม้ไปจนถึงคนปลูกกุหลาบ กลิ่นหอมหวานที่ว่านั้นมาจากกุหลาบพันธุ์จุฬาลงกรณ์และพันธุ์ไกลกังวล ซึ่งปลูกอยู่ในสวนหลังบ้านของผู้สูงอายุในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

เมื่อใช้ดอกกุหลาบพันธุ์ไทยและหลงรักวรรณคดีไทยเป็นทุนเดิม ยักษียักษาจึงเล่าเรื่องแบรนด์ผ่านยักษ์ ‘ทศกัณฐ์’ ตัวร้ายจากวรรณคดีไทยเรื่อง รามเกียรติ์ ที่นอกจากเป็นสัญลักษณ์แบบไทยๆ แล้ว เรื่องราวของยักษ์วายร้ายยังน่าสนใจจนต้องหยิบมาเป็นชื่อแบรนด์

หนึ่งเรื่องที่คนอาจยังไม่รู้เกี่ยวกับทศกัณฐ์ คือยักษ์ตนนี้ไม่ได้มีแค่ร่างสีเขียวเกรี้ยวโกรธ แต่ยังมีโหมดอารมณ์ดีที่เรียกว่า ‘ทศกัณฐ์ลงสวน’ มักใช้เวลาว่างแอบไปเดินเล่นในดงดอกไม้และเกี้ยวพาราสีนางสีดา

เพราะประทับใจในทศกัณฐ์ร่างสีทองที่ว่า ยักษียักษาจึงบรรจงหล่อปูนปั้นหน้ายักษ์ประดับไว้ข้างขวดน้ำมันหอมระเหย และเป็นที่มาของชื่อ ‘ยักษียักษา’ แบรนด์เครื่องหอมจากดอกไม้ไทยที่หอมเหมือนได้ไปเดินอยู่ในสวนดอกไม้กับทศกัณฐ์

ยักษียักษา แบรนด์เครื่องหอมที่ใช้ดอกกุหลาบจากแปลงสวนหน้าบ้านผู้สูงวัยในชุมชน

ยักษียักษา

“ในทางธรรมชาติ น้ำมันหอมระเหยช่วยรักษาและบำบัดเรา เหมือนยามเป็นหวัดที่เราใช้วิคส์ ใช้ยาดม ถ้าเราเรียนรู้และสนิทกับเขา เขาจะให้ประโยชน์กับเรา พอเรามาทำ เราก็ดูว่าคนต้องการอะไร คนเป็นภูมิแพ้เยอะ หายใจได้ไม่ค่อยดี ใช้น้ำหอมแล้วไม่อยากได้เคมีสังเคราะห์ เราก็ตอบทุกโจทย์ที่คนอยากได้ นั่นคือสิ่งที่เราทำ” 

แม็ก - พรหมพิริยะ หงษ์ยนต์, ยักษียักษา

แม็ก-พรหมพิริยะ หงษ์ยนต์ ผู้ปั้น ‘ยักษียักษา’ อย่างพิถีพิถันบอกกับเรา นี่เป็นก้านใหม่ที่แตกกิ่งออกมาจาก ‘ภูวารา’ แบรนด์เครื่องหอมที่เขารุดหน้ากรุยทางไปก่อนหน้านั้นแล้ว

9 ปีก่อน ขณะที่เพิ่งเรียนจบด้านธุรกิจการบินมาหมาดๆ แม็กใช้เวลาหมดไปกับการทบทวนว่า จริงๆ แล้วสิ่งที่เขาชอบคืออะไร โชคดีที่คำถามนี้ไม่ได้ยากสำหรับเขาสักเท่าไหร่ เพราะเขารู้ได้ทันทีว่าสิ่งที่ตัวเองโปรดปรานมาเสมอคือ ‘กลิ่นดอกไม้’ 

เขานี่แหละคือมนุษย์ประเภทที่ต้องเข้าไปดู เข้าไปดมทุกครั้งที่เจอไปเจอดอกไม้แปลกๆ 

แม็กหยิบเอาความรักมาทำเป็นเครื่องหอม เพราะเป็นทางเดียวที่ทำให้เขาได้ส่งต่อสิ่งกลิ่นที่ชอบไปยังคนอื่นๆ ได้ นี่เป็นจุดเริ่มต้นของภูวารา แบรนด์เครื่องหอมที่แม็กปลุกปั้นขึ้นมาด้วยสองมือ เขาเปรียบภูวาราเป็นลูกคนแรก ที่เฝ้าประคบประหงมจนปีกกล้าขาแข็ง ส่วนตอนนี้เขาทุ่มเทให้กับยักษียักษา ลูกคนเล็กในวัยกำลังตั้งไข่หัดเดิน

ระหว่างที่ภูวาราค่อยๆ เติบโต บ่อยครั้งที่แม็กได้ไปเยือนชุมชนต่างๆ เพื่อไปทำกิจกรรมเพื่อสังคมในนามของบริษัท และนั่นทำให้เขามองเห็นช่องว่างที่การถือกำเนิดของยักษียักษาเข้าไปเติมเต็มได้

แบรนด์เครื่องหอมจากธรรมชาติที่เล่าเรื่องกลิ่นไทยๆ ผ่าน ‘ยักษ์ทศกัณฑ์’ กับความตั้งใจสร้างความสุขให้ทั้งคนรับและคนทำ
แบรนด์เครื่องหอมจากธรรมชาติที่เล่าเรื่องกลิ่นไทยๆ ผ่าน ‘ยักษ์ทศกัณฑ์’ กับความตั้งใจสร้างความสุขให้ทั้งคนรับและคนทำ

