งานยักษ์เฟสเกิดจากไอเดียง่ายๆ ว่าถ้ามีตุ๊กตาเป่าลมขนาดยักษ์หลายๆ ตัว วางไว้ในที่ที่บรรยากาศดีๆ  แล้วก็ชวนผู้คนมาร้องเล่นเต้นรำกันแถวๆ นั้น มันน่าจะเป็นภาพที่น่ารัก ชวนใครใครก็คงอยากมา พวกเราที่แก่นคิดว่าไอเดียนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี คิดอะไรแตกออกจากไอเดียหลักนี้ได้อีกเยอะ นึกถึงภาพตุ๊กตาเป่าลมที่มีฟังก์ชันต่างๆ ได้อีกมาก ตั้งไว้ให้ถ่ายรูปเฉยๆ ก็ได้ เป็นร้านขายกาแฟได้ไหม เป็นที่นั่งชิลล์ๆ ได้หรือเปล่า หรือเป็นของที่ระลึก คิดเท่าไหร่ก็ไม่จบ ยังต่อได้เรื่อยๆ

เมื่อนึกภาพว่า ตุ๊กตาเป่าลมยักษ์เหล่านั้นออกแบบโดยศิลปินที่เราคุ้นเคย วางสูงตระหง่านจนเราต้องแหงนมอง คาแรกเตอร์ต่างๆ ที่เราคุ้นเคยก็ผุดขึ้นมาเต็มหัวไปหมด

งานแรกที่เราเริ่มสุมหัวคิดคือ เราจะชวนใครมาช่วยกันออกแบบตุ๊กตาเป่าลมยักษ์เหล่านี้บ้าง บรรยากาศในห้องประชุมตอนนั้นเต็มไปด้วยเสียงตะโกนชื่อศิลปินคนโปรดของแต่ละคน บนกระดานเต็มไปด้วยชื่อที่ค่อยๆ เพิ่มขึ้นจนเบียดกันแน่นแทบไม่มีที่เขียนต่อ จอโปรเจกเตอร์เริ่มฉายภาพคาแรกเตอร์เด่นๆ ของศิลปินเหล่านั้นประกอบการอภิปรายอย่างเมามัน

ในที่สุดเราก็ได้ 9 รายชื่อสำหรับยักษ์เฟสในปีแรก (แปลว่าจะไม่มีแค่ปีเดียวนะเธอ) และชวนทั้งเก้าท่านมานั่งคุยด้วยกัน เพื่อเล่าไอเดียงานเราให้ฟัง

ศิลปินทั้งเก้าประกอบไปด้วย

  1. วิศุทธิ์ พรนิมิตร ที่เริ่มสร้างชื่อจากการ์ตูน hesheit ในนิตยสาร a day และไปสร้างชื่อในระดับนานาชาติ จากคาแรกเตอร์น้องมะม่วงที่ทุกคนรู้จักกันดี
  2. โลเล-ทวีศักดิ์ ศรีทองดี ศิลปินรุ่นใหม่ ที่ปัจจุบันเป็นรุ่นใหญ่ไปแล้ว ผู้มีลายเส้นเป็นเอกลักษณ์ และในระยะหลังเราเริ่มเห็นงานประติมากรรมขนาดใหญ่ของเขาบ่อยขึ้น
  3. ยุรี เกนสาคู เป็นอีกคนที่มีลายเส้นและการใช้สีสันเป็นเอกลักษณ์มาก ผมงานล่าสุดที่ผมชอบเป็นพิเศษคือการออกแบบปกซิงเกิลให้กับเพลง โอน้อยออก ของโมเดิร์นด็อก
  4. Rukkit (รักกิจ ควรหาเวช) Street Artist เราเห็นงานของเขาบนผนังสำคัญๆ ริมถนนทั่วกรุงเทพฯ
  5. P7 ชื่อนี้อยู่คู่กับวงการสตรีทอาร์บ้านเรามานานเช่นเดียวกัน เห็นสัตว์หน้าตาประหลาดแต่สีสันสดใสที่กำแพงข้างถนนที่ไหน ให้เดาว่าเป็นผลงานของเขาไว้ก่อนได้เลย
  6. Alex Face พัชรพล แตงรื่น Graffity Artist ระดับตำนานของบ้านเรา เจ้าของคาแรกเตอร์น้องมาดี เด็กหญิงหน้าบึ้งที่ทุกคนหลงรัก
  7. สเลดทอย อารักษ์ อ่อนวิลัย Illustrator อารมณ์ดี ที่ซ่อน ‘จู๋’ ไว้ในทุกภาพที่เขาวาด
  8. จิ๊บ ก้องเดชากุล นักวาด นักออกแบบ ที่ไม่ว่าจะวาดหรือออกแบบอะไรก็ดูน่ารักไปหมด
  9. กะปิ-ปิยนาฏ ต้นมาลี นักวาดภาพ ลายเส้นสะอาดน่ารัก ที่ใครๆ ก็อยากให้วาดหน้าตัวเองให้
รักกิจ ควรหาเวช
โลเล-ทวีศักดิ์ ศรีทองดี
กะปิ-ปิยนาฏ ต้นมาลี

