The Cloud x ซันไลต์

นอกจากอาชีพการงานที่ต้องทำทุกวันแล้ว เราเชื่อว่าทุกคนมีสิ่งที่อยากทำแต่ไม่มีเวลาเริ่มต้นสักที หลายคนอยากฝึกทำอาหาร หัดทำขนม และฝึกทักษะใหม่ๆ เพื่อค้นหาแพสชันในตัวเอง แต่ด้วยภาระหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบในแต่ละวัน ทำให้หาโอกาสหรือลงมือทำสิ่งใหม่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

The Cloud Studio คือการเล่าเรื่องด้วยการสร้างประสบการณ์ผ่านลงมือทำผ่านเวิร์กช็อปที่น่าเรียนรู้หลายอย่าง สร้างประสบการณ์ที่มากกว่าอ่านผ่านจากตัวหนังสือ ครั้งนี้ The Cloud Studio 02 : หวานนวล เราร่วมกับซันไลต์เปิดสตูดิโออีกครั้ง เพื่อชวนผู้อ่านมาลงมือทำขนมไทยแบบง่ายๆ ไม่ต้องเร่งรีบกับ หวานนวล สตูดิโอ สอนโดย พี่นวล-พาฝัน ศุภวานิช เจ้าของสตูดิโอสอนทำขนมไทยผู้ไม่เคยหลงลืมความฝันแม้มีภารกิจอื่นๆ ไม่ว่าจะอยู่ในบทบาทของเจ้าของสำนักพิมพ์วงกลม บรรณาธิการ คนทำงานอาสาสมัคร หรือนักเดินทาง ก็ยังสามารถจัดสรรเวลามาทำขนมได้เสมอ

วิธีทำสังขยา วิธีทำสังขยา

สำหรับคนที่รักขนมไทย โดยเฉพาะคนที่หลงใหลในรสชาติหอมละมุนของสังขยาเป็นพิเศษ อยากลองลงมือทำขนมด้วยตัวเองสักครั้งแต่ยังไม่มีโอกาสหรือยังหาเวลาไม่ได้สักที วันนี้พี่นวลจะมาแชร์ประสบการณ์การทำขนมไทยแบบง่ายๆ ที่ทำเองได้ที่บ้าน ซึ่งรับรองว่าจบหลักสูตรนี้ไปคุณจะมีวิชาสังขยาติดตัวไปให้คนรอบข้างติดใจอย่างแน่นอน

พบกันหน้าซึ้ง

สังขยาเป็นขนมที่อยู่คู่กับปากท้องของคนไทยมานาน ไม่ว่าคุณจะเป็นคนในเจเนอเรชันไหนก็ต้องเคยกินสังขยากันทั้งนั้น สังขยาเป็นขนมที่ทำกินได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะกินกับข้าวเหนียวมูน ใส่ไส้ผลไม้ เช่น ทุเรียน ขนุน ฟักทอง หรือจะทำสังขยาครีมไข่จิ้มกับขนมปังเนื้อนุ่ม ก็กินเพลินได้เหมือนกัน

สิ่งที่ทำให้เรามาพบกันในวันนี้คือสังขยา ไม่ว่าแต่ละคนจะมีความผูกพันกับสังขยาอย่างไร แต่สิ่งที่เรามีร่วมกันคือความตั้งใจอยากทำขนมอร่อยๆ ให้ใครสักคนได้ชิม

วิธีทำสังขยา

ก่อนจะเริ่มลงมือทำ พี่นวลเล่าให้ฟังว่า “ความทรงจำวัยเด็กของพี่ชีวิตเติบโตขึ้นในครัว ตั้งแต่จำความได้ที่บ้านมักจะมีคุณแม่ ญาติๆ และเพื่อนบ้าน มาล้อมวงทำขนมและทำอาหารด้วยกันอยู่บ่อยครั้ง เพราะฝีมือการทำอาหารของคุณแม่อร่อยจนใครๆ ก็ติดใจ และมีสังขยาเป็นเมนูหนึ่งที่คุณแม่ทำแล้วถูกปากถูกใจทุกๆ คน”

ตั้งแต่จำความได้พี่นวลจึงได้เรียนรู้สูตรขนม สูตรอาหาร และซึมซับเคล็ดลับต่างๆ จากคุณแม่มาโดยตลอด ปัจจุบันนอกจากทำขนมอร่อยๆ ให้กับคนรอบข้างกิน พี่นวลยังจัดสรรเวลามาจัดเวิร์กช็อปให้กับเพื่อนๆ น้องๆ ที่สนใจได้เรียนรู้กัน แม้ว่าจะงานยุ่งและเดินทางบ่อยมากแค่ไหน แต่พี่นวลเชื่อว่าหากเรามีสิ่งที่ชอบเราก็จะหาเวลามาทำสิ่งนั้นได้ เพราะการทำขนมไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด โดยเฉพาะขนมไทยที่ใครๆ ก็คิดว่ามีขั้นตอนมากมาย แต่ความจริงแล้วถ้าเรารู้จักส่วนประกอบและฝึกฝนบ่อยๆ ก็พัฒนาฝีมือให้ดีได้แน่นอน 

วิธีทำสังขยา

สังขยาเป็นขนมที่ทำด้วยตัวเองได้ง่ายๆ ดัดแปลงสูตรได้หลากหลายตามรสนิยมของคนทำ ถ้าเรารู้วิธีทำและมีความคิดสร้างสรรค์ในการทำขนมก็สามารถเพิ่มมูลค่าและเพิ่มความสนุกให้กับเมนูขนมไทยได้ สังขยาที่เราจะมาลองทำกันในวันนี้จึงมี 3 สูตรด้วยกัน คือสังขยาใบเตย สังขยาขนุน และสังขยาไข่

สังขยาใบเตย

เราเริ่มกันที่สังขยาใบเตย เมนูที่พี่นวลบอกว่าง่ายที่สุดในบรรดาสังขยาทั้งสามสูตร และสามารถฝึกทำให้เป็นของเด็ดประจำตัวแต่ละคนได้เลย