“ภูวาราเน้นเน้นการขาย ขายเพื่อสร้างรายได้ เลี้ยงครอบครัว สร้างชีวิตเรามาตลอด พอทำ CSR มันก็ทำได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วยเพราะโครงสร้างมันถูกขึงไว้แล้ว เราไปพัฒนานั่น ไปพัฒนานี่ เราก็เห็นนะว่ามันก็ช่วยได้แค่ระยะสั้น ไม่ได้ยั่งยืน เราเลยแยกแบรนด์ออกมา เริ่มต้นใหม่กับยักษียักษา ทำโครงสร้างแบบใหม่เพื่อให้สังคมตั้งแต่จุดเริ่มต้นเลย” แม็กเล่าให้เราฟัง

“เราอยากทำธุรกิจที่อยู่ร่วมกับสังคมและผลักดันคนข้างหลังให้ไปพร้อมกับเราได้ เราตั้งใจออกแบบธุรกิจอย่างไรให้มีความสุข และเป้าหมายสุดท้ายคือรอยยิ้ม” 

นี่คือโจทย์ใหม่ที่ยักษียักษากำลังเข้ามาแก้ เขาตั้งใจทำให้เป็นแบรนด์ CSV (Creating Shared Value) ที่ในท้ายที่สุดแล้วจะกลับมาสร้างรายได้ให้กับชุมชน

‘แปลงสุข’

“น้ำหอมมาจากดอกไม้”

แม็กพาเราไปเยือน ‘แปลงสุข’ ที่ประจวบคีรีขันธ์ผ่านเรื่องที่เขากำลังเล่า เขาตั้งใจให้ที่นี่เป็นแหล่งปลูกกุหลาบโดยกลุ่มผู้สูงอายุ นี่ไม่ใช่ไร่หลายเอเคอร์ แต่เป็นสวนเล็กๆ ที่อยู่หน้าบ้านคุณลุง-คุณป้า ในชุมชนบ้านเกิดของเขา

“กลุ่มผู้สูงอายุต่างจังหวัดเขาไม่มีรายได้ มักจะรอลูกหลานส่งเงินมาให้ แต่เขารวยที่ดิน หน้าบ้านมีแปลงใหญ่ๆ เราเห็นว่าเขาชอบปลูกดอกไม้ ปลูกนู่น ปลูกนี่ เราเลยเอาดอกไม้ไปให้เขาปลูก แถวบ้านเขาเลี้ยงวัว ก็เอาปุ๋ยคอกมาใส่ เขาแค่ดูแลดอกไม้ไปเรื่อยๆ ถึงเวลาก็เก็บใส่กล่องแล้วเอามาให้เรา เราก็รับซื้อทั้งหมด เราไม่สนใจว่าดอกไม้จะหัก จะงอ จะสวยหรือไม่สวย เพราะคุณค่าของดอกไม้ไม่ได้อยู่ที่รูปร่าง แต่อยู่ที่กลิ่นหอม” 

ยักษียักษา แบรนด์เครื่องหอมที่ใช้ดอกกุหลาบจากแปลงสวนหน้าบ้านผู้สูงวัยในชุมชน
ยักษียักษา แบรนด์เครื่องหอมที่ใช้ดอกกุหลาบจากแปลงสวนหน้าบ้านผู้สูงวัยในชุมชน

แม็กให้ความสำคัญกับการสกัดกุหลาบมาเป็นอันดับหนึ่ง ยิ่งเป็นเรื่องความเข้มข้นของกลิ่นที่เปลี่ยนไปแม้ต่างฤดูกาล เขาจึงออกแบบกล่องดูดความชื้นให้ชาวบ้านเอาไว้เก็บดอกไม้ โดยดัดแปลงมาจากโถดูดความชื้นวิทยาศาสตร์ พอเอาดอกไม้วางลงไปก็จะแห้งไวขึ้น รักษาคุณภาพดอกไม้ไว้อย่างดี นอกจากรูปแบบธุรกิจแล้ว เขายังต้องออกแบบเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ อย่างประณีต 

“เราอยากได้ประติมากรรมเป็นงานปั้น เลยไปปรึกษาเพาะช่าง ให้เขาปั้นหน้ายักษ์ขึ้นมา พอได้แม่พิมพ์เราก็เอาไปให้กลุ่มผู้พิการทางขา หล่อเป็นหน้ายักษ์เพื่อมาทำเป็นบรรจุภัณฑ์”

เมื่อน้ำมันหอมระเหยพร้อม ขวดพร้อม ทุกอย่างจะถูกวางเอาไว้หน้าที่หน้าบ้าน ไม่นานนักก็จะมีคุณลุง-คุณป้า ปั่นจักรยานมาโฉบเอาไปประบรรจุกล่องที่บ้าน ใส่ก้านไม้ ปิดหีบห่อเรียบร้อยก็ปั่นจักรยานเอามาวางไว้ที่เดิม 

