22 กุมภาพันธ์ 2565
3 K

“ขายต้นไม้จริงหรือเปล่า” คือคำถามที่ลูกค้าถามวงปี ธุรกิจขาย Artificial Plant เวลาไปออกงานแฟร์

หลายคนเข้าใจว่าต้นไม้ประดิษฐ์มีไว้ประดับเพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่ Wongpe Studio ธุรกิจที่ก้ำกึ่งระหว่างงานออกแบบกับงานประดิษฐ์นี้เชื่อว่า ต้นไม้ปลอมไม่ได้เป็นแค่พลาสติก พวกเขาออกแบบต้นไม้เหมือนเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่ง ศึกษาพันธ์ุไม้อย่างลงลึกจนเชี่ยวชาญ จำลองธรรมชาติให้เหมือนจริงที่สุด จนถึงตั้งใจออกแบบพื้นที่สีเขียวให้โครงการต่าง ๆ มากมาย

ธุรกิจที่ไม่ได้รดน้ำต้นไม้แต่ได้หมั่นดูแลสิ่งอื่นที่สำคัญ สร้างมูลค่าทางธุรกิจและคุณค่าทางใจ เนรมิตรให้เกิดบ้านในฝันของใครหลายคน

นิน-ยศภาคย์ จงเจริญใจ และ เอ๊ะ-กิตติคุณ เลิศประยูรมิตร เริ่มธุรกิจนี้ตั้งแต่ 5 – 6 ปีที่แล้ว ปลูกต้นไม้ในอาคาร สวน ห้างสรรพสินค้า คาเฟ่ และบ้านมาแล้วหลายที่ พวกเขาคือนักออกแบบผู้พยายามหาสมดุลระหว่างการบริหารในโลกธุรกิจกับการออกแบบให้มีความสวยงามควบคู่กับฟังก์ชัน

ขอชวนพลพรรคคนรักต้นไม้มานั่งใต้ร่มเงาไม้ ฟังเรื่องราวการเติบโตของวงปี ว่าปลูกต้นไม้ Indoor & Outdoor จากโฟม ผ้า พลาสติก ยาง อย่างไรให้โต 

วงปี ธุรกิจออกแบบต้นไม้ประดิษฐ์ที่เชื่อว่า Green Space มีคุณค่าต่อจิตใจ

คุณค่าทางใจของต้นไม้ประดิษฐ์

ก่อนตั้งบริษัท นิน-ยศภาคย์ เคยทำงานประจำด้านการจัดการธุรกิจมาก่อน ส่วน เอ๊ะ-กิตติคุณ เรียนด้านภูมิสถาปัตย์มา ทำให้มองเห็นเทรนด์คนรักต้นไม้ที่อยากได้ต้นไม้เข้ามาอยู่ภายในอาคาร แต่มีข้อจำกัดของต้นไม้จริงในการดูแลด้านแสง น้ำ และอากาศ

ทั้งคู่เท้าความว่าเดิมเคยไม่อินกับต้นไม้ปลอม เพราะคิดว่าไม่เหมือนของธรรมชาติที่ผลิตออกซิเจนได้ แต่จุดพลิกผันที่ทำให้เปลี่ยนความคิด คือเรื่องราวของคนเหล่านี้

…ลูกคนหนึ่งมีพ่อแม่สูงอายุที่เคยชอบปลูกต้นไม้มาก่อน ทุกวันนี้ด้วยวัยที่มากขึ้นทำให้ไม่สะดวกดูแลรดน้ำ ลูกก็ช่วยดูแลต้นไม้จริงไม่ไหว แต่อยากให้พ่อแม่ได้อยู่กับธรรมชาติที่ท่านรัก เลยเลือกใช้พื้นที่รอบบ้านเป็นต้นไม้ปลอม 

…นักสะสมพันธ์ุไม้ท่านหนึ่งเล่นต้นไม้เป็นงานอดิเรกอย่างจริงจังถึงขั้นผสมพันธ์ุได้เอง เมื่อทำออฟฟิศจึงอยากได้พื้นที่ธรรมชาติให้ห้องทำงานของพนักงานมีชีวิตชีวา แต่เนื่องจากมูลค่าการก่อสร้างของออฟฟิศทุกยูนิตต้องเกิดฟังก์ชันการทำงานที่ผลิตเป็นเงินได้ จึงไม่มีพื้นที่เลี้ยงดูต้นไม้จริง เลยอยากได้ต้นไม้ประดิษฐ์ในออฟฟิศ

…เด็กน้อยคนหนึ่งอยากได้ต้นไม้ 1 ต้นไปปลูกที่บ้านแต่ดูแลไม่เป็น คุณแม่จึงให้ลองซื้อต้นไม้ปลอมไปเลี้ยงดูก่อนว่าชอบจริงไหม หลังจากนั้นค่อยเริ่มเลี้ยงต้นจริง

