‘วินนี่ เดอะ ปุ๊’ แจ้งเกิดในวงการหนังสือของไทยเมื่อ พ.ศ. 2539 หรือ 26 ปีมาแล้ว ด้วยผลงานเล่มแรกชื่อ ความรักที่มาทางไปรษณีย์ จากนั้นวินนี่ เดอะปุ๊ หรือลุงหมีปุ๊ของแฟนหนังสือและหลาน ๆ ก็สร้างผลงานเขียนเผยแพร่แก่ผู้อ่านอย่างต่อเนื่อง จนได้รับการยกย่องจากสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทยให้เป็นผู้หนึ่งที่ได้รับรางวัลนราธิปประจำปี 2564 ซึ่งมอบให้แก่นักเขียนอาวุโสที่อายุถึง 75 ปี

ลุงหมีปุ๊ทำงานหลักทางด้านเศรษฐกิจการเงินของประเทศ เมื่อตอนที่เปิดเผยตัวตนว่าคือ ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ รองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยหรือแบงก์ชาติวัย 50 ปี (และปีถัดมาก็ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการแบงก์ชาติ) สร้างความแปลกใจให้คนที่รับรู้กันมาก เพราะ ดร.ชัยวัฒน์ มีชื่อเสียงว่าเป็นคนทำงานจริงจังและค่อนข้างดุ แต่นักเขียนวินนี่ เดอะ ปุ๊ กลับชอบเขียนเรื่องเล่าแบบเบา ๆ อ่านง่าย สอดแทรกทั้งความรู้และอารมณ์ขัน

ลุงหมีชี้แจงว่า ใช้นามปากกา วินนี่ เดอะ ปุ๊ เพื่อเขียนหนังสือเพราะชื่นชอบหนังสือเรื่อง Winnie the Pooh เป็นพิเศษ จึงนำชื่อเจ้าหมีผู้มีจิตใจดี แต่มักทำเรื่องเปิ่น ๆ ขำขันอยู่เสมอตัวนี้มาผสมกับชื่อเล่นปุ๊ของตัวเอง ทำให้หมีปุ๊เกี่ยวดองกับหมีพูห์ไปในตัว

Winnie the Pooh จัดเป็นวรรณกรรมสำหรับเด็กระดับคลาสสิก แต่งโดยนักเขียนอังกฤษชื่อ เอ. เอ. มิลน์ (A. A. Milne) เมื่อ ค.ศ. 1926 หรือ 96 ปีมาแล้ว เป็นหนังสือที่อ่านได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เด็ก ๆ อ่านเหตุการณ์เล่นสนุกหรือการผจญภัยของหมีพูห์กับผองเพื่อนตุ๊กตาหมีอย่างเพลิดเพลิน แต่ผู้อ่านที่เป็นผู้ใหญ่จะพบว่าผู้เขียนได้ซ่อนนัยยะไว้ในเรื่องให้ผู้อ่านค้นพบมุมมองและความขำขันแบบลึก ๆ ไว้มากมาย จึงมีนักเขียนและนักวิชาการนำเรื่องราวของหมีพูห์มาเขียนตีความ หรือเขียนแต่งต่อให้ผู้อ่านผู้ใหญ่ได้ความสนุกสนานในระดับที่สูงขึ้น ดังนั้น เรื่องของหมีพูห์จึงเป็นนิยายอมตะ ส่งต่อความชื่นชอบจากคนรุ่นเก่าไปสู่คนรุ่นถัดไปได้ตลอดมา

รวมของสะสมหมีพูห์ระดับแฟนพันธุ์แท้ของ ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีตผู้ว่าแบงก์ชาติ

ในฐานะแฟนพันธุ์แท้ของหมีพูห์คนหนึ่ง ลุงหมีจึงจัดทำมุมหนังสือเล็ก ๆ สะสมหนังสือหมีพูห์ในเวอร์ชันต่าง ๆ รวมทั้งหนังสือที่นักเขียนคนอื่นแต่งหนังสือเพื่อเล่นสนุกกับหมีพูห์ด้วย อาทิ อาจารย์ด้านวรรณกรรมแต่งหนังสือเพื่อล้อเลียนนักวิจารณหนังสือ ที่มักจะตีความหนังสือให้ลึกลงไปเกินความตั้งใจของผู้เขียน คือ หนังสือชื่อ The Pooh Perplex กับ Postmodern Pooh

อาจารย์ด้านศาสนาเขียนหนังสือเปรียบเทียบพฤติกรรมของหมีพูห์และเพื่อน ๆ ว่าสอดคล้องกับลัทธิเต๋า ได้แก่ หนังสือ The Tao of Pooh และยังมีมุมมองในแง่ของความลี้ลับของจักรวาล (Pooh and the Millennium) หมีพูห์ในมุมมองการบริหารจัดการ (Winnie-The-Pooh on Management and Problem Solving) นอกจากนั้นยังมีผู้พยายามเขียนเรื่องราวของหมีพูห์ภาคต่อจากต้นฉบับด้วย (Sequel) ได้แก่เรื่อง Return to the Hundred Acre Wood

เวลาเราสะสมอะไร ควรหาความรู้เกี่ยวกับของสะสมเหล่านั้นด้วย เพราะจะทำให้ได้ทั้งความเพลิดเพลิน ความรู้ และวิธีการคิด มากกว่าเพียงสะสมเป็นของสวยงาม

รวมของสะสมหมีพูห์ระดับแฟนพันธุ์แท้ของ ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีตผู้ว่าแบงก์ชาติ

ลุงหมีเองก็ร่วมวงเล่นสนุกกับหมีพูห์ด้วย โดยเขียนหนังสือชื่อ ‘เรื่องหมีหมี’ ออกมาใน พ.ศ. 2544 โดยทำเป็นหนังสือ Two-in-One คือมี 2 เรื่องในเล่มเดียวกัน เรื่องหนึ่งคือ เพื่อนผองของหมีพูห์ เป็นการแนะนำหนังสือเรื่องหมีพูห์ผ่านจดหมายที่หมีปุ๊เขียนไปคุยกับหมีพูห์ ส่วนเรื่องที่สอง คือ เรื่องเล่าจากคนรักหมี เป็นการแนะนำตัวละครหมีในวรรณกรรมเล่มอื่น ๆ 

เล่มนี้เป็นความภูมิใจของลุงหมี เพราะเป็นเล่มที่เขียนเอง และรูปเล่มก็ออกแบบอย่างลงตัว เป็นหนังสือที่ระลึกสำหรับคนรักหมีได้

ภาพประกอบในหนังสือเล่มนี้ใช้ตุ๊กตาหมีต่าง ๆ ที่ลุงหมีสะสมไว้มาเป็นตัวแสดง การที่ทำหนังสือให้อ่านได้ทั้งจากข้างหน้าและข้างหลัง (เพราะเป็นคนละเรื่อง) ทำให้มีเรื่องขำขันเกิดขึ้นตอนเปิดตัวหนังสือโดยลุงหมีไปนั่งแจกลายเซ็น มีแฟนคลับคนหนึ่งถือหนังสือมาขอลายเซ็น 2 เล่ม บอกว่าพลิกดูแล้วน่าอ่านทั้ง 2 เรื่อง เมื่อลุงหมีบอกว่าความจริงเป็นเล่มเดียวกันแต่มี 2 ปก เขาหัวเราะชอบใจ บอกว่ายังไงก็ขอลายเซ็นทั้ง 2 เล่ม และจะเอาไปฝากเพื่อนเล่มหนึ่ง

รวมของสะสมหมีพูห์ระดับแฟนพันธุ์แท้ของ ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีตผู้ว่าแบงก์ชาติ

