สองมือแพ็กกระเป๋า สองเท้าก้าวเข้าฟาร์ม

นั่งนอนคิดอยู่นาน กว่าจะได้ประโยคที่ช่วยนิยามใจความของเรื่องเล่าในวันนี้ได้อย่างตรงใจ

ระยะหลังมานี้ ชาวแบกแพ็กหัวใจสีเขียวสุดคูลในโลกโซเชียล พูดถึงโครงการ WWOOF กันหนาหู จนคนติดบ้านอย่างเราอยากสะพายกระเป๋าแล้วจองตั๋วเครื่องบินกับเขาบ้าง เป็นสัญญาณว่าต้องทำความรู้จักเจ้า WWOOF ที่ว่านี้อย่างจริงๆ จังๆ เสียที

เราเริ่มทำความรู้จัก WWOOF ทีละน้อย และพบว่าสิ่งนี้น่าสนใจอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว ตัวอักษรที่ชวนให้ออกเสียงเหมือนเสียงร้องของสุนัขจิ้งจอก ย่อมาจากชื่อเต็มว่า World Wide Opportunities on Organic Farms หรือ Willing Workers on Organic Farms วูฟทำหน้าที่จับคู่อาสาสมัครกับโฮสต์ฟาร์มตั้งแต่ ค.ศ. 1971 และแพร่ขยายไปว่า 90 ประเทศทั่วโลก มีเป้าหมายคือการส่งเสริมการทำอาสาสมัครในฟาร์มและแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมเชิงนิเวศ

ชวนมารู้จัก WWOOF ทริปกินอยู่ทัวร์ฟาร์มในต่างแดนแบบฟรีๆ ที่ทั้งดีต่อโลกและดีต่อใจ
ชวนมารู้จัก WWOOF ทริปกินอยู่ทัวร์ฟาร์มในต่างแดนแบบฟรีๆ ที่ทั้งดีต่อโลกและดีต่อใจ

ผู้ที่สนใจอยากทำอาสาสมัครในไร่ในฟาร์มต่างแดน หรือเรียกสั้นๆ ว่า WWOOFer สามารถค้นหาฟาร์มและสายงานในประเทศที่สนใจได้ทางเว็บไซต์ เมื่อได้รับการคอนเฟิร์มจากโฮสต์ ก็เตรียมแพ็กกระเป๋าข้ามน้ำข้ามทะเลไปกันได้เลย 

โดยส่วนมาก งานที่บ้านของโฮสต์คือการทำเกษตรอินทรีย์ในแขนงต่างๆ ทั้งปลูกผัก ทำสวนผลไม้ ดูแลคอกวัว ไปจนถึงกิจการอื่นๆ ที่ระยะหลังเริ่มมีความหลากหลายมากขึ้น อย่างการทำอาร์ตแกลเลอรี่ ร้านอาหาร หรืองานฝีมือ โดยโฮสต์จะได้เหล่าอาสาสมัครมาช่วยลงแรงในฟาร์มแบบฟรีๆ แต่สวัสดิการที่โฮสต์จะจัดหาให้แก่วูฟเฟอร์ คืออาหารและที่พักแบบไม่ต้องจ่ายเพิ่ม (ทั้งนี้ วูฟเฟอร์ต้องจ่ายค่าสมัครสมาชิกโครงการรายปีและค่าตั๋วเครื่องบินเอง) 

ที่สำคัญ ตลอดระยะเวลา 2 – 3 สัปดาห์ (เป็นอย่างต่ำ) ที่อาศัยอยู่กับโฮสต์ วูฟเฟอร์ยังได้ซึมซับวิทยายุทธในสาขางานของตนเองตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ชนิดที่ว่าคุ้มค่าคุ้มเวลาสุดๆ และเราเชื่อว่าจะหาจากห้องเรียนแห่งไหนไม่ได้เลย

แอบกระซิบบอกว่า นอกจาก WWOOF แล้ว ยังมีอีกหลากหลายโครงการที่ช่วยสานฝันนักเดินทางจากทั่วโลก ให้ได้ไปกินอยู่ดูงานฟาร์มถึงในไร่ อย่าง Workaway หรือ Helpx ปัจจุบันมีโฮสต์เข้าร่วมโครงการมากกว่า 150 ประเทศทั่วโลก และมีชนิดงานให้เลือกทำหลากหลายประเภท ตั้งแต่ปลูกผัก ทำฟาร์ม เก็บน้ำผึ้ง ต่อเติมบ้าน ลูกเรือสำราญ ไปจนถึงดูแลน้องหมา 

ชวนมารู้จัก WWOOF ทริปกินอยู่ทัวร์ฟาร์มในต่างแดนแบบฟรีๆ ที่ทั้งดีต่อโลกและดีต่อใจ

ไปเมืองนอกทั้งที ทำไมต้องไปวูฟ ? 

วูฟอาจไม่เหมาะสำหรับใครที่ไม่ปรารถนาจะลงแรงลงกายในฟาร์มได้ทั้งวัน แต่วูฟก็เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้มีใจรักในการเรียนรู้ และอยากลิ้มลองวัฒนธรรมภูมิปัญญาของผู้คนในอีกสุดขอบโลก นอกจากจะได้ฝึกภาษา พบปะผู้คนใหม่ๆ ออกทริปที่ไม่เหมือนใคร ชิมอาหารอันยอดเยี่ยม และค้นพบศักยภาพของตัวเองในด้านที่ไม่เคยรู้ว่ามีอยู่ วูฟยังเป็นห้องเรียนออร์แกนิกกลางแจ้งสุดแจ๋ว คอยต้อนรับผู้คนจากต่างที่ต่างถิ่น มาเรียนรู้วิถีการกินอยู่แบบออร์แกนิกจากรากถึงปลายไม้ ซึ่งช่วยลงหลักปักฐานแนวทางและสร้างผู้คนในวงจรชีวิตอินทรีย์นี้ได้อยู่ไม่ขาด

ชวนมารู้จัก WWOOF ทริปกินอยู่ทัวร์ฟาร์มในต่างแดนแบบฟรีๆ ที่ทั้งดีต่อโลกและดีต่อใจ
ชวนมารู้จัก WWOOF ทริปกินอยู่ทัวร์ฟาร์มในต่างแดนแบบฟรีๆ ที่ทั้งดีต่อโลกและดีต่อใจ

ที่สำคัญ เพื่อนๆ ของเราย้ำหนักย้ำหนา ว่าการก้าวขาออกจากเซฟโซนด้วยการอาสาไปเป็นวูฟเฟอร์หรือแม้แต่การทำโฮสต์เอง ทำให้พวกเขาได้เห็นความเป็นไปได้ของชีวิตในการพึ่งพาและพึ่งพิงตนเอง การไปอยู่ต่างถิ่นในฐานะแรงงานอาสาสมัคร อาจเลือกอยู่เลือกกินไม่ได้มากนัก การปรับตัวในระยะเวลาอันสั้น และรู้จักมองหาความสุขจากสิ่งเล็กๆ น้อยๆ รอบตัว จึงเป็นเรื่องสำคัญและต้องฝึกฝน 

ชวนมารู้จัก WWOOF ทริปกินอยู่ทัวร์ฟาร์มในต่างแดนแบบฟรีๆ ที่ทั้งดีต่อโลกและดีต่อใจ

ส่วนผลพลอยได้อีกประการหนึ่งที่พวกเขาดูจะประทับใจมากเป็นพิเศษ คือมิตรภาพที่เกิดขึ้นในฟาร์มระหว่างเจ้าบ้านกับอาสาสมัครแปลกหน้า การเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในกิจการและครอบครัวของโฮสต์ ช่วยให้พวกเขาได้มีมุมสนทนาเงียบๆ เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมอง ความคิด และค้นพบตัวตนระหว่างกันโดยไม่รู้ตัว

แม้จะไม่เคยไปวูฟกับเขาสักครา แต่จากคำบอกเล่าและเรื่องราวที่มิตรสหายของเราเก็บเกี่ยวมาฝากจากแดนดินถิ่นไกล ทำให้เราเผลอหลงรักทริปการเดินทางของพวกเขาอย่างเต็มเปา และอดไม่ได้ที่จะนำมาเล่าสู่กันฟัง

มิตรท่านแรกที่แวะเวียนมาแบ่งปันประสบการณ์การเป็นวูฟเฟอร์และโฮสต์ในโครงการ คือ ขวัญ-วัชรพล แดงสุภา ขวัญเรียนจบบริหารธุรกิจ แต่ปัจจุบันมุ่งมั่นทำสวนแบบผสมผสาน และทำ Permaculture โดยเปิดรับอาสาสมัครจากทั่วโลก อีกหนึ่งสายงานอาชีพที่น่าทึ่ง คือ ขวัญกำลังพัฒนาโปรเจกต์โรงเรียนสอนต่อเรือขนาดเล็กที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ชวนมารู้จัก WWOOF ทริปกินอยู่ทัวร์ฟาร์มในต่างแดนแบบฟรีๆ ที่ทั้งดีต่อโลกและดีต่อใจ

ขวัญเคยไปทำวูฟเฟอร์ใน Fishing Lodge (ที่พักสำหรับนักตกปลา) และฟาร์มหอยแมลงภู่ ที่ฟาร์ม Marlborough Sounds ในนิวซีแลนด์ และเคยไปศึกษาดูงานเกษตรระยะสั้นที่ Community Farm ในสเปน (ทั้งสองที่ที่กล่าวมาไม่ได้อยู่ในโครงการ WWOOF ขวัญเดินทางไปเองเป็นการส่วนตัว)

ชวนมารู้จัก WWOOF ทริปกินอยู่ทัวร์ฟาร์มในต่างแดนแบบฟรีๆ ที่ทั้งดีต่อโลกและดีต่อใจ
ชวนมารู้จัก WWOOF ทริปกินอยู่ทัวร์ฟาร์มในต่างแดนแบบฟรีๆ ที่ทั้งดีต่อโลกและดีต่อใจ

ขวัญบอกกับเราว่าแม่น้ำที่นิวซีแลนด์ใสมาก และเขาลากเสียงยาวจนเราเข้าใจว่ามากจริงๆ หน้าที่เขาคือช่วยโฮสต์ดูแลนักตกปลา จัดเตรียมบ้านพัก ตัดหญ้าที่สนามหน้าบ้าน (ตามสไตล์บ้านฝรั่งที่มักชื่นชอบสนามสวยๆ) นั่งเรือไปเปลี่ยนทุ่นราวแขวนและเก็บหอยแมลงภู่อยู่เป็นนิจ เวลาล่องเรือจะเห็นเหล่าเพนกวินเดินเตาะแตะๆ อยู่ตามเกาะ และเห็นนกบินโฉบลงมากินปลาในน้ำต่อหน้าต่อตา 

ส่วนการทำฟาร์มหอยก็ดูแปลกไปจากบ้านเรามากเหมือนกัน เพราะหอยไม่ได้เกาะกับหลักไม้ แต่เกาะกับเชือกที่ต่อลงมาจากทุ่นลอยด้านบน มีมีดและมือเป็นอุปกรณ์ในการเก็บ เพียงสาวเชือกขึ้นก็ครูดหอยออกมาได้อย่างง่ายๆ ความน่ารักมากของช่วงชีวิตสั้นๆ ในนิวซีแลนด์คือ ขวัญมองเห็นดาวได้ถนัดทุกคืน เพราะไม่มี Light Pollution มาคอยกวนใจ ส่วนวิธีการส่งไปรษณีย์ ที่นี่เขาก็รับส่งของกันทางเรือเหมือนในหนังย้อนยุคไม่มีผิด

ชวนมารู้จัก WWOOF ทริปกินอยู่ทัวร์ฟาร์มในต่างแดนแบบฟรีๆ ที่ทั้งดีต่อโลกและดีต่อใจ

ส่วนที่สเปน แม้มีเวลาไม่มาก แต่ขวัญเก็บเกี่ยวความรู้มาได้เป็นกอบเป็นกำ อย่างวิธีการพักดินหรือเตรียมดินแบบชาวเมืองหนาว ซึ่งบ้านเราไม่ต้องมีขั้นตอนนี้ เพราะปราศจากฤดูหนาวที่รุนแรงเกินทน 