ยักษียักษา แบรนด์เครื่องหอมที่ใช้ดอกกุหลาบจากแปลงสวนหน้าบ้านผู้สูงวัยในชุมชน

นี่เป็นการทำธุรกิจที่อยู่ร่วมกับชุมชนอย่างที่เขาตั้งใจไว้ และยังเป็นตัวกลางที่เชื่อมบ้านนู้น บ้านนี้ ไว้ด้วยกัน แม้ว่าเบื้องหน้าดูเรียบง่าย แต่เบื้องหลังกลับท้าทาย เพราะแม็กต้องก้าวออกจากตัวเองคนก่อนหน้า ซึ่งมองต้นทุนและกำไรขององค์กรเป็นที่ตั้ง แล้วหันมาให้ความสำคัญกับความเป็นอยู่ของทุกชีวิตที่อยู่เบื้องหลังขวดน้ำมันหอมระเหยทุกขวด เข้าเรียกมันว่า Journey บนถนนเส้นที่เขาจะไม่ปล่อยให้ใครต้องเดินไปคนเดียว 

“ถ้าเราโฟกัสว่าทำอย่างไรให้ขายได้ สุดท้ายแล้วในหัวเราก็จะมีแต่เรื่องเงิน ในที่สุดเราก็ต้องไปกดราคาต้นทุน ทำให้ต้นทุนถูกที่สุด เพื่อให้ได้กำไรมากที่สุด แต่ถ้าเราลืมเรื่องนั้นไปเลย คิดถึงชุมชนก่อนว่าจะทำอย่างไรให้เขามีรายได้ ทำอย่างไรให้เขามีความสุขและเลี้ยงครอบครัวได้ นี่คือสิ่งที่เราคาดหวังไว้ เพราะฉะนั้น มันเริ่มจากมายเซ็ตของเรา”

จากภูวาราสู่ยักษียักษา

“สำหรับภูวารา เรารู้ว่าทำอย่างไรให้ธุรกิจมันเติบโต ทำอย่างไรให้ธุรกิจยั่งยืน แล้วทำอย่างไรให้มันประสบความสำเร็จในตลาด ถ้ากล่องแพง เราก็แค่ต้องหาโรงงานใหม่”

นั่นเป็นบทเรียนที่แม็กได้จากการบริหารภูวารา แต่สำหรับยักษียักษานั้นตรงกันข้าม หากเปรียบเป็นคน ยักษียักษาคงเป็นทายาทรุ่นสองที่มีที่มาในการสานต่อธุรกิจ ได้เปรียบกว่าตรงที่มีภูวาราอยู่เบื้องหลัง ภูวารามีเครื่องไม้เครื่องมือพร้อมทุกอย่าง อีกทั้งยังพื้นที่ที่ทำให้แม็กได้ลองผิดลองถูกจนสะสมบทเรียนมาแล้วนับไม่ถ้วน 

แบรนด์เครื่องหอมจากธรรมชาติที่เล่าเรื่องกลิ่นไทยๆ ผ่าน ‘ยักษ์ทศกัณฑ์’ กับความตั้งใจสร้างความสุขให้ทั้งคนรับและคนทำ

“นี่เป็นความโชคดีของยักษียักษา” เขาเชื่ออย่างนั้น 

แม้จะดึงเอาความสำเร็จของแบรนด์พี่มาอุดรอยรั่วให้แบรนด์น้องได้ แต่แม็กเล่าว่าทั้งสองกำลังเดินไปบนถนนคนละเส้น 

“ยักษียักษาแตกต่างจากภูวารามาก คราวนี้โจทย์คือทำอย่างไรให้สังคมอยู่ได้ เราต้องทำกำไรแค่พอเหมาะ พอให้เราอยู่ได้ เขาอยู่ได้ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ ต้องคิดไปถึงว่าแต่ละบ้านต้องปลูกดอกกุหลาบกี่ต้น คุณลุงดูแลไหวไหม คุณลุงแฮปปี้ไหม บ้านนี้ทำหน้ายักษ์ได้วันละกี่หน้า แม่พิมพ์พอไหม ถ้าไม่พอเราต้องทำเพิ่มอีก มีการลงทุนในแบบที่ภูวาราไม่มี มันเลยมีการจัดการคนละแบบอย่างสิ้นเชิง”

แน่นอนว่าโจทย์ที่หินกว่าเป็นของยักษียักษา เพราะครั้งนี้เขาไม่สามารถจัดการทุกอย่างให้เป็นดั่งใจเหมือนครั้งก่อน

แบรนด์เครื่องหอมจากธรรมชาติที่เล่าเรื่องกลิ่นไทยๆ ผ่าน ‘ยักษ์ทศกัณฑ์’ กับความตั้งใจสร้างความสุขให้ทั้งคนรับและคนทำ

“พอเข้าหน้าฝน ดอกกุหลาบออกไม่ดี เราก็บอกลุงว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวพอต้นมันโตมันก็ดีขึ้น อย่างช่วง COVID-19 ส่งของลำบาก เราก็บอกลุงว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวเราพอมีค่าขนมเล็กๆ น้อยๆ ให้ เราต้องปรับตามชุมชนอยู่ตลอดเวลา”

อีกหนึ่งโจทย์ที่ทำเอาเขาเหงื่อตกคือการสื่อสารกับคนใน ส่วนที่ยากที่สุดของการทำเครื่องหอมคือขั้นตอนการสกัด แต่ความยากเบื้องหลังการปรุงน้ำหอมคุณภาพดีที่สุดอย่างที่เขาคิดไว้ คือการพูดคุยกับทุกคนในขั้นตอนการผลิตทั้งหมด

