22 กุมภาพันธ์ 2565
2 K

“ขายต้นไม้จริงหรือเปล่า” คือคำถามที่ลูกค้าถามวงปี ธุรกิจขาย Artificial Plant เวลาไปออกงานแฟร์

หลายคนเข้าใจว่าต้นไม้ประดิษฐ์มีไว้ประดับเพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่ Wongpe Studio ธุรกิจที่ก้ำกึ่งระหว่างงานออกแบบกับงานประดิษฐ์นี้เชื่อว่า ต้นไม้ปลอมไม่ได้เป็นแค่พลาสติก พวกเขาออกแบบต้นไม้เหมือนเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่ง ศึกษาพันธ์ุไม้อย่างลงลึกจนเชี่ยวชาญ จำลองธรรมชาติให้เหมือนจริงที่สุด จนถึงตั้งใจออกแบบพื้นที่สีเขียวให้โครงการต่าง ๆ มากมาย

ธุรกิจที่ไม่ได้รดน้ำต้นไม้แต่ได้หมั่นดูแลสิ่งอื่นที่สำคัญ สร้างมูลค่าทางธุรกิจและคุณค่าทางใจ เนรมิตรให้เกิดบ้านในฝันของใครหลายคน

นิน-ยศภาคย์ จงเจริญใจ และ เอ๊ะ-กิตติคุณ เลิศประยูรมิตร เริ่มธุรกิจนี้ตั้งแต่ 5 – 6 ปีที่แล้ว ปลูกต้นไม้ในอาคาร สวน ห้างสรรพสินค้า คาเฟ่ และบ้านมาแล้วหลายที่ พวกเขาคือนักออกแบบผู้พยายามหาสมดุลระหว่างการบริหารในโลกธุรกิจกับการออกแบบให้มีความสวยงามควบคู่กับฟังก์ชัน

ขอชวนพลพรรคคนรักต้นไม้มานั่งใต้ร่มเงาไม้ ฟังเรื่องราวการเติบโตของวงปี ว่าปลูกต้นไม้ Indoor & Outdoor จากโฟม ผ้า พลาสติก ยาง อย่างไรให้โต 

วงปี ธุรกิจออกแบบต้นไม้ประดิษฐ์ที่เชื่อว่า Green Space มีคุณค่าต่อจิตใจ

คุณค่าทางใจของต้นไม้ประดิษฐ์

ก่อนตั้งบริษัท นิน-ยศภาคย์ เคยทำงานประจำด้านการจัดการธุรกิจมาก่อน ส่วน เอ๊ะ-กิตติคุณ เรียนด้านภูมิสถาปัตย์มา ทำให้มองเห็นเทรนด์คนรักต้นไม้ที่อยากได้ต้นไม้เข้ามาอยู่ภายในอาคาร แต่มีข้อจำกัดของต้นไม้จริงในการดูแลด้านแสง น้ำ และอากาศ

ทั้งคู่เท้าความว่าเดิมเคยไม่อินกับต้นไม้ปลอม เพราะคิดว่าไม่เหมือนของธรรมชาติที่ผลิตออกซิเจนได้ แต่จุดพลิกผันที่ทำให้เปลี่ยนความคิด คือเรื่องราวของคนเหล่านี้

…ลูกคนหนึ่งมีพ่อแม่สูงอายุที่เคยชอบปลูกต้นไม้มาก่อน ทุกวันนี้ด้วยวัยที่มากขึ้นทำให้ไม่สะดวกดูแลรดน้ำ ลูกก็ช่วยดูแลต้นไม้จริงไม่ไหว แต่อยากให้พ่อแม่ได้อยู่กับธรรมชาติที่ท่านรัก เลยเลือกใช้พื้นที่รอบบ้านเป็นต้นไม้ปลอม 

…นักสะสมพันธ์ุไม้ท่านหนึ่งเล่นต้นไม้เป็นงานอดิเรกอย่างจริงจังถึงขั้นผสมพันธ์ุได้เอง เมื่อทำออฟฟิศจึงอยากได้พื้นที่ธรรมชาติให้ห้องทำงานของพนักงานมีชีวิตชีวา แต่เนื่องจากมูลค่าการก่อสร้างของออฟฟิศทุกยูนิตต้องเกิดฟังก์ชันการทำงานที่ผลิตเป็นเงินได้ จึงไม่มีพื้นที่เลี้ยงดูต้นไม้จริง เลยอยากได้ต้นไม้ประดิษฐ์ในออฟฟิศ

…เด็กน้อยคนหนึ่งอยากได้ต้นไม้ 1 ต้นไปปลูกที่บ้านแต่ดูแลไม่เป็น คุณแม่จึงให้ลองซื้อต้นไม้ปลอมไปเลี้ยงดูก่อนว่าชอบจริงไหม หลังจากนั้นค่อยเริ่มเลี้ยงต้นจริง

สำหรับนักออกแบบอย่างเอ๊ะรู้สึกว่า “พอเราได้สร้างสรรค์ชิ้นงานแล้วตอบโจทย์ความต้องการได้ ทำให้รู้สึกว่างานของเรามีคุณค่า ไม่ใช่แค่พลาสติก” ไม่ว่าจะทำให้รู้สึกมีชีวิตชีวา ทำให้คนที่เรารักได้อยู่กับธรรมชาติที่รัก ปลูกฝังประสบการณ์ที่ดี หรือเห็นความสำคัญของสีเขียวที่มีต่อบ้านมากขึ้น เหล่านี้เป็นสิ่งที่นินมองว่ามีคุณค่าทางจิตใจ ไม่ใช่แค่มองด้วยตาแล้วสวย การลดปัจจัยที่ต้องดูแลต้นไม้ลงเพื่อดูแลอย่างอื่นได้มากขึ้น ทำให้เกิดมูลค่าที่ไม่สามารถประเมินค่าได้