ชวนมารู้จัก WWOOF ทริปกินอยู่ทัวร์ฟาร์มในต่างแดนแบบฟรีๆ ที่ทั้งดีต่อโลกและดีต่อใจ
ชวนมารู้จัก WWOOF ทริปกินอยู่ทัวร์ฟาร์มในต่างแดนแบบฟรีๆ ที่ทั้งดีต่อโลกและดีต่อใจ

เมื่อกลับมาเมืองไทย ขวัญยังติดใจการทำวูฟเฟอร์อยู่ไม่วาง จึงแบ่งเวลาว่างมาลงทะเบียนเป็นโฮสต์ในเมืองไทยกับเขาด้วย ขวัญเปิดรับสมัครวูฟเฟอร์ผ่านทางหน้าเพจเฟซบุ๊กของตนเอง รวมถึงผ่านโครงการ WWOOF และ Workaway ด้วย การสมัครเป็นวูฟเฟอร์ผ่านโครงการ อาจมีขั้นตอนและเงื่อนไขที่แตกต่างกันออกไป โดยส่วนมากจะให้โฮสต์และวูฟเฟอร์ระบุว่าต้องการหรืือสนใจงานประเภทไหน เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายจับคู่กันง่ายขึ้น สำหรับบางโครงการก็จะให้ใส่ข้อมูลละเอียดยิบ ตั้งแต่ช่วงเวลาการรับวูฟเฟอร์ ทักษะงานที่โฮสต์ต้องการ ภาษาที่ใช้สื่อสาร สิ่งอำนวยความสะดวกในบ้านพัก ไปจนถึงข้อจำกัดด้านอาหารการกิน

ซึ่งขวัญแนะนำว่า เมื่อถึงเวลาติดต่อกับโฮสต์เจ้าบ้าน ควรสอบถามเรื่องระยะเวลาการทำงานต่อหนึ่งวันให้ชัดเจน (โดยส่วนมากมักไม่เกิน 5 ชั่วโมง) และโฮสต์บางที่อาจมีกิจกรรมสนุกๆ ไว้คอยรองรับเหล่าวูฟเฟอร์ให้ได้ผ่อนคลายในวันหยุดด้วย อย่างที่โฮสต์ฟาร์มของขวัญเอง เขามักจะอาสาพาเหล่าวูฟเฟอร์เดินสำรวจธรรมชาติและจุดน่าสนใจอื่นๆ ในท้องถิ่นที่นักท่องเที่ยวทั่วไปเข้าไม่ถึง

ต่อไปคือสาวน้อยที่เรื่องราวการเป็นวูฟเฟอร์ของเธอมีไม่น้อยเลยทีเดียว เฟิร์น-ศรีปุงวิวัฒน์ เธอเรียนจบด้าน Communication Design และปัจจุบันทำงานวิดีโอฟรีแลนซ์ เฟิร์นตัดสินใจไปเยือน Incredible Farm ในหมู่บ้านเล็กๆ ทางตอนเหนือของอังกฤษในการทำวูฟเฟอร์ครั้งแรก สิ่งที่แสดงถึงความเป็นออร์แกนิกได้อย่างเต็มตัว คือที่นี่เขาเป็นฟาร์มแบบ Off-Grid ผลิตน้ำไฟใช้ได้เองแบบ 100 เปอร์เซ็นต์ ไฟฟ้าได้จากโซลาร์เซลล์ ส่วนน้ำก็มาจากน้ำฝน

ล้อมวงฟังเรื่องเล่าวิถีเกษตรอินทรีย์ในโฮสต์ฟาร์ม จากกลุ่มคนไทยที่ตะลุยทริปในโครงการ WWOOF จากทั่วมุมโลก

ก๊วนวูฟเฟอร์ที่เฟิร์นพบเจอในอังกฤษ มีทั้งมากและใหม่ประสบการณ์ งานที่ได้ประลองฝีมือกันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันคือการเพาะต้นกล้า ถอนวัชพืช เก็บผลผลิตและนำไปวางขายที่ Farmer’s Market หากเข้าสู่ช่วงหน้าร้อนก็จะได้ช่วยกันแปรรูปบรรดาผลไม้กระบุงใหญ่มาเป็นแยมรสหวานฉ่ำ แต่สิ่งที่เปิดประสบการณ์ของเฟิร์นในทริปนี้มากที่สุด เห็นจะเป็นการช่วยโฮสต์รีดนมวัวสดๆ ทุกเช้า กลิ่นของนมสดจากเต้าของแม่วัว ยังหอมมันเตะจมูกมาถึงทุกวันนี้ 

ล้อมวงฟังเรื่องเล่าวิถีเกษตรอินทรีย์ในโฮสต์ฟาร์ม จากกลุ่มคนไทยที่ตะลุยทริปในโครงการ WWOOF จากทั่วมุมโลก
ล้อมวงฟังเรื่องเล่าวิถีเกษตรอินทรีย์ในโฮสต์ฟาร์ม จากกลุ่มคนไทยที่ตะลุยทริปในโครงการจากทั่วมุมโลก

ส่วนอีกแห่งคือฟาร์มสเตย์ ธุรกิจของครอบครัวเล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ในเทือกเขา Dolomites ทางตอนเหนือของอิตาลี แม้จะเพิ่งเปิดได้ไม่นาน แต่ความหลากหลายของกิจกรรมแซงหน้าที่อื่นๆ ไปไกลลิบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำชีสนมแพะ และเลี้ยงผึ้ง ซึ่งนั่นเป็นเหตุผลหลักที่เฟิร์นตัดสินใจปักธงมาเป็นวูฟเฟอร์ ณ ที่แห่งนี้ เฟิร์นมีโอกาสได้ใส่ชุดเก็บน้ำผึ้งและชิมสารพันชีสออร์แกนิกแสนอร่อยอยู่บ่อยครั้ง

ล้อมวงฟังเรื่องเล่าวิถีเกษตรอินทรีย์ในโฮสต์ฟาร์ม จากกลุ่มคนไทยที่ตะลุยทริปในโครงการจากทั่วมุมโลก

ในขั้นตอนการเลือกโฮสต์ เฟิร์นแนะนำให้เราดูเงื่อนไขให้ละเอียด เพราะโฮสต์บางแห่งอาจต้องการวูฟเฟอร์ที่มีประสบการณ์เฉพาะด้าน บางที่ต้องการวูฟเฟอร์ที่พร้อมจะอยู่กับเขานานหน่อย แต่โดยส่วนมากขอแค่อยู่ง่ายกินง่ายและมีใจรักในการเรียนรู้ เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว

เฟิร์นยังขอฝากความประทับใจในการเป็นวูฟเฟอร์ไว้ด้วยคลิปวิดีโอที่เธอถ่ายเอง 

เกือบท้ายแต่ยังไม่ท้ายสุด เราขอแนะนำให้รู้จักกับ ออม-อรุโณชา โพธิ์บุญ

เธอเรียนจบด้านศิลปอุตสาหกรรม ปัจจุบันทำงานด้านการออกแบบ ณ ศูนย์เรียนรู้ศาสตร์พอเพียงพรรณา ในอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา

ล้อมวงฟังเรื่องเล่าวิถีเกษตรอินทรีย์ในโฮสต์ฟาร์ม จากกลุ่มคนไทยที่ตะลุยทริปในโครงการจากทั่วมุมโลก
ล้อมวงฟังเรื่องเล่าวิถีเกษตรอินทรีย์ในโฮสต์ฟาร์ม จากกลุ่มคนไทยที่ตะลุยทริปในโครงการจากทั่วมุมโลก

หลักเกณฑ์ในการเลือกโฮสต์ ออมมักเลือกโฮสต์ที่เตรียมงานหรือกิจกรรมมากกว่าหนึ่งอย่างให้เธอทำเสมอ เช่น งานฟาร์ม งานศิลปะ งานเซรามิก หรือทำสบู่ออร์แกนิก อย่างฟาร์มในญี่ปุ่นที่เธอเลือกมาทำวูฟเฟอร์เป็นครั้งแรก โชคเข้าข้างเพราะโฮสต์เป็นศิลปินสุดคูล เธอจึงได้ทั้งช่วยทำบ้านดิน ปลูกผัก และดูแลสวนดอกไม้ หากวันไหนเป็นวันฝนตก เหล่าวูฟเฟอร์ทั้งหลายก็จะได้ทำงานศิลปะกันในบ้าน ออมแอบกระซิบว่าโฮสต์บางที่ก็มีสายงานเยอะมากจนเลือกไม่ถูก และไม่มีข้อจำกัดด้านอายุเลย เหล่าวูฟเฟอร์มีตั้งแต่หนุ่มสาววัยรุ่นจนถึงคุณลุงวัยใกล้เกษียณ

ล้อมวงฟังเรื่องเล่าวิถีเกษตรอินทรีย์ในโฮสต์ฟาร์ม จากกลุ่มคนไทยที่ตะลุยทริปในโครงการจากทั่วมุมโลก
ล้อมวงฟังเรื่องเล่าวิถีเกษตรอินทรีย์ในโฮสต์ฟาร์ม จากกลุ่มคนไทยที่ตะลุยทริปในโครงการจากทั่วมุมโลก

ส่วนที่ไต้หวัน เธอได้ทำสวนผักและทดลองทำงานในร้านอาหารเกาหลี แต่ประสบการณ์วูฟเฟอร์ที่เธอจำไม่ลืม เห็นจะเป็นเป็นฟาร์มแพะ Green Goat Farm ที่รัฐ Virginia ในสหรัฐอเมริกา ด้วยความที่เธอเป็นวูฟเฟอร์เพียงคนเดียวของฟาร์ม เธอจึงถูกผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวโฮสต์อย่างอบอุ่นและไม่รู้ตัว ส่วนเรื่องที่ทำให้เธอตื่นเต้นกว่านั้น คือการได้ช่วยดึงขาเจ้าแพะน้อยออกมาจากก้นแม่แพะ ถือเป็นการช่วยทำคลอดครั้งแรก และน่าจะเป็นครั้งเดียวในชีวิตของเธอ

และมิตรสหายท่านสุดท้ายที่เรายินดีที่ได้รู้จักเป็นอย่างมาก และอยากแนะนำให้ทุกท่านรู้จักเช่นกัน หนู-ภัทรพร อภิชิต อดีตวูฟเฟอร์คนแกร่งที่ตะลุยเกาะน้อยใหญ่ในญี่ปุ่นมาแล้วนับไม่ถ้วน และยังกลับมาเปิดโฮสต์ฟาร์มเล็กๆ อย่าง NuJo Art and Farm ในย่านสมุทรสงคราม ร่วมกับสามี โจ-วีรวุฒิ กังวานนวกุล นอกจากนี้ยังมี เดอะมนต์รักแม่กลอง ธุรกิจร่วมในองค์กรเล็กๆ ที่เธอให้คำจำกัดความว่าเป็นร้านค้าโชห่วย ทำหน้าที่สื่อสารเรื่องราวของชุมชนผ่านสินค้าและของกระจุกกระจิกอีกสารพัน ทั้งหมดนี้ เธอไม่ได้เรียกมันว่าอาชีพ แต่เรียกมันว่าการใช้ชีวิตต่างหาก

ล้อมวงฟังเรื่องเล่าวิถีเกษตรอินทรีย์ในโฮสต์ฟาร์ม จากกลุ่มคนไทยที่ตะลุยทริปในโครงการจากทั่วมุมโลก

