4 กุมภาพันธ์ 2564
16 K

หากให้แต่ละคนนิยามความหมายของบ้าน คำตอบที่ได้ คงแตกต่างตามโจทย์การดำเนินชีวิต

เราจึงเชื่อเสมอว่า การออกแบบบ้านสักหลัง มากกว่าความงามที่มองเห็นจากภายนอก เมื่อมองให้ลึก คือการออกแบบรูปแบบการใช้ชีวิตอย่างสะดวก และทำให้ที่แห่งนั้นเดินเท้าเปล่าอย่างสบายใจที่สุด

มีหนึ่งโครงการที่น่าสนใจมาก ออกแบบบ้านด้วยวิถีที่ว่ามานี้ แต่มีแนวคิดใหม่และเกิดขึ้นตั้งแต่ 6 ปีก่อน ซึ่งถือว่าก้าวนำเทรนด์การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในไทย (อาจเรียกว่าในโลกด้วยก็ได้) และทำให้คนเข้าใจว่าพื้นที่เช่นนี้ ไม่ใช่คอนโดมิเนียมอีกต่อไป

คอลัมน์หมู่บ้านถือโอกาสชวน คุณใหญ่-โชติพล เตชะไกรศรี กรรมการผู้จัดการบริษัท วาย แอล พี จำกัด มาเล่าแนวคิดเบื้องหลังทั้งหมดของ WINDSHELL โครงการที่สร้างบ้านเพื่อให้คนอยู่ได้สร้างบ้านของตัวเองแห่งนี้ มีรายละเอียดตามมาลึกซึ้งทุกส่วน ขยายจากความเป็นบ้านที่ไม่เหมือนใคร และคงไม่มีใครกล้าทำ เพราะทั้งหมดมาจากแพสชันและความเชื่อที่อยากทำบ้านที่ดีในอีกความหมาย

Windshell นราธิวาสฯ

เขาว่า ถ้าคุณจะทำอะไรเป็นอย่างแรก ต้องทำเป็นคนแรก

WINDSHELL มีจุดเริ่มต้นจากการอยากสร้างบ้านในเมือง ตั้งอยู่บนทำเลอันเงียบสงบแต่สะดวก มี Facility แบบคอนโดมิเนียม ก็เลยคิดแบบบ้านท้ายซอย ผลลัพธ์จึงกลายเป็นนวัตกรรมการสร้างบ้านแบบใหม่ในคอนเซปต์ที่แปลกและไม่ซ้ำใคร เขานิยามให้มันเป็น Tropical Stacking Home หรือบ้านแนวตั้ง โดยแต่ละยูนิต มีหน้าบ้าน (Front Garden) มีหลังบ้าน (Back Garden) มีสองชั้น และได้ใกล้ชิดธรรมชาติไม่ว่าซอกมุมใดของบ้าน

เหตุผลที่ขายเป็นห้องเปล่าขนาดใหญ่ (Bareshell) ไม่มีคานไม่มีเสาด้วยโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก (Shear Wall) ไม่ปิดซ่อนโครงสร้าง-งานระบบ ไม่ทาสี และไม่มีบันได แม้จะบอกว่ามีสองชั้น ก็เพื่อให้ผู้อยู่ได้ออกแบบบ้านที่เหมาะกับตัวเอง

WINDSHELL โครงการบ้านแนวตั้งเดียวของไทยที่ออกแบบให้รับลมธรรมชาติตลอดปีและมีพื้นที่หลังบ้าน

ที่สำคัญ ออกแบบรูปลักษณ์สถาปัตยกรรม ทิศทางอาคาร และการระบายอากาศด้วยวิธีธรรมชาติ ให้รับลมได้ตลอดปีทุกยูนิต นี่เลยเป็นที่มาของชื่อ WINDSHELL

และที่เจ๋งยิ่งกว่า เป็นโครงการที่เจ้าของยังอยู่เองด้วย

บ้านคือความสะดวกสบาย

ขอให้ข้อมูลอย่างย่อ WINDSHELL เป็นโครงการที่พักอาศัยในรูปแบบฟรีโฮลด์บนถนนนราธิวาสราชนครินทร์ มีทั้งหมด 28 ชั้น 36 ยูนิต ทั้งชั้นมีเพียง 2 ยูนิต ขนาด 453.28 ตารางเมตร และ 562.35 ตารางเมตร รูปแบบห้องเป็นแบบดูเพล็กซ์พร้อมลิฟต์ส่วนตัว โครงการมี Facility แบบคอนโดมิเนียม ทั้งทำเลสะดวก ส่วนกลางฟิตเนส สระว่ายน้ำพร้อมวิวคุ้งบางกะเจ้า 360 องศา ห้องซาวน่า ครัวแบบ Communal Kitchen สวนหย่อมขนาด 800 ตารางเมตร ล็อบบี้ ไปจนถึงการดูแลความปลอดภัยและการซ่อมบำรุง

WINDSHELL โครงการบ้านแนวตั้งเดียวของไทยที่ออกแบบให้รับลมธรรมชาติตลอดปีและมีพื้นที่หลังบ้าน

“โครงการนี้เริ่มต้นจากการที่เราเอาตัวเองเป็นผู้อยู่อาศัย เราอยู่คอนโดฯ มาก่อน พอเริ่มมีลูก มีครอบครัว ย้ายไปอยู่บ้านเพื่อให้มีพื้นที่ มีบริเวณมากขึ้น บวกกับพอเราโตขึ้น อยากใกล้ชิดธรรมชาติด้วย พอถึงวันนั้นที่เราตัดสินใจว่าจะหาบ้านแล้ว เรารู้ว่าในตลาดมีอะไรบ้าง แน่นอนว่าถ้าอยากได้พื้นที่มาก ส่วนใหญ่ต้องยอมออกไปไกลขึ้น แต่สุดท้ายมันก็ไม่ตอบโจทย์เราในเรื่องเดินทาง เรื่องรถติด เรื่องไลฟ์สไตล์ของเราที่ชินกับในเมือง ต้องยอมรับว่าความเจริญหรือไลฟ์สไตล์แบบนี้มันไม่ได้กระจายออกไป แต่พอไปดูคอนโดฯ ขนาดใหญ่ขึ้น ก็ไม่ตอบโจทย์วิธีการใช้ชีวิตแบบที่เราให้นิยามคำว่าบ้าน

“ความเป็นบ้านของผม ต้องมีบริเวณเยอะและมีคุณภาพ ต้องได้ฟังก์ชัน เช่น ใหญ่อย่างเดียวแล้วคุณทำอาหารไม่ได้หรือเหม็นอยู่ในบ้านก็ไม่มีประโยชน์ ต้องมีการออกแบบเลย์เอาต์และการจัดการตึกที่ดี ระบายอากาศได้ มีที่เก็บของ แล้วก็ต้องมีความเป็นส่วนตัว 