วันประชุมกับศิลปินทั้งเก้า ผมตื่นเต้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เพราะเรารู้ว่าทุกท่านที่นั่งอยู่ข้างหน้าผมมีความเป็นตัวเองสูง พูดง่ายๆ ว่าติสท์กันทั้งนั้น ผมจะเล่าอย่างไรให้คน 9 คนที่คิดไม่เหมือนกันเลย เชื่อในเรื่องเดียวกับพวกเรา และที่สำคัญ ไว้ใจให้งานที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละคนถูกสร้างเป็นตุ๊กตาเป่าลมยักษ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่มีใครเคยทำมาก่อน

เราเล่าทุกอย่างที่เราคิดไว้ หว่านล้อมด้วยรูปตัวอย่างตุ๊กตาเป่าลมยักษ์จากทั่วโลก รายละเอียดอื่นๆ ในงาน ชักแม่น้ำทั้งห้ามากันครบทุกสาย และด้วยความตื่นเต้นจึงไม่ได้สบตาใครในระหว่างนั้นเลย เพราะไม่อยากเห็นแววตาปฏิเสธจากใคร อยากให้ทุกคนร่วมงานกับเราจริงๆ

พอเล่าจบ ผมค่อยๆ ชำเลืองมองแต่ละคนบนโต๊ะประชุม สิ่งที่เห็นกลับเป็นแววตาที่เป็นประกายแบบซ่อนความตื่นเต้นไว้ พูดง่ายๆ คือทุกคนตื่นเต้นที่จะได้ร่วมงานนี้ แต่ที่ไม่แสดงออกมาอย่างชัดเจนเพราะกำลังคิดกันอยู่ว่า ‘กูจะทำตัวอะไรดีวะ’

หลังจากนั้นบรรยากาศการประชุมก็ครึกครื้นเฮฮา ปัญหาไม่ใช่ใครจะทำหรือไม่ทำแล้ว แต่จะทำกันอย่างไรมากกว่า เราจบการประชุมด้วยการนัดหมายส่งการบ้านแบบร่างของตุ๊กตาเป่าลมยักษ์แต่ละคน ซึ่งวันนี้ผมแอบเอามาให้ดูด้วย เป็นบางคนนะ ให้ดูหมดไม่ได้หรอก เดี๋ยวไม่ตื่นเต้น

ตัวแรก ผลงานของ วิศุทธิ์ พรนิมิตร

วิศุทธิ์ พรนิมิตร
น้องมะม่วง

ตั้งแต่วันแรกที่เราคิดคอนเซปต์งานยักษ์เฟส ภาพน้องมะม่วงเป่าลมยักษ์ก็ลอยเด่นมาอย่างชัดเจนที่สุด และตั้มก็ไม่ทำให้เราผิดหวัง เขาออกแบบน้องมะม่วงสูง 5 เมตรกำลังมองไปข้างหน้าและกำลังตื่นเต้นกับสิ่งที่เห็น ผมถามตั้มว่าท่านี้มีความหมายอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า เขาตอบว่า “ไม่มีอะไรครับพี่ คนจะได้เห็นกางเกงในน้องมะม่วงชัดๆ ครับ”

ครับ ตั้มไม่ใช่คนดีครับ

ตัวที่สอง ผลงานของ โลเล

The Stoop

งานของโลเลเป็นสิ่งที่พวกเราคาดเดาได้ยากที่สุด คือเดาไม่ออกจริงๆ ว่าจะมาไม้ไหน แค่เขาตอบรับเข้าร่วมงานนี้กับเรานี่เราก็ตื่นเต้นมากแล้ว และเมื่อส่งแบบร่างมาให้เราดูก็ยิ่งใหญ่สมกับเป็นโลเลจริงๆ เขาส่ง The Stoop สุนัขพันธ์ุประหลาดขนาดยักษ์มาให้เรา พร้อมคำอธิบายว่า Stoop เป็นการผสมคำระหว่าง Super + Toob (หรือเจ้าตูบ) เป็นการรวมตัวกันของสุนัขไร้บ้านหลายตัวหลายพันธุ์ เชื่อมกันเป็นเจ้า The Stoop ตัวนี้