นินสรุปว่าลูกค้าของวงปีมีหลากหลายกลุ่ม กลุ่มหนึ่งคือคนที่ไม่มีโอกาสได้สัมผัสธรรมชาติมากนัก “การได้ถ่ายทอดประสบการณ์ที่ดีออกไป ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าเคยเห็นต้นนี้หรือใบนี้นะ พอถึงเวลาได้พบธรรมชาติจริง ๆ เขาจะรู้สึกคุ้นเคยกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น” 

สำหรับลูกค้าอีกกลุ่มหนึ่งที่ชอบปลูกต้นไม้เป็นงานอดิเรกอยู่แล้ว การใส่องค์ประกอบของต้นไม้ประดิษฐ์ให้ใกล้เคียงกับธรรมชาติจริงมากที่สุด ยังทำให้คนที่เล่นต้นไม้เป็นประจำยอมรับมากขึ้นได้ด้วย

ขวบปีแรกของวงปีจึงเกิดขึ้นด้วยการตั้งคำถามว่า ถ้ามีสินค้าทดแทนที่ช่วยสร้างพื้นที่สีเขียวให้กับอาคารได้จะเป็นอย่างไร ลองเอาวัสดุมาประกอบหรือเลียนแบบให้เหมือนต้นไม้จริงกันไหม 

วงปี ธุรกิจออกแบบต้นไม้ประดิษฐ์ที่เชื่อว่า Green Space มีคุณค่าต่อจิตใจ
วงปี ธุรกิจออกแบบต้นไม้ประดิษฐ์ที่เชื่อว่า Green Space มีคุณค่าต่อจิตใจ

Not just a Gardener but a Green Space Designer 

ปี 2016 ทั้งคู่เริ่มทดลองผลิตต้นไม้ก่อนจะเห็นลู่ทางเปิดบริษัท ในช่วงเวลานั้นต้นไม้ประดิษฐ์เป็นเพียงสีเขียวสำหรับประดับในงานออกแบบอาคารที่มองปราดเดียวแล้วรู้เลยว่าปลอม ยังไม่ค่อยมีใครเอาต้นไม้มาเป็นส่วนหนึ่งในการออกแบบ Green Space Design โดยคำนึงถึงคุณค่าและความสวยงามอย่างจริงจัง

วงปีไม่ได้ออกแบบแค่ต้นไม้ประดิษฐ์ที่นำไปตั้งไว้ในบ้าน แต่ออกแบบพื้นที่สีเขียวในภาพใหญ่ด้วย ซึ่งเอ๊ะบอกว่าความรู้ศาสตร์ภูมิสถาปัตย์ช่วยได้มาก 

“คนทั่วไปคิดว่าเราเป็นคนที่จัดสวนได้ ปลูกต้นไม้ได้ แต่ความจริงแล้วสายงานนี้ไม่ได้เรียนแค่การจัดสวนและความรู้ด้านพืชพรรณ เรียนตั้งแต่การจัดสรรที่ดิน วางแผนด้านสิ่งแวดล้อม วางแผนระบบของเมืองให้ยั่งยืน องค์ประกอบเหล่านี้หล่อหลอมความคิดเราแต่แรกว่า สิ่งที่ต้นไม้ให้มนุษย์ได้ไม่ได้มีแค่ฟังก์ชันหรือความงาม แต่ผสานกันทั้งสองอย่าง”

มุมมองที่คำนึงถึงประสบการณ์ต่อสิ่งแวดล้อมในภาพใหญ่ ทำให้กระบวนการคิดงานใหญ่ตามไปด้วยเหมือนที่เอ๊ะบอกว่า “ใครมีปัญหา มีความต้องการแบบไหนมาหาเรา นำสิ่งที่คนอยากได้มาตีโจทย์ว่าพื้นที่เหมาะกับต้นไม้ประเภทไหน หน้าตาแบบไหน อยากได้ต้นไม้ที่มีสีสัน ใบ ลำต้นแบบไหน อยากจัดออกมาให้เกิดความรู้สึกยังไง”

ทั้งคู่ย้ำว่าการออกแบบต้นไม้ให้เหมือนจริงเป็นรายละเอียดที่วงปีเลือกใส่ใจ เพราะอยากให้ซึบซับประสบการณ์ซึ่งใกล้เคียงกับธรรมชาติจริงมากที่สุด โดยสิ่งสำคัญที่ทำให้ต้นไม้เหมือนจริงได้ คือความเข้าใจในธรรมชาติของคนทำ 

“เข้าใจต้นไม้แต่ละชนิดว่าอยู่ยังไงในสภาพแวดล้อมจริง อยู่ร่วมกับต้นไม้ชนิดไหนได้บ้าง แล้วประกอบองค์ประกอบเหล่านั้นเป็นสินค้า 1 ชิ้น อย่างถ้าเป็นไม้กระถาง กระเช้าแขวน จะเริ่มจากศึกษาจากฟอร์มของต้นไม้จริงเป็นหลักก่อน แล้วนำมาติดตั้งในรูปแบบที่ใกล้เคียงกับของจริง” 

โดยการผลิตต้องเลือกวัสดุที่ใกล้เคียงกับต้นไม้จริงด้วย คำนึงถึงสี ลวดลาย ความหนา ผิวสัมผัสที่ออกมา ซึ่งเทคโนโลยีการพิมพ์สมัยนี้ทำให้สามารถผสมวัสดุ 2 อย่างด้วยกันได้ สมัยก่อนดอกกุหลาบจะทำจากผ้า ดูแล้วรู้เลยว่าปลอม แต่วัสดุทุกวันนี้ทำออกมาให้หยุ่น ๆ มองแล้วเหมือนดอกไม้จริงมากขึ้น 