“ผมต้องการใกล้ชิดธรรมชาติ คำว่าธรรมชาติไม่ใช่มีแค่ต้นไม้ แต่รวมถึงแสงธรรมชาติ การระบายอากาศแบบลมผ่านอาคาร (Cross Ventilation) ซึ่งอันนี้สำคัญ ทำให้รู้สึกเหมือนได้อยู่บ้าน เพราะไม่ต้องอยู่ห้องแอร์ตลอดเวลา ในขณะเดียวกันผมต้องการ Facility บางอย่าง เช่น สระว่ายน้ำยี่สิบเมตรให้ลูกได้ใช้เรียนว่ายน้ำ มีฟิตเนส ถ้าจะไปอยู่บ้านเดี่ยวแล้วทำเองก็ไม่สมเหตุสมผล และความปลอดภัย สิ่งอำนวยความสะดวก เช่น ช่างอาคารที่คอยช่วยเรา เวลามีปัญหาในบ้าน ซึ่งผมว่าความต้องการเหล่านี้เป็นเรื่องพื้นฐาน” 

WINDSHELL โครงการบ้านแนวตั้งเดียวของไทยที่ออกแบบให้รับลมธรรมชาติตลอดปีและมีพื้นที่หลังบ้าน

คุณโชติพลเล่าที่มาของโครงการ WINDSHELL ซึ่งเขาลงมือทำเองเพื่อตอบสนองความต้องการอย่างคิดไว้ โดยไม่ได้วิ่งไล่ตามตลาด แต่สร้างในสิ่งที่ขาดและยังไม่มีที่ไหนตอบโจทย์ความเป็นบ้าน ที่หลอมสิ่งอำนวยความสะดวกแบบคอนโดมิเนียมไว้รวมกัน

ผู้พัฒนาโครงการบ้านแบบ Stacking Home ยังบอกอีกว่าเขาพยายามคิดไอเดียทั้งหมดและลงมือพัฒนามาตั้งแต่ 6 ปีก่อน ซึ่งโชคดีที่วันนี้กลายเป็นไอเดียใหม่และไม่เร็วเกินไปนัก เพราะกลุ่มคนที่อยู่คอนโดมิเนียมมาหลายปี เข้าใจเรื่องที่อยู่อาศัยแบบต่างๆ ถึงเวลาเลือกว่าจะอยู่คอนโดฯ ต่อไปหรือย้ายไปอยู่บ้าน การมีสินค้าไฮบริดและเอาข้อดีของทั้งสองอย่างมารวมกันไว้ จึงเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับทุกคนที่อยากมีบ้านกลางเมือง และลงตัวตามผังเมืองของกรุงเทพฯ

WINDSHELL ไม่ได้ออกแบบมาเฉพาะสำหรับครอบครัวที่ต้องการพื้นที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น ด้วยข้อดีของสเปซแบบบ้านและ Facility แบบคอนโดฯ ไม่่ว่าคนวัยเกษียณ คู่รักแต่งงาน คนที่มีสัตว์เลี้ยง หรือใครที่อยากมีคนช่วยดูแลและซ่อมบำรุงบ้านให้ ก็เลือกอยู่ที่นี่ได้เช่นกัน

บ้านคือพื้นที่และบริบทรอบๆ

หน้าบ้าน หลังบ้าน และการมีสองชั้น ล้วนเป็นองค์ประกอบที่ทำให้ WINDSHELL มีความหมายเป็นบ้านหลังใหญ่ในแบบของคุณโชติพล

“ไอเดียหลักให้โครงการนี้เลยคือหลังบ้าน (Back Garden) ถ้าไม่มี ก็ไม่ใช่บ้านที่ทำครัวไทยได้ มีพื้นที่ซักล้าง ตากผ้า เหมือนบ้านบนดิน และหลังบ้านยังช่วยการไหลเวียนของอากาศทั่วบ้าน ช่วยให้คอนเซปต์การ Cross Ventilation แข็งแรง และเราฮาร์ดคอร์กว่าที่อื่นๆ คือต้องมีทุกห้อง แม้กระทั่งห้องน้ำ ห้องแม่บ้าน ส่วนหน้าบ้านเป็นทางเข้า จะปลูกต้นไม้ ทำสวนก็ได้ ที่เหลือเป็นความยากของโครงสร้างและการออกแบบว่าต้องทำให้ตอบโจทย์ที่เราอยากได้ ซึ่งปัจจัยที่ทำให้ครบตรงนั้นมันไม่ง่าย”

WINDSHELL โครงการบ้านแนวตั้งเดียวของไทยที่ออกแบบให้รับลมธรรมชาติตลอดปีและมีพื้นที่หลังบ้าน
WINDSHELL โครงการบ้านแนวตั้งเดียวของไทยที่ออกแบบให้รับลมธรรมชาติตลอดปีและมีพื้นที่หลังบ้าน
WINDSHELL โครงการบ้านแนวตั้งเดียวของไทยที่ออกแบบให้รับลมธรรมชาติตลอดปีและมีพื้นที่หลังบ้าน

เมื่อตั้งโจทย์ตามความต้องการแล้ว ขั้นถัดไปจึงตามหาสถาปนิกผู้แปรความคิดของเขาออกมาเป็นรูปร่าง ซึ่งคุณโชติพลใช้เวลาเกือบปี สุดท้ายบังเอิญได้เห็นงานของ เควิน มาร์ก โลว์ (Kevin Mark Low) สถาปนิกชาวมาเลเซีย

เควินมีงานหลักคือ สอนหนังสือ ทำงานสถาปนิกชุมชน และเคยตีพิมพ์หนังสือที่มีชื่อว่า Small Projects งานของเขามักเป็นสถาปัตยกรรมเขตร้อน (Tropical Architecture) ใช้วัสดุและโครงสร้างเรียบง่าย โดยคิดเผื่อสิ่งแวดล้อมอยู่เสมอ

“หาคนที่เข้าใจความละเอียดอ่อนตรงนี้ยากมาก แต่เควินเข้าใจทันที เราวิดีโอคอลกัน จากนั้นผมบินไปหาที่นู่น เหมือนเควินมีไอเดียแบบนี้อยู่แล้ว รอคนมามอบโจทย์นี้ให้ ที่มาเลเซียเองไม่เคยมีนักพัฒนาเจ้าไหนมาขอให้ทำ ซึ่งมันก็สร้างความประหลาดใจให้ทั้งผมและเขา

“เควินถามผมว่า บ้านของคุณคืออะไร และอะไรที่ขาดหายไปจากคอนโดฯ ทั่วไป ผมก็บอกไปว่า เนี่ย ผมต้องอยู่ห้องแอร์ตลอดเวลา ทำกับข้าวไม่ได้ รู้สึกว่าลูกผมนั่งพื้นมองไปเพดาน ได้แต่ยืนมองต้นไม้ในสวนลุมพินีจากห้องมีกระจกกั้น สิ่งที่ขาดไปคือเราไม่ได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติเลย เหมือนถูกบล็อกอยู่ในห้องกระจก สิ่งที่เราพูดไปมันคือเซนส์ของบ้าน ไม่ใช่หินนำเข้า ไม่ใช่เพดานสูง ไม่ใช่ผนังกระจก พอคุยกันแล้วเข้าใจ วันรุ่งขึ้นเขาก็สเก็ตช์ให้ดูเลย ซึ่งหน้าบ้าน หลังบ้าน และบ้านสองชั้น กลายเป็นคอนเซปต์ตั้งแต่อาทิตย์แรกเลยนะครับ และใช้เวลาอีกหนึ่งปีใส่รายละเอียดการดีไซน์ ว่าโครงสร้างจะเป็นลักษณะอย่างไร งานระบบจะเดินแบบไหน และใช้เวลาก่อสร้างอีกสามปี”

