“อย่าเผลอลืมความรู้สึกเจ็บปวดที่เกิดขึ้นจนเผลอตัวไปสร้างบาดแผลให้กับคนอื่นอีก”

ประสบการณ์ตรงจาก ฟ้า-นภัส นกน่วม อาจทำให้ใครหลายคนฉุกคิดว่า ความรุนแรงไม่ใช่แค่การทำร้ายร่างกายหรือก่อเหตุให้เกิดความเสียหายเท่านั้น แต่เรื่องเล็กๆ อย่างคำพูดก็ถือเป็นวิธีสร้างความเสียหายต่อจิตใจได้เช่นกัน 

เธอตีความความรุนแรงที่เกิดขึ้นโดยใช้การจัดวางสิ่งของที่พังเสียหาย เสมือนร่องรอยความรุนแรงที่หลงเหลืออยู่ และเลือกใช้พื้นที่จริงเพื่อถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกผ่านผลงานชุดนี้ ที่สำคัญ เธอต้องการสื่อประเด็นความรุนแรงโดยเฉพาะในครอบครัว ซึ่งมักถูกมองข้ามอยู่เสมอ ทุกเหตุการณ์ที่เธอเลือกมาล้วนเกิดขึ้นเกิดจากสภาวะไม่สมประกอบส่วนใดส่วนหนึ่งของครอบครัว ความรุนแรงที่ดูเป็นเรื่องเล็กน้อยพวกนี้สร้างผลกระทบค่อนข้างใหญ่กับผู้ถูกกระทำ 

เพราะในทุกเรื่องไม่มีใครสามารถรับผิดชอบความรู้สึกแย่นั้นได้อีกแล้ว

ชุดภาพถ่ายความพังภายในบ้าน ที่ตีความจากประสบการณ์ตรงเรื่องความรุนแรงในครอบครัว

ภาพที่ 1 (Dining)

“รู้ว่าเขาโกรธมาก โกรธมากๆ จำได้ว่าแม่ร้องไห้แล้วพูดกับเราว่า ‘ไปทำผู้หญิงท้องยังรู้สึกดีกว่านี้เลย’ ตอนนั้นสับสนมากไม่รู้จะทำยังไง มันจุกอกไปหมด ทั้งเสียใจทั้งรู้สึกผิด แต่ก็ไม่รู้ว่าเราผิดอะไร แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เปลี่ยนอะไรนะ ใช้ชีวิตไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น”

ชุดภาพถ่ายความพังภายในบ้าน ที่ตีความจากประสบการณ์ตรงเรื่องความรุนแรงในครอบครัว

ภาพที่ 2 (Living)

“‘เรามีกันอยู่แค่นี้นะ’ ประโยคคลาสสิกของแม่เลย แต่ตอนนั้นเหมือนเขากับเราอยู่กันคนละโลกเลย เหมือนสัญญาณของเรามันจูนกันไม่ติดอีกต่อไปแล้ว จนวันที่ส่งตัวแม่ไป ก็มานั่งคิดว่าหรือจริงๆ แล้วถ้าเรามีกันและกันมากกว่านี้ ทุกอย่างก็คงไม่เป็นแบบนี้รึเปล่า”

ชุดภาพถ่ายความพังภายในบ้าน ที่ตีความจากประสบการณ์ตรงเรื่องความรุนแรงในครอบครัว

ภาพที่ 3 (Seeing)

“ไม่เคยคิดว่าเรื่องเข้าใจผิดจะทำให้เขาพูดประโยคนั้นออกมา ‘ทำแบบนี้เปลี่ยนนามสกุลไปเลยดีมั้ย’ จังหวะนั้นเราช็อกไปเลย ความรู้สึกตรงนั้นเหมือนความเป็นลูกของเราเป็นพันธนาการของเขาเลย มองไปตรงไหนก็มีแต่ของของพ่อ ที่ของพ่อ เสียใจมาก ไม่รู้จะพูดยังไง ก็นั่นแหละ เสียใจ”