เราตั้งใจให้พื้นที่กับหนูเยอะกว่าใครเพื่อน เพราะลำพังแค่เรื่องการเป็นวูฟเฟอร์ในญี่ปุ่น ก็แน่นเอียดจนแทบล้นหน้ากระดาษ เมื่อครั้งที่หนูได้รับทุนไปเรียนรู้เรื่องชุมชนและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในญี่ปุ่น ก็เป็นเวลาประจวบเหมาะที่เธอได้ที่ทางในอัมพวาเข้าพอดี หนูมีแผนงานในการทำเกษตรยั่งยืนบนที่ดินผืนนั้นทดไว้ในใจ สองสามีภรรยาจึงใช้เวลาว่างบางส่วนจากการทำงาน ผจญภัยในฐานะวูฟเฟอร์บนตารางเมตรเล็กๆ ที่ถูกพับมุมเก็บซ่อนไว้บนแผนที่ญี่ปุ่น ถือเป็นการซ้อมใหญ่และปูพื้นฐานทักษะทางด้านงานเกษตร ก่อนที่เธอจะมาลงสนามจริง ณ แดนดินสมุทรสงครามในอนาคต

ล้อมวงฟังเรื่องเล่าวิถีเกษตรอินทรีย์ในโฮสต์ฟาร์ม จากกลุ่มคนไทยที่ตะลุยทริปในโครงการจากทั่วมุมโลก

หนูและโจสะพายเป้รับบทวูฟเฟอร์มาแล้วถึง 4 ครั้ง แต่ละครั้งมีทำเลที่ตั้งไม่ซ้ำกันเลยสักคราว ไล่ไปตั้งแต่โออิตะ โอกินาวา ทากายาม่า และปิดท้ายด้วยฮอกไกโด ทุกฟาร์มที่เธอไปดำรงวิถีชีวิตและทำการเกษตรแบบอินทรีย์ทั้งหมด เป็นภาพตัดที่แตกต่างจากชีวิตในเมืองหลวงอย่างเห็นได้ชัด แม้ญี่ปุ่นจะเป็นประเทศที่มีเทคโนโลยีล้ำหน้าจนทั่วโลกต่างยกนิ้วให้ แต่ในพื้นที่ชนบทเล็กๆ ผู้คนต่างไม่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีใดๆ ด้วยซ้ำไป 

หนูและโจได้ทดลองทำงานสารพัด ตั้งแต่งานสบายๆ อย่างทำซอสโชยุ หมักมิโซะ อาบน้ำให้น้องหมา ปลูกผักเก็บดอกไม้ ไปจนถึงงานสายอาร์ติสต์อย่างจัดสวนหินและช่วยโฮสต์สร้างพิพิธภัณฑ์ศิลปะ หรือแม้แต่งานสายโหดอย่างถางหญ้าให้วัวกินและต้อนวัวขึ้นรถบรรทุกเพื่อไปโรงเชือด ทั้งสองก็เคยผ่านมาแล้วทั้งนั้น 

ล้อมวงฟังเรื่องเล่าวิถีเกษตรอินทรีย์ในโฮสต์ฟาร์ม จากกลุ่มคนไทยที่ตะลุยทริปในโครงการจากทั่วมุมโลก
ล้อมวงฟังเรื่องเล่าวิถีเกษตรอินทรีย์ในโฮสต์ฟาร์ม จากกลุ่มคนไทยที่ตะลุยทริปในโครงการจากทั่วมุมโลก
ล้อมวงฟังเรื่องเล่าวิถีเกษตรอินทรีย์ในโฮสต์ฟาร์ม จากกลุ่มคนไทยที่ตะลุยทริปในโครงการจากทั่วมุมโลก

โฮสต์บางที่ก็อบอุ่นมาก เสมือนว่าเป็นพี่น้องร่วมท้องแม่เดียวกัน อย่างที่โออิตะ เธอได้มีโอกาสนั่งแช่ออนเซ็นร่วมกับครอบครัวของโฮสต์ทุกวันทีบ่อออนเซ็นสาธารณะประจำหมู่บ้าน หรือที่ทากายาม่า โฮสต์สาวสวยของเธอเคยมาเป็นอาสาสมัครในไทยและลาว หนูเล่าว่าโฮสต์ตื่นเต้นกับวูฟเฟอร์คนไทยมาก แถมยังกล่าวต้อนรับเธอด้วยคำว่า ‘สวัสดีค่ะ’ อย่างฉะฉาน 

หนูได้มีโอกาสโชว์ฝีมือทำอาหารไทยให้โฮสต์ทาน เพราะที่บ้านโฮสต์มีเครื่องปรุงอาหารไทยแทบทุกชนิด นั่นถือเป็นเรื่องวิเศษมาก ที่ได้รสสัมผัสของเครื่องแกงไทยอันคุ้นเคย ในพื้นที่ห่างไกลจากบ้านเกิดหลายร้อยไมล์

ล้อมวงฟังเรื่องเล่าวิถีเกษตรอินทรีย์ในโฮสต์ฟาร์ม จากกลุ่มคนไทยที่ตะลุยทริปในโครงการจากทั่วมุมโลก
ล้อมวงฟังเรื่องเล่าวิถีเกษตรอินทรีย์ในโฮสต์ฟาร์ม จากกลุ่มคนไทยที่ตะลุยทริปในโครงการจากทั่วมุมโลก

แม้บางครั้งต้องลงแรงงานอย่างสาหัส เหงื่อไหลอาบจนเธอร้องอุทานในใจว่าเหนื่อยฉิบเป๋ง แต่สิ่งเหล่านั้นทำให้เธอละทิ้งตัวตนได้เป็นปลิดทิ้ง ก่อนหน้านี้แม้เธอเคยเป็นใคร เคยทำอะไร เคยมีคนรู้จักมากมาย แต่เมื่อมาอยู่ที่นี่ เธอเห็นแล้วว่าธรรมชาตินั้นกว้างใหญ่มาก จนเธอกลายเป็นจุดเล็กๆ ซึ่งไร้ความหมาย เธอไม่มีอะไรเลย มีเพียงหน้าที่และงานที่ต้องทำให้ดีเท่านั้น และเธอบอกว่าเมื่อเราลดอัตตาลงแล้ว ชีวิตก็ไหลเลื่อนไปได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า

หลังเติมเต็มประสบการณ์การทำวูฟเฟอร์ในแดนญี่ปุ่น เธอได้เขียนเล่าเรื่องราวลงบล็อกส่วนตัวและภายหลังได้ตีพิมพ์ลงในหนังสือเล่มที่มีชื่อว่า เราพบกัน เมื่อวันอาทิตย์อุทัย แต่ความประทับใจจากการเป็นวูฟเฟอร์ยังคงทิ้งร่องรอยเอาไว้ไม่จาง หนูและโจจึงเปลี่ยนพื้นที่ในฟาร์มที่สมุทรสงคราม เป็นฟาร์มโฮสต์ที่รองรับอาสาสมัครซึ่งเป็นวูฟเฟอร์นักเดินทางด้วย

ล้อมวงฟังเรื่องเล่าวิถีเกษตรอินทรีย์ในโฮสต์ฟาร์ม จากกลุ่มคนไทยที่ตะลุยทริปในโครงการจากทั่วมุมโลก

หนู รักที่จะเรียนรู้ผ่านผู้คนและบทสนทนามาแต่ไหนแต่ไร การทำวูฟเฟอร์และผันตัวมาเป็นโฮสต์เสียเองในวันหนึ่ง ก็ยิ่งทำให้เธอสนุกที่จะเรียนรู้ต่อไปอย่างไม่รู้จบ น้ำเสียงของเธอหนักแน่นเมื่อบอกกับเราว่า โชคดีเหลือเกินที่เธอเคยเป็นวูฟเฟอร์มาก่อน เพราะนั่นทำให้เธอเข้าใจว่า เธอต้องจัดการหรือรับมือกับอะไรบ้าง แต่ก็ไม่ได้การันตีว่าเธอจะเป็นโฮสต์ที่ดีให้กับทุกคนได้ 

ล้อมวงฟังเรื่องเล่าวิถีเกษตรอินทรีย์ในโฮสต์ฟาร์ม จากกลุ่มคนไทยที่ตะลุยทริปในโครงการจากทั่วมุมโลก
ล้อมวงฟังเรื่องเล่าวิถีเกษตรอินทรีย์ในโฮสต์ฟาร์ม จากกลุ่มคนไทยที่ตะลุยทริปในโครงการจากทั่วมุมโลก

เมื่อครั้งที่เธอเปิดบ้านรองรับเหล่าวูฟเฟอร์เป็นครั้งแรก เธอมีเพียงแค่อาคารหนึ่งหลังบนที่ดินผืนใหญ่ เย็นย่ำค่ำคืนมีเพียงแสงไฟดวงเดียวจากแผงโซลาร์เซลล์ เหล่าวูฟเฟอร์ได้ช่วยกันทำงานสารพัดสารเพ เพื่อประกอบโครงสร้างให้ฟาร์มแห่งนี้สมบูรณ์ขึ้นเท่าที่แรงกายแรงใจจะสู้ไหว ตั้งแต่เทปูน มุงหลังคา และเลื่อยไม้ บางครั้งใช้เวลานานมากกว่างานหนึ่งชิ้นจะลุล่วงตามเป้าหมาย ซึ่งเธอพูดไปหัวเราะไปว่า การจ้างช่างก่อสร้างตกเฉลี่ยวันละ 300 บาท มันง่ายและได้งานที่รวดเร็ว (แถมสวยกว่าเป็นแน่) แต่เพราะการเป็นโฮสต์ เธอจึงรักที่จะมองเห็นความไม่สมบูรณ์แบบเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิต

เธอและวูฟเฟอร์ทุกคนต่างตื่นตาตื่นใจที่ได้นำเรื่องราวการเดินทางของตนเองมาแลกเปลี่ยนกัน จะว่าไปก็เหมือนเหล่านักผจญภัยจากทั่วมุมโลก ขอปลีกตัวหลบมาพักผ่อนหย่อนใจสักครู่ ทำสวน ปาดเหงื่อ ดีใจและสำเร็จไปด้วยกัน สิ่งนี้เป็นเรื่องเล็กน้อยในชีวิต แต่ทำให้เธอเห็นมุมมองของเพื่อนมนุษย์ที่อยู่ในธรรมชาติร่วมกันได้อย่างชัดแจ๋ว

ล้อมวงฟังเรื่องเล่าวิถีเกษตรอินทรีย์ในโฮสต์ฟาร์ม จากกลุ่มคนไทยที่ตะลุยทริปในโครงการจากทั่วมุมโลก

หนูทิ้งทวนบทสนทนาว่า การทำวูฟเฟอร์ไม่ใช่แค่การเดินทางไปเมืองนอก จ่ายเงิน กินของอร่อย และนอนสบายๆ ในโรงแรม เธอจึงเชื่อว่าคนส่วนมากที่รักในการเดินทางสายนี้ พวกเขามีความสนใจในบางอย่างร่วมกัน อาจเป็นเรื่องมนุษย์ ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม หรืออะไรก็ตามที่เธอไม่อาจคาดเดาได้ พวกเขาไม่ได้จ่ายเงินเพื่อแลกกับการทำงานลำบากเพียงอย่างเดียว แต่เพื่อตามหาคำตอบบางอย่างให้กับชีวิต ซึ่งน่าจะเป็นเช่นเดียวกันในหัวใจของวูฟเฟอร์หลายๆ คน รวมถึงตัวของเธอเองด้วย

ล้อมวงฟังเรื่องเล่าวิถีเกษตรอินทรีย์ในโฮสต์ฟาร์ม จากกลุ่มคนไทยที่ตะลุยทริปในโครงการจากทั่วมุมโลก

ภาพ : วัชรพล แดงสุภา, เฟิร์น-ศรีปุงวิวัฒน์, อรุโณชา โพธิ์บุญ, ภัทรพร อภิชิต และ วีรวุฒิ กังวานนวกุล

Writer

นกอินทรีย์

เรื่องกินเรื่องใหญ่ ถ้าเลือกได้ขอปลอดภัยไว้ก่อน อยากรู้จักกัน แค่แบ่งของกินให้ อะไรก็ยอมได้ทุกอย่าง

มนุษย์อินทรีย์

ชีวิตวิถีเกษตรอินทรีย์ในสังคมไทย เราจะกิน อยู่ ใช้ ให้ดีต่อตัวเองและโลกได้อย่างไร