สำหรับนักออกแบบอย่างเอ๊ะรู้สึกว่า “พอเราได้สร้างสรรค์ชิ้นงานแล้วตอบโจทย์ความต้องการได้ ทำให้รู้สึกว่างานของเรามีคุณค่า ไม่ใช่แค่พลาสติก” ไม่ว่าจะทำให้รู้สึกมีชีวิตชีวา ทำให้คนที่เรารักได้อยู่กับธรรมชาติที่รัก ปลูกฝังประสบการณ์ที่ดี หรือเห็นความสำคัญของสีเขียวที่มีต่อบ้านมากขึ้น เหล่านี้เป็นสิ่งที่นินมองว่ามีคุณค่าทางจิตใจ ไม่ใช่แค่มองด้วยตาแล้วสวย การลดปัจจัยที่ต้องดูแลต้นไม้ลงเพื่อดูแลอย่างอื่นได้มากขึ้น ทำให้เกิดมูลค่าที่ไม่สามารถประเมินค่าได้

นินสรุปว่าลูกค้าของวงปีมีหลากหลายกลุ่ม กลุ่มหนึ่งคือคนที่ไม่มีโอกาสได้สัมผัสธรรมชาติมากนัก “การได้ถ่ายทอดประสบการณ์ที่ดีออกไป ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าเคยเห็นต้นนี้หรือใบนี้นะ พอถึงเวลาได้พบธรรมชาติจริง ๆ เขาจะรู้สึกคุ้นเคยกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น” 

สำหรับลูกค้าอีกกลุ่มหนึ่งที่ชอบปลูกต้นไม้เป็นงานอดิเรกอยู่แล้ว การใส่องค์ประกอบของต้นไม้ประดิษฐ์ให้ใกล้เคียงกับธรรมชาติจริงมากที่สุด ยังทำให้คนที่เล่นต้นไม้เป็นประจำยอมรับมากขึ้นได้ด้วย

ขวบปีแรกของวงปีจึงเกิดขึ้นด้วยการตั้งคำถามว่า ถ้ามีสินค้าทดแทนที่ช่วยสร้างพื้นที่สีเขียวให้กับอาคารได้จะเป็นอย่างไร ลองเอาวัสดุมาประกอบหรือเลียนแบบให้เหมือนต้นไม้จริงกันไหม 

วงปี ธุรกิจออกแบบต้นไม้ประดิษฐ์ที่เชื่อว่า Green Space มีคุณค่าต่อจิตใจ
วงปี ธุรกิจออกแบบต้นไม้ประดิษฐ์ที่เชื่อว่า Green Space มีคุณค่าต่อจิตใจ

Not just a Gardener but a Green Space Designer 

ปี 2016 ทั้งคู่เริ่มทดลองผลิตต้นไม้ก่อนจะเห็นลู่ทางเปิดบริษัท ในช่วงเวลานั้นต้นไม้ประดิษฐ์เป็นเพียงสีเขียวสำหรับประดับในงานออกแบบอาคารที่มองปราดเดียวแล้วรู้เลยว่าปลอม ยังไม่ค่อยมีใครเอาต้นไม้มาเป็นส่วนหนึ่งในการออกแบบ Green Space Design โดยคำนึงถึงคุณค่าและความสวยงามอย่างจริงจัง

วงปีไม่ได้ออกแบบแค่ต้นไม้ประดิษฐ์ที่นำไปตั้งไว้ในบ้าน แต่ออกแบบพื้นที่สีเขียวในภาพใหญ่ด้วย ซึ่งเอ๊ะบอกว่าความรู้ศาสตร์ภูมิสถาปัตย์ช่วยได้มาก 

“คนทั่วไปคิดว่าเราเป็นคนที่จัดสวนได้ ปลูกต้นไม้ได้ แต่ความจริงแล้วสายงานนี้ไม่ได้เรียนแค่การจัดสวนและความรู้ด้านพืชพรรณ เรียนตั้งแต่การจัดสรรที่ดิน วางแผนด้านสิ่งแวดล้อม วางแผนระบบของเมืองให้ยั่งยืน องค์ประกอบเหล่านี้หล่อหลอมความคิดเราแต่แรกว่า สิ่งที่ต้นไม้ให้มนุษย์ได้ไม่ได้มีแค่ฟังก์ชันหรือความงาม แต่ผสานกันทั้งสองอย่าง”

มุมมองที่คำนึงถึงประสบการณ์ต่อสิ่งแวดล้อมในภาพใหญ่ ทำให้กระบวนการคิดงานใหญ่ตามไปด้วยเหมือนที่เอ๊ะบอกว่า “ใครมีปัญหา มีความต้องการแบบไหนมาหาเรา นำสิ่งที่คนอยากได้มาตีโจทย์ว่าพื้นที่เหมาะกับต้นไม้ประเภทไหน หน้าตาแบบไหน อยากได้ต้นไม้ที่มีสีสัน ใบ ลำต้นแบบไหน อยากจัดออกมาให้เกิดความรู้สึกยังไง”

ทั้งคู่ย้ำว่าการออกแบบต้นไม้ให้เหมือนจริงเป็นรายละเอียดที่วงปีเลือกใส่ใจ เพราะอยากให้ซึบซับประสบการณ์ซึ่งใกล้เคียงกับธรรมชาติจริงมากที่สุด โดยสิ่งสำคัญที่ทำให้ต้นไม้เหมือนจริงได้ คือความเข้าใจในธรรมชาติของคนทำ 