อีกหนึ่งเรื่องที่ทำให้ WINDSHELL พิเศษไม่เหมือนโครงการใดๆ คือการออกแบบอาคาร ซึ่งเจาะจงเฉพาะกับที่ดินผืนนี้เท่านั้น ทั้งการหันหน้ารับทิศทางลมได้ตลอดทั้งปี การวางแปลนห้องและหน้าต่างเพื่อควบคุมการหมุนเวียนอากาศ แสงธรรมชาติจากการขึ้นและตกของดวงอาทิตย์ วิวที่เปิดรับจากทั้งสองฝั่ง รวมทั้งความเป็นบ้านท้ายซอย

WINDSHELL โครงการบ้านแนวตั้งเดียวของไทยที่ออกแบบให้รับลมธรรมชาติตลอดปีและมีพื้นที่หลังบ้าน

“มันจะไม่ใช่แบบนี้เลยถ้าเราไปทำอย่างนี้กับที่อื่น ประเทศมีฤดูหนาวทำไม่ได้แน่นอน เพราะเราเน้นการเปิดโล่ง Cross Ventilation ก็เหลือแค่เมืองร้อนชื้น ซึ่งมีหลายประเทศ แต่ที่อื่นทำไม่ได้ ด้วยผังเมืองไม่เหมือนเรา อย่างสิงคโปร์หรือมาเลเซียที่ความเจริญไม่ได้กระจุกอยู่ในตัวเมือง เดินทางไกลแต่รถไม่ติด เขาซื้อบ้านก็ได้ไม่ต้องมาอยู่บนตึก และสาธารณูปโภคหลายๆ อย่างของกรุงเทพฯ ก็เป็นโจทย์ทำให้เกิดโครงการนี้ในแนวคิด Tropical Stacking Home”

ความโชคดีของที่ดินผืนนี้คือด้านหลังโครงการติดซอยเก่งชวน ส่งให้บ้านแนวตั้งหลังนี้ไม่เจอความพลุกพล่าน และมองเห็นร่มไม้ใหญ่จากบ้านเก่าแก่ตลอดทั้งเส้น

“เป็นอีกเหตุผลที่ไปทำที่อื่นไม่ได้ เนื่องจากบริบทของซอยเก่งชวนเอง เมื่อเดินลงไปก็จะเห็นต้นไม้ นก คนกวาดถนน คนออกกำลังกาย เรียกลูกให้เอาจักรยานมาฝึกขี่ บอกให้พี่เลี้ยงเดินไปซื้อก๋วยเตี๋ยวหน้าปากซอยได้” คุณโชติพลเล่าบริบทรอบๆ ที่เติมเต็มคำว่าบ้านท้ายซอยอย่างชัดเจนที่สุด

WINDSHELL โครงการบ้านแนวตั้งเดียวของไทยที่ออกแบบให้รับลมธรรมชาติตลอดปีและมีพื้นที่หลังบ้าน
WINDSHELL โครงการบ้านแนวตั้งเดียวของไทยที่ออกแบบให้รับลมธรรมชาติตลอดปีและมีพื้นที่หลังบ้าน

บ้านคือตัวตนของคนอยู่

หากไม่กล่าวถึงสิ่งสะดุดตา เป็นที่ฮือฮาอย่างตัวสถาปัตยกรรมทั้งภายนอกและภายในที่เปลือยเปล่าเผยสัจจะวัสดุ เห็นจะไม่ได้

เขาว่าการไม่ปกปิดพื้นผิวใดๆ เป็นลายเซ็นของสถาปนิกที่เชื่อว่าตัววัสดุมีเสน่ห์ในตัวเองอยู่แล้ว

“สมัยนี้ตึกหรือห้างร้านเน้นโชว์รูปลักษณ์ภายนอก สำหรับผม รูปลักษณ์ภายนอกก็เหมือนคนที่แต่งตัวใส่สูท ผู้หญิงใส่เดรสแต่งหน้าจนดูดี เรารับรู้และมองความสวยงามจากลักษณะภายนอกพวกนั้น แต่เนื่องจากโครงการนี้เป็นบ้าน ผมคิดว่ามันมีความหมายลึกซึ้งกว่านั้น เป็นสิ่งที่เรารักมันจริงๆ คำว่าบ้านเหมือนกับร่างกายของเรา ถามว่าถ้าคุณมีลูก อยากให้เขาเกิดมาแต่งตัวเก่งหรืออยากให้แข็งแรง คำว่าแข็งแรงแน่นอน โครงสร้างกระดูกแข็งแรง อวัยวะภายในแข็งแรง ปอดทำงานดี ทุกอย่างทำงานดี คุณคงกังวลแค่นั้น พอลูกคุณโตเป็นผู้ใหญ่ เขาอยากแต่งตัวยังไง คุณคงไม่ได้ให้ความสำคัญมาก เพราะอย่างน้อย คุณคงมั่นใจแล้วว่าคุณเลี้ยงมาหรือผมสร้างตึกนี้มา โครงสร้างพื้นฐานมันแข็งแรง ส่วนที่เหลือเป็นอิสระของคนอยู่”

WINDSHELL โครงการบ้านแนวตั้งเดียวของไทยที่ออกแบบให้รับลมธรรมชาติตลอดปีและมีพื้นที่หลังบ้าน

กำแพงทั้งหมดเป็นโครงสร้างเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก (Shear Wall) ใช้รับน้ำหนักแทนคานและเสา ส่วนข้อดีที่ 1 ซึ่งพ่วงมากับความงาม คือจัดการง่ายและลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น เช่น การทาสีหรือทาซ้ำเมื่อลอกร่อน

“เหมือนคุณหุ่นดีอยู่แล้ว คุณก็โชว์ได้ ไม่ต้องไปปิดอะไรมาก งานระบบเราก็เดินไว้เปลือยๆ ตามคอนเซปต์ของเควิน ซึ่งยากมาก เป็นงานท้าทายสำหรับผู้รับเหมาด้วยที่ทำให้มันเรียบร้อยและใช้งานได้จริง เราเช็กอยู่ตลอดว่าถูกต้องไหม การเดินระบบน้ำ ไฟ ท่อ ขัดกันหรือเปล่า ถ้าขัดก็ต้องเปลี่ยนรูทใหม่ และถ้ามีอะไรรั่วหรือไม่ฟังก์ชัน ก็ไม่ต้องรื้อฝ้า ไม่ต้องนั่งหา มันก็ฟ้องตรงนั้นเลย” คุณโชติพลอธิบายอย่างเห็นภาพ