ต้นไม้ของวงปีจึงมีหลากหลายแบบ เพื่อจำลองระบบนิเวศของพื้นที่สีเขียวให้ได้สมบูรณ์ที่สุด นินบอกว่า “ไม่ได้เน้นต้นไม้แบบไหนเป็นพิเศษ เราเน้นความหลากหลาย เพื่อให้ครอบคลุมความต้องการที่แตกต่างกัน มีทั้งแบบที่เป็นแจกัน ต้นไม้กระถาง ไม้ยืนต้น กระถางขนาดใหญ่ Green Wall”

วงปี ธุรกิจออกแบบต้นไม้ประดิษฐ์ที่เชื่อว่า Green Space มีคุณค่าต่อจิตใจ
วงปี ธุรกิจออกแบบต้นไม้ประดิษฐ์ที่เชื่อว่า Green Space มีคุณค่าต่อจิตใจ

ส่งเสริมภาพลักษณ์ด้วยต้นไม้

ผลงานของวงปีสำหรับลูกค้ารายใหญ่อย่างโครงการบ้านจัดสรร คาเฟ่ ห้างสรรพสินค้า โรงแรม มักเน้นออกแบบตามเอกลักษณ์ของแต่ละโครงการ มีคอนเซ็ปต์และภาพลักษณ์ที่อยากนำเสนอชัดเจน

หนึ่งในผลงานชิ้นสำคัญ คือการออกแบบพื้นที่สีเขียวให้ Café Amazon ซึ่งมีโจทย์คือออกแบบให้สวยและเหมือนต้นไม้จริงมากที่สุด เอ๊ะบอกว่างานนี้ไม่ได้เป็นป่าดิบชื้นตามภาพจำทั่วไป ที่ต้องมีไม้ดอกขนาดใหญ่เหมือนที่เคยเห็นกัน แต่เป็นสวนป่าในสไตล์เฉพาะของ Amazon โดยแฝงพันธ์ุต้นไม้ทรงทันสมัยและไม้ใบที่กำลังฮิตตามเทรนด์ในยุคนี้อย่างมอนสเตอร่า หน้าวัวใบ พลูฉลุที่มีสีสันแปลกตามากขึ้น มีพื้นที่นั่งคอยเพื่อผสานป่าให้กลมกลืนกับคาเฟ่

หลายโครงการนอกจากอิงกับสไตล์ต้นไม้ตามภูมิศาสตร์แล้ว ยังอิงกับสถาปัตยกรรมของพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นหมู่บ้านจัดสรรแบบนอร์ดิก ฝรั่งเศส หรือเมดิเตอร์เรเนียน วงปีก็เสกทั้งไม้เมืองหนาวและเมืองร้อนที่ส่งเสริมสถาปัตยกรรมนั้นได้ ดังเช่นอีกผลงานที่วงปีภาคภูมิใจ คือโครงการ The Crown ของ Land & House ซึ่งเป็นบ้านสไตล์ฝรั่งเศส เน้นใช้ดอกไม้ฝั่งยุโรปอย่างไฮเดรนเยีย ต้นมะกอก โรสแมรี ในการสร้างบรรยากาศให้กับบ้าน ซึ่งถ้าเอาไม้ดอกฝั่งยุโรปของจริงมา คงไม่ออกดอกได้ตามที่ต้องการ

นอกจากไม้ดอก วงปียังเนรมิตรทั้งไม้ยืนต้น ไม้แขวน ไม้เลื้อย ให้เบ่งบ่านมาแล้วอีกหลายโครงการ ผลงานรวมไม้ยืนต้นที่เยอะที่สุดอยู่ที่โซนร้านอาหารของไอคอนสยาม รังสรรค์ไม้ยืนต้นพันธ์ุไทยหลายขนาดอย่างยางนา กรรเกาที่สูงตั้งแต่ 2 เมตรครึ่งถึง 7 เมตรซึ่งมีความท้าทาย เพราะส่วนใหญ่การจัดต้นไม้ปลอมมักล้อกับเทรนด์โลก ทำให้ใช้พันธ์ุไม้ต่างประเทศเยอะ ในขณะที่งานนี้ต้องสั่งผลิตใหม่ เลือกวัสดุที่เหมาะสมกับพันธ์ุไม้เมืองไทยให้ได้มากที่สุด

เรียกได้ว่าเอาวัสดุใกล้ตาใกล้มือ มาเนรมิตรสิ่งที่ปลูกไม่ได้ในความเป็นจริงให้งอกงามได้จริง ปลูกดอกไม้เมืองหนาวที่ไม่ได้บานทั้งปีในเมืองร้อน ปลูกไม้ยืนต้นในห้างสรรพสินค้า นี่คือพลังพิเศษของต้นไม้ประดิษฐ์ 

งาน Made to Order ที่เติมเต็มบ้านพอดี 

สำหรับลูกค้ารายเล็กที่อยากซื้อต้นไม้ไปตั้งไว้ในบ้าน นินเปรียบต้นไม้ประดิษฐ์เหมือนเฟอร์นิเจอร์บิวด์อินที่ต้องอยู่คู่บ้านไปนานหลายปี การออกแบบต้นไม้จึงไม่ต่างจากการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ เพียงเปลี่ยนจากขาเก้าอี้เป็นกิ่งก้าน เปลี่ยนจากออกแบบเท็กเจอร์บนโต๊ะเป็นลวดลายที่ใบ การดูแลต้นไม้เปลี่ยนจากการรดน้ำเป็นเช็ดทำความสะอาดหรือปัดฝุ่นด้วยไม้ขนไก่ ไม่ต่างจากการดูแลของแต่งบ้านทั่วไป

