เคยสงสัยไหมว่า ถ้าพื้น ผนัง หรือหลังคา ในห้องที่เราใช้อาศัย ไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่มันเป็น หรือไม่ได้เป็นห้องสี่เหลี่ยมและประกอบด้วยเฟอร์นิเจอร์แบบที่เราเข้าใจกัน ห้องแบบนั้นจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร

วรปรัชญ์ ศุภเมธีวรกุล นักออกแบบภายใน ก็เป็นหนึ่งในคนที่สงสัยเช่นนั้น แต่ที่สำคัญคือ เขาได้คลี่คลายข้อสงสัยของเขาสู่งานออกแบบกึ่งศิลปะภาพ 3 มิติ ที่ได้พาให้เขาเปลี่ยนจากอาชีพอินทีเรียดีไซเนอร์ สู่การเป็นศิลปินภาพ 3 มิติหรือ 3D Artist เต็มตัว

WORA_WORK อินทีเรียดีไซเนอร์ผู้แหวกขนบงานออกแบบภายในด้วยภาพ 3 มิติและแอนิเมชัน

ด้วยรู้สึกว่าข้อจำกัดของการทำงานอินทีเรียมีค่อนข้างเยอะ ทั้งความต้องการของลูกค้า งบประมาณ หรือเรื่องอื่นใดที่ทำงานดีไซน์ออกมาอย่างต้องการไม่ได้ ทำให้เขาอึดอัด และผลักให้เขาได้คิด ทดลองทำอะไรใหม่ๆ มากกว่าที่ทำอยู่ โดยบรรดาผลงานที่เป็นจุดตั้งต้นของเขา ถูกแสดงในโซเชียมีเดียในนาม WORA_WORK

ระยะเวลาร่วม 3 ปีของการฝึกฝนฝีมือการออกแบบและการทำภาพ 3 มิติ ได้เปิดโลกการทำงานออกแบบในมิติใหม่ให้กับวรปรัชญ์อย่างกว้างไกล นอกจากการออกแบบภายในอย่างที่เขาไม่เคยคิดมาก่อน

WORA_WORK อินทีเรียดีไซเนอร์ผู้แหวกขนบงานออกแบบภายในด้วยภาพ 3 มิติและแอนิเมชัน

‘ห้อง’ ทดลอง

ผลงาน WORA_WORK ชุดแรกของวรปรัชญ์ เผยแพร่ทางอินสตาแกรมเมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2563 เป็นภาพ 3 มิติผสมแอนิเมชัน ด้วยแนวคิดการสร้างโลกสมมติของงานออกแบบภายใน ผสมผสานกับดีไซน์ของเครื่องเล่นเกมที่นิยมในท้องตลาดอย่างเครื่อง Nintendo Switch เครื่อง Play Station และ Xbox

WORA_WORK อินทีเรียดีไซเนอร์ผู้แหวกขนบงานออกแบบภายในด้วยภาพ 3 มิติและแอนิเมชัน

หากแต่ผลงานชุดนี้ก็ไม่ใช่ผลงานชุดแรกสุดในการทดลองแหวกขนบของเขาเสียทีเดียว ย้อนกลับไปเมื่อราวเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2562 ขณะที่วรปรัชญ์ยังทำงานประจำในฐานะอินทีเรียดีไซเนอร์ เขาและเพื่อนอีก 3 คน (เกษศิริ นิติพิสานนท์, ศุภณัฐ เหม่งเวหา, ภทรกร เกตุสมบูรณ์) จากคณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้ร่วมกันสร้างผลงานออกแบบห้องนอนในจินตนาการออกมาเป็นชุดภาพ 3 มิติกึ่งงานออกแบบภายในออกมาหลายต่อหลายชุด ในชื่อ what_the_bed

WORA_WORK อินทีเรียดีไซเนอร์ผู้แหวกขนบงานออกแบบภายในด้วยภาพ 3 มิติและแอนิเมชัน

“มันเกิดจากที่เราไปทำงานออฟฟิศแล้วไม่ค่อยได้ดีไซน์อะไรแปลกใหม่ ก็เลยอยากระบายสิ่งที่อยากดีไซน์ออกมาในงานที่เราทำเอง เหมือนเวลาเราอยากพักผ่อนแล้วไปเล่นเกม เลยลองทำมันขึ้นมาดูว่าโอเคไหม” เจ้าของเพจเล่าย้อนถึงจุดเริ่มต้น 

วรปรัชญ์เล่าต่อว่า เขาแบ่งเวลาที่เหลือหลังทำงานประจำในแต่ละวันซึ่งมีไม่มาก มาทำงานออกแบบที่ตัวเองชอบคล้ายเป็นงานอดิเรก โดยใช้โปรแกรมแจกฟรีแบบ Open Source อย่าง Blender เป็นเครื่องมือในการสร้างสรรค์ผลงานที่ต่อยอดความสนใจจากการทำงานออกแบบภายใน สู่การเรียนรู้การปั้นโมเดล 3 มิติในขั้นสูงขึ้นไป จนถึงการทำภาพเคลื่อนไหว ซึ่งน่าสนใจอย่างยิ่งเมื่อนำมาใช้ผสมกับแนวคิดในเชิงอินทีเรียดีไซน์

WORA_WORK อินทีเรียดีไซเนอร์ผู้แหวกขนบงานออกแบบภายในด้วยภาพ 3 มิติและแอนิเมชัน

“เราเป็นคนชอบมองอะไรไปเรื่อยแล้วจินตนาการ ว่าถ้าเกิดสิ่งนี้ขึ้น มันจะเป็นยังไงต่อ ถ้าพูดถึงเก้าอี้ ก็จะรู้สึกว่าทำไมเก้าอี้มันเป็นต้องอย่างนี้ ทำไมมันไม่เป็นอย่างอื่น หรือจริงๆ ถ้ามันเป็นอีกแบบหนึ่งก็อาจจะโอเคหรือเปล่า เพราะฉะนั้น เราว่าการทำงานภาพสามมิติ ทำให้จินตนาการของเราเกิดออกมาเป็นภาพได้