สังขยาในความทรงจำของแต่ละคนมีรสชาติและหน้าตาไม่เหมือนกัน เพราะแต่ละที่ก็มีสูตรที่แตกต่างกันไป บางคนเคยกินสังขยาสีส้มที่ไม่มีส่วนผสมของใบเตย บางคนเคยกินแบบที่ใส่นมสดแทนกะทิ แต่สูตรที่เราจะมาเรียนกับพี่นวลในวันนี้คือสังขยาใบเตยที่มีเนื้อเนียน ไม่จับเป็นก้อน แต่ก็ไม่ถึงกับเหลวเป็นน้ำ ที่สำคัญคือ มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของใบเตยคั้นสดอบอวลไปทั้งห้อง ไม่ใช่แค่เขียวเพราะการเติมสี

วิธีทำสังขยา

ส่วนผสม

  • ไข่เป็ด 2 ฟอง
  • น้ำตาลทราย ½ ถ้วยตวง (100 กรัม)
  • กะทิคั้นข้น 1 ถ้วยตวง
  • น้ำใบเตยเข้มข้น ½ ถ้วยตวง

ขั้นตอนการทำ

  1. ตอกไข่เป็ด 2 ฟองลงในถ้วยเล็กก่อน เพื่อดูคุณภาพของไข่ว่าสดใหม่หรือเปล่า และเทลงในภาชนะส่วนผสม
  2. เติมน้ำตาลทราย 100 กรัม จะได้ความหวานปกติ (สามารถปรับเพิ่มลดได้ตามใจชอบ)
  3. เติมกะทิคั้นสดที่เตรียมไว้ 1 ถ้วยตวง
  4. ใส่น้ำใบเตยเข้มข้น ½ ถ้วยตวง
  5. ละลายส่วนผสมทุกอย่างเข้าด้วยกัน และนำเข้าเครื่องปั่นเพื่อให้น้ำตาลละลาย แต่ไม่ต้องปั่นนานเพราะสังขยาไม่ได้ต้องการความฟู
  6. ใช้ตะแกรงตาถี่หรือผ้าขาวกรองเพื่อให้สังขยาของเราได้เนื้อที่ละเอียดมากขึ้น ถ้ากรองไม่ดีและยังมีไข่ขาวปะปนอยู่จะทำให้เนื้อสังขยาไม่เนียน
  7. ตั้งหม้อบนเตา ใส่น้ำ 1/3 ของหม้อ และเปิดไฟอ่อนๆ สำหรับเคี่ยวสังขยา
  8. นำสังขยาใส่หม้อเพื่อเคี่ยว ขั้นตอนนี้สำคัญมากเพราะต้องอาศัยทั้งความใจเย็นและความอดทน ต้องระวังไม่ให้ไฟแรงเกินไป เคี่ยวไปเรื่อยๆ ประมาณ 10 นาที อย่าให้เดือดจนเกินไปจนสังขยาฟูเป็นไข่ตุ๋นหรือแข็งเป็นก้อน และไม่จำเป็นต้องคนไปทางเดียวกัน
  9. พอสังขยาเริ่มสุกแล้วสีจะเปลี่ยนไปเป็นสีเขียวอ่อนสวยงาม เนื้อมีความหนืดพอดี มีความเงาของกะทิ ดูเนียนละเอียด และมีกลิ่นหอมของใบเตยคั้นสดฟุ้งไปทั่วห้อง
  10. ได้ที่แล้วตักใส่ภาชนะ รอให้สังขยาเย็นและเซ็ตตัว เนื้อสังขยาจะค่อยๆ ข้นและหนืดด้วยตัวเอง ไม่ต้องเติมแป้งหรือผสมอะไรเพิ่มเติม ถ้าได้ที่แล้วก็ใช้ขนมปังจิ้มเพื่อลิ้มรสฝีมือตัวเองได้เลย

วิธีทำสังขยา วิธีทำสังขยา

เคล็ดลับเพิ่มความอร่อยให้สังขยาใบเตย

วิธีทำสังขยา

  • ใช้หัวกะทิที่คั้นโดยไม่ใส่น้ำเลย จะได้กะทิที่มีความเข้มข้นมากๆ เพื่อเพิ่มความหอมหวาน และไม่ใช้นมสด ซึ่งที่บ้านพี่นวลมักจะซื้อมะพร้าวจากทับสะแกมาขูดและคั้นเองที่บ้าน เพื่อให้ได้วัตถุดิบที่สดใหม่และเข้มข้นตามที่ต้องการ แต่ถ้าใครไม่สะดวกทำเองทุกขั้นตอน พี่นวลแนะนำให้หาร้านกะทิในตลาดสดที่ดูสะอาดและคั้นสดให้ได้
  • ไม่ผสมแป้งเพื่อเพิ่มความเข้มข้นให้กับเนื้อสัมผัสของสังขยา ถ้าส่วนผสมที่ใส่ไปลงตัวและเคี่ยวจนได้ที่สังขยาจะหนืดด้วยตัวเอง
  • ถ้าอยากกินขนมหวานได้นานๆ โดยไม่กระทบสุขภาพ แนะนำให้ใส่น้ำตาลแต่พอดี เพราะขนมหวานที่อร่อยไม่จำเป็นต้องหวานมากเสมอไป หวานน้อยก็อร่อยได้เช่นกัน
  • การเลือกไข่เป็ด พี่นวลพยายามเลือกจากฟาร์มที่เลี้ยงเป็ดตามธรรมชาติเพื่อให้ได้ไข่ที่ดีต่อร่างกาย จะได้ไข่ลูกเล็กบ้าง ใหญ่บ้าง ก็ไม่เป็นไร ค่อยๆ กะตวงส่วนผสมให้พอดี (สามารถใช้ไข่ไก่แทนได้หรือผสมกันทั้งสองไข่ก็ได้ ไม่มีข้อจำกัดที่ตายตัวในการทำสังขยา แต่พี่นวลเลือกใช้ไข่เป็ดเพราะชอบเนื้อสัมผัสของไข่เป็ดมากกว่า)
  • วิธีเลือกใบเตย ให้เลือกก้านที่สีเขียวเข้มและแก่จัด เพื่อให้เวลามาคั้นจะได้ทั้งสีที่เข้มและกลิ่นหอมมากเป็นพิเศษ
  • วิธีทำน้ำใบเตยคือนำก้านใบเตยส่วนนอกสุดมาหั่นและตัดเป็นชิ้นเล็ก ผสมน้ำเปล่านิดหน่อยแล้วใส่ในเครื่องปั่น เสร็จแล้วนำผ้าขาวมากรองกากใบเตยออก จะได้น้ำใบเตยสูตรเข้มข้นสีสวย
  • ถ้าไม่อยากได้สีเขียวของใบเตยก็ไม่ต้องใช้น้ำใบเตยคั้นสด สามารถใช้ผงชาไทยชงเข้มข้นผสมในอัตราส่วนที่เท่ากับน้ำใบเตยเพื่อให้สีส้มได้ หรือถ้าอยากได้สีม่วงก็ใช้ดอกอัญชันคั้นสดผสมได้เช่นกัน

