22 กุมภาพันธ์ 2565

“ขายต้นไม้จริงหรือเปล่า” คือคำถามที่ลูกค้าถามวงปี ธุรกิจขาย Artificial Plant เวลาไปออกงานแฟร์

หลายคนเข้าใจว่าต้นไม้ประดิษฐ์มีไว้ประดับเพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่ Wongpe Studio ธุรกิจที่ก้ำกึ่งระหว่างงานออกแบบกับงานประดิษฐ์นี้เชื่อว่า ต้นไม้ปลอมไม่ได้เป็นแค่พลาสติก พวกเขาออกแบบต้นไม้เหมือนเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่ง ศึกษาพันธ์ุไม้อย่างลงลึกจนเชี่ยวชาญ จำลองธรรมชาติให้เหมือนจริงที่สุด จนถึงตั้งใจออกแบบพื้นที่สีเขียวให้โครงการต่าง ๆ มากมาย

ธุรกิจที่ไม่ได้รดน้ำต้นไม้แต่ได้หมั่นดูแลสิ่งอื่นที่สำคัญ สร้างมูลค่าทางธุรกิจและคุณค่าทางใจ เนรมิตรให้เกิดบ้านในฝันของใครหลายคน

นิน-ยศภาคย์ จงเจริญใจ และ เอ๊ะ-กิตติคุณ เลิศประยูรมิตร เริ่มธุรกิจนี้ตั้งแต่ 5 – 6 ปีที่แล้ว ปลูกต้นไม้ในอาคาร สวน ห้างสรรพสินค้า คาเฟ่ และบ้านมาแล้วหลายที่ พวกเขาคือนักออกแบบผู้พยายามหาสมดุลระหว่างการบริหารในโลกธุรกิจกับการออกแบบให้มีความสวยงามควบคู่กับฟังก์ชัน

ขอชวนพลพรรคคนรักต้นไม้มานั่งใต้ร่มเงาไม้ ฟังเรื่องราวการเติบโตของวงปี ว่าปลูกต้นไม้ Indoor & Outdoor จากโฟม ผ้า พลาสติก ยาง อย่างไรให้โต 

วงปี ธุรกิจออกแบบต้นไม้ประดิษฐ์ที่เชื่อว่า Green Space มีคุณค่าต่อจิตใจ

คุณค่าทางใจของต้นไม้ประดิษฐ์

ก่อนตั้งบริษัท นิน-ยศภาคย์ เคยทำงานประจำด้านการจัดการธุรกิจมาก่อน ส่วน เอ๊ะ-กิตติคุณ เรียนด้านภูมิสถาปัตย์มา ทำให้มองเห็นเทรนด์คนรักต้นไม้ที่อยากได้ต้นไม้เข้ามาอยู่ภายในอาคาร แต่มีข้อจำกัดของต้นไม้จริงในการดูแลด้านแสง น้ำ และอากาศ

ทั้งคู่เท้าความว่าเดิมเคยไม่อินกับต้นไม้ปลอม เพราะคิดว่าไม่เหมือนของธรรมชาติที่ผลิตออกซิเจนได้ แต่จุดพลิกผันที่ทำให้เปลี่ยนความคิด คือเรื่องราวของคนเหล่านี้

…ลูกคนหนึ่งมีพ่อแม่สูงอายุที่เคยชอบปลูกต้นไม้มาก่อน ทุกวันนี้ด้วยวัยที่มากขึ้นทำให้ไม่สะดวกดูแลรดน้ำ ลูกก็ช่วยดูแลต้นไม้จริงไม่ไหว แต่อยากให้พ่อแม่ได้อยู่กับธรรมชาติที่ท่านรัก เลยเลือกใช้พื้นที่รอบบ้านเป็นต้นไม้ปลอม 

…นักสะสมพันธ์ุไม้ท่านหนึ่งเล่นต้นไม้เป็นงานอดิเรกอย่างจริงจังถึงขั้นผสมพันธ์ุได้เอง เมื่อทำออฟฟิศจึงอยากได้พื้นที่ธรรมชาติให้ห้องทำงานของพนักงานมีชีวิตชีวา แต่เนื่องจากมูลค่าการก่อสร้างของออฟฟิศทุกยูนิตต้องเกิดฟังก์ชันการทำงานที่ผลิตเป็นเงินได้ จึงไม่มีพื้นที่เลี้ยงดูต้นไม้จริง เลยอยากได้ต้นไม้ประดิษฐ์ในออฟฟิศ

…เด็กน้อยคนหนึ่งอยากได้ต้นไม้ 1 ต้นไปปลูกที่บ้านแต่ดูแลไม่เป็น คุณแม่จึงให้ลองซื้อต้นไม้ปลอมไปเลี้ยงดูก่อนว่าชอบจริงไหม หลังจากนั้นค่อยเริ่มเลี้ยงต้นจริง

สำหรับนักออกแบบอย่างเอ๊ะรู้สึกว่า “พอเราได้สร้างสรรค์ชิ้นงานแล้วตอบโจทย์ความต้องการได้ ทำให้รู้สึกว่างานของเรามีคุณค่า ไม่ใช่แค่พลาสติก” ไม่ว่าจะทำให้รู้สึกมีชีวิตชีวา ทำให้คนที่เรารักได้อยู่กับธรรมชาติที่รัก ปลูกฝังประสบการณ์ที่ดี หรือเห็นความสำคัญของสีเขียวที่มีต่อบ้านมากขึ้น เหล่านี้เป็นสิ่งที่นินมองว่ามีคุณค่าทางจิตใจ ไม่ใช่แค่มองด้วยตาแล้วสวย การลดปัจจัยที่ต้องดูแลต้นไม้ลงเพื่อดูแลอย่างอื่นได้มากขึ้น ทำให้เกิดมูลค่าที่ไม่สามารถประเมินค่าได้

นินสรุปว่าลูกค้าของวงปีมีหลากหลายกลุ่ม กลุ่มหนึ่งคือคนที่ไม่มีโอกาสได้สัมผัสธรรมชาติมากนัก “การได้ถ่ายทอดประสบการณ์ที่ดีออกไป ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าเคยเห็นต้นนี้หรือใบนี้นะ พอถึงเวลาได้พบธรรมชาติจริง ๆ เขาจะรู้สึกคุ้นเคยกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น” 

สำหรับลูกค้าอีกกลุ่มหนึ่งที่ชอบปลูกต้นไม้เป็นงานอดิเรกอยู่แล้ว การใส่องค์ประกอบของต้นไม้ประดิษฐ์ให้ใกล้เคียงกับธรรมชาติจริงมากที่สุด ยังทำให้คนที่เล่นต้นไม้เป็นประจำยอมรับมากขึ้นได้ด้วย