“เราว่าแอนิเมชันมันเข้าถึงความรู้สึกของคนดูได้มากกว่า ใส่เสียง ใส่จังหวะของการเคลื่อนไหว ซึ่งทำให้สื่อสารงานดีไซน์ของเราออกมาได้มากกว่าการเป็นภาพนิ่ง หรือวิธีปกติที่อินทีเรียดีไซเนอร์ใช้ ” นักทดลองเล่าสิ่งที่เขาคิด ก่อนลงมือทำให้เกิดขึ้นจริง โดยศึกษาเองจากยูทูบ

WORA_WORK อินทีเรียดีไซเนอร์ผู้แหวกขนบงานออกแบบภายในด้วยภาพ 3 มิติและแอนิเมชัน

‘ห้อง’ แสดงงาน

ตั้งแต่บรรดายอดมนุษย์ Marvel ไปจนถึงเจ้าหญิง Disney เอกลักษณ์ตัวละครทั้งหลายเหล่านี้ วรปรัญช์นำมาผสมกับแนวคิดการออกแบบภายใน และสร้างสรรค์เป็นชุดผลงานภาพห้องนอนแบบ Isometric (ภาพ 3 มิติที่มีมุมเอียง 30 องศาเท่ากันทั้ง 2 ด้าน และขนาดความยาวของภาพทุกด้านจะมีขนาดเท่างานจริง) ในเพจ what_the_bed จนเมื่อเดินทางมาถึงจุดหนึ่ง เขาตัดสินใจเปิดพื้นที่ของตัวเองในนาม WORA_WORK เพื่อเผยแพร่งานภาพ 3 มิติที่หลากหลายขึ้น และปรับเปลี่ยนตามแนวทางที่เขาชอบมากขึ้น

WORA_WORK อินทีเรียดีไซเนอร์ผู้แหวกขนบงานออกแบบภายในด้วยภาพ 3 มิติและแอนิเมชัน

อย่างไรก็ตาม จุดร่วมของพื้นที่ทั้งสองนั้นอยู่ที่การออกแบบอินทีเรียดีไซน์ซึ่งดูสนุก อยากให้ทุกคนเข้าถึงได้ โดยหยิบเอาเรื่องราวในวัฒนธรรมป๊อปหรือเรื่องราวรอบตัว มาเล่าผ่านศิลปะกึ่งงานออกแบบภายใน และในขณะเดียวกันก็เปิดพื้นที่จินตนาการให้กว้างออกไปจากการออกแบบภายในทั่วไป 

“เราว่าจริงๆ แล้วอินทีเรียเป็นอย่างอื่นที่มันดูง่ายขึ้นได้ และรู้สึกว่ามันเป็นงานเชิงกราฟิก หรือเป็นงานที่ทำให้คนเห็นไอเดียอะไรใหม่ๆ กับอินทีเรียมากขึ้น นอกจากอินทีเรียแบบโมเดิร์น แบบอินดัสเทรียล หรือชื่อเรียกสไตล์ต่างๆ”

งานตั้งแต่ what_the_bed จนถึง WORA_WORK ของวรปรัชญ์ จึงมีสีสัน มีชีวิตชีวา แบบที่คงไม่ได้เห็นบ่อยๆ ในโลกรอบตัว มากไปกว่านั้น คือองค์ประกอบของพื้น ผนัง หลังคา รวมถึงเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ที่เขานำมาตีความใหม่ โดยจับมายืดขยาย เชื่อมต่อ ซ้อนชั้น หรือจัดวางในตำแหน่งที่ไม่อาจเกิดขึ้นได้ในความเป็นจริงหากเราอาศัยอยู่ มากกว่าการสร้างความประหลาดใจ พื้นที่ที่วรปรัชญ์ดีไซน์ขึ้นนั้นชวนให้ผู้ชมใคร่ครวญถึงสิ่งที่เราคิดว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดา อาจมีความเป็นไปได้ใหม่ๆ ซ่อนอยู่

“ปกติงานอินทีเรียจะออกแบบให้อยู่ได้จริง ใช้ได้จริง มีแปลน มีการเขียนแบบเกิดขึ้น ทุกอย่างมันจึงค่อนข้างตายตัว พื้นมีอยู่ไม่กี่แบบ หรือว่าดีไซน์ต่างๆ มีสไตล์ชัด ตามยุค ตามคนชอบ เราเลยออกแบบอะไรที่หลุดกรอบมากไปไม่ได้ เพจนี้เลยทำให้เราได้สำรวจทักษะกับการเรียนรู้อะไรหลายๆ อย่าง เช่น ต้องทำแอนิเมชันอย่างไรถึงจะสวย

“มันรู้สึกดีมาก เหมือนได้ตั้งเป้าหมายอันหนึ่ง เราบอกว่า เออ เดี๋ยวคราวนี้เราจะลองทำแอนิเมชันดู แล้วก็ไปพยายามหาตามยูทูบว่าต้องศึกษามันยังไง หรือใช้เครื่องมือยังไงบ้าง” เขาอธิบายก่อนเสริมว่า การได้เรียนรู้ ได้ทักษะอะไรใหม่ๆ เป็นอีกเป้าหมายในการทำเพจนี้

WORA_WORK อินทีเรียดีไซเนอร์ผู้แหวกขนบงานออกแบบภายในด้วยภาพ 3 มิติและแอนิเมชัน

ออกนอก ‘ห้อง’

เมื่องานอดิเรกถูกทำอย่างต่อเนื่อง โซเชียลมีเดียของ WORA_WORK จึงนำมาซึ่งการทำงานภาพ 3 มิติที่จริงจังขึ้นเรื่อยๆ