“เข้าใจต้นไม้แต่ละชนิดว่าอยู่ยังไงในสภาพแวดล้อมจริง อยู่ร่วมกับต้นไม้ชนิดไหนได้บ้าง แล้วประกอบองค์ประกอบเหล่านั้นเป็นสินค้า 1 ชิ้น อย่างถ้าเป็นไม้กระถาง กระเช้าแขวน จะเริ่มจากศึกษาจากฟอร์มของต้นไม้จริงเป็นหลักก่อน แล้วนำมาติดตั้งในรูปแบบที่ใกล้เคียงกับของจริง” 

โดยการผลิตต้องเลือกวัสดุที่ใกล้เคียงกับต้นไม้จริงด้วย คำนึงถึงสี ลวดลาย ความหนา ผิวสัมผัสที่ออกมา ซึ่งเทคโนโลยีการพิมพ์สมัยนี้ทำให้สามารถผสมวัสดุ 2 อย่างด้วยกันได้ สมัยก่อนดอกกุหลาบจะทำจากผ้า ดูแล้วรู้เลยว่าปลอม แต่วัสดุทุกวันนี้ทำออกมาให้หยุ่น ๆ มองแล้วเหมือนดอกไม้จริงมากขึ้น 

ต้นไม้ของวงปีจึงมีหลากหลายแบบ เพื่อจำลองระบบนิเวศของพื้นที่สีเขียวให้ได้สมบูรณ์ที่สุด นินบอกว่า “ไม่ได้เน้นต้นไม้แบบไหนเป็นพิเศษ เราเน้นความหลากหลาย เพื่อให้ครอบคลุมความต้องการที่แตกต่างกัน มีทั้งแบบที่เป็นแจกัน ต้นไม้กระถาง ไม้ยืนต้น กระถางขนาดใหญ่ Green Wall”

วงปี ธุรกิจออกแบบต้นไม้ประดิษฐ์ที่เชื่อว่า Green Space มีคุณค่าต่อจิตใจ
วงปี ธุรกิจออกแบบต้นไม้ประดิษฐ์ที่เชื่อว่า Green Space มีคุณค่าต่อจิตใจ

ส่งเสริมภาพลักษณ์ด้วยต้นไม้

ผลงานของวงปีสำหรับลูกค้ารายใหญ่อย่างโครงการบ้านจัดสรร คาเฟ่ ห้างสรรพสินค้า โรงแรม มักเน้นออกแบบตามเอกลักษณ์ของแต่ละโครงการ มีคอนเซ็ปต์และภาพลักษณ์ที่อยากนำเสนอชัดเจน

หนึ่งในผลงานชิ้นสำคัญ คือการออกแบบพื้นที่สีเขียวให้ Café Amazon ซึ่งมีโจทย์คือออกแบบให้สวยและเหมือนต้นไม้จริงมากที่สุด เอ๊ะบอกว่างานนี้ไม่ได้เป็นป่าดิบชื้นตามภาพจำทั่วไป ที่ต้องมีไม้ดอกขนาดใหญ่เหมือนที่เคยเห็นกัน แต่เป็นสวนป่าในสไตล์เฉพาะของ Amazon โดยแฝงพันธ์ุต้นไม้ทรงทันสมัยและไม้ใบที่กำลังฮิตตามเทรนด์ในยุคนี้อย่างมอนสเตอร่า หน้าวัวใบ พลูฉลุที่มีสีสันแปลกตามากขึ้น มีพื้นที่นั่งคอยเพื่อผสานป่าให้กลมกลืนกับคาเฟ่

หลายโครงการนอกจากอิงกับสไตล์ต้นไม้ตามภูมิศาสตร์แล้ว ยังอิงกับสถาปัตยกรรมของพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นหมู่บ้านจัดสรรแบบนอร์ดิก ฝรั่งเศส หรือเมดิเตอร์เรเนียน วงปีก็เสกทั้งไม้เมืองหนาวและเมืองร้อนที่ส่งเสริมสถาปัตยกรรมนั้นได้ ดังเช่นอีกผลงานที่วงปีภาคภูมิใจ คือโครงการ The Crown ของ Land & House ซึ่งเป็นบ้านสไตล์ฝรั่งเศส เน้นใช้ดอกไม้ฝั่งยุโรปอย่างไฮเดรนเยีย ต้นมะกอก โรสแมรี ในการสร้างบรรยากาศให้กับบ้าน ซึ่งถ้าเอาไม้ดอกฝั่งยุโรปของจริงมา คงไม่ออกดอกได้ตามที่ต้องการ

นอกจากไม้ดอก วงปียังเนรมิตรทั้งไม้ยืนต้น ไม้แขวน ไม้เลื้อย ให้เบ่งบ่านมาแล้วอีกหลายโครงการ ผลงานรวมไม้ยืนต้นที่เยอะที่สุดอยู่ที่โซนร้านอาหารของไอคอนสยาม รังสรรค์ไม้ยืนต้นพันธ์ุไทยหลายขนาดอย่างยางนา กรรเกาที่สูงตั้งแต่ 2 เมตรครึ่งถึง 7 เมตรซึ่งมีความท้าทาย เพราะส่วนใหญ่การจัดต้นไม้ปลอมมักล้อกับเทรนด์โลก ทำให้ใช้พันธ์ุไม้ต่างประเทศเยอะ ในขณะที่งานนี้ต้องสั่งผลิตใหม่ เลือกวัสดุที่เหมาะสมกับพันธ์ุไม้เมืองไทยให้ได้มากที่สุด