ติ๊ง! ได้เวลาเปิดเตากันแล้ว

มนุษย์อินทรีย์คราวนี้ เห็นทีจะถูกใจทั้งเหล่าสาวกขนมปังและสายทำครัว เพราะหลังจากที่คุณผู้อ่านทั้งหลายได้ไปตามรอย 15 ร้านขนมปังอินทรีย์จนอิ่มหนำ หลายท่านก็อาจเริ่มคันไม้คันมือ อยากลองหมักแป้งทำขนมปังกินเองดูบ้าง ว่าจะออกมาเข้าที รสชาติดีเหมือนไปซื้อกินตามร้านบ้างไหม 

เมื่อ 12 โรงเรียนทำขนมปัง อยากชวนคนทานให้หันมาใส่ใจสุขภาพ โดยเริ่มจากการอบปังทานเอง
ภาพ : PungCraft บ้านเรียนขนมปัง

มีหรือที่เราจะไม่รู้ใจ คราวนี้จึงขอยกรายนาม 12 โรงเรียนสอนทำขนมปังทั่วไทยมาบอกต่อกัน จะมือใหม่หรือมือฉมัง โรงเรียนเหล่านี้ก็ยินดีถ่ายทอดวิชาก้อนแป้งให้แบบไม่หวงวิชา

แต่ก่อนจะไปถึงตรงนั้น บางคนอาจเริ่มมีเสียงในใจค้านขึ้นว่า

‘ทำเองให้ยุ่งยากทำไม ซื้อเขาเอาไม่ง่ายกว่าหรือ’

เมื่อ 12 โรงเรียนทำขนมปัง อยากชวนคนทานให้หันมาใส่ใจสุขภาพ โดยเริ่มจากการอบปังทานเอง
ภาพ : Rainsdough

ถูกเผง! เพราะกว่าจะผ่านขั้นตอนนวด หมัก อบ ประคบประหงมให้ก้อนแป้งขึ้นฟู กระบวนการเหล่านี้ต้องใช้เวลาและความพยายามมากกว่าการเดินเข้าซูเปอร์มาร์เก็ตแล้วหยิบขนมปังสักโลฟใส่ตะกร้าหลายเท่า แต่ถึงจะซับซ้อนและยุ่งยากไม่เบา กูรูสายแป้งของเราก็ยังขอยืนยันว่าหากเลือกได้และมีเวลา การอบขนมปังทานเองก็อุ่นใจและปลอดภัยกว่าขนมปังซื้อสำเร็จ ด้วยเหตุผล (หลายประการ) ดังต่อไปนี้ 

ข้อแรก You are what you choose.

หากเราเลือกวัตถุดิบที่ดีและปลอดภัยในการทำ มีหรือที่ขนมปังก้อนนั้นจะใจร้ายกับเรา

เมื่อ 12 โรงเรียนทำขนมปัง อยากชวนคนทานให้หันมาใส่ใจสุขภาพ โดยเริ่มจากการอบปังทานเอง
ภาพ : Bread Books Bike & Beer

ขนมปังอุตสาหกรรมที่วางขายตามเชลฟ์นั้นสะดวกกว่าก็จริง แต่แน่นอนว่าความสะดวกสบายต้องแลกมาด้วยปัจจัยหลายอย่าง เพราะอย่างที่เคยเล่าไปในตอนก่อนหน้า ว่าข้าวสาลีสมัยใหม่เกิดการกลายพันธุ์และเจือปนสารอันตรายมากมาย ทั้งการเปลี่ยนแปลงพันธุกรรม การฉายรังสี การใช้ปุ๋ยเคมี ตลอดจนยาฆ่าแมลงต่าง ๆ ผลร้ายปลายทางคืออันตรายจากสารเหล่านี้กลับเข้ามาอยู่ในกระเพาะของเรา บางชนิดเป็นสารก่อมะเร็งและเป็นพิษภัยต่อการทำงานของฮอร์โมนในร่างกาย กลายเป็นว่ากินขนมปังหนึ่งก้อนแต่ได้โรคร้ายแถมมาเต็ม

เมื่อ 12 โรงเรียนทำขนมปัง อยากชวนคนทานให้หันมาใส่ใจสุขภาพ โดยเริ่มจากการอบปังทานเอง
ภาพ : Sunday

หากวันใดเกิดอยากทานขนมปังคุณภาพเยี่ยมและเป็นมิตรต่อร่างกายสักก้อน ชนิดที่ว่าใช้ยีสต์จากธรรมชาติ หมักจากแป้งสาลีอินทรีย์สายพันธุ์ไทยล้วน ๆ ไม่ผสมแป้งอื่นหรือสารปรุงแต่งอันตราย ที่สำคัญต้องปราศจากขั้นตอนหรือกระบวนการที่ไม่ทราบที่มาที่ไป การเฟ้นหาวัตถุดิบและลงมืออบขนมปังก้อนนั้นด้วยตัวเอง จึงจะดีและวางใจได้มากที่สุด 

ข้อสอง ท่องไว้ให้ขึ้นใจ ว่าขนมปังคืออาหารหมัก

เมื่อ 12 โรงเรียนทำขนมปัง อยากชวนคนทานให้หันมาใส่ใจสุขภาพ โดยเริ่มจากการอบปังทานเอง
ภาพจาก : PungCraft บ้านเรียนขนมปัง

นั่นหมายความว่า การทำขนมปังที่ถูกวิธีและดีต่อลำไส้ จะต้องมีระยะเวลามากพอในการหมักก้อนโดวจ์ เพื่อให้เหล่าจุลินทรีย์ ยีสต์ หรือแบคทีเรีย ได้ทำหน้าที่เปลี่ยนน้ำตาลไปเป็นแอลกอฮอล์ (เอทานอล) และคาร์บอนไดออกไซด์ ขนมปังที่ได้จึงขึ้นฟู นุ่มหนึบ เนื้อเบา แต่รสชาติอร่อยเยี่ยมไม่เบา

เมื่อ 12 โรงเรียนทำขนมปัง อยากชวนคนทานให้หันมาใส่ใจสุขภาพ โดยเริ่มจากการอบปังทานเอง
ภาพ : Bread Books Bike & Beer

ดังนั้น การลงมือหมักแป้งเองอย่างใจเย็นจึงปลอดภัย เพราะอย่างน้อยก็มั่นใจได้ว่าก้อนแป้งเหล่านี้ดีต่อระบบย่อยและลำไส้มากกว่าขนมปังอุตสาหกรรมที่ต้องรีบร้อนยัดเข้าเตาอบอยู่หลายเท่า กินแล้วท้องไม่อืดเพราะมีจุลินทรีย์ฝ่ายดีทำหน้าที่ช่วยย่อย เกิดการสังเคราะห์กรดแลคติก กรดอะมิโน และเหล่าแร่ธาตุจำเป็นทั้งหลาย แถมปริมาณคาร์บและน้ำตาลก็ต่ำกว่ามาก ที่สำคัญ ในระหว่างทิ้งช่วงหมักที่ยาวนาน ยังช่วยลดปริมาณของกลูเตนในก้อนโดวจ์ให้เหลือน้อยลงได้อีกด้วย

ข้อสาม อร่อย สนุก ไม่รู้จบ

เมื่อ 12 โรงเรียนทำขนมปัง อยากชวนคนทานให้หันมาใส่ใจสุขภาพ โดยเริ่มจากการอบปังทานเอง
ภาพ : Sloafbake & else ขนมปัง Sourdough ส่งทั่วประเทศ

เหตุผลข้อนี้ดูจะเป็นผลพวงและผลพลอยได้จากข้อแรกอยู่เหมือนกัน เพราะการเลือกวัตถุดิบและวิธีทำได้เองตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนเข้าเตาอบ นอกจากจะได้รสชาติขนมปังที่อร่อยไม่ซ้ำใคร เหล่า Baker ทั้งหลายยังได้ความสนุกตื่นตาตื่นใจเป็นของแถม 

ความสนุกที่ว่านี้ คือการได้เสาะหาแหล่งยีสต์ธรรมชาติจากของใกล้ตัว ใกล้ครัว และใกล้บ้าน เพื่อมาใช้ในการหมักก้อนโดวจ์ให้ขึ้นฟู เราทึ่งมาก เมื่อรู้ว่ายีสต์ธรรมชาตินั้นมีแหล่งต้นตอจากวัตถุดิบได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นยีสต์จากข้าว ผักผลไม้ ดอกไม้ มิโสะ หรือแม้แต่กิมจิ โดยแต่ละชนิดก็มีรสชาติและเนื้อสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร แถมเหล่า Baker ยังยืนยันว่าแม้ยีสต์ผงสำเร็จรูปจะทำให้ขนมปังขึ้นฟูได้เหมือนกัน แต่ก็ยังเลียนแบบความหนึบหนับที่เราจะได้จากยีสต์ธรรมชาติเท่านั้นไม่ได้ หากคราวนี้ลองใช้ยีสต์ธรรมชาติจากข้าว รสชาติขนมปังก็จะออกมาหวานหอมนุ่มนิ่ม หรือหากเปลี่ยนเป็นใช้ยีสต์ธรรมชาติจากผลไม้ชนิดต่าง ๆ ก็จะได้ขนมปังกลิ่นฟรุตตี้ ไม่ต้องชิมก็รู้ว่ารสชาติเปรี้ยวอมหวานแน่นอน

เมื่อ 12 โรงเรียนทำขนมปัง อยากชวนคนทานให้หันมาใส่ใจสุขภาพ โดยเริ่มจากการอบปังทานเอง
ภาพ : Bread Books Bike & Beer

หมู-วิชญ์ เบญจกุศล และ น้อง-โสรัจ เบญจกุศล กูรูด้านขนมปังจาก Bread Books Bike & Beer เล่าให้เราฟังว่า พวกเขาเคยลงมือปลุกยีสต์จากลูกแป้งสาโท ขนมปังออกมาหวานหอมไปถึงหน้าปากซอย อีกชนิดที่ว่าแปลกแต่เราอยากชิมมาก คือขนมปังจากยีสต์กิมจิ เพราะทั้งสองบอกว่ารสชาติของมันเปรี้ยวสะใจและทรงพลังมากจริง ๆ

เมื่อ 12 โรงเรียนทำขนมปัง อยากชวนคนทานให้หันมาใส่ใจสุขภาพ โดยเริ่มจากการอบปังทานเอง
ภาพ : Bread Books Bike & Beer

แค่เปลี่ยนวัตถุดิบ ก็พลิกรสชาติให้ก้อนขนมปังได้แบบไม่น่าเชื่อ แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงที่คงวาไม่ว่าจะเลือกใช้วัตถุดิบชนิดใด คือคุณประโยชน์เต็ม ๆ ของยีสต์ธรรมชาติที่เหล่า Baker ต่างปลุกปั้นและลงมือเลี้ยงเองในห้องครัว เพราะยีสต์เหล่านี้จะมีเหล่าผองเพื่อนชาวยีสต์อีกหลากหลายสายพันธุ์มาอาศัยอยู่ร่วมกันในโหลหมัก แล้วแต่ว่าเหล่า Baker จะสรรหาวัตถุดิบชนิดใดมาใช้เป็นตัวตั้งต้น ที่สำคัญ แต่ละชนิดก็ล้วนมีข้อดีต่อร่างกายแตกต่างกันไปตามแหล่งต้นตอที่นำมาเพาะเลี้ยง 

ข้อสี่ หอมกรุ่นจากเตาแบบตัวจริงเสียงจริง

เมื่อ 12 โรงเรียนทำขนมปัง อยากชวนคนทานให้หันมาใส่ใจสุขภาพ โดยเริ่มจากการอบปังทานเอง
ภาพ : Sunday