วรปรัชญ์เล่าว่า ระหว่างที่สร้างสรรค์งานตามใจชอบลงเพจอยู่หลายเดือน เขาก็ตัดสินใจออกมาประกอบอาชีพอิสระเพื่อทำงานออกแบบภาพ 3 มิติอย่างจริงจังขึ้น และเมื่อเริ่มมีผู้เห็นผลงานมากขึ้น เขาก็เริ่มได้รับงานผลิตภาพ 3 มิติที่ส่วนใหญ่ผู้ว่าจ้างเป็นชาวต่างชาติ จนในปัจจุบันนี้กำลังสนุกกับการได้ทำสิ่งที่ชอบหลากหลายรูปแบบ ในฐานะศิลปินภาพ 3 มิติ

ทุกวันนี้งานสำคัญๆ ที่เขาได้รับส่วนใหญ่มีจุดเริ่มต้นมาจากการเผยแพร่งานในโซเชียลมีเดีย ซึ่งในฐานะนักออกแบบภาพ 3 มิติ เขาเคยได้รับโจทย์ทั้งการปั้นโมเดลสินค้าสำหรับงานโฆษณา สร้างภาพ 3 มิติเพื่อส่งไปใช้ร่วมกับงานกราฟิกดีไซน์ ทำแอนิเมชันขนาดสั้น ทำภาพเคลื่อนไหวสำหรับนำไปใช้ร่วมกับงานคอนเสิร์ต รวมถึงงานที่ได้ใช้ทักษะนักออกแบบภายใน อย่างการออกแบบห้องในจินตนาการของศิลปินให้กับแฟนคลับผู้ชื่นชอบ

โดยงานสำคัญที่เขาเล่าว่าเพิ่งได้โอกาสเมื่อไม่นานมานี้ คือการร่วมงานกับทีมพัฒนาเกม Earthshine มีผลงานเกมแนวสร้างอาณาจักรที่เป็นที่รู้จักอย่าง Kingdoms Reborn ซึ่งวรปรัชญ์เล่าว่า เขาได้ใช้ทักษะด้านการออกแบบสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งแตกต่างจากตอนทำอินทีเรียดีไซน์อย่างสิ้นเชิง

WORA_WORK อินทีเรียดีไซเนอร์ผู้แหวกขนบงานออกแบบภายในด้วยภาพ 3 มิติและแอนิเมชัน

“เราต้องมาเริ่มศึกษาใหม่ว่าบ้านแต่ละยุคมันเป็นยังไง เพราะในตัวเกมมีตั้งแต่ยุคก่อบ้านด้วยฟาง ซึ่งเป็นงานที่อินทีเรียทั่วไปไม่เคยทำแน่ๆ รวมถึงลักษณะของสัดส่วนที่ไม่ต้องเป๊ะ แต่ต้องคิดถึงเรื่องการรับรู้ทางภาพมากขึ้น คนเห็นแล้วต้องรู้เลยว่า ตึกนี้มีฟังก์ชันอะไร เป็นยุคไหน”

สำหรับวรปรัชญ์ การได้เรียนรู้สิ่งใหม่อยู่เสมอดูจะเป็นสิ่งที่ท้าทายที่สุดสำหรับเขา เพราะนอกจากการดูแลพื้นที่ WORA_WORK และการทำงานภาพ 3 มิติที่ตอนนี้กลายเป็นงานหลัก เขาก็เพิ่งได้รับทุนรัฐบาลญี่ปุ่น (Monbukagakusho : MEXT) ไปศึกษาต่อระดับปริญญาโทด้าน Industrial Design ที่มหาวิทยาลัยอิวาเตะ ประเทศญี่ปุ่น

“เราอยากไปลองอะไรที่แปลกไป เพราะดีไซน์ในแต่ละสาขามีแนวความคิดแตกต่างกันในเชิงลึก เผลอๆ เราอาจนำเอามาต่อยอดในงานสามมิติได้ด้วย” เขาทิ้งท้าย

ไม่แน่ว่า ต่อจากนี้เราอาจได้เห็นงานออกแบบอุตสาหกรรมที่เจ๋งมากๆ จากเขาก็เป็นได้

WORA_WORK อินทีเรียดีไซเนอร์ผู้แหวกขนบงานออกแบบภายในด้วยภาพ 3 มิติและแอนิเมชัน

ขอบคุณสถานที่ : Flo Furniture Sukhumvit 36

Writer

กรกฎ หลอดคำ

เขียนเรื่องบ้านและงานออกแบบเป็นงานประจำ สนใจเรื่องราวทางสังคมและวัฒนธรรมในงานสถาปัตยกรรมเป็นพิเศษ

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

Page Maker

คุยกับเหล่านักทำเพจน่าสนใจในโลกออนไลน์

ต้นปีที่ผ่านมา เราเจอเพจรวมภาพเก่าเพจหนึ่งกำลังเป็นที่พูดถึงและถูกแชร์ต่อจำนวนมากบนเฟซบุ๊ก เพราะเรื่องราวความน่ารักจำนวนมากที่บรรจุอยู่ภายในเพจ ชื่อของเพจนั้นก็คือ ‘เชียงใหม่ที่คุณไม่เคยเห็น

เชียงใหม่ที่คุณไม่เคยเห็น เป็นแฟนเพจเฟซบุ๊กรวบรวมและคัดภาพถ่ายในอดีตมานำเสนอบนเพจทุกวันตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ก่อตั้ง กระทั่งต้นปีที่ผ่านมา ภาพถ่ายเก่าๆ ภาพหนึ่งที่แอดมินโพสต์ลงเพจ กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เพจนี้มีความพิเศษและแตกต่างจากเพจรวมภาพเก่าอื่นๆ อย่างไม่เคยเห็นมาก่อน