เรียกได้ว่าเอาวัสดุใกล้ตาใกล้มือ มาเนรมิตรสิ่งที่ปลูกไม่ได้ในความเป็นจริงให้งอกงามได้จริง ปลูกดอกไม้เมืองหนาวที่ไม่ได้บานทั้งปีในเมืองร้อน ปลูกไม้ยืนต้นในห้างสรรพสินค้า นี่คือพลังพิเศษของต้นไม้ประดิษฐ์ 

งาน Made to Order ที่เติมเต็มบ้านพอดี 

สำหรับลูกค้ารายเล็กที่อยากซื้อต้นไม้ไปตั้งไว้ในบ้าน นินเปรียบต้นไม้ประดิษฐ์เหมือนเฟอร์นิเจอร์บิวด์อินที่ต้องอยู่คู่บ้านไปนานหลายปี การออกแบบต้นไม้จึงไม่ต่างจากการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ เพียงเปลี่ยนจากขาเก้าอี้เป็นกิ่งก้าน เปลี่ยนจากออกแบบเท็กเจอร์บนโต๊ะเป็นลวดลายที่ใบ การดูแลต้นไม้เปลี่ยนจากการรดน้ำเป็นเช็ดทำความสะอาดหรือปัดฝุ่นด้วยไม้ขนไก่ ไม่ต่างจากการดูแลของแต่งบ้านทั่วไป

นินเชื่อว่างาน Made to Order คือหัวใจของวงปีที่แตกต่างจากแบรนด์อื่น เหมือนเวลาซื้อของแต่งบ้านที่สั่งทำพิเศษสำหรับบ้านเราเท่านั้น การซื้อต้นไม้ที่สั่งทำเฉพาะก็ให้ความรู้สึกต่างกับการซื้อต้นไม้สำเร็จรูปหรือซื้อตามตลาดต้นไม้ทั่วไปเช่นกัน 

“แต่ละคนได้ของเหมาะที่สุดสำหรับเขา ต้นไม้ที่ได้อาจคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน ต่างที่ขนาด สี วัสดุ เพราะออกแบบมาให้เติมเต็มพื้นที่ของแต่ละคน เข้าไปอยู่แล้วรู้สึกพอดี ไม่เหมือนซื้อของสำเร็จทั่วไปที่เอาไปวางแล้วบางทีใหญ่เกิน ไม่ได้ตามที่อยากได้”

โจทย์การทำงานของลูกค้ารายบุคคล สนุกคนละแบบกับการออกแบบพื้นที่สีเขียวให้โครงการใหญ่ เพราะมีรายละเอียดยิบย่อยเฉพาะตัวของแต่ละคนแตกต่างกัน บางบ้านอยากให้ช่วยออกแบบต้นไม้มงคลความหมายดี เป็นเรื่องความสบายใจ บางบ้านเลือกพันธ์ุต้นไม้ที่สนใจ มีภาพมุมบ้านในฝันที่อยากได้มาแล้วให้ช่วยแนะนำ เมื่อบริบทบ้านแตกต่างกัน Mood & Tone ของพื้นที่สีเขียวก็แตกต่างกันไป ทำให้ทำงานมาหลายปีแต่โจทย์แทบไม่ซ้ำกันเลย เหมือนได้ออกแบบใหม่ตลอดเวลา

ถ้าการปลูกต้นไม้จริงต้องวางแผนวิธีปลูกอย่างพิถีพิถัน การปลูกต้นไม้ประดิษฐ์ก็ไม่ต่างกัน ต้องอาศัยการคุยกับลูกค้าอย่างละเอียด เพราะทุกอย่างล้วนมีผลต่อการตัดสินใจเลือกวัสดุและวิธีติดตั้งในภายหลัง ต้นไม้ประดิษฐ์ผลิตได้จากทั้งโฟม ผ้า พลาสติก ยาง ถ้าเป็นต้นไม้ที่อยู่ในบ้านต้องใช้วัสดุแบบหนึ่ง ส่วนต้นไม้ที่โดนแดด โดนฝน โดนลม ต้องใช้วัสดุอีกแบบเพื่อให้คงทน วิธีติดตั้งในพื้นที่แต่ละแบบก็ไม่เหมือนกัน เช่น บ้านที่อยากมีต้นไม้สูงขึ้นไป 10 เมตรถึงชั้น 3 ของบ้านหรือในช่องลิฟต์ จะติดตั้งต้นไม้ยังไงให้สวยงามและแข็งแรง สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงคือความปลอดภัย เมื่อนำไปวางแล้วทุกคนในบ้านต้องเข้าใกล้ได้โดยไม่เป็นอันตราย เพราะบ้านเป็นสถานที่ใช้ชีวิต ต้องพอดีกับบ้านในทุกมิติ