ตัวที่สาม ผลงานของ Alex Face

น้องมาดี

แน่นอนเมื่อเป็นงานของ Alex ก็ย่อมต้องเป็นน้องมาดีคนนี้ คราวนี้มาในท่านั่งผึ่งพุงมือคีบบุหรี่แบบไม่สนใจไยดีอะไรทั้งสิ้น ผมยังไม่มีโอกาสได้คุยกับเจ้าของงานเลยยังไม่ได้ถามถึงความหมายและที่มา แต่บางทีเขาอาจจะไม่ได้อยากอธิบายก็ได้ คงอยากรอให้เราไปหาความหมายกันเองในงานมากกว่า

นี่แค่ 3 ตัวนะครับ ลองนึกภาพตามนะ ถ้าเราได้ไปยืนอยู่ที่งานยักษ์เฟส ท่ามกลางตุ๊กตาเป่าลมยักษ์เหล่านี้ ได้ยืนถ่ายรูปกับกางเกงในน้องมะม่วง ยืนพิจารณาว่าเจ้า The Stoop ประกอบไปด้วยหมาพันธ์ุอะไรบ้าง ยืนพิงพุงน้องมาดี หรือจักจี้ที่เท้าของน้องเขาว่าหน้าจะหายบึ้งไหม

ย้ำอีกที นี่แค่ 3 ตัวนะครับ ยังมีอีก 6 ตัวจาก 6 ศิลปิน และยังไม่รวมตุ๊กตาเป่าลมยักษ์ฝีมือคุณแจ๊ค-ปิตุพงษ์ เชาวกุล ผู้สร้างป้าอ้วนเมื่อหลายปีก่อน (ย้อนกลับไปอ่านเรื่องของป้าได้ในตอนที่แล้ว) งานเป่าลมของคุณแจ๊คจะเน้นไปที่ฟังก์ชัน เช่น ประตูเข้างานเป่าลม กำแพงเป่าลม และอะไรอีกหลายๆ อย่างรอบๆ งาน ลองคิดกันต่อเอาเองว่ามันจะสนุกแค่ไหน

แต่ถ้าผมบอกว่าทั้งหมดนี้ผมหลอกคุณล่ะ

ถ้าตุ๊กตาเป่าลมเป็นแค่กุศโลบายให้คุณสนใจงานนี้ แต่เนื้อหาที่แท้จริงของงานนี้มันไม่ใช่แค่เรื่องตุ๊กตาเป่าลมล่ะ

อย่าเพิ่งเข้าใจผิด เรื่องตุ๊กตาเป่าลมยักษ์ทั้งหมดที่เล่ามาเป็นเรื่องจริง และมันจะเกิดขึ้นจริงในงานยักษ์เฟส แต่แก่นของงานนี้มันใหญ่กว่านั้น แก่นของงานนี้มันเกิดจากคำว่า

‘ความฝันของเรา มักจะใหญ่กว่าตัวเราเสมอ’

เมื่อเราฝัน เราจะไม่ฝันในเรื่องที่เล็กกว่าตัวเรา เราจะฝันในเรื่องที่ใหญ่กว่าที่เราเป็นอยู่ตอนนี้ และพยายามทำตัวเราให้ใหญ่เท่าที่เราฝันไว้ คำว่าใหญ่ไม่ได้หมายถึงขนาดอย่างเดียว แต่มันหมายถึงความยาก ความสำคัญ หรืออะไรก็ตามที่ตอนนี้เรายังทำไม่ได้

ถ้าผมบอกว่าคำว่า ‘ยักษ์’ ในคำว่า ยักษ์เฟส ไม่ได้หมายถึงตุ๊กตาเป่าลมยักษ์เท่านั้นล่ะ แต่มันหมายถึงตัวคุณนั่นแหละ เราอยากให้ทุกคนที่ไปร่วมงานนี้ ไม่ว่าตอนไปจะตัวเล็กแค่ไหน ขากลับออกไปต้องตัวใหญ่ทุกคน ไม่ใช่อ้วนขึ้นนะ แต่รู้สึกได้ว่าเหมือนมีใครสูบลมเข้าตัว รู้สึกตัวพอง รู้สึกอยากทำอะไรที่มันใหญ่ขึ้น

และคนที่จะมาช่วยให้เราตัวใหญ่ขึ้นนั้นก็ล้วนแต่เป็นคนเก่งในแวดวงต่างๆ 5 วงการ มาช่วยกันทำหมู่บ้าน 5 หมู่บ้านในงานของเรา แต่ละหมู่บ้านมีระบบนิเวศเป็นของตัวเอง ทั้งเรื่องบันเทิง สาระ อาหารการกิน และวัฒนธรรมส่วนตัว  

เล่าต่อก็จะยาวอีก รออ่านต่อตอนต่อไปดีกว่าเนอะ

เอ๊ะ ผมบอกหรือยังนะว่างานนี้จัดในวันที่ 24 กุมภาฯ ปีหน้า ที่เขาใหญ่ อีกไม่นานเลยนะเนี่ย ฝากบอกต่อคนที่คุณยักษ์ด้วยนะ