ภาพที่แอดมินโพสต์ในวันนั้น คือ ภาพการเล่นน้ำสงกรานต์ของหนุ่มสาวจังหวัดเชียงใหม่ในอดีต นอกจากบรรยากาศสงกรานต์ในอดีตที่น่ารัก บวกกับความหน้าตาดีของหนุ่มสาวภายในภาพ ซึ่งทำให้ผู้คนเข้ามาแสดงความชื่นชอบกันจำนวนมาก ความพิเศษมากไปกว่านั้นคือ จู่ๆ ลูกๆ ของทั้งฝ่ายชายหนุ่มและหญิงสาวภายในภาพต่างก็นำภาพของพ่อและแม่พวกเขาในปัจจุบันมานำเสนอให้คนในเพจได้เห็น และบังเอิญไปกว่านั้น ลูกของทั้งสองฝ่ายยังเป็นคนรู้จักกัน และเรียนอยู่คณะเดียวกันด้วย ราวกับภาพความสัมพันธ์ที่ถูกบันทึกไว้ในอดีตส่งต่อมาถึงรุ่นลูกของพวกเขา

เชียงใหม่ที่คุณไม่เคยเห็น เพจรวมภาพเก่าที่ลูกหลานคนในภาพช่วยกันเชื่อมอดีตกับปัจจุบัน

ภาพถ่ายในอดีตของเพจเชียงใหม่ที่คุณไม่เคยเห็นจึงพิเศษและมีสีสันขึ้นมา ไม่เพียงเพราะคุณค่าทางประวัติศาสตร์ แต่ยังรวมถึงเรื่องราวในภาพที่ถูกถ่ายทอดเพิ่มเติมจากรุ่นลูก รุ่นหลาน ช่วยร้อยเรียงความทรงจำในอดีตของครอบครัวพวกเขามาผูกโยงกับปัจจุบัน หลังจากนั้นก็กลายเป็นธรรมเนียมไปแล้วว่า ทุกภาพที่เพจโพสต์ ทุกคนจะตั้งตารอดูลูกหลานของบุคคลภายในภาพมาโพสต์ภาพปัจจุบันของครอบครัว รอฟังเรื่องราวที่เกิดขึ้นภายในภาพ 

รวมถึงเหตุการณ์ปัจจุบันที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น ราวกับว่าเราได้เห็นตอนจบบริบูรณ์ของภาพถ่ายใบต่างๆ และทำให้ภาพถ่ายในอดีตของเพจเชียงใหม่ที่คุณไม่เคยเห็น มีชีวิตชีวาแตกต่างจากเพจอื่น กลายเป็นความทรงจำร่วมกันภายใต้บรรยากาศน่ารักๆ และอบอุ่น จนเป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้คนเข้ามากดติดตามเพจนี้กว่า 2.5 แสนคน

เชียงใหม่ที่คุณไม่เคยเห็น เพจรวมภาพเก่าที่ลูกหลานคนในภาพช่วยกันเชื่อมอดีตกับปัจจุบัน
เชียงใหม่ที่คุณไม่เคยเห็น เพจรวมภาพเก่าที่ลูกหลานคนในภาพช่วยกันเชื่อมอดีตกับปัจจุบัน

5 ปีที่แล้วตอนที่ เบิร์ด-มนตรี ปัญญาฟู ตัดสินใจก่อตั้งเพจเชียงใหม่ที่คุณไม่เคยเห็น เขาเองก็ไม่อาจคาดเดาว่าภาพเก่าที่เขาชื่นชอบและคัดมานำเสนอลงเพจ จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นทำให้ผู้ติดตามไม่ได้เห็นแค่ภาพในอดีต แต่ยังได้รับรู้เรื่องราวหลายมิติภายในภาพ จากคำบอกเล่าของลูกหลานและผู้คนในภาพที่เขานำเสนอ ที่สำคัญ ความทรงจำที่มีร่วมกันในอดีตก็ยังร้อยผู้คนเข้าไว้ด้วยกัน จนเกิดเป็นมิตรภาพจำนวนมากข้างหลังภาพ

วันนี้เราชวนเบิร์ดมาพูดคุยกันถึงที่มาที่ไปของเพจ รวมถึงเรื่องราวน่ารักที่เกิดขึ้นจากภาพถ่ายใบเก่า

เชียงใหม่ที่คุณไม่เคยเห็น เพจรวมภาพเก่าที่ลูกหลานคนในภาพช่วยกันเชื่อมอดีตกับปัจจุบัน

เบิร์ดเริ่มต้นนำเสนอภาพถ่ายเก่าที่เขาชื่นชอบและสะสมไว้ลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัวตั้งแต่ 10 ปีที่แล้ว และมีผู้ที่ชื่นชอบภาพเก่าเช่นเดียวกับเขาติดตามจำนวนมาก กระทั่ง 5 ปีที่แล้ว เพื่อไม่ให้เนื้อหาส่วนตัวปะปนกับการลงภาพ เบิร์ดเลยตัดสินใจย้ายคลังภาพเก่าไปนำเสนอบนเพจ เชียงใหม่ที่คุณไม่เคยเห็น ที่เขาก่อตั้งขึ้น ถึงแม้ว่าจะใช้ชื่อเพจที่เกี่ยวข้องกับเชียงใหม่ แต่เนื้อหาภายในภาพถ่ายก็มีเรื่องราวของจังหวัดอื่นๆ ตลอดจนเรื่องราวต่างประเทศด้วยเช่นกัน

“ผมเริ่มต้นชื่นชอบภาพเก่าโดยมีต้นแบบมาจากคุณแม่ เขาเก็บภาพครอบครัวแทบทุกเหตุการณ์ไว้เต็มตู้ แล้วก็ชอบเปิดอัลบั้มภาพเหล่านั้นและเล่าเรื่องในภาพไปด้วย ทำให้ผมเห็นว่าภาพทุกภาพล้วนมีเรื่องราวและมีค่า

