22 กุมภาพันธ์ 2565
2 K

“ขายต้นไม้จริงหรือเปล่า” คือคำถามที่ลูกค้าถามวงปี ธุรกิจขาย Artificial Plant เวลาไปออกงานแฟร์

หลายคนเข้าใจว่าต้นไม้ประดิษฐ์มีไว้ประดับเพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่ Wongpe Studio ธุรกิจที่ก้ำกึ่งระหว่างงานออกแบบกับงานประดิษฐ์นี้เชื่อว่า ต้นไม้ปลอมไม่ได้เป็นแค่พลาสติก พวกเขาออกแบบต้นไม้เหมือนเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่ง ศึกษาพันธ์ุไม้อย่างลงลึกจนเชี่ยวชาญ จำลองธรรมชาติให้เหมือนจริงที่สุด จนถึงตั้งใจออกแบบพื้นที่สีเขียวให้โครงการต่าง ๆ มากมาย

ธุรกิจที่ไม่ได้รดน้ำต้นไม้แต่ได้หมั่นดูแลสิ่งอื่นที่สำคัญ สร้างมูลค่าทางธุรกิจและคุณค่าทางใจ เนรมิตรให้เกิดบ้านในฝันของใครหลายคน

นิน-ยศภาคย์ จงเจริญใจ และ เอ๊ะ-กิตติคุณ เลิศประยูรมิตร เริ่มธุรกิจนี้ตั้งแต่ 5 – 6 ปีที่แล้ว ปลูกต้นไม้ในอาคาร สวน ห้างสรรพสินค้า คาเฟ่ และบ้านมาแล้วหลายที่ พวกเขาคือนักออกแบบผู้พยายามหาสมดุลระหว่างการบริหารในโลกธุรกิจกับการออกแบบให้มีความสวยงามควบคู่กับฟังก์ชัน

ขอชวนพลพรรคคนรักต้นไม้มานั่งใต้ร่มเงาไม้ ฟังเรื่องราวการเติบโตของวงปี ว่าปลูกต้นไม้ Indoor & Outdoor จากโฟม ผ้า พลาสติก ยาง อย่างไรให้โต 

วงปี ธุรกิจออกแบบต้นไม้ประดิษฐ์ที่เชื่อว่า Green Space มีคุณค่าต่อจิตใจ

คุณค่าทางใจของต้นไม้ประดิษฐ์

ก่อนตั้งบริษัท นิน-ยศภาคย์ เคยทำงานประจำด้านการจัดการธุรกิจมาก่อน ส่วน เอ๊ะ-กิตติคุณ เรียนด้านภูมิสถาปัตย์มา ทำให้มองเห็นเทรนด์คนรักต้นไม้ที่อยากได้ต้นไม้เข้ามาอยู่ภายในอาคาร แต่มีข้อจำกัดของต้นไม้จริงในการดูแลด้านแสง น้ำ และอากาศ

ทั้งคู่เท้าความว่าเดิมเคยไม่อินกับต้นไม้ปลอม เพราะคิดว่าไม่เหมือนของธรรมชาติที่ผลิตออกซิเจนได้ แต่จุดพลิกผันที่ทำให้เปลี่ยนความคิด คือเรื่องราวของคนเหล่านี้

…ลูกคนหนึ่งมีพ่อแม่สูงอายุที่เคยชอบปลูกต้นไม้มาก่อน ทุกวันนี้ด้วยวัยที่มากขึ้นทำให้ไม่สะดวกดูแลรดน้ำ ลูกก็ช่วยดูแลต้นไม้จริงไม่ไหว แต่อยากให้พ่อแม่ได้อยู่กับธรรมชาติที่ท่านรัก เลยเลือกใช้พื้นที่รอบบ้านเป็นต้นไม้ปลอม 

…นักสะสมพันธ์ุไม้ท่านหนึ่งเล่นต้นไม้เป็นงานอดิเรกอย่างจริงจังถึงขั้นผสมพันธ์ุได้เอง เมื่อทำออฟฟิศจึงอยากได้พื้นที่ธรรมชาติให้ห้องทำงานของพนักงานมีชีวิตชีวา แต่เนื่องจากมูลค่าการก่อสร้างของออฟฟิศทุกยูนิตต้องเกิดฟังก์ชันการทำงานที่ผลิตเป็นเงินได้ จึงไม่มีพื้นที่เลี้ยงดูต้นไม้จริง เลยอยากได้ต้นไม้ประดิษฐ์ในออฟฟิศ

…เด็กน้อยคนหนึ่งอยากได้ต้นไม้ 1 ต้นไปปลูกที่บ้านแต่ดูแลไม่เป็น คุณแม่จึงให้ลองซื้อต้นไม้ปลอมไปเลี้ยงดูก่อนว่าชอบจริงไหม หลังจากนั้นค่อยเริ่มเลี้ยงต้นจริง

สำหรับนักออกแบบอย่างเอ๊ะรู้สึกว่า “พอเราได้สร้างสรรค์ชิ้นงานแล้วตอบโจทย์ความต้องการได้ ทำให้รู้สึกว่างานของเรามีคุณค่า ไม่ใช่แค่พลาสติก” ไม่ว่าจะทำให้รู้สึกมีชีวิตชีวา ทำให้คนที่เรารักได้อยู่กับธรรมชาติที่รัก ปลูกฝังประสบการณ์ที่ดี หรือเห็นความสำคัญของสีเขียวที่มีต่อบ้านมากขึ้น เหล่านี้เป็นสิ่งที่นินมองว่ามีคุณค่าทางจิตใจ ไม่ใช่แค่มองด้วยตาแล้วสวย การลดปัจจัยที่ต้องดูแลต้นไม้ลงเพื่อดูแลอย่างอื่นได้มากขึ้น ทำให้เกิดมูลค่าที่ไม่สามารถประเมินค่าได้

นินสรุปว่าลูกค้าของวงปีมีหลากหลายกลุ่ม กลุ่มหนึ่งคือคนที่ไม่มีโอกาสได้สัมผัสธรรมชาติมากนัก “การได้ถ่ายทอดประสบการณ์ที่ดีออกไป ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าเคยเห็นต้นนี้หรือใบนี้นะ พอถึงเวลาได้พบธรรมชาติจริง ๆ เขาจะรู้สึกคุ้นเคยกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น” 

สำหรับลูกค้าอีกกลุ่มหนึ่งที่ชอบปลูกต้นไม้เป็นงานอดิเรกอยู่แล้ว การใส่องค์ประกอบของต้นไม้ประดิษฐ์ให้ใกล้เคียงกับธรรมชาติจริงมากที่สุด ยังทำให้คนที่เล่นต้นไม้เป็นประจำยอมรับมากขึ้นได้ด้วย

ขวบปีแรกของวงปีจึงเกิดขึ้นด้วยการตั้งคำถามว่า ถ้ามีสินค้าทดแทนที่ช่วยสร้างพื้นที่สีเขียวให้กับอาคารได้จะเป็นอย่างไร ลองเอาวัสดุมาประกอบหรือเลียนแบบให้เหมือนต้นไม้จริงกันไหม 