Writer

ยุทธนา บุญอ้อม

ป๋าเต็ด ยุทธนา บุญอ้อม เสาหลักของวงการเพลงอินดี้ไทย ผู้ก่อตั้งรายการวิทยุ FaT Radio รวมถึงเทศกาลดนตรีระดับตำนานของเมืองไทยอย่าง FaT Festival มาจนถึง Big Mountain และเทศกาลดนตรีขนาดใหญ่งานใหม่ล่าสุดของประเทศไทย YAK Fest

Creative Campaign

เรื่องราวเบื้องหลังโฆษณา

โดยปกติทั่วไปเมื่อนักกีฬาคนใดได้แชมป์กลับบ้าน ภาพเคลื่อนไหวที่เราเห็นมักเป็นคลิปวิดีโอในหมวดข่าวกีฬา ภาพกีฬามันๆ หรือสกู๊ปพิเศษที่ออกอากาศในรายการข่าวภาคค่ำ

แต่จากการป้องกันแชมป์โลกครั้งล่าสุดของ ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น เราได้เห็นคลิปวิดีโอคลิปหนึ่ง เป็นสารคดีขนาดสั้นที่ถ่ายทำในวาระที่แชมป์โลกชาวไทยเดินทางไปลอสแอนเจลิสป้องกันแชมป์โลกกับ โรมัน กอนซาเลซ

พอรู้ว่าคลิปนั้นเป็นฝีมือการกำกับของ โต้ง-บรรจง ปิสัญธนะกูล เราก็ทั้งแปลกใจและไม่แปลกใจ

แปลกใจ-ที่ผู้กำกับพันล้านผู้นี้ตกปากรับทำงานนี้ทั้งที่เจ้าตัวออกปากว่าไม่ได้อินกีฬามวยสากลมาก่อน และงานสารคดีกับโต้งดูเหมือนจะไม่ใช่สิ่งคุ้นเคย

ไม่แปลกใจ-ที่รู้ว่าคลิปที่การถ่ายทำเนี้ยบเกินคลิปกีฬาทั่วไปที่เราคุ้นเคยจะเป็นผลงานของผู้กำกับอย่างเขา และผลตอบรับก็เข้าถึงใจคนดูเหมือนอย่างที่ภาพยนตร์ของโต้งเคยทำได้เสมอมา ถึงนาทีนี้ ยอดวิวคลิปที่ลงในเพจของ M-150 ทะลุ 2 ล้านไปแล้วเรียบร้อย

แปลกใจอีกที-เมื่อเรานัดพบกับโต้งที่ GDH เพื่อพูดคุยถึงเบื้องหลังการถ่ายทำคลิปความยาว 4 นาทีเศษๆ คลิปนี้ แล้วรู้ว่าเขาและทีมงานรวม 4 ชีวิตใช้เวลาผลิต-หมายถึงทั้งถ่ายทำ ตัดต่อ ใส่เสียง ปรับสี เสร็จภายในระยะเวลาไม่ถึง 3 วัน นับตั้งแต่นาทีที่โรมัน กอนซาเลซ ลงไปนอนกองกับพื้น

ต่อไปนี้คือบันทึกเบื้องหลังภารกิจสุดระทึกที่ต้องทำงานแข่งกับเวลาและควบคุมอะไรแทบไม่ได้เลย ไม่ว่าจะเป็นผลแพ้ชนะหรือเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น

บทบันทึกการป้องกันแชมป์ของ แหลม ศรีสะเกษ ที่ โต้ง บรรจง ทำเสร็จภายใน 3 วัน

3 เดือนก่อนขึ้นชก

“ลูกค้าอยากได้หนังเกี่ยวกับการแข่งขันของ แหลม-ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น เพื่อไปลงในสื่อออนไลน์ของ M-150 จริงๆ แล้วเขาเคยทำคลิปวิดีโอมาแล้วครั้งหนึ่งตอนแหลมชิงแชมป์ครั้งแรก ตอนนั้น HUB HO HIN ทำเหมือนกัน ผู้กำกับคือ ต้น-วุฒิดนัย อินทรเกษตร ซึ่งคลิปนั้นเน้นถ่ายตอนซ้อม เล่าความมุ่งมั่น เป็นเสียงแหลมวอยซ์โอเวอร์ว่า ผมจะมุ่งมั่น ผมจะสู้ แล้วก็ซ้อมๆ พอผมต้องทำ ผมเห็นว่าเขาทำเรื่องซ้อมไปแล้ว แล้วเราจะทำยังไงล่ะ ตอนแรกก็กลุ้มเหมือนกัน เพราะเราไปถึงลอสแองเจลิสทั้งที เราก็ไม่อยากจะทำแค่บันทึกธรรมดา”

 