หมี Winnie the Pooh เป็นตัวละครจากหนังสือที่ชาวอังกฤษภาคภูมิใจ จึงได้ขึ้นไปอยู่บนแสตมป์ของประเทศอังกฤษมาแล้ว แต่เมื่อปีที่แล้วนี้เองเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองหมีพูห์มีอายุครบ 95 ปี ทางการอังกฤษได้จัดทำเหรียญที่ระลึกหมีพูห์ออกเผยแพร่ โดยมีแผ่น Pop-up ให้แฟน ๆ ได้เก็บรูปและเรื่องราวไว้เป็นของสะสมเพิ่มเติม อีกทั้งมีนักเขียนคนหนึ่งแต่งหนังสือเล่าประวัติหมีพูห์ย้อนหลังไปถึงช่วงเวลาก่อนที่จะมาเป็นตัวละครเอกในหนังสือคลาสสิกของ เอ. เอ. มิลน์ ตั้งชื่อเรื่องว่า Winnie-the-Pooh: Once There Was a Bear (เรื่องลักษณะนี้เรียกว่า Prequel ลุงหมีขอแอบวิจารณ์ว่า อ่านยังไงก็ไม่สนุกแบบเรื่องต้นแบบของมิลน์)

รวมของสะสมหมีพูห์ระดับแฟนพันธุ์แท้ของ ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีตผู้ว่าแบงก์ชาติ
รวมของสะสมหมีพูห์ระดับแฟนพันธุ์แท้ของ ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีตผู้ว่าแบงก์ชาติ

ในหนังสือ เรื่องหมีหมี ซึ่งลุงหมีเขียนไว้นั้น ได้แนะนำตัวละครหมีมีชื่อจากวรรณกรรมเด็กของอังกฤษอีกตัวหนึ่ง คือ หมีแพดดิงตัน (Paddington Bear แต่งโดย ไมเคิล บอนด์ เมื่อ ค.ศ. 1958 หรือ 64 ปีมาแล้ว) หมีแพดดิงตันเกิดที่ประเทศเปรู แต่อยากออกมาผจญภัยในโลกกว้าง จึงเดินทางมากับเรือเดินทะเล ขึ้นบกที่นครลอนดอน แล้วหลงทางไปไหนไม่ถูกอยู่หน้าสถานีรถใต้ดินแพดดิงตัน จนมีครอบครัวอังกฤษใจดีรับไปอุปถัมภ์ไว้ ด้วยความที่ไม่ได้เกิดในอังกฤษ หมีแพดดิงตันจึงไม่เข้าใจวิถีชีวิตและประเพณีของชาวอังกฤษ จึงทำเรื่องวุ่นวายแบบขำขันอยู่เสมอ หนังสือชุดหมีแพดดิงตันได้รับความนิยมจากชาวอังกฤษระดับน้องของหนังสือหมีพูห์

ในปีนี้เองหมีแพดดิงตันได้สร้างวีรกรรมที่ยิ่งใหญ่ชนิดเรียกว่าจารึกประวัติศาสตร์ทีเดียว คือได้รับเลือกให้เป็นตัวละครในคลิปพิเศษจัดทำโดยพระราชวังบักกิงแฮม ในโอกาสเฉลิมฉลอง 70 ปีการครองราชย์ของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ในคลิปที่สนุกสนานและสร้างความแปลกใจให้คนดูชิ้นนี้ หมีแพดดิงตันได้รับเชิญเป็นแขกมาร่วมดื่มน้ำชากับพระราชินีเป็นการส่วนพระองค์ แน่นอนว่าเจ้าหมีโชคดีตัวนี้ก็ทำอะไรเปิ่น ๆ ออกมาตามเคย แต่จบท้ายด้วยการใช้ช้อนเคาะจังหวะกับถ้วยน้ำชาในเพลง We Will Rock You ของวง Queen ให้เข้ากับการรัวกลองของวงดุริยางค์กองรักษาพระองค์ที่หน้าพระราชวังนี่เอง

ก่อนหน้านี้เมื่อ ค.ศ. 2012 ในโอกาสพิธีเปิดการแข่งขันโอลิมปิกที่กรุงลอนดอน สมเด็จพระราชินีฯ ทรงเล่นสนุกให้ชาวโลกชื่นชมด้วยการเผยแพร่คลิปทรงเดินทางไปทำพิธีเปิดงานที่สนามกีฬา โดยมี เจมส์ บอนด์ 007 มาที่วัง เพื่อรับพระองค์เสด็จขึ้นเฮลิคอปเตอร์เพื่อไปสนามกีฬา

รวมของสะสมหมีพูห์ระดับแฟนพันธุ์แท้ของ ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีตผู้ว่าแบงก์ชาติ
อุ้มหมีมหาวิทยาลัย Williams และ MIT ที่รุ่นน้องเอามาฝาก

ตุ๊กตาหมีของอังกฤษที่ได้รับความนิยมมากพอควรอีกตัวหนึ่งคือ Me to You Bear ซึ่งลุงหมีชอบเรียกว่าหมีปุปะ รูปวาดของหมีตัวนี้เริ่มปรากฏให้เห็นในการ์ดอวยพรของบริษัท Carte Blanche เมื่อ ค.ศ. 1987 และปรับปรุงรูปแบบอยู่เรื่อย ๆ จนใน ค.ศ. 1995 บริษัทได้ปรับแต่งภาพลักษณ์หมีตัวนี้ให้เป็นแบบที่คนสะสมกันในปัจจุบัน คือเป็นตุ๊กตาหมีที่มีรอยปุปะหลายแห่ง ขนสีเทา จมูกสีฟ้า และสลักคำว่า Me to You ที่ฝ่าเท้า โดยมีการแต่งเรื่องเล่าที่มาของหมีตัวนี้ว่า เดิมเป็นตุ๊กตาหมีที่ถูกเจ้าของโยนทิ้งกองขยะในช่วงที่หิมะกำลังตก ต่อมามีเด็กหญิงใจดีไปพบเข้า จึงเก็บมาเลี้ยงที่บ้านโดยให้คุณแม่ช่วยเย็บซ่อมแซมจุดที่ขาดวิ่นบนลำตัว แต่ด้วยหมีตัวนี้ถูกทิ้งอยู่กับความหนาวเหน็บของหิมะ จึงทำให้ขนบนตัวเปลี่ยนจากสีน้ำตาลเป็นสีเทา และจมูกเปลี่ยนจากสีดำเป็นสีฟ้า นับว่าน่ารักไปอีกแบบหนึ่ง ลุงหมีมีรูปหมีตัวนี้ให้ดูพร้อมทั้งหนังสือเล่มจิ๋วเล่าประวัติของหมีตัวนี้

รวมของสะสมหมีพูห์ระดับแฟนพันธุ์แท้ของ ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีตผู้ว่าแบงก์ชาติ

หมีพูห์ หมีแพดดิงตัน และหมีปุปะ จึงเป็นหมีอังกฤษ 3 เจนเนอเรชันที่เป็นความน่าภาคภูมิใจของหมี ๆ ทั้งหลาย

เมื่อลุงหมีได้อ่านหนังสือเกี่ยวกับหมีน่ารักทั้งหลายไปหลายเล่ม ก็ขยายความเอ็นดูหมีไปสู่การสะสมตุ๊กตาหมี (ทำให้ลุงหมีเรียกตัวเองว่าคนรักหมีได้) เริ่มต้นด้วยการหาซื้อตุ๊กตาหมีแบบนิ่ม ๆ น่ากอดที่เรียกว่าเทดดี้แบร์ (Teddy Bear) มาให้ลูกสาวเล่นสนุก 

ที่สะสมส่วนหนึ่งเพื่อให้ลูกเล่น แต่อีกส่วนหนึ่งตัวเองชอบเอง ลูกหลานของลุงหมีจึงเติบโตมากับตุ๊กตาหมี