“แม้แต่การผลิตเรายังต้องการการสื่อสารที่ดี สิ่งสำคัญที่สุดคือการทำงานกับคน ไม่ใช่ไปสั่งเขาว่าให้ทำแบบนั้น แบบนี้ แต่เราต้องเข้าไปสร้างแรงบันดาลใจ บอกคุณลุงว่าต้องปลูกแบบไหน เดี๋ยวพอกุหลาบออกดอก เรามารับซื้อ มันก็จะสร้างรายได้ให้คุณลุงได้นะ ถ้าบอกแบบนี้คุณลุงก็จะตั้งใจปลูก อาจมีบ้างที่เรากำชับไม่ให้คุณลุงใช้ปุ๋ยเคมี เพราะมีสถาบันมาคอยรองรับคุณภาพเราตลอด แต่ถ้าใช้วิธีการสั่ง เขาจะทำก็ได้ ไม่ทำก็ได้ แต่ถ้าโน้มน้าวให้เขาทำอย่างมีความสุข เขาก็จะใส่ใจและใส่ความรักให้กับเราด้วย”

ยักษียักษา แบรนด์เครื่องหอมที่ใช้ดอกกุหลาบจากแปลงสวนหน้าบ้านผู้สูงวัยในชุมชน

พูดอย่างไรให้เข้าใจกันที่สุด

“ตั้งใจให้มีแปดกลิ่นที่ชื่อคล้องจองกัน”

ไทยดำริ ปิยรัญจวน อวลคนสุธา คือ 3 กลิ่นแรกของยักษียักษาที่คล้องจองกัน แต่ละกลิ่นมีเรื่องราวเบื้องหลังเป็นนิยายเรื่องสั้นที่บอกเล่าที่มาที่ไป ไม่เพียงแต่อบอวลอยู่ในโสตประสาท แต่แม็กยังอยากให้เรื่องราวของดอกไม้และความเป็นไทยที่เขาเล่าผ่านยักษ์ทศกัณฐ์อบอวลอยู่ในใจของคนใช้อีกด้วย 

คาเฟ่ที่ประจวบฯ เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง เขาตั้งใจให้ที่นั่นเป็นศูนย์การเรียนรู้ และเป็นอีกหนึ่งช่องทางให้คนเข้ามาทำความรู้จักกับยักษียักษา ชวนมาจิบชากุหลาบที่รู้ว่ามาจากสวนของบ้านไหน กินขนมไทยที่ทำจากฝีมือคนในชุมชน นี่เป็นอีกช่องทางที่เขาใช้เล่าเรื่อง

“แบรนด์เครื่องหอมของไทยมีเยอะมาก บางทีเราอินของเราคนเดียว แต่คนอื่นเขาไม่ได้อินกับเราด้วย นี่คืออุปสรรคที่ว่าเราจะสื่อสารอย่างไรให้คนรับรู้เรื่องของเราได้ และอยากมาสัมผัสสิ่งนี้ให้มากขึ้น เราอยากให้มันเป็นของที่ระลึกประจำประเทศไทย อยากให้สื่อสารถึงคนทั่วโลกได้ เราอยากสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนไทยและสังคมโลก นั่นแหละคือเป้าหมายของยักษียักษา ถ้ามันไปถึงตรงนั้นได้ เราเชื่อว่าเดี๋ยวธุรกิจมันจะเติบโตไปได้เอง” 

สำหรับแม็กแล้ว ยักษียักษาคืองานชิ้นเอกที่เขาบรรจงสร้างทุกขั้นตอนอย่างละเอียดลออ โดยหวังว่าจะกลายเป็นโมเดลธุรกิจที่เฉียดเข้าใกล้คำว่าสมบูรณ์แบบที่สุด และเป็นแรงบันดาลใจให้กับธุรกิจอื่นๆ ที่อยากอยู่ร่วมกับชุมชนให้ยั่งยืนได้แบบเขา และที่สำคัญคือ ไม่ลืม ‘ความสุข’ ของผู้คนบนนถนนทั้งสายที่ยึดเอาไว้เป็นที่ตั้ง

“เราอยากออกแบบธุรกิจให้มีความสุข เชื่อว่านี่เป็นโจทย์ในดวงใจของใครหลายๆ คนเหมือนกัน แต่เขาอาจไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร เราจึงทำยักษียักษาอย่างพิถีพิถัน เราคิดว่าถ้าคนอื่นอยากมาทำแบบเรา เขาสามารถถอดบางช่วง บางตอนของยักษียักษาไปใช้ได้ ตอนนี้ยักษียักษาอาจจะโตช้าเดินไปช้าๆ แต่เราเชื่อว่าการเดินช้าๆ ของเราจะมั่นคงและมีความสุข”

“เราอยากเห็นชาวบ้านได้ปลูกดอกไม้ เก็บดอกไม้ แล้วมีรายได้ ตอนเช้าผู้สูงอายุลุกขึ้นมานั่งทำงานแล้วเขามีความสุข รู้สึกว่าตัวเองมีประโยชน์ ยังมีความสามารถ เขาเกิดความภาคภูมิใจและเกิดรอยยิ้ม ทุกคนมีรอยยิ้มในการทำงาน เท่านั้นแหละสิ่งที่เราอยากเห็นมันคือสิ่งเล็กๆ ที่มีพลัง”

แม็ก - พรหมพิริยะ หงษ์ยนต์, ยักษียักษา

ยักษียักษา 

Facebook : ยักษียักษา YaksriYaksaa

Instagram : yaksriyaksaa

Writer

ซูริ คานาเอะ

ชอบฟังมากกว่าพูด บูชาของอร่อย เสพติดเรื่องตลก และเชื่อว่าชีวิตนี้สั้นเกินกว่าจะอ่านหนังสือดีๆ ให้ครบทุกเล่ม

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

Happy Business

เรื่องราวของธุรกิจสร้างสรรค์ที่ต้องการแ...