วงปีที่เติบโต 

จากเริ่มทำธุรกิจเล็ก ๆ กันเอง 2 คน ลองผิดลองถูกด้วยเงินลงทุนส่วนตัวโดยไม่กู้ แล้วค่อย ๆ ขยับขยาย ช่วงเริ่มแรกทั้งคู่จึงรู้สึกว่าธุรกิจโตช้าเมื่อเทียบกับคนอื่น แต่ข้อดีของการเริ่มบุกเบิกด้วยตัวเองคือได้เห็นกระบวนการทำงานทั้งหมด ตั้งแต่ทดลองผลิตเอง ออกแบบเอง แล้วค่อยเริ่มหาช่างฝีมือที่มีประสบการณ์มาช่วยเมื่อธุรกิจเริ่มมีขนาดใหญ่ขึ้น

ในด้านการออกแบบ เอ๊ะบอกว่าด้วยเนื้องานที่มีโจทย์เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ “การมีทีมช่างเป็นของตัวเอง ทำให้กระบวนการทำงานและเทรนนิ่งง่ายขึ้น ตอบโจทย์ความต้องการได้ดีขึ้น พัฒนาการผลิตไปเรื่อย ๆเหมือนพัฒนาการออกแบบสินค้า เช่น แรกเริ่มทำสินค้าได้ 4 ชิ้น พอมีเทรนด์ใหม่ก็พัฒนาตัวอย่างสินค้าและกระบวนการใหม่” 

สิ่งสำคัญที่ทำให้ธุรกิจออกดอกออกผล คือ ความเนิร์ดในต้นไม้และการลงมือทำ ต้องสนใจศึกษาลองผิดลองถูกเอง ท้าทายตัวเองจากความต้องการของลูกค้า ยิ่งความต้องการสินค้ามีความหลากหลาย ยิ่งเป็นโอกาสให้พัฒนาสินค้าได้เหมือนจริงมากขึ้นเรื่อย ๆ ต้นไม้ต้นเดิม พอผ่านไปอีกขวบปีหนึ่งที่ได้เรียนรู้การใช้วัสดุและเทคนิคการผลิตเพิ่ม ก็ทำให้ต้นไม้ต้นนั้นสวยงอกงามและเหมือนจริงมากขึ้นในฤดูถัดไป ไม่ใช่แค่ได้เพาะปลูกต้นไม้ในบ้าน แต่ได้บ่มเพาะทักษะตัวเองไปด้วย เอ๊ะสรุปว่าการได้เรียนรู้แบบนี้ “สร้างความสุขในการทำงานให้ผมได้”

อนาคตวงปีอยากพัฒนากระบวนการทำงานให้มีระบบและลักษณะเฉพาะมากขึ้น รวมถึงอยากออกแบบต้นไม้ประดิษฐ์ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นสำหรับแบรนด์มากขึ้น

นินตบท้ายว่าสิ่งที่ได้เรียนรู้ตลอด 4 – 5 ปีที่ผ่านมาในการทำธุรกิจ คือ การบาลานซ์ให้ดีระหว่างขยายกับบริหาร ทำยังไงให้เรายังอยู่ได้โดยโตได้ด้วย ในช่วงโควิด-19 เมื่องานตกแต่งบ้านเริ่มได้รับผลกระทบ ทั้งคู่ก็หันมาพัฒนาคุณภาพชิ้นงาน กระบวนการทำงานที่แม่นยำขึ้น ให้คนในองค์กรพร้อมขยายกลุ่มลูกค้าออกไป

ความท้าทายสำหรับนักออกแบบที่มาทำธุรกิจ คือ การลงมือทำภาพที่ฝันให้เป็นจริง ในโลกดีไซน์ของสวยมักแลกกับราคาแพง ต้องคำนึงถึงความสวยและฟังก์ชัน ส่วนในโลกธุรกิจมีต้นทุน ต้องคำนึงเรื่องเงินทอง ต้องคิดวิธีว่าจะทำอย่างไรให้คุมค่าใช้จ่ายและได้ต้นไม้ในคุณภาพที่ต้องการ รวมถึงถ่ายทอดองค์ความรู้ให้คนในองค์กรเข้าใจตรงกันแล้วผลิตออกมาได้สำเร็จ ทำให้เจ้าของธุรกิจเและคนในองค์กรเติบโตขึ้นเหมือนเป็นต้นไม้ต้นหนึ่งเหมือนกัน  

Lessons Learned

  • สังเกตปัญหาและสร้างทางเลือกใหม่ที่ยังไม่มีในตลาด มองหาโอกาสจากข้อจำกัดของสินค้าในปัจจุบันที่ยังตอบโจทย์ลูกค้าไม่ได้ แล้วสร้างทางเลือกใหม่ที่ส่งมอบประสบการณ์ที่ดีกว่า 
  • ทำสินค้าตามความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก คุยกับลูกค้าอย่างละเอียดว่าอยากได้อะไร เน้นออกแบบและนำเสนอสินค้าจากสิ่งที่ลูกค้าต้องการ
  • หาพาร์ตเนอร์ผู้มีความเชี่ยวชาญที่เราไม่มีมาช่วยสร้างระบบทางธุรกิจ ด้วยความเป็นนักออกแบบ วงปีจึงมีพาร์ตเนอร์ทางธุรกิจมาช่วยสนับสนุนระบบหลังบ้าน ทำให้สะดวกและมีเวลาโฟกัสการพัฒนาสินค้ามากขึ้น