“มีครั้งหนึ่งคุณแม่เคยเล่าเรื่องของคุณตาผมให้ฟัง ซึ่งผมเกิดมาไม่ทันได้เห็นท่าน แต่แม่ก็จะเอารูปของท่านมาเล่าให้ฟังว่า ตาเคยทำอะไรมาบ้าง เขาเคยเป็นผู้ใหญ่บ้านนะ เคยช่วยทำถนนให้คนในหมู่บ้านนะ นี่คือเสน่ห์ของภาพถ่ายเก่า บุคคลในภาพเขาไม่มีชีวิตอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ถูกบันทึกไว้ในภาพถ่าย คือสายตาของคนในภาพที่มองออกมา 

“แววตานั้นมองออกมาหาเรา ภาพมันสื่อความรู้สึกออกมาได้ มันมีความอบอุ่น ทำให้ผมรู้สึกว่าเขายังมีชีวิตอยู่และเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเรา ถ้าไม่มีภาพถ่าย ผมจะไม่มีทางรู้สึกแบบนี้เลย เพราะไม่มีภาพความทรงจำของเขาให้เห็น ใครจะรู้ว่าภาพภาพเดียว ทำให้ความทรงจำของคนชัดเจนขึ้นมา นี่เลยเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผมหลงใหลภาพเก่าตั้งแต่นั้นมา เวลาผมไปเที่ยวบ้านใคร ผมจะชอบขอเขาดูภาพในอัลบั้มครอบครัว ผมจะเห็นเรื่องราวในนั้น ทำให้รู้จักเขาในแง่มุมต่างๆ มากขึ้น ภาพเก่าเหล่านี้มันเลยมีเสน่ห์” เบิร์ดเล่าความหลงใหลใน ‘ภาพเก่า’

เชียงใหม่ที่คุณไม่เคยเห็น เพจรวมภาพเก่าที่ลูกหลานคนในภาพช่วยกันเชื่อมอดีตกับปัจจุบัน
เพจรวมภาพเก่าที่ลูกหลานคนในภาพช่วยกันเชื่อมอดีตกับปัจจุบัน

ด้วยความหลงใหลเรื่องราวของผู้คนในภาพเก่า เขาซื้อหนังสือรวมภาพเก่ามาสะสมจนเต็มตู้ นอกจากนั้น ยังเข้าร่วมกลุ่มคนรักภาพเก่าอีกจำนวนมาก ทำให้เบิร์ดมีโอกาสแลกเปลี่ยนข้อมูลภาพเก่ากับผู้ที่ชื่นชอบเหมือนกัน

การปลูกฝังของแม่ยังทำให้เบิร์ดเป็นคนที่เห็นคุณค่าของผู้คนภายในภาพทุกภาพ ต่อให้คนนั้นเป็นเพียงส่วนประกอบเล็กๆ ไม่ได้โดดเด่นอะไรจากภาพนั้น เขาก็จะค่อยๆ ตั้งใจมองทุกคนที่ปรากฏบนภาพอย่างละเอียด และหลายภาพที่เขานำเสนอลงเพจก็มีการครอปแง่มุมที่น่าสนใจของบุคคลเล็กๆ ซึ่งหลายคนไม่ทันได้สังเกตในภาพด้วย

“เราเป็นคนชอบสังเกตรายละเอียดเล็กๆ จากภาพใหญ่ เพราะในรายละเอียดเล็กๆ นั้นซ่อนอดีตที่เราไม่เคยเห็นมาก่อนไว้ มันถูกวางไว้นิ่งๆ ในภาพถ่ายนั้น และดึงดูดความสนใจของเราเข้าไป หลายครั้งเราจึงตั้งใจครอปและซูมเข้าไปที่ส่วนประกอบเล็กๆ นั้น ทำให้มันเด่นขึ้นมา เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ภาพของเพจไม่เหมือนใคร”

เพจรวมภาพเก่าที่ลูกหลานคนในภาพช่วยกันเชื่อมอดีตกับปัจจุบัน

“อย่างภาพคนขายอ้อยควั่น เดิมเป็นส่วนประกอบเล็กๆ จากภาพใหญ่ ซึ่งภาพนี้ผมเคยเห็นหลายครั้ง แต่คราวนี้กลับพบรายละเอียดที่ไม่ทันเห็นมาก่อน ผมเห็นว่ามีคนกำลังแบกอะไรอยู่ ดูน่าสนใจจัง ก็ตัดสินใจโพสต์ลงเพจไปก่อน เพราะเชื่อว่าเดี๋ยวก็มีสักคนในเพจที่รู้ แล้วก็มีคนมาคอมเมนต์จริงๆ เขาคือคนที่ยังทันได้เห็นสิ่งนี้ บางคนก็คิดถึง ไม่ได้เห็นมานานแล้ว แต่ละคนจะมาเล่าอดีตและประสบการณ์ของเขา เช่น เวลานั่งรถไฟจะมีคนมาแบกขายนะ เขาจะมัดเป็นรูปทรงกลมๆ แบบนี้แหละ พอเราตั้งใจโฟกัสที่ส่วนเล็กๆ มันก็ทำให้ภาพนี้มีอีกหนึ่งเรื่องราวขึ้นมาได้ 

“ผมเชื่อว่าคนหลายคนมีความทรงจำในอดีตเยอะมาก แต่เขาไม่รู้จะเริ่มต้นเล่าจากอะไร ภาพถ่ายจึงเป็นตัวกลาง และเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยทำให้เขานึกถึงความทรงจำบางอย่างได้ชัดเจนขึ้น และมาเล่าแลกเปลี่ยนกันในเพจ”

ความสนใจสังเกตรายละเอียดเล็กๆ นี่เองที่กลายเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของเพจเชียงใหม่ที่คุณไม่เคยเห็น