25 พฤศจิกายน 2562
26 K

Adely เป็นธุรกิจนำเที่ยวที่เกิดมาเพื่อผู้สูงวัย

เพราะเชื่อว่าเรื่องเที่ยวไปเรื่องของคนทุกวัย ไม่ควรมีอะไรมาจำกัด จะมีก็แต่เป้าหมายและเงื่อนไขในชีวิตที่แตกต่างกัน ที่ทำให้เราเลือกใช้ชีวิตในนิยามความคุ้มที่ต่างกัน

หลายคนกว่าจะรู้ตัวว่ายังมีอะไรที่อยากทำเยอะแยะก็ก้าวเท้าเข้าสู่ช่วงวัยเกษียณ มีอุปสรรคใหญ่หลวงมาสกัดกั้นนานับไม่ถ้วน ทั้งสภาพร่างกายที่แปรเปลี่ยน ความใกล้ชิดของลูกหลานซึ่งต่างเติบโตมีภารกิจหน้าที่หลากหลายจนไกลห่าง ซ้ำให้หมดหวังกับการออกผจญโลกกว้าง บางคนอยู่อาศัยในบริเวณรั้วบ้านนานวันจนเหงาเศร้าซึม

Adely ธุรกิจนำเที่ยวที่เกิดมาเพื่อเติมเต็มความฝันผู้สูงวัยด้วยการเดินทาง

เมื่อได้ยินว่ามีธุรกิจนำเที่ยวที่อยากแก้โจทย์นี้ The Cloud ก็ติดต่อขอพูดคุยกับคนที่อยู่เบื้องหลังทันที

Adely เป็นธุรกิจที่อยากเติมเต็มความฝันของเหล่าผู้สูงวัยที่กายยังไหวและใจข้างในไฟยังแรงคุกรุ่น

“เราอยากส่งมอบความสุขผ่านการเดินทางให้ผู้สูงอายุ ดูแลใส่ใจเหมือนคนในครอบครัว” โยชิ-กัมพล อุฬารวิริโย และ อุ้ม-นิตินุช นุชนาคา เล่าความตั้งใจให้เราฟัง หลังจากทั้งคู่เปิดให้บริการนำเที่ยวและดูแลผู้สูงอายุมาหนึ่งปีเต็ม โดยผู้รับบริการที่โยชิเรียกว่า ‘วัยเก๋า’ หรือผู้คนที่มีอายุมากสุดในตอนนี้ คือ 88 ปี

โยชิ-กัมพล อุฬารวิริโย และ อุ้ม-นิตินุช นุชนาคา

โยชิเปิดรูปการเดินทางครั้งต่างๆ ที่ Adely เคยจัดให้ดู สิ่งที่เราพบคือรอยยิ้มสดใสของนักท่องเที่ยวอายุเฉลี่ยเกินครึ่งร้อย ณ สถานที่ทั้งในและต่างประเทศ อย่างระยอง ราชบุรี เชียงราย หรือแม้กระทั่งสวิตเซอร์แลนด์ ราวกับว่าพวกเขาได้ย้อนวัยกลับสู่สมัย 14 อีกครั้ง

แต่เบื้องหลังใช่เต็มไปด้วยรอยยิ้มเสมอ การนำกลุ่มคนจำนวนมากไปเที่ยวอย่างพึงพอใจไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งเป็นผู้สูงอายุ ยิ่งต้องพิถีพิถัน อะไรทำให้ทั้งสองมุ่งมั่นปลุกปั้น Adely ให้อยู่เคียงคู่ผู้สูงอายุแม้จะมีความท้าทายสูง 

เราอยากให้คุณอ่านเรื่องนี้ แล้วส่งต่อเข้ากลุ่มไลน์ครอบครัวดู

Adely ธุรกิจนำเที่ยวที่เกิดมาเพื่อเติมเต็มความฝันผู้สูงวัยด้วยการเดินทาง

01

รู้ว่าเสี่ยงแต่คงต้องขอลอง

“เสี่ยงมากที่ลาออก ตอนเริ่มเราไม่ได้มองเชิงธุรกิจขนาดนั้น แต่เห็นว่ามีโอกาสและอยากทำ” โยชิย้อนกลับไปเมื่อปีก่อน ตอนตัดสินใจลาออกจากงานด้านนวัตกรรมที่มั่นคงหันมาสร้างธุรกิจของตน

แรงผลักดันที่ทำให้โยชิกล้าเดิมพันครั้งใหญ่คือรอยยิ้มของคุณแม่ในวัย 70 ปีที่ได้เที่ยวประเทศญี่ปุ่น ขึ้นตึกสูงมองเห็นทิวทัศน์ไกลสุดลูกตา และกลับมามีแรงกายแรงใจใช้ชีวิตอีกครั้งหนึ่ง เหมือนได้รับของขวัญของชีวิต