2 เดือนก่อนขึ้นชก

“ก่อนแข่ง 2 เดือนเป็นช่วงที่ผมคิดสตอรี่บอร์ดและรีเสิร์ช ผมก็ดูประวัติเขาก่อน รู้เรื่องราวความยากลำบากในชีวิตเขาที่เคยเป็นยาม เคยเก็บขยะกิน แล้วก็เลยรู้สึกว่าไอเดียบาดแผลกับนักมวยน่าจะสนุก เพราะคิดว่าเขาต้องมีอยู่แล้วล่ะ นักมวย โดนต่อยเละเทะ แล้วก็คิดว่าจะเจาะความรู้สึกตอนที่เขาลงไปนอนที่พื้น ว่ารู้สึกยังไง ปรากฏว่าเขาไม่เคยลงไปนอนเลย (หัวเราะ) แต่ผมก็เห็นว่ามือเขาปูดมาก นักมวยคนอื่นไม่เป็นขนาดนี้นะ อาจจะเพราะซ้อมเยอะมากหรืออะไรสักอย่าง

“ผมคิดได้เลยตั้งแต่ก่อนสัมภาษณ์ว่าจะเป็นไอเดีย 1 วันหลังแข่ง แล้วก็จะพูดเรื่องบาดแผล จะถ่ายหน้าเขาที่โดนต่อย แต่ที่ท้าทายคือตอนทำเราไม่รู้ว่าวันแข่งเขาจะชนะหรือแพ้ แต่ผมรู้สึกว่าไอเดียที่ว่า ‘บาดแผลจะทำให้เราแกร่งขึ้น’ ถึงแพ้เราก็พูดได้ว่า บาดแผลครั้งนี้จะทำให้คราวต่อไปสู้หนักกว่าเดิม แต่ผมก็กังวลมาก เราไม่รู้ว่าถ้าแพ้จริงๆ ใจเขาจะเป็นยังไง หรือใจเราเองด้วยนะ เพราะเขาไม่ใช่แค่ subject ของเรา แต่เขาคือประเทศชาติ เราเองก็ไม่อยากให้เขาแพ้หรอก”

บทบันทึกการป้องกันแชมป์ของ แหลม ศรีสะเกษ ที่ โต้ง บรรจง ทำเสร็จภายใน 3 วัน บทบันทึกการป้องกันแชมป์ของ แหลม ศรีสะเกษ ที่ โต้ง บรรจง ทำเสร็จภายใน 3 วัน

1 สัปดาห์ก่อนขึ้นชก

“โจทย์อีกข้อคือลูกค้าบอกว่าต้องการเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ปกติถ้าไปถ่ายเมืองนอก กว่าจะไป กว่าจะกลับ เร็วสุดก็ต้องเป็นสัปดาห์ แต่นี่สองสามวันต้องปล่อยหนังแล้ว ถือว่าเร็วมากๆ ตอนนั้นก็เลยบอกว่าถ้าอย่างนั้นเอาทีมไปที่ลอสแอนเจลิสด้วยกันเลย ไปถ่ายที่นั่นแล้วตัดที่นั่นเลย เราไปกัน 4 คน มีผมเป็นผู้กำกับ คนตัดต่อ 1 คน ตากล้อง 1 คน โปรดิวเซอร์ 1 คน ตากล้องคนเดียวที่ไปคือพี่สีบาน ที่เคยถ่าย พี่มากฯ, แฟนเดย์ฯ ด้วยกัน ก็บอกเขาว่ามีเวลาทำงาน 3 วัน ต่อยวันที่ 9 กันยายน ถ่ายวันที่ 10 แล้วก็ตัดวันที่ 11 กับ 12 เราไปถึงก่อนเป็นสัปดาห์เลย ก็ทำงานบล็อคช็อต 2 วันก่อน แล้วก็ไปที่อื่น แล้วจึงกลับมาวันแข่ง”

บทบันทึกการป้องกันแชมป์ของ แหลม ศรีสะเกษ ที่ โต้ง บรรจง ทำเสร็จภายใน 3 วัน

9 กันยายน : วันแข่งขัน

“ก่อนแข่งเราห้ามไปยุ่งกับนักมวยเลย คือเราอยากถ่ายอยู่แล้วแหละ แต่ก็รู้สึกว่ามันละเอียดอ่อนมาก เขาคงตั้งใจกับการแข่งมาก ถ้าเกิดเราไปเกะกะอะไรเขา ผมก็คงไม่แฮปปี้ เลยตั้งใจเขียนสคริปต์มาให้มันเป็นเรื่องหลังวันแข่งไปเลย คือไม่ใช่ว่าเราอยากได้หนัง แต่เขาก็ต้องชนะด้วย ต้องได้ทั้งคู่”

 

