เส้นทางสายไหมเป็นเส้นทางการค้าขายโบราณที่เชื่อมระหว่างสองทวีปที่ห่างไกล คือทวีปเอเชียและทวีปยุโรป หนึ่งในเส้นทางสายไหมโบราณมีจุดเริ่มต้นที่เมืองซีอาน ศูนย์กลางของอารยธรรมจีนในอดีต และสิ้นสุดลงที่เมืองอิสตันบูล เมืองสองทวีป ที่ปัจจุบันตั้งอยู่ในประเทศตุรกี 

คําว่าเส้นทางสายไหมมาจากสินค้าที่เปรียบเสมือนหัวใจของการค้าขายในเส้นทางนี้ คือผ้าไหมจากประเทศจีน ซึ่งในอดีตผ้าไหมเป็นที่ต้องการของดินแดนที่ห่างไกลในทวีปยุโรป 

นักศึกษาทันตแพทย์เดินทางตามฝัน ‘ตามรอยเส้นทางสายไหมโบราณ’ จากซีอานถึงจางเย่ เมืองจีน

นอกจากนี้ การติดต่อค้าขายยังส่งผลให้เกิดการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ศาสนา และวิทยาการระหว่างสองทวีป นําไปสู่เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์ และสถานที่ที่สวยงามมากมาย ซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลกให้มายลโฉมสถานที่ซึ่งเต็มไปด้วยเรื่องราวเหล่านี้ ดังนั้น การเดินทางตามรอยเส้นทางสายไหมจึงเปรียบเหมือนการชื่นชม ‘เฉดสีที่เปลี่ยนไปของอารยธรรมมนุษย์’ จากการเดินทางเริ่มต้นในทิศตะวันออก คือ ประเทศจีน ไปสิ้นสุดที่ทิศตะวันตกในประเทศตุรกี 

เราจะได้สัมผัสเรื่องราวและวัฒนธรรมที่ค่อยๆ ไล่ระดับจากความเป็นเอเชียสู่ความเป็นยุโรป ด้วยเหตุนี้คงเป็นสิ่งที่สุดยอดมาก ถ้าหากวัยรุ่นอย่างผมได้ทําตามความฝัน เดินทางตามรอยเส้นทางสายไหมโบราณจนสําเร็จ

นักศึกษาทันตแพทย์เดินทางตามฝัน ‘ตามรอยเส้นทางสายไหมโบราณ’ จากซีอานถึงจางเย่ เมืองจีน

ซีอาน จุดเริ่มต้นของเส้นทางสายไหม

ผมเลือกก้าวแรกของการสัมผัสเส้นทางสายไหมด้วยทริปสั้นๆ โดยเดินทางจากซีอานสู่จางเย่ ซึ่งเป็นสองเมืองท่องเที่ยวที่สวยงามในประเทศจีน เมืองซีอาน (Xi’an) หรือ ฉางอาน (Chang’an) ในอดีต ตั้งอยู่ในมณฑลส่านซี (Shaanxi) ตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศจีน ที่นี่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 3,000 ปี ด้วยเหตุนี้ คงไม่เป็นการกล่าวเกินจริงมากนักว่า ซีอานเป็นเมืองที่บอกเล่าเรื่องราวอารยธรรมจีนโบราณได้ดีที่สุด 

เมื่อออกจากอาคารสนามบิน ผมก็เผชิญกับอุปสรรคที่นักท่องเที่ยวหลายคนพบเมื่อมาท่องเที่ยวในประเทศจีน นั่นคือภาษา ผมได้เรียนรู้ว่าภาษาอังกฤษนั้นแทบไม่มีประโยชน์เลยในการเที่ยวจีน และตลอดการเดินทางในทริปนี้ ผมไม่พบคนที่พูดภาษาอังกฤษได้เลยแม้แต่คนเดียว การสื่อสารในทุกๆ ขั้นตอนจึงเป็นไปอย่างยากลําบาก 

ผมต้องขอบคุณแอปพลิเคชันแปลภาษาที่ช่วยผมเอาไว้ในหลายสถานการณ์ และเพื่อนร่วมเดินทางที่พูดภาษาจีนได้บางคํา จึงทําให้การเดินทางครั้งนี้เป็นไปอย่างราบรื่น อย่างไรก็ตาม ความลําบากในการสื่อสารเป็นสิ่งหนึ่งที่ท้าทายการเดินทางตลอดทริป ซึ่งทําให้ผมจดจําและประทับใจการเดินทางในครั้งนี้

นักศึกษาทันตแพทย์เดินทางตามฝัน ‘ตามรอยเส้นทางสายไหมโบราณ’ จากซีอานถึงจางเย่ เมืองจีน
เหล่ากองทัพหุ่นดินเผา

ถ้าพูดถึงซีอาน คงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะไม่พูดถึงสุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ สถานที่แห่งนี้แสดงถึงความยิ่งใหญ่อลังการของอารยธรรมจีนสมัยราชวงศ์ฉิน (221 – 206 ปีก่อนคริสต์ศักราช) กองทัพหุ่นดินเผาหลายพันตัวซึ่งมีใบหน้าเป็นเอกลักษณ์ รถม้า และทรัพย์สมบัติมากมายที่ทางประเทศจีนขุดเจอ 

สิ่งของทางประวัติศาสตร์เหล่านี้ทำหน้าที่บอกเล่าความยิ่งใหญ่ที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณได้อย่างดี มีการคาดคะเนว่าสุสานจิ๋นซีฮ่องเต้กินพื้นที่กว่า 2,180 ตร.กม. ซึ่งใหญ่กว่าพื้นที่กรุงเทพมหานครราวๆ 1 เท่าครึ่ง และส่วนที่ขุดค้นพบในปัจจุบันยังคงเป็นเพียงส่วนเล็กๆ ของสุสานทั้งหมด ไม่น่าเชื่อว่าวัตถุโบราณเหล่านี้เป็นผลงานการสร้างของมนุษย์เมื่อ 2,000 กว่าปีที่แล้ว

จิ๋นซีฮ่องเต้นับเป็นหนึ่งในจักรพรรดิที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์จีน เป็นจักรพรรดิองค์แรกที่รวบรวมจีนให้เป็นหนึ่งได้ ในยุคสมัยดังกล่าว ได้เกิดการพัฒนาจนกระทั่งจีนในขณะนั้นมีความเจริญรุ่งเรืองมาก ไม่ว่าจะเป็นการกําหนดใช้ตัวอักษรจีน การพัฒนาด้านการปกครอง ไปจนถึงการสร้างสิ่งก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งเป็นมรดกลํ้าค่าของประเทศจีนจนถึงปัจจุบันอย่างกําแพงเมืองจีนหรือสุสานแห่งนี้เป็นต้น 