วงปี ธุรกิจออกแบบต้นไม้ประดิษฐ์ที่เชื่อว่า Green Space มีคุณค่าต่อจิตใจ
วงปี ธุรกิจออกแบบต้นไม้ประดิษฐ์ที่เชื่อว่า Green Space มีคุณค่าต่อจิตใจ

Not just a Gardener but a Green Space Designer 

ปี 2016 ทั้งคู่เริ่มทดลองผลิตต้นไม้ก่อนจะเห็นลู่ทางเปิดบริษัท ในช่วงเวลานั้นต้นไม้ประดิษฐ์เป็นเพียงสีเขียวสำหรับประดับในงานออกแบบอาคารที่มองปราดเดียวแล้วรู้เลยว่าปลอม ยังไม่ค่อยมีใครเอาต้นไม้มาเป็นส่วนหนึ่งในการออกแบบ Green Space Design โดยคำนึงถึงคุณค่าและความสวยงามอย่างจริงจัง

วงปีไม่ได้ออกแบบแค่ต้นไม้ประดิษฐ์ที่นำไปตั้งไว้ในบ้าน แต่ออกแบบพื้นที่สีเขียวในภาพใหญ่ด้วย ซึ่งเอ๊ะบอกว่าความรู้ศาสตร์ภูมิสถาปัตย์ช่วยได้มาก 

“คนทั่วไปคิดว่าเราเป็นคนที่จัดสวนได้ ปลูกต้นไม้ได้ แต่ความจริงแล้วสายงานนี้ไม่ได้เรียนแค่การจัดสวนและความรู้ด้านพืชพรรณ เรียนตั้งแต่การจัดสรรที่ดิน วางแผนด้านสิ่งแวดล้อม วางแผนระบบของเมืองให้ยั่งยืน องค์ประกอบเหล่านี้หล่อหลอมความคิดเราแต่แรกว่า สิ่งที่ต้นไม้ให้มนุษย์ได้ไม่ได้มีแค่ฟังก์ชันหรือความงาม แต่ผสานกันทั้งสองอย่าง”

มุมมองที่คำนึงถึงประสบการณ์ต่อสิ่งแวดล้อมในภาพใหญ่ ทำให้กระบวนการคิดงานใหญ่ตามไปด้วยเหมือนที่เอ๊ะบอกว่า “ใครมีปัญหา มีความต้องการแบบไหนมาหาเรา นำสิ่งที่คนอยากได้มาตีโจทย์ว่าพื้นที่เหมาะกับต้นไม้ประเภทไหน หน้าตาแบบไหน อยากได้ต้นไม้ที่มีสีสัน ใบ ลำต้นแบบไหน อยากจัดออกมาให้เกิดความรู้สึกยังไง”

ทั้งคู่ย้ำว่าการออกแบบต้นไม้ให้เหมือนจริงเป็นรายละเอียดที่วงปีเลือกใส่ใจ เพราะอยากให้ซึบซับประสบการณ์ซึ่งใกล้เคียงกับธรรมชาติจริงมากที่สุด โดยสิ่งสำคัญที่ทำให้ต้นไม้เหมือนจริงได้ คือความเข้าใจในธรรมชาติของคนทำ 

“เข้าใจต้นไม้แต่ละชนิดว่าอยู่ยังไงในสภาพแวดล้อมจริง อยู่ร่วมกับต้นไม้ชนิดไหนได้บ้าง แล้วประกอบองค์ประกอบเหล่านั้นเป็นสินค้า 1 ชิ้น อย่างถ้าเป็นไม้กระถาง กระเช้าแขวน จะเริ่มจากศึกษาจากฟอร์มของต้นไม้จริงเป็นหลักก่อน แล้วนำมาติดตั้งในรูปแบบที่ใกล้เคียงกับของจริง” 

โดยการผลิตต้องเลือกวัสดุที่ใกล้เคียงกับต้นไม้จริงด้วย คำนึงถึงสี ลวดลาย ความหนา ผิวสัมผัสที่ออกมา ซึ่งเทคโนโลยีการพิมพ์สมัยนี้ทำให้สามารถผสมวัสดุ 2 อย่างด้วยกันได้ สมัยก่อนดอกกุหลาบจะทำจากผ้า ดูแล้วรู้เลยว่าปลอม แต่วัสดุทุกวันนี้ทำออกมาให้หยุ่น ๆ มองแล้วเหมือนดอกไม้จริงมากขึ้น 

ต้นไม้ของวงปีจึงมีหลากหลายแบบ เพื่อจำลองระบบนิเวศของพื้นที่สีเขียวให้ได้สมบูรณ์ที่สุด นินบอกว่า “ไม่ได้เน้นต้นไม้แบบไหนเป็นพิเศษ เราเน้นความหลากหลาย เพื่อให้ครอบคลุมความต้องการที่แตกต่างกัน มีทั้งแบบที่เป็นแจกัน ต้นไม้กระถาง ไม้ยืนต้น กระถางขนาดใหญ่ Green Wall”

วงปี ธุรกิจออกแบบต้นไม้ประดิษฐ์ที่เชื่อว่า Green Space มีคุณค่าต่อจิตใจ
วงปี ธุรกิจออกแบบต้นไม้ประดิษฐ์ที่เชื่อว่า Green Space มีคุณค่าต่อจิตใจ

ส่งเสริมภาพลักษณ์ด้วยต้นไม้

ผลงานของวงปีสำหรับลูกค้ารายใหญ่อย่างโครงการบ้านจัดสรร คาเฟ่ ห้างสรรพสินค้า โรงแรม มักเน้นออกแบบตามเอกลักษณ์ของแต่ละโครงการ มีคอนเซ็ปต์และภาพลักษณ์ที่อยากนำเสนอชัดเจน

หนึ่งในผลงานชิ้นสำคัญ คือการออกแบบพื้นที่สีเขียวให้ Café Amazon ซึ่งมีโจทย์คือออกแบบให้สวยและเหมือนต้นไม้จริงมากที่สุด เอ๊ะบอกว่างานนี้ไม่ได้เป็นป่าดิบชื้นตามภาพจำทั่วไป ที่ต้องมีไม้ดอกขนาดใหญ่เหมือนที่เคยเห็นกัน แต่เป็นสวนป่าในสไตล์เฉพาะของ Amazon โดยแฝงพันธ์ุต้นไม้ทรงทันสมัยและไม้ใบที่กำลังฮิตตามเทรนด์ในยุคนี้อย่างมอนสเตอร่า หน้าวัวใบ พลูฉลุที่มีสีสันแปลกตามากขึ้น มีพื้นที่นั่งคอยเพื่อผสานป่าให้กลมกลืนกับคาเฟ่