“บางคนชอบภาพเก่า เพราะเขาชอบภาพเจ้า ภาพพระ ภาพบุคคลสำคัญ แต่ผมชอบไปหมดเลย ผมชอบชีวิตเล็กๆ ที่เป็นองค์ประกอบในภาพใหญ่ หรือหลายคนอาจเรียกว่าตัวประกอบ อย่างรูปผู้หญิงกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีใบหน้าสวยกำลังอุ้มลูกอยู่บนดอยปุย ภาพนี้ก็เกิดจากการครอปจากภาพใหญ่มาโฟกัสที่เขาคนเดียว

“ผมรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้สวยมาก ปีที่ถ่ายผมยังไม่เกิดเลย แต่ความสวยของเธอยังร่วมสมัยถึงวันนี้ ผมเลยลงภาพแล้วเขียนว่า เธอสวยเกินยุคสมัยของเธอจริงๆ คนที่เข้ามาดูต่างก็ฮือฮากับความสวยของเธอ ภาพบางภาพเหมือนกับว่าคนในภาพนั้นคือคนในยุคปัจจุบัน อยู่ดีๆ ก็ไปยืนรวมกับคนอื่นๆ ในภาพที่ดูหน้าตาโบราณ แต่มีคนหนึ่งโผล่มาหน้าตาทันสมัย ราวกับนั่งไทม์แมชชีนย้อนกลับไป นี่ก็เป็นอีกรายละเอียดในภาพเก่าที่ผมชอบนำเสนอบนเพจ”

เพจรวมภาพเก่าที่ลูกหลานคนในภาพช่วยกันเชื่อมอดีตกับปัจจุบัน

ภาพเก่าต่างๆ ที่เบิร์ดเลือกมาโพสต์ลงหน้าเพจทุกวัน นอกจากจะทำให้เขาได้ความรู้และมิตรภาพจากผู้คนที่เข้ามาคอมเมนต์ ครั้งหนึ่งเขายังได้รับมิตรภาพจากคนที่อยู่ภายในภาพเก่าด้วยเช่นกัน

“มีครั้งหนึ่งผมลงรูปเกี่ยวกับเมืองลาว ทั้งที่เป็นประเทศข้างๆ กับเรา เป็นเหมือนประเทศพี่น้อง แต่เราแทบไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับลาวเลย จนผมมีโอกาสไปเห็นรูปราชวงศ์ลาวที่งดงามมากๆ จึงไปศึกษาเรื่องราวเพิ่มเติม และตัดสินใจนำเสนอเรื่องนี้เป็นอัลบั้ม ‘เจ้าชีวิตคนสุดท้าย’ พอลงปุ๊บก็มีคนลาวมาดูเยอะมาก ตอนที่ผมมีโอกาสไปเที่ยวหลวงพระบาง พอคนลาวที่ติดตามโพสต์ของผมรู้เข้า เขาก็ติดต่อมา อาสาพาไปเที่ยวตามจุดที่น่าสนใจในประเทศ

“ภาพเก่าทำให้ผมเจอมิตรภาพหลายอย่างมาก ตอนลงภาพเกี่ยวกับราชวงศ์ลาว หม่อมสุพรรณมาลี (หม่อมสุพรรณาลี รังศรี ผาสุข) มาเห็นภาพที่ผมโพสต์ แล้วแอดเฟรนด์มาพูดคุย เขาดีใจมากที่เห็นคนนำเสนอเรื่องราวในอดีตของครอบครัวเขา และยินดีที่จะให้ภาพชีวิตเก่าๆ ของเขามาให้เผยแพร่ ทุกวันนี้ยังพูดคุยกันอยู่ ผมจะเรียกเขาว่าหม่อมยาย เขาเคยมาเที่ยวที่บ้านผมด้วย ทุกวันนี้เขาอายุแปดสิบแล้ว แต่ทันสมัยมาก มีเฟซบุ๊กและอยู่ในกลุ่มภาพเก่าของลาวด้วยครับ”

เพจรวมภาพเก่าที่ลูกหลานคนในภาพช่วยกันเชื่อมอดีตกับปัจจุบัน

ภาพ : หม่อมสุพรรณาลี รังศรี ผาสุข เต้นรำกับสามี ท่านขุนพิทักษ์ เจ้าสีหาราช รังศี ดำรงตำแหน่งคณะองคมนตรีประสม การเมือง ในงานบอลที่นายกฯ ลาวสุวรรณภูมา 1972 จัดที่เวียงจันทน์ ประเทศลาว

นอกจาการค้นหาภาพเก่ามานำเสนอ เบิร์ดยังคิดหาวิธีที่จะหล่อเลี้ยงเพจ เพื่อจะได้ทำต่อไปเรื่อยๆ โดยการรับปรับภาพขาวดำให้เป็นสี และปรับความคมชัดของภาพ ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดเด่นของภาพบนเพจ มีแฟนเพจจำนวนมากอยากสนับสนุน ส่งภาพมาให้เขาช่วยปรับ หลายครั้งเขาก็มีโอกาสเห็นภาพเก่าน่าสนใจที่ไม่เคยเผยแพร่ที่ไหนมาก่อน

“ผมเพิ่งเปิดรับทำภาพไม่กี่เดือน แต่ทำไปแล้วหลายร้อยภาพ ส่วนใหญ่เป็นคนที่เขาผูกพันกับเพจ เขาก็จะส่งรูปมาทีเป็นสิบรูปเลย เหมือนกับว่าได้ช่วยเหลือเพจและได้ความทรงจำที่แจ่มชัดขึ้น มีสีสันขึ้นกลับไปด้วย หลายภาพเป็นภาพโบราณที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ทุกครั้งถ้าเป็นไปได้ผมจะขอข้อมูลจากเขาและนำไปโพสต์บนเพจ บางภาพเป็นภาพของเจ้าที่เคยปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ ซึ่งเก็บไว้ในบ้านของลูกหลาน ไม่เคยเผยแพร่มาก่อน