“เราเคยคิดว่าคนอยู่ติดบ้านติดเตียงจะไม่อยากเที่ยวแล้ว จริงๆ ไม่ใช่สักทีเดียวนะ เขายังอยากเที่ยว แต่ไม่อยากเที่ยวแล้วรู้สึกว่าเป็นภาระหรือทรมานคนอื่น จะไปก็กลัวรบกวนเวลาทำงานลูกหลาน” โยชิเล่า เขาเริ่มศึกษาผู้สูงอายุกับการท่องเที่ยว และพบว่ามีคนไม่น้อยประสบปัญหานี้ 

เมื่อไม่ค่อยมีใครแก้ และเขาเองก็มีประสบการณ์จากงานที่ทำเพียงพอแก่การเริ่มต้นใหม่ 

ไม่รอช้า โยชิและอุ้มลาออกจากงานประจำ ร่วมเดินทางเพื่อพิสูจน์ความฝัน หาหนทางสร้างรอยยิ้มแบบที่เคยเกิดขึ้นกับคุณแม่

Adely ธุรกิจนำเที่ยวที่เกิดมาเพื่อเติมเต็มความฝันผู้สูงวัยด้วยการเดินทาง

02

เล็กน้อยแต่สำคัญ

มนต์วิเศษของครอบครัว คือแม้มีเรื่องไม่ถูกใจระหว่างทางก็อาจหายเคืองโกรธได้ไม่ยากในเวลาต่อมา แต่กับธุรกิจ สิ่งสำคัญคือบริการที่ดีและน่าประทับใจ

การพาเที่ยวแต่ละครั้งจึงต้องทำการบ้านและเตรียมพร้อมอย่างพิถีพิถัน

สถานที่เที่ยวต้องไร้บันไดสูงชัน เดินทางด้วยรถไม่เกิน 3 ชั่วโมง เดินเท้าต้องไม่ไกล มีจุดนั่งพักเป็นระยะให้ทุกคนเดินทันกันและนั่งรอพักผ่อนได้ มีจุดให้ถ่ายรูปสวยๆ 

ประกันการเดินทางต้องเลือกที่ครอบคลุมทุกช่วงวัย

อาหารรสชาติต้องถูกปากอย่างพอเหมาะ ไม่เผ็ด ไม่เค็ม จนเกินรับไหว

ที่นอนต้องไม่เป็นฟูกติดพื้น เพราะอาจมีปัญหาเรื่องข้อเข่า

Adely ธุรกิจนำเที่ยวที่เกิดมาเพื่อเติมเต็มความฝันผู้สูงวัยด้วยการเดินทาง

รถต้องเลือกแบบที่เหมาะ บางคันโต๊ะหมุนได้ บ้างมีที่เท้าแขน นั่งสบายแตกต่างกัน บางคนชอบนั่งริมประตู บ้างชอบนั่งติดหน้าต่าง ตามแต่ความสะดวกและสบาย

เหล่านี้เป็นรายละเอียดเพิ่มเติมชวนพิจารณา ไม่รวมถึงปัญหาเฉพาะหน้า เช่น โรคภัยไข้เจ็บประจำตัวตามวัย ความแตกต่างระหว่างแต่ละคน อุบัติเหตุต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น การเดินทางจึงต้องเป็นกลุ่มขนาดไม่ใหญ่นัก เพื่อการดูแลที่ทั่วถึง

“ปกติเริ่มที่ 8 คน แต่น้อยกว่านั้นก็เคยไป ขาดทุนก็มี ช่วงแรกเราจะไปด้วยทุกทริปเพื่อดูความเรียบร้อย ส่วนตอนนี้มีไกด์ฟรีแลนซ์ที่ถูกต้องตามกฎหมายมาช่วยด้วยอีกแรง” โยชิเล่าพร้อมเสริมว่าอุ้มเป็นคนสำคัญที่คอยช่วยดูรายละเอียดเบื้องหลังทั้งหมด

Adely ธุรกิจนำเที่ยวที่เกิดมาเพื่อเติมเต็มความฝันผู้สูงวัยด้วยการเดินทาง

การจัดการแบบนี้มีต้นทุนสูง จะตั้งราคาหวังกำไรสูงก็ไม่ควรยิ่ง เพราะผู้สูงอายุตรวจสอบข้อมูล เปรียบเทียบราคากับคู่แข่งด้านการท่องเที่ยวที่มีเต็มตลาดได้ด้วยตัวเองแล้ว และหลายคนยังต้องแบ่งเงินเก็บหลังเกษียณมาใช้เพื่อเที่ยวอย่างระมัดระวัง 

ทำไมถึงทำ แม้อาจไม่ตอบโจทย์ทางรายได้เท่าที่ควร เราสงสัย

“เราคิดว่าต่อไปจะสร้างคุณค่าที่คนอื่นทำไม่ได้ ซึ่งน่าจะพอมีรายได้ แต่ที่สำคัญเลยคืองานนี้ถ้าไม่ใช่เรา ไม่รู้เลยว่าจะมีใครทำแบบนี้เมื่อไหร่” โยชิกล่าวอย่างไม่ลังเล