หลายโครงการนอกจากอิงกับสไตล์ต้นไม้ตามภูมิศาสตร์แล้ว ยังอิงกับสถาปัตยกรรมของพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นหมู่บ้านจัดสรรแบบนอร์ดิก ฝรั่งเศส หรือเมดิเตอร์เรเนียน วงปีก็เสกทั้งไม้เมืองหนาวและเมืองร้อนที่ส่งเสริมสถาปัตยกรรมนั้นได้ ดังเช่นอีกผลงานที่วงปีภาคภูมิใจ คือโครงการ The Crown ของ Land & House ซึ่งเป็นบ้านสไตล์ฝรั่งเศส เน้นใช้ดอกไม้ฝั่งยุโรปอย่างไฮเดรนเยีย ต้นมะกอก โรสแมรี ในการสร้างบรรยากาศให้กับบ้าน ซึ่งถ้าเอาไม้ดอกฝั่งยุโรปของจริงมา คงไม่ออกดอกได้ตามที่ต้องการ

นอกจากไม้ดอก วงปียังเนรมิตรทั้งไม้ยืนต้น ไม้แขวน ไม้เลื้อย ให้เบ่งบ่านมาแล้วอีกหลายโครงการ ผลงานรวมไม้ยืนต้นที่เยอะที่สุดอยู่ที่โซนร้านอาหารของไอคอนสยาม รังสรรค์ไม้ยืนต้นพันธ์ุไทยหลายขนาดอย่างยางนา กรรเกาที่สูงตั้งแต่ 2 เมตรครึ่งถึง 7 เมตรซึ่งมีความท้าทาย เพราะส่วนใหญ่การจัดต้นไม้ปลอมมักล้อกับเทรนด์โลก ทำให้ใช้พันธ์ุไม้ต่างประเทศเยอะ ในขณะที่งานนี้ต้องสั่งผลิตใหม่ เลือกวัสดุที่เหมาะสมกับพันธ์ุไม้เมืองไทยให้ได้มากที่สุด

เรียกได้ว่าเอาวัสดุใกล้ตาใกล้มือ มาเนรมิตรสิ่งที่ปลูกไม่ได้ในความเป็นจริงให้งอกงามได้จริง ปลูกดอกไม้เมืองหนาวที่ไม่ได้บานทั้งปีในเมืองร้อน ปลูกไม้ยืนต้นในห้างสรรพสินค้า นี่คือพลังพิเศษของต้นไม้ประดิษฐ์ 

งาน Made to Order ที่เติมเต็มบ้านพอดี 

สำหรับลูกค้ารายเล็กที่อยากซื้อต้นไม้ไปตั้งไว้ในบ้าน นินเปรียบต้นไม้ประดิษฐ์เหมือนเฟอร์นิเจอร์บิวด์อินที่ต้องอยู่คู่บ้านไปนานหลายปี การออกแบบต้นไม้จึงไม่ต่างจากการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ เพียงเปลี่ยนจากขาเก้าอี้เป็นกิ่งก้าน เปลี่ยนจากออกแบบเท็กเจอร์บนโต๊ะเป็นลวดลายที่ใบ การดูแลต้นไม้เปลี่ยนจากการรดน้ำเป็นเช็ดทำความสะอาดหรือปัดฝุ่นด้วยไม้ขนไก่ ไม่ต่างจากการดูแลของแต่งบ้านทั่วไป

นินเชื่อว่างาน Made to Order คือหัวใจของวงปีที่แตกต่างจากแบรนด์อื่น เหมือนเวลาซื้อของแต่งบ้านที่สั่งทำพิเศษสำหรับบ้านเราเท่านั้น การซื้อต้นไม้ที่สั่งทำเฉพาะก็ให้ความรู้สึกต่างกับการซื้อต้นไม้สำเร็จรูปหรือซื้อตามตลาดต้นไม้ทั่วไปเช่นกัน 

“แต่ละคนได้ของเหมาะที่สุดสำหรับเขา ต้นไม้ที่ได้อาจคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน ต่างที่ขนาด สี วัสดุ เพราะออกแบบมาให้เติมเต็มพื้นที่ของแต่ละคน เข้าไปอยู่แล้วรู้สึกพอดี ไม่เหมือนซื้อของสำเร็จทั่วไปที่เอาไปวางแล้วบางทีใหญ่เกิน ไม่ได้ตามที่อยากได้”

โจทย์การทำงานของลูกค้ารายบุคคล สนุกคนละแบบกับการออกแบบพื้นที่สีเขียวให้โครงการใหญ่ เพราะมีรายละเอียดยิบย่อยเฉพาะตัวของแต่ละคนแตกต่างกัน บางบ้านอยากให้ช่วยออกแบบต้นไม้มงคลความหมายดี เป็นเรื่องความสบายใจ บางบ้านเลือกพันธ์ุต้นไม้ที่สนใจ มีภาพมุมบ้านในฝันที่อยากได้มาแล้วให้ช่วยแนะนำ เมื่อบริบทบ้านแตกต่างกัน Mood & Tone ของพื้นที่สีเขียวก็แตกต่างกันไป ทำให้ทำงานมาหลายปีแต่โจทย์แทบไม่ซ้ำกันเลย เหมือนได้ออกแบบใหม่ตลอดเวลา

ถ้าการปลูกต้นไม้จริงต้องวางแผนวิธีปลูกอย่างพิถีพิถัน การปลูกต้นไม้ประดิษฐ์ก็ไม่ต่างกัน ต้องอาศัยการคุยกับลูกค้าอย่างละเอียด เพราะทุกอย่างล้วนมีผลต่อการตัดสินใจเลือกวัสดุและวิธีติดตั้งในภายหลัง ต้นไม้ประดิษฐ์ผลิตได้จากทั้งโฟม ผ้า พลาสติก ยาง ถ้าเป็นต้นไม้ที่อยู่ในบ้านต้องใช้วัสดุแบบหนึ่ง ส่วนต้นไม้ที่โดนแดด โดนฝน โดนลม ต้องใช้วัสดุอีกแบบเพื่อให้คงทน วิธีติดตั้งในพื้นที่แต่ละแบบก็ไม่เหมือนกัน เช่น บ้านที่อยากมีต้นไม้สูงขึ้นไป 10 เมตรถึงชั้น 3 ของบ้านหรือในช่องลิฟต์ จะติดตั้งต้นไม้ยังไงให้สวยงามและแข็งแรง สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงคือความปลอดภัย เมื่อนำไปวางแล้วทุกคนในบ้านต้องเข้าใกล้ได้โดยไม่เป็นอันตราย เพราะบ้านเป็นสถานที่ใช้ชีวิต ต้องพอดีกับบ้านในทุกมิติ

วงปีที่เติบโต 

จากเริ่มทำธุรกิจเล็ก ๆ กันเอง 2 คน ลองผิดลองถูกด้วยเงินลงทุนส่วนตัวโดยไม่กู้ แล้วค่อย ๆ ขยับขยาย ช่วงเริ่มแรกทั้งคู่จึงรู้สึกว่าธุรกิจโตช้าเมื่อเทียบกับคนอื่น แต่ข้อดีของการเริ่มบุกเบิกด้วยตัวเองคือได้เห็นกระบวนการทำงานทั้งหมด ตั้งแต่ทดลองผลิตเอง ออกแบบเอง แล้วค่อยเริ่มหาช่างฝีมือที่มีประสบการณ์มาช่วยเมื่อธุรกิจเริ่มมีขนาดใหญ่ขึ้น