หนึ่งในเหตุผลหลัก ที่ Baker ทั้งหลายต่างหลงรักในการทำขนมปังทานเอง คือ เจ้าก้อนแป้งหลังออกจากเตาอบ มักจะส่งกลิ่นหอมตลบให้ลอยฟุ้งไปทั่วบ้าน เห็นหน้าค่าตาก็รู้ทันทีว่าทั้งสดใหม่ กรอบนอก นุ่มใน ใครต่อใครที่รักในการอบขนมปังเอง ก็ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า นี่คือความคุ้มค่าและรสชาติเฉพาะตัวที่จ่ายราคาเท่าไหร่ก็หาซื้อไม่ได้ ส่วนความน่ารักมากที่ชาวอบชนมปังจากเมืองเหนือเล่าให้เราฟัง คือวันไหนที่อากาศเริ่มหนาว พวกเขาก็มักจะเปิดเตาอบ ลงมือทำขนมปังเพื่อให้บ้านอบอุ่นขึ้นด้วย นอกจากจะหายหนาว ยังได้กินขนมปังอร่อย ๆ อีกด้วย น่าอิจฉาสุด ๆ ไปเลย

เมื่อมีวิชาขนมปังติดตัวและติดครัวไว้แล้ว หากอยากทานขนมปังอินทรีย์ที่ทั้งดีต่อใจและสุขภาพเมื่อไหร่ ก็ไม่ใช่เรื่องยาก กินเท่าไหร่ก็ทำเท่านั้น ไม่ต้องเหลือทิ้งเป็นขยะให้สิ่งแวดล้อมและไม่ต้องเก็บเข้าตู้เย็นให้เสียรสชาติ 

ข้อสุดท้าย ได้ช่วยอุดหนุนและเพิ่มคุณค่าให้วัตถุดิบอินทรีย์ของไทย

เมื่อ 12 โรงเรียนทำขนมปัง อยากชวนคนทานให้หันมาใส่ใจสุขภาพ โดยเริ่มจากการอบปังทานเอง
ภาพ : เฟื่องฟุ้ง

แน่นอนว่าขนมปัง ต้องตั้งต้นจากแป้งสาลี และแน่นอนว่าแป้งสาลีคุณภาพดี ก็ควรปลูกและเติบโตในพื้นที่ที่มีดิน น้ำ ลม และอากาศที่เหมาะกับการเจริญเติบโต ลองคิดดูเล่น ๆ ว่าใน 1 ปีเราบริโภคขนมปังและขนมตระกูลเบเกอรี่อื่น ๆ กันไปเท่าไหร่ นั่นคือราคาค่างวดก้อนใหญ่ที่เราต้องแจกจ่ายออกไปให้ต่างแดน 

หากนำข้าวสาลีเมืองนอกมาหว่านไถเพาะปลูกในไทย ก็อาจไม่สัมฤทธิ์ผลมากมาย เพราะกว่าจะแตกรวงชูช่อออกมาได้ คงต้องพึ่งพาสารกระตุ้นกันยกใหญ่ เนื่องจากสภาพดินฟ้าอากาศบ้านเราดูท่าจะไม่เอื้ออำนวยกับข้าวเมืองนอกเท่าใดนัก แต่น้อยคนจะรู้ว่าปัจจุบันนี้เรามีแป้งข้าวสาลีพันธุ์ไทย ที่ปลูกและเติบโตได้ดีในบ้านเราแบบไม่ต้องพึ่งสารเคมี ลดภาระการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศไปได้แบบมหาศาล นอกจากนี้ยังมีวัตถุดิบทำครัวสายพันธุ์ไทยอีกหลายชนิดที่คุณภาพดีไม่แพ้ของนำเข้า ทั้งเหล่าไส้กรอก ชีส เนย ถั่ว รวมไปถึงพืชผักชนิดต่าง ๆ เหลือเพียงเหล่านักชิมนักปรุงในบ้านเราลองเปิดใจ แล้วหันมาใช้วัตถุดิบในประเทศกันดูบ้าง

เมื่อ 12 โรงเรียนทำขนมปัง อยากชวนคนทานให้หันมาใส่ใจสุขภาพ โดยเริ่มจากการอบปังทานเอง
ภาพ : PungCraft บ้านเรียนขนมปัง

อย่างการอบขนมปังสัก 1 ก้อน หากเราเลือกใช้วัตถุดิบที่ปลูกในไทยและปลูกโดยเกษตรกรไทย รับรองว่าทั้งคุณภาพและความอร่อย ก็สู้ขนมปังที่อบจากวัตถุดิบนำเข้าได้ไม่แพ้กัน ที่สำคัญ ยังได้ช่วยชุบชูใจให้เหล่าเกษตรกรในประเทศมีแรงสร้างผลผลิตสดใหม่ให้เราต่อไปอีกนาน ๆ 

เราคิดว่าเหตุผลทุกประการที่กล่าวมา มีน้ำหนักมากพอในการชักชวนให้คุณผู้อ่านทั้งหลาย หันหน้าเข้าครัวลองอบขนมปังกันดูสักครั้ง 

เมื่อ 12 โรงเรียนทำขนมปัง อยากชวนคนทานให้หันมาใส่ใจสุขภาพ โดยเริ่มจากการอบปังทานเอง
ภาพ : เฟื่องฟุ้ง

แต่ในฐานะที่เคยทำขนมปัง (พลาด) มาก่อน เราทราบดีว่าการมีครูมืออาชีพคอยเทรนให้อย่างใกล้ชิด เป็นเรื่องที่ดีและเหมาะกับนักเรียนขนมปังมือใหม่เป็นอย่างยิ่ง คราวนี้เราจึงรวบรวมโรงเรียนสอนทำขนมปังทั้ง 12 เจ้ามาให้แบบจุใจ ใครอยู่ใกล้ไกลที่ไหน รีบปักหมุดจองคอร์ส แล้วตามไปฝึกปรือฝีมือกันได้เลย จะลงคอร์สแบบ Beginner เริ่มหัดเรียน หรือจะฝึกจนเป็นเซียนขนมปังก็ตามสะดวก

01
Bread Books Bike & Beer

ที่ตั้ง : 91/600 ถนนพระราม 2 ซอย 69 แยก 2 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ (แผนที่)

Facebook : Bread Books Bike & Beer

Instagram : breadbooksbikeandbeer

โทรศัพท์ : 08 9455 4253, 08 6778 2332

หากพูดถึงโรงเรียนทำขนมปัง หนึ่งในอันดับต้น ๆ ที่เราต้องนึกถึง คือ Bread Books Bike & Beer โรงเรียนสอนทำขนมปังโดยสองสามีภรรยาอย่าง หมู-วิชญ์ เบญจกุศล และ น้อง-โสรัจ เบญจกุศล ด้วยประสบการณ์ในสายงานก้อนแป้งนานกว่าสิบปี บวกกับความใจดีและเป็นกันเองเอามาก ๆ ทั้งสองจึงถูกยกให้เป็นกูรูแห่งวงการคาร์บและครอบครัวที่น่ารักของนักเรียนขนมปังทั้งหลายในเวลาเดียวกัน

Bread Books Bike & Beer
ภาพ : Bread Books Bike & Beer

แรกเริ่มเดิมที ชื่อของ Bread Books Bike & Beer คือโรงอบขนมปังขนาดย่อมที่อบขายทั้งแบบปลีกและส่ง ขนมปังทั้งหมดจากที่นี่เป็นขนมปังไร้สาร ปั้นปรุงด้วยวัตถุดิบจากวิถีเกษตรอินทรีย์ จนได้ขยับขยายชายคามาเป็นโรงเรียนขนมปังที่มีลูกศิษย์หลั่งไหลมาฝากตัวอยู่ไม่ขาดสาย โดยหมูและน้องย้ำอยู่เสมอว่า แป้งและการหมักคือหัวใจหลักของการทำขนมปัง หากเลือกใช้แป้งที่ดีและหมักอย่างถูกวิธี ก็จะได้ขนมปังมีคุณภาพและอร่อยล้ำแบบไม่ต้องสงสัย

คอร์สที่เปิดสอนอยู่ตอนนี้มีหลายระดับเรียงตามความยากง่าย เริ่มตั้งแต่ Basic Bread for Beginner สำหรับมือใหม่หัดอบ ต่อไปคือ Advanced Bread Baking คอร์สยอดนิยม เพราะคุณครูทั้งสองจะเปิดโอกาสให้นักเรียนคิดสูตรและออกแบบขนมปังได้ตามชอบใจ ไม่ว่าจะทำขนมปังแค่ 1 ก้อนหรือ 10,000 ก้อน รสชาติก็ออกมาคงที่ไม่มีเพี้ยน ไปจนถึงคอร์สที่ท้าทายขึ้นอย่าง Introduce to Classic Sourdough and Natural Yeast ส่วนคอร์สระดับเทิร์นโปรอย่าง Advanced Preferment Sourdough and Natural Yeast และ Sourdough Luxury Bread ทั้งสองก็วางแพลนจะเปิดสอนในอนาคตเช่นเดียวกัน

Bread Books Bike & Beer
ภาพ : Bread Books Bike & Beer

สำหรับหมูและน้อง หน้าที่ของช่างทำขนมปัง ไม่ใช่แค่การปั้นและอบก้อนแป้ง แต่ยังต้องทำให้ขนมปังเป็นขนมปังที่ดี กัดหนึ่งคำแล้วต้องอยากกินอีก เหล่านักเรียนเคยทำขนมปังแล้วแฮปปี้กันมาก จนถึงขั้นเต้นระบำกันในคลาสก็มี แค่นี้ก็พิสูจน์ได้แล้วว่ามวลความสุขอัดแน่นอยู่ในขนมปังทุกก้อนและบรรยากาศรอบตัวในโรงเรียนแห่งนี้จริง ๆ ใครอยากฝากตัวเป็นศิษย์ เพียงทักข้อความมาทางเพจ/ไอจีของร้าน หรือจะยกหูต่อสายตรงก็ได้เช่นกัน อาจารย์ทั้งสองพร้อมต้อนรับเฟรชชี่หน้าใหม่อยู่เสมอ

02
ขนมปังเปลี่ยนชีวิต

ที่ตั้ง : 46 ถนนกรุงเกษม แขวงบางขุนพรหม เขตพระนคร กรุงเทพฯ (แผนที่)

Facebook : ขนมปังเปลี่ยนชีวิต

Instagram : breadchange_life

โทรศัพท์ : 09 3610 6161 หรือ Line ID : @breadchangelife

โรงเรียนแห่งนี้สอนให้เราเข้าใจ ว่าขนมปัง 1 ก้อน เปลี่ยนชีวิตของคนคนหนึ่งได้ ต้องขอบคุณความกล้าบ้าบิ่นเมื่อ 6 ปีก่อน ของ โรส-วริศรา (ลี้ธีระกุล) มหากายี ที่ตั้งใจลุกขึ้นมารวมพลคนทำขนมปัง กระจายความรู้ในการทำขนมปังออกสู่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า เพื่อส่งมอบโอกาสและทักษะให้เด็ก ๆ ได้พกพาไว้อย่างภูมิใจและมั่นคง

ขนมปังเปลี่ยนชีวิต, breadchange_life
ภาพจาก : ขนมปังเปลี่ยนชีวิต

นอกเหนือจากคุณสมบัติที่ทั้งอร่อยและอิ่มท้อง ขนมปังของครูโรสยังทำหน้าที่เป็นครูชำนาญการ ฝึกฝนให้เหล่านักเรียนรู้จักอดทน ใจเย็น ช่างสังเกต มีวินัย และเคารพสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ตรงหน้าในโหลหมัก โดยทุกวันนี้มีลูกศิษย์ของครูโรสจากบ้านเด็กกำพร้าที่ผันตัวมาเป็นครูขนมปัง ทำหน้าที่ส่งต่อความรู้ให้กับเด็กคนอื่น ๆ ได้มีทักษะติดตัว และทำขนมปังแจกให้กับผู้ที่ลำบากกว่า นั่นจึงเป็นที่มาว่าขนมปัง 1 ก้อน เปลี่ยนชีวิตของพวกเขาได้อย่างไร 

ส่วนอีกหนึ่งความประทับใจไม่รู้ลืมในคลาสขนมปัง คือการที่ลูกศิษย์คนหนึ่งได้รู้สึกใกล้ชิดกับพ่อที่เสียไปอีกครั้ง หลังจากได้ลองลงมือทำขนมปังแบบที่พ่อชอบทำบ่อย ๆ ได้กลิ่นยีสต์ก็เหมือนมีพ่อมาอยู่ใกล้ ๆ นักเรียนคนนี้ยังบอกอีกว่า ขอบคุณครูโรสที่ทำให้เขาได้เข้าใจพ่อและเข้าใจขนมปังที่พ่อรัก 

จากจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ในวันวาน ตอนนี้ความสำเร็จของขนมปังเปลี่ยนชีวิตผลิดอกบานสะพรั่ง คลาสเรียนขนมปังจากที่นี่มีให้เลือกหลากหลายตามใจผู้เรียน ที่ครูโรสแนะนำเป็นอย่างมาก คือ คลาส Fundamental​ of Basic​ Bread ที่ถึงแม้จะเป็นคลาส​เบสิก​ แต่ก็เป็นเบสิกที่สำคัญมากในการทำขนมปัง​ นักเรียนทุกคนจะได้เห็นภาพรวมเบื้องลึกทั้งหมดของก้อนแป้ง ตั้งแต่ความสัมพันธ์​ของวัตถุดิบ​ เทคนิคการนวดหลายระดับ การหมัก​ การขึ้นรูป​ และการอบ ก่อนที่จะไต่ระดับไปเป็นคอร์สที่ท้าทายขึ้นเรื่อย ๆ​

ขนมปังเปลี่ยนชีวิต, breadchange_life
ภาพจาก : ขนมปังเปลี่ยนชีวิต

นอกจากนี้ยังมีคลาส Pre-ferment คลาสทำพิซซ่า และคลาสทำครัวซองต์ไว้ให้เลือกจองกัน ใครใคร่เรียนแบบส่วนตัวเชิญ หรือใครใคร่หาเพื่อนใหม่ที่มีใจรักขนมปังเช่นกันก็เชิญเลือกคลาสแบบกลุ่ม แต่ไม่ว่าจะเลือกเรียนแบบไหน ครูโรสก็ยินดีจัดเต็มทักษะความรู้ให้ไม่มีเกี่ยง

03
เฟื่องฟุ้ง

ที่ตั้ง : 108/55 ถนนอนามัย ตำบลในเมือง เทศบาลนครขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น (แผนที่)

Facebook : เฟื่องฟุ้ง

อีเมล : [email protected]

โทรศัพท์ : 08 6614 5247 หรือ Line ID : @fuangfungbakery

เฟื่องฟุ้งช่วยเปลี่ยนเรื่องที่ฟังดูแสนยากเย็นอย่างการทำขนมปัง ให้กลายเป็นเรื่องที่แสนเรียบง่ายได้อย่างไม่น่าเชื่อ ขอเพียงมีเตาอบคู่ใจสักเครื่องที่บ้าน เช้าวันไหนตื่นมาอยากทานขนมปังโฮมเมดคุณภาพเยี่ยม ก็ลงมือทำได้เลยเดี๋ยวนั้น 

เฟื่องฟุ้ง, @fuangfungbakery
ภาพ : เฟื่องฟุ้ง

เพราะมีเสียงเว้าวอนจากลูกค้าขาประจำ ที่แวะมาอุดหนุนขนมปังโฮลวีตและขนมปังแป้งข้าวในตลาดเขียวขอนแก่น ว่าอยากเรียนรู้เรื่องการนำแป้งข้าวมาใช้อบขนมและอยากลองทำขนมปังทานเองดูบ้าง เฟื่อง-เฟื่องฟุ้ง ประสาทศิลป์ จึงจัดให้ตามคำขอ คลาสสอนทำสารพัดขนมปังที่เป็นมิตรต่อร่างกายและเอื้อประโยชน์ให้เกษตรกรรมท้องถิ่นจึงผุดขึ้นเรียงราย ณ โรงเรียนแห่งนี้ ทั้งคลาสขนมปังโฮมเมดเพื่อสุขภาพ คลาสขนมปังยีสต์ธรรมชาติ และคลาสเบเกอรี่ข้าวพื้นบ้าน ทุกรายการเน้นความเรียบง่าย ใช้มือนวดเองได้แบบไม่ง้อเครื่องทุ่นแรง เพื่อให้เหล่านักเรียนทั้งหลายจดสูตรนำไปทำตามกันได้ที่บ้าน 

มาตรฐานชี้วัดว่าคลาสเรียนประสบความสำเร็จหรือไม่ คือรอยยิ้มของเหล่านักเรียนที่กลับบ้านไปพร้อมขนมปังโฮมเมดถุงใหญ่ ส่วนของแถมที่ครูเฟื่องมอบให้ คือความภาคภูมิใจในตัวเอง และเธอยังมีความสุขมากที่ได้ทำให้เหล่าผู้บริโภคมีสิทธิ์เลือกทำและเลือกทานขนมปังที่ดีต่อร่างกาย ใช้วัตถุดิบและวิธีทำปลอดภัย กินเมื่อไหร่ก็สบายใจหายห่วง

เฟื่องฟุ้ง, @fuangfungbakery
ภาพ : เฟื่องฟุ้ง

ไม่ต้องกังวลว่าจะเรียนตามเพื่อนไม่ทัน เพราะครูเฟื่องยินดีสอนให้แบบตัวต่อตัว บางคลาสเป็นไซส์มินิ สอนไม่เกิน 2 ท่านต่อครั้งก็มี ใครอยากเติมทักษะการทำขนมปังแบบเข้าใจง่าย ทำง่าย กินง่าย แต่หยุดกินยาก ยกหูโทรศัพท์หรือทักข้อความหาครูเฟื่องทางหน้าเพจได้เลย

04
Pung Craft บ้านเรียนขนมปัง

ที่ตั้ง : 83 หมู่ 5 ตำบลตะแพน อำเภอศรีบรรพต จังหวัดพัทลุง (แผนที่)

Facebook : PungCraft บ้านเรียนขนมปัง

Instagram : pungcraft.bakery

โทรศัพท์ : 08 9962 4172 หรือ Line ID : armyaathome

เนื่องด้วยหน้าที่การงานที่คลุกคลีกับการอนุรักษ์ข้าวสายพันธุ์พื้นเมือง ญา-รัญญา นวลคง จึงตั้งโจทย์ขึ้นในใจว่า ทำอย่างไรจึงจะนำแป้งข้าวพื้นบ้านไปประยุกต์ใช้แบบร่วมสมัยได้บ้าง แต่ไม่นานเกินรอก็ได้คำตอบ เมื่อญานำอาหารที่ตนชื่นชอบอย่างขนมปัง มาจับรวมกับความตั้งใจที่อยากแบ่งปันเรื่องราวแป้งข้าวพื้นบ้านจากระบบเกษตรอินทรีย์

PungCraft บ้านเรียนขนมปัง
ภาพ : PungCraft บ้านเรียนขนมปัง

แม้จะมีทำเลที่ตั้งอยู่ไกลถึงแดนพัทลุง แต่ลูกศิษย์ทั่วสารทิศก็พร้อมใจเดินทางมาเรียนวิชาขนมปังจากครูญาจนหัวกระไดไม่แห้งตลอด 3 ปี ความดีงามอยู่ที่โรงเรียนแห่งนี้เลือกใช้แป้งข้าวพื้นเมืองมาอบ แถมยังใช้กรรมวิธีหมักยีสต์จากธรรมชาติ ทำให้ได้ขนมปังที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ดีต่อสุขภาพลำไส้ ที่สำคัญยังปราศจากการใช้แป้งสาลี ทำให้ไม่มีปัญหาจุกจิกเรื่องการแพ้กลูเตน

คลาสเรียนของ Pung Craft มีทั้งแบบออนไลน์และออนไซต์ ใครที่บ้านใกล้ก็แวะมาเรียนคลาสขนมปังแป้งข้าวกล้องยีสต์ธรรมชาติกับครูญาได้แบบตัวเป็น ๆ บอกเลยว่ายกถาดออกจากเตาเมื่อไหร่เป็นต้องอดใจไม่ไหว เพราะคลาสนี้จะทำให้เราได้ผสมทั้งพันธุ์ข้าวและธัญพืชสารพัดลงไปในก้อนขนมปัง หรือหากใครไม่สะดวกเดินทางมา ก็เรียนคลาสขนมปังกล้วยแป้งข้าวพื้นบ้านกับครูญาผ่านทางหน้าจอได้ เมนูนี้ก็หอมอร่อยถูกปากไม่แพ้กัน

PungCraft บ้านเรียนขนมปัง
ภาพ : PungCraft บ้านเรียนขนมปัง

นอกจากความรู้ด้านการทำขนมปัง สิ่งสำคัญที่ครูญาอยากส่งต่อให้บรรดาลูกศิษย์ คือคุณค่าและความอร่อยของข้าวไทยพื้นเมือง โดยครูญาเชื่อว่าขนมปังทุกก้อนจาก Pung Craft ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมให้เกษตรกรในท้องถิ่นมีรายได้ และเป็นกำลังใจในการสร้างผลผลิตคุณภาพต่อไปอีกด้วย

05
Rush Lush

ที่ตั้ง : 50/8 ถนนบาลเมือง ตำบลธานี อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย (แผนที่)

Facebook : Rush Lush Craft Cafe

Instagram : rushlushcraftcafe

โทรศัพท์ : 08 6735 8135

จะอยู่ในเมือง กลางทะเล หรือบนภูเขา Rush Lush ก็สอนให้เราอบขนมปังกินเองได้ง่าย ๆ ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดในโลก ขั้นกว่าของความไพรเวต คือที่นี่ไม่มีห้องเรียนทำขนมปังให้เข้ามาใช้บริการ เพราะ ครูรัตน์-สุรีรัตน์ กลิ่นขจร จะเดินทางไปสอนนักเรียนแบบตัวต่อตัวถึงห้องครัวในบ้าน 

Rush Lush Craft Cafe
ภาพ : Rush Lush Craft Cafe

เพราะทุกบ้านมีปัจจัยน้อยใหญ่แวดล้อมต่างกัน ทั้งเรื่องอุปกรณ์ อุณหภูมิ ความชื้น ตลอดจนประสบการณ์และความพร้อมของผู้ทำ ครูรัตน์จึงปิ๊งไอเดียว่าหากสอนโดยใช้สถานที่จริงและอุปกรณ์จริงที่นักเรียนแต่ละคนมีอยู่ในบ้าน น่าจะสัมฤทธิ์ผลและเห็นภาพชัดมากที่สุด เวิร์กชอปทำขนมปังช่ื่อน่ารักอย่าง ‘สุขกับสิ่งที่มี’ จึงได้ฤกษ์เปิดทำการมากว่า 1 ปีเต็ม โดยครูรัตน์เล่าว่า ‘สุข’ ที่ว่านี้ คือการทำให้ขนมปังสุกด้วยสิ่งที่มีในบ้าน และสุขใจในทุกครั้งที่ได้ทานฝีมือตัวเอง

ขนมปัง 1 ก้อนจาก Rush Lush ทำหน้าที่เป็นงานศิลปะชั้นเอก ช่วยถ่ายทอดคุณค่าของวัตถุดิบพื้นบ้านและเรื่องราวของชุมชนในแต่ละท้องถิ่น ครั้งหนึ่งครูรัตน์เคยเดินทางขึ้นดอยไปสาธิตวิธีการทำขนมปังโดยไม่ใช้ไฟฟ้าและเตาอบให้กับเด็ก ๆ ชาวปกาเกอะญอ จนทุกวันนี้มีเยาวชนที่ผันตัวมาเป็นนักพัฒนาชุมชน ช่วยสานต่อความดีงามของวัตถุดิบในชุมชนออกสู่ภายนอกได้อย่างเต็มภาคภูมิ ที่สำคัญ Rush Lush ยังเกื้อกูลชาวบ้านโดยการนำวัตถุดิบธรรมชาติจากชุมชนมาใช้อบขนมปังสดใหม่เสมอมา

Rush Lush Craft Cafe
ภาพ : Rush Lush Craft Cafe

เพียงทักข้อความผ่านทางหน้าเพจ ครูรัตน์ก็พร้อมตกลงวันเวลา มุ่งหน้าไปถ่ายทอดวิชาขนมปังให้ถึงในครัว หน้าที่ของเหล่านักเรียนมีเพียงตั้งตารอเปิดประตูบ้าน และจดสูตรขนมปังสุขภาพจากครูรัตน์กันให้ดี