ขวบปีแรกของวงปีจึงเกิดขึ้นด้วยการตั้งคำถามว่า ถ้ามีสินค้าทดแทนที่ช่วยสร้างพื้นที่สีเขียวให้กับอาคารได้จะเป็นอย่างไร ลองเอาวัสดุมาประกอบหรือเลียนแบบให้เหมือนต้นไม้จริงกันไหม 

วงปี ธุรกิจออกแบบต้นไม้ประดิษฐ์ที่เชื่อว่า Green Space มีคุณค่าต่อจิตใจ
วงปี ธุรกิจออกแบบต้นไม้ประดิษฐ์ที่เชื่อว่า Green Space มีคุณค่าต่อจิตใจ

Not just a Gardener but a Green Space Designer 

ปี 2016 ทั้งคู่เริ่มทดลองผลิตต้นไม้ก่อนจะเห็นลู่ทางเปิดบริษัท ในช่วงเวลานั้นต้นไม้ประดิษฐ์เป็นเพียงสีเขียวสำหรับประดับในงานออกแบบอาคารที่มองปราดเดียวแล้วรู้เลยว่าปลอม ยังไม่ค่อยมีใครเอาต้นไม้มาเป็นส่วนหนึ่งในการออกแบบ Green Space Design โดยคำนึงถึงคุณค่าและความสวยงามอย่างจริงจัง

วงปีไม่ได้ออกแบบแค่ต้นไม้ประดิษฐ์ที่นำไปตั้งไว้ในบ้าน แต่ออกแบบพื้นที่สีเขียวในภาพใหญ่ด้วย ซึ่งเอ๊ะบอกว่าความรู้ศาสตร์ภูมิสถาปัตย์ช่วยได้มาก 

“คนทั่วไปคิดว่าเราเป็นคนที่จัดสวนได้ ปลูกต้นไม้ได้ แต่ความจริงแล้วสายงานนี้ไม่ได้เรียนแค่การจัดสวนและความรู้ด้านพืชพรรณ เรียนตั้งแต่การจัดสรรที่ดิน วางแผนด้านสิ่งแวดล้อม วางแผนระบบของเมืองให้ยั่งยืน องค์ประกอบเหล่านี้หล่อหลอมความคิดเราแต่แรกว่า สิ่งที่ต้นไม้ให้มนุษย์ได้ไม่ได้มีแค่ฟังก์ชันหรือความงาม แต่ผสานกันทั้งสองอย่าง”

มุมมองที่คำนึงถึงประสบการณ์ต่อสิ่งแวดล้อมในภาพใหญ่ ทำให้กระบวนการคิดงานใหญ่ตามไปด้วยเหมือนที่เอ๊ะบอกว่า “ใครมีปัญหา มีความต้องการแบบไหนมาหาเรา นำสิ่งที่คนอยากได้มาตีโจทย์ว่าพื้นที่เหมาะกับต้นไม้ประเภทไหน หน้าตาแบบไหน อยากได้ต้นไม้ที่มีสีสัน ใบ ลำต้นแบบไหน อยากจัดออกมาให้เกิดความรู้สึกยังไง”

ทั้งคู่ย้ำว่าการออกแบบต้นไม้ให้เหมือนจริงเป็นรายละเอียดที่วงปีเลือกใส่ใจ เพราะอยากให้ซึบซับประสบการณ์ซึ่งใกล้เคียงกับธรรมชาติจริงมากที่สุด โดยสิ่งสำคัญที่ทำให้ต้นไม้เหมือนจริงได้ คือความเข้าใจในธรรมชาติของคนทำ 

“เข้าใจต้นไม้แต่ละชนิดว่าอยู่ยังไงในสภาพแวดล้อมจริง อยู่ร่วมกับต้นไม้ชนิดไหนได้บ้าง แล้วประกอบองค์ประกอบเหล่านั้นเป็นสินค้า 1 ชิ้น อย่างถ้าเป็นไม้กระถาง กระเช้าแขวน จะเริ่มจากศึกษาจากฟอร์มของต้นไม้จริงเป็นหลักก่อน แล้วนำมาติดตั้งในรูปแบบที่ใกล้เคียงกับของจริง” 

โดยการผลิตต้องเลือกวัสดุที่ใกล้เคียงกับต้นไม้จริงด้วย คำนึงถึงสี ลวดลาย ความหนา ผิวสัมผัสที่ออกมา ซึ่งเทคโนโลยีการพิมพ์สมัยนี้ทำให้สามารถผสมวัสดุ 2 อย่างด้วยกันได้ สมัยก่อนดอกกุหลาบจะทำจากผ้า ดูแล้วรู้เลยว่าปลอม แต่วัสดุทุกวันนี้ทำออกมาให้หยุ่น ๆ มองแล้วเหมือนดอกไม้จริงมากขึ้น 

ต้นไม้ของวงปีจึงมีหลากหลายแบบ เพื่อจำลองระบบนิเวศของพื้นที่สีเขียวให้ได้สมบูรณ์ที่สุด นินบอกว่า “ไม่ได้เน้นต้นไม้แบบไหนเป็นพิเศษ เราเน้นความหลากหลาย เพื่อให้ครอบคลุมความต้องการที่แตกต่างกัน มีทั้งแบบที่เป็นแจกัน ต้นไม้กระถาง ไม้ยืนต้น กระถางขนาดใหญ่ Green Wall”

วงปี ธุรกิจออกแบบต้นไม้ประดิษฐ์ที่เชื่อว่า Green Space มีคุณค่าต่อจิตใจ
วงปี ธุรกิจออกแบบต้นไม้ประดิษฐ์ที่เชื่อว่า Green Space มีคุณค่าต่อจิตใจ

ส่งเสริมภาพลักษณ์ด้วยต้นไม้

ผลงานของวงปีสำหรับลูกค้ารายใหญ่อย่างโครงการบ้านจัดสรร คาเฟ่ ห้างสรรพสินค้า โรงแรม มักเน้นออกแบบตามเอกลักษณ์ของแต่ละโครงการ มีคอนเซ็ปต์และภาพลักษณ์ที่อยากนำเสนอชัดเจน

หนึ่งในผลงานชิ้นสำคัญ คือการออกแบบพื้นที่สีเขียวให้ Café Amazon ซึ่งมีโจทย์คือออกแบบให้สวยและเหมือนต้นไม้จริงมากที่สุด เอ๊ะบอกว่างานนี้ไม่ได้เป็นป่าดิบชื้นตามภาพจำทั่วไป ที่ต้องมีไม้ดอกขนาดใหญ่เหมือนที่เคยเห็นกัน แต่เป็นสวนป่าในสไตล์เฉพาะของ Amazon โดยแฝงพันธ์ุต้นไม้ทรงทันสมัยและไม้ใบที่กำลังฮิตตามเทรนด์ในยุคนี้อย่างมอนสเตอร่า หน้าวัวใบ พลูฉลุที่มีสีสันแปลกตามากขึ้น มีพื้นที่นั่งคอยเพื่อผสานป่าให้กลมกลืนกับคาเฟ่