“บางภาพถึงขั้นเป็นประวัติศาสตร์ของอำเภอได้เลย ผมจะขออนุญาตโพสต์และใส่แฮชแท็กของอำเภอนั้นเข้าไป พอกลุ่มคนในอำเภอนั้นมาเห็นก็จะตื่นเต้น ว่าอำเภอของเขามีประวัติศาสตร์นะ บางครั้งมีตำรวจส่งภาพมา เป็นภาพผู้ร้ายที่ถ่ายได้จากกล้องวงจรปิด ขอให้ผมช่วยทำให้ชัดขึ้น แต่ผมปฏิเสธไป เพราะว่าทำไม่ได้ ภาพนั้นมองไม่เห็นดวงตา เพราะสำหรับผม ดวงตาคือสิ่งที่พิเศษที่สุดของภาพ ถ้าผมไปจินตนาการแทน อย่างไรมันก็ไม่เหมือน

“และหลายงานที่ผมรับมา มักจะมาในลักษณะนี้ คือเป็นรูปขาวดำที่ให้ผมช่วยทำสี หรือเป็นรูปที่เบลอ มีรอยชำรุด ให้ผมช่วยซ่อมแซม มีอยู่ครั้งหนึ่งผมขอเวลาเขาทำหนึ่งสัปดาห์ แต่เขาบอกว่าไม่ได้ เพราะว่าพ่อของเขาซึ่งคือคนในรูปตอนนี้อยู่ในสภาวะห้าสิบ ห้าสิบ ว่าจะอยู่หรือไป ผมก็ต้องรีบทำให้ รูปหน้าศพเป็นหนึ่งในรูปที่ผมได้ทำบ่อย

“บางคนทะเลาะกันก็ฉีกรูปอีกฝ่ายทิ้งจนหมด เคยมีคนติดต่อมาขอให้ช่วยทำให้เป็นปกติ เพราะจะใช้เป็นรูปหน้าศพ ซึ่งผมทำให้ไม่ได้ มันชำรุดเกินไป ภาพถ่ายก็เหมือนความทรงจำที่แจ่มชัด มันถูกตรึงไว้ในภาพ และคนในภาพก็มีค่ากับความทรงจำของหลายๆ คน มันย้อนกลับไปไม่ได้อีกแล้ว เรากลับไปหาอดีตไม่ได้ แต่สิ่งที่บันทึกไว้ในภาพมีค่าเสมอ ผมอยากให้คิดดีๆ ก่อนจะฉีกภาพใดทิ้งไป เพราะไม่มีความทรงจำไหนจะแจ่มชัดเท่าภาพถ่ายอีกแล้ว” 

เพจรวมภาพเก่าที่ลูกหลานคนในภาพช่วยกันเชื่อมอดีตกับปัจจุบัน

รวมมิตรภาพฮิตของเพจเชียงใหม่ที่คุณไม่เคยเห็น

1 ภาพแม่ค้าในอดีต

ที่มาที่ไปของเพจ ‘เชียงใหม่ที่คุณไม่เคยเห็น’ ภาพเก่าและความทรงจำที่เชื่อมอดีตกับปัจจุบัน ซึ่งถูกส่งต่อมาถึงรุ่นลูกของพวกเขา
ที่มาที่ไปของเพจ ‘เชียงใหม่ที่คุณไม่เคยเห็น’ ภาพเก่าและความทรงจำที่เชื่อมอดีตกับปัจจุบัน ซึ่งถูกส่งต่อมาถึงรุ่นลูกของพวกเขา

นี่เป็นรูปแรกๆ ที่ผมทำให้ชัดและใส่สีแล้วเกิดกระแส มาจากภาพใหญ่ที่ผมเลือกเจาะเฉพาะคนนี้ เพราะเขาสวยมาก พอโพสต์ไปก็มีคนเข้ามาคอมเมนต์ชมกันเยอะ จนกระทั่งมีคอมเมนต์หนึ่งบอกว่า คนในรูปคือคุณแม่ของเขาเอง ตอนนี้แม่ย้ายมาอยู่ที่ลำปาง แล้วก็ส่งรูปปัจจุบันของคุณแม่มาให้ ส่วนใหญ่รูปที่เป็นกระแสของเพจมักจะเป็นลูกที่มาคอมเมนต์และส่งภาพปัจจุบันคนในภาพมาให้

2 ภาพสาวรำวง

ที่มาที่ไปของเพจ ‘เชียงใหม่ที่คุณไม่เคยเห็น’ ภาพเก่าและความทรงจำที่เชื่อมอดีตกับปัจจุบัน ซึ่งถูกส่งต่อมาถึงรุ่นลูกของพวกเขา
ที่มาที่ไปของเพจ ‘เชียงใหม่ที่คุณไม่เคยเห็น’ ภาพเก่าและความทรงจำที่เชื่อมอดีตกับปัจจุบัน ซึ่งถูกส่งต่อมาถึงรุ่นลูกของพวกเขา

ภาพนี้ผมแทบไม่เชื่อเลยว่าจะหาภาพปัจจุบันของทุกคนเจอจนครบได้ ภาพนี้เกิดขึ้นจากการที่ไปเห็นรูปในเพจอะไรสักอย่าง แต่รูปไม่ชัด ก็เลยลองเอามาแต่งดู ด้วยความที่ตอนเป็นเด็กเราโตมากับเวทีรำวง เวลามีรำวงก็จะไปยืนดู ซึ่งเดี๋ยวนี้หาแทบไม่ได้แล้ว ผมเลยลงรูปไป พอลงไปปุ๊บ ความรู้ที่เข้ามาก็คือ ทุกคนในภาพเป็นคนจากจังหวัดเชียงราย 