นินเชื่อว่างาน Made to Order คือหัวใจของวงปีที่แตกต่างจากแบรนด์อื่น เหมือนเวลาซื้อของแต่งบ้านที่สั่งทำพิเศษสำหรับบ้านเราเท่านั้น การซื้อต้นไม้ที่สั่งทำเฉพาะก็ให้ความรู้สึกต่างกับการซื้อต้นไม้สำเร็จรูปหรือซื้อตามตลาดต้นไม้ทั่วไปเช่นกัน 

“แต่ละคนได้ของเหมาะที่สุดสำหรับเขา ต้นไม้ที่ได้อาจคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน ต่างที่ขนาด สี วัสดุ เพราะออกแบบมาให้เติมเต็มพื้นที่ของแต่ละคน เข้าไปอยู่แล้วรู้สึกพอดี ไม่เหมือนซื้อของสำเร็จทั่วไปที่เอาไปวางแล้วบางทีใหญ่เกิน ไม่ได้ตามที่อยากได้”

โจทย์การทำงานของลูกค้ารายบุคคล สนุกคนละแบบกับการออกแบบพื้นที่สีเขียวให้โครงการใหญ่ เพราะมีรายละเอียดยิบย่อยเฉพาะตัวของแต่ละคนแตกต่างกัน บางบ้านอยากให้ช่วยออกแบบต้นไม้มงคลความหมายดี เป็นเรื่องความสบายใจ บางบ้านเลือกพันธ์ุต้นไม้ที่สนใจ มีภาพมุมบ้านในฝันที่อยากได้มาแล้วให้ช่วยแนะนำ เมื่อบริบทบ้านแตกต่างกัน Mood & Tone ของพื้นที่สีเขียวก็แตกต่างกันไป ทำให้ทำงานมาหลายปีแต่โจทย์แทบไม่ซ้ำกันเลย เหมือนได้ออกแบบใหม่ตลอดเวลา

ถ้าการปลูกต้นไม้จริงต้องวางแผนวิธีปลูกอย่างพิถีพิถัน การปลูกต้นไม้ประดิษฐ์ก็ไม่ต่างกัน ต้องอาศัยการคุยกับลูกค้าอย่างละเอียด เพราะทุกอย่างล้วนมีผลต่อการตัดสินใจเลือกวัสดุและวิธีติดตั้งในภายหลัง ต้นไม้ประดิษฐ์ผลิตได้จากทั้งโฟม ผ้า พลาสติก ยาง ถ้าเป็นต้นไม้ที่อยู่ในบ้านต้องใช้วัสดุแบบหนึ่ง ส่วนต้นไม้ที่โดนแดด โดนฝน โดนลม ต้องใช้วัสดุอีกแบบเพื่อให้คงทน วิธีติดตั้งในพื้นที่แต่ละแบบก็ไม่เหมือนกัน เช่น บ้านที่อยากมีต้นไม้สูงขึ้นไป 10 เมตรถึงชั้น 3 ของบ้านหรือในช่องลิฟต์ จะติดตั้งต้นไม้ยังไงให้สวยงามและแข็งแรง สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงคือความปลอดภัย เมื่อนำไปวางแล้วทุกคนในบ้านต้องเข้าใกล้ได้โดยไม่เป็นอันตราย เพราะบ้านเป็นสถานที่ใช้ชีวิต ต้องพอดีกับบ้านในทุกมิติ

วงปีที่เติบโต 

จากเริ่มทำธุรกิจเล็ก ๆ กันเอง 2 คน ลองผิดลองถูกด้วยเงินลงทุนส่วนตัวโดยไม่กู้ แล้วค่อย ๆ ขยับขยาย ช่วงเริ่มแรกทั้งคู่จึงรู้สึกว่าธุรกิจโตช้าเมื่อเทียบกับคนอื่น แต่ข้อดีของการเริ่มบุกเบิกด้วยตัวเองคือได้เห็นกระบวนการทำงานทั้งหมด ตั้งแต่ทดลองผลิตเอง ออกแบบเอง แล้วค่อยเริ่มหาช่างฝีมือที่มีประสบการณ์มาช่วยเมื่อธุรกิจเริ่มมีขนาดใหญ่ขึ้น

ในด้านการออกแบบ เอ๊ะบอกว่าด้วยเนื้องานที่มีโจทย์เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ “การมีทีมช่างเป็นของตัวเอง ทำให้กระบวนการทำงานและเทรนนิ่งง่ายขึ้น ตอบโจทย์ความต้องการได้ดีขึ้น พัฒนาการผลิตไปเรื่อย ๆเหมือนพัฒนาการออกแบบสินค้า เช่น แรกเริ่มทำสินค้าได้ 4 ชิ้น พอมีเทรนด์ใหม่ก็พัฒนาตัวอย่างสินค้าและกระบวนการใหม่” 

สิ่งสำคัญที่ทำให้ธุรกิจออกดอกออกผล คือ ความเนิร์ดในต้นไม้และการลงมือทำ ต้องสนใจศึกษาลองผิดลองถูกเอง ท้าทายตัวเองจากความต้องการของลูกค้า ยิ่งความต้องการสินค้ามีความหลากหลาย ยิ่งเป็นโอกาสให้พัฒนาสินค้าได้เหมือนจริงมากขึ้นเรื่อย ๆ ต้นไม้ต้นเดิม พอผ่านไปอีกขวบปีหนึ่งที่ได้เรียนรู้การใช้วัสดุและเทคนิคการผลิตเพิ่ม ก็ทำให้ต้นไม้ต้นนั้นสวยงอกงามและเหมือนจริงมากขึ้นในฤดูถัดไป ไม่ใช่แค่ได้เพาะปลูกต้นไม้ในบ้าน แต่ได้บ่มเพาะทักษะตัวเองไปด้วย เอ๊ะสรุปว่าการได้เรียนรู้แบบนี้ “สร้างความสุขในการทำงานให้ผมได้”