พอมีมากตัวขึ้น ก็จัดเล่นเกมตั้งชื่อและช่วยกันแต่งเรื่องราวครอบครัวหมีกัน การสะสมเริ่มจริงจังขึ้นเมื่อลุงหมีชอบมองหาตุ๊กตาหมีน่ารักจากประเทศต่าง ๆ ที่มีโอกาสไปเยี่ยมเยือนจากการทำงาน เรียกว่าหอบหิ้วข้ามน้ำข้ามทะเลมาเชียว หลังจากมีตุ๊กตาหมีขนาดกลางและใหญ่นั่ง ๆ นอน ๆ ในมุมต่าง ๆ ของบ้านหลายสิบตัวจนเริ่มหาที่เก็บยากขึ้น ลุงหมีจึงปรับวิธีสะสมตุ๊กตาหมี คือ มองหาตุ๊กตาขนาดเล็กและจิ๋ว รวมทั้งหมีที่ทำจากวัสดุต่าง ๆ มีทั้งขนสัตว์นุ่ม แก้ว ไม้ ยาง ดินเหนียว และพลาสติก มาเก็บสะสม โดยจัดทำตู้โชว์ไว้เก็บตุ๊กตาหมีเล็กไว้ที่เดียวกัน  

การที่นักเขียน วินนี่ เดอะ ปุ๊ ชอบเขียนเล่าเรื่องราวหมีจากหนังสือต่าง ๆ และชอบสะสมตุ๊กตาหมีด้วย ทำให้คนคุ้นเคยและแฟนคลับทั้งหลายมักหาตุ๊กตาหมีมามอบให้เป็นของที่ระลึกในโอกาสต่าง ๆ จำนวนหมีที่สะสมไว้จึงเพิ่มเป็นหลักร้อย 

จึงขอแนะนำคนที่อยากจะสะสมว่า พยายามเล่าความชอบเกี่ยวกับของที่เราสะสมให้คนฟังเยอะ ๆ เพราะเมื่อเขาเห็นของที่เราสะสมที่ไหนก็จะนึกถึง แล้วนำมาฝากเป็นของขวัญ

แม่บ้านขอร้องว่าอย่าหาตุ๊กตาหมีมาเพิ่มให้มากนักเพราะเริ่มจะล้นบ้านแล้ว ลุงหมีจึงต้องไปเปิดมุมหมีตัวใหม่ ๆ ไว้ที่ห้องทำงาน     

ในช่วงที่ลุงหมีทำหน้าที่เป็นประธานบริหารของธนาคารกรุงไทย 6 ปี และเป็นประธานตลาดหลักทรัพย์ 5 ปี จะมีน้อง ๆ เพื่อนร่วมงานแวะมาเยี่ยมเยือนที่ห้องทำงานบ่อย ๆ เหตุผลหนึ่งคือมาขอดูว่ามีตุ๊กตาหมีตัวใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นบ้างไหม (แต่ลับหลังถูกตั้งฉายาว่าเป็นประธานคิกขุ ชอบสะสมตุ๊กตาหมีทั้งที่อยู่วัยสูงอายุแล้ว)

คอลเลกชันหมีพูห์ของนักเขียน ‘วินนี่ เดอะ ปุ๊’ ที่ตัวจริงคือ ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีตผู้ว่าฯ แบงก์ชาติวัย 75 ปี
“Sometimes the smallest things take up the most room in your heart.” – วินนี่ เดอะ พูห์

เมื่อ 3 ปีก่อน ลุงหมีมีเรื่องให้ต้องตัดสินใจว่า จะทำอย่างไรกับบรรดาหมีที่สะสมไว้ เนื่องจากตกลงใจจะย้ายบ้านไปอยู่ที่ใหม่ซึ่งขนาดเล็กกว่าเดิม ให้สอดคล้องกับเป็นบ้านของผู้สูงอายุซึ่งลูก ๆ แยกตัวไปมีบ้านของตัวเองกัน ดังนั้นจึงต้องตัดใจคัดเลือกข้าวของเท่าที่จำเป็นไปไว้ที่บ้านใหม่ ส่วนของที่จะไม่เอาไปแต่ยังอยู่ในสภาพดีก็ใช้วิธีบริจาคให้มูลนิธิ เช่น เสื้อผ้าของใช้ก็ให้มูลนิธิหนึ่ง หนังสือหลายร้อยเล่มก็มอบให้สมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทยไปช่วยแจกจ่ายให้ห้องสมุดต่างๆ (วิธีการแบบนี้ทำให้ตัวเราเบาลงในวัยชรา และเป็นการเตรียมการจากไปแบบสงบ โดยไม่ต้องทิ้งภาระให้คนที่ยังอยู่ต้องดูแลจัดการ)

สำหรับบรรดาตุ๊กตาหมีที่สะสมไว้นั้น ลุงหมีมีลูกและหลานคัดเลือกตัวที่ชื่นชอบเป็นพิเศษเก็บไว้เองบ้าง ตุ๊กตาที่มุมหมีในห้องทำงานก็แจกจ่ายให้น้อง ๆ เพื่อนร่วมงานช่วยกันรับไปอุปถัมภ์ 

เมื่อก่อนเคยมีหมีพูห์ขนาดยักษ์อยู่ 2 ตัว ตอนที่หลาน 2 คนอายุขวบครึ่งก็ยังมานั่งบนขาหมีคนละตัว เป็นภาพที่น่ารักมาก

แต่ตอนนี้ ตัวหนึ่งอยู่ที่บ้านลูกสาว ส่วนอีกตัวหนึ่งให้แฟนคลับผู้โชคดีที่เอ่ยปากขอเป็นคนแรก 

และต่อมาก็ตกลงใจมอบตุ๊กตาหมีขนาดเล็กและกลางร้อยกว่าตัวให้เด็กนักเรียนชาวเขาที่จังหวัดเชียงใหม่ 

เพื่อนร่วมงานที่ช่วยลำเลียงตุ๊กตาหมีไปส่งนักเรียนเล่าว่า เด็ก ๆ ตื่นเต้นและมีความสุขกันมากที่ได้ตุ๊กตาหมีไปกอดเป็นของตัวเอง 

ในรูปที่ถ่ายกลับมา ทุกคนยิ้มแย้มเจ่มใส อุ้มตุ๊กตาหมีกันคนละตัว รู้ข่าวแบบนี้ลุงหมีก็ชื่นใจเป็นที่สุดแล้ว     

อย่างไรก็ตาม ลุงหมียังมีตุ๊กตาหมีตัวเล็กบางตัวที่ชอบมากเป็นพิเศษ เก็บไว้เองบ้างเพื่อเป็นที่ระลึกของการสะสมตุ๊กตาหมีมายาวนาน 20 กว่าปี จึงขอฝากรูปมาให้ผู้อ่านได้เห็นความน่ารักของตุ๊กตาหมีเหล่านี้

คอลเลกชันหมีพูห์ของนักเขียน ‘วินนี่ เดอะ ปุ๊’ ที่ตัวจริงคือ ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีตผู้ว่าฯ แบงก์ชาติวัย 75 ปี

มุมหนังสือสะสม

01 Winnie the Pooh : The Complete Collection of Stories and Poems 

คอลเลกชันหมีพูห์ของนักเขียน ‘วินนี่ เดอะ ปุ๊’ ที่ตัวจริงคือ ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีตผู้ว่าฯ แบงก์ชาติวัย 75 ปี

หนังสือ Winnie the Pooh ที่ชอบมากที่สุดคือหนังสือเล่มนี้ เป็นเล่มที่อ่านจุใจ เพราะรวมทั้งภาคหนึ่ง คือ Winnie the Pooh ภาคสอง The House at Pooh’s Corner และบทกวีที่ เอ. เอ. มิลน์ แต่งก่อนมีหมีพูห์ไว้ในเล่มใหญ่เล่มนี้ 