วงปีสตูดิโอ ได้รับการสนับสนุนจาก dtac business ช่วยจัดการระบบทางธุรกิจให้พร้อมต่อการขยับขยาย ทั้ง Google Workspace ทำให้ประชุมได้อย่างสะดวก รวมถึงแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตและเบอร์โทรสำหรับธุรกิจการจัดการต่าง ๆ ไม่ว่าจะ E-Invoice Digital Payment หรือ Withholding Tax ก็จัดการได้ครบจบในที่เดียว https://business.dtac.co.th/th/

Writer

Avatar

รตา มนตรีวัต

อดีตสาวอักษรผู้โตมาในร้านขายหวายอายุ 100 กว่าปีย่านเมืองเก่า เป็นคนสดใสเหมือนดอกทานตะวัน สะสมแรงบันดาลใจไว้ในบล็อคชื่อ My Sunflower Thought ขับรถสีแดงชื่อ Cherry Tomato ระหว่างวันทำงานในโลกธุรกิจ เวลาว่างซาบซึ้งในศิลปะ

Photographer

Avatar

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

The Entrepreneur

แรงบันดาลใจจากแผนธุรกิจสร้างสรรค์ไม่จำกัดวงการของผู้ประกอบการผู้ตั้งใจ

16 พฤศจิกายน 2560
2 K

เราเคยได้ยินเรื่องสวนหน้าบ้านและสวนหลังบ้านแล้ว

แต่คุณเคยได้ยินเรื่องสวน ‘ใน’ บ้านบ้างไหม

ไม่ใช่แค่ในบ้าน อย่างการปลูกพืชอวบน้ำในกระถางเล็กๆ บนโต๊ะทำงาน หรือลิ้นมังกรที่ริมหน้าต่าง แต่เป็นใน ‘ตู้’ ขนาดเท่าชั้นหนังสือ ที่ซ่อนตัวอยู่เงียบๆ ในมุมไหนก็ได้ของบ้าน เป็นทั้งสิ่งประดับตกแต่งสบายตา และนำพืชพรรณออกมาทำอาหารได้ ที่สำคัญคือ เจ้าของตู้แทบจะไม่ต้องดูแลอะไรเลย

นี่คือเรื่องของ Farmshelf บริษัทสตาร์ทอัพจากนิวยอร์ก ที่มีแนวคิดว่าอยากให้ใครก็ได้ ปลูกอาหารที่ไหนก็ได้ เพื่อช่วยให้ผักสดเข้าถึงมือคนง่ายขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มชาวเมืองที่ไม่มีแม้แต่เวลาดูแลอาหารการกินของตัวเอง และอาจขยายไปจนถึงพื้นที่ห่างไกลความเจริญที่สภาพแวดล้อมไม่เอื้ออำนวยให้ทำเกษตรกรรม

ท่ามกลางความครึกครื้นของงานแถลงข่าววันที่ 8 – 9 พฤศจิกายนที่ผ่านมา แสนสิริเปิดตัวการลงทุนระลอกใหม่ใน 6 บริษัทสตาร์ทอัพนานาชาติที่เกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิตในหลากหลายแง่มุม ตั้งแต่แบรนด์สิ่งพิมพ์ชื่อดังอย่าง Monocle, ธุรกิจบูติกโฮเทลสายแหวกแนวอย่าง Standard International, แอพพลิเคชัน One Night ของบริษัทสแตนดาร์ด ที่ช่วยให้การจองโรงแรมสะดวกง่ายดายขึ้น, JustCo โคเวิร์กกิ้งสเปซสายอาเซียน และ Hostmaker ธุรกิจเปลี่ยนบ้านให้เป็น Airbnb การลงทุนในครั้งนี้ แสนสิริตั้งใจจะมุ่งเปลี่ยนภาพลักษณ์แบรนด์ จากการเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ ให้ครอบคลุมไลฟ์สไตล์ทุกด้านอย่างทั่วถึง

ในกลุ่มคนที่ทำเรื่องน่าตื่นเต้นมากมาย ฉันมีโอกาสได้สนทนาสั้นๆ กับหนึ่งในนั้น คือ แอนดริว เชียเรอร์ (Andrew Shearer) หนุ่มอเมริกันอายุ 27 ผู้เป็นซีอีโอของ Farmshelf เราคุยกันถึงสิ่งประดิษฐ์ที่เขาตั้งใจสร้าง และผลประโยชน์ที่มันจะนำมาให้โลก

ต่อไปนี้ เป็นเรื่องของชั้นปลูกต้นไม้ที่ทำได้มากกว่าแค่ประดับบ้าน

Let Food Grow

อันดับแรก เรามาเข้าใจความพิเศษของเทคโนโลยีสุดเจ๋งนี้กันก่อน

Farmshelf คือชั้นปลูกต้นไม้ที่ไม่ต้องเสียเวลาดูแลเอาใจใส่ใดๆ เพียงแค่ตั้งไว้ ระบบของตู้จะจัดการให้ทั้งหมด เราทำเพียงแค่ ใส่เมล็ดและวัตถุดิบตามกำหนด แล้วก็รอให้ถึงวันเก็บเกี่ยว ด้วยแนวคิดที่คล้ายกับเป็น ‘ขั้นกว่า’ ของการปลูกพืชไร้ดิน (Hydroponic Farming) และการปลูกพืชแนวตั้ง (Vertical Farming) ถามว่าขั้นกว่าอย่างไร ก็ตรงที่ในระบบปลูกพืชทั้งสองแบบ เราเป็นคนคิดว่าจะต้องทำอะไรกับพืช แต่ในตู้ของ Farmshelf เราไม่ต้องคิดอะไรเลย!