หลายโครงการนอกจากอิงกับสไตล์ต้นไม้ตามภูมิศาสตร์แล้ว ยังอิงกับสถาปัตยกรรมของพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นหมู่บ้านจัดสรรแบบนอร์ดิก ฝรั่งเศส หรือเมดิเตอร์เรเนียน วงปีก็เสกทั้งไม้เมืองหนาวและเมืองร้อนที่ส่งเสริมสถาปัตยกรรมนั้นได้ ดังเช่นอีกผลงานที่วงปีภาคภูมิใจ คือโครงการ The Crown ของ Land & House ซึ่งเป็นบ้านสไตล์ฝรั่งเศส เน้นใช้ดอกไม้ฝั่งยุโรปอย่างไฮเดรนเยีย ต้นมะกอก โรสแมรี ในการสร้างบรรยากาศให้กับบ้าน ซึ่งถ้าเอาไม้ดอกฝั่งยุโรปของจริงมา คงไม่ออกดอกได้ตามที่ต้องการ

นอกจากไม้ดอก วงปียังเนรมิตรทั้งไม้ยืนต้น ไม้แขวน ไม้เลื้อย ให้เบ่งบ่านมาแล้วอีกหลายโครงการ ผลงานรวมไม้ยืนต้นที่เยอะที่สุดอยู่ที่โซนร้านอาหารของไอคอนสยาม รังสรรค์ไม้ยืนต้นพันธ์ุไทยหลายขนาดอย่างยางนา กรรเกาที่สูงตั้งแต่ 2 เมตรครึ่งถึง 7 เมตรซึ่งมีความท้าทาย เพราะส่วนใหญ่การจัดต้นไม้ปลอมมักล้อกับเทรนด์โลก ทำให้ใช้พันธ์ุไม้ต่างประเทศเยอะ ในขณะที่งานนี้ต้องสั่งผลิตใหม่ เลือกวัสดุที่เหมาะสมกับพันธ์ุไม้เมืองไทยให้ได้มากที่สุด

เรียกได้ว่าเอาวัสดุใกล้ตาใกล้มือ มาเนรมิตรสิ่งที่ปลูกไม่ได้ในความเป็นจริงให้งอกงามได้จริง ปลูกดอกไม้เมืองหนาวที่ไม่ได้บานทั้งปีในเมืองร้อน ปลูกไม้ยืนต้นในห้างสรรพสินค้า นี่คือพลังพิเศษของต้นไม้ประดิษฐ์ 

งาน Made to Order ที่เติมเต็มบ้านพอดี 

สำหรับลูกค้ารายเล็กที่อยากซื้อต้นไม้ไปตั้งไว้ในบ้าน นินเปรียบต้นไม้ประดิษฐ์เหมือนเฟอร์นิเจอร์บิวด์อินที่ต้องอยู่คู่บ้านไปนานหลายปี การออกแบบต้นไม้จึงไม่ต่างจากการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ เพียงเปลี่ยนจากขาเก้าอี้เป็นกิ่งก้าน เปลี่ยนจากออกแบบเท็กเจอร์บนโต๊ะเป็นลวดลายที่ใบ การดูแลต้นไม้เปลี่ยนจากการรดน้ำเป็นเช็ดทำความสะอาดหรือปัดฝุ่นด้วยไม้ขนไก่ ไม่ต่างจากการดูแลของแต่งบ้านทั่วไป

นินเชื่อว่างาน Made to Order คือหัวใจของวงปีที่แตกต่างจากแบรนด์อื่น เหมือนเวลาซื้อของแต่งบ้านที่สั่งทำพิเศษสำหรับบ้านเราเท่านั้น การซื้อต้นไม้ที่สั่งทำเฉพาะก็ให้ความรู้สึกต่างกับการซื้อต้นไม้สำเร็จรูปหรือซื้อตามตลาดต้นไม้ทั่วไปเช่นกัน 

“แต่ละคนได้ของเหมาะที่สุดสำหรับเขา ต้นไม้ที่ได้อาจคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน ต่างที่ขนาด สี วัสดุ เพราะออกแบบมาให้เติมเต็มพื้นที่ของแต่ละคน เข้าไปอยู่แล้วรู้สึกพอดี ไม่เหมือนซื้อของสำเร็จทั่วไปที่เอาไปวางแล้วบางทีใหญ่เกิน ไม่ได้ตามที่อยากได้”

โจทย์การทำงานของลูกค้ารายบุคคล สนุกคนละแบบกับการออกแบบพื้นที่สีเขียวให้โครงการใหญ่ เพราะมีรายละเอียดยิบย่อยเฉพาะตัวของแต่ละคนแตกต่างกัน บางบ้านอยากให้ช่วยออกแบบต้นไม้มงคลความหมายดี เป็นเรื่องความสบายใจ บางบ้านเลือกพันธ์ุต้นไม้ที่สนใจ มีภาพมุมบ้านในฝันที่อยากได้มาแล้วให้ช่วยแนะนำ เมื่อบริบทบ้านแตกต่างกัน Mood & Tone ของพื้นที่สีเขียวก็แตกต่างกันไป ทำให้ทำงานมาหลายปีแต่โจทย์แทบไม่ซ้ำกันเลย เหมือนได้ออกแบบใหม่ตลอดเวลา

ถ้าการปลูกต้นไม้จริงต้องวางแผนวิธีปลูกอย่างพิถีพิถัน การปลูกต้นไม้ประดิษฐ์ก็ไม่ต่างกัน ต้องอาศัยการคุยกับลูกค้าอย่างละเอียด เพราะทุกอย่างล้วนมีผลต่อการตัดสินใจเลือกวัสดุและวิธีติดตั้งในภายหลัง ต้นไม้ประดิษฐ์ผลิตได้จากทั้งโฟม ผ้า พลาสติก ยาง ถ้าเป็นต้นไม้ที่อยู่ในบ้านต้องใช้วัสดุแบบหนึ่ง ส่วนต้นไม้ที่โดนแดด โดนฝน โดนลม ต้องใช้วัสดุอีกแบบเพื่อให้คงทน วิธีติดตั้งในพื้นที่แต่ละแบบก็ไม่เหมือนกัน เช่น บ้านที่อยากมีต้นไม้สูงขึ้นไป 10 เมตรถึงชั้น 3 ของบ้านหรือในช่องลิฟต์ จะติดตั้งต้นไม้ยังไงให้สวยงามและแข็งแรง สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงคือความปลอดภัย เมื่อนำไปวางแล้วทุกคนในบ้านต้องเข้าใกล้ได้โดยไม่เป็นอันตราย เพราะบ้านเป็นสถานที่ใช้ชีวิต ต้องพอดีกับบ้านในทุกมิติ