อีกอย่างหนึ่งคือ รูปสวยมาก มีภาพวาดสีของหมีพูห์ ซึ่งตอนนั้นยังไม่ได้ชื่อว่าพูห์ประกอบอยู่ด้วย ที่จริงแล้วเล่มโตเล่มนี้มี 2 เล่ม แต่ให้ลูกสาวที่อยู่เมืองนอกไปเล่มหนึ่ง เพราะเขาก็ชอบเหมือนกัน

02 The Brilliant Career of Winnie-the-Pooh

คอลเลกชันหมีพูห์ของนักเขียน ‘วินนี่ เดอะ ปุ๊’ ที่ตัวจริงคือ ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีตผู้ว่าฯ แบงก์ชาติวัย 75 ปี

เป็นอีกเล่มที่ชอบมาก เพราะเป็นการศึกษาประวัติของหมีพูห์อย่างลึกซึ้ง เล่าที่มาในเชิงประวัติศาสตร์ ตั้งแต่ที่มาของการเขียนเรื่องคืออะไร ต้นแบบหมีพูห์คือหมีชนิดไหน ป่าร้อยเอเคอร์เป็นอย่างไร พร้อมรูปประกอบเรื่องราวที่หาดูได้ยาก

เล่มนี้จึงขึ้นชื่อว่าเป็น ‘Definitive History’ ของ วินนี่ เดอะ พูห์ คือไม่มีเล่มไหนสรุปประวัติของหมีพูห์ได้สมบูรณ์เท่านี้แล้ว

03 The Pooh Perplex 

คอลเลกชันหมีพูห์ของนักเขียน ‘วินนี่ เดอะ ปุ๊’ ที่ตัวจริงคือ ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีตผู้ว่าฯ แบงก์ชาติวัย 75 ปี

เล่มนี้เจอตอนเรียนปริญญาตรีที่ร้านหนังสือมหาวิทยาลัย เป็นการตีความหมีพูห์​เชิงวิชาการ ผ่านมุมมองทางประวัติศาสตร์​ วรรณคดี จิตวิทยา และลัทธิ Marxist พออ่านแล้วก็ติดใจว่า ทำไมนักวิจารณ์เขามองหมีพูห์​ลึกขนาดนี้ 

ตอนหลังไปอ่านคำนำ จึงได้รู้ว่าเป็นการล้อเลียนนักวิจารณ์ ที่ชอบวิจารณ์ลึกกว่าความตั้งใจของนักเขียน เขียนได้ตลกมาก อ่านเท่าไหร่ก็หัวเราะ 

04 Postmodern Pooh 

คอลเลกชันหมีพูห์ของนักเขียน ‘วินนี่ เดอะ ปุ๊’ ที่ตัวจริงคือ ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีตผู้ว่าฯ แบงก์ชาติวัย 75 ปี

ประมาณ 20 ปีหลังจากที่อ่าน The Pooh Perplex ได้ไปที่ Harvard Bookstore แล้วเจอเล่มนี้ ซึ่งเขียนโดยผู้เขียนคนเดียวกัน เป็นภาคสองซึ่งนำทฤษฎีวิจารณ์วรรณกรรมใหม่ ๆ มาใช้วิจารณ์หมีพูห์อีกรอบหนึ่ง

มุมสะสมหมีที่ตัดใจให้ใครไม่ได้

05 คลาสสิกพูห์ ตุ๊กตาหมีตัวโปรด

คอลเลกชันหมีพูห์ของนักเขียน ‘วินนี่ เดอะ ปุ๊’ ที่ตัวจริงคือ ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีตผู้ว่าฯ แบงก์ชาติวัย 75 ปี

ตัวนี้เป็นหมีตัวโปรด เคยถ่ายรูปด้วยกันหลายครั้ง รวมทั้งตอนจัดงานวันเกิด 60 ปีด้วย เป็นหมีพูห์แบบคลาสสิกที่กอดกำลังสบาย  

06 กล่องเพลงหมีพูห์

คอลเลกชันหมีพูห์ของนักเขียน ‘วินนี่ เดอะ ปุ๊’ ที่ตัวจริงคือ ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีตผู้ว่าฯ แบงก์ชาติวัย 75 ปี

ชิ้นนี้เป็นของขวัญที่น้อง ๆ แบงก์ชาติทำให้ก่อนออกจากการเป็นผู้ว่าการแบงก์ชาติ ความชอบจึงเกิดจากความผูกพันกับคนที่ทำให้ ข้างในมีแสตมป์หมีพูห์ด้วย

07 เซ็ตหมีแพดดิงตัน

คอลเลกชันหมีพูห์ของนักเขียน ‘วินนี่ เดอะ ปุ๊’ ที่ตัวจริงคือ ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีตผู้ว่าฯ แบงก์ชาติวัย 75 ปี
คอลเลกชันหมีพูห์ของนักเขียน ‘วินนี่ เดอะ ปุ๊’ ที่ตัวจริงคือ ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีตผู้ว่าฯ แบงก์ชาติวัย 75 ปี

ตอนที่หมีแพดดิงตันออกมาใหม่ ๆ มีคนให้มาประมาณสิบตัว แต่ก็แจกคนไปเยอะ 

ตอนนี้ที่เก็บไว้มีหมีแพดดิงตันตัวเล็กในถุงกระดาษ ปฏิทินหมีแพดดิงตัน และหมีแพดดิงตันหมวกดำ 

เดิมทีเคยมีหมีแพดดิงตันหมวกแดงอยู่ที่ออฟฟิศ แต่ตัดสินใจให้เลขาเป็นที่ระลึก เพราะที่บ้านไม่มีที่แล้ว

08 พูห์วิริยะ 

คอลเลกชันหมีพูห์ของนักเขียน ‘วินนี่ เดอะ ปุ๊’ ที่ตัวจริงคือ ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีตผู้ว่าฯ แบงก์ชาติวัย 75 ปี

ตามเนื้อเรื่อง หมีพูห์เป็นหมีที่ไม่ค่อยฉลาดนัก ตัวละครที่ได้เรียนหนังสือ คือ คริสโตเฟอร์ โรบิน เจ้าของหมี ก็จะมาอวดว่าเขียนหนังสือเป็น หมีพูห์เลยพยายามเขียนบ้าง เพื่อแสดงให้เห็นว่าตัวเองก็มีความรู้เหมือนกัน

09 หมีเหงา 

คอลเลกชันหมีพูห์ของนักเขียน ‘วินนี่ เดอะ ปุ๊’ ที่ตัวจริงคือ ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีตผู้ว่าฯ แบงก์ชาติวัย 75 ปี

ตัวนี้ไปเจอที่เมืองนอกในร้านขายของที่ระลึกเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง เจ้าตัวนี้มีความน่ารักของมันอยู่ รูปทรงสวย ขนาดก็พอดิบพอดีสำหรับการนำมาตั้ง แล้วหน้าตาก็เศร้าเชียว

10 พูห์คริสตัล Swarovski 

คอลเลกชันหมีพูห์ของนักเขียน ‘วินนี่ เดอะ ปุ๊’ ที่ตัวจริงคือ ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีตผู้ว่าฯ แบงก์ชาติวัย 75 ปี

เป็นชุดที่พิเศษ เพราะทำจากคริสตัล ราคาแพง และทำหมีพูห์ในท่าทางต่าง ๆ ออกมาได้อย่างสวยงาม ตัวที่เป็นหมีพูห์ถือลูกโป่งมีเรื่องราว คือในตอนหนึ่งของหนังสือ หมีพูห์พยายามลอยตัวขึ้นไปกับลูกโป่งเพื่อกินน้ำผึ้งบนต้นไม้ หลอกผึ้งว่าตนเองเป็นเมฆฝนเพื่อจะกินน้ำผึ้ง สุดท้ายผึ้งไม่เชื่อ ทำท่าจะต่อย หมีพูห์เลยปล่อยมือจากลูกโป่ง ตกลงมาเจ็บตัว