ในด้านการออกแบบ เอ๊ะบอกว่าด้วยเนื้องานที่มีโจทย์เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ “การมีทีมช่างเป็นของตัวเอง ทำให้กระบวนการทำงานและเทรนนิ่งง่ายขึ้น ตอบโจทย์ความต้องการได้ดีขึ้น พัฒนาการผลิตไปเรื่อย ๆเหมือนพัฒนาการออกแบบสินค้า เช่น แรกเริ่มทำสินค้าได้ 4 ชิ้น พอมีเทรนด์ใหม่ก็พัฒนาตัวอย่างสินค้าและกระบวนการใหม่” 

สิ่งสำคัญที่ทำให้ธุรกิจออกดอกออกผล คือ ความเนิร์ดในต้นไม้และการลงมือทำ ต้องสนใจศึกษาลองผิดลองถูกเอง ท้าทายตัวเองจากความต้องการของลูกค้า ยิ่งความต้องการสินค้ามีความหลากหลาย ยิ่งเป็นโอกาสให้พัฒนาสินค้าได้เหมือนจริงมากขึ้นเรื่อย ๆ ต้นไม้ต้นเดิม พอผ่านไปอีกขวบปีหนึ่งที่ได้เรียนรู้การใช้วัสดุและเทคนิคการผลิตเพิ่ม ก็ทำให้ต้นไม้ต้นนั้นสวยงอกงามและเหมือนจริงมากขึ้นในฤดูถัดไป ไม่ใช่แค่ได้เพาะปลูกต้นไม้ในบ้าน แต่ได้บ่มเพาะทักษะตัวเองไปด้วย เอ๊ะสรุปว่าการได้เรียนรู้แบบนี้ “สร้างความสุขในการทำงานให้ผมได้”

อนาคตวงปีอยากพัฒนากระบวนการทำงานให้มีระบบและลักษณะเฉพาะมากขึ้น รวมถึงอยากออกแบบต้นไม้ประดิษฐ์ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นสำหรับแบรนด์มากขึ้น

นินตบท้ายว่าสิ่งที่ได้เรียนรู้ตลอด 4 – 5 ปีที่ผ่านมาในการทำธุรกิจ คือ การบาลานซ์ให้ดีระหว่างขยายกับบริหาร ทำยังไงให้เรายังอยู่ได้โดยโตได้ด้วย ในช่วงโควิด-19 เมื่องานตกแต่งบ้านเริ่มได้รับผลกระทบ ทั้งคู่ก็หันมาพัฒนาคุณภาพชิ้นงาน กระบวนการทำงานที่แม่นยำขึ้น ให้คนในองค์กรพร้อมขยายกลุ่มลูกค้าออกไป

ความท้าทายสำหรับนักออกแบบที่มาทำธุรกิจ คือ การลงมือทำภาพที่ฝันให้เป็นจริง ในโลกดีไซน์ของสวยมักแลกกับราคาแพง ต้องคำนึงถึงความสวยและฟังก์ชัน ส่วนในโลกธุรกิจมีต้นทุน ต้องคำนึงเรื่องเงินทอง ต้องคิดวิธีว่าจะทำอย่างไรให้คุมค่าใช้จ่ายและได้ต้นไม้ในคุณภาพที่ต้องการ รวมถึงถ่ายทอดองค์ความรู้ให้คนในองค์กรเข้าใจตรงกันแล้วผลิตออกมาได้สำเร็จ ทำให้เจ้าของธุรกิจเและคนในองค์กรเติบโตขึ้นเหมือนเป็นต้นไม้ต้นหนึ่งเหมือนกัน  

Lessons Learned

  • สังเกตปัญหาและสร้างทางเลือกใหม่ที่ยังไม่มีในตลาด มองหาโอกาสจากข้อจำกัดของสินค้าในปัจจุบันที่ยังตอบโจทย์ลูกค้าไม่ได้ แล้วสร้างทางเลือกใหม่ที่ส่งมอบประสบการณ์ที่ดีกว่า 
  • ทำสินค้าตามความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก คุยกับลูกค้าอย่างละเอียดว่าอยากได้อะไร เน้นออกแบบและนำเสนอสินค้าจากสิ่งที่ลูกค้าต้องการ
  • หาพาร์ตเนอร์ผู้มีความเชี่ยวชาญที่เราไม่มีมาช่วยสร้างระบบทางธุรกิจ ด้วยความเป็นนักออกแบบ วงปีจึงมีพาร์ตเนอร์ทางธุรกิจมาช่วยสนับสนุนระบบหลังบ้าน ทำให้สะดวกและมีเวลาโฟกัสการพัฒนาสินค้ามากขึ้น

วงปีสตูดิโอ ได้รับการสนับสนุนจาก dtac business ช่วยจัดการระบบทางธุรกิจให้พร้อมต่อการขยับขยาย ทั้ง Google Workspace ทำให้ประชุมได้อย่างสะดวก รวมถึงแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตและเบอร์โทรสำหรับธุรกิจการจัดการต่าง ๆ ไม่ว่าจะ E-Invoice Digital Payment หรือ Withholding Tax ก็จัดการได้ครบจบในที่เดียว https://business.dtac.co.th/th/

Writer

รตา มนตรีวัต

อดีตสาวอักษรผู้โตมาในร้านขายหวายอายุ 100 กว่าปีย่านเมืองเก่า เป็นคนสดใสเหมือนดอกทานตะวัน สะสมแรงบันดาลใจไว้ในบล็อคชื่อ My Sunflower Thought ขับรถสีแดงชื่อ Cherry Tomato ระหว่างวันทำงานในโลกธุรกิจ เวลาว่างซาบซึ้งในศิลปะ

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

The Entrepreneur

แรงบันดาลใจจากแผนธุรกิจสร้างสรรค์ไม่จำกัดวงการของผู้ประกอบการผู้ตั้งใจ

‘NANA Coffee Roasters’ สาขาบางนา ใน 10 โมงเช้าวันอังคาร วันที่ไม่ได้พิเศษอย่างเช้าวันจันทร์หรือเย็นวันศุกร์ นอกจากกลิ่นกาแฟหอมฟุ้ง บรรยากาศร้านขาวโปร่งโล่งสบาย ที่นั่งหลากหลายมุมในร้านยังถูกจับจองเยอะจนน่าประหลาดใจ ทั้งครอบครัวที่มากับเด็ก ๆ กลุ่มไบเกอร์ และผู้คนคอกาแฟที่ดูจะเป็นลูกค้าประจำ