Adely ธุรกิจนำเที่ยวที่เกิดมาเพื่อเติมเต็มความฝันผู้สูงวัยด้วยการเดินทาง

03

ลูกหลานเฉพาะกิจ

หากคุณเคยเห็นข้อความสวัสดีวันจันทร์ คุณคงพอทราบว่าปัจจุบันผู้สูงอายุก็เข้าถึงเทคโนโลยีและหลงรักการสนทนารูปแบบใหม่ไม่แพ้วัยรุ่น

เช่นนั้นแล้ว การสร้างบริการใหม่ๆ ด้วยเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์และเข้าถึงคนได้เยอะขึ้น ดูเป็นความคิดที่น่าทดลองทีเดียว

“ต่างประเทศมีแพลตฟอร์มที่ช่วยจับคู่เยอะมาก เช่น เกาหลีใต้มีแพลตฟอร์มจับคู่ให้ผู้ชายพาเที่ยวได้ เราเห็นแนวคิดแล้วลองมาปรับใช้ บางทีผู้สูงอายุมีภารกิจ ต้องไปพบแพทย์หรืออยากไปที่ต่างๆ แต่ลูกหลานไม่ว่าง ในขณะเดียวกันก็มีคนเคยดูแลผู้สูงอายุ อาจเป็นพยาบาลหรือไกด์นำเที่ยว บางคนต้องการรายได้เสริม เราจึงพัฒนาแพลตฟอร์ม ‘ลูกหลานเฉพาะกิจ’ จับคู่ผู้สูงอายุกับคนทั่วไปที่จะมาช่วยทำภารกิจต่างๆ ให้สำเร็จ” โยชิอธิบายแนวคิดแพลตฟอร์มที่เขากำลังพัฒนา คาดว่าเราจะได้เห็นกันและลองใช้บริการในปีหน้า

โยชิ-กัมพล อุฬารวิริโย และ อุ้ม-นิตินุช นุชนาคา

ลูกหลานเฉพาะกิจจะผ่านการพูดคุยเพื่อคัดเลือกกับ Adely โดยแบ่งประเภทตามความสามารถและประสบการณ์ ส่วนคุณสมบัติที่ขาดไม่ได้เลยคือความใจเย็นและเข้าอกเข้าใจผู้สูงวัย

“เราต้องเข้าใจกายภาพและอารมณ์ของผู้สูงอายุ บางทีเขาโวยวาย แต่ไม่ได้โกรธนะ แค่เป็นไปตามวัย ต้องพูดช้าๆ ใจเย็นๆ” โยชิย้ำจากประสบการณ์ การทำ Adely ทำให้เขาเข้าใจพ่อแม่และปรับอารมณ์เวลาคุยกันได้ดียิ่งขึ้นด้วย

หากต่อไปวัยรุ่นคนใดมีคุณสมบัติตรงตามกำหนด อยากพาผู้สูงอายุแปลกหน้าไปเที่ยวหรือทำกิจกรรมต่างๆ ก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เพราะ Adely ตั้งใจพัฒนาให้คนที่เป็นเหมือนลูกหลานสามารถสร้างกิจกรรมใหม่ๆ พาผู้สูงอายุไปพบประสบการณ์ใหม่ และส่งมอบพลังวัยใสเติมเต็มชีวิตให้อีกด้วย

โยชิ-กัมพล อุฬารวิริโย และ อุ้ม-นิตินุช นุชนาคา

เป็นการทำธุรกิจสมัยใหม่เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของมนุษย์ และเชื่อมต่อคนสองวัยเข้าหากันอย่างเข้าใจ 

04

ความเชื่อใจของคนสองวัย

ไม่ว่าจะนำเที่ยวหรือเชื่อมต่อคนมาช่วยดูแล สิ่งสำคัญที่ทำให้แตกต่างจากผู้เล่นรายอื่นจนคนหลงรักได้คือ ความเชื่อใจ

ใครกันจะยอมปล่อยให้บุคคลอันเป็นที่รักของครอบครัวไปไหนมาไหนกับคนแปลกหน้าได้ง่ายๆ ยิ่งปัจจุบันมีการหลอกลวงเยอะ จ่ายเงินค่าเดินทางแล้วไม่ได้ไปเที่ยวก็มี ไม่แปลกที่คนจะระแวง

“ถ้าเราขายของเฉยๆ ไม่มีใครมาหรอก เขาไม่รู้จักเรา ต้องทำให้คนไว้ใจ รู้ว่าเราเป็นใคร มีบุคลิกแบบไหน ทำอะไร ต้องให้คนอื่นก่อน คนถึงจะเชื่อเรา” อุ้มช่วยเสริม

โยชิ-กัมพล อุฬารวิริโย และ อุ้ม-นิตินุช นุชนาคา

เดิมที อุ้มคลุกคลีอยู่กับแวดวงผู้สูงอายุผ่านการทำกิจกรรมอาสาอยู่แล้ว ทำให้คนพอรู้จักและไว้วางใจ ช่วยบอกต่อ ชวนเพื่อนๆ ไปเที่ยวกับ Adely ด้วยตัวเอง 

ทุกวันนี้ อุ้มกับโยชิก็ยังคงเรียนรู้การใช้ชีวิตร่วมกับผู้สูงอายุผ่านกิจกรรมต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ เพื่อสร้างความผูกพันแบบที่เทคโนโลยีใดมาทดแทนไม่ได้