วิธีทำสังขยา

สังขยาขนุนและสังขยาไข่

ก่อนจะเริ่มทำพี่นวลอยากให้ทุกคนได้รู้รสชาติของขนมที่ตัวเองกำลังจะทำกันก่อน จึงมีสังขยาขนุนและสังขยาไข่พร้อมข้าวเหนียวมูนอร่อยๆ มาให้ทุกคนได้ชิมกันก่อน สังขยาขนุนเป็นอีกหนึ่งเมนูประจำบ้านของพี่นวลที่ต้องทำในหน้าร้อน เพราะช่วงนี้ขนุนจะดกมากเป็นพิเศษ

เมื่อชิมสังขยาขนุนแล้วจะพบว่านอกจากเนื้อขนุนสีเหลืองสดที่อยู่ด้านบนยังมีส่วนผสมอื่นให้เคี้ยวด้วย หลายคนเดาว่าเป็นเผือก เพราะมีรสมันๆ กรุบกรอบ เคี้ยวง่าย แต่จริงๆ แล้วสังขยาขนุนสูตรของพี่นวลใช้เม็ดขนุนต้มเป็นไส้ข้างในเพื่อให้ได้ใช้ประโยชน์จากขนุนมากที่สุด

วิธีทำสังขยา

ส่วนผสมสังขยาขนุน

  • ไข่เป็ด 5 ฟอง
  • หัวกะทิ 2 ถ้วย / ½ ถุง
  • น้ำตาลมะพร้าว 250 กรัม / 65 กรัม
  • น้ำตาลทราย 100 กรัม / 25 กรัม
  • เม็ดขนุนต้มสุกหั่นเป็นชิ้นเล็ก 5 – 6 เม็ด
  • เนื้อขนุนหั่น (ปริมาณตามความชอบ)

ขั้นตอนการทำ

  1. หั่นเนื้อขนุนและเม็ดขนุนต้มที่เตรียมไว้ สังขยาขนุน 1 ถาดเล็กใช้เม็ดขนุนประมาณ 5 – 6 เม็ด
  2. ตอกไข่เป็ด 1 ฟองลงในชาม เติมน้ำตาลทรายและน้ำตาลมะพร้าว ผสมให้เข้ากัน
  3. นำใบเตยสดลงไปขยำเพื่อดับกลิ่นคาวของไข่ ขยำจนน้ำตาลละลายและส่วนผสมทุกอย่างรวมเป็นเนื้อเดียวกัน
  4. เติมหัวกะทิลงไป และใช้ใบเตยสดขยำต่ออีกนิดให้ส่วนผสมทุกอย่างรวมเป็นเนื้อเดียวกัน
  5. กรองส่วนผสมในตะแกรงหรือผ้าขาวแล้วเทใส่ถาด
  6. เติมเนื้อขนุนและเม็ดขนุนที่หั่นไว้ตามใจชอบ
  7. นำไปนึ่งในซึ้งประมาณ 20 – 30 นาที

เคล็ดลับเพิ่มความอร่อยให้สังขยาขนุน

วิธีทำสังขยา

  • น้ำตาลที่เห็นกันในท้องตลาดมีทั้งน้ำตาลมะพร้าวและน้ำตาลโตนด เหตุผลที่พี่นวลเลือกใช้น้ำตาลมะพร้าว 100 เปอร์เซ็นต์เพราะรสชาติไม่หวานมาก มีรสชาติมันๆ และมีกลิ่นหอม แต่ที่เห็นขายกันส่วนใหญ่เป็นน้ำตาลมะพร้าวที่ผสมน้ำตาลทรายแล้ว ต้องเลือกดูดีๆ ก่อนนำมาใช้ วิธีเลือกคือต้องคุยกับแม่ค้าและเลือกชิมจนกว่าจะเจอความหวานที่ถูกใจ ซึ่งสัดส่วนที่พี่นวลนำมาผสมเองคือใช้น้ำตาลมะพร้าว 70 เปอร์เซ็นต์ผสมกับน้ำตาลทราย 30 เปอร์เซ็นต์
  • วิธีการหั่นขนุนและเม็ดขนุน สามารถหั่นได้ตามใจชอบ แต่ถ้าหั่นชิ้นใหญ่เกินไปจะทำให้เนื้อสังขยาไม่เกาะตัวกัน ควรหั่นชิ้นเล็กพอดีคำ และถ้าใส่เม็ดขนุนมากเกินไปจะทำให้สังขยาไม่มีความหวาน
  • ขนุนที่เลือกมาใส่ในสังขยาในวันนี้เป็นพันธุ์ทองประเสริฐ เนื้อขนุนจะบาง แต่มีกลิ่นหอมมาก ส่วนเม็ดขนุนที่นำมาใช้ควรเลือกเม็ดที่แก่ ถ้าในลูกเดียวกันมีไม่พอก็เอามาจากลูกอื่นได้

วิธีทำสังขยา

ส่วนผสมสังขยาไข่

  • ไข่ 2 ฟอง
  • น้ำตาลมะพร้าว 2 ช้อนโต๊ะ
  • หัวกะทิ ¾ ถ้วย

สังขยาไข่

  1. ตอกไข่เป็ด 2 ฟองลงในชาม
  2. เติมน้ำตาลมะพร้าว 2 ช้อนโต๊ะ เพื่อรสชาติที่หวานมันเข้มข้น
  3. นำใบเตยสดลงไปขยำเพื่อดับกลิ่นคาวของไข่
  4. เติมหัวกะทิข้นๆ ¾ ถ้วย (ถ้าใส่มากเกินไปจะทำให้สังขยานิ่ม)
  5. นำใบเตยสดลงไปขยำต่อ
  6. กรองส่วนผสมในตะแกรงหรือผ้าขาวแล้วเทลงแม่พิมพ์
  7. นำไปนึ่งในซึ้งประมาณ 20 – 30 นาที