วงปีที่เติบโต 

จากเริ่มทำธุรกิจเล็ก ๆ กันเอง 2 คน ลองผิดลองถูกด้วยเงินลงทุนส่วนตัวโดยไม่กู้ แล้วค่อย ๆ ขยับขยาย ช่วงเริ่มแรกทั้งคู่จึงรู้สึกว่าธุรกิจโตช้าเมื่อเทียบกับคนอื่น แต่ข้อดีของการเริ่มบุกเบิกด้วยตัวเองคือได้เห็นกระบวนการทำงานทั้งหมด ตั้งแต่ทดลองผลิตเอง ออกแบบเอง แล้วค่อยเริ่มหาช่างฝีมือที่มีประสบการณ์มาช่วยเมื่อธุรกิจเริ่มมีขนาดใหญ่ขึ้น

ในด้านการออกแบบ เอ๊ะบอกว่าด้วยเนื้องานที่มีโจทย์เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ “การมีทีมช่างเป็นของตัวเอง ทำให้กระบวนการทำงานและเทรนนิ่งง่ายขึ้น ตอบโจทย์ความต้องการได้ดีขึ้น พัฒนาการผลิตไปเรื่อย ๆเหมือนพัฒนาการออกแบบสินค้า เช่น แรกเริ่มทำสินค้าได้ 4 ชิ้น พอมีเทรนด์ใหม่ก็พัฒนาตัวอย่างสินค้าและกระบวนการใหม่” 

สิ่งสำคัญที่ทำให้ธุรกิจออกดอกออกผล คือ ความเนิร์ดในต้นไม้และการลงมือทำ ต้องสนใจศึกษาลองผิดลองถูกเอง ท้าทายตัวเองจากความต้องการของลูกค้า ยิ่งความต้องการสินค้ามีความหลากหลาย ยิ่งเป็นโอกาสให้พัฒนาสินค้าได้เหมือนจริงมากขึ้นเรื่อย ๆ ต้นไม้ต้นเดิม พอผ่านไปอีกขวบปีหนึ่งที่ได้เรียนรู้การใช้วัสดุและเทคนิคการผลิตเพิ่ม ก็ทำให้ต้นไม้ต้นนั้นสวยงอกงามและเหมือนจริงมากขึ้นในฤดูถัดไป ไม่ใช่แค่ได้เพาะปลูกต้นไม้ในบ้าน แต่ได้บ่มเพาะทักษะตัวเองไปด้วย เอ๊ะสรุปว่าการได้เรียนรู้แบบนี้ “สร้างความสุขในการทำงานให้ผมได้”

อนาคตวงปีอยากพัฒนากระบวนการทำงานให้มีระบบและลักษณะเฉพาะมากขึ้น รวมถึงอยากออกแบบต้นไม้ประดิษฐ์ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นสำหรับแบรนด์มากขึ้น

นินตบท้ายว่าสิ่งที่ได้เรียนรู้ตลอด 4 – 5 ปีที่ผ่านมาในการทำธุรกิจ คือ การบาลานซ์ให้ดีระหว่างขยายกับบริหาร ทำยังไงให้เรายังอยู่ได้โดยโตได้ด้วย ในช่วงโควิด-19 เมื่องานตกแต่งบ้านเริ่มได้รับผลกระทบ ทั้งคู่ก็หันมาพัฒนาคุณภาพชิ้นงาน กระบวนการทำงานที่แม่นยำขึ้น ให้คนในองค์กรพร้อมขยายกลุ่มลูกค้าออกไป

ความท้าทายสำหรับนักออกแบบที่มาทำธุรกิจ คือ การลงมือทำภาพที่ฝันให้เป็นจริง ในโลกดีไซน์ของสวยมักแลกกับราคาแพง ต้องคำนึงถึงความสวยและฟังก์ชัน ส่วนในโลกธุรกิจมีต้นทุน ต้องคำนึงเรื่องเงินทอง ต้องคิดวิธีว่าจะทำอย่างไรให้คุมค่าใช้จ่ายและได้ต้นไม้ในคุณภาพที่ต้องการ รวมถึงถ่ายทอดองค์ความรู้ให้คนในองค์กรเข้าใจตรงกันแล้วผลิตออกมาได้สำเร็จ ทำให้เจ้าของธุรกิจเและคนในองค์กรเติบโตขึ้นเหมือนเป็นต้นไม้ต้นหนึ่งเหมือนกัน  

Lessons Learned

  • สังเกตปัญหาและสร้างทางเลือกใหม่ที่ยังไม่มีในตลาด มองหาโอกาสจากข้อจำกัดของสินค้าในปัจจุบันที่ยังตอบโจทย์ลูกค้าไม่ได้ แล้วสร้างทางเลือกใหม่ที่ส่งมอบประสบการณ์ที่ดีกว่า 
  • ทำสินค้าตามความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก คุยกับลูกค้าอย่างละเอียดว่าอยากได้อะไร เน้นออกแบบและนำเสนอสินค้าจากสิ่งที่ลูกค้าต้องการ
  • หาพาร์ตเนอร์ผู้มีความเชี่ยวชาญที่เราไม่มีมาช่วยสร้างระบบทางธุรกิจ ด้วยความเป็นนักออกแบบ วงปีจึงมีพาร์ตเนอร์ทางธุรกิจมาช่วยสนับสนุนระบบหลังบ้าน ทำให้สะดวกและมีเวลาโฟกัสการพัฒนาสินค้ามากขึ้น

วงปีสตูดิโอ ได้รับการสนับสนุนจาก dtac business ช่วยจัดการระบบทางธุรกิจให้พร้อมต่อการขยับขยาย ทั้ง Google Workspace ทำให้ประชุมได้อย่างสะดวก รวมถึงแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตและเบอร์โทรสำหรับธุรกิจการจัดการต่าง ๆ ไม่ว่าจะ E-Invoice Digital Payment หรือ Withholding Tax ก็จัดการได้ครบจบในที่เดียว https://business.dtac.co.th/th/

Writer

รตา มนตรีวัต

อดีตสาวอักษรผู้โตมาในร้านขายหวายอายุ 100 กว่าปีย่านเมืองเก่า เป็นคนสดใสเหมือนดอกทานตะวัน สะสมแรงบันดาลใจไว้ในบล็อคชื่อ My Sunflower Thought ขับรถสีแดงชื่อ Cherry Tomato ระหว่างวันทำงานในโลกธุรกิจ เวลาว่างซาบซึ้งในศิลปะ

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

The Entrepreneur

แรงบันดาลใจจากแผนธุรกิจสร้างสรรค์ไม่จำกัดวงการของผู้ประกอบการผู้ตั้งใจ

สำหรับ ‘โรงเรียนปิติศึกษา’ (Pitisuksa School Chiang Rai Montessori) Montessori แห่งแรกของจังหวัดเชียงราย ‘ต้นไม้ สายลม แสงแดด ดิน หญ้า’ ไม่ใช่ของตกแต่งที่ทำให้สถานศึกษาดูดี แต่ทั้งหมดคือสื่อการเรียนการสอนและเครื่องมือส่งเสริมพัฒนาการชิ้นสำคัญจากธรรมชาติ เพื่อการเติบโตตามธรรมชาติของเด็ก