Writer

ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์

อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยและอดีตประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ เขียนงานวรรณกรรมโดยใช้นามปากกาว่า วินนี่ เดอะ ปุ๊

Photographer

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

The Collector

คอลเลกชันความหลงใหลของนักสะสมนานาประเภท

ตามคติของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ซึ่งมีเทวะเทวีมากมายสุดจะประมาณได้ แต่ละสายงานย่อมต้องมีเทพเจ้าอย่างน้อยหนึ่งองค์ที่อุปถัมภ์ค้ำชูผู้ประกอบอาชีพนั้น ๆ

คนประกอบอาชีพครูอาจารย์ควรนับถือ ‘พระแม่สุรัสวดี’ ซึ่งเป็นเทวีแห่งศิลปะและการเรียนรู้ ส่วนผู้ที่ทำงานด้านการค้าและการเงินก็นิยมบูชา ‘พระแม่ลักษมี’ เทวีแห่งโชคลาภ หรือถ้าหากเป็นผู้บริหาร มีบริวารต้องปกครอง ก็ต้องเลื่อมใสในเทพผู้ประทานความกล้าหาญชาญชัยเยี่ยง ‘พระขันทกุมาร’

แต่หากเป็น ‘คน 4 อาชีพ’ อย่าง โน้ต-ศรัณย์ คุ้งบรรพต แล้วไซร้ คงมีเทพไม่กี่องค์ที่จะประทานพรครอบคลุมทุกอาชีพของเขาได้เหมือนกับ ‘พระพิฆเนศ’ ผู้ทรงความสำเร็จทั้งปวง

พาชมคลัง พระพิฆเนศ ในบ้าน โน้ต-ศรัณย์ คุ้งบรรพต ผู้ชายหลายอาชีพซึ่งมีองค์เทพแห่งความสำเร็จเป็นกำลังใจในชีวิต

คนส่วนใหญ่น่าจะได้รู้จักโน้ตในบทบาทนักร้องหนุ่มเสียงดีจากนครสวรรค์ ผู้ชนะเลิศรางวัลเคพีเอ็น จูเนียร์ อวอร์ด พ.ศ. 2534 ต่อด้วยรางวัลนักร้องดีเด่นแห่งประเทศไทยในอีก 10 ปีถัดมา

ทุกวันนี้ ‘โน้ต KPN’ ยังคงร้องเพลง พากย์เสียง และแสดงละครเวทีด้วยใจรัก แม้จะต้องห่างหน้าจากบรรดาแฟนเพลงบ่อยหน่อย เนื่องด้วยงานประจำที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยาค่อนข้างรัดตัว แถมยังทำอาชีพเสริมเป็นคอลัมนิสต์กับอาจารย์พิเศษของมหาวิทยาลัยหลายสถาบันอีก

นอกจากงานทั้ง 4 ที่สาธยายมาข้างต้น โน้ตยังมีอีกหนึ่งบทบาทที่เสริมเติมมาในรอบ 5 ปีหลัง คือการเป็นนักสะสมองค์พระพิฆเนศนานารูปแบบ ซึ่งมีเยอะเสียจนเจ้าตัวกะจำนวนไม่หวาดไม่ไหว

โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน แล้วตามโน้ตไปเจาะลึกบทบาทที่ 5 ของเขาพร้อม ๆ กัน

รู้จัก

ทั้งที่เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของพราหมณ์-ฮินดู ทว่าเราชาวไทยที่ในบัตรประชาชนระบุว่านับถือศาสนาพุทธร้อยทั้งร้อยก็ย่อมได้รู้จัก ได้เห็น ตลอดจนได้ขอพรต่อเทวดาผู้มีเศียรเป็นช้างมาแต่เล็กแต่น้อย เหตุเพราะวัฒนธรรมไทยได้ซึมซับความเชื่อทั้งพุทธและพราหมณ์มานานนม วงการศิลปะไทยที่รับเอาขนบประเพณีฝ่ายพราหมณ์มาใช้อย่างเต็มเปี่ยมก็บูชาพระพิฆเนศเป็นเทพประจำวงการ

“ผมเป็นคนสายดนตรี ก็ได้ยินชื่อเสียงของท่านมานานแล้วล่ะ เพราะร้องเพลงมาตั้งแต่ 8 ขวบ 9 ขวบ ก็เห็นผู้ใหญ่บางคนเขาบูชา ตอนนั้นผมยังเด็กมาก ๆ ก็งงว่าทำไมบูชาท่าน สิ่งที่รู้สึกว่าแปลกใจคือท่านมีรูปลักษณ์ที่พิเศษ คือเศียรเป็นช้าง แต่องค์เป็นคน บางองค์ก็มี 4 กร มีหลายกร”

พาชมคลัง พระพิฆเนศ ในบ้าน โน้ต-ศรัณย์ คุ้งบรรพต ผู้ชายหลายอาชีพซึ่งมีองค์เทพแห่งความสำเร็จเป็นกำลังใจในชีวิต

เจ้าของศิลปะพระพิฆเนศนับร้อยองค์ระลึกถึงวันที่เขาเพิ่งได้รู้จักโอรสแห่งพระศิวะและพระแม่อุมาเทวีใหม่ ๆ พร้อมทั้งย้ำว่าเขาคงไม่ได้บูชาพระองค์ หากมิได้ก้าวเท้ามาอยู่ในวงการเสียงเพลง

“ในวงการนี้เขานับถือ ‘พระพิฆเนศ’ เพราะถือว่าท่านเป็นเทพแห่งความสำเร็จ เทพแห่งศิลปะ แต่ก็แล้วแต่ความเชื่อกันไป เพราะแต่ละองค์ แต่ละคนจะเชื่อในทิศทางที่ไม่เหมือนกัน ส่วนมากแล้วใจความสำคัญเป็นเรื่องศิลปะกับความสำเร็จเป็นหลัก ก็จะขอพรในเรื่องเหล่านี้เป็นหลัก

“ตั้งแต่เด็กมาผมก็ไม่ได้คิดอะไร ไม่ได้มาบูชาหรือนับถือ แต่การที่เราเป็นนักร้องก็มีคนมาให้ ‘พระพิฆเนศ’ มีคนให้มาตลอดแหละครับ ตอนนั้นก็ไม่เก็ต จนเมื่อไม่นานมานี้ สัก 5 – 6 ปีหลัง ก็มีคนมาทักอีกว่า ไหน ๆ เราก็ทำงานด้านนี้อยู่แล้ว ทำไมไม่ลองไหว้ท่านดู”

บูชา

“ตอนนั้นผมก็ไม่เข้าใจ เพราะผมก็เป็นคนศาสนาพุทธ รู้สึกว่ามันจะขัดแย้งกันไหม ก็ลองมาคิดดู แล้วก็คิดได้ว่าไม่น่าจะเสียหายอะไร เพราะพุทธเราก็ไม่ได้ปิดกั้น ห้ามนู่นห้ามนี่ ก็เลยลองไหว้”

คิดสะระตะเสร็จพลัน โน้ตจึงบ่ายหน้าไปยังวัดพระศรีมหาอุมาเทวี (วัดแขกสีลม) แล้วตัดสินใจเช่าพระพิฆเนศองค์แรกมาบูชาด้วยตัวเอง เป็นพระพิฆเนศสัมฤทธิ์สีดำ ปางลีลา ซึ่งในเวลานั้นเขายังไม่เข้าใจกระทั่งความหมายของชื่อปาง รวมทั้งคำทายทักของคนรู้จักที่ว่า “ถ้าได้องค์แรกมาปุ๊บ เดี๋ยวองค์ที่เหลือตามมาเพียบ”