เคล็ดลับเพิ่มความอร่อยให้สังขยาไข่

  • สังขยาถ้าจะให้สวยต้อง ‘แตกหน้ายักษ์’ หมายความว่าต้องใช้ไฟแรงเพื่อให้หน้าสังขยามีรอยยู่ย่นบนผิวหน้า
  • สังขยาไข่ไม่ต้องเติมน้ำตาลทรายเพื่อเพิ่มความหวาน เพราะความหวานจากน้ำตาลมะพร้าวก็เพียงพอแล้ว และถ้ากินกับข้าวเหนียวมูน ในการมูนข้าวก็เติมน้ำตาลทรายมาแล้วเช่นกัน เมื่อทำสังขยาไข่ที่ไม่หวานมากจะได้รสชาติที่เข้ากันได้พอดี

วิธีทำสังขยา

หลังจากเรียนครบจบหลักสูตรสังขยาทั้งสามสูตรกันแล้ว เพื่อไม่ให้เสียเวลารอสังขยาในซึ้งสุก ทุกคนได้ผลัดกันนำภาชนะที่ใช้ทำขนมในวันนี้ไปล้างด้วยซันไลต์แทนการจ่ายค่าเล่าเรียน และเตรียมจัดเตรียมจานสำหรับชิมสังขยาของตัวเอง ใครที่ล้างเสร็จไวก็ยังมีเวลาเหลือมาช่วยเพื่อนๆ ทำขนมต่อจะได้รอชิมไปพร้อมๆ กัน ส่วนใครที่มีปัญหาสังขยาไม่ได้ดั่งใจก็แก้ไขกันไปจนกว่าจะได้ที่ นอกจากกลิ่นสังขยาไข่ที่อบอวลไปทั่วห้องตอนนี้ บรรยากาศความช่วยเหลือของมิตรรักแฟนสังขยาก็ดูอบอุ่นไม่แพ้กัน

วิธีทำสังขยา วิธีทำสังขยา

นอกจากสังขยาที่ทุกคนทำในวันนี้จะทำด้วยความรักและความตั้งใจแล้ว เรายังมีของขวัญพิเศษที่ทำจากใจกลับไปเป็นของที่ระลึกเช่นเดียวกัน ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคนจะได้จานพิเศษคนละ 1 ใบที่พิมพ์ชื่อตัวเองเอาไว้ไปใช้ใส่สังขยา

สำหรับคนรักสังขยาและรักขนมไทยที่อ่านมาถึงตรงนี้ ได้สูตรสังขยาแสนอร่อยและเรียนรู้วิธีทำกับพี่นวลกันไปแล้วก็อย่าลืมหาเวลามาลองทำสิ่งที่ตัวเองรักกันด้วยนะ

วิธีทำสังขยา

เวิร์คชอปนี้เป็นส่วนหนึ่งของความตั้งใจของซันไลต์ที่มุ่งมั่นอยากสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนเริ่มทำสิ่งที่รัก เพราะซันไลต์ไม่ได้แค่มุ่งมั่นที่จะเป็นน้ำยาล้างจานที่มีประสิทธิภาพเท่านั้น แต่ยังอยากเป็นผู้ช่วยคนสำคัญในห้องครัวที่จะทำให้เรื่องงานบ้านไม่เป็นเรื่องน่ากังวลใจอีกต่อไป ติดตามเรื่องราวการเริ่มทำในสิ่งที่รักของซันไลต์ต่อได้ ที่นี่

Writer

ธนาวดี แทนเพชร

ครีเอทีฟประจำ The Cloud ชอบใช้หลายทักษะในเวลาเดียวกัน จึงพ่วงตำแหน่งนักเขียนมาด้วยเป็นบางครั้ง ออกกองตามฤดูกาล จัดทริปและเดินทางเป็นงานอดิเรก

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

The Cloud Studio

กิจกรรมชวนผู้อ่านเปลี่ยนเวลาว่างมาเวิร์กช็อปสนุกๆ และได้ความรู้ไปด้วย

23 กุมภาพันธ์ 2562
25 K
The Cloud x K Bank Live

 

คนรักช็อกโกแลตมารวมกันตรงนี้

ถ้าคุณเป็นแฟนช็อกโกแลตตัวจริง เราเชื่อว่าช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาคุณคงได้เห็นช็อกโกแลตใหม่ๆ ชื่อยี่ห้อไม่คุ้นหูแต่อยู่ในแพ็กเกจจิ้งสวยงามผ่านตามาบ้าง เพราะเทรนด์ขนมที่กำลังมาแรงในปีนี้คือช็อกโกแลตสัญชาติไทยนี่เอง

หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมเพิ่งมาฮอตเอาตอนนี้ ในเมื่อเรากินช็อกโกแลตกันมาหลายสิบปีแล้ว The Cloud Studio เปิดตัวครั้งแรกในช่วงก่อนวันวาเลนไทน์ เราจึงถือโอกาสพาทุกคนมาทำความรู้จักกับช็อกโกแลตสัญชาติไทยกันแบบครบรสและครบทุกกระบวนการ

The Cloud Studio 01 : Chocolatier เป็นกิจกรรมที่ The Cloud และ KBank Live ชวนผู้อ่านมาเปิดประสบการณ์และประสาทสัมผัสใหม่ ด้วยการการชิมและลงมือทำช็อกโกแลตวาเลนไทน์ด้วยตัวเองกับ ‘bean blah blah’ กูรูช็อกโกแลต และกาดโกโก้ (Kad Kokoa) แบรนด์ช็อกโกแลตไทยแท้ที่มีองค์ความรู้เรื่องช็อกโกแลตครบเครื่อง ตั้งแต่การปลูกต้นโกโก้จนถึงการแปรรูปช็อกโกแลตหลากหลายรูปแบบ