ยกที่ 1

“จริงๆ แล้วมุมที่เราถ่ายจำกัดมาก เพราะแม้เรานั่งริงไซด์ก็จริง แต่เราก็ได้ภาพแค่มุมเดียว แต่กลายเป็นว่ามุมทั้งหมดที่พี่สีบานถ่ายไว้โคตรมีพลังเลย มันเหมือนกำลังแอบถ่ายอะไรบางอย่าง มันไม่เหมือนกล้องไหนที่ถ่ายเลย ภาพในอุดมคติผมรู้สึกว่าอยากให้เขาชนะแหละ เหมือนคนไทยทุกคน แต่ผมอยากให้หน้าเขาเละ จะได้เข้ากับคอนเซปต์หนังที่พูดเรื่องบาดแผล ประมาณว่าไม่ใช่ได้มาง่ายๆ”

บทบันทึกการป้องกันแชมป์ของ แหลม ศรีสะเกษ ที่ โต้ง บรรจง ทำเสร็จภายใน 3 วัน

ยกที่ 4

“ปรากฏสุดท้ายดันชนะเร็วมาก น็อกตั้งแต่ยก 4 อย่างที่บอก ไอเดียบาดแผลที่อยากได้ในอุดมคติคือต่อยชนะแต่หน้าเขาต้องมีบาดแผลให้เราถ่าย แต่ปรากฏว่าตอนถ่ายจริงไม่โดนต่อยเลย คือไม่มีรอยอะไรเลย ผมนึกในใจ ฉิบหายแล้วกู (หัวเราะ)

“หลังจากน็อกโปรโมเตอร์เขาก็เรียกตากล้องขึ้นไปบนเวที พี่สีบานก็ถ่ายทุกอย่างเลย มีภาพภาพหนึ่งที่พอแหลมชนะแล้วเขาตีลังกา ภาพนี้ไม่มีใครถ่ายได้ ยกเว้นคนเดียวที่ถ่ายทั้งแมตช์ด้วยกล้องมุมกว้าง แต่เราได้ถ่ายภาพมุมแคบตอนตีลังกามา ซึ่งพิเศษมาก แล้วตอนถ่ายแหลมมาเฮฝั่งเราตลอด ผมรู้สึกว่ามันได้ฟุตเทจที่พิเศษมากอยู่แล้ว ได้เข้าไปหลังเวทีด้วย

บทบันทึกการป้องกันแชมป์ของ แหลม ศรีสะเกษ ที่ โต้ง บรรจง ทำเสร็จภายใน 3 วัน

บทบันทึกการป้องกันแชมป์ของ แหลม ศรีสะเกษ ที่ โต้ง บรรจง ทำเสร็จภายใน 3 วัน

10 กันยายน : วันถ่ายทำ

10.30 น.

“คืนหลังกลับจากแข่งเราก็ถกกันว่าถ่ายอะไรก่อน สุดท้ายตัดสินใจถ่ายสัมภาษณ์ก่อน หวังว่าเนื้อหาจากการสัมภาษณ์จะได้อะไรอย่างที่เราอยากได้ คือเรารีเสิร์ชไว้ก่อนแล้วว่าจะคุยอะไร มีโครงหมดแล้ว

“เราเริ่มถ่ายตั้งแต่ 10 โมงครึ่ง แล้วถึงบ่าย 4 โมงต้องเลิก ซึ่งเรารู้แค่ว่าต้องถ่ายที่ห้องเขา แสงจะเป็นยังไงไม่รู้ แต่สุดท้ายเป็นอย่างที่คิดเลย คือพี่เขาต้องนั่งอยู่บนเตียงแล้วถ่ายย้อนแสง

“เข้าห้องไปเราถ่ายสัมภาษณ์ก่อน จิตใจเขาดีมาก แต่เขาพูดไม่เก่งเลย เขาเรียบเรียงไม่เก่ง แล้วยิ่งหลายๆ เรื่องเราคุยกันไปหมดแล้ว เขาก็จะตอบแบบมีแพตเทิร์น เราต้องตะล่อมทุกอย่าง ต้องเทกเยอะเหมือนกัน เราต้องหลอกล่อ ซึ่งคนตัดต่อที่ไปด้วยคืออาร์ม ชลสิทธิ์ ที่เคยตัดต่อหนังเรื่อง แฟนเดย์ฯ กับ ฉลาดเกมส์โกง เขาต้องนั่งจดทุกคำ

“ที่เซอร์ไพรส์คือแหลมพูดเรื่องแฟนเยอะมากจริงๆ ซึ่งผมว่ามันเป็นมุกที่เป็นฮุกของหนัง ผมถามไปว่า แล้วแฟนว่ายังไงบ้าง เขาบอกว่าแฟนเขาจะไปหลายทีแล้ว แต่เขาก็รั้งไว้ ซึ่งมันจี๊ดมากเลย เขาพูดแล้วเสียงสั่น ซึ่งเราไม่ได้คาดหวังว่าจะได้อย่างนี้ แล้วปรากฏว่าตอนกลับมาเมืองไทยเขาขอแต่งงานกับแฟนที่สนามบิน มันเลยทำให้หนังเรื่องนี้ยิ่งจี๊ด”

บทบันทึกการป้องกันแชมป์ของ แหลม ศรีสะเกษ ที่ โต้ง บรรจง ทำเสร็จภายใน 3 วันบทบันทึกการป้องกันแชมป์ของ แหลม ศรีสะเกษ ที่ โต้ง บรรจง ทำเสร็จภายใน 3 วัน

13.00 น.