ความรุ่งเรืองของอารยธรรมจีนในยุคสมัยของจิ๋นซีฮ่องเต้ ทําให้ผมไม่แปลกใจเลยว่าทำไมสุสานแห่งนี้ถึงยิ่งใหญ่อลังการ

นักศึกษาทันตแพทย์เดินทางตามฝัน ‘ตามรอยเส้นทางสายไหมโบราณ’ จากซีอานถึงจางเย่ เมืองจีน
หอระฆังที่ตั้งเด่นอยู่ใจกลางเมืองซีอาน

อีกหนึ่งสัญลักษณ์ของซีอาน คือหอระฆังและหอกลองซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมือง เพื่อทําหน้าที่บอกเวลาแก่ชาวเมืองซีอาน อาคารทั้งสองอยู่คู่เมืองซีอานตั้งแต่สมัยราชวงศ์หมิง (ค.ศ. 1368 – 1644) หรือราวๆ 600 ปีมาแล้ว ตอนกลางคืนทั้งหอระฆังและหอกลองจะเปิดไฟ ซึ่งทําให้ตัวอาคารสวยงามโดดเด่นกว่าในช่วงเวลากลางวัน

แม้ว่าซีอานจะเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์เก่าแก่ยาวนาน แต่ปัจจุบันซีอานถือเป็นหนึ่งในเมืองขนาดใหญ่ที่มีความเจริญไม่แพ้เมืองใหญ่แห่งอื่นในประเทศจีน ใจกลางเมืองซีอานมีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ มีตึกสูงมากมาย ระบบขนส่งสาธารณะก็มีความสะดวกสบายและมีหลายตัวเลือก ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้าใต้ดิน รถประจําทาง รวมถึงรถแท็กซี่ 

ทั้งความทันสมัยของโลกยุคปัจจุบันและความขลังของสถานที่ทางประวัติศาสตร์อยู่รวมกันในอาณาเขตเดียวกันได้อย่างลงตัว นี่จึงเป็นเสน่ห์ของซีอานที่ถูกกล่าวขานอย่างมากมาย

นักศึกษาทันตแพทย์เดินทางตามฝัน ‘ตามรอยเส้นทางสายไหมโบราณ’ จากซีอานถึงจางเย่ เมืองจีน

ไม่ไกลจากหอกลองเป็นที่ตั้งของถนนมุสลิม ถนนคนเดินที่มีชื่อเสียงที่สุดในซีอาน คงไม่ผิดถ้าจะเรียกที่นี่ว่าเป็นสวรรค์ของนักกิน ตลอดทางสองฝั่งเต็มไปด้วยสตรีทฟู้ดมากมาย และหลายอย่างเป็นของกินที่ผมไม่เคยเห็น ไม่ว่าจะเป็นขนมหน้าตาแปลกๆ ซึ่งพ่อค้ากําลังใช้ค้อนทุบอยู่ หรือก๋วยเตี๋ยวเส้นแบนที่ถูกทําขึ้นสดๆ 

เดินไปสักพักก็เจอโครงแกะทั้งตัวถูกห้อยโตงเตงอยู่หน้าร้านอย่างโจ่งแจ้ง สําหรับผม การมาเดินเล่นที่นี่เหมือนการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว เพราะนอกจากจะได้เปิดหูเปิดตาแล้วยังได้ความอร่อยด้วย

นักศึกษาทันตแพทย์เดินทางตามฝัน ‘ตามรอยเส้นทางสายไหมโบราณ’ จากซีอานถึงจางเย่ เมืองจีน
สตรีชาวหุยที่ค้าขายในถนนมุสลิม

สาเหตุที่ถนนแห่งนี้ถูกเรียกว่าถนนมุสลิม เนื่องจากบริเวณนี้เป็นชุมชนที่อยู่อาศัยของชาวจีนที่นับถือศาสนาอิสลามหรือชาวหุย เชื่อกันว่าจุดเริ่มต้นของการตั้งรกรากในชุมชนแห่งนี้ มาจากพ่อค้าชาวมุสลิมที่เดินทางไปมาตั้งแต่ยุคสมัยเส้นทางสายไหมโบราณ เมื่อได้ยินครั้งแรก ผมสงสัยว่าประเทศจีนมีชาวมุสลิมอาศัยอยู่มากมายด้วยหรือ 

เมื่อหาข้อมูลจึงพบว่า ประเทศจีนถือเป็นประเทศที่มีผู้นับถือศาสนาอิสลามจํานวนมาก มีมากกว่า 20 ล้านคน หรือราวๆ 2 เปอร์เซ็นต์จากประชากรทั้งหมด การมาเดินเล่นที่ถนนมุสลิมจึงเป็นการสัมผัสวัฒนธรรมจีนที่แตกต่างออกไปจากสเตอริโอไทป์ที่ผมเข้าใจ

นักศึกษาทันตแพทย์เดินทางตามฝัน ‘ตามรอยเส้นทางสายไหมโบราณ’ จากซีอานถึงจางเย่ เมืองจีน
ชาวเมืองซีอานมาพักผ่อนหย่อนใจบนกําแพงเมืองโบราณ

ซีอานเป็นเมืองที่ถูกล้อมรอบด้วยกําแพงเมืองเก่าแก่ ซึ่งยังคงสภาพเดิมมามากกว่า 600 ปี ปัจจุบันกําแพงเมืองถือเป็นหนึ่งในสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของคนที่นี่ เราเช่าจักรยานปั่นเที่ยวบนกําแพงเมืองโบราณนี้ก็ได้

  ทุกสิ่งที่ได้สัมผัสในซีอานล้วนเป็นตัวแทนของอารยธรรมจีน การได้ไปเยือนสถานที่ที่สวยงามเต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ นับเป็นก้าวแรกที่ดีของการเดินทางตามรอยเส้นทางสายไหมของผม แม้จะตื่นเต้นแค่ไหนกับจุดเริ่มต้นของการเดินทางครั้งนี้ หรือกังวลเรื่องอุปสรรคด้านการสื่อสารมากเท่าไหร่ แต่ผมก็พยายามหลับตา เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมกับการผจญภัยในวันรุ่งขึ้น ที่ผมจะเดินทางด้วยรถไฟความเร็วสูง มีจุดหมายคือจางเย่ เมืองแห่งภูเขาสีรุ้ง