ช็อกโกแลต, โกโก้

ในฐานะคนที่มีช็อกโกแลตเป็นที่พึ่งทางใจยามเหนื่อยล้า และมอบตำแหน่งให้เป็นขนมหวานอันดับ 1 ในใจตลอดกาล เราตื่นเต้นมากที่จะได้เรียนวิชาช็อกโกแลตจริงๆ เป็นครั้งแรก เพราะถึงแม้ว่าจะคุ้นเคยกับช็อกโกแลตมาตั้งแต่เด็กจนโต มีช็อกโกแลตบาร์ติดตู้เย็นไว้ตลอดเวลา แต่สารภาพตามตรงว่าแทบไม่เคยอ่านฉลากเพื่อดูส่วนผสมหรือที่มาของช็อกโกแลตเลยสักครั้ง เวิร์กช็อปในครั้งนี้จึงเป็นโอกาสดีที่จะได้พาทุกคนไปเปิดโลกวิชาช็อกโกแลตไปพร้อมๆ กัน

 

คาบที่ 1 : โฮมรูม

วันนี้เราจะได้รู้จักกับช็อกโกแลตตั้งแต่ยังเป็นผลจนกลายเป็นขนมหวาน เรียนรู้วิธีชิมช็อกโกแลต เปรียบเทียบรสชาติโกโก้จากแหล่งปลูกที่ต่างกัน ทั้งช็อกโกแลตไทยของกาดโกโก้และแบรนด์ช็อกโกแลตระดับโลก พร้อมเรียนรู้กระบวนการทำช็อกโกแลตแบบ Bean to Bar หรือตั้งแต่กระบวนแรกสุดจนกลายเป็นช็อกโกแลตแท่ง และลงมือทำช็อกโกแลตวาเลนไทน์แท่งพิเศษด้วยตัวเอง

ช็อกโกแลต, โกโก้

คุณครูประจำวิชาที่มาให้ความรู้เราในครั้งนี้เป็นตัวจริงเรื่องโกโก้กันทุกคน เรียกได้ว่ามาคลาสเดียวได้ความรู้เรื่องโกโก้ไปทุกแขนง ไม่ว่าจะเป็น bean blah blah หรือ เม-สโรชา คุรุพงศ์ สถาปนิกสาวชาวเชียงใหม่ที่หลงใหลในช็อกโกแลต สนใจวัฒนธรรมกาแฟ เมล็ดโกโก้ และการทำเกษตรแบบออร์แกนิก

ช็อกโกแลต, โกโก้ช็อกโกแลต, โกโก้

และยังมีเจ้าบ้านใจดีทั้งสามคนจากกาดโกโก้ พี่ต้น-ปณิธิ และ พี่ต้า-ณัฐญา ชุณหสวัสดิกุล สองทนายสามีภรรยาที่มีใจรักในโกโก้มากถึงกับไปเรียนการปลูกและกระบวนการทำโกโก้ถึงฮาวายด้วยตัวเอง เพื่อกลับมาปรับปรุงและพัฒนาโกโก้ไทยในสวนของตัวเองที่จังหวัดเชียงใหม่ และเริ่มต้นทำแบรนด์ช็อกโกแลตของตัวเอง และ Remy Janicot อดีตเชฟจากโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล ซึ่งเป็นผู้ดูแลเมนูขนมหวานและเป็นหุ้นส่วนของกาดโกโก้

รับรองว่าหลังจากเรียนวิชานี้จบแล้ว การกินช็อกโกแลตของคุณจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

 

คาบที่ 2 : วิชาเกษตร

‘โกโก้’ คือชื่อเรียกพืชซึ่งนำไปทำเป็นช็อกโกแลตที่เรากินกันอยู่ในทุกวันนี้ ภาพโกโก้ที่คนไทยคุ้นเคยมักจะอยู่ในรูปแบบผงสำหรับชงเป็นเครื่องดื่ม หรือช็อกโกแลตบาร์ที่แปรรูปมาแล้ว น้อยคนนักที่จะเคยเห็นผลสดๆ จากต้น หรือรับรู้ว่ารสชาติจากผลสดๆ ของโกโก้เป็นอย่างไร วันนี้กาดโกโก้จึงเตรียมผลสดเอาไว้ให้เราได้เรียนรู้ตั้งแต่จุดเริ่มต้นจนกลายร่างเป็นช็อกโกแลต

ช็อกโกแลต, โกโก้

ในอดีตโกโก้เคยเป็นพืชที่ได้รับการสนับสนุนให้ปลูกในประเทศไทย มีแหล่งปลูกสำคัญอยู่หลายแห่ง เช่น เชียงใหม่ ลำปาง จันทบุรี ชุมพร ประจวบคีรีขันธ์ น่าน เป็นต้น ส่วนใหญ่จะปลูกเพื่อไปทำช็อกโกแลตในเชิงอุตสาหกรรม แต่เมื่อเวลาผ่านไปมีพืชเศรษฐกิจชนิดใหม่เข้ามาแทน เกษตรกรไม่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลให้ปลูกต่อ และไม่มีคนรับซื้อเมล็ดโกโก้มากเท่าที่ควร ทำให้สวนโกโก้หลายแห่งในไทยหายไป เกษตรกรหันไปปลูกพืชชนิดอื่นที่ได้รายได้มากกว่า ความยากลำบากในการตามหาช็อกโกแลตสัญชาติไทยจึงยากตั้งแต่เริ่มต้นตามหาสวนโกโก้เก่าแก่ที่ยังหลงเหลืออยู่

ช็อกโกแลต, โกโก้

กาดโกโก้เป็นแบรนด์ช็อกโกแลตสัญชาติไทยที่พยายามปลุกกระแสโกโก้ไทยให้กลับมาอีกครั้ง ด้วยการพยายามเสาะหาแหล่งปลูกโกโก้ที่มีคุณภาพเพื่อทำช็อกโกแลต Single Origin ของท้องถิ่นนั้นๆ ปัจจุบันช็อกโกแลตของกาดโกโก้มาจาก 4 แหล่งปลูก คือ เชียงใหม่ ชุมพร ประจวบคีรีขันธ์ และจันทบุรี

ความน่าสนใจของ Single Origin คือในแต่ละแหล่งปลูกจะทำให้ได้ผลโกโก้ที่มีรสชาติต่างกัน เมื่อนำไปผ่านกระบวนการแปรรูปโดยที่ปรุงแต่งน้อยที่สุดจะทำให้ได้ดาร์กช็อกโกแลตที่มีรสชาติที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ถ้าปลูกโกโก้ในสวนมะพร้าวก็จะทำให้ได้โกโก้ที่มีรสชาติหรือกลิ่นของมะพร้าว หรือปลูกในไร่สับปะรด ก็อาจจะมีความเปรี้ยวหรือกลิ่นคล้ายสับปะรดได้เช่นเดียวกัน