ข้อดีที่ 2 ซึ่งพ่วงมากับความสูงจากพื้นถึงเพดาน 7 เมตร คือพื้นที่โล่งกว้างให้แต่ละคนวางแปลนห้อง ใส่ตัวตนลงไปได้เต็มที่ 

WINDSHELL โครงการบ้านแนวตั้งเดียวของไทยที่ออกแบบให้รับลมธรรมชาติตลอดปีและมีพื้นที่หลังบ้าน
WINDSHELL โครงการบ้านแนวตั้งเดียวของไทยที่ออกแบบให้รับลมธรรมชาติตลอดปีและมีพื้นที่หลังบ้าน

 “ที่ขายเป็นห้องเปล่า (Bare Shell) ผมว่าคำว่าดีไซน์หรืออินทิเรียคือแฟชั่น โดยพื้นฐานแล้วมันไม่มีอะไรผิด สิ่งที่ผมต้องการหรือคิดว่าดีอาจไม่ใช่รูปแบบชีวิตของแต่ละคน เพียงแต่เราสร้างความมั่นใจว่าเราได้ให้บ้านที่ดีและยืดหยุ่นที่สุดแล้ว

“ผมมีลูกสามคน พื้นที่ใช้สอยของผมคงไม่เหมือนคู่รักที่มีหมาหนึ่งตัว หรือคนที่ทำอาหารทุกวันกับไม่เคยทำเลย คนที่ชอบทำงานที่บ้าน คนที่ชอบความเป็นส่วนตัวกับคนที่ชอบปาร์ตี้ทุกอาทิตย์ ทุกคนใช้พื้นที่ต่างกัน พอเป็นบ้านเปล่า แต่ะละคนก็ตกแต่งตามรสนิยมส่วนตัวและความต้องการของตัวเองได้”

คุณโชติพลยังเล่าต่ออีกว่า การขายเป็นห้องเปล่าๆ บางคนก็เข้าใจ แต่คนจำนวนมากก็ไม่เก็ต จึงต้องทำห้องตัวอย่างให้เห็นว่าจะออกมาเป็นบ้านหน้าตาแบบไหนได้บ้าง และถ้ามีแบบในใจแล้ว ก่อนลงมือตกแต่ง ต้องเอามาให้เขาช่วยดูว่ากระทบกับโครงสร้างและงานระบบที่วางไว้ไหม

WINDSHELL โครงการบ้านแนวตั้งเดียวของไทยที่ออกแบบให้รับลมธรรมชาติตลอดปีและมีพื้นที่หลังบ้าน
WINDSHELL โครงการบ้านแนวตั้งเดียวของไทยที่ออกแบบให้รับลมธรรมชาติตลอดปีและมีพื้นที่หลังบ้าน
WINDSHELL โครงการบ้านแนวตั้งเดียวของไทยที่ออกแบบให้รับลมธรรมชาติตลอดปีและมีพื้นที่หลังบ้าน

บ้านคือชีวิต

หลายคนอาจตีความที่นี่ว่าต้องความหรูหราด้วยวัสดุ ของตกแต่ง หรือการบริการอย่างที่คุ้นเคย แต่คุณโชติพลกลับตีความคำว่าหรูหรา หรือ Luxury ในอีกรูปแบบหนึ่ง

สิ่งที่เจ้าของบ้านหลังสูงใหญ่นี้ คิดต่าง ทำต่าง และตั้งใจใส่ลงไป คือพื้นที่ที่คุณภาพ เรียบง่าย ฟังก์ชั่นที่ลงตัว งานระบบที่ดี มีความสงบและความเป็นส่วนตัว รวมถึงธรรมชาติรอบๆ ตั้งแต่สวนหย่อม ต้นไม้เก่าในโครงการที่เก็บไว้ไม่ตัดเลยสักต้นและยังเพิ่มเข้ามาอีกนับร้อย โดยเฉพาะเรื่องแสงและลมที่ออกแบบเพื่อถ่ายเทอากาศให้การอยู่อาศัยสบายที่สุด

นั่นเป็นความหรูหราที่ได้ใกล้ชิดธรรมชาติ และเป็นความเรียบหรูในมุมมองของเขามากกว่า

WINDSHELL โครงการบ้านแนวตั้งเดียวของไทยที่ออกแบบให้รับลมธรรมชาติตลอดปีและมีพื้นที่หลังบ้าน

รายละเอียดเล็กๆ อีกอย่างที่เราชอบมากและไม่อาจมองข้ามอยู่ที่ล็อบบี้ ซึ่งประดับด้วยภาพถ่ายของ ดุสิต เสมาเงิน

“ตรงนั้นคงคล้ายๆ ห้องเปล่าที่เราขาย ซึ่งผมพยายามไม่หยิบยื่นว่านี่คือสิ่งที่สวย แต่คิดว่าตกแต่งสถานที่ยังไงให้ดูเรียบร้อย แทนที่จะเป็นอาร์ตเวิร์ก เป็นภาพวาด หรือรูปภาพ มันก็ไม่ต้องมีเหตุผลมาก มีข้อเท็จจริงอยู่แล้วในตัวรูป ซึ่งเป็นอีกมุมมองหนึ่งของกรุงเทพฯ ผมได้ยินมาว่าเขาเดินไปสลัมหรือทุกที่แล้วถ่ายรูป ผมเองแทบไม่ได้ไปในที่แบบนั้นเลย ทำให้เราคิดว่า กรุงเทพฯ ไม่ได้แคบ ไม่มีได้มีมิติเดียว มีชีวิตอีกด้านหนึ่งที่คนที่นี่ไม่ได้รู้ ไม่ได้เห็น มันเป็นสิ่งที่เตือนเรา คนในตึกนี้หรือลูกผมเอง ว่าอย่าคิดว่ามึงอยู่บนสวรรค์นะเว้ย กรุงเทพฯ มีอย่างอื่นที่ไม่ได้สวยงาม จริงๆ ผมอยากเก็บไว้เตือนตัวเองว่าควรใช้ความโชคดีให้เป็นประโยชน์กับสังคม ไม่ใช่หลุดไปกับความโชคดี โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าที่อื่นเป็นยังไงบ้าง หรือมีอะไรลึกซึ้งไปกว่านั้น อาจจะไม่ได้มีใครเก็ตตรงนี้ด้วยซ้ำ”

WINDSHELL โครงการบ้านแนวตั้งเดียวของไทยที่ออกแบบให้รับลมธรรมชาติตลอดปีและมีพื้นที่หลังบ้าน