ไม่ใช่เรื่องง่ายที่แบรนด์สักแบรนด์หนึ่งจะเข้าไปนั่งในใจของลูกค้าได้ จากวันที่ยอดขาย 50 แก้ว 200 แก้ว สู่ 1,800 แก้วต่อวัน อะไรคือสิ่งที่ กุ้ง-วรงค์ ชลานุชพงศ์ เจ้าของร้านกาแฟผู้ที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยดื่มกาแฟสักถ้วยในชีวิต ได้ค้นพบและร่วมสร้างกว่าจะมาเป็น NANA Coffee Roasters ร้านกาแฟที่ ‘ไม่เคยต่อรอง’ เรื่องคุณภาพของกาแฟ

กุ้งถามเราว่าชอบดื่มอะไร ชอบดื่มแบบไหน ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มและเป็นกันเอง หายไปสักพัก กาแฟหอมฟุ้งที่กุ้งเลือกให้มาเสิร์ฟที่โต๊ะ แล้วบทสนทนาของเราก็เริ่มต้นขึ้น

NANA Coffee Roasters ร้านกาแฟที่ไม่ต่อรองคุณภาพ ความสุขลูกค้า และความก้าวหน้าวงการกาแฟไทย

แล้วเราจะตามหาเราจนเจอ

เส้นทางธุรกิจของกุ้งย้อนกลับไปได้นับทศวรรษ กว่าจะมาเป็น NANA Coffee Roasters ในวันที่กุ้งลาออกจากการเป็นวิศวกรเครื่องกลของโรงงานแห่งหนึ่งหลังทำงานมาร่วมสิบปี ด้วยความเบื่อหน่ายในชีวิตมนุษย์ออฟฟิศ ความอยากค้นหาตนเอง และความริเริ่มอยากลองเป็นเจ้าของธุรกิจ แต่ ณ ตอนนั้นความอยากยังไม่สัมพันธ์กับความรู้ทางธุรกิจที่มี

เขาเริ่มจากศูนย์ และธุรกิจแรกของเขาไม่ได้เกี่ยวข้องกับกาแฟแม้แต่นิด แต่เป็นแฟรนไชส์โรงเรียนสอนภาษาในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา แม้โรงเรียนจะไปได้ดี แต่กุ้งรู้สึกว่าชีวิตยังดีขึ้นได้อีก เขาจึงเริ่มเปิดร้านถ่ายรูปโดยร่วมลงทุนกับคนข้างบ้าน ขยายเป็น 9 สาขาในพื้นที่นนทบุรี ควบคู่กับโรงเรียนสอนภาษา

แล้วชีวิตนักธุรกิจไฟแรงของกุ้งก็โดนคลื่นลูกใหญ่ซัดเข้าอย่างจัง

“พอเราทำร้านถ่ายรูปไป 9 สาขา ก็เจอการเปลี่ยนเทคโนโลยีจากฟิล์มเป็นดิจิทัล ทำให้วงการถ่ายรูปอยู่ในยุคตกต่ำ คนไม่ยอมเอาไฟล์มาอัดงาน ยอดขายตก

“ตอนนั้นหนี้เยอะมาก เราต้องซื้อเครื่องถ่ายรูปใหม่ ประมาณ 13 – 14 ปีที่แล้ว ทำให้ผมมีหนี้ 10 กว่าล้าน เหมือนเราอยู่บนหลังเสือแล้วลงไม่ได้”

จนกระทั่ง กานดา โทจำปา หรือที่ทุกคนเรียกกันว่า กุ้งหญิง แนะนำให้ลองขายกาแฟสด ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในช่วง พ.ศ. 2550 – 2551

“ตอนนั้นผมอายุ 42 แล้ว แต่ยังไม่เคยกินกาแฟสักแก้วเลย” เขาหัวเราะ

NANA Coffee Roasters ร้านกาแฟที่ไม่ต่อรองคุณภาพ ความสุขลูกค้า และความก้าวหน้าวงการกาแฟไทย

ด้วยความเนื้อหอมของกาแฟสดในตอนนั้นบวกกับใจตัวเองที่ชอบความท้าทาย เขาจึงเริ่มเรียนชงกาแฟกับ อ๋า-ศุภชัย ศรีวิตตาภรณ์ แห่ง Bluekoff ครูกาแฟคนแรกของเขา 

ส่วนร้านกาแฟร้านแรกของกุ้ง (ก่อนจะเป็น) NANA Coffee Roasters ก็ดัดแปลงมาจากร้านถ่ายรูปสาขาแจ้งวัฒนะ จากการตัดกระจกครึ่งหนึ่งมาทำเคาน์เตอร์ ให้บาริสต้าอยู่ในห้องแอร์ชงกาแฟ เขาขายได้วันละ 30 แก้ว

ถ้าเป็นกุ้ง NANA แล้วล่ะก็… เขาคงจะไม่หยุดแค่นั้น

“เราสงสัยว่าเราใหม่ไป ทำไม่เก่ง หรือทำเลไม่ดี”

กุ้งเดินสำรวจร้านข้าง ๆ ที่ขายได้วันละร้อยแก้ว และตัดสินใจจะเปิดสาขาสองจากร้านถ่ายรูปสาขาเมืองทอง

“ก็ทำเหมือนเดิม ตัดกระจกครึ่งหนึ่ง ร้านนั้นเพิ่งปิดไปเมื่อปลายปีก่อน ขายได้วันละประมาณ 200 แก้ว”

เขาเพลิดเพลินกับกาแฟคั่วเข้มใส่นมข้นหวานขายอยู่ 3 – 4 ปี จนกระทั่งเริ่มคิดว่ามันไปต่อไม่ได้ จึงลาออกจากธุรกิจทั้งหมดที่ทำอยู่ และไปเรียนรู้เรื่องการชิมกาแฟเต็มตัว

สิ่งที่กุ้งทำทั้งวันและทุกวันตลอด 10 เดือน คือ คั่วและชิมกาแฟ จนสอบเป็น Q Grader หรือนักชิมกาแฟ ได้เป็นคนที่ 7 ของประเทศ ในวันที่กาแฟพิเศษยังเป็นเรื่องใหม่สำหรับคนไทย

ทะเลสีขาว

จากธุรกิจกาแฟสดสู่กาแฟพิเศษ NANA Coffee Roasters ก้าวสู่การเป็นร้านกาแฟระดับต้น ๆ ของประเทศด้วยการขายประสบการณ์ในการดื่มและสื่อสารเรื่องราวไปถึงลูกค้า 

นี่คือสิ่งที่ทำให้ธุรกิจนี้มีจุดยืนที่แตกต่าง ท่ามกลางตลาดกาแฟไทยที่เติบโตอย่างรวดเร็ว

“เราต้องแยกว่าเราอยู่ใน Red Ocean หรือเปล่า ซึ่งผมว่าเราไม่ได้อยู่ใน Red Ocean

“การทำร้านกาแฟต้องมีเคล็ดลับ มีเทคนิคเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งเขาต้องมาหาคุณให้ได้ ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน เราต้องสร้างอาณาจักรของตัวเอง ผมมองว่าเราอยู่ใน White Ocean เราอยู่ของเรา คนอื่นที่จะเข้ามาแข่งไม่ได้แข่งเรื่องราคา แต่แข่งเรื่องคุณภาพและบริการ”