“ตอนที่ออกไปถ่ายข้างนอกทีแรกเราไม่อยากจะเป็นคลิเช่แอลเอ แต่เราก็คิดว่าทางลูกค้าคงอยากได้ เราเลยต้องคิดว่าถ่ายยังไงให้ไม่สะเหล่อ ให้มันเท่ๆ สุดท้ายเราตัดสินใจใช้สูตรสำเร็จ คือใช้โลเคชันที่คุ้นตากับคน เช่น ป้ายฮอลลีวู้ด ที่โคมไฟเยอะๆ หรือ Hollywood Walk of Fame ซึ่งผมรู้สึกว่ามันมีความหมายบางอย่าง เหมือนเป็นการเดินทางไปสู่ดาว ผมอยากจะให้ทุกที่มีความหมาย ตอนแรกเล็งไว้ 4 – 5 จุด แต่สุดท้ายไปได้แค่ 3 จุด ก็มีไปวิ่งบ้าง เดินบ้าง โพสบ้าง ก็มีคนจำเขาได้บ้าง แต่ก็ไม่ได้ขนาดว่าทำให้ถ่ายทำยากอะไร

บทบันทึกการป้องกันแชมป์ของ แหลม ศรีสะเกษ ที่ โต้ง บรรจง ทำเสร็จภายใน 3 วัน

บทบันทึกการป้องกันแชมป์ของ แหลม ศรีสะเกษ ที่ โต้ง บรรจง ทำเสร็จภายใน 3 วัน

บทบันทึกการป้องกันแชมป์ของ แหลม ศรีสะเกษ ที่ โต้ง บรรจง ทำเสร็จภายใน 3 วัน

16.00 น.

“เราถ่ายกันเสร็จตอนบ่าย 4 โมง หลังถ่ายแหลมก็แยกย้ายไปกินข้าวกับกงสุลฯ เราก็แยกกลับมาตัด คืนนั้นอาร์มไม่ได้นอนเลย ดูฟุตเทจที่มีแล้วตัดเลย แต่อาร์มยังไม่ให้ผมดู

“ตอนที่ได้ฟุตเทจสัมภาษณ์มาผมไม่ค่อยมั่นใจ ตลอดเวลาผมจะกลัวว่าหนังเรื่องนี้จะออกมากลางๆ ด้วยเงื่อนไขมันเยอะมาก เวลาถ่ายทำก็ไม่มี ห้ามไปยุ่งกับเขาก่อน แล้วเขาพูดไม่เก่ง แต่ผมว่าหลายๆ อย่างเราค้นพบตอนตัดต่อ มันกลายเป็นว่าการพูดไม่เก่งคือความจริงใจอย่างหนึ่ง เราได้ความซื่อของเขาและความรู้สึกจริงๆ ของเขามาช่วย แล้วเหตุการณ์จริงๆ ในชีวิตที่เขาเจอมามันดรามาติกอยู่แล้ว”

 บทบันทึกการป้องกันแชมป์ของ แหลม ศรีสะเกษ ที่ โต้ง บรรจง ทำเสร็จภายใน 3 วัน

บทบันทึกการป้องกันแชมป์ของ แหลม ศรีสะเกษ ที่ โต้ง บรรจง ทำเสร็จภายใน 3 วัน

11 กันยายน

ตีสอง

“วันรุ่งขึ้นอาร์มก็ยังไม่ให้ดู เขาบอกว่าพี่ไปเที่ยวเลย กว่าผมจะได้ดูก็ประมาณตี 2 พอดูแล้วผมบอกอาร์มเลยว่า ‘รอดว่ะ นี่กูดูแล้วรื้นเลย’ คือมันได้มากกว่าที่เราคิด แต่มันก็ยังมีประเด็นหลายอันที่หลุดๆ ไป ก็เลยบอกว่าอันไหนไม่เอา หรือเอาอันไหนคืนมา เพราะเราก็มีที่เล็งไว้แล้ว แต่สิ่งที่อาร์มตัดให้เราก็มีสิ่งใหม่ๆ หลายอัน