พาชมคลัง พระพิฆเนศ ในบ้าน โน้ต-ศรัณย์ คุ้งบรรพต ผู้ชายหลายอาชีพซึ่งมีองค์เทพแห่งความสำเร็จเป็นกำลังใจในชีวิต

“ผมนึกไม่ออกเลยว่าจะตามมายังไง เพราะองค์หนึ่งก็ไม่ได้ถูก มีราคา ยิ่งถ้าเป็นวัสดุอย่างสัมฤทธิ์ก็แพงใช่มั้ย เราก็ไหว้แค่องค์เดียวนี่แหละ ไหว้ไปตามศรัทธาก็ตัวเรามี ตอนนั้นไม่รู้ว่ามีศรัทธาหรือยัง เพราะมีคนบอกเราก็ลองทำ”

เขากล่าวด้วยสีหน้างุนงงประกอบวาจา

“แล้วคนก็เริ่มพูดว่าเดี๋ยวจะได้เจออภินิหารของท่าน ท่านจะมาให้รู้ว่าท่านมีจริง แต่ผ่านมา 3 – 4 เดือนแล้วก็ยังไม่เห็นเจอเลย…” สีหน้าโน้ตยังไม่คลายความตื่นเต้นเมื่อเล่าถึง ‘อภินิหาร’ ที่พบมากับตัว

คลังสะสมพระพิฆเนศของ โน้ต ศรัณย์ ที่มีทั้งองค์เศียร เหรียญจิ๋ว จนถึงหุ่นแนวการ์ตูน

นั่นคือช่วงที่เขาพักอยู่ที่คอนโดมิเนียมห้องหัวมุมเพียงลำพัง คืนหนึ่งขณะที่โน้ตหลับใหลอยู่ในห้วงนิทรา มีเสียงผู้ชายร่างใหญ่ตะโกนเรียกชื่อ “โน้ต” ดังเสียจนตัวเขาสะดุ้งตื่น ครั้นตั้งสติหลับตาลงนอนอีกครั้ง นิมิตแรกที่เห็นในภวังค์คือพระพิฆเนศองค์มหึมา มีสรรพางค์กายสีชมพู อยู่ห่างจากใบหน้าของเขาแค่คืบ ฉวีวรรณระยิบพริบพรายล้วนชมพูพริ้ง ประทับยืนตระมื่นอยู่เบื้องหน้า

“นี่ขนลุกนะ เล่าแล้วยังขนลุกอยู่เลย” หนุ่ม 4 อาชีพเอ่ยพลางลูบแขนตัวเองไปพลาง “มันกึ่งฝันกึ่งจริง ไม่รู้ว่าเป็นความจริงหรือความฝัน ผมเหลือบขึ้นไปมอง เห็นเป็นเศียรช้างเลย แล้วงวงท่านก็สะบัด ผมจะลืมตาขึ้นมาพิสูจน์ก็ลืมได้ แต่พอหลับตาใหม่ท่านก็ยังอยู่อย่างนั้น แต่ไม่ได้ใส่ใจผม ไม่ได้พูดกับผมเลยสักคำเดียว เหมือนแค่มาปรากฏให้เห็นว่าท่านมีอยู่จริง”

ศรัทธา

ประสบการณ์ลี้ลับในคอนโดมิเนียมเมื่อหลายปีก่อน ช่วยยกระดับความผูกพันที่โน้ตมีต่อองค์คณปติ จากเคยรับมาบูชาในฐานะเทพประจำวงการ มาบัดนี้เขารู้แล้วว่าพระพิฆเนศทรงอยู่กับเขา โน้ตเลยขยับสถานะทางความเชื่อของตนเองจากผู้บูชาเป็นผู้ศรัทธาองค์พระพิฆเนศในที่สุด

“หลังจากนั้นก็เริ่มมีคนมาให้บ้าง เช่าเองบ้าง ทั้งให้ทั้งเช่า จนกระทั่งมีอยู่ครั้งหนึ่งที่ไปประกวดร้องเพลงที่สหรัฐอเมริการายการ World Championship of Performing Arts 2017 ที่ เก่ง-ธชย ประทุมวรรณ กับ แนน-สาธิดา พรหมพิริยะ ไปประกวดแล้วได้รับรางวัลกลับมา”

พาชมคลัง พระพิฆเนศ ในบ้าน โน้ต-ศรัณย์ คุ้งบรรพต ผู้ชายหลายอาชีพซึ่งมีองค์เทพแห่งความสำเร็จเป็นกำลังใจในชีวิต

ก่อนออกเดินทาง โน้ตไหว้ขอกำลังใจจากพระพิฆเนศที่บ้าน โดยวอนขอให้ท่านติดตามไปด้วย แล้วเรื่องน่าเหลือเชื่อก็เกิดขึ้นเป็นลำดับ เริ่มด้วยเสียงตะโกนเรียกชื่อกลางดึกระหว่างค้างแรมที่บ้านเพื่อน พอรุ่งสาง เพื่อนคนหนึ่งผู้มีวิชาการพยากรณ์ไพ่ได้อาสาดูดวงชะตาให้เขา โน้ตสุ่มไพ่ได้ไพ่ลายพระพิฆเนศ ซึ่งเพื่อนเกลอตีความหมายของไพ่ใบนั้นได้ว่า

“พระพิฆเนศอยู่กับแก”

เหตุการณ์ที่ไม่สามารถอธิบายด้วยตรรกะทางวิทยาศาสตร์เกิดขึ้นกับตัวบ่อยเข้า ยิ่งเสริมความมั่นใจแก่โน้ตว่า พระพิฆเนศทรงปกป้องคุ้มครองเขามาตลอด แม้มองไม่เห็นด้วยตา แต่ส่งมาด้วยใจ

สะสม

“นี่แค่บางส่วนนะครับ ยังมีที่บ้านนครสวรรค์กับที่ทำงานอีกเยอะ ขนมาไม่ไหว”

โน้ตออกตัวขณะเปิดบ้านหลังงามในหมู่บ้านจัดสรร อันแลลานตาด้วยงานศิลปะพระพิฆเนศทั้งที่มีไว้สำหรับบูชาและตกแต่งห้อง เรียกได้ว่าปราดตาไปทางใดก็พบเศียรช้างที่มีงาหักข้างหนึ่งได้ทั้งสิ้น

พาชมคลัง พระพิฆเนศ ในบ้าน โน้ต-ศรัณย์ คุ้งบรรพต ผู้ชายหลายอาชีพซึ่งมีองค์เทพแห่งความสำเร็จเป็นกำลังใจในชีวิต

“มาด้วยหลากหลายสาเหตุ ทั้งคนให้ เช่าเอง สมมติไปแสดง คนเขาก็จะให้มา บางคนให้มาเพราะรู้ว่าเราชอบ บางคนก็ไม่รู้หรอกว่าเราชอบแต่ก็ให้ ส่วนใหญ่ก็จะมาจากการให้มากกว่า ซึ่งก็เป็นไปตามคนที่เคยพูดแหละว่า พอองค์แรกมา องค์ที่เหลือมาแน่ แล้วมาเยอะด้วย ลองสังเกตดูแล้วกัน (หัวเราะ)”

แล้วถ้าต้องเลือกเอง ผู้สะสมพระพิฆเนศมีวิธีการเลือกอย่างไร ประเด็นนี้โน้ตมีคำตอบ

“อย่างแรกคือถูกชะตาก่อน เห็นแล้วรู้สึกว่าใช่ก็จะเลือก ต้องบอกว่าไม่ใช่ทุกองค์ที่เราเห็นแล้วจะรู้สึกว่าใช่เลยนะ ต่อให้บางองค์คนนิยมกัน แต่เราไม่ถูกชะตาก็ไม่อิงตามกระแส