เพราะเชื่อว่าบ้านแสดงความสัมพันธ์ของคนกับพื้นที่ และมีผลต่อคุณภาพชีวิต จึงไม่ลืมมอบสิ่งซึ่งเติมเต็มชีวิตในบ้านให้สมบูรณ์ ทั้งครัวไทยที่ใช้แก๊ส ระเบียงพักผ่อน และสวนหน้าบ้านพร้อมต้นไม้ใหญ่ ประตูบ้านเฟี้ยมสูง 5 เมตรให้แสงส่องสว่างและมองเห็นวิวรอบๆ รวมถึงอนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ สมาชิกในครอบครัวสำหรับบางคน

WINDSHELL โครงการบ้านแนวตั้งเดียวของไทยที่ออกแบบให้รับลมธรรมชาติตลอดปีและมีพื้นที่หลังบ้าน
WINDSHELL โครงการบ้านแนวตั้งเดียวของไทยที่ออกแบบให้รับลมธรรมชาติตลอดปีและมีพื้นที่หลังบ้าน

“ผมอยากให้ที่นี่เป็นบ้าน เป็นพื้นที่ใช้ชีวิตของคุณ

“ถ้านั่งตรงโต๊ะนี้แล้วเปิดหน้าต่างทั้งหมด เห็นภรรยาและลูกเราอยู่ห้องนู้น ผมว่ามันเป็นสเปซที่มีคุณภาพมากกว่าคอนโดฯ ทั่วไป หรือบ้านหลังใหญ่ที่คุณเข้าไปถึงปุ๊บ ต่างคนต่างหายไปหมดเลย มองออกไปไม่มีใคร ที่นี่ต่อให้มันใหญ่ แต่มีคุณภาพของพื้นที่ มีสัดส่วนที่ไม่ได้ทำให้คุณหายไปในพื้นที่ของคุณคนเดียว มีการเชื่อมโยงกันให้คุณได้ใกล้ชิดกับคนในบ้านผ่านการมองเห็น”

เรื่องราวเหล่านี้คือสิ่งที่คุณโชติพลบอกว่าเป็นรายละเอียดที่ทำการตลาดไม่ได้ ต้องลองสัมผัสด้วยตัวเอง

ก่อนกลับ เราเดินสำรวจบ้านตัวอย่างทั้งสามที่ตกแต่งไม่เหมือนกันเลยสักหลัง และลองจินตนาการว่าถ้าได้เป็นเจ้าของจะตกแต่งแบบไหน มีห้องอะไรบ้าง พลางนึกถึงคำพูดที่คุณโชติพลทิ้งท้าย ก็อดเห็นด้วยไม่ได้ว่า

“การที่คุณตื่นเช้ามา หรือกลับมาจากที่ทำงาน แล้วใช้เวลาที่เหลือทั้งคืนกับสถานที่ที่หนึ่ง มันมีผลกับคุณในวันถัดไปอย่างแน่นอน”

WINDSHELL โครงการบ้านแนวตั้งเดียวของไทยที่ออกแบบให้รับลมธรรมชาติตลอดปีและมีพื้นที่หลังบ้าน

Writer

ปาริฉัตร คำวาส

อดีตบรรณาธิการสื่อสังคมและบทความศิลปวัฒนธรรม ผู้เชื่อว่าบ้านคือตัวตนของคนอยู่ เชื่อว่าความเรียบง่ายคือสิ่งซับซ้อนที่สุด และสนใจงานออกแบบเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี (กับเธอ)

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

หมู่บ้าน

แนวคิดของผู้สร้างที่อยู่อาศัยเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีให้ผู้อยู่

60 

  เห็นตัวเลขนี้ทีไรก็นึกถึงอายุขวบปีที่ต้องเกษียณออกจากงานที่ทำสู่คำว่าผู้สูงวัย แต่ก่อนจะถึงเวลานั้น เราจะใช้ชีวิตหลังเกษียณอย่างไรให้มีความสุข 

เราพบอีกหนึ่งโครงการน่าสนใจอย่าง ‘จิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้ (Jin Wellbeing County)’ ซึ่งความพิเศษแรกอยู่ตรงที่ นี่คือคอนโดมิเนียม Wellness Mixed Use 7 ชั้น 5 อาคาร ขนาด 494 ยูนิตเพื่อผู้สูงวัยโดยเฉพาะ ความพิเศษข้อต่อมาคือได้ผู้มีประสบการณ์ด้านโรงพยาบาลและการแพทย์กว่า 40 ปีอย่าง ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป (THG) มาเป็นผู้พัฒนาโครงการ จนกลายเป็นความพิเศษข้อที่สาม คือการนำสุขภาพแบบบูรณาการ หรือ Integrated Healthcare มาผนวกกับที่พักอาศัย (Active Living) จนสร้างที่อยู่ทางเลือกแห่งนี้ได้สำเร็จ 

แต่ความเจ๋งแจ๋วยังไม่หมดแต่เพียงเท่านี้ เพราะเราพาไปคุยกับ ทิมโมตี้ เลิศสมิติวันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทธนบุรี เวลบีอิ้ง จำกัด ผู้ดำเนินการโครงการจิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้ ถึงที่มาที่ไปและแนวคิดการออกแบบให้ชาวสูงวัยอยู่ดีทั้งกายและใจในช่วงบั้นปลายอย่างแท้จริง 

Jin Wellbeing County คอนโดมิเนียมทางเลือกใหม่เพื่อชาวสูงวัย ดีไซน์เพื่อวัยเกษียณสนุก

เปลี่ยนหมู่บ้านสูงวัยในภาพจำ

ไม่บอกก็คงพอเดาได้ ว่าทำไมประเทศไทยถึงยังต้องการโครงการที่พักอาศัยเพื่อวัยเกษียณ

เพราะจากกราฟสถิติ พบว่าประชากรที่อายุเกิน 60 ปีขยายเพิ่มขึ้นมากถึง 13 ล้านคน แต่เมื่อเทียบกับจำนวนหมู่บ้านที่รองรับผู้สูงอายุได้ กลับมีจำนวนน้อยมาก นั่นจึงเป็นเหตุผลให้ Jin Well Being กลายเป็นโครงการที่อยู่อาศัยที่อยากทำหน้าที่ดูแลผู้สูงอายุแบบครบวงจรเป็นแห่งแรก ๆ ในไทย

“แม้เราจะเห็นโรงพยาบาลเปิดใหม่เยอะขึ้น แต่เราเห็นว่าโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้หรือในโครงการที่พักเพื่อผู้สูงอายุยังไม่มาก ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป ซึ่งทำเรื่องโรงพยาบาลมา 55 ปี เห็นความสำคัญข้อนี้ เลยอยากสร้างหมู่บ้านผู้สูงอายุโดยเฉพาะ เพราะเรารู้ว่าประชากรในส่วนนี้กำลังโตขึ้นเรื่อย ๆ ถึง 40 เปอร์เซ็นต์ ภายใน 6 – 7 ปีที่ผ่านมา” คุณทิมโมตี้เกริ่นถึงที่มา 