“อาร์มเขาก็ไปขุดมาว่าในแมตช์เก่าๆ มีคนเคยถ่ายอะไรไว้บ้าง ตอนโดนต่อยอะไรทั้งหลาย แล้วตอนที่ตัดมาประโยคว่า ‘สู้ต่อไป วันหนึ่งจะเป็นของเรา’ แล้วเห็นฟุตเทจที่แหลมต่อยคนอื่นกลิ้งไปกับพื้นเลย ผมรู้สึกว่ามันโคตรมีพลัง พอดูร่างแรกผมก็สบายใจแล้ว มันไม่น่าจะเป็นแค่บันทึกธรรมดาแล้ว

“ส่วนคลิปที่แหลมขอแฟนแต่งงานที่สนามบินสุวรรณภูมิก็เป็นฟุตเทจข่าวที่เมืองไทย ซึ่งทุกฟุตเทจที่ใช้ทาง M-150 เคลียร์ให้ แล้วมีการซื้อฟุตเทจที่จำเป็นต้องใช้เพิ่มด้วย เช่นลอสแอนเจลิสยามเช้าที่มันดูแพงๆ หรือตอนที่พูดถึงตอนเริ่มต่อยมวยตอนเด็ก ตอนแรกอาร์มเอาอะไรสักอย่างมาใส่ ซึ่งเราบอกว่ามันซื้อไม่ได้นะ ผมก็เลยเสิร์ชเฟซบุ๊กคำว่า มวยวัด แล้วไปเจอคลิปที่คนถ่ายไว้ ก็เลยอินบอกซ์ไปซื้อกับเขา แล้วเอามาเปลี่ยนเป็นภาพขาวดำ ตอนตัดสนุกมาก”

บทบันทึกการป้องกันแชมป์ของ แหลม ศรีสะเกษ ที่ โต้ง บรรจง ทำเสร็จภายใน 3 วัน

12 กันยายน

ตีหนึ่ง

“วันรุ่งขึ้นกว่าจะได้ดูอีกทีก็ตอนเย็น ทีนี้เรานั่งอยู่ด้วยกันแล้วก็ทำต่อจนตี 1 จริงๆ มันเสร็จก่อนหน้านี้พักหนึ่งแล้ว แต่ยังเก็บไม่ละเอียด เงื่อนไขคือเราไม่มีเวลาทำสกอร์เลย ก็ต้องใช้เพลงใน Library แล้วไปเจอเพลงหนึ่งที่ดีมากๆ ก็ซื้อเลย คืนเดียวตัดต่อ ใส่ซาวนด์ ทำสี

“โปรดิวเซอร์กลับมาตอนตี 1 ก็เลยเปิดให้เขาดู แล้วบอกว่า ‘พี่ ผมมั่นใจมากว่ะ’ พอเขาดูปุ๊บก็บอกว่า เรียกลูกค้ามาเลยเถอะ (หัวเราะ) คืออยู่คนละโรงแรมด้วยนะ โปรดิวเซอร์เขามั่นใจว่าลูกค้ายังไม่นอน เพราะเจ็ตแล็กเหมือนกัน”

ตีสี่

“ตอนนั้นเมืองไทยสว่างอยู่ ถ้ายิ่งเสร็จเร็วก็สามารถคุยกับผู้บริหารใหญ่ที่เมืองไทยได้ทันที จะได้รีบปล่อยวิดีโอ พอดูแล้วลูกค้าเขาคอมเมนต์น้อยมาก แก้ตอนช่วงท้ายนิดหน่อย โปรดิวเซอร์ต้มมาม่าให้ลูกค้ากินตอนตี 4 แล้วก็คอนเฟอเรนซ์กับที่เมืองไทย สุดท้ายเขาก็แฮปปี้กัน

“สิ่งที่เปลี่ยนจากตอนแรกคือก๊อปปี้ที่คิดไว้คือ ‘ขอบคุณบาดแผล’ แต่จะขอบคุณอะไร เพราะหน้าเขาไม่มีแผลเลย ก็เลยถกกัน โปรดิวเซอร์ก็บอกว่าเปลี่ยนเป็นคำว่า ‘ทุกบาดแผล’ ไง เพราะคำว่าทุกบาดแผลมันแปลว่าอะไรก็ได้ที่เคยเกิด แล้วผมก็เคาะเลย ซึ่งผมชอบประโยคภาษาอังกฤษมาก ผมคิดไว้ตั้งแต่แรกเลย Be thankful to your wounds.”

บทบันทึกการป้องกันแชมป์ของ แหลม ศรีสะเกษ ที่ โต้ง บรรจง ทำเสร็จภายใน 3 วัน

ทีมงาน

ผู้กำกับ บรรจง ปิสัญธนะกูล
กำกับภาพ นฤพล โชคคณาพิทักษ์
ตัดต่อ ชลสิทธิ์ อุปนิกขิต
โปรดิวเซอร์ อาฬาวี ชูประวัติ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load