ช็อกโกแลต, โกโก้

ถ้าอยากรู้ว่าผลไหนสุกพร้อมเก็บมาทำช็อกโกแลตหรือยัง ให้ลองเขย่าเพื่อฟังเสียงดูว่าเมล็ดในผลนั้นสุกเต็มที่หรือยัง บางคนก็ใช้วิธีการสังเกตสี บางคนใช้วิธีการเอานิ้วขูด ถ้ามีเนื้อจากเปลือกติดเล็บขึ้นมาแสดงว่าโกโก้ผลนั้นสุกเต็มที่พร้อมจะกลายร่างเป็นช็อกโกแลตแล้ว

งานกลุ่มชิ้นแรกของเราวันนี้จึงเป็นการช่วยกันแกะเปลือกผลโกโก้สดสีเหลืองอมส้มให้ได้มากที่สุด เพื่อที่จะได้ชิมรสชาติสดๆ จากผลที่มีทั้งความเปรี้ยวอมหวาน บางคนบอกว่าคล้ายน้อยหน่า บางคนก็บอกว่าเหมือนกระท้อน ซึ่งเป็นรสชาติของผลไม้เมืองร้อนเช่นเดียวกัน และเป็นรสชาติสำคัญที่ควรหลงเหลืออยู่ในช็อกโกแลตจนถึงขั้นตอนสุดท้าย

ช็อกโกแลต, โกโก้

คาบที่ 3 : วิชาแปรรูป

หลังจากแกะเปลือกเอาเมล็ดโกโก้ออกมาแล้ว เราต้องดูให้ดีๆ ด้วยว่าเนื้อในของโกโก้เป็นสีอะไร เมล็ดโกโก้ที่ดีต้องเป็นสีขาว ขาวขุ่น ไปจนถึงสีน้ำตาลอ่อนๆ แต่ถ้ามีสีดำควรคัดทิ้งทันที เพราะอาจทำให้เชื้อราแพร่กระจายไปยังเมล็ดที่ดีได้ เมล็ดที่ดีคือเมล็ดอวบอ้วนที่มีเนื้อโกโก้ข้างในเยอะๆ ถ้าหากได้เมล็ดที่แบนเกินไปจะเอาไปทำช็อกโกแลตยาก

เมื่อควักเมล็ดโกโก้และแยกเส้นใยออกแล้ว เมล็ดโกโก้จะถูกนำไปหมัก 5 วัน จนกลายเป็นสีน้ำตาล ซึ่งในขั้นตอนนี้แค่เอาใบตองปิดไว้เพื่อให้ผลไม้ได้คายน้ำตาลออกมา ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำหรือส่วนผสมใดๆ ในการหมัก หลังจากนั้นจะนำไปตากในกระจาดประมาณ 7 วัน จะได้เมล็ดโกโก้ที่แห้ง มีความชื้นหลงเหลือแค่ 7 เปอร์เซ็นต์ และมีกลิ่นเหม็นเปรี้ยวเหมือนยีสต์ช็อกโกแลต, โกโก้

ช็อกโกแลต, โกโก้

จะสังเกตเห็นว่าทุกขั้นตอนในการทำโกโก้ ตั้งแต่แกะเปลือก หมัก ไปจนตาก ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำเลยสักครั้ง เพราะการใช้น้ำจะทำให้โกโก้ชื้นและขึ้นราได้ง่าย ที่สำคัญคือ น้ำจะเป็นตัวทำลายรสชาติความเป็นผลไม้ของโกโก้ออกไป

เมล็ดโกโก้ตอนยังไม่คั่วจะมีกลิ่นของผลไม้ (Fruity) อยู่ แต่เมื่อคั่วเสร็จแล้วจะมีกลิ่นหอมมากขึ้นและดึงรสชาติความอร่อยมามากขึ้นเช่นกัน วิธีการคั่วของแต่ละที่จะแตกต่างกัน ที่กาดโกโก้จะคั่วระดับกลางเพื่อให้เก็บรสชาติความเป็นผลไม้เอาไว้ด้วย เพื่อให้ได้รสชาติช็อกโกแลตที่ไม่เข้มข้นจนกินยากเกินไป

ช็อกโกแลต, โกโก้

เมื่อได้เมล็ดที่คั่วจนได้ที่แล้วต้องนำมาแกะเปลือกออก สิ่งที่ได้หลังจากแกะเปลือกแล้วจะเรียกว่า Cocoa Nibs (โกโก้นิบส์) เป็นช็อกโกแลต 100 เปอร์เซ็นต์ที่สามารถกินได้เลยทันที และเป็นส่วนที่มีคุณค่าทางสารอาหารเยอะมาก ซึ่งโกโก้นิบส์นี่เองที่เป็นส่วนประกอบสำคัญในการทำช็อกโกแลตของกาดโกโก้ เปลือกที่แกะออกมายังสามารถนำไปทำ Chocolate Brew และชาได้เพื่อให้มีของเหลือทิ้งจากการผลิตน้อยที่สุด

 

คาบที่ 4 : วิชาคหกรรม

ช็อกโกแลต, โกโก้

เมื่อได้โกโก้นิบส์มาแล้วจะถูกนำเอาไปใส่ในเครื่องโม่ที่หมุนตลอด 40 ชั่วโมงไม่มีหยุด เพื่อทำให้โมเลกุลของช็อกโกแลตละเอียดและเนียนมากที่สุด (ความละเอียดต่ำกว่า 20 ไมครอน) เมื่อเราหมุนและขยายโมเลกุลของช็อกโกแลตไปเรื่อยๆ จะทำให้รสชาติของช็อกโกแลตเข้มข้นมากขึ้น กรดความเปรี้ยว (Acidity) ระเหยออกไป ในขั้นตอนนี้จะขึ้นอยู่กับสูตรของแต่ละคน ถ้าชอบเนื้อหยาบและเปรี้ยวมากก็ไม่ต้องโม่นานถึง 40 ชั่วโมงก็ได้