สิ่งนี้กลายเป็นรากฐานสำคัญของ Adely ที่ตั้งใจสร้างแบรนด์อย่างประณีต ไม่ว่าจะการสื่อสารอย่างเป็นกันเอง คัดคนอย่างมีมาตรฐานถูกต้องตามกฎหมาย ระบบต่างๆ ทุกอย่างจะกลับมาที่การสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจประหนึ่งอาศัยอยู่กับคนในครอบครัว 

Adely ธุรกิจนำเที่ยวที่เกิดมาเพื่อเติมเต็มความฝันผู้สูงวัยด้วยการเดินทาง

เพราะพอคนเชื่อใจในตัวตน เขาจะเปิดหัวใจเข้าหาเราอย่างไร้ความกังวลใดเอง

05

ความอบอุ่นท่ามกลางลมหนาว

Adely เป็นชื่อดัดแปลงมาจากสายพันธุ์ของเพนกวิน Adélie

เวลาเพนกวิน Adélie เดินทางฝ่าพายุหิมะและลมหนาว สิ่งที่สัตว์ดำขาวชนิดนี้ทำคือการรวมเป็นกลุ่มก้อน และพาผู้สูงอายุรวมทั้งเด็กเข้าไปอยู่ใจกลางก้อนนี้ เพื่อป้องกันภัยหนาวและสร้างความอบอุ่น เดินทางไปพร้อมกันช้าๆ 

คล้ายคุณค่าที่ Adely มอบให้คุณปู่คุณยายทั้งหลาย อย่างการปกป้องดูแลใส่ใจตลอดการเดินทาง แม้ตัวเองต้องผ่านลมหนาวก็ตาม 

“ทุกครั้งที่เดินทางจะเหนื่อยมาก แต่พอกลับมาทีไร เรามีความสุขกับทุกช่วงเวลาที่ได้เดินทางไปกับพวกเขา เหมือนเราพาญาติผู้ใหญ่ใกล้ตัวไปเที่ยว ไม่ได้รู้สึกว่าเขาเป็นลูกค้า เขาก็ไม่รู้สึกว่าเราเป็นเจ้าของกิจการ แต่เป็นเพื่อนที่ใช้ชีวิตด้วยกัน เวลามีเรื่องดีๆ ก็แบ่งปันแนะนำกัน” โยชิตอบ เมื่อเราถามถึงความประทับใจในการทำธุรกิจนี้

โยชิ-กัมพล อุฬารวิริโย และ อุ้ม-นิตินุช นุชนาคา

“อย่างตอนไปสวิตเซอร์แลนด์ คุณยายที่ไปด้วยบอกว่านี่เป็นเหมือนความฝันของชีวิต เขาพูดกันตลอดทางเลยว่าถ้าเกิดมาช้ากว่านี้ก็เดินไม่ไหว แต่วันนี้ได้มาอยู่มาตรงนี้แล้ว” อุ้มเสริมประโยคที่เธอจำขึ้นใจ

“สิ่งที่ทำให้เราตกใจอีกอย่างคือเขากลิ้งเล่นบนหิมะ ทำท่านอนคว่ำถ่ายรูปน่ารักๆ เหมือนได้กลับไปเป็นเด็กอีกครั้งเลย” 

สุดท้าย ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงวัยใด ชีวิตมนุษย์คงเป็นการออกเดินทางเพื่อแสวงหาความสุขที่ตราตรึงใจตราบวันสุดท้าย และอยู่ท่ามกลางความอบอุ่นกับหมู่มวลมนุษย์ที่เป็นดั่งครอบครัว

อุ้มและโยชิเข้าใจดี แม้ไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นเช่นไร แต่พวกเขาจะตั้งใจสร้างธุรกิจที่ส่งต่อ ‘ความสุข’ ให้ผู้อื่นต่อไป

เพราะชีวิตเราก็ต้องการแค่เพียงเท่านี้เองไม่ใช่หรือ

โยชิ-กัมพล อุฬารวิริโย และ อุ้ม-นิตินุช นุชนาคา

สำหรับผู้ที่สนใจสร้างธุรกิจที่มอบคุณค่าดีๆ ให้แก่สังคม โครงการ ‘BE THE CHANGE’ ภายใต้การดูแลของ Whizdom Society by Magnolia Quality Development Corporation (MQDC) กำลังเปิดรับสมัครคนรุ่นใหม่อายุ 17-30 ปีที่สนใจสร้างธุรกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) โดยตลอดระยะเวลา 8 สัปดาห์ในโครงการ ผู้เข้าร่วมจะได้พบวิทยากรและผู้ให้คำแนะนำมากประสบการณ์จากหลากหลายสาขาที่จำเป็นต่อการสร้างธุรกิจเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับสังคมอย่างยั่งยืน เช่น คุณโยชิจาก Adely มาช่วยผลักดันสร้างองค์ความรู้จนเป็นโครงการเพื่อนำเสนอในสัปดาห์สุดท้าย โดยผู้ชนะการนำเสนอจะได้ไปศึกษาเรียนรู้นวัตกรรมใหม่ๆ ที่ประเทศญี่ปุ่น และเข้าร่วมงาน Earth Day Tokyo ‘BE THE CHANGE’ เปิดรับสมัครถึงวันที่ 10 ธันวาคม 2562 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่

Writer

ปัน หลั่งน้ำสังข์

บัณฑิตวิศวฯ ที่ผันตัวมาทำงานด้านสื่อ เพราะเชื่อว่าเนื้อหาดี ๆ จะช่วยให้คนอยากมีชีวิตอยู่ต่อไป

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load