กุ้งเรียนรู้สิ่งนี้ได้จากทุก ๆ สาขาของ NANA Coffee Roasters ที่เปิดมา

ร้านแรก สาขาเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา สอนว่าทำเลไม่ใช่ทุกอย่าง – คุณภาพต่างหากที่จะพาคนมาหาเรา

ร้านที่สอง สาขาอารีย์ สอนว่าทำเลที่ดีคือแต้มต่อของธุรกิจ – ให้คนมาหาเราได้ง่ายขึ้น

บทเรียนทั้งหมดพาเขามาสู่ร้านนี้ สาขาที่สี่ที่บางนา

NANA Coffee Roasters ร้านกาแฟที่ไม่ต่อรองคุณภาพ ความสุขลูกค้า และความก้าวหน้าวงการกาแฟไทย
NANA Coffee Roasters ร้านกาแฟที่ไม่ต่อรองคุณภาพ ความสุขลูกค้า และความก้าวหน้าวงการกาแฟไทย

นานา ณ บางนา

ก่อนจะมาเป็นนานาที่บางนา ที่นี่เคยเป็นร้านอาหารมาก่อน 

“เจ้าของที่ดินเป็นลูกค้าผมที่สาขาเลียบทางด่วนฯ เหมือนโชคที่เราจะได้เจอกัน ผมยืนชงกาแฟ เขามาซื้อกาแฟ แล้วเขาก็บอกว่า หนูมีทำเลแถวบางนา พี่สนใจไปเปิดร้านไหม”

ประจวบเหมาะกับที่ปรึกษาทางธุรกิจของกุ้ง (ควบตำแหน่งลูกค้าสาขาเลียบทางด่วนฯ เช่นเดียวกัน) เคยแนะนำทำเลทองที่บางนาและถนนกรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ คำแนะนำนี้วนเวียนอยู่ในหัวเขามาหลายปีไม่เคยหายไปไหน 

“พอลูกค้าพูดว่า บางนา กม.1 ผมปิ๊งเลย”

ที่ดินผืนนี้ที่บางนา ณ ตอนนั้นเป็นร้านอาหารชื่อ อบอวน มหาชัย

“เขาบอกว่าที่อยากให้พี่กุ้งมาคือ อยากให้ไปเปิดร้านกาแฟข้างหลัง” เรามองไปรอบ ๆ ร้านที่มีพื้นที่กว้างขวาง ต้นไม้ใหญ่ร่มรื่นเขียวขจี ภาพที่เห็นในวันนี้ยังไงก็ไม่ใช่ ‘ร้านกาแฟข้างหลัง’ แน่ ๆ 

“แต่ผมบอกว่าถ้าได้ที่แค่นั้นคงไม่มา ถ้าจะมาต้องขอพื้นที่ทั้งหมด” เขาเป็นคนแบบนั้น ทำอะไรทำจริง

โชคเข้าข้างเขา เพราะตรงกับช่วงโควิด-19 ทำให้ธุรกิจร้านอาหารไม่รุ่งเรืองเท่าที่ควร เจ้าของที่ดินจึงตัดสินใจให้ NANA Coffee Roasters มาเปิดร้านแรกในฝั่งกรุงเทพฯ ตะวันออก

ที่ดินริมถนนบางนา กม.1 เลยกลายเป็นผ้าใบผืนใหญ่ให้กุ้งได้ลงมือสร้างภาพฝันของธุรกิจ

“สาขาบางนาเหมือน Showcase ของเรา มันรวมการตกผลึกด้านการทำร้านกาแฟพิเศษ มีหลาย ๆ อย่างที่ซ่อนอยู่แม้กระทั่งถาดที่เสิร์ฟ มีแนวคิดหลายอย่างที่เราใส่เข้ามา มีการบอกเรื่องราว

“พอลูกค้าเดินเข้ามาในร้าน เขาควรจะได้พลังงานบวกกลับไป ได้แรงบันดาลใจบางอย่างกลับไป อย่างมาที่นี่ แค่เขาเห็นบาร์ เห็นวิธีการทำงาน เห็นวิธีการนำเสนอเรื่อง เห็นอาคาร หรืออะไรก็ตาม มันต้องมีสักอย่างที่ทำให้เขารู้สึกดี”

บางนาจึงเป็นที่ตั้งของสาขาที่สี่ของ NANA Coffee Roasters ซึ่งผสมผสานเรื่องสถาปัตยกรรม ภูมิทัศน์ และกาแฟ รวมไปถึงแรงบันดาลใจเข้าด้วยกัน 

NANA Coffee Roasters ร้านกาแฟที่ไม่ต่อรองคุณภาพ ความสุขลูกค้า และความก้าวหน้าวงการกาแฟไทย
NANA Coffee Roasters ร้านกาแฟที่ไม่ต่อรองคุณภาพ ความสุขลูกค้า และความก้าวหน้าวงการกาแฟไทย

03 Coffee Ecosystem

ดูเหมือนว่าสิ่งหลักที่กุ้งและทีมทำคือการขายกาแฟ แต่หากขยายภาพให้ใหญ่ขึ้น เราจะเห็น NANA Coffee Roasters อยู่ในทุก ๆ อณูของวงการกาแฟ ตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ

เพาะกล้า

สีน้ำมันคุณภาพดีคงถูกเสกสร้างเป็นภาพวาดที่สวยไม่ได้หากไม่มีศิลปิน เหมือนที่กุ้งเชื่อว่าบาริสต้าคือกุญแจสำคัญของกาแฟที่ดี เกิดมาเป็นอีกบทบาทหนึ่งของกุ้ง คือ ‘ครูกุ้ง’

ตั้งแต่ในยุคที่ Q Grader เริ่มมีการเปิดสอบในเมืองไทย เขาเริ่มสอน ติวเข้ม และส่งสอบ จนกระทั่งนักเรียนในชั้นสอบผ่าน 100 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่เฉลี่ยทั้งโลกมีคนได้เป็นนักชิมกาแฟเพียง 25 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

“ทุกวันนี้ทุกคนก็เติบโตในสายธุรกิจกาแฟ เป็น World Judge คั่วกาแฟ จะเห็นว่าคนที่เติบโตได้ดีในวงการกาแฟพิเศษคือ ต้องมีแพสชัน” นี่คือความภูมิใจของครูกาแฟ ผู้อยากเห็นวงการกาแฟไทยก้าวไปข้างหน้า

ผ่านมา 7 – 8 ปีจากวันนั้น มีคนมาเรียนกับครูกุ้งไปแล้วไม่ต่ำกว่า 3,000 คน

NANA Coffee Roasters ร้านกาแฟที่ไม่ต่อรองคุณภาพ ความสุขลูกค้า และความก้าวหน้าวงการกาแฟไทย

ต้นน้ำ

“ภาพที่คนมองเรา อาจจะคิดว่าเราขายแต่กาแฟนอก จริง ๆ แล้วไม่ใช่เลย เราซื้อกาแฟไทยปีหนึ่ง 30 ตัน กาแฟนอกเราซื้อไม่เยอะ ไม่ถึง 10 ตัน” 