Writer & Photographer

Avatar

นภัส นกน่วม

จากนักศึกษาโฟโต้สู่ฟรีแลนซ์กราฟิกจำเป็น ยังคงหลงใหลแง่งามของงานเขียนและภาพถ่ายอยู่เสมอ

Photo Essay

เรื่องเล่าผ่านภาพถ่าย

ยามบ่ายของวันหนึ่งที่แสงแดดแผดเผา จนคิดในใจว่าฤดูหนาวคงเป็นเพียงชื่อ ณ บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขงตอนบน มีอาคารโบราณทรงโคโลเนียล ลูกผสมระหว่างสถาปัตยกรรมฝรั่งเศสกับสถาปัตยกรรมท้องถิ่นที่ดูโดดเด่นและคลาสสิก สะท้อนถึงอิทธิพลวัฒนธรรมตะวันตกในอดีต

เมื่อแสงแดดตกกระทบกับอาคารเหล่านี้ ยิ่งเห็นรายละเอียดอย่างหน้าต่างทรงโค้ง หรือบัวหัวเสาและผนังที่ทำให้ตัวอาคารดูนุ่มนวลและพิเศษกว่าตึกอื่น ๆ 

หลากหลายอาคารมีความน่าสนใจ อย่างเช่นโรงหนังขนาดมหึมาในถนนเมืองสะหวันนะเขต อย่างลาวจะเริน หรือ พูมสะหวัน ที่ดูโดดเด่นท่ามกลางอาคารโคโลเนียล เพราะเป็นอาคารทรง Art Deco ซึ่งดูดุดัน จริงจัง และทันสมัย แต่กลับดูไร้ชีวิตเพราะทรุดโทรมตามกาลเวลา 

เจ้าของร้านกาแฟผู้เกิดและเติบโตที่นี่เล่าด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลว่า แต่เดิมย่านนี้เป็นถนนคนรวยซึ่งเจริญที่สุด แต่หลายสิ่งหลายอย่างล่มสลายลงจากเหตุการณ์การเมืองในอดีต

คริสต์ศาสนา คือปัจจัยสำคัญที่มีอิทธิพลต่อสถาปัตยกรรมและการใช้ชีวิตของผู้คน ซึ่งแพร่กระจายไปยังริมฝั่งแม่น้ำโขงตอนบน เช่นเดียวกับชุมชนคาทอลิกในตำบลท่าแร่ อำเภอเมือง จังหวัดสกลนครที่ยังพบเห็นอาคารในลักษณะเดียวกัน 

ผนังก่ออิฐที่มีรอยสีซีดจางหรือรอยกะเทาะของปูนเปลือย คือความงดงามอันเป็นอมตะของสิ่งที่ไม่สมบูรณ์ เป็นสิ่งที่ซ่อนเร้นอยู่ทั่วไปในเมืองนี้ และสักวันหนึ่ง หวังว่าอาคารร้างเหล่านี้จะได้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาให้มีสีสันและชีวิตอีกครั้ง

Write on The Cloud

Photo Essay

ถ้าคุณมีเซ็ตภาพถ่ายที่อยากมาอวดในคอลัมน์นี้ ช่วยส่งเซ็ตภาพพร้อมคำบรรยาย(แบบไม่ยาวมาก) รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Photo Essay

ถ้าเซ็ตรูปของคุณได้รับการตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เราจะส่งสมุดลิมิเต็ดอิดิชัน จาก ZEQUENZ แบรนด์สมุดสัญชาติไทย ทำมือ 100 % เปิดได้ 360 องศา ให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

Avatar

พัสกร ชุมศิลป์ศิริ

นักเรียนสถาปัตย์หน้าพระลาน รักการถ่ายภาพและท่องเที่ยว กำลังค้นหาแรงบันดาลใจ จึงอยากลองทำสิ่งใหม่ ๆ นอกจากการเขียนแบบ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load