ว่าแต่การศึกษา Montessori (มอนเตสซอรี่) ที่เราพูดถึงคืออะไร

Montessori คือหลักสูตรอายุกว่า 120 ปี มีต้นกำเนิดจากแพทย์หญิงชาวอิตาลี มาเรีย มอนเตสซอรี่ (Maria Montessori) โดยเน้นให้เด็กเรียนรู้อย่างอิสระ เติบโตตามธรรมชาติและความต้องการของตนเองอย่างมีความสุข ซึ่งในหลายประเทศ สิ่งนี้ไม่ใช่การศึกษาทางเลือก แต่คือรูปแบบการเรียนรู้ที่ใช้ทั่วไป

แล้ว Montessori ที่เน้นการเล่นมากกว่าการเรียนแบบท่องจำ ได้ผลจริงหรือ

การพัฒนาการศึกษาที่เป็น ‘ทางเลือก’ ในสังคมไทยต้องเผชิญความท้าทายอะไรบ้าง

เหล่าผู้บริหารสร้างความเชื่อมั่นและทำให้โรงเรียนเติบโตได้อย่างไร

The Cloud ขอเดินตาม ณัฐฬส วังวิญญู, นุก-ทรงธรรม ศรีนัครินทร์ กรรมการ และ ครูอ้อย-ปิยะนุช ชัชวรัตน์ ผู้อำนวยการ ไปหาคำตอบทั้งหมดใต้เงาไม้ ในอาคารที่เป็นมิตรต่อคนและสิ่งแวดล้อม ท่ามกลางเสียงภาษาอังกฤษดังเจื้อยแจ้วของเด็ก ๆ ที่เป็นเครื่องบ่งบอกว่าพวกเขากำลังมีความสุขแค่ไหน

โรงเรียนปิติศึกษา Montessori แห่งแรกในเชียงรายที่ให้เด็กเรียนตามธรรมชาติอย่างมีความสุข

2542

Welcome to Pitisuksa School

25 ปีก่อน เชียงรายเป็นจังหวัดที่โรคเอดส์และวัณโรคระบาดหนัก นักวิจัยจากต่างประเทศ ทั้ง CDC สหรัฐอเมริกา RIT ของญี่ปุ่น และอังกฤษ เข้ามาทำวิจัยในพื้นที่พร้อมครอบครัว ทำให้ผู้ปกครองต้องการหาสถานศึกษาให้ลูก แต่ในยุคนั้นยังไม่มีโรงเรียนนานาชาติ พวกเขาจึงรวมตัวกันก่อตั้ง ‘มูลนิธิปิติศึกษา’ ขึ้นใน พ.ศ. 2542 มีนักเรียน 12 คน คละวัยกันทั้งหมด

ปรากฏว่าสิ่งที่ริเริ่มได้ผลตอบรับดี จากตำบลป่างิ้ว ทางตอนใต้ของเชียงราย พวกเขาจึงย้ายมายังพื้นที่ปัจจุบันใน พ.ศ. 2545 เปลี่ยนสวนลิ้นจี่ เงินบริจาคจากเจ้าของที่ดิน และการระดมทุนจากผู้ปกครองมาเป็นอาคารและปัจจัยในการพัฒนาลูกหลาน

เรามองดูสภาพแวดล้อมโดยรอบและคิดว่า บรรยากาศดี ต้นไม้เยอะ พื้นที่วิ่งเล่นแยะ

แต่พวกเขาทั้งหมดหันมาบอกเราพร้อมกันว่า ยังไม่เพียงพอ

โรงเรียนปิติศึกษา Montessori แห่งแรกในเชียงรายที่ให้เด็กเรียนตามธรรมชาติอย่างมีความสุข

ช่วงนี้โรงเรียนกำลังเติบโต มีนักเรียน 240 คน ที่ดินเดิมกลับกลายเป็นคับแคบอีกครั้ง พวกเขาจึงวางแผนเพื่อไปยังสถานที่ที่กว้างพอให้เด็กเรียนรู้ได้อย่างเต็มศักยภาพ โดย Master Plan แห่งใหม่ออกแบบโดย อาจารย์จุลพร นันทพานิช ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘ป่า’ เพราะเชื่อว่าธรรมชาติสำคัญต่อการเรียนรู้ มีสระน้ำเพื่อศึกษาวิถีชีวิตดั้งเดิมเสมือนลำเหมืองในภาคเหนือ มีทุ่งนาสำหรับทำกิจกรรม เรียนรู้เรื่องป่า เวิร์กชอปงานฝีมือ และสร้างความสุนทรีให้ตัวเด็กเอง

ครูอ้อยเล่าว่า เธอตั้งใจลาออกจากงานเพื่อมาเลี้ยงลูกคนที่สองซึ่งเป็นออทิสติก สามีของเธอเป็นกรรมการโรงเรียนยุคก่อนจึงชวนมาทำงานที่นี่ พร้อมให้ลูกมาเรียน จากที่จบเศรษฐศาสตร์จึงเรียนครูเพิ่มในสาขา Montessori สำหรับเด็กพิเศษ และเรียนต่อทางการบริหารการศึกษาเพื่อมาเป็นผู้จัดการโรงเรียน

โครงสร้างดั้งเดิมเป็นรูปแบบมูลนิธิ แต่มีข้อจำกัดเยอะ เมื่อไม่แสวงหาผลกำไรจึงระดมทุนพัฒนาต่อได้ยาก ไม่เกิดการบริหารอย่างยั่งยืน เมื่อไม่ยั่งยืน ความเชื่อมั่นของผู้ปกครองจึงไม่เกิด โรงเรียนก็ขยับขยายไม่ได้ นอกจากนี้ยังต้องมีการเปลี่ยนวาระของผู้รับอนุญาต ซึ่งต้องดำรงตำแหน่งประธานมูลนิธิ ทางกรรมการจึงพิจารณาโครงสร้างใหม่ให้เลี้ยงต้นเองได้ เพื่อพาทุกคนเดินไปข้างหน้า

“คุณณัฐฬส ชวน นายแพทย์ธีระวัฒน์ ศรีนัครินทร มา เขาจึงบอกว่าเราต้องเปลี่ยนเป็นบริษัทจำกัด จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล บริษัทไตรสิกขา คุณณัฐฬสเป็นผู้รับใบอนุญาต 