เดินทางไกลสู่ภูเขาเจ็ดสีที่จางเย่

เริ่มต้นวันด้วยการเดินทางไปสถานีรถไฟความเร็วสูงตั้งแต่เช้ามืด เพื่อเดินทางสู่เมืองจางเย่ (Zhangye) ซึ่งตั้งอยู่ในมณฑลกานซู่ (Gansu) มณฑลที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศจีน สถานีรถไฟความเร็วสูงของเมืองซีอานมีขนาดใหญ่และทันสมัยมากราวกับสนามบินนานาชาติ ผมได้ขึ้นรถไฟที่มีหน้าตาไม่ต่างจากรถไฟชินคันเซ็นของประเทศญี่ปุ่น นับจากนี้ผมนั่งชมวิวจากรถไฟขบวนนี้อีก 7 ชั่วโมงครึ่ง ตลอดระยะทางจากซีอานสู่จางเย่ 1,130 กม. เทียบเท่ากับระยะทางจากกรุงเทพฯ สู่เบตง 

นักศึกษาทันตแพทย์เดินทางตามฝัน ‘ตามรอยเส้นทางสายไหมโบราณ’ จากซีอานถึงจางเย่ เมืองจีน
ทุ่งหญ้ากว้างใหญ่กับแนวเขาฉีเหลีย ณ ส่วนหนึ่งของระเบียงเหอซี

เมื่อรถไฟวิ่งถึงเขตมณฑลกานซู่ จะเข้าสู่ส่วนที่เรียกว่า ระเบียงเหอซี (Hexi Corridor) ช่องเขาที่มีลักษณะภูมิประเทศเป็นทุ่งหญ้าเขียวขจี เป็นเหมือนโอเอซิสหรือพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ท่ามกลางภูมิประเทศที่แห้งแล้ง ระเบียงเหอซีเป็นช่องเขาที่ขนาบด้วยเทือกเขาฉีเหลียนทางทิศใต้ และทะเลทรายโกบีทางทิศเหนือ

ทุ่งหญ้ากว้างสุดสายตาเต็มไปด้วยฝูงแกะ นับเป็นวิวไฮไลต์ของการเดินทางด้วยรถไฟเส้นทางนี้ ในอดีตระเบียงเหอซีถือว่าเป็นเส้นทางสําคัญของคาราวานพ่อค้าในยุคเส้นทางสายไหมโบราณ ซึ่งช่องเขานี้เป็นเส้นทางที่เหมือนประตูบานหลักสู่ศูนย์กลางของจีนในยุคสมัยนั้น

จางเย่ถือเป็นเมืองที่สำคัญในยุคสมัยเส้นทางสายไหมโบราณซึ่งตั้งอยู่ในระเบียงเหอซี คาราวานจํานวนนับไม่ถ้วนได้เดินทางผ่านเมืองแห่งนี้ โดยจางเย่เป็นจุดแวะพักสําหรับกลุ่มพ่อค้าที่เดินทางมุ่งตรงสู่ศูนย์กลางของจีน และเดินทางออกจากจีนเพื่อไปค้าขายกับดินแดนที่ห่างไกลในทิศตะวันตก 

ปัจจุบันจางเย่เป็นเมืองที่กลับมามีชื่อเสียงอีกครั้ง ภายในเมืองเต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติสวยงามหลายแห่ง รวมถึงภูเขาสีรุ้งที่โด่งดังไปทั่วโลก

นักศึกษาทันตแพทย์เดินทางตามฝัน ‘ตามรอยเส้นทางสายไหมโบราณ’ จากซีอานถึงจางเย่ เมืองจีน
นักศึกษาทันตแพทย์เดินทางตามฝัน ‘ตามรอยเส้นทางสายไหมโบราณ’ จากซีอานถึงจางเย่ เมืองจีน
ป่าหินรูปทรงประหลาดตาใน Binggou Scenic Area

เมื่อเดินทางถึงจางเย่ในช่วงบ่ายแก่ๆ ผมพบกับไกด์ท้องถิ่นและขึ้นรถเพื่อเดินทางไปชม Binggou Scenic Area เป็นบริเวณหุบเขาขนาดใหญ่ที่มีลักษณะภูมิประเทศเหมือนดาวอังคาร ที่นี่เต็มไปด้วยภูเขาหินที่มีรูปร่างประหลาดตา เป็นรูปทรงคล้ายสิ่งต่างๆ ได้แก่ รูปอูฐ รูปเจดีย์ จนถึงรูปทรงคล้ายปราสาท หินรูปร่างต่างๆ ในสถานที่แห่งนี้เป็นผลงานจากการกัดเซาะหินทรายโดยลมและนํ้าเป็นระยะเวลานาน 

ภายในอุทยานมีขนาดใหญ่โตเกินกว่าจะเดินชมจุดต่างๆ ได้ด้วยตนเอง การเที่ยวชมจึงต้องอาศัยรถของอุทยานรับส่งตามจุด น่าแปลกใจที่ถึงแม้ที่นี่จะสวยงามอลังการมากสําหรับผม แต่ผมกลับไม่พบนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ เลย อาจเป็นเพราะอุทยานแห่งนี้ถูกบดบังรัศมีโดยภูเขาสีรุ้งที่โด่งดัง จึงทําให้ไม่ค่อยมีคนมาเยี่ยมชมมากนัก

นักศึกษาทันตแพทย์เดินทางตามฝัน ‘ตามรอยเส้นทางสายไหมโบราณ’ จากซีอานถึงจางเย่ เมืองจีน
นักศึกษาทันตแพทย์เดินทางตามฝัน ‘ตามรอยเส้นทางสายไหมโบราณ’ จากซีอานถึงจางเย่ เมืองจีน
ธงมนตราแบบทิเบตซึ่งพบได้ในวัดแห่งนี้

วันต่อมาผมเดินทางไปชมวัด Matisi ซึ่งมีความหมายว่าวัดเกือกม้า สาเหตุที่เรียกว่าวัดเกือกม้ามาจากรอยเกือกม้าบนหินที่ถูกรักษาไว้ภายในวัดแห่งนี้ มีความเชื่อว่ารอยดังกล่าวเกิดขึ้นโดยม้าจากสวรรค์ที่ลงมาบนโลกมนุษย์ 

วัดแห่งนี้มีลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์ เพราะสร้างขึ้นโดยการเจาะหน้าผาให้กลายเป็นถํ้า ภายในเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูป และจิตกรรมฝาผนังที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ วัดเกือกม้าเป็นหนึ่งในวัดแบบทิเบตที่ตั้งอยู่ในมณฑลกานซู่ ซึ่งอารายธรรมทิเบตนั้นแผ่กว้างไกลจากเขตปกครองตนเองทิเบตทางทิศใต้มาสุดขอบทางทิศเหนือที่มณฑลกานซู่แห่งนี้

นักศึกษาทันตแพทย์เดินทางตามฝัน ‘ตามรอยเส้นทางสายไหมโบราณ’ จากซีอานถึงจางเย่ เมืองจีน
ร่องรอยเส้นทางดั้งเดิมของเส้นทางสายไหมโบราณ