อนาคตวงปีอยากพัฒนากระบวนการทำงานให้มีระบบและลักษณะเฉพาะมากขึ้น รวมถึงอยากออกแบบต้นไม้ประดิษฐ์ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นสำหรับแบรนด์มากขึ้น

นินตบท้ายว่าสิ่งที่ได้เรียนรู้ตลอด 4 – 5 ปีที่ผ่านมาในการทำธุรกิจ คือ การบาลานซ์ให้ดีระหว่างขยายกับบริหาร ทำยังไงให้เรายังอยู่ได้โดยโตได้ด้วย ในช่วงโควิด-19 เมื่องานตกแต่งบ้านเริ่มได้รับผลกระทบ ทั้งคู่ก็หันมาพัฒนาคุณภาพชิ้นงาน กระบวนการทำงานที่แม่นยำขึ้น ให้คนในองค์กรพร้อมขยายกลุ่มลูกค้าออกไป

ความท้าทายสำหรับนักออกแบบที่มาทำธุรกิจ คือ การลงมือทำภาพที่ฝันให้เป็นจริง ในโลกดีไซน์ของสวยมักแลกกับราคาแพง ต้องคำนึงถึงความสวยและฟังก์ชัน ส่วนในโลกธุรกิจมีต้นทุน ต้องคำนึงเรื่องเงินทอง ต้องคิดวิธีว่าจะทำอย่างไรให้คุมค่าใช้จ่ายและได้ต้นไม้ในคุณภาพที่ต้องการ รวมถึงถ่ายทอดองค์ความรู้ให้คนในองค์กรเข้าใจตรงกันแล้วผลิตออกมาได้สำเร็จ ทำให้เจ้าของธุรกิจเและคนในองค์กรเติบโตขึ้นเหมือนเป็นต้นไม้ต้นหนึ่งเหมือนกัน  

Lessons Learned

  • สังเกตปัญหาและสร้างทางเลือกใหม่ที่ยังไม่มีในตลาด มองหาโอกาสจากข้อจำกัดของสินค้าในปัจจุบันที่ยังตอบโจทย์ลูกค้าไม่ได้ แล้วสร้างทางเลือกใหม่ที่ส่งมอบประสบการณ์ที่ดีกว่า 
  • ทำสินค้าตามความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก คุยกับลูกค้าอย่างละเอียดว่าอยากได้อะไร เน้นออกแบบและนำเสนอสินค้าจากสิ่งที่ลูกค้าต้องการ
  • หาพาร์ตเนอร์ผู้มีความเชี่ยวชาญที่เราไม่มีมาช่วยสร้างระบบทางธุรกิจ ด้วยความเป็นนักออกแบบ วงปีจึงมีพาร์ตเนอร์ทางธุรกิจมาช่วยสนับสนุนระบบหลังบ้าน ทำให้สะดวกและมีเวลาโฟกัสการพัฒนาสินค้ามากขึ้น

วงปีสตูดิโอ ได้รับการสนับสนุนจาก dtac business ช่วยจัดการระบบทางธุรกิจให้พร้อมต่อการขยับขยาย ทั้ง Google Workspace ทำให้ประชุมได้อย่างสะดวก รวมถึงแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตและเบอร์โทรสำหรับธุรกิจการจัดการต่าง ๆ ไม่ว่าจะ E-Invoice Digital Payment หรือ Withholding Tax ก็จัดการได้ครบจบในที่เดียว https://business.dtac.co.th/th/

Writer

รตา มนตรีวัต

อดีตสาวอักษรผู้โตมาในร้านขายหวายอายุ 100 กว่าปีย่านเมืองเก่า เป็นคนสดใสเหมือนดอกทานตะวัน สะสมแรงบันดาลใจไว้ในบล็อคชื่อ My Sunflower Thought ขับรถสีแดงชื่อ Cherry Tomato ระหว่างวันทำงานในโลกธุรกิจ เวลาว่างซาบซึ้งในศิลปะ

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

The Entrepreneur

แรงบันดาลใจจากแผนธุรกิจสร้างสรรค์ไม่จำกัดวงการของผู้ประกอบการผู้ตั้งใจ

จุดเปลี่ยนสำคัญของโลกในขณะนี้ คือการเปลี่ยนผ่านจากรถเครื่องยนต์สันดาปภายใน ไปสู่รถยนต์ไฟฟ้าหรืออีวี (Electric Vehicle : EV) ซึ่งเป็นที่ยอมรับและใช้งานอย่างแพร่หลายมากขึ้น จากการที่ทุกคนตระหนักถึงพันธกิจสำคัญเรื่องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกพร้อมเพรียงกันทุกเชื้อชาติ ทุกเขตเศรษฐกิจ

อุตสาหกรรมยานยนต์และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องถือเป็นสินค้าส่งออกหลักของบ้านเรามาหลายทศวรรษ จนเกิดผู้ประกอบการ ช่างชำนาญการ และผู้ที่มีความรู้ความสามารถในวงการนี้จำนวนมาก

‘อรุณ พลัส’ (ARUN PLUS) ธุรกิจใหม่แห่งอนาคตโดยกลุ่ม ปตท. เดินหน้าลุยธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ รองรับการขยายฐานธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าครบวงจร เพื่อร่วมสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทยให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นในทุกมิติ ทั้งด้านการผลิต จำหน่าย ระบบกักเก็บพลังงาน แพลตฟอร์มเช่ายานยนต์ไฟฟ้า รวมถึงพลังงานหมุนเวียนและการประหยัดพลังงาน และร่วมเป็นหนึ่งในการผลักดันสังคมคาร์บอนต่ำของประเทศไทย สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ ‘Powering Life with Future Energy and Beyond ขับเคลื่อนทุกชีวิตด้วยพลังแห่งอนาคต’ โดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมพัฒนาธุรกิจพลังงานหมุนเวียนและยานต์ยนต์ไฟฟ้าครบวงจร รวมทั้งจับมือพันธมิตรในการสร้างประสบการณ์การใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าและบริการสถานีอัดประจุไฟฟ้าด้วย 