“ครูอ้อยทำหน้าที่ School Director ควบ School Manager ถ้าโรงเรียนรัฐบาลจะไม่มีตำแหน่งหลัง เพราะไม่ต้องคิดวิธีหาเงิน แต่ในเอกชนต้องมี บริหารเงินอย่างไร พัฒนาบุคลากรอย่างไร เก็บค่าเทอมมาเท่าไหร่ต้องบริหารให้พอ ประเด็นคือต้องไม่ขาดทุน พอได้โครงแบบนี้เราก็ต้องทำให้ผู้ปกครองเห็นว่าเราเปลี่ยนแปลงและยังคงอยู่ คุณนุกก็เริ่มรีโนเวตสถานที่อีกทาง”

โรงเรียนปิติศึกษา Montessori แห่งแรกในเชียงรายที่ให้เด็กเรียนตามธรรมชาติอย่างมีความสุข

หลังจากนั้นปิติศึกษาก็ไม่เคยหยุดอยู่ที่เดิม แม้จะมีคำถามจากสังคมถึงความไม่เชื่อมั่นในรูปแบบการเรียนการสอน แต่ศักยภาพของเด็กที่จบไปกลับแสดงผลลัพธ์ของความสำเร็จได้เป็นอย่างดี

“หลายคนถามว่าสถานศึกษาแบบนี้เหมาะสมกับสังคมเราอย่างไร ผมถามต่อว่า จริง ๆ แล้วสังคมต้องการสถานศึกษาแบบไหน ที่มีในปัจจุบันตอบโจทย์หรือเปล่า ตอนนี้เราทำในสิ่งที่เชื่อว่าการศึกษาควรจะเป็น เส้นทางการศึกษาที่แท้จริงไม่ได้มุ่งสู่ความเป็นเลิศด้านวิชาการ แต่คือการพัฒนาความเป็นมุนษย์ให้สมบูรณ์ในแบบของพวกเขาเอง” 

นุกทิ้งท้ายก่อนเริ่มอธิบายถึงสิ่งที่โรงเรียนตั้งใจมอบให้เด็ก เพื่อให้เด็กไปมอบกับสังคม

Montessori

โรงเรียนที่ไม่ควรเป็นทางเลือก

“เรานิยามตัวเองว่าเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ ทุกคนเรียนรู้ด้วยกันทั้งเด็ก ครู และผู้ปกครอง โดยให้ความอิสระ (Independent) เป็นเรื่องใหญ่ สังคมบอกว่าคุณฉลาด คุณเก่ง จริง ๆ ไม่ใช่ เรามีคุณค่าในตัวเอง

“สังคมบางส่วนยังคงความเชื่อเรื่องการท่องจำและวัดผลด้วยการสอบไม่ต่างจากโรงงานผลิตคน แต่ Montessori เชื่อว่าศักภาพของมนุษย์ไปได้ไกลและหลากหลายกว่านั้น โดยไม่จำเป็นต้องถนัดสิ่งเดียวกัน”

ณัฐฬสยืนยันว่า เด็กต้องมีอิสระทั้งร่างกายและจิตใจถึงจะนำไปสู่การพัฒนาที่ดี พวกเขาคือผู้สร้างความหมายและคุณค่าของตัวเอง แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนในสังคมจะมีความคิดนี้ การสร้างทัศนคติดังกล่าวตั้งแต่เด็กจึงเป็นรากฐานสำคัญ

โรงเรียนปิติศึกษา Montessori แห่งแรกในเชียงรายที่ให้เด็กเรียนตามธรรมชาติอย่างมีความสุข

ปิติศึกษาใช้หลักสูตรบูรณาการไทย-มอนเตสซอรี่ ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก โดยจัดตามโครงสร้างของกระทรวงศึกษาธิการ แบ่งหลักสูตรเป็น 5 ระดับ ได้แก่ เตรียมอนุบาล (อายุ 2 – 3 ปี) อนุบาล (อายุ 3 – 6 ปี) ประถมต้น (อายุ 6 – 9 ปี) ประถมปลาย (อายุ 9 – 12 ปี) และมัธยมศึกษาตอนต้น (อายุ 12 – 15 ปี) 

ทั้งหมดเป็นการแบ่งแบบคละ ไม่มีการแบ่งเกรด ไม่มีการตีตราว่าเด็กเก่งหรือไม่เก่ง แม้อายุจะต่างกันแต่ก็เป็นการเรียนรู้ตามช่วงวัย ให้น้องเรียนรู้จากพี่ และพี่พัฒนาความเป็นผู้นำจากน้อง โดย 1 ห้องมีนักเรียนไม่เกิน 25 คน พร้อมครูไทย 1 คน และครูต่างชาติ 1 คน

ปรัชญาการสื่อสารแบบ Montessori ไม่เน้นท่องจำ แต่เป็นการเรียนรู้ผ่านการทำงานกับสื่อ ซึ่งลักษณะคล้ายของเล่น มีการแบ่งพื้นที่ในห้องเรียนเป็น 5 ส่วน ได้แก่ ทักษะชีวิต ประสาทสัมผัส ภาษา คณิตศาสตร์ และ Cultural Science เช่น ภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ พืช หรือสัตว์ โดยการจัดห้องเรียนเป็นอิสระของครูผู้ดูแล

“Help me to do it myself เด็กอนุบาลของเราช่วยเหลือตัวเองได้ 

“เด็กประถมศึกษาเรียน Cosmic Education แปลว่า ทุกสิ่งในโลกล้วนเชื่อมโยงกัน เรียนรู้จาก 5 เรื่อง คือ การกำเนิดจักรวาล การกำเนิดโลก การกำเนิดสิ่งมีชีวิต การกำเนิดตัวอักษร และตัวเลข จากนั้นจึงกระจายออกเป็นวิชาต่าง ๆ ซึ่งต้องเรียนผ่านการกระทำ ไม่ใช่กระดาน

“สำหรับเด็กโตต้องเตรียมเขาให้เป็นผู้ใหญ่ Help me to become an independent adult ไม่ได้เรียนแค่ 8 กลุ่มสาระ แต่มีเรื่อง Humanity ทักษะชีวิต การทำงาน การพัฒนาตนเอง มีกิจกรรมที่ส่งเสริมให้เด็กรู้จักแบ่งปันและดูแลคนอื่น เป็น Golbal Citizen ที่ดี ภายใต้เงื่อนไข 3 ข้อ คือ เคารพตนเอง เคารพผู้อื่น และเคารพสิ่งแวดล้อม” ผู้อำนวยการอธิบาย

เป้าหมายของการศึกษา คือการทำให้สังคมน่าอยู่ขึ้น

จุดหมายปลายทางของปิติศึกษาคือ สันติภาพ เริ่มจากเด็กที่จบไปแล้วปรับตัวได้ไม่ว่าจะอยู่ในสังคมไหน ดูแลตนเองและผู้อื่นได้ เข้าใจและชื่นชมความหลากหลายทางวัฒนธรรมของสังคมโลก 

โรงเรียนปิติศึกษา Montessori แห่งแรกในเชียงรายที่ปูทางให้เด็กเติบโตตามธรรมชาติอย่างมีความสุข เพื่อเป็นพลเมืองโลก