แต่สูตรดาร์กช็อกโกแลตของกาดโกโก้นั้นจะใส่แค่ 2 อย่าง คือโกโก้นิบส์ 70 เปอร์เซ็นต์ และน้ำตาลออร์แกนิก 30 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ได้โกโก้ลิควิด (Cocoa Liquid) ที่มีไขมันดีจากเมล็ดโกโก้อยู่แล้วโดยไม่ต้องใส่น้ำมันชนิดใดๆ เพิ่มเติม และในทุกขั้นตอนจะไม่แยกส่วนสำคัญของโกโก้ออกไปเลย ทำให้ได้ช็อกโกแลตที่มีรสชาติความเป็นผลไม้อยู่ ไม่หวานเลี่ยนเหมือนช็อกโกแลตทั่วไป และไม่มีรสชาติของส่วนประกอบอื่นๆ มากลบรสชาติจากเมล็ดโกโก้

ช็อกโกแลต, โกโก้

ช็อกโกแลต, โกโก้

เมื่อได้โกโก้ลิควิดสีน้ำตาลเหนียวหนืดแบบเข้มข้นแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการ Tempering เป็นการนำโกโก้ลิควิดมาผัดไปเรื่อยๆ บนโต๊ะหินอ่อนเพื่อดึงอุณหภูมิของโกโก้ที่ร้อนจัดให้ลดลงเหลือ 27 องศาเซลเซียส แล้วดึงขึ้นมาถึง 32 องศาเซลเซียสเพื่อให้สามารถใส่ในพิมพ์และแช่ตู้เย็นได้

 

คุณสมบัติของช็อกโกแลตเมื่อปรับอุณหูมิลงแล้วมี 3 ข้อ คือ

  1. เมื่อช็อกโกแลตเซ็ตตัวแล้วให้ลองหักดูจะได้เสียงดังป๊อก เพราะไขมันมันจับกันแน่นมาก ทำให้ตอนหักได้เสียงที่ดี ไม่เหมือนกับช็อกโกแลตทั่วไปที่มีส่วนผสมหลายอย่าง พอหักแล้วจะโค้งงอ ไม่มีเสียง (ถ้าไม่เชื่อลองกลับไปหักช็อกโกแลตที่มีอยู่ที่บ้านได้)
  2. หลังจากแกะออกจากพิมพ์ช็อกโกแลตจะมีความเงา ไม่มีรอยริ้วขาวๆ ของไขมันที่เรียกว่า Fat Bloom
  3. สามารถวางในอุณหูมิห้องได้เลยโดยที่ไม่ละลาย ถ้าเป็นดาร์กช็อกโกแลตจะทนได้ถึง 30 องศาเซลเซียส

หลังจากเทใส่พิมพ์แล้วให้เคาะไล่อากาศออก ตกแต่งหน้าตาช็อกโกแลตของตัวเองได้ตามใจชอบ แล้วแช่ตู้เย็นไว้ 20 นาทีให้ช็อกโกแลตเซ็ตตัว

ช็อกโกแลต, โกโก้

กว่าจะได้ช็อกโกแลตสักแผ่นเหมือนเรากำลังดูกระบวนการทำงานคราฟต์หรืองานศิลปะสักชิ้นอยู่ เพราะกาดโกโก้ยังใช้แรงงานคนในการทำช็อกโกแลตจนแทบจะเป็นงานแฮนเมดในทุกขั้นตอน คุณภาพที่ได้ออกมาจึงแปรผันไปตามความประณีตของคนทำด้วยเช่นกัน

 

คาบที่ 5 : วิชาทดสอบประสาทสัมผัส

ตั้งแต่รู้จักกับช็อกโกแลตมา มีช็อกโกแลตแบรนด์ไหนบ้างที่เราจำรสชาติได้ขึ้นใจ?

นอกจากรสขมอ่อนๆ หวานมากๆ หรือมีส่วนผสมคล้ายๆ กัน เช่น นม ถั่ว น้ำมัน หรือผลไม้ตระกูลเบอร์รี่แล้ว มีรสชาติไหนที่เราประทับใจเป็นพิเศษบ้าง

ถ้านึกไม่ออกถือว่าไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะช็อกโกแลตที่วางจำหน่ายทั่วไปมักจะมีส่วนผสมที่หลากหลายจนทำลายรสชาติแท้ๆ ของโกโก้ไปจนหมดสิ้น แทบไม่มีช็อกโกแลตยี่ห้อไหนที่มีกลิ่นเปรี้ยวของผลไม้จากผลโกโก้สดที่เราได้ลองดมและลองชิมไปในช่วงแรกเลย ระหว่างรอให้ช็อกโกแลตเซ็ตตัว เราจึงมาทดสอบประสาทสัมผัสด้วยการดมและการชิม เพื่อให้จำแนกได้ว่ากลิ่นและรสชาติแบบไหนคือช็อกโกแลตที่ดี

ช็อกโกแลต, โกโก้

วิธีการดมกลิ่นช็อกโกแลต เราจะมีกลิ่นของจริงและกลิ่นที่ใช้เทียบเคียงเอาไว้ให้ลองดม

กลิ่นที่ดีที่พบได้ในช็อกโกแลต ได้แก่ กลิ่นน้ำผึ้งป่า กลิ่นพืชตระกูลถั่ว เช่น เฮเซลนัท พีนัท วอลนัท กลิ่นผลไม้ เช่น ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ลูกเกด มะพร้าว และกลิ่นเหมือนดอกไม้สดหรือดอกไม้แห้ง

ส่วนกลิ่นไม่ดีที่พบได้ในช็อกโกแลต คือ กลิ่นเหมือนพลาสเตอร์ยาปิดแผล และกลิ่นยีสต์ที่เกิดขึ้นเมื่อการหมักไม่สมบูรณ์ เป็นกลิ่นเปรี้ยวเหมือนบูดเน่า สามารถแก้ปัญหาด้วยการตากและการรมควัน