พอช่วงบ่ายก็ถึงเวลาของไฮไลต์ในการเดินทางครั้งนี้ คือ Zhangye National Geopark หรือ ภูเขาสีรุ้ง ภูเขาที่มีลักษณะโดดเด่น สีสันสวยงามแปลกตา ภายในอุทยานมีขนาดใหญ่และแบ่งเป็นจุดชมวิวหลายส่วน เนื่องจากที่นี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงโด่งดัง อุทยานแห่งนี้จึงทําทางเดินอย่างดี มีสิ่งอํานวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นห้องนํ้าและรถบัสรับส่งระหว่างจุดชมวิว ว่ากันว่าสถานที่ที่งดงามแห่งนี้เป็นผลงานของธรรมชาติมามากกว่าล้านปี ชั้นของสีที่แตกต่างกันนั้น มีสาเหตุมาจากการสะสมของชั้นแร่ธาตุที่แตกต่างกันบนหินทราย 

ภาพของภูเขาสีรุ้งดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลกให้มาเยี่ยมชม และเป็นสาเหตุที่ทําให้นักเดินทางชาวไทยอย่างผมยอมเดินทางไกล เพื่อมาชมความสวยงามของสถานที่แห่งนี้ด้วยตาของตัวเอง ส่วนภายในอุทยานมีจุดที่ให้ชมเส้นทางเดินของเส้นทางสายไหมในอดีต ซึ่งตัดผ่านใจกลางของภูเขาสีรุ้งแห่งนี้ ผมเชื่อว่าพ่อค้าและเหล่านักเดินทางที่ได้เดินทางผ่านสถานที่แห่งนี้ในอดีต คงรู้สึกตื่นตะลึงในความสวยงามของภูเขาสีรุ้งไม่ต่างกับที่ผมกําลังรู้สึกในขณะนี้

นักศึกษาทันตแพทย์เดินทางตามฝัน ‘ตามรอยเส้นทางสายไหมโบราณ’ จากซีอานถึงจางเย่ เมืองจีน
แสงแดดยามเย็นช่วยขับให้สีสันของภูเขาสีรุ้งมีความงดงามยิ่งขึ้น

ความอลังการของภูเขาสีรุ้ง ทําให้ผมรู้สึกคุ้มค่าที่ตั้งใจเดินทางมาเพื่อชื่นชมสถานที่แห่งนี้ ผมใช้เวลาเดินดูจนครบทุกจุด ถ่ายภาพไว้จนเต็มอิ่มจนเกือบถึงเวลาปิดอุทยาน นับเป็นจุดสิ้นสุดทริปเส้นทางสายไหมทริปแรกอย่างสวยงาม

ความรุ่งเรืองของอารยธรรมจีนที่ผมสัมผัสในซีอาน ไปจนถึงความงดงามอลังการของภูเขาสีรุ้งในจางเย่ ผสมผสานออกมาเป็นรสชาติที่กลมกล่อม ซึ่งเป็น ‘เฉดสีแรก’ หรือ ‘ปฐมบท’ ที่สวยงามสําหรับการเดินทางตามรอยเส้นทางสายไหม 

การเดินทางครั้งนี้จุดประกายให้ผมอยากเรียนรู้ที่จะปรับตัว เปิดใจรับวัฒนธรรมใหม่ๆ และเรียนรู้ภาษาที่แตกต่าง เพียงแค่คิดถึงความฝันของผมในการเดินทางตามรอยเส้นทางสายไหมส่วนที่เหลือก็ทําให้ผมรู้สึกตื่นเต้น 

เพราะผมเชื่อว่า ยังคงมีวัฒนธรรมและเรื่องราวอีกหลายเฉดสี รอคอยให้ผมเรียนรู้และสัมผัส 

จุดชมวิวที่สวยงามที่สุดของภูเขาสีรุ้ง

ท้ายที่สุด ผมมีความหวังว่าหากมีโอกาสครั้งถัดไป ผมจะไม่รีรอก้าวเท้าเดินทางตามรอยเส้นทางสายไหมนี้ต่อไป จนกระทั่งไปสิ้นสุดที่ทิศตะวันตกในเมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกี เพื่อไปเยี่ยมชมอีกหลายดินแดนที่ผมไม่รู้จัก พบปะผู้คน เรียนรู้วัฒนธรรมที่หลากหลาย เช่นเดียวกับการเดินทางของเหล่าพ่อค้าเส้นทางสายไหมในอดีต 

และผมมีความเชื่อว่า ผมจะค่อยๆ เติบโตไปพร้อมกับการเดินทางตามความฝันในครั้งนี้

ถ้าคุณมีประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เราจะส่งสมุดลิมิเต็ดอิดิชัน จาก ZEQUENZ แบรนด์สมุดสัญชาติไทย ทำมือ 100 % เปิดได้ 360 องศา ให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

ปฏิภาณ จินดาประเสริฐ

นักศึกษาทันตแพทย์ ผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และการเดินทาง ได้พยายามแบ่งเวลาจากการเรียนเพื่อเดินทางตามความฝัน

Travelogue

พื้นที่บรรจุประสบการณ์เดินทางทั่วมุมโลก

25 พฤศจิกายน 2565

ทริปนี้เริ่มต้นแบบง่าย ๆ คิดแค่ว่าเงินเยนกำลังตก ไปเที่ยวที่ไหนสักแห่งในญี่ปุ่นน่าจะเป็นการเที่ยวที่ประหยัดดี พอไม่มีแผนการละเอียด ก็เลยคิดว่าเอารถแบบค่ำไหนนอนนั่นไปก็สะดวกกว่าพยายามจองโรงแรมล่วงหน้า และนี่ไม่ใช่หนแรกที่เราเช่ารถที่เป็นบ้านในประเทศญี่ปุ่น 

เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ก่อนที่จะเกิดสภาวะผู้คนหยุดเดินทาง เราเคยเช่ารถ RV ขับเที่ยวมาแล้วรอบหนึ่ง และพบว่าการท่องเที่ยวแบบนี้จุดหมายไม่ใช่เรื่องสำคัญเท่ากับคนที่อยู่ร่วมกันบนรถ

ญี่ปุ่นมีบริการเช่ารถแคมปิ้งและ RV หลายรูปแบบ รอบนี้เราเลือกแบบมีเต็นท์อยู่บนหลังคา ด้วยเหตุผลใหญ่ ๆ 3 ข้อ ข้อแรก รถ RV นั้นถึงมีพื้นที่ใช้งานสะดวกสบาย แต่ว่าขนาดรถที่ค่อนข้างใหญ่ ทำให้ขับเข้าตรอกซอกซอยหรือขึ้นเขาลำบาก อีกข้อคืออยากลองนอนเต็นท์บนหลังคารถ เพื่อเป็นตัวเลือกให้กับการปรับแต่งรถของตัวเองที่เมืองไทยทีหลัง และข้อสุดท้ายคือบริษัทรถเช่ามีอุปกรณ์เครื่องนอนและแคมปิ้งให้พร้อมทุกอย่าง ขนมาแต่เสื้อผ้าและใบขับขี่ก็พร้อมเดินทางได้เลย