06
Rain’s Dough

ที่ตั้ง : 141 ถนนสุขาภิบาล 5 ซอย 32 แยก 10 แขวงออเงิน เขตสายไหม กรุงเทพฯ (แผนที่)

Facebook : Rainsdough, ๑4๑ Social Enterprise

Instagram : rainsdough

โทรศัพท์ : 08 9036 6886

เมื่อหาซื้อขนมปังปลอดภัยตามสเปกที่ต้องการไม่ได้ ครูฝน-วริษา โทณะวณิก และ ครูแพท-กฤติยา ตระกูลทิวากร แห่ง Rain’s Dough จึงขอลงแรงนวดอบก้อนแป้งด้วยตัวเอง จากนั้นจึงส่งต่อวิชาแก่บรรดาสาวกสายแป้ง ให้ได้เข้าใจและเรียนรู้เรื่องราวของร่างกาย จุลินทรีย์ และอาหาร ผ่านการลงมือทำขนมปังซาวโดวจ์

Rainsdough,  ๑4๑ Social Enterprise
ภาพ : Rainsdough

หลักสูตรขนมปังของที่นี่ไม่ได้มีแค่เรื่องการหมักนวดเท่านั้น แต่ครูฝนและครูแพทยังเจาะลึกเนื้อหาถึงเรื่องอาหารและสุขภาพที่สัมพันธ์กับจุลินทรีย์ ตั้งแต่สายพันธุ์ข้าวสาลี การปลูก สี โม่ หมัก และอบแป้ง ไปจนถึงการรู้จักเลือกทานอย่างปลอดภัย เพราะทั้งสองเล่าว่า ทุกวันนี้ขนมปังเกรดคุณภาพแบบที่หลาย ๆ คนต้องการนั้นหาซื้อแทบไม่ได้ หากอยากได้ ต้องทำเอง และที่ Rain’s Dough ก็ยินดีสอนให้ทุกกระบวนขั้น

คลาสเรียนของที่นี่มีแค่คลาสเดียว นั่นคือ Our Hands on Sourdough แม้จะฉายเดี่ยวแต่ก็เจ๋งไม่เบา เพราะนอกจากจัดเต็มทักษะความรู้ในการทำซาวโดวจ์ให้แล้ว นักเรียนทุกคนในคลาสจะได้เข้าใจถึงความเชื่อมโยงในเรื่องอาหารและการกินของมนุษย์ กลับมาเชื่อมั่นในร่างกายและสองมือของตนเองในการทำอาหารปลอดภัยได้อย่างมีความสุข

Rainsdough,  ๑4๑ Social Enterprise
ภาพ : Rainsdough

นักเรียนของ Rain’s Dough กลับบ้านไปพร้อมสูตรอบซาวโดวจ์หอมกรุ่น กรอบนอก แน่นใน ไม่สร้างพิษภัยให้สุขภาพ ที่สำคัญยังหันมาสนใจและใส่ใจนิสัยการกินของตนเองมากขึ้น เมื่อได้รับอาหารดี ร่างกายและจิตใจก็พลอยยิ้มแย้มไปด้วย สิ่งนี้แหละที่ครูฝนและครูแพทภูมิใจในตัวนักเรียนมากที่สุด

07
Little Tree

ที่ตั้ง : 43 ตำบลบ้านใหม่ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม (แผนที่)

Facebook : Whispering cafe

Instagram : artisansourdough_by_applefahey

โทรศัพท์ : 09 2429 4229

เราอาจรู้จัก Little Tree Garden ในนามร้านอาหารและคาเฟ่กลางสวน ณ เมืองสามพราน แต่น้อยคนจะรู้ว่า บ้านสวนน่ารักแห่งนี้ ยังมีมุมเล็ก ๆ ที่จัดพื้นที่ไว้สำหรับโรงเรียนขนมปัง อำนวยการสอนโดย เปิ้ล-ศิรินภา ริ้วบำรุง คุณครูมือฉมังที่พาเหล่าลูกศิษย์ตั้งแต่หนูน้อยวัยเตาะแตะไปจนถึงผู้ใหญ่วัยทำงาน เข้าครัวอบก้อนแป้งมาแล้วรุ่นต่อรุ่น

Whispering cafe
ภาพ : Whispering cafe

ก่อนจะหันหน้าเข้าวงการอบขนม ครูเปิ้ลคือแม่บ้านคนเก่ง ณ แดนอังกฤษ เมื่อต้องทำอาหารคาวหวานให้ลูก ๆ ทานอยู่ทุกวัน นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธออยากอบขนมปังโฮมเมดปลอดภัยไว้ทานเอง เอกลักษณ์ของขนมปังฝีมือครูเปิ้ล คือความนุ่มละมุนและพองฟู เพราะเธอให้ความสำคัญกับการเพาะเลี้ยงยีสต์ธรรมชาติให้แข็งแรง ก้อนแป้งธรรมดาจึงอร่อยล้ำถึงขั้นมีลูกศิษย์อยากฝากตัว

สำหรับนักเรียนรุ่นเล็ก ครูเปิ้ลมีคลาสขนมปังจากยีสต์น้ำดอกไม้เตรียมไว้ให้ แม้จะเป็นคลาสของเด็ก แต่รับรองความสนุกไม่เล็กตามอายุ เพราะเหล่านักเรียนจะได้ออกตามหายีสต์ธรรมชาติจากดอกไม้ในสวน จากนั้นจะได้ลงมือหมักน้ำยีสต์และนำมาทำขนมปังโรลง่าย ๆ ใช้ทานคู่กับซุปก็เข้ากัน หรือประกบทำเป็นแซนด์วิชก็อร่อยไม่เบา นอกจากนี้ยังมีคลาสสอนทำซาวโดวจ์ฉบับเข้าใจง่ายสำหรับผู้ใหญ่ ใครเป็นแฟนตัวยงเมนูนี้ รีบทักข้อความหาครูเปิ้ลทางหน้าเพจหรือไลน์ของทางร้านได้เลย

Whispering cafe
ภาพ : Whispering cafe

ในขณะเฝ้ารอเตาอบร้องติ๊ง ครูเปิ้ลบอกกับนักเรียนเสมอว่า มากกว่าการได้กินก้อนขนมปังหอม ๆ คือการได้ฝึกฝนเรื่องการจัดสรรเวลา การวางระบบเล็ก ๆ ในห้องครัว และยังได้เรียนรู้ที่จะรับผิดชอบต่ออาหารและสุขภาพของคนรอบตัวอีกด้วย

08
Sunday

ที่ตั้ง : ถนนนวมินทร์ แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ (แผนที่)

Facebook : Sunday

Instagram : sundayisgood

โทรศัพท์ : 08 1644 3597 หรือ Line ID : @sundayisgood

ใครที่กำลังส่ายหน้า คิดว่าการอบขนมปังเองนั้นลำบากและยุ่งยากเกินไป เราอยากให้ลองลงคอร์สเรียนกับ ครูเพลง-ร่มฉัตร ขำศิริ แห่งโรงอบ Sunday ดูสักครั้ง เพราะเธอการันตีว่ามีแค่เตาอบ หม้อเหล็กหรือหม้อดินเผา และอ่างผสม 1 ใบ ก็ทำซาวโดวจ์ที่อร่อยมากเหมือนร้านดังที่บ้านได้แล้ว

ครูเพลง-ร่มฉัตร ขำศิริ แห่งโรงอบ Instagram : sundayisgood
ภาพ : Sunday

สูตรขนมปังของ Sunday มีความง่ายและแสนสบายเป็นจุดขาย เพราะครูเพลงตั้งใจไว้ว่าเมื่อจบคอร์สไป ลูกศิษย์ทุกคนต้องอบขนมปังกินเองได้ที่บ้าน ขั้นตอนและเทคนิคต่าง ๆ จึงทำผ่านมือและประสาทสัมผัสของร่างกาย ไม่ต้องอาศัยเครื่องตีหรืออุปกรณ์ทุ่นแรงใด ๆ ขนมปังก็ออกมานุ่มฟูน่าทานได้จากการนวดแป้ง สังเกต ดม และชิมของคนทำ นอกจากนั้นครูเพลงยังใช้วิธีเลี้ยงยีสต์ธรรมชาติอย่างง่าย เปิดโอกาสให้นักเรียนได้ลงมือทำเองทุกขั้นตอน

Sunday ไม่ได้มีแค่คลาสขนมปังเพียงอย่างเพียว เพราะนอกจากคลาสพื้นฐานอย่าง Basic Sourdough for Home Baker Class ที่สอนอบขนมปังแบบไม่ง้อเครื่องตีราคาแพงแล้ว ที่นี่ยังมีคลาส Sourdough Bagel สูตรผสมยีสต์ผง ความดีงามอยู่ตรงกระบวนการหมักแป้งที่เร็วขึ้น ได้กินเร็วขึ้น แต่ความอร่อยไม่ลดลง หรือใครสนใจคลาสทำอาหารอื่น ๆ อย่างคลาสสอนทำเส้นและซอสพาสต้า หรือ คลาสสอนทำไส้กรอกโฮมเมด ที่นี่ก็มีไว้บริการ

ครูเพลง-ร่มฉัตร ขำศิริ แห่งโรงอบ Instagram : sundayisgood
ภาพ : Sunday

ใครอยากฝากตัวเป็นศิษย์ ลงทะเบียนเรียนกับครูเพลงได้ทุกช่องทาง แต่บอกไว้ก่อนว่าที่นี่เขาเปิดเป็นคลาสเล็ก ๆ รับแค่ 2 – 4 คนเท่านั้น เห็นทีต้องรีบกันหน่อยนะ!

09
The Salee’s Table

ที่ตั้ง : 113/25 ซอยวัดอุโมงค์ ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ (แผนที่)

Facebook : The Salee’s Table

เมื่อแรกเริ่มเปิดร้านขนมปัง แก้ว-กมลา ธานีโต จึงได้ค้นพบความจริงที่น่าตกใจ ว่าความรู้ด้านวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับอาหารนั้นยังมีอยู่น้อยมากในประเทศของเรา แก้วจึงขอเพิ่มบทบาทจาก Baker อบขนมมืออาชีพ สู่การเป็นคุณครูที่อยากส่งต่อความรู้เรื่องขนมปัง ของหวาน และวิทยาศาสตร์ให้กับเหล่านักเรียนเพิ่มด้วยอีกทาง

The Salee's Table
ภาพ : The Salee’s Table

ใครที่คุ้นหูกับชื่อ Salee Bakehouse ก็ไม่ต้องสงสัย เพราะเดิมทีครูแก้วเปิดคลาสสอนทำขนมปังรวมกับครัวหลักของ Salee Bakehouse มานานกว่า 3 ปี แต่เมื่อเหล่าลูกศิษย์และภารกิจในโรงอบเพิ่มมากขึ้น ครูแก้วจึงขอย้ายห้องเรียนไปปักหมุดอยู่ที่เชียงใหม่ ซึ่งจะได้ฤกษ์ประเดิมสอนคลาสแรกอย่างเป็นทางการราว ๆ เดือนตุลาคมนี้ Salee’s Table จึงถือเป็นน้องสาวแท้ ๆ ที่เปิดตัวขึ้นเพื่อนักเรียนขนมปังตัวจริงเสียงจริง

คลาสขนมปังที่ครูแก้วลงมือสอนเอง ได้แก่ คลาสทำขนมปังและซาวโดวจ์พื้นฐาน อย่าง Bread: The Scientific Approaches และ Fundamental of Sourdough รับรองว่าเรียนแล้วไม่ต้องคืนครู ทุกสูตรกระบวนขั้นนำไปทำตามกันได้ที่บ้านอย่างแน่นอน หรือหากใครไม่ค่อยมีเวลา ก็ตามไปเรียนแบบ One Day Class ที่ครูแก้วสอนร่วมกับทางโรงเรียน Fully Baked Story ได้อีกด้วย 