คุณโทรณ หงศ์ลดารมภ์ Head of EV Charger Business บริษัท อรุณ พลัส จำกัด

เราได้คุยกับ คุณโทรณ หงศ์ลดารมภ์ Head of EV Charger Business บริษัท อรุณ พลัส จำกัด ที่งานแถลงข่าวความร่วมมือระหว่างกลุ่ม ปตท. และ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ภายใต้แนวคิด ‘The Future of eMobility Lifestyle’ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ครั้งสำคัญที่ผู้นำด้านศูนย์การค้าจับมือกับผู้นำด้านพลังงาน ขยายเครือข่ายให้บริการสถานีอัดประจุสำหรับยานต์ยนต์ไฟฟ้าในห้างสรรพสินค้า เพื่อสนับสนุนไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม บนโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมต่อและสะดวกสบาย

อรุณ พลัส มุ่งสู่บริการยานยนต์ไฟฟ้าครบวงจร

กลุ่ม ปตท. วางแผนสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าที่สมบูรณ์ให้ประเทศไทย ตามเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในปี 2050 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ในปี 2065 โดยหมุดหมายแรกคือการตั้ง บริษัท อรุณ พลัส จำกัด ขึ้น เพื่อรองรับการขยายฐานธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า เป็นการร่วมลงทุนกับพันธมิตรชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ ปัจจุบันได้ร่วมลงทุนกับ Foxconn Technology Group บริษัทเทคโนโลยีระดับโลกจากไต้หวัน ก่อตั้ง บริษัท ฮอริษอน พลัส จำกัด (HORIZON PLUS) เพื่อผลิตและประกอบยานยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ชูจุดเด่นโครงช่วงล่างที่ยืดหยุ่น ปรับแต่งเข้ากับรถได้หลายประเภท ซึ่งถือเป็นการสร้างข้อได้เปรียบด้านการแข่งขันที่น่าสนใจ

“ส่วนมากคนจะกังวลเรื่องสถานีชาร์จไฟ กลัวว่าขับอีวีไปข้างนอกแล้วจะไม่มีที่ชาร์จ หรือไฟหมดกลางทาง ปัจจุบันเราตอบโจทย์เรื่องนี้ไปได้เยอะแล้ว ทางกลุ่ม ปตท. ตั้งใจทำทั้งห่วงโซ่คุณค่าของอีวีตั้งแต่การผลิตรถ แบตเตอรี่ เครื่องชาร์จ สถานีชาร์จ รวมถึงแพลตฟอร์มให้เช่ารถไฟฟ้า ต้องทำครบวงจรเพราะนี่เป็นช่วงเริ่มต้น เพื่อกระตุ้นให้การใช้งานอีวีเกิดขึ้นในวงกว้าง” คุณโทรณกล่าว

คุณโทรณ หงศ์ลดารมภ์ Head of EV Charger Business บริษัท อรุณ พลัส จำกัด

นอกจากนี้ อรุณ พลัส ยังมีโซลูชันที่เกี่ยวเนื่องกับยานยนต์ไฟฟ้าอีกหลายแบรนด์ เริ่มที่ ออน-ไอออน (on-ion) สถานีอัดประจุสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า เน้นขยายธุรกิจเข้าไปในพื้นที่ศักยภาพ ทั้งศูนย์การค้า โรงแรม อาคารสำนักงาน ร้านอาหาร เป็นต้น เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านของพฤติกรรมผู้บริโภคแห่งอนาคต 

โดยผู้ใช้อีวีซึ่งใช้บริการชาร์จไฟที่สถานีของ ออน-ไอออน จะมั่นใจได้ว่าพลังงานไฟฟ้าที่ได้รับเป็นพลังงานสะอาดที่มาจากแหล่งพลังงานหมุนเวียน 100 เปอร์เซ็นต์ ด้วยการออกใบรับรองการใช้พลังงานหมุนเวียน หรือ Renewable Energy Certificates (RECs) และเป็นพลังงานหมุนเวียนที่ผลิตในประเทศไทยทั้งหมด นอกจากนี้ผู้ใช้บริการ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด จะได้รับสิทธิพิเศษต่าง ๆ อีกมากมาย และ ออน-ไอออน ยังมีบริการติดตั้งเครื่องอัดประจุสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าตามที่พักอาศัยอีกด้วย 

ARUN PLUS ธุรกิจรถ EV ของ ปตท. เพื่อให้เมืองไทยมียานยนต์ไฟฟ้าใช้เต็มรูปแบบ

อีกบริษัทอย่าง สวอพ แอนด์ โก (Swap and Go) เป็นแพลตฟอร์มให้บริการสลับแบตเตอรี่สำหรับมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า เปลี่ยนได้ทันทีโดยไม่ต้องรอชาร์จไฟ เพื่อเจาะตลาดกลุ่มไรเดอร์ในธุรกิจจัดส่งอาหารและสินค้าที่เติบโตแบบก้าวกระโดด โดยผู้ใช้งานสามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้เองง่าย ๆ ผ่านแอปพลิเคชันภายใน 3 นาที ตามจุดให้บริการครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นใน

เนื่องจากการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้ายังเป็นเรื่องใหม่สำหรับประเทศไทย การเปิดประสบการณ์ให้ผู้ขับขี่ได้ทดลองใช้งานผ่านแพลตฟอร์ม อีวีมี (EVme) จึงช่วยตอบโจทย์เรื่องนี้ได้มาก โดยให้บริการเช่าใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าในรูปแบบของการสมัครสมาชิก (Subscription) มีรถหลากหลายแบรนด์ให้เลือก ผู้ใช้งานเพียงเลือกรถ กดจอง ก็รอรับรถยนต์ไฟฟ้าไปใช้งานได้ที่บ้าน