สิ่งสำคัญพื้นฐาน

ทริปญี่ปุ่นกะทันหัน ขับรถบ้านไปแคมปิ้งท่ามกลางใบไม้สีแดงและลมหนาวของฤดูใบไม้ร่วง
และประหยัดสุดสำหรับการขับรถเที่ยว

เพื่อความประหยัดขั้นสุด เราวางแผนนอนตามที่พักริมถนนซึ่งไม่ต้องเสียเงินค่านอน ในญี่ปุ่นที่จอดรถพักริมทางเหล่านี้เรียกว่า มิจิ โนะ เอกิ (Michi-no-Eki) เรียกสั้นๆ ว่า ‘มิจิ’ ในเวลากลางวัน ตามมิจิจะมีร้านขายอาหารและของที่ระลึกพื้นถิ่น บางแห่งใหญ่โตเหมือนห้าง บางแห่งก็เล็ก ๆ เงียบสงบ แต่สิ่งที่ทุกแห่งมีเหมือนกันคือห้องน้ำสะอาด 24 ชั่วโมง ญี่ปุ่นมีห้องน้ำสาธารณะที่สะอาดเกินมาตรฐานอยู่เกือบทุกแห่ง ขนาดจุดที่ในรีวิวเขียนว่าห้องน้ำไม่สะอาดก็ยังเรียกว่าไม่ได้เลวร้ายเกินไปนัก

ข้อดีของการขับรถแคมปิ้งคือ ถ้ามีห้องน้ำสาธารณะตรงไหน เราก็จอดนอนตรงนั้นได้เลย คนเข้าป่าบ่อย ๆ อาจจะเถียงค้านในใจนิดหนึ่งว่า ถึงไม่มีห้องน้ำก็ทำธุระได้ แต่ญี่ปุ่นนั้นการทำธุระในป่าเป็นเรื่องไม่ปกติ เลี่ยงได้ควรเลี่ยงให้ถึงที่สุด ด้วยเหตุผลของมารยาทในการใช้พื้นที่ส่วนรวม จึงควรไปทำธุระเฉพาะตามพื้นที่ที่จัดให้เท่านั้น

ทริปญี่ปุ่นกะทันหัน ขับรถบ้านไปแคมปิ้งท่ามกลางใบไม้สีแดงและลมหนาวของฤดูใบไม้ร่วง
เต็นท์ด้านบนรถเปิดออกรับวิวฤดูใบไม้ร่วงยามเช้า

เรื่องต่อมาจากห้องน้ำคือการอาบน้ำ การมาเที่ยวญี่ปุ่นของเรา ไม่ว่ากิจกรรมหลักจะเป็นอะไร ก็ต้องจัดเวลาไปแวะออนเซ็นทุกครั้ง หลังจากวันยาวนานหรือวันที่อากาศหนาวเย็น พอได้แช่น้ำอุ่นตอนจบวัน ทำให้ความเหนื่อยล้าทั้งหมดหายเกลี้ยง การแช่น้ำแร่ช่วยรีเซ็ตร่างกายให้พร้อมกับวันพรุ่งนี้ได้ดีมาก ๆ

ออนเซ็นแบบ Stand Alone ส่วนใหญ่ปิดประมาณ 1 ทุ่ม เรามักวางแผนแวะไปก่อนอาหารมื้อเย็น กิจวัตรประจำวันหลัง 4 โมงเย็นคือ เราจะเปิดแอปฯ รวบรวมที่ตั้งมิจิ ออนเซ็น และแคมป์ไซต์ เพื่อหาว่าจะไปอาบน้ำที่ไหน แล้วขับต่อไปนอนที่ไหนโดยไม่ออกนอกเส้นทาง ซึ่งมุ่งสู่จุดท่องเที่ยวของวันต่อไป

โพรงกระต่ายของอลิซ

คุณลุค เจ้าของบริษัทรถเช่าถามเราว่า เจอบริษัทเขาได้อย่างไร เพราะเพิ่งเปิดมาได้ไม่นาน และไม่ได้ทำการตลาดเท่าไหร่ เราตอบเขาไปอย่างติดตลกว่า พวกเรา Google เก่ง แต่มันเป็นเรื่องจริง 

จุดท่องเที่ยวที่อยากไปผุดขึ้นมาเรื่อย ๆ จากการเสิร์ชกูเกิลดูอะไรต่อมิอะไรต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ พอหาข้อมูลต่อก็พบสถานที่ใหม่ ๆ ที่อยากไปเห็นด้วยตาเพิ่มอีก เรียกว่าตกลงไปในโพรงกระต่ายของอลิซอย่างเต็มตัว

คืนแรกพวกเรากะว่าจะไปหาที่นอนใกล้ออนเซ็นลิงขึ้นชื่อ แต่จะแวะเที่ยวบ่อน้ำร้อนแช่เท้าที่คุซัตสึ (Kusatsu) ก่อนสักนิด ด้วยความโอ้เอ้ของวันแรกและฝนตกปรอย ๆ ตลอดทาง กว่าจะถึงคุซัตสึก็เย็นแล้ว เลยต้องปรับแผนใหม่ หาออนเซ็นดี ๆ หาข้าวอร่อย ๆ กิน แล้วขับรถออกไปหามิจิที่ไม่ไกลนอนแทน

เช้าวันต่อมาเส้นทางขึ้นเขาชิงะโคเก็น (Shiga Kogen) เป็นเส้นถนนที่เรากะว่าจะวิ่งผ่านชมวิวสวยไปเฉย ๆ แต่กลับกลายเป็นว่าต้องจอดรถทุกจุดชมวิวข้างทาง ภูเขาลูกนี้เป็นจุดสูงสุดในเส้นทางที่วางแผนไว้ หญ้าสีเขียวสลับกับหินทรงแปลก ความสูงเหนือเมฆที่ปกคลุมเมืองด้านล่างจนมิดตลอดเส้นทางเหมือนเราอยู่คนละโลกกับพื้นที่เมื่อวาน

ทริปญี่ปุ่นกะทันหัน ขับรถบ้านไปแคมปิ้งท่ามกลางใบไม้สีแดงและลมหนาวของฤดูใบไม้ร่วง
เส้นทางข้ามเขา Shiga Kogen เป็น Scenic Route ที่พวกเราต้องจอดแวะทุกจุดที่จอดได้