The Salee's Table
ภาพ : The Salee’s Table

เมื่อจบคอร์ส บรรดาลูกศิษย์ต่างได้เรียนรู้ระบบความคิดและมองการทำอาหารเป็นวิทยาศาสตร์ได้อย่างเฉียบแหลม ส่วนครูแก้วเอง ก็ได้เติมไฟในการเป็นช่างและครูขนมปังจากเหล่านักเรียนที่แวะเวียนเข้ามาด้วยเช่นกัน เป็นการจ่ายค่าเทอมที่คุ้มค่าและอบอุ่นสุด ๆ เลยว่าไหม

10
สมหวังปังผัก

ที่ตั้ง : Belive Cooking Studio, 196 ซอยพหลโยธิน 69 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ (แผนที่)

Facebook : สมหวังปังผัก

Instagram : somwangpungpuk

โทรศัพท์ : 09 5760 0474

ใครเป็นสายผักผลไม้ต้องถูกใจ เพราะขนมปังจากที่นี่มีส่วนผสมหลักมาจากผักสมชื่อ แถมยังสีสวย นุ่มเหนียวเคี้ยวอร่อย กระตุ้นต่อมน้ำลายให้ทำงานหนักมาก ทั้งหมดนี้ต้องยกความดีความชอบให้กับครูตุ๊กแหม่ม-จีรวัฒน์ รัตนกร ที่ขยันคิดขยันค้น จนพัฒนาสูตรขนมปังเพื่อสุขภาพจากผักผลไม้ได้สำเร็จ

 สมหวังปังผัก
ภาพ : สมหวังปังผัก

ด้วยใจรักและชื่นชอบในการทานขนมปัง ครูตุ๊กแหม่มจึงเริ่มเสาะหาสูตรทำขนมปังจากฟักทอง และทดลองปรับสูตรเรื่อยมาจนเข้าที่ ในที่สุดก็ได้ขยายชายคากลายเป็นโรงเรียนขนมปังสำหรับผู้ที่สนใจขนมปังเพื่อสุขภาพ ส่วนจุดขายที่ทำเอาเหล่านักเรียนต่างติดใจ คือการใช้ทั้งเนื้อและน้ำจากผักผลไม้ออร์แกนิกใส่ลงไปในก้อนขนมปังแบบไม่หวงของ ที่สำคัญครูตุ๊กแหม่มยังสอนวิธีการคำนวณออกแบบสูตรด้วยตัวเอง ใครอยากทำขนมปังแบบไหน รสชาติใด ก็เชิญได้ตามใจชอบ

ใครที่เป็นมือใหม่หัดอบ ขอแนะนำเป็นคลาสปูพื้นฐาน เพราะครูตุ๊กแหม่มเขาจัดเต็มเนื้อหาให้แบบเน้น ๆ อธิบายละเอียดทุกขั้นตอน เพื่อให้นำสูตรไปปรับใช้กับขนมปังได้อีกหลากหลายประเภท ส่วนใครที่เริ่มมีฝีมือ เชิญลองคลาสขนมปังผักสูตรเจ ความสนุกอยู่ที่การได้นำผักสดหลากหลายชนิดมาทำขนมปัง เน้นการคัดเลือกวัตถุดิบและสัดส่วนที่ดีต่อสุขภาพ

 สมหวังปังผัก
ภาพ : สมหวังปังผัก

คลาสเรียนของที่นี่มีทั้งแบบออนไลน์และเวิร์กชอป ใครสนใจแบบใดเชิญทักข้อความหาครูตุ๊กแหม่มได้โดยตรง แอบกระซิบบอกว่าราว ๆ เดือนกันยายน สมหวังปังผักก็เตรียมเปิดคลาสใหม่แกะกล่องอย่างคลาสขนมปังยีสต์ข้าวโคจิ ใครที่อยากลองเพาะเลี้ยงยีสต์ธรรมชาติ ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง!

11
Cooking with Yao

ที่ตั้ง : ตำบลช่อแล อำเภอเมืองแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ (แผนที่)

Facebook : Cooking with Yao

เว็บไซต์ : www.cookingwithyao.com

โทรศัพท์ : 09 1852 1707

หากใครเข้าวงการอาหารสุขภาพ ไม่แปลกเลยที่จะเคยได้ยินชื่อของ เยา-เยาวดี ชูคง เพราะนอกจากจะควบตำแหน่งเป็นทั้งเชฟและเจ้าของร้านอาหารในจังหวัดเชียงใหม่ เธอยังเป็นนักขับเคลื่อนและสื่อสารด้านอาหารในเวลาเดียวกัน ส่วนสิ่งที่ทำให้สาวกสายแป้งอย่างเราดีใจมาก คือการได้รู้ว่า พี่เยาเปิดคลาสสอนทำขนมปังเพื่อสุขภาพกับเขาด้วย

Cooking with Yao
ภาพ : Cooking with Yao

เพราะเชื่อว่าอาหารที่ดี จะเป็นวิตามินเสริมให้ร่างกายมีพลัง พี่เยาจึงมุ่งมั่นสู่สายงานด้านอาหาร สุขภาพ และความยั่งยืนแบบสู้ไม่ถอย ซึ่งขนมปังก็เป็นหนึ่งในนั้น คอร์สที่พี่เยาภูมิใจนำเสนอ คือคอร์สสอนทำ Flat Bread หรือขนมปังแผ่นแบนที่เธอคิดสูตรและวิธีทำขึ้นมาเอง ผลลัพธ์คือขนมปังชนิดนี้ทำได้ง่ายและเร็วมาก (แค่มีกระทะ 1 ใบก็ทำได้แล้ว) ใช้ทานกับอาหารได้หลากหลาย จะทาเนย แยม หรือทานคู่กับแกงก็ย่อมได้ นอกจากนี้ยังมีคอร์สสอนทำ English Muffin และ Foccacia Bread ขนมปังสไตล์อิตาเลียนรสชาติเข้มข้น จะทานเดี่ยว ๆ ก็อร่อย ทานคู่กับซุปหรือสลัดก็เพลินมาก

จากประสบการณ์การสอนยาวนานกว่าสิบปี พี่เยาเล่าว่านักเรียนหลายคนเคยคิดว่าการทำขนมปังเป็นเรื่องยากและไกลตัว แต่พอได้ลงคอร์สเรียนที่เน้นทั้งเรื่องทฤษฎีและปฏิบัติจากที่นี่ ก็เปลี่ยนความคิดจากหน้าเป็นหลังมือ เมื่อลองเอาสูตรของพี่เยากลับไปดัดแปลง ผสมนู่นนิด เติมนี่หน่อย ขนมปังก็ยังอร่อยเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือรสชาติที่หลากหลายและสนุกขึ้น

Cooking with Yao
ภาพ : Cooking with Yao

หากถามว่าบรรดาลูกศิษย์ต่างติดใจอะไร คำตอบคงเป็นวิธีการทำที่เน้นความเรียบง่าย ใช้วัตถุดิบที่หาได้ในท้องถิ่น เพราะพี่เยาเชื่อว่าไม่จำเป็นต้องเป็น Artisan Bread ขนมปังฝีมือเรา ๆ ก็อร่อยและมีคุณค่าได้เช่นกัน ส่วนวิธีการจองคอร์ส ติดตามได้ในทางเพจเฟซบุ๊ก Cooking with Yao หรือใครอยากมาเรียนกันเป็นกลุ่มเล็ก ๆ 2 – 3 คน ก็ทักข้อความหาพี่เยาได้โดยตรง 

12
Sloafbake & Else

ที่ตั้ง : 224/69 ซอยธารทิพย์ 3 ถนนศรีวรา แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ (แผนที่)

Facebook : Sloafbake & else ขนมปัง Sourdough ส่งทั่วประเทศ

Instagram : sloafbake

เว็บไซต์ : www.sloafbakeworkshop.com

โทรศัพท์ : 08 1452 8290 หรือ Line ID : @sloafbakeworkshop

ปิดท้ายด้วยโรงเรียนขนมปังตัวจริงเสียงจริงอย่าง Sloafbake ที่มี หนี่นี้-เรณุกา หุตานุวัตร เป็นเจ้าของและหัวหน้าทีมช่างอบขนมปัง นอกจากมีคอร์สสอนทำขนมปังทั้งแบบออนไลน์และออนไซต์ไว้คอยบริการ ที่ Sloafbake ยังพร้อมส่งและพร้อมเสิร์ฟขนมปังแสนอร่อยไปทั่วประเทศอีกด้วยนะ!

Sloafbake & else ขนมปัง Sourdough ส่งทั่วประเทศ
ภาพ : Sloafbake & else ขนมปัง Sourdough ส่งทั่วประเทศ

สาวกขนมปังอาจรู้จัก Sloafbake ในนามร้าน Sourdough Bakery ที่เปิดทำการมากว่า 4 ปี แต่เมื่อประจวบเหมาะพอดีที่ เชฟโบ-ดวงพร ทรงวิศวะ ชักชวนให้หนี่นี้ไปร่วมสอนทำขนมปังที่สตูดิโอ Bo.lan Education Program เธอจึงไม่รอช้า รีบคว้าอุปกรณ์และประสบการณ์ที่สั่งสมมานานใส่กระเป๋า รับบทครูขนมปังอย่างเต็มตัว หลักสูตรของครูหนี่นี้ให้ความสำคัญกับเรื่องทฤษฎีและ Sensory เล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างการสังเกต ดมกลิ่น และสัมผัสก้อนโดวจ์ เพื่อให้นักเรียนเข้าถึงหัวใจของการทำซาวโดวจ์ขนานแท้

คอร์สเรียนของ Sloafbake มีทั้งคอร์สออนไลน์ระยะสั้น เพื่อการปูพื้นฐานและทำความรู้จักจักรวาลซาวโดวจ์ ที่สำคัญ ยังมีบริการจัดส่งอุปกรณ์ Starter Kit สำหรับเลี้ยงยีสต์ให้ฟรีแบบไม่ต้องหาซื้ออะไรเพิ่ม เมื่อเรียนจบก็ลงภาคปฏิบัติต่อได้ มีให้เลือกทั้งคอร์ส Country Sourdough ที่จะได้เรียนรู้การทำซาวโดวจ์รูปร่างต่าง ๆ กับครูหนี่นี้ ส่วนเชฟโบรับหน้าที่สอนทำอาหารที่ใช้ทานคู่กันอย่าง Homemade mayonnaise & Salsa และ Open sandwich 

คอร์สที่ครูหนี่นี้แนะนำเป็นพิเศษ คือคอร์ส Overnight Sourdough สอนทั้งการทำ Focaccia, Ciabatta, Olive Oil Soft Toast ที่สำคัญ เชฟโบยังมาช่วยสอนทำซุปที่กินกับขนมปัง 3 ตัวนี้แล้วอร่อยสุด ๆ คอร์สนี้เหมาะมากสำหรับใครที่ไม่มีเวลาและอุปกรณ์จำกัด เพราะใช้เวลาทำตอนกลางคืนแค่ 2 ชั่วโมง แล้วพาเจ้าก้อนโดวจ์เข้าไปนอนด้วยกันในห้องแอร์ ตื่นเช้ามาก็พร้อมอบกินร้อน ๆ (แถมอร่อยมาก) 

Sloafbake & else ขนมปัง Sourdough ส่งทั่วประเทศ
ภาพ : Sloafbake & else ขนมปัง Sourdough ส่งทั่วประเทศ

หากสนใจอยากตามไปเรียนกับครูหนี่นี้ เข้าไปดูรายละเอียดทั้งหมดได้ที่เว็บไซต์ หรือใครอยากพูดคุยสอบถามเพิ่มเติม ก็ทักข้อความทางเพจหรือไลน์ของร้านได้เลย ทีม Sloafbake และครูหนี่นี้ยินดีต้อนรับ!

Writer

นกอินทรีย์

เรื่องกินเรื่องใหญ่ ถ้าเลือกได้ขอปลอดภัยไว้ก่อน อยากรู้จักกัน แค่แบ่งของกินให้ อะไรก็ยอมได้ทุกอย่าง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load