ARUN PLUS ธุรกิจรถ EV ของ ปตท. เพื่อให้เมืองไทยมียานยนต์ไฟฟ้าใช้เต็มรูปแบบ

“อีวีมี เป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยให้คนมีความรู้และสร้างประสบการณ์การใช้อีวีมากขึ้น เราปล่อยเช่ารถให้ผู้ที่สนใจอยากลองใช้ก่อนตัดสินใจซื้อจริง ทั้งกลุ่มลูกค้าทั่วไปและกลุ่ม B2B เราอยากให้ได้ทดลองใช้งานกัน โดยในแอปพลิเคชัน อีวีมี จะมีข้อมูลสถานีชาร์จไฟจากทุกค่าย ทุกแบรนด์ บริการอยู่ด้วย ผมว่าคุ้มครับ ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของอีวีค่อนข้างถูก ต้นทุนการวิ่ง 1 กิโลเมตรประมาณ 50 สตางค์ถึง 1 บาทเท่านั้นเอง” 

ARUN PLUS ธุรกิจรถ EV ของ ปตท. เพื่อให้เมืองไทยมียานยนต์ไฟฟ้าใช้เต็มรูปแบบ

“ผมใช้อีวีมาปีกว่าแล้ว ส่วนตัวก็ชอบ ประหยัด ไม่ต้องไปเติมน้ำมัน เพราะว่าเรามีเครื่องชาร์จที่บ้าน เหมือนมีปั๊มน้ำมันที่บ้านเราเอง 70 – 80 เปอร์เซ็นต์ของคนใช้งานอีวีชอบเติมไฟที่บ้าน ถ้าขับแค่ในกรุงเทพฯ ชาร์จ 1 ครั้ง ขับได้เป็นอาทิตย์ อย่างรุ่นที่ผมใช้อยู่ ขับได้ระยะทางสูงสุด 400 กิโลเมตร เสียงเงียบมาก ไม่มีไอเสียออกมา เป็นเสน่ห์ของการใช้อีวีและทำให้เมืองน่าอยู่ขึ้นจริง ๆ ครับ” 

อีกธุรกิจอย่าง นูออโว พลัส (NUOVO PLUS) บริษัทร่วมลงทุนระหว่าง อรุณ พลัส และ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC แกนนำนวัตกรรมธุรกิจไฟฟ้ากลุ่ม ปตท. ที่มีความเชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมพลังงาน เพื่อลงทุนในธุรกิจแบตเตอรี่ รองรับทั้งอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า รวมถึงการกักเก็บไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ภายใต้แนวคิดการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

นี่เป็นตัวอย่างความตั้งใจที่ตอกย้ำความพร้อมด้านวิสัยทัศน์ เทคโนโลยี และพันธมิตรทางธุรกิจที่จะร่วมกันผลักดันระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าครบวงจรระดับภูมิภาค ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของประเทศไทยต่อไป

เชื่อมต่อไม่สะดุดกับบริการชาร์จไฟในทุกจังหวะชีวิต

สถานีอัดประจุสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าของ อรุณ พลัส ภายใต้แบรนด์ ออน-ไอออน เริ่มขยายตลาดทั้งลูกค้าองค์กรและบุคคล ด้วยเครื่อง AC Charger ที่รองรับการใช้งานรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดและรถยนต์ไฟฟ้าพลังงานแบตเตอรี่ ควบคุมการใช้งานได้สะดวกผ่าน on-ion Mobile Application ดาวน์โหลดได้ทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android ใช้งานง่าย สะดวก ปลอดภัย ไม่ยุ่งยาก

เราจะพบบริการของ ออน-ไอออน ได้ที่อาคารจอดรถ EnCo ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ เขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ (EECi) ณ วังจันทร์วัลเลย์ จังหวัดระยอง รวมทั้งคริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์ เดอะคริสตัล เอกมัย-รามอินทรา เดอะคริสตัล เอสบี ราชพฤกษ์ เดอะคริสตัล ชัยพฤกษ์ เพลินนารี่ มอลล์ วัชรพล และสัมมากรเพลส รามคำแหง และในพื้นที่เซ็นทรัล 37 สาขา กว่า 18 จังหวัดทั่วประเทศ

ARUN PLUS ธุรกิจรถ EV ของ ปตท. เพื่อให้เมืองไทยมียานยนต์ไฟฟ้าใช้เต็มรูปแบบ

นับเป็นก้าวสำคัญที่น่าจับตาของ อรุณ พลัส ด้วยการร่วมมือกับผู้นำกลุ่มศูนย์การค้าชั้นนำของไทยอย่างเซ็นทรัลพัฒนา ในการขยายจุดบริการเครื่องอัดประจุสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าในเซ็นทรัล 37 สาขา กว่า 18 จังหวัด ครอบคลุมทุกภูมิภาคของประเทศ เพื่อรองรับการใช้งานของผู้บริโภคที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้ประสบการณ์การชาร์จไฟนอกบ้านของลูกค้าง่าย สะดวก และไร้กังวล เป็นไปตามความตั้งใจที่จะทำให้ประเทศไทยมีจำนวนสถานีและหัวชาร์จให้ได้มากที่สุด ก้าวสู่การบริการที่ครบวงจร ภายใต้การร่วมลงทุน 200 ล้านบาท เพื่อติดตั้งเครื่องอัดประจุไฟฟ้าให้ได้ 400 ช่องจอดในสิ้น พ.ศ. 2565 นี้