ในระหว่างแวะเข้าห้องน้ำและดื่มกาแฟที่คาเฟ่บนเขา เราหันไปเห็นโปสเตอร์การท่องเที่ยว Shiga Kogen เป็นรูปเสาโทริอิ (Torii) สีแดงริมทะเลสาบสีฟ้าสด เราหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อจะหาว่าสถานที่ในภาพอยู่ที่ไหน พร้อมจะเปลี่ยนแผนทันทีถ้าไม่ลำบากจนเกินไป เจ้ากูเกิลพาเราไหลลงโพรงกระต่ายอีกครั้งเพื่อพบว่า บนเขา Shiga Kogen มีเส้นทางเดินเขาสั้น ๆ น่าสนใจอยู่หลายเส้น และหนึ่งในนั้นอยู่ห่างจากเราไปไม่กี่นาที

ทริปญี่ปุ่นกะทันหัน ขับรถบ้านไปแคมปิ้งท่ามกลางใบไม้สีแดงและลมหนาวของฤดูใบไม้ร่วง
ทางเดินเขาเส้นสั้น ๆ ของ Shiga Kogen เลยจุดสวยที่สุดของใบไม้แดงไปแล้ว

แผนเปลี่ยนอีกครั้ง ยังไม่มีใครหิว ไม่มีใครรีบไปไหน พวกเราจอดรถหยุดลงไปเดินสัมผัสธรรมชาติด้วยเท้าของเราเอง ด้านบนเขาอากาศเย็นมาถึงก่อนพื้นล่าง ต้นไม้ส่วนใหญ่เหลือแต่กิ่ง ไม่ค่อยเห็นใบสีเหลืองสีแดงเยอะเท่าไหร่แล้ว แต่ทุกมุมที่มองไปก็ยังดูสวยอยู่ดี

รู้ตัวอีกทีก็เลยเที่ยงมาพักใหญ่ แผนร่างของวันนี้มีหมุดท่องเที่ยวปักไว้ที่น้ำตกนะเอะนะ (Naena Waterfall) พวกเราตัดสินใจดิ่งไปกินข้าวเที่ยงที่โน่นเลย ร้านอาหารมีอยู่ร้านเดียว อาหารขึ้นชื่อของที่นี่คือเส้นหมี่ขาวที่ปล่อยไหลมากับสายน้ำ แต่เวลาของเราไหลไปหมดแล้ว เลยสั่งข้าวคนละชุด รีบกินแล้วรีบเดินไปน้ำตกทันที

ทริปญี่ปุ่นกะทันหัน ขับรถบ้านไปแคมปิ้งท่ามกลางใบไม้สีแดงและลมหนาวของฤดูใบไม้ร่วง

เส้นทางเดินในป่าปกคลุมด้วยไอหมอกละอองน้ำจากน้ำตกใหญ่ด้านใน ตรงจุดนี้ต่ำกว่าเส้นทางเขาด้านบน เป็นความสูงที่พอดีให้เราเห็นใบไม้เปลี่ยนสีที่แท้จริง ทันทีที่มุมมองของต้นไม้เปิดออกให้เห็นน้ำตกอลังการ เราหยุดยืนตะลึง – นี่เราทะลุมาสู่โลกแห่งจินตนาการแล้วอย่างแน่นอน

ทริปญี่ปุ่นกะทันหัน ขับรถบ้านไปแคมปิ้งท่ามกลางใบไม้สีแดงและลมหนาวของฤดูใบไม้ร่วง

ตลาดฤดูใบไม้ร่วง

  เช้านี้เสียงหัวเราะและพูดคุยของกลุ่มแม่บ้านสูงอายุด้านนอกตัวรถปลุกให้เราตื่น กลุ่มคุณป้ากำลังเตรียมตั้งโต๊ะขายขนมแป้งทอด ห่างออกไปอีกนิดมีเต็นท์ขายแอปเปิ้ลผลใหญ่เกือบ 2 กำปั้น ใต้เต็นท์เดียวกันมีองุ่นสีสวยดูหวานฉ่ำวางขายด้วย สุดทางเดินเป็นร้านขายผัก คุณลุงหลายคนทยอยขับรถเข้ามาจอดส่งผัก ในร้านมีต้นหอมญี่ปุ่นอวบหนาและสูงเกือบเท่าตัวเรา มะเขือเทศสดน่ากิน ลูกพลับสุกวางเรียงราย และเห็ดหลากหลายชนิด

ทริปญี่ปุ่นเช่ารถแคมปิ้งจากโตเกียว ค้างแรมในมิจิ ชมใบไม้เปลี่ยนสีและน้ำตกแสนสวย ณ แดนอาทิตย์อุทัย
รสชาติแห่งฤดูใบไม้ร่วงที่แท้จริง

สิ่งที่ขึ้นชื่อของฤดูใบไม้ร่วงนอกจากสีส้ม แดง เหลือง ที่เป็นเอกลักษณ์แล้ว ก็เป็นฤดูที่มีผลไม้อร่อยให้กินมากมาย พวกเราแวะซื้อผักผลไม้หลายชนิด แวะซื้อเนื้อสดและวัตถุดิบสำหรับทำอาหารเพิ่มจากซูเปอร์มาร์เก็ต คืนนี้พวกเราจะทำอาหารกินเอง เพื่อเข้าถึงรสชาติของฤดูใบไม้ร่วงที่แท้จริง

 เข้าแคมป์ของจริง

รถ FJ Cruiser คันนี้ถูกปรับพื้นที่ให้เหมาะกับการเข้าแคมป์เต็มที่ นอกจากเต็นท์ที่ติดอยู่ด้านบน ข้างขวากางกันสาดออกมาได้ ทางซ้ายกางออกมาเป็นห้องน้ำจำเป็น ท้ายรถมีตู้ลิ้นชัก 2 อัน เต็มไปด้วยเครื่องครัวสำหรับแคมปิ้ง จาน ชาม หม้อ กระทะ ไปจนเครื่องปรุงอาหารและหม้อต้มกาแฟ ตรงประตูหลังก็มีโต๊ะที่พับเก็บและเปิดออกได้ 

หลังจากนอนมิจิมาหลายคืน พวกเราตัดสินใจกันว่าต้องไปนอนแคมป์จริง ๆ เสียที ไม่ให้เสียคุณค่าของอุปกรณ์ท้ายรถ วันนี้เราตัดกิจกรรมท่องเที่ยวให้จบเร็วขึ้นเพื่อไปถึงแคมป์กราวนด์ก่อนมืดจะได้มีเวลาตั้งแคมป์