  คงปฏิเสธไม่ได้กับข้อเท็จจริงดังกล่าวเรื่องแนวโน้ม Aging Society ที่เกิดขึ้น แต่ถ้าถามกันตามตรง วัยเก๋าและลูกหลานหลายคนคงส่ายหัว ถ้ารู้ว่าต้องไปอยู่บ้านพักคนชราหรือแม้กระทั่งหมู่บ้านสำหรับผู้สูงอายุ อาจด้วยความเชื่อดั้งเดิมที่ว่าการเป็นลูกต้องกตัญญูและเลี้ยงดูพ่อแม่ในยามแก่เฒ่า ห้ามปล่อยให้พวกเขาไปอยู่โครงการเพื่อผู้สูงวัย กลายเป็นปัญหาใหญ่สำหรับโครงการ ซึ่งคุณทิมโมตี้บอกว่าเผชิญกับความท้าทายนี้เช่นกัน

“คนไทยหลายคน พอได้ยินเรื่องหมู่บ้านผู้สูงอายุครั้งแรก ก็บอกว่าไม่มีทางไปแน่นอน ต่อต้านก่อน แต่ถ้าลองคิดอีกมุม ในบ้านที่มีผู้สูงอายุ เราให้เขานั่งติดวีลแชร์อยู่เฉย ๆ ในบ้าน ลูกหลานไม่ให้ออกไปไหนเพราะห่วงไปหมด พอคนแก่ต้องอยู่ติดบ้านทุกวันเป็นเวลาหลายปี เขาก็เบื่อ หรือไม่ได้รับการดูแลที่ถูกต้อง คิดในอีกแง่ ถ้าเขาได้เจอเพื่อนคนวัยเดียวกัน ได้อยู่ในการดูแลของแพทย์ ได้ทำกิจกรรมที่ชอบ พวกเขาก็จะสนุกและมีชีวิตชีวาขึ้น” 

เปิดบ้านทดลองอยู่

คำถามต่อมาคือ แล้วโครงการนี้เปลี่ยนความคิดของพวกเขาอย่างไร คำตอบก็น่าสนใจมาก นั่นคือทางโครงการให้คนมาทดลองใช้ชีวิตจริง ๆ ก่อนซื้อได้

“อีกกรณีคือ บางครั้งพ่อแม่ที่เป็นผู้สูงอายุไม่อยากมาเอง แต่ลูกอยากให้มา เขาก็ไม่รู้ว่าจะพูดยังไง เดี๋ยวจะโดนหาว่าพาเขาไปทิ้งหรือเปล่า เราก็เลยเริ่มจากการชวนมาทำกิจกรรมก่อน เช่น เรามีวันเก็บผัก ชวนแวะมาแบบไปเช้าเย็นกลับ ให้เขาได้มาเจอเพื่อน ๆ แล้วเราก็มีกิจกรรม Open House กันทุกเดือน ให้เชิญพ่อแม่มานอนที่นี่ เราเปิดห้องให้ทดลองมาอยู่ฟรี มีอาหารบริการ ลองอยู่ก่อนได้ในวันเสาร์และอาทิตย์” 

คุณทิมโมตี้บอกว่าพอเริ่มให้พวกเขาคุ้นชินและสนุก เหล่าชาวสูงวัยก็จะอยากกลับไปที่โครงการเองเพราะเริ่มมีเพื่อน ส่วนคนที่ติดใจก็ซื้อที่พักเข้ามาอยู่เลย และอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ผู้สูงวัยหลายคนไม่อยากซื้อบ้านหลังปลดระวาง เพราะเมื่อเกษียณตัวไปก็ต้องกลับบ้านต่างจังหวัด เพื่อกลับไปหาญาติหรือเพื่อนที่มีอยู่ดี

“เราเลยพยายามสร้างเพื่อนใหม่ ให้เขาได้เจอสังคมใหม่ รวมทั้งยังรักษาเพื่อนเก่าเขาให้ยังอยู่ อย่างถ้ามีเพื่อนมาจากต่างจังหวัด ก็นัดแก๊งเพื่อนมาเจอกันที่นี่ จะเก็บผัก เล่นเกม หรือทำกิจกรรมที่ดีด้วยก็ได้ เพื่อน ๆ ของลูกบ้านที่ดีเขาก็ดีใจที่ได้เจอกัน มันเลยไม่เหงา” คุณทิมโมตี้กล่าวถึงความตั้งใจของโครงการในการสร้างคอมมูนิตี้ชาวสูงวัย

สร้าง Hybrid Lifestyle 

แต่กว่าจะออกมาเป็นโครงการที่พักเพื่อผู้สูงอายุได้เช่นนี้ ต้องผ่านการลองผิดลองถูกมานับครั้งไม่ถ้วน จากตอนแรกที่คิดออกแบบอย่างคนทำโรงพยาบาลกลับไม่ตอบโจทย์ หรือคิดแบบคนทำอสังหาริมทรัพย์ก็ยังไม่เวิร์ก 

“เราทดสอบมาทุกแบบแล้ว เพราะหมู่บ้านผู้สูงอายุแบบนี้ยังไม่มีใครที่มาสอนเราได้ จะเลียนแบบใครก็ยาก เลยต้องลองผิดลองถูกจนได้ประสบการณ์ และทุกคนที่เข้ามาบอกว่าใช่ ก็ค้นพบว่าต้องสร้างโครงการนี้แบบ Hybrid ทั้งกึ่งโรงแรม กึ่งคอนโดมิเนียม กึ่งโรงพยาบาล และกึ่งโรงเรียน” เมื่อเดินสำรวจพื้นที่ ก็พบว่าที่นี่ออกแบบอย่างที่คุณทิมโมตี้ว่าจริง ๆ

ภายในโครงการขนาด 140 ไร่ การออกแบบที่พักอาศัยของ จิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้ ภายใต้อาคาร Low Rise 7 ชั้น ประกอบด้วยพื้นที่กิจกรรมมากมาย แถมยังอนุญาตให้เดินทางสะดวกใกล้ย่านชานเมืองแบบมีรถไฟฟ้าเข้าถึง ผนวกกับสิ่งอำนวยความสะดวกที่คิดมาเพื่อความปลอดภัย 

Jin Wellbeing County คอนโดมิเนียมทางเลือกใหม่เพื่อชาวสูงวัย ดีไซน์เพื่อวัยเกษียณสนุก
Jin Wellbeing County คอนโดมิเนียมทางเลือกใหม่เพื่อชาวสูงวัย ดีไซน์เพื่อวัยเกษียณสนุก

ประกอบด้วยจำนวน 5 อาคารชื่อคล้องจองและความหมายดี แบ่งเป็นคลัสเตอร์ 1 คือ อาคารสิริ และอาคารสราญ รวมทั้งคลัสเตอร์ 2 ได้แก่ อาคารรุ่งเรือง อาคารร่มเย็น และอาคารรื่นรมย์