“อย่างที่สองคือเลือกด้วยปาง แต่ละปางมีความหมายอย่างไร บางปางเขาก็บูชาเฉพาะในบางเหตุการณ์ เช่น ปางออกศึกก็ต้องบูชาในเหตุการณ์ต่อสู้แข่งขัน คือเราก็คงไม่ได้พึ่งบารมีท่านทุกปาง บูชาทุกเวลาก็คงไม่ใช่

“แล้วสังเกตว่าถ้าผมเป็นคนเลือก จะเลือกองค์ที่ไม่ซ้ำกัน ไม่มีแบบแผนว่าต้องเลือกองค์ที่ดูไทยจ๋าอะไรแบบนี้ ผมรู้สึกว่าพวกนี้เป็นงานศิลปะ เรามองแล้วเราสบายใจด้วย เราชื่นชมศิลปะชิ้นนี้ด้วย เราก็มีความสุข แต่ขณะเดียวกันเราก็มีศรัทธา สามารถผูกใจไว้กับท่านได้ด้วย มันเลยมี 2 มิติที่ต้องสมดุลกัน ระหว่างความเชื่อและศิลปะ มองแล้วมีความสุข เป็นงานศิลป์ที่สวยอย่างนี้ครับ”

พาชมคลัง พระพิฆเนศ ในบ้าน โน้ต-ศรัณย์ คุ้งบรรพต ผู้ชายหลายอาชีพซึ่งมีองค์เทพแห่งความสำเร็จเป็นกำลังใจในชีวิต

ในโอกาสที่พระพิฆเนศหลายสิบองค์ของโน้ตได้รับการอัญเชิญมาไว้ในห้องรับแขกเป็นกรณีพิเศษ อดีตผู้ชนะรางวัลนักร้องดีเด่นแห่งประเทศไทยขอหยิบยกพระพิฆเนศ 8 องค์ที่เขาประทับใจที่สุดมาเล่าขานชีวิต 5 ปีหลังบนเส้นทางของผู้ศรัทธา ซึ่งโน้ตยังไม่วายแบ่งรับแบ่งสู้อีกว่า

“จริง ๆ ทุกองค์ดีหมดเลยนะ เพราะว่าตอนจะเช่า เราเลือกอย่างมาก”

1. สัมฤทธิ์สีดำ วัดพระศรีมหาอุมาเทวี

พระพิฆเนศของ โน้ต ศรัณย์ - ปาง สัมฤทธิ์สีดำ วัดพระศรีมหาอุมาเทวี

“แน่นอน องค์แรกก็ต้องเป็นองค์นี้ คือองค์ปฐมฤกษ์ของผม ได้มาจากวัดแขกสีลม คนเขาบอกว่าควรจะบูชาและควรจะเป็นปางลีลา เพราะว่าด้วยอาชีพของผมก็เป็นนักร้องและแสดงละครเวทีด้วย ดังนั้นปางนี้เลยค่อนข้างตรงกับจริตอาชีพ พอไปถึงวัดแขกก็เลือก เป็นองค์ที่แทบจะเป็นองค์สุดท้ายแล้วมั้ง ก็เช่ามาเลย แล้วให้ทางพราหมณ์ทำพิธี”

2. องค์จำลองจากอุทยานพระพิฆเนศ จังหวัดฉะเชิงเทรา

พระพิฆเนศของ โน้ต ศรัณย์ - ปาง องค์จำลองจากอุทยานพระ

“องค์นี้เป็นองค์ที่จำลองมาจากองค์ยืนที่ใหญ่ที่สุดในโลก อยู่ที่ฉะเชิงเทรา เหมือนเป๊ะทุกอย่าง มีตัวเลขที่ฐาน องค์นี้ต้องบอกว่าราคาสูงไปสำหรับงบประมาณที่ผมวาง แต่เหมือนธรรมะจัดสรร อยู่ ๆ ก็เจอคนที่ปล่อยเช่าให้เรา ก็ได้นัดเจอกับคนขาย เขาก็บอกว่าตั้งใจปล่อย เลือกคนปล่อยให้ เพราะเขามีแบบนี้หลายองค์แล้ว จะปล่อยหนึ่งองค์ ผมก็เลยได้คุยแล้วถูกคอกัน เขาก็ปล่อยเช่า”

3. พระศรีคเณศวิเศษศิลป์ วัดแค เมืองสุพรรณบุรี

พระพิฆเนศของ โน้ต ศรัณย์ - ปาง พระศรีคเณศวิเศษศิลป์ วัดแค เมืองสุพรรณบุรี

“อีกองค์ที่ไม่เหมือนใคร ไม่ซ้ำคือองค์นี้ เราจะไม่เห็นองค์ที่ถือดอกบัวแบบนี้ทั่ว ๆ ไป จัดสร้างโดยวัดที่สุพรรณบุรีในวาระพิเศษเพื่อเรี่ยไรเงินบุญเข้าวัด ผมเห็นว่าปางที่ถือดอกบัวแบบนี้ไม่เหมือนใครดี และด้วยรูปทรง สีสัน การตกแต่งรายละเอียดสวยมาก ก็เลยคอนเฟิร์มทันที ตอนนี้ราคาองค์นี้ไปเท่าไหร่แล้วผมก็ไม่รู้ อย่างน้อยน่าจะคูณ 3 แต่เราเช่าได้ในราคาเริ่มต้น เพราะเป็นล็อตแรก ๆ ที่จองกับเขาเลยครับ”

4. องค์เศียร

พระพิฆเนศของ โน้ต ศรัณย์ - ปาง องค์เศียร

“ผู้ใหญ่ที่เคารพรักกันมอบให้จากงานคอนเสิร์ตที่เพิ่งผ่านมา ผมอยากบูชาองค์เศียรอยู่แล้ว ดังนั้นก็คิดว่าจังหวะ อาจารย์ท่านนี้มอบให้มาพอดี”

5. ปางขัดสมาธิที่ได้มาจากการฝัน

พระพิฆเนศของ โน้ต ศรัณย์ - ปางขัดสมาธิที่ได้มาจากการฝัน

“เมื่อก่อน ตอนยังไม่มีโควิด ผมชอบไปเดินเจเจมอลล์ แล้วปรากฏว่าคราวนั้นเห็นจากไกล ๆ เราไม่รู้ว่าคือพระพิฆเนศหรืออะไร รู้แต่ว่าดูสวยจัง เพราะท่านฝังอยู่บนหิน หมายถึงเกิดจากการแกะหิน

“คืนหนึ่งก็ฝัน อันนี้รู้เลยว่าอยู่ในฝัน เห็นพระพิฆเนศรูปร่างหน้าตาสวยงามแบบนี้เป๊ะ ร่างท่านเป็นสีแดงหมดเลย ผมไม่เคยมีสีแดงแบบนี้ พอลืมตาตื่นมาก็ไถเฟซบุ๊กตามสไตล์เรา แล้วก็ไปเจอแบบนี้เป๊ะเลย เป็นองค์หายาก กำลังจะผลิตเพิ่ม ถอดแบบมาจากความฝันทุกอย่าง เป็นปางนั่งขัดสมาธิ”

6. ปางออกศึก ดุแต่น่ารัก

พระพิฆเนศของ โน้ต ศรัณย์ - ปางออกศึก ดุแต่น่ารัก

“มีช่วงหนึ่งที่ต้องสู้กับชีวิต ก็นึกถึงปางออกศึก แต่เวลาเราไปหาเช่าปางออกศึกก็มักจะเจอแต่ปางที่ดุ แล้วก็จะมีลีลาของการรบจริง ๆ ซึ่งก็เข้าใจว่าวัตถุประสงค์ของปางนี้คือเพื่อการสู้ แต่เผอิญว่าไปเจออาจารย์ที่อยู่ ๆ คุยกันถูกคอ 