แล้วตู้รู้ได้อย่างไรว่าต้นไม้แต่ละต้นต้องการอะไร? เชียเรอร์อธิบายว่า “ตู้เก็บข้อมูลด้วยระบบเซนเซอร์พิเศษที่คอยตรวจสภาพดิน น้ำ อากาศ และคอยสังเกตอัตราการสังเคราะห์แสง บวกกับภาพถ่าย time lapse ของต้นไม้ แล้วปัญญาประดิษฐ์จะนำข้อมูลเหล่านี้ไปประมวลเพื่อหาสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมที่สุดให้กับพืชผัก”

แปลว่า ยิ่งปลูกต้นไม้มากเท่าไร Farmshelf ก็ยิ่งฉลาดมากขึ้นเท่านั้น นั่นเอง

เจ้าของก็เฝ้าติดตามการเติบโตน้อยๆ ในตู้ได้ผ่านแอพพลิเคชันที่จะคอยบอกทั้งระดับความเป็นกรดด่าง ระดับสารอาหาร พร้อมกับมีภาพ time lapse ให้แอบดูเหล่าพืชผักอย่างใกล้ชิดด้วย เมื่อถึงวันที่พร้อมเก็บเกี่ยว แอพจะแจ้งให้เรารับรู้อย่างทันท่วงที เพื่อให้เราได้กินอาหารในจังหวะที่รสชาติดีที่สุด

เมื่อฉันถามว่า แล้วแบบนี้ไม่เหมือนกับการสร้าง ‘ต้นไม้หุ่นยนต์’ เพราะไม่ปล่อยให้ต้นไม้ได้โตตามธรรมชาติเหรอ เขามองหน้าฉันด้วยความไม่เข้าใจ ก่อนจะชี้ว่า “สิ่งที่ FarmShelf ทำเป็นเหมือนการ ‘เพิ่มประสิทธิภาพในการเติบโต’ ให้ต้นไม้ แบบเดียวกับที่เราอยากให้คนอยู่ในสภาวะแวดล้อมที่ดีที่สุดนั่นแหละ ถ้าไม่นับว่านั่นเป็นการทำกับคนเหมือนหุ่นยนต์ ผมก็ไม่คิดว่าเราทำกับต้นไม้เหมือนหุ่นยนต์นะ”

Fresh Fast Food

ข้อดีของตู้นี้ ประกอบไปด้วย 2 ด้านหลักๆ คือ เวลาและคุณภาพ

ในแง่ของเวลา Farmshelf จะช่วยร่นระยะเวลาเดินทางของพืชผักจากไร่สวนมาถึงมือเรา บางครั้งอาจนานหลายวันหรือหลายสัปดาห์ ด้วยตู้นี้ เวลาเดินทางจะเหลือเพียงแค่ไม่กี่วินาที ข้อดีคือลดปัญหาการขนส่ง ปัญหาเรื่องพ่อค้าคนกลาง และสิ่งสำคัญอย่างมากสำหรับคนในเมืองใหญ่ที่แทบไม่มีบริเวณให้ปลูกพืชผัก ยิ่งไปกว่านั้น เจ้าชั้นปลูกต้นไม้ไฮเทคยังสร้างผลผลิตได้รวดเร็วกว่าการปลูกในธรรมชาติด้วย

ส่วนในแง่ของคุณภาพ ตู้เล็กๆ หลังนี้ใช้ทรัพยากรประหยัดกว่าการปลูกแบบอื่นๆ เพราะมีโปรแกรมเข้ามาช่วยคิดคำนวณว่า ต้นอ่อนต้องการสารอาหารใดมากแค่ไหน ทำให้ทรัพยากรที่ต้องลงทุนแต่ละต้นอยู่ในปริมาณคุ้มค่า ไม่มากไปหรือน้อยไป และที่สำคัญคือ ด้วยวิธีการคิดเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดนี้ ทำให้รสชาติของผักอร่อยขึ้นด้วย

เสน่ห์อีกอย่างของการปลูกผักเองแบบนี้ คือการเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้เห็นกระบวนการผลิตอาหารตั้งแต่ตอนลงเมล็ดจนถึงสุกงอมในระดับที่กินได้ เป็นการให้ความรู้ ให้ความรู้สึกใกล้ชิดผูกพัน และช่วยให้ไว้วางใจกับอาหารที่เลือกกินได้มากขึ้นด้วย

ในระยะยาว เชียเรอร์คาดหวังให้ Farmshelf เป็นทางออกหนึ่งในการช่วยลดปัญหาความอดอยาก โดยเฉพาะในพื้นที่ทุรกันดารอื่นๆ ที่ปลูกพืชผักได้ยาก “ผมคาดหวังว่ามันจะช่วยแก้เรื่องความช่วยเหลือทางอาหาร (Food Aid) ของ UN ได้ ถ้ามีชั้นนี้ตั้งอยู่ ก็น่าจะเปิดโอกาสให้คนในพื้นที่ห่างไกลได้กินผักผลไม้เยอะกว่าเดิมมากทีเดียว”

อย่างไรก็ตาม Farmshelf เพิ่งมีอายุเพียงแค่ปีกว่าๆ เท่านั้น จึงคงต้องคอยตามดูไปเรื่อยๆ ว่าวันไหนที่ความฝันของเชียเรอร์จะกลายเป็นความจริง

Thai Food… Coming Soon!