ถ้าจำไม่ผิดน่าจะอำเภอพาน ซึ่งทั้งอำเภอนั้นส่วนใหญ่ทำอาชีพเกี่ยวกับรำวงกันหมด ผู้หญิงเป็นสาวรำวง ผู้ชายเป็นนักดนตรี ว่ากันว่านักดนตรีมีหลักร้อย สาวรำวงหลักพัน ผมก็ตกใจว่ามีอย่างนี้ด้วยเหรอ ยุคนั้นถือเป็นยุคเฟื่องฟูของนักดนตรีทางภาคเหนือ เพราะสมัยก่อนเขาจะแกะเพลงเล่นกันจริงจัง แล้วเป็นเพลงที่ทันสมัยมาก เป็นเพลงฝรั่ง เพราะสมัยนั้นยังไม่มีแกรมมี่ ไม่มีอาร์เอส ชาวบ้าน ชาวสวน เขาฟังเพลงฝรั่งกัน เวลาวัยรุ่นไปเต้นบนเวทีเขาจะเต้นเพลงฝรั่งกันนะ ทันสมัยมาก ตอนนั้นยังไม่มีพี่เบิร์ดเลย เพลงลูกกรุงเขาก็ไม่เต้นกันหรอกบนเวทีรำวง ต้องเป็นเพลงฝรั่งมันๆ ไปเลย หลายคณะไปทัวร์ไกลถึงภาคใต้เลยนะ นี่คือข้อมูลที่แต่ละคนที่เคยทำอาชีพนี้มาเล่าให้ฟังจากโพสต์

ตอนที่ผมลงรูปวันแรกก็มีคนโพสต์ภาพปัจจุบันของคนในภาพคนหนึ่ง วันต่อมามีมาอีกคน จนกระทั่งครบทุกคน ไม่น่าเชื่อเลย ผมก็เลยทำเป็นซีรีส์ภาพเกี่ยวกับสาวรำวงเลยว่ามีวงอะไรบ้างในอดีต

3 แห่นางนพมาศ

ที่มาที่ไปของเพจ ‘เชียงใหม่ที่คุณไม่เคยเห็น’ ภาพเก่าและความทรงจำที่เชื่อมอดีตกับปัจจุบัน ซึ่งถูกส่งต่อมาถึงรุ่นลูกของพวกเขา
ที่มาที่ไปของเพจ ‘เชียงใหม่ที่คุณไม่เคยเห็น’ ภาพเก่าและความทรงจำที่เชื่อมอดีตกับปัจจุบัน ซึ่งถูกส่งต่อมาถึงรุ่นลูกของพวกเขา

รูปนี้คือรูปวันสงกรานต์ เป็นการแห่นางนพมาศ ผมโพสต์ตอนวันสงกรานต์ ซึ่งส่วนใหญ่คนที่จะนั่งบนเสลี่ยงได้มักจะเป็นคนที่มีเชื้อเจ้า ในภาพนี้คือเจ้าของหลวงพระบาง ซึ่งต่อมาก็มีคนส่งภาพคุณแม่ของเขา ซึ่งเป็นนางนพมาศที่อยู่ในภาพมาให้ดู เลยทำให้ผมรู้ว่าเพจของผมไม่ได้มีแค่คนเชียงใหม่หรือคนไทยที่ติดตาม

4 หญิงสาวชาวเมี่ยน

ที่มาที่ไปของเพจ ‘เชียงใหม่ที่คุณไม่เคยเห็น’ ภาพเก่าและความทรงจำที่เชื่อมอดีตกับปัจจุบัน ซึ่งถูกส่งต่อมาถึงรุ่นลูกของพวกเขา
ที่มาที่ไปของเพจ ‘เชียงใหม่ที่คุณไม่เคยเห็น’ ภาพเก่าและความทรงจำที่เชื่อมอดีตกับปัจจุบัน ซึ่งถูกส่งต่อมาถึงรุ่นลูกของพวกเขา

ภาพนี้คือภาพของหญิงสาวชาวเมี่ยนหรือเย้าที่มีใบหน้าที่สวยมากๆ กำลังสวมชุดประจำชาติพันธุ์ของเขา มีผ้าโพกหัว นุ่งกางเกงขาก๊วย สวมเสื้อคลุมแขนยาวมีไหมพรมสีแดงเป็นพวงที่สอบเสื้อ ภาพนี้เป็นฝีมือการถ่ายของฝรั่ง ผมลงไปปุ๊บ ทุกคนก็เข้ามาชื่นชมความสวยงามของเธอกันเยอะมาก และตั้งข้อสังเกตกันว่ารูปนี้น่าจะถ่ายที่ลาว ซึ่งในภาพไม่ได้ระบุไว้ว่าถ่ายที่ไหน แล้วจู่ๆ ก็มีข้อความส่งมาหาผม บอกว่ารูปนี้เป็นแม่ของเขาเอง มีคนดึงรูปนี้จากเพจผมไปลงในกลุ่มม้งที่สหรัฐฯ แล้วเขาก็บอกว่า ยินดีที่เห็นภาพนี้ และเขาก็บอกเล่าข้อมูลของภาพนี้ให้ผมนำไปลงในเพจ และยังได้ภาพปัจจุบันของผู้หญิคนนี้มาลงคู่กันด้วย คนในภาพก็รู้สึกดีใจ คนที่ได้เห็นข้อมูลปัจจุบันต่างก็อิ่มเอมเช่นกัน

ภาพ : เชียงใหม่ที่คุณไม่เคยเห็น

Writer

อนิรุทร์ เอื้อวิทยา

นักเขียน และ ช่างภาพอิสระ ปัจจุบันชนแก้วอยู่ท่ามกลางเพื่อนฝูงที่เชียงใหม่

Photographer

A.W.Y

ช่างภาพจากเชียงใหม่ที่ชอบของโบราณ ยุค 1900 - 1990

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load