แม้จะมีห้องพักให้เลือกทั้งแบบ 1 ห้องนอน และ 2 ห้องนอน แต่ฟังก์ชันด้านในก็ออกแบบมาให้โปร่ง โล่ง กว้าง ไม่ต่างกัน โดยห้องพักมีแสงธรรมชาติเข้าถึงและระบายอากาศได้ดี ด้วยเหตุผลที่ว่าหากมีลูกหลานหรือเพื่อนฝูงแวะมานอนค้างด้วย หรือแวะมาทำกิจกรรมร่วมกันในพื้นที่ส่วนกลาง ก็จะได้ไม่แออัด สมกับเป็นคอนโดฯ ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับความต้องการของชาวสูงวัยมากกว่า 

แถมยังคิดมาแล้วว่าต้องไม่มีพื้นต่างระดับ รวมถึงไม่มีธรณีประตู เพื่อลดความเสี่ยงการสะดุดหกล้ม ใช้วัสดุกันลื่นสำหรับพื้นห้อง จนถึงระบบไฟในห้องที่เป็นระบบเซ็นเซอร์อัตโนมัติ ให้ผู้สูงอายุเดินเหินตอนกลางคืนได้ปลอดภัย และถ้าเกิดเหตุฉุกเฉินเมื่อไหร่ ก็กดปุ่มบนหัวเตียงเพื่อเรียกเจ้าหน้าที่พยาบาลได้ตลอดเวลา

Jin Wellbeing County คอนโดมิเนียมทางเลือกใหม่เพื่อชาวสูงวัย ดีไซน์เพื่อวัยเกษียณสนุก
Jin Wellbeing County คอนโดมิเนียมทางเลือกใหม่เพื่อชาวสูงวัย ดีไซน์เพื่อวัยเกษียณสนุก

และถ้าสำรวจดี ๆ ภายในห้องน้ำก็ใช้วัสดุกันลื่นเช่นกัน พร้อมติดตั้งราวจับเพื่อช่วยในการทรงตัว ส่วนบานประตูแบบเลื่อน ออกแบบมาเพื่อป้องกันผู้สูงอายุที่ป่วยด้วยโรคความจำเสื่อม อาจเปิดประตูไม่ได้หรือล้มหมดสติ และไม่ต้องแปลกใจหากห้องน้ำมีขนาดใหญ่ ก็เพื่อรองรับรถเข็นในกรณีที่ผู้สูงวัยนั่งวีลแชร์ได้ด้วย 

นอกจากนี้ ความกึ่งโรงพยาบาลยังอยู่ที่การออกแบบทุกอย่างในโครงการให้เป็นแบบ Universal Design ทุกพื้นที่ต้องให้รถวีลแชร์เข้าถึงได้ทั้งหมด ไม่มีโค้งหักศอกหรือห้องเล็ก ๆ ที่เดินยาก ทั้งยังมีโรงพยาบาลธนบุรีอยู่ภายในพื้นที่โครงการ และหากลูกบ้านเจ็บป่วยฉุกเฉิน ทีมแพทย์จะเข้าช่วยเหลือได้ภายใน 3 นาที มีหน่วยพยาบาลเตรียมพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง และหากเกิดเหตุฉุกเฉินใด ๆ Tracking บริเวณข้อมือจะส่งสัญญาณไปยังห้องฉุกเฉินทันที

ตัวโรงพยาบาลเองนอกจากรักษาอาการเจ็บป่วยทั่วไป ยังออกแบบมาเพื่อดูแลสูงวัยในระยะยาว โดยดูแลสุขภาพแบบบูรณาการ (Integrated Healthcare) เพื่อผู้สูงวัยโดยเฉพาะ และหากเป็นผู้ป่วยติดเตียง หรือมีโรคประจำตัวที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ ก็มีบุคลากรทางการแพทย์คอยให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด เรียกได้ว่าใกล้มือหมอสุด ๆ 

ใครสนใจขยับแข้งขาเคลื่อนไหว ก็มี จิณณ์ เวลเนส (Jin Wellness) ศูนย์เสริมสร้างสุขภาพเวชศาสตร์ชะลอวัย ช่วยออกแบบโปรแกรมเพื่อป้องกันและชะลอโรคภัยต่าง ๆ เฉพาะบุคคล เช่น การตรวจความยืดหยุ่น การทรงตัว รวมทั้งสุขภาพกายและใจ จนถึงออกกำลังกายภายใต้การดูแลของนักวิทยาศาสตร์การกีฬาเตรียมเอาไว้ให้ด้วย ดูแลกันเรื่องสุขภาพโดยลูกหลานไม่ต้องคอยนั่งกังวลเลย

Jin Wellbeing County คอนโดมิเนียมทางเลือกใหม่เพื่อชาวสูงวัย ดีไซน์เพื่อวัยเกษียณสนุก

Active Living, Active Learning

แนวคิดการออกแบบที่สำคัญอีกข้อก็คือ Active Living and Learing ซึ่งเป็นตัวกำหนดพื้นที่สีเขียวและกิจกรรมที่เกิดขึ้นภายในโครงการนี้ เพราะความตั้งใจสร้าง Active Aging Society สังคมผู้สูงวัยให้ยังกระปรี้กระเปร่า

ชวนสำรวจที่อยู่แนวตั้งกึ่งโรงเรียน โรงแรม คอนโดมิเนียม และโรงพยาบาล ที่บูรณาการศาสตร์และศิลป์ให้เกษียณได้แบบไม่เหงา

ยกตัวอย่างเช่น การออกแบบ Landscape ในพื้นที่ จากปกติโครงการที่อยู่อาศัยถูกกำหนดให้มีสวนเพียง 20 – 30 เปอร์เซ็นต์ แต่ที่นี่กลับเลือกขยายไปถึง 50 เปอร์เซ็นต์ หรือครึ่งหนึ่งของพื้นที่ทั้งหมด 

“เราอยากสร้างสวนให้ผู้สูงอายุจริง ๆ ไม่ใช่แค่ความร่มรื่นหรือความสวยงาม แต่อยากเอื้อประโยชน์ต่อการใช้งาน เราไปคุยกับผู้สูงอายุแล้วเขาบอกว่า อยากมีสวนไว้เดิน ไว้นัดเจอเพื่อน หรือบางทีก็แก้เครียด พวกเขาควรได้ใช้งานพื้นที่สีเขียว อีกอย่าง เราไม่อยากให้คนอยู่แต่บ้าน เราจะสร้างความท้าทายให้พวกเขาขยับและมีกิจกรรมทำตลอด” คุณทิมโมตี้เล่าความตั้งใจในการสร้างสวนขนาดใหญ่กลางโครงการ 

ชวนสำรวจที่อยู่แนวตั้งกึ่งโรงเรียน โรงแรม คอนโดมิเนียม และโรงพยาบาล ที่บูรณาการศาสตร์และศิลป์ให้เกษียณได้แบบไม่เหงา
ชวนสำรวจที่อยู่แนวตั้งกึ่งโรงเรียน โรงแรม คอนโดมิเนียม และโรงพยาบาล ที่บูรณาการศาสตร์และศิลป์ให้เกษียณได้แบบไม่เหงา