ขั้นตอนต่อไปคือการลองชิมรสชาติรสชาติต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ในการทำช็อกโกแลต เรายังคงใช้ของจริงและของเทียบเคียงเหมือนเดิมเพื่อให้ได้รสชาติที่ใกล้เคียงมากที่สุด เช่น ความเปรี้ยวจาก Cream de Tatar ซึ่งเป็นผงทำเบเกอรี่มาให้ลองเทียบกับรสเปรี้ยวแบบ Fruity ที่พบได้ในผลไม้ ถ้าหากเปรี้ยวมากจนคล้ายกับน้ำส้มสายชูแสดงว่าไม่ใช่รสเปรี้ยวที่ดี ความฝาดคล้ายกับรสชาติของไวน์แดง หรือความขมของช็อกโกแลตที่เราใช้ยาขมตราใบห่อมาเทียบเคียงรสชาติ เพื่อให้รู้ว่าช็อกโกแบตที่ดีไม่ควรมีทั้งความขมและไม่ความฝาด

ขั้นตอนสุดท้ายเราจะให้ชิมรสชาติช็อกโกแลตจริงๆ ทั้งคราฟต์ช็อกโกแลตสัญชาติไทยของกาดโกโก้ และคราฟต์ช็อกโกแลตแบรนด์ดังของต่างประเทศ เพื่อเปรียบเทียบเอกลักษณ์ของแต่ละแหล่งปลูก

ช็อกโกแลต, โกโก้

ช็อกโกแลต, โกโก้

เทคนิคในการเทสต์ช็อกโกแลตไม่ใช่แค่เคี้ยวแล้วกลืนเลย แต่ต้องทิ้งไว้ให้มันละลายในอุณหูมิของร่างกายสักครู่ หรือหลับตาแล้วลองจินตนาการดูว่าช็อกโกแลตที่เข้าไปอยู่ในปากเรานั้นได้รสชาติอะไรบ้าง และก่อนจะเปลี่ยนไปชิมรสชาติอื่นให้กินแคร็กเกอร์ล้างปากเสียก่อน เพื่อให้ต่อมรับรสทำงานได้อย่างเต็มที่

หลังจากชิมเสร็จแล้ว เรามีงานเดี่ยวเป็นแบบทดสอบสั้นๆ ให้ทุกคนทำก่อนจบหลักสูตรวิชาช็อกโกแลตในวันนี้ เราจะให้กรอกคะแนนความรู้สึกที่ได้จากการชิมช็อกโกแลตแต่ละชนิด และระบุให้ได้ว่าช็อกโกแลตที่เราชิมเข้าไปมีรสชาติหรือกลิ่นอะไรบ้าง เช่น ความเปรี้ยว ความฝาด ความขม หรือมีกลิ่นของดอกไม้ กลิ่นถั่ว กลิ่นผลไม้ มากแค่ไหน

ช็อกโกแลต, โกโก้

รสชาติจากช็อกโกแลตทั้งหมด 9 ชนิดจะแตกต่างกันไปตามแหล่งที่ปลูกโกโก้ ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม ดิน น้ำ อากาศ และกรรมวิธีในการแปรรูป เช่นเดียวกันกับวิธีการทำกาแฟ Specialty ที่ต้องอาศัยความพิถีพิถันในทุกขั้นตอน จึงมักจะผลิตในปริมาณน้อยหรือเป็นอุตสาหกรรมขนาดเล็กเท่านั้น จึงไม่แปลกใจเลยที่จำนวนแบรนด์คราฟต์ช็อกโกแลตที่มีอยู่ในตลาดจะมีปริมาณน้อยมากเมื่อเทียบกับช็อกโกแลตทั่วไป แต่เราเชื่อว่าถ้าผู้บริโภคหันมาสนใจโกโก้ไทยกันมากขึ้น วันหนึ่งเกษตรกรและผู้ผลิตโกโก้ไทยก็จะเพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน

 

คาบที่ 6 : วิชาออกแบบบรรจุภัณฑ์

คาบสุดท้ายของวันนี้คือการเอาช็อกโกแลตวาเลนไทน์ที่ตกแต่งด้วยความตั้งใจมาบรรจงลงใส่ห่อ เรียกได้ว่าประณีตตั้งแต่ขั้นตอนแกะเปลือกไปจนถึงลงกล่องเลยทีเดียว

ช็อกโกแลต, โกโก้ ช็อกโกแลต, โกโก้

นอกจากกาดโกโก้จะเป็นแบรนด์ช็อกโกแลตที่ใช้โกโก้ที่ปลูกในประเทศไทยเท่านั้น ความเป็นไทยในสายเลือดของกาดโกโก้ยังแฝงอยู่ในทุกอณูของแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นห้องเวิร์กช็อปที่ใช้ไม้เก่าจากยุ้งฉางจากชาวบ้านทางภาคเหนือ ไปจนถึงลวดลายบนแพ็กเกจที่ดึงเอาเอกลักษณ์ความเป็นไทยอย่างลายผ้าทอและลายผ้าถุงมาใช้บนโลโก้และกระดาษห่อช็อกโกแลตอีกด้วย ภาพที่ปรากฏอยู่บนกล่องยังมาจากภูมิประเทศของแหล่งที่ปลูกโกโก้ทั้งสี่จังหวัด เช่น ชุมพรเป็นรูปหน้าผา เชียงใหม่เป็นรูปภูเขา จันทบุรีเป็นรูปน้ำตกพลิ้ว ส่วนประจวบคีรีขันธ์เป็นรูปภูเขาและทะเล

เรียกได้ว่าคราฟต์ทั้งไอเดียและคราฟต์ทั้งคุณภาพมาแล้วทุกขั้นตอน ถ้าเอาช็อกโกแลตจากที่นี่ไปมอบให้ใครในวันวาเลนไทน์รับรองว่าต้องหัวใจพองโตทุกคน

ครั้งหน้าเราจะไปเปิดประสบการณ์ใหม่เรื่องอะไร ติดตามกิจกรรมเวิร์คช็อปจาก The Cloud Studio และ KBank Live ได้ที่ เว็บไซต์ readthecloud.co และ Instagram @kbanklive

ช็อกโกแลต, โกโก้

 

 

Writer

ธนาวดี แทนเพชร

ครีเอทีฟประจำ The Cloud ชอบใช้หลายทักษะในเวลาเดียวกัน จึงพ่วงตำแหน่งนักเขียนมาด้วยเป็นบางครั้ง ออกกองตามฤดูกาล จัดทริปและเดินทางเป็นงานอดิเรก

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load