กุ้งเชื่อมั่นในคุณภาพกาแฟไทย และอยากส่งต่อเรื่องราวจากต้นน้ำเกษตรกรไทย ไม่ใช่เพียงผ่านรสชาติกาแฟที่ดี แต่ผ่านสิ่งที่ต้องไปสัมผัสด้วยตัวเอง

“เนื่องจากทีมเราขึ้นไปเก็บกาแฟเอง ตั้งแคมป์ในไร่กาแฟครั้งหนึ่งประมาณ 5 – 10 วัน ได้เห็นว่าข้างบนเหมือนสวรรค์บนดิน สิ่งหนึ่งที่เราทำมาเป็นรูปธรรมเลยคือการจัด Barista Camp ซึ่งจัดมา 6 ปีแล้ว

“มีลำธารไหลผ่าน มีบ้านพัก ไม่มีน้ำ ไม่มีไฟ เราก็ปั่นไฟใช้ เราเห็นว่าเกษตรกรพยายามทำกาแฟแบบออร์แกนิกจริง ๆ” กุ้งพรรณนาบรรยากาศของไร่กาแฟให้เราเห็นภาพมากขึ้น

“เราจึงอยากให้ลูกค้าได้สัมผัสกับธรรมชาติเหล่านั้น รวมทั้งอาจจะเป็นกุศโลบายอย่างหนึ่ง ที่ทำให้เขาได้เห็นเราในธรรมชาติ ได้เข้าใจธรรมชาติ”

ปลายน้ำ

ในวันที่กล้าเติบโตและต้นน้ำดำเนินไปได้ดี กุ้งและทีมก็ไม่ลืมพัฒนาตนเอง แตกกิ่งก้านสาขา จากในช่วงโควิด-19 ระลอกแรกที่ยังไม่มีทั้งบริการขายออนไลน์และเดลิเวอรี่ 

“จากวันนั้นเราพยายามขายออนไลน์ แล้วเชื่อไหมครับ เราขายได้เดือนละ 50,000 บาท ซึ่งน้อยมากเมื่อเทียบกับรายได้หน้าร้าน เพราะอะไร เพราะทำไม่เป็น” กุ้งหัวเราะลั่น

แม้จะถือได้ว่าเป็นนักธุรกิจเต็มตัวกับประสบการณ์กว่าสิบปี กุ้งก็มีวันที่ทำไม่เป็นกับเขาเหมือนกัน

“มันเป็นอีกธุรกิจที่ชื่อเสียงของธุรกิจออฟไลน์ไม่มีผลกับยอดขายออนไลน์เลย มีรุ่นน้องผมคั่วกาแฟแค่ 2 ปี ขายออนไลน์ดีมาก วันที่เราขายได้ 50,000 เขาขายได้ 2 ล้านบาทต่อเดือน

เขาว่าประโยค ‘สนามหญ้าข้างบ้านมักเขียวกว่าบ้านเราเสมอ’ เป็นเรื่องจริง ทำเราหัวเราะครืน แต่กุ้งไม่เพียงชะโงกหน้ามองสนามหญ้าข้างบ้าน เขาให้ลูกชายก้าวเข้ามาศึกษาและช่วยส่วน Online Marketing จนดันยอดขายเกิน 7 หลักในช่วงเวลา 4 เดือน

จากยอดขาย 50 แก้วสู่ 1,800 แก้วต่อวันของ NANA Coffee Roasters ร้านกาแฟที่ไม่เคยต่อรองคุณภาพและความก้าวหน้าวงการกาแฟ

ปลายน้ำที่ส่งตรงถึงละแวกบ้านคุณ

“เดลิเวอรี่นี่ยิ่งมัน ผมจะเล่าให้ฟัง” แววตาของกุ้งเต็มไปด้วยประกายความสนุก “เป็นที่มาของ Harudot ซึ่งเป็น Second Brand ของเรา”

ในช่วงโควิดตอนแรก กุ้งและกุ้งหญิงพยายามติดต่อเดลิเวอรี่เจ้าดังอย่าง Grab, LINE MAN แต่ด้วยรัศมีทำการที่จำกัด จึงหาช่องทางในการตั้ง Cloud Kitchen ในเมือง ซึ่งตามมาด้วยค่าใช้จ่ายที่เสี่ยงเกินจะรับไว้ 

ณ ตอนนั้น ศูนย์จำหน่ายสินค้าแบบขายส่งแม็คโครติดต่อมาพอดี เป็นช่วงที่ร้านกาแฟมวลชนจะถอนการลงทุน มีทั้งหมดเป็นร้อยสาขา NANA Coffee Roasters เลือกเฉพาะสาขาในกรุงเทพฯ ชั้นใน 

“ไหน ๆ มันมาถึงตรงนี้แล้ว แทนที่จะทำเป็น Dark Kitchen เพราะถ้าเป็นครัวมืด เราจะได้บาริสต้าคุณภาพต่ำลง บาริสต้าเป็นอาชีพที่สปอตไลต์ต้องส่องเขา คุณต้องยืนอยู่บนสแตนด์ คุณต้องรู้สึกภูมิใจ แล้วคุณต้องเด่น เราถึงจะได้คนดี ๆ เข้ามา”

จากที่ตั้งใจให้เป็นเพียง Cloud Kitchen ของแบรนด์หลัก ก็เกิดเป็นแบรนด์ที่สองชื่อ Harudot ของลูกชายควบคู่ไปด้วย 

Positioning ของสองแบรนด์ต่างกัน ใช้กาแฟคนละตัว ต้นทุนต่างกัน รสชาติไม่เหมือน แต่อร่อยคนละแบบ โดยมีมาตรฐานเดียวกันทั้งอุปกรณ์และพนักงาน จนให้พนักงาน Harudot ย้ายไปทำที่ NANA Coffee Roasters ได้เลยโดยไม่ต้องฝึกเพิ่ม เพราะเขาเองก็ต้องเสิร์ฟเมนูสำหรับเดลิเวอรี่ของแบรนด์แรกเช่นกัน

“ปีที่แล้วปีเดียว เราเปิดไป 4 สาขา บ้าพลังมาก ในขณะที่ทุกคนลดสเกล เรากลับสวนกระแส แล้วแนวความคิดนี้ก็ประสบความสำเร็จ ผมขายได้”

ถึงจะมีวันที่กุ้งทำไม่เป็น แต่ดูเหมือนจะไม่มีวันที่เขาทำไม่ได้

จากยอดขาย 50 แก้วสู่ 1,800 แก้วต่อวันของ NANA Coffee Roasters ร้านกาแฟที่ไม่เคยต่อรองคุณภาพและความก้าวหน้าวงการกาแฟ