ทริปญี่ปุ่นเช่ารถแคมปิ้งจากโตเกียว ค้างแรมในมิจิ ชมใบไม้เปลี่ยนสีและน้ำตกแสนสวย ณ แดนอาทิตย์อุทัย
แสงแดดยามเย็นขับสีสันของฤดูใบไม้ร่วงให้สวยขึ้นไปอีก

ช่วงฤดูนี้แสงอาทิตย์หมดวันเร็วกว่าบ้านเรา เวลา 4 โมงเย็น แสงอาทิตย์ก็เปลี่ยนเป็นสีทองแล้ว สองข้างทางของเส้นทางที่มุ่งไปแคมป์นั้นสวยเกินจริงมาก ๆ ใบไม้กำลังแดงเต็มที่ แสงแดดสีอุ่นขับสีของใบไม้ให้สดขึ้นไปอีก ตลอดเส้นถนนที่วิ่งลัดเลาะผ่านหุบเขา พวกเราผลัดกันส่งเสียงแทนคำว่า ’สวย’ จนกระทั่งหมดคำพูดและเงียบลง เพราะรู้ดีว่าพวกเรากำลังเคลื่อนที่ผ่านช่วงเวลามหัศจรรย์นี้ไปด้วยกัน

ทริปญี่ปุ่นเช่ารถแคมปิ้งจากโตเกียว ค้างแรมในมิจิ ชมใบไม้เปลี่ยนสีและน้ำตกแสนสวย ณ แดนอาทิตย์อุทัย
แคมปิ้งกราวนด์ที่เอารถเข้ามาจอดได้ มีพื้นที่กว้างขวาง

  สตาฟของแคมป์กราวนด์ดูกังวลเมื่อเรามาถึง เพราะไม่แน่ใจว่าเราจะเข้าใจกฎต่าง ๆ ที่เป็นภาษาญี่ปุ่นได้มากน้อยแค่ไหน แคมป์กราวนด์ของญี่ปุ่นส่วนใหญ่ต้องจองล่วงหน้า และมีกฎการใช้พื้นที่ละเอียดยิบ เช่น ช่วงเวลาห้ามส่งเสียงดัง การแยกทิ้งขยะ การจุดไฟ ฯลฯ แต่พอพวกเราสื่อสารกันจนรู้เรื่อง จ่ายเงินค่าใช้พื้นที่เรียบร้อย คุณสตาฟก็ปล่อยให้เราขับรถเข้าไปในพื้นที่ที่ระบุไว้ พร้อมกับให้แอปเปิ้ลท้องถิ่นเป็นของฝาก 1 ลูก

แคมป์ที่เราเลือกมานอนเป็นจุดที่อยู่ติดริมน้ำเขื่อน คนส่วนหนึ่งที่มาตั้งแคมป์เอาเรือคายัคมาด้วยเพื่อไปพายเรือในตอนเช้า สิ่งอำนวยความสะดวกในแคมป์มีพื้นฐานทั่วไป อาคารซักล้างแยกออกจากพื้นที่แคมป์กราวนด์ ห้องน้ำสะดวกสบาย มีโถส้วมอุ่นและสายฉีดไฟฟ้า ที่แคมป์นี้มีน้ำอุ่นและห้องอาบน้ำให้ด้วย แต่ต้องจ่ายเงินเพิ่มในราคา 5 นาที 300 เยน

ทริปญี่ปุ่นเช่ารถแคมปิ้งจากโตเกียว ค้างแรมในมิจิ ชมใบไม้เปลี่ยนสีและน้ำตกแสนสวย ณ แดนอาทิตย์อุทัย

พฤศจิกายนเป็นช่วงปลายของการตั้งแคมป์ เพราะอากาศเริ่มเย็นมาก แคมเปอร์ข้าง ๆ เราส่วนใหญ่หายเข้าไปจุดไฟทำอาหารในเต็นท์ที่มีผนังบังลม ส่วนพวกเรานั่งสู้อากาศหนาวด้านนอกด้วยการจุดไฟกองใหญ่ ฟืนไม้มีขายพร้อมให้ใช้งานในราคามัดละ 800 เยน จุดติดไม่ยากเท่าไหร่ แต่ควันค่อนข้างเยอะ ไม่เหมือนไฟจากถ่านที่คุ้นเคยเวลาตั้งแคมป์ในไทย อาหารที่เราเตรียมมาเยอะกว่าที่จะกินได้หมด เลยเก็บส่วนที่เหลือไว้ในรถ ที่นี่ห้ามวางอาหารทิ้งไว้นอกเต็นท์โดยเด็ดขาด เพราะอาจจะมีสัตว์ป่ามาบุกแคมป์ได้ อุณหภูมิสุดท้ายที่เรากดดูก่อนปีนเข้าเต็นท์อยู่ที่ 5 องศาเซลเซียส คืนนี้อากาศค่อย ๆ เย็นลงเรื่อย ๆ เป็นคืนที่หนาวที่สุดของทริป

ทริปญี่ปุ่นเช่ารถแคมปิ้งจากโตเกียว ค้างแรมในมิจิ ชมใบไม้เปลี่ยนสีและน้ำตกแสนสวย ณ แดนอาทิตย์อุทัย
อาหารชาวแคมป์ อุด้งแกงกะหรี่หมู เต้าหู้ย่าง และมันญี่ปุ่นเผา

เส้นทางที่ซ่อนอยู่

พวกเรามาญี่ปุ่นช่วงฤดูใบไม้แดงหลายหน แต่ไม่เคยได้พบกับจังหวะพีกที่สุดของฤดูกาลแบบที่เมืองนี้ ณ เวลานี้เลย ก่อนหน้านี้เคยเห็นแบบที่เริ่มร่วงไปแล้วบ้าง หรือไม่ก็ยังไม่แดงพีกบ้าง เป็นเรื่องธรรมดาในการท่องเที่ยวที่ขึ้นกับปรากฏการณ์ธรรมชาติ ซึ่งเรากะเกณฑ์ล่วงหน้าไม่ได้

ทริปญี่ปุ่นเช่ารถแคมปิ้งจากโตเกียว ค้างแรมในมิจิ ชมใบไม้เปลี่ยนสีและน้ำตกแสนสวย ณ แดนอาทิตย์อุทัย

เช้านี้พวกเราเปลี่ยนใจตัดจุดท่องเที่ยวที่หามาตั้งแต่เมืองไทยทิ้ง เพราะอยากมองดูใบไม้สีแดงส้มในจังหวะที่สวยที่สุด ให้นานที่สุด

หลังอาหารเช้าและเก็บของออกจากแคมป์ เราขับรถไปทางขึ้นเขาที่ค่อนข้างแคบ ถนนเลาะเลียบแม่น้ำสายเล็ก เส้นทางนี้ขึ้นชื่อว่าเป็น Scenic Route ที่ดีเส้นหนึ่ง ในสมุดคู่มือแคมป์ที่ได้มาเมื่อวานเขียนบอกไว้ว่า ถ้าหาจุดจอดรถข้างถนนได้ให้จอดเลย แล้วเดินชมวิวข้างทางด้วยขาของเราเอง