“เราได้เจรจากับทางเซ็นทรัลพัฒนามาสักพักแล้ว เพื่อเตรียมความพร้อมในการขยายเครือข่ายสถานีชาร์จ และต้องขอบคุณทางเซ็นทรัลพัฒนาที่ไว้วางใจบริการ ออน-ไอออน ของ อรุณ พลัส โดยทางเราพร้อมสนับสนุนเรื่องเทคโนโลยีของยานยนต์ไฟฟ้า ส่วนกลุ่มเซ็นทรัลพัฒนาจะเตรียมสถานที่ที่มีศักยภาพเอาไว้ให้ เพื่อร่วมกันส่งเสริมให้สังคมผู้ใช้อีวีเกิดขึ้น ต่อไปเมื่อคนขับไปห้างสรรพสินค้าในต่างจังหวัดหรือใช้บริการโรงแรมก็ชาร์จไฟได้อย่างสบายใจ จุดบริการแรกในห้างสรรพสินค้าของเซ็นทรัลพัฒนาคือศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เริ่มให้บริการในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2565 นี้ และจะทยอยเปิดให้บริการครบทั้ง 37 สาขาช่วงต้น พ.ศ. 2566” 

ถือเป็นบริการที่ไร้รอยต่อ ไร้กังวล โดยความร่วมมือของภาคธุรกิจที่ตั้งใจขับเคลื่อนสังคมคาร์บอนต่ำอย่างจริงจัง

คุยกับผู้บริหาร ARUN PLUS ถึงอนาคตของระบบใช้รถ EV ทั่วเมืองไทย และการวางแผนพลังงานสะอาดครบวงจร

พัฒนาต่อเนื่อง เพื่อก้าวต่อไปของธุรกิจเพื่อสิ่งแวดล้อม

คุณโทรณเล่าให้เราฟังเพิ่มเติมว่า อรุณ พลัส อยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้เพื่อต่อยอดโอกาสที่จะขยายสถานีอัดประจุไฟฟ้าไปยังธุรกิจอื่น ๆ เพื่อสนับสนุนพลังงานสะอาด สร้างระบบนิเวศที่ดีของผู้ใช้งานยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่ง ออน-ไอออน มีแผนที่จะเปิดให้บริการแบบชาร์จเร็วหรือ DC Charger ในปีหน้า เพื่อต่อยอดจากการชาร์จปกติหรือ AC Charger ที่มีอยู่ในปัจจุบัน สอดรับกับแผนการขยายธุรกิจ และรองรับความต้องการของลูกค้าที่จะเข้มข้นมากขึ้นนับจากนี้

“สำหรับเครื่องชาร์จไฟ เราจะเน้นที่ความง่าย สะดวกสบายในการใช้งาน ต้องไม่ยุ่งยาก ปลอดภัย เน้นเข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค เราพยายามเอาเครื่องมือทางการตลาดเข้ามาเสริมให้คนใช้งานรู้สึกสนุกไปด้วย เรื่องที่ดีคือตอนนี้เราสนับสนุนให้คนไทยใช้พลังงานสะอาดด้วยการใช้พลังงานทดแทน ซึ่งส่วนมากเป็นพลังงานจากแสงแดดที่ประเทศเรามีศักยภาพมาก ลูกค้าที่มาชาร์จไฟที่ ออน-ไอออน ทุกสถานีก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด โดยจะได้รับสิทธิพิเศษต่าง ๆ จากเรา และยังช่วยโลกอีกแรงครับ”

ผู้บริหารของ อรุณ พลัส มองว่าตลาดยานยนตไฟฟ้าของประเทศไทยยังมีขนาดเล็กและเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น เมื่อเทียบกับตลาดขนาดใหญ่และได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคในวงกว้างอย่างประเทศแถบยุโรป ซึ่งถือว่ามีโอกาสอีกมากที่จะเติบโตต่อไป ซึ่งเรามีข้อได้เปรียบเรื่องการเป็นฐานการผลิตยานยนต์และชิ้นส่วนมาหลายทศวรรษ การเปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ ซึ่งถ้าเปรียบเทียบพัฒนาการของธุรกิจนี้กับประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรืออาเซียนด้วยกัน ถือว่าประเทศไทยก้าวมาได้ไกลกว่าเพื่อนบ้านพอสมควรแล้ว

คุณโทรณ หงศ์ลดารมภ์ Head of EV Charger Business บริษัท อรุณ พลัส จำกัด

Lesson Learned 

  • กลุ่ม ปตท. มีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนเรื่องการขยายตัวของพลังงานสะอาดและการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า จึงเลือกจับมือกับพันธมิตรระดับโลก เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้จากสิ่งที่ตนเองถนัด เพื่อสร้างสินค้าและบริการในราคาที่จับต้องได้สำหรับคนไทย
  • การใช้พลังงานสะอาดของ ออน-ไอออน เป็นจุดขายที่น่าสนใจ และส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีสำหรับ อรุณ พลัส และกลุ่ม ปตท. ช่วยทำให้คนเข้าใจและเข้าถึงพลังงานสะอาดมากขึ้น เพื่อร่วมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของคนในสังคมต่อไป
  • การจับมือกันกับกลุ่มเซ็นทรัลพัฒนาซึ่งเป็นผู้นำกลุ่มศูนย์การค้าของประเทศ จะยิ่งส่งเสริมการรับรู้ของแบรนด์ อรุณ พลัส และ ออน-ไอออน รวมทั้งตอกย้ำความจริงใจของเซ็นทรัลพัฒนาในการสนับสนุนลูกค้าเรื่องพลังงานสะอาด สร้างประสบการณ์ทางบวกให้กับผู้ใช้บริการในศูนย์การค้าได้ดี

Writer

มนต์ชัย วงษ์กิตติไกรวัล

นักข่าวธุรกิจที่ชอบตั้งคำถามใหม่ๆ กับโลกใบเดิม เชื่อว่าตัวเองอายุ 20 ปีเสมอ และมีเพจชื่อ BizKlass

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load