นานาบทเรียน

“ผมเคยอยู่ญี่ปุ่นมา 6 ปี ได้เห็นว่าร้านราเมงที่นั่นมีปัญหาเยอะมาก มันเป็นธุรกิจครัวเรือน คนส่วนใหญ่ที่ทำแล้วไม่ประสบความสำเร็จ เจ๊ง มีหนี้เป็นสิบล้าน เราเห็นว่าร้านที่อยู่ได้ เขาทุ่มเทขนาดไหน เขาตีเส้นเอง ตัดเส้นเอง ทำน้ำซุปให้อร่อย ทำเองทุกอย่าง กว่าจะได้เงินจากกระเป๋าลูกค้าไม่ใช่เรื่องง่าย คุณต้องทำงานจริง ๆ แล้วคุณจะเข้าถึงมัน”

ณ วันที่คุณวางมือจากธุรกิจนี้ ลูกชายต้องเรียนรู้อะไรบ้าง – เราถามเขา เขาหยุดคิดสักครู่ ก่อนตอบว่าเรื่องแรกคือเรื่องของ ‘คน’ 

ทักษะเรื่องคนคือสิ่งแรกที่ต้องมี

“คนเป็น Key Success ถ้าเราคนเดียว คงทำงานใหญ่และเยอะขนาดนี้ไม่ได้ เราต้องไว้ใจคนและให้ความสำคัญกับเขา

“ทำยังไงที่จะสามารถดึงศักยภาพของพนักงานแต่ละคนให้พร้อมทำงาน ต้องดูรอบด้านว่าเขามาทำงานแล้วมีความสุขไหม เขามีเงินใช้ไหม เพราะว่านั่นจะกระทบกับงานตรง ๆ เลย” 

สิ่งที่สำคัญสำหรับกุ้งในการรับคนเข้าทำงาน ไม่ใช่ความรู้แต่เป็นทัศนคติ เพราะความรู้เป็นสิ่งที่สอนกันได้ และกุ้งทำสิ่งนี้ได้ดีซะด้วย

“จุดแข็งที่เรามั่นใจคือการเทรนนิ่ง ในเมื่อเราเทรนให้คนอื่นทำงานได้ คนของเราเองก็ต้องทำงานได้ และจะทำทุกสาขาให้มีมาตรฐานใกล้เคียงกัน”

ถ้าอยากเป็นบาริสต้าที่นี่ คุณไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานมาก่อน เขาบอกกับบาริสต้าทุกคนว่า ในที่สุดทุกคนอยากมีร้านกาแฟ เขาไม่เคยขอให้ใครอยู่ทำงานกันไปนาน ๆ แต่ขอให้ทุกคนที่มาทำงานเรียนรู้จากเขาให้มากที่สุด

กว่าจะมาถึงวันนี้ไม่ใช่เพียงแค่ทีมดีที่ขับเคลื่อน NANA Coffee Roasters ไปข้างหน้า แต่รวมไปถึงครอบครัวของทีมที่ต้องเสียสละให้พวกเขาไปทำงานดึกดื่นหรือในวันหยุด กุ้งขอบคุณทุกคนด้วยใจจริง

เรื่องที่สองคือ ‘องค์ความรู้’ คือการที่เข้าใจเรื่องกาแฟจริง ๆ

“ในวงการแข่งขันกาแฟ คำเดียวที่สำคัญที่สุดคือ Consistency ทำยังไงให้สม่ำเสมอ มันยากเพราะกาแฟเป็นสินค้าเกษตร ทุก ๆ ล็อตไม่เคยเหมือนกัน

“ลูกค้ามากินกาแฟ มันเป็นสิ่งที่สัมผัสปากเขาทุกวัน ถ้าเปลี่ยนไปนิดเดียวเขาจะรู้เลยว่านี่ไม่ใช่ แล้วเราให้ความรู้สึกแบบนี้กับเขาทุกวัน จนวันหนึ่งเขาไปเจอร้านกาแฟที่ใช่ เขาจะไม่กลับมาอีกเลย”

และเรื่องสุดท้ายที่แม้ไม่ได้ออกจากปาก แต่สัมผัสได้ในทุก ๆ คำที่กุ้งเล่าคือ ‘ใจรัก’

เราถามว่ากาแฟคืออะไรสำหรับเขา เขาตอบว่า “กาแฟไม่เคยเหมือนกันสักวัน มันคือความตื่นเต้น เหมือนบางคนที่เทรดหุ้น ทำไมมานั่งเทรดหุ้นทุกวัน เพราะมันตื่นเต้น ผมว่าเขาเสียมากกว่าได้ แต่มันตื่นเต้น มันทำให้เราตื่นเต้นทุกวัน เวลาได้กาแฟใหม่มาต้องคั่วแล้วชิมคืนนั้น มันทนให้ข้ามคืนไม่ได้” 

กาแฟเป็นสิ่งที่หล่อเลี้ยงหัวใจของชายคนนี้ให้ยังคงเป็นเด็ก ซุกซน และมีไฟพัฒนาธุรกิจต่อไป

จากยอดขาย 50 แก้วสู่ 1,800 แก้วต่อวันของ NANA Coffee Roasters ร้านกาแฟที่ไม่เคยต่อรองคุณภาพและความก้าวหน้าวงการกาแฟ
จากยอดขาย 50 แก้วสู่ 1,800 แก้วต่อวันของ NANA Coffee Roasters ร้านกาแฟที่ไม่เคยต่อรองคุณภาพและความก้าวหน้าวงการกาแฟ

นานาในดวงใจ

“อยากให้ NANA Coffee Roasters เป็นร้านกาแฟในดวงใจของคนไทยทุกคน ให้เขาชื่นชม ชื่นชอบ อยากให้คนที่เป็นเจ้าของนานาต่อไป ได้ดูแลพนักงานของตัวเองให้ดี”

กุ้งเน้นย้ำความสำคัญเรื่องคนและการดูแล ‘3 ขาหลัก’ 

หนึ่ง คือตัวเองและผู้ลงทุน

สอง คือทีม

และสาม คือลูกค้า

“หาก 3 คนนี้มีความสุข ธุรกิจไหน ๆ ก็อยู่แบบยั่งยืนได้ มันไม่ใช่เรื่องง่ายหรอก แต่นั่นคือสิ่งที่ต้องทำ”

Lessons Learned

  • ธุรกิจที่ดำรงอยู่ได้และประสบความสำเร็จ เพราะทีมที่แข็งแรงและทีมที่แข็งแรงนั้นสร้างขึ้นมาจากความเห็นอกเห็นใระหว่างคนในทีม
  • องค์ประกอบของทักษะเรื่องคน องค์ความรู้ และใจรัก จะสร้างนักธุรกิจและธุรกิจที่ดี
  • เริ่มต้นด้วยทัศนคติ ‘ทำได้และจะทำ’
  • จงเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนวงการ แล้วธุรกิจเราจะเติบโตอย่างยั่งยืนไปกับสังคมที่เราร่วมพัฒนา

 

Writer

ธฤดี อุดมธนะไพบูลย์

นักคิดเต็มเวลา นักเขียนบางเวลา รักวิทยาศาสตร์ ภาษา ศิลปะ และการได้นั่งคุยกับผู้คนในวันฝนตก

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load