คำถามสำคัญซึ่งฉันต้องการจะมาถาม คือเรื่องของการนำเจ้าตู้แสนล้ำยุคมาใช้ในประเทศไทย ประเทศที่อุดมไปด้วยเมนูผัก โดยเฉพาะในเมืองหลวงซึ่งมีร้านอาหารอยู่ทั่วทุกหย่อมหญ้า แต่แทบไม่มีผักผลไม้ที่ปลูกสดๆ เลย

เชียเรอร์อธิบายว่า ก่อนหน้านี้ Farmshelf เน้นมุ่งเป้าไปที่ลูกค้ากลุ่มร้านอาหารและร้านกาแฟเป็นหลัก เช่น นำตู้ไปตั้งอยู่ที่ Great Northen Food Hall ที่สถานีรถไฟใหญ่ของนิวยอร์ก, ร้าน Norman และโรงแรม Ace Hotel ฯลฯ แต่พวกเขาก็มองว่าที่พักอาศัยก็เป็นกลุ่มลูกค้าที่น่าสนใจอีกกลุ่ม เมื่อเข้ามาร่วมมือกับแสนสิริ จึงยิ่งทำให้เชียเรอร์หันมาใส่ใจกับการใช้งานในครัวเรือนมากขึ้น โดยจะเริ่มจากโครงการ oka HAUS ของแสนสิริ ที่จะมี Farmshelf ติดตั้งอยู่ในบริเวณ Co-Kitchen ให้โอกาสลูกบ้านแสนสิริได้ลองใช้เป็นกลุ่มแรกๆ 

แต่ในแง่ที่ว่าจะต้องปรับให้เข้ากับความเป็นเมืองไทยหรือไม่ เขากลับบอกว่า “แนวความคิดเรื่องการปลูกผักแบบนี้มีทั่วไปอยู่แล้ว การปลูกพืชไร้ดินที่คล้ายๆ กันก็มีอยู่ทั่วโลก ดังนั้นเราไม่น่าจะต้องปรับเปลี่ยนอะไรมากมาย แต่แน่นอนว่าก็มีเรื่องที่ต้องคิดเพิ่ม เช่น เรื่องผู้เชี่ยวชาญด้านพืชพรรณ และข้อจำกัดของเมืองที่แตกต่างจากในสหรัฐอเมริกา”

เชียเรอร์เสริมให้เห็นข้อดีของ Farmshelf อีกข้อคือ มันเป็นโอกาสให้ชาวไทยได้ลองชิมผักพันธุ์แปลกๆ โดยไม่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ หากอยากรู้ว่าตอนนี้เขาปลูกอะไรได้บ้าง ก็มีตั้งแต่ผักสลัดสไตล์ฝรั่ง ไปจนถึงผักกาด โหระพา ผักชี มะเขือเทศ และสตรอว์เบอร์รี่ แต่เมื่อได้พัฒนาต่อร่วมกับแสนสิริ จากนี้จะมีผักอะไรงอกเพิ่มขึ้นมาบ้าง คงต้องคอยดู

ภายในปี 2018 เราน่าจะได้เห็นชั้นปลูกต้นไม้สุดคูลตั้งอยู่ตามอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ ของแสนสิริ เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ลูกบ้านของแสนสิริ และอาจจะข้ามไปโผล่ตามผลงานของอีก 5 บริษัทที่แสนสิริร่วมลงทุนในคราวนี้ด้วยก็ได้ ใครจะไปรู้

ฉันขอบคุณเชียเรอร์ ก่อนที่เราจะแยกย้ายกันไปรับประทานอาหารเที่ยงที่ทางงานจัดไว้ให้ ระหว่างที่ตักผักสลัดอยู่ฉันก็คิดขึ้นมาว่า ผักเหล่านี้เดินทางมาไกลแค่ไหน และหากเราร่นระยะทางนั้นลง จะสร้างผลดีอะไรได้อีกมากมาย

ชักอยากลองชิมดูเสียแล้วสิ ว่าความอร่อยใกล้มือที่ว่ามันรสชาติอย่างไร

Writer

Avatar

อลิษา ลิ้มไพบูลย์

นักอยากเขียนผู้เรียนปรัชญาเพื่อเยียวยาอาการคิดมาก เวลาว่างใช้ไปกับการร้องคอรัสเล่นๆ แบบจริงจัง และดูหนังอย่างจริงจังไปเล่นๆ

Photographer

Avatar

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load