“ก็ได้มาเป็นปางออกศึกกึ่ง ๆ Comic คือถามว่าสู้ไหม สู้ อาวุธครบมือ แต่จริง ๆ อารมณ์ดี ที่ตีความเองก็คือเลือกที่จะเป็นใคร ตัวตนของเราเป็นคนน่ารักได้ แต่เมื่อถึงเวลาเราต้องสู้ก็สู้นะ”

7. ตุ๊กตาเซรามิกที่ช่วยให้เปิดใจ

พระพิฆเนศของ โน้ต ศรัณย์ - ปางตุ๊กตาเซรามิกที่ช่วยให้เปิดใจ

“ศิลปินคนที่ทำชิ้นนี้เป็นเพื่อนในเฟซบุ๊กด้วย ตอนเขาทำงานแนวนี้ออกมาทีแรก ผมยังรู้สึกขัดแย้งในใจนิดหนึ่ง พระพิฆเนศท่านเป็นเทพนะ มาทำเล่นในมุมแบบดู ๆ เป็นของเหมือนการ์ตูนได้เหรอ ช่วงนั้นเรานับถือมาก ก็รู้สึกว่าไม่ใช่ แต่พอเห็นเขาผลิตงานออกไปอย่างต่อเนื่อง ก็ลองไปคลุกคลีดู

“เขาบอกว่าเขาไม่ได้ไม่เคารพ แต่มันคือการแสดงออกทางศิลปะของเขา แล้วเขาไม่ได้ทำให้รูปแบบท่านน่าเกลียด ก็เลยรู้สึกว่านั่นทำให้เราเปิดใจมากขึ้นว่าก็น่ารักดี ไม่ได้ไปลดทอนคุณค่าความเป็นเทพของท่านซะที่ไหน ถ้าใจเราบูชา ท่านก็คือท่านนั่นแหละ ไม่ว่าอยู่ในรูปไหนก็ตามแต่”

8. องค์สีฟ้า งาเต็ม

พระพิฆเนศของ โน้ต ศรัณย์ - ปางองค์สีฟ้า งาเต็ม

“วิธีการทำของศิลปินองค์นี้พิเศษมาก เพราะด้วยสี เห็นไหม ไม่เหมือนใครเลย ทั้งหมดทั้งมวลนี้เขาทำสีพิเศษ แล้วสังเกตสิครับว่าปกติพระพิฆเนศจะต้องมีงาหักหนึ่งข้าง (เพราะถูกขวานของปรศุรามตัด – ผู้เขียน) แต่องค์นี้งาท่านเต็ม ศิลปินเขาว่าเป็นช่วงที่ท่านยังมีงาอยู่ครบ แล้วอยู่ในปางสมาธิ คือพระพิฆเนศไม่ได้ออกแผลงฤทธิ์อย่างเดียว ท่านก็อยู่ในสมาธิได้ด้วยเหมือนกัน”

พึ่งพิงใจ

ถึงจะได้ครอบครองศิลปกรรมพระพิฆเนศจำนวนเหลือคณานับ แล้วยังสัมผัสประสบการณ์เหนือธรรมชาติมาหลายหน หากโน้ตยืนกรานหนักแน่นว่าเขาไม่ใช่สายมูผู้งมงาย

“อะไรที่ไม่เป็นเหตุเป็นผลเราก็ไม่เชื่อ ยังไงเราก็ยังต้องใช้หลักของเหตุผลและวิทยาศาสตร์ในการดำรงชีวิตอยู่ดีแหละครับ” เพราะอย่างนี้ พระพิฆเนศสำหรับโน้ตจึงทรงเป็นสรณะทางใจ มิใช่ทุกสิ่งทุกอย่างของชีวิตที่ต้องทุ่มสุดตัวทั้งกำลังกายและกำลังทรัพย์เพียงเพื่อสังเวยบวงสรวง

พาชมคลัง 'พระพิฆเนศ' ในบ้าน โน้ต-ศรัณย์ คุ้งบรรพต ผู้ชายหลายอาชีพซึ่งมีองค์เทพแห่งความสำเร็จเป็นกำลังใจในชีวิต

ยามใดที่โน้ตต้องการขวัญกำลังใจเป็นพิเศษ เขาก็จะนึกถึงท่าน สวดมนต์บทบูชาสั้น ๆ ประจำองค์ท่านว่า “โอม ศรี คเณศายะ นะมะหะ” 3 จบ หรือ 5 จบตามแต่โอกาส

และบูชาองค์ท่านด้วยวิธีการและเครื่องสักการะไม่เหมือนใคร

“ผมรู้สึกว่าท่านคอยช่วยผมในการทำงานอยู่เสมอ เลยจะตอบแทนท่านด้วยผลของการทำงาน” โน้ตว่าพลางขยายความทันทีที่เห็นคุณผู้อ่านมีเครื่องหมายคำถามผุดบนใบหน้า

“อย่างเช่นเวลาเราไปขึ้นแสดง ออกคอนเสิร์ต ก็จะมีคนเอาดอกไม้มาให้ใช่ไหมครับ ทุกครั้งที่ได้มา ผมก็จะแบ่งดอกไม้บางส่วนไปถวายท่านเพื่อขอบคุณที่ให้ผลของงานนี้ ไม่รู้มีใครบูชาแบบนี้อีกหรือเปล่านะ แต่นี่เป็นวิธีของผม”

พาชมคลัง พระพิฆเนศ ในบ้าน โน้ต-ศรัณย์ คุ้งบรรพต ผู้ชายหลายอาชีพซึ่งมีองค์เทพแห่งความสำเร็จเป็นกำลังใจในชีวิต

นับจากวันแรกที่เช่าพระพิฆเนศสัมฤทธิ์จากวัดแขกสีลมเมื่อหลายปีก่อน ชื่อเสียงความเป็นนักสะสมองค์พระพิฆเนศของโน้ตค่อย ๆ ขจรขจายในหมู่เพื่อนฝูงไปเรื่อย ๆ กระทั่งเป็นผู้คอยให้คำปรึกษาและแนะนำคนใกล้ตัวที่อยากเริ่มต้นบูชาเทพผู้ขจัดอุปสรรคปัญหา แต่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร

บทบาทที่ 5 ของโน้ตอาจไม่ก่อเกิดรายได้เหมือนอย่างการบริหารองค์กร ขับร้อง สอนหนังสือ หรือแม้แต่เขียนบทความตามสื่อต่าง ๆ 

แต่ก็ดูราวกับว่าบทบาทนี้มีส่วนช่วยให้บทบาทอื่น ๆ ของเขาดำเนินไปได้ด้วยความราบรื่นสุขสันต์ ด้วยพลังใจล้นเหลือ ซึ่งมีชื่อเรียกว่า ‘ศรัทธา’ นี่เอง

Writer

พัทธดนย์ กิจชัยนุกูล

ชอบอ่านเขียนตั้งแต่จำความได้ สนใจวิชาสังคมศึกษาตั้งแต่จบอนุบาล ใฝ่รู้ประวัติศาสตร์ตั้งแต่อยู่ประถม หัดแต่งนวนิยายตั้งแต่เรียนมัธยม เขียนงานสารพัดด้วยนามปากกา “แพทริก เหล่า” ตั้งแต่เข้ามหา’ลัย

Photographer

รัชต์ภาคย์ แสงมีสินสกุล

ช่างภาพที่มีร้านล้างฟิล์มเป็นของตัวเอง แต่นานๆจะถ่ายฟิล์มที เพราะช่วงนี้ฟิล์มมันแพง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load