Parenting Classroom

ห้องเรียนดูแลผู้ปกครอง

“ความท้าทายที่เจอคือการสร้างความเข้าใจกับผู้ปกครอง เขาต้องเข้าใจในแบบเรา เพราะรูปแบบการเรียนค่อนข้างแตกต่างและละเอียดอ่อน ผู้ปกครองต่างชาติจะเข้าใจเรื่องนี้ได้ง่ายกว่า” 

ครูอ้อยเล่าถึงเรื่องที่เคยเป็นประเด็นน่ากังวล แต่ในตอนนี้พวกเขารู้แล้วว่าต้องจัดการกับความไม่เข้าใจอย่างไร

“เรามี Parenting Classroom ให้ความรู้พ่อแม่ว่า ถ้าคุณเลือกส่งลูกมาเรียนที่ปิติศึกษา คุณควรรู้อะไร เรายังต้องทำเรื่องนี้อย่างต่อเนื่องและต้องทำมากขึ้น เพราะพวกเขาต้องช่วยสนับสนุนการเรียนรู้แบบนี้ที่บ้าน ทั้งในแง่การสื่อสาร การจัดการสิ่งแวดล้อม และเวลา

“สมมติพ่อแม่ไม่เห็นคุณค่าของเวลา กลับบ้านไปลูกเปิดโทรทัศน์ดู ให้คนอื่นเลี้ยง อยู่โรงเรียนล้างจานเอง แต่กลับบ้านมีคนล้างให้ แม้เราจะสอน แต่ที่บ้านสปอยล์เหมือนเดิม สิ่งที่ท้าทายจึงเป็นการเอาพ่อแม่มาเรียนด้วย การทำโรงเรียนคือการทำการเรียนรู้ให้พ่อแม่ไปพร้อมกัน โตไปพร้อมกับเด็ก ไม่ใช่พ่อแม่อยู่ที่เดิมจะกลายเป็นอุปสรรค” ณัฐฬสอธิบาย

“ยิ่งถ้าเป็นเด็กเล็ก กล้ามเนื้อมัดเล็กกับมัดใหญ่เป็นตัวทำให้เซลล์สมองถูกประดิษฐ์ในช่วง 0 – 6 ปี ถ้าเกิดให้ดูแต่จอ เซลล์สมองจะหยุดพัฒนา แต่ถ้าเกิดเขาได้จับหรือปีนต้นไม้จะยิ่งผลิตเยอะ” นุกเสริมในฐานะคุณพ่อที่ส่งลูกมาเรียนที่ปิติศึกษาเช่นกัน

แผนของพวกเขาคือการจัดเวิร์กชอปผู้ปกครอง นั่งคุยและให้ผู้ใหญ่ซึบซับสิ่งเดียวกับที่ลูกจะได้

โรงเรียนปิติศึกษา Montessori แห่งแรกในเชียงรายที่ปูทางให้เด็กเติบโตตามธรรมชาติอย่างมีความสุข เพื่อเป็นพลเมืองโลก

“ผู้ปกครองสำคัญมาก เพราะเป็นเอกชนที่ไม่รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาล เราต้องอยู่ได้ด้วยค่าเทอม จำนวนของเด็กจึงสำคัญ ค่าเทอมเราโปร่งใส เก็บเท่าไหร่ ขออนุญาตเขตเท่านั้น ไม่มีเพิ่มเติมยกเว้นไปทัศนศึกษาที่ต่างจังหวัดก็แจ้งผู้ปกครอง เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่น”

การบริหารความเชื่อมั่นคือสิ่งที่ห้ามละเลย ครูอ้อยรับหน้าที่พาทัวร์โรงเรียน ประเมินความพร้อมเด็ก และอธิบายให้ผู้ปกครองฟังทุกอย่าง ดังนั้นผู้ปกครองทุกคนจะต้องได้พบผู้อำนวยการ พร้อมข้อมูลที่ครบทุกรายละเอียด

We are your supporters

ส่งเสริมในทุกทาง

01 หลักสูตรสู่ความสุข

ความสุขเกิดได้ใน 3 มิติ อย่างแรกคือ ตัวตนของเด็ก พวกเขาต้องปรับตัวให้เข้าได้กับทุกสภาพแวดล้อม มีแรงจูงใจในการเรียนด้วยตัวเอง เป็นตัวเอง พึ่งตนเอง เป็นอิสระ เชื่อมั่น และดูแลคนอื่นได้

ด้านสังคม พวกเขามีความเห็นอกเห็นใจ อยากช่วยเหลือสังคม เรียนรู้วิธีการบอกความต้องการของตนเองอย่างเหมาะสม เช่นเดียวกับการสร้างและรักษาความสัมพันธ์

มิติด้านการศึกษา หลายคนอาจมองว่าสิ่งที่ผ่านมาดูเป็นนามธรรม ทดสอบไม่ได้ด้วยกระดาษข้อสอบ นั่นก็เพราะทางโรงเรียนไม่เน้นการแข่งขัน ไม่มีการสอบ ไม่มีการบ้าน เด็กได้ความรู้ในสิ่งที่ต้องการ โดยมีครูเป็นผู้จัดหาความรู้ให้เพียงพอต่อการส่งเด็กไปรู้จักโลกกว้าง

โรงเรียนปิติศึกษา Montessori แห่งแรกในเชียงรายที่ปูทางให้เด็กเติบโตตามธรรมชาติอย่างมีความสุข เพื่อเป็นพลเมืองโลก

“แต่หากต้องการดูคะแนน เราเห็นคะแนน O-net ด้วยความที่เรียนเป็นอังกฤษ เรื่องภาษาดีมากอยู่แล้ว หากดูคะแนนเฉลี่ยทุกวิชาล้วนสูงกว่าระดับภาคและระดับชาติ คะแนนที่เกาะกลุ่มสะท้อนภาพรวมแต่ละวิชา วิธีการเรียนการสอนไม่ได้มีท่องจำ ไม่ได้มีสอบ แต่เราก็พัฒนาให้ผู้ปกครองเห็นเสมอ” ครูอ้อยอธิบาย

02 ครูเป็นตัวของตัวเอง

ปิติศึกษามองว่า ครูคือผู้อำนวยความสะดวกให้เด็ก ไม่ใช่ผู้สอน เพราะหากสอนนักเรียนในห้องที่มีอายุต่างกันย่อมมีเด็กที่เรียนไม่ทัน ครูจึงเป็นผู้ประเมินและดูแลเด็กตามที่ธรรมชาติของเขาต้องการ

ครูในโรงเรียนมาจากหลายประเทศ ทั้งเปรู รัสเซีย อังกฤษ อเมริกา ฟิลิปปินส์ อินเดีย ทุกคนได้รับอนุญาตให้เป็นตัวเอง ถือเป็นการนำเข้าวัฒนธรรมที่หลากหลาย ภายในห้องมีทั้งครูไทยและครูต่างชาติ ทำงานกันเป็นทีม