ที่จอดรถอยู่ตรงข้ามกับสะพานข้ามแม่น้ำ สีแดงของใบไม้ริมน้ำกวักมือเรียกให้เราจอดรถลงไปเดิน จากที่จะเดินเล่นนิด ๆ หน่อย ๆ แล้วไปดูอีกจุดหนึ่ง กลายเป็นการเดินปีนป่ายหินริมน้ำกินเวลาไปเกือบ 2 ชั่วโมง ซึ่งสนุกและสวยงามทุกนาทีที่ผ่านไป

ทริปญี่ปุ่นเช่ารถแคมปิ้งจากโตเกียว ค้างแรมในมิจิ ชมใบไม้เปลี่ยนสีและน้ำตกแสนสวย ณ แดนอาทิตย์อุทัย

ถึงเวลาสิ้นสุดเส้นทาง

คืนสุดท้ายเราจอดนอนที่มิจิอีกครั้ง หลังจากขับรถวนหาจุดที่เหมาะสมสักพัก จุดจอดรถที่ดีต้องไม่ใกล้กับคันอื่น ๆ เนื่องจากเราต้องกางบันไดขึ้นลงเต็นท์หลังคา จึงควรเลือกจุดริมสุดของช่องจอด เพื่อไม่ให้กินที่เข้าไปในช่องข้าง ๆ

มิจิสุดท้ายของคืนนี้อยู่หน้าสวนสาธารณะ เป็นมิจิที่เงียบสงบมาก มีรถจอดนอนก่อนหน้าเราเพียงคันเดียว มีกลิ่นมูลสัตว์ลอยมาจาง ๆ คุยกันว่าน่าจะเป็นกลิ่นขี้วัว เมื่อตื่นตอนเช้าจึงพบว่าที่นี่มีคอกแพะ ยามเช้าของวันสุดท้ายจึงเป็นการเดินเล่นกับแพะและแมวจรที่มีอยู่เต็มสวน

ทริปญี่ปุ่นเช่ารถแคมปิ้งจากโตเกียว ค้างแรมในมิจิ ชมใบไม้เปลี่ยนสีและน้ำตกแสนสวย ณ แดนอาทิตย์อุทัย
เจ้าถิ่นเฝ้ามิจิเล็ก ๆ ที่เราใช้เป็นที่นอนในคืนสุดท้าย

เรามีนัดกับคุณลุคเพื่อคืนรถตอนค่ำที่โตเกียว เส้นทางวกกลับเข้าสู่เมืองใหญ่อีกครั้ง แถวนี้ยังไม่ถึงช่วงเวลาที่ใบไม้จะเปลี่ยนสี ถึงแม้ว่าเราอยู่เที่ยวต่อหลังคืนรถอีก 3 วันก็ตาม แต่ไฮไลต์ของทริปผ่านไปแล้ว บรรยากาศในรถก็เปลี่ยนไป ความรู้สึกที่เข้าใกล้ตอนจบก่อตัวเกาะกินเป็นความเหงาแปลก ๆ

ทริปญี่ปุ่นเช่ารถแคมปิ้งจากโตเกียว ค้างแรมในมิจิ ชมใบไม้เปลี่ยนสีและน้ำตกแสนสวย ณ แดนอาทิตย์อุทัย
เมื่อกลับเข้าสู่พื้นราบใกล้เมืองที่อากาศอุ่นกว่า ใบไม้แถวนี้ยังไม่ถึงจังหวะเปลี่ยนสี

พวกเราอ้อยอิ่งเก็บของออกจากรถ เอากระเป๋าลงทั้งหมดเพื่อให้พร้อมส่งรถคืน ในระหว่างเดินทางกลับเข้าเมืองก็เปิดไล่ดูรูปในโทรศัพท์มือถือ ฤดูกาลของที่นี่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จากสีเขียวกลายเป็นสีแดง น้ำตาล แล้วหิมะก็มาทำให้ทุกอย่างขาวโพลน เมื่อหิมะละลายทุกอย่างก็เริ่มใหม่อีกครั้ง 

ความเปลี่ยนแปลงที่มีให้เห็นในธรรมชาติตลอดเวลา สอนให้เราเข้าใจความเปลี่ยนแปลงที่มีอยู่รอบตัว และรู้จักอดทนรอช่วงเวลาที่ดี ซึ่งจะผ่านเข้ามาอีกครั้งอย่างแน่นอน

ทริปญี่ปุ่นกะทันหัน ขับรถบ้านไปแคมปิ้งท่ามกลางใบไม้สีแดงและลมหนาวของฤดูใบไม้ร่วง

ถ้าคุณมีประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เราจะส่งสมุดลิมิเต็ดอิดิชัน จาก ZEQUENZ แบรนด์สมุดสัญชาติไทย ทำมือ 100 % เปิดได้ 360 องศา ให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer

ชุตินันท์ โมรา

ช่างภาพ/วิดีโอใต้น้ำมือรางวัลระดับเอเชีย ที่เห็นความเปลี่ยนแปลงของโลกใต้น้ำทั้งในและนอกประเทศมากว่า 17 ปี ทำหนังสือดำน้ำระดับนานาชาติหลายเล่ม เป็นทีมวิดีโอใต้น้ำและคนเบื้องหลังสารคดีและโฆษณาหลายตัว นอกจากนี้ยังเป็นแอดมินเพจ digitalay

Photographers

ชุตินันท์ โมรา

ช่างภาพ/วิดีโอใต้น้ำมือรางวัลระดับเอเชีย ที่เห็นความเปลี่ยนแปลงของโลกใต้น้ำทั้งในและนอกประเทศมากว่า 17 ปี ทำหนังสือดำน้ำระดับนานาชาติหลายเล่ม เป็นทีมวิดีโอใต้น้ำและคนเบื้องหลังสารคดีและโฆษณาหลายตัว นอกจากนี้ยังเป็นแอดมินเพจ digitalay

พลพิชญ์ คมสัน

เริ่มต้นชีวิตจากการเป็นสถาปนิกแต่ชอบหนีงานไปเข้าป่าลงทะเล ผสมกับความอินโทรเวิร์ตเล็กๆ เลยเปลี่ยนสายอาชีพมาเป็นช่างภาพใต้น้ำและคนทำสารคดี เคยทำนิตยสารดำน้ำระดับอินเตอร์ ผลิตงานสารคดีใต้น้ำ และงานโฆษณาหลายชิ้น ปัจจุบันเป็นแอดมินเพจ Digitalay

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load