หากเกิดปัญหาให้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการแก้ไขและนึกถึงความสัมพันธ์เป็นหลัก ครูไม่ต้องทำงานเอกสารและเสนอกรรมการโรงเรียนได้ว่ามีสิ่งที่ไหนต้องการเพิ่มเติมหรือปรับปรุง

โรงเรียนปิติศึกษา Montessori แห่งแรกในเชียงรายที่ปูทางให้เด็กเติบโตตามธรรมชาติอย่างมีความสุข เพื่อเป็นพลเมืองโลก

03 อาหารดีและอิ่มท้อง

ปิติศึกษาจัดอาหารโดยคำนึงถึงโภชนาการเป็นหลัก อาหารกลางวัน 1 มื้อ เลือกวัตถุดิบที่ปลอดสารพิษมากที่สุด โดยติดต่อไปยังหมู่บ้านที่ปลูกโดยตรง ไม่ใส่ผงชูรสเด็ดขาด ส่วนอาหารว่าง 2 มื้อ ส่วนใหญ่เป็นผลไม้ตามฤดูกาล

นักเรียนไม่ต้องมีเงินติดตัว เพราะไม่ขายขนม ไม่มีของหวาน แม้กระทั่งเด็กที่เอานมมาดื่มจะขอความร่วมมือผู้ปกครองงดนมรสหวาน นมรสช็อกโกแลต หรือนมเปรี้ยว ให้เด็กดื่มนมรสธรรมชาติ

04 ให้ทุกวันเป็นรันเวย์

วันจันทร์เป็นวันเดียวที่ใส่ชุดนักเรียน เสื้อสีขาว กระเปงสีส้มสำหรับผู้หญิง และกางเกงสีเดียวกันสำหรับผู้ชาย ที่เหลือแต่งอะไรมาเรียนก็ได้ที่เสริมความมั่นใจให้กับพวกเขา

โรงเรียนปิติศึกษา Montessori แห่งแรกในเชียงรายที่ปูทางให้เด็กเติบโตตามธรรมชาติอย่างมีความสุข เพื่อเป็นพลเมืองโลก

05 อาคารที่สร้างจากความใส่ใจ

อาคารหลังใหม่ได้รับการออกแบบโดยนุก ซึ่งเป็นสถาปนิก อาคารหลังนี้ประหยัดพลังงานแบบ Passive คือลดการใช้งานมากกว่าการหาพลังงานสะอาดมาทดแทน หน้าต่างรับลมจากทิศทางที่เหมาะสม ไฟไม่จำเป็นต้องเปิดตลอดเวลา หลังคาเป็นแบบสองชั้นเพื่อให้มีการระบายอากาศ

ห้องเรียนปกติเปิดประตูออกไปเรียนด้านนอกได้ แต่เนื่องจากอาคารหลังนี้มี 2 ชั้น และห้องเรียนอยู่ชั้นบน ทำให้มีการเติมชั้นลอยให้เด็กเล่นเพื่อรู้สึกผ่อนคลาย

โซน Practical Life ช่วยจำลองการใช้ชีวิตจริง มีครัวให้เด็กเตรียมของว่างให้เพื่อน ๆ นอกจากนี้ห้องเรียนของ Montessori ยังออกแบบให้มี Wet Area หรือพื้นที่เปียก มีที่ให้เด็กซักล้าง และทำความสะอาด 

โรงเรียนปิติศึกษา Montessori แห่งแรกในเชียงรายที่ปูทางให้เด็กเติบโตตามธรรมชาติอย่างมีความสุข เพื่อเป็นพลเมืองโลก

06 สิ่งแวดล้อมที่ดีในทุกแง่มุม

ทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้ความสะอาด ความปลอดภัย และเอื้อต่อการเรียนรู้ สิ่งแวดล้อมภายนอกมีสิ่งที่เป็นธรรมชาติที่ให้เด็กสัมผัส สำรวจ และค้นหา 

ผู้ปกครองหลายคนสะท้อนมาว่า เข้ามาแล้วไม่รู้สึกกดดัน เพราะมีต้นไม้เยอะ ด้านหลังเป็นสวนให้เด็กเลี้ยงกระต่ายและปลากันเอง

07 กิจกรรมหลากหลาย

การลงมือทำคือการเรียนรู้ที่ดีที่สุด ปิติศึกษามีการพัฒนาหลักสูตรใหม่เสมอ พร้อมเปิดกิจกรรมที่หลากหลายทั้งในและนอกห้องเรียน เช่น Farming ให้เด็กลองทำการเกษตร Product Exchange เรียนรู้การผลิตสินค้าเพื่อจำหน่าย Self-Expression การแสดงออกในลักษณะศิลปะ ไม่ว่าจะเป็น การพูดในที่สาธารณะ หรือการแสดงละคร

โรงเรียนปิติศึกษา Montessori แห่งแรกในเชียงรายที่ปูทางให้เด็กเติบโตตามธรรมชาติอย่างมีความสุข เพื่อเป็นพลเมืองโลก

Lessons Learned

  • แม้โรงเรียนจะต้องทำกำไรในฐานะธุรกิจ แต่อย่ามองเรื่องธุรกิจเป็นหลัก ให้มองเป็นเรื่องการบริหารการศึกษาและการพัฒนาคน เพื่อสร้างเด็กที่เคารพตนเองและผู้อื่น ให้นำไปสู่สังคมที่น่าอยู่กว่าเดิม
  • อย่ายึดติดและอย่ากลัวการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะในเวลาที่ความเดิม ๆ ไม่ช่วยให้เกิดการพัฒนา
  • ทำโรงเรียน ต้องมองให้กว้าง ดูแลทั้งเด็ก ผู้ปกครอง ครู และสิ่งแวดล้อม เพราะทุกอย่างเชื่อมโยงและมีผลกระทบต่อกันหมด
  • อย่าวัดผลความสำเร็จด้วยตัวเลขเพียงอย่างเดียว เพราะมนุษย์มีศักยภาพที่ซับซ้อนเกินกว่าจะมีกฎเกณฑ์มาประเมินผล
  • จงเชื่อมั่นในสิ่งที่ทำและรักษาความเชื่อใจผ่านการกระทำอย่างสม่ำเสมอ แม้หลายครั้งคนอื่นจะมองว่าแปลกแยกก็ตาม
  • อย่าละทิ้งความรอบคอบและความใส่ใจในรายละเอียด แม้ธุรกิจจะเติบโตแล้ว

 

Writer

วโรดม เตชศรีสุธี

นักจิบชามะนาวจากเมืองสรอง หลงใหลธรรมชาติ การเล่าเรื่อง และชอบสูดกลิ่นอายแห่งอารยธรรม

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load