สวนแห่งนี้ได้รับการออกแบบโดยบริษัทภูมิสถาปนิกอย่าง Shma Company Limited ซึ่งได้รับรางวัลการันตีจากหลายเวที ทำให้สวนแห่งนี้มีทางเดินยาวที่ปลอดภัยสำหรับออกกำลังกายท่ามกลางธรรมชาติ ส่งผลดีต่อการบำบัดและฟื้นฟูร่างกายของผู้สูงวัย เพราะทำให้ออกกำลังกายได้นานขึ้น รวมถึงมีสวนหินบำบัด ช่วยปรับสมดุลร่างกายให้ผู้สูงวัยรู้สึกสดชื่นขึ้นเมื่อเดินเท้าเปล่า 

นอกจากนี้ ยังสร้างให้ความกว้างของทางเดินใหญ่กว่าทางเดินปกติ (ประมาณ 1.5 – 2 เมตร) มากพอที่จะให้รถเข็นวีลแชร์เข็นผ่านสะดวก มีราวจับอย่างน้อย 1 ด้านตลอดเส้นทาง โดยออกแบบให้กลมกลืนไปกับตัวสวน เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดิน พร้อมจุดนั่งพักทุก ๆ 30 – 50 เมตร ที่สำคัญคือ มีกล้องวงจรปิดกระจายอยู่ทั่วทั้งสวน พร้อมกับเจ้าหน้าที่ดูแลตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งหมดนี้ก็ย้ำความตั้งใจในการออกแบบเพื่อมวลชนอย่างที่บอกไปข้างต้นได้เป็นอย่างดี 

อีกหนึ่งข้อสำคัญที่ไม่พูดถึงไม่ได้ คือการเป็นโครงการที่พักอาศัยกึ่งโรงเรียน

ชวนสำรวจที่อยู่แนวตั้งกึ่งโรงเรียน โรงแรม คอนโดมิเนียม และโรงพยาบาล ที่บูรณาการศาสตร์และศิลป์ให้เกษียณได้แบบไม่เหงา
ชวนสำรวจที่อยู่แนวตั้งกึ่งโรงเรียน โรงแรม คอนโดมิเนียม และโรงพยาบาล ที่บูรณาการศาสตร์และศิลป์ให้เกษียณได้แบบไม่เหงา

ไม่ว่าคุณจะอยากทำกิจกรรมอะไร แค่บอกมา ที่นี่ก็มีให้ ทั้งห้องคาราโอเกะ ห้องเกม ห้องอเนกประสงค์ ศาลาสมาธิในสวนไม้ไผ่ สระออกกำลังกาย ฟิตเนส ไปจนถึงลานกิจกรรมกลางแจ้ง

ชวนสำรวจที่อยู่แนวตั้งกึ่งโรงเรียน โรงแรม คอนโดมิเนียม และโรงพยาบาล ที่บูรณาการศาสตร์และศิลป์ให้เกษียณได้แบบไม่เหงา
ชวนสำรวจที่อยู่แนวตั้งกึ่งโรงเรียน โรงแรม คอนโดมิเนียม และโรงพยาบาล ที่บูรณาการศาสตร์และศิลป์ให้เกษียณได้แบบไม่เหงา

“เราบอกแล้วว่าจะท้าทายคุณไปเรื่อย ๆ เราจะให้ลูกบ้านออกไป Jin Wellbeing Farm ฟาร์มผักออร์แกนิก เดินออกไปทะเลสาบด้านหลัง แล้วถ้าเราทำเลนจักรยานรอบ ๆ เสร็จในระยะถัดไป ก็จะให้คุณขี่ไปหรือจะเดินรอบหมู่บ้านได้ กิจกรรมเยอะมากจนคุณจะไม่ได้อยู่เฉย ๆ” 

เราพาเดินมายังด้านหลังโครงการเฟสแรก พบกับแปลงกระบะผักสวนครัวทดลอง ที่ทางโครงการอนุญาตให้ลูกบ้านแต่ละหลังจับจองพื้นที่เป็นของตัวเองได้ เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมคลายเหงาให้ชาวสูงวัย 

ชวนสำรวจที่อยู่แนวตั้งกึ่งโรงเรียน โรงแรม คอนโดมิเนียม และโรงพยาบาล ที่บูรณาการศาสตร์และศิลป์ให้เกษียณได้แบบไม่เหงา
ชวนสำรวจที่อยู่แนวตั้งกึ่งโรงเรียน โรงแรม คอนโดมิเนียม และโรงพยาบาล ที่บูรณาการศาสตร์และศิลป์ให้เกษียณได้แบบไม่เหงา

คุณทิมโมตี้ยังเสริมอีกว่า ยังมีคลาสสอนทำอาหาร คลาสพาไปวิ่ง จนถึงพาไปเที่ยวทริปทำบุญต่างจังหวัดแบบที่วัยเกษียณชอบใจ โดยมีคุณหมอคอยตามไปดูแลด้วย เรียกได้ว่าใส่ใจทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจกันทุกส่วน เพื่อสร้างสุขภาวะที่ดีอย่างครบองค์ในที่เดียว

ใส่ใจกันในทุกจุดขนาดนี้ ขนาดเราไม่ใช่คนสูงวัยยังอยากจับจองพื้นที่เอาไว้บ้าง เพราะทั้งร่มรื่นและน่าอยู่มากจริง ๆ

เตรียมตัวเกษียณ

ในอนาคต คุณทิมโมตี้บอกว่าพื้นที่ส่วนแรกด้านหน้าสุด พัฒนาเป็นโรงพยาบาลธนบุรี 3 ซึ่งเป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ รองรับการรักษาได้เหมือนโรงพยาบาลทั่วไป และคาดว่าในเฟสต่อไป จะขยายหมู่บ้านเพื่อชาวสูงวัยออกไปยังจังหวัดท่องเที่ยวอื่น ๆ เพิ่มเติม ซึ่งก็คงต้องติดตามกันต่อไป

ชวนสำรวจที่อยู่แนวตั้งกึ่งโรงเรียน โรงแรม คอนโดมิเนียม และโรงพยาบาล ที่บูรณาการศาสตร์และศิลป์ให้เกษียณได้แบบไม่เหงา

คนในวัยที่เริ่มนับถอยหลังอายุเข้าใกล้ 60 ปีหรือที่เกษียณแล้วก็ตาม เราคาดเดาเอาเองอย่างคนในวัยนี้ว่า หากแก่ตัวไป บ้านหลังใหญ่แต่เงียบเหงาอาจไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการ แต่อาจเป็นบ้านขนาดพอดีที่ตอบโจทย์ความต้องการให้เราแก่แล้วยังเก๋าอยู่ ได้เจอเพื่อนวัยเดียวกัน ยังได้ทำในสิ่งที่รักและชอบ รวมทั้งยังดูแลสุขภาวะกายและใจให้แข็งแรงอยู่ได้มากกว่าหรือเปล่า

เราคงไม่กล้าตอบแทนใคร แต่เชื่อว่าความตั้งใจของโครงการ จิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้ (Jin Wellbeing County) ได้สร้างอีกทางเลือกที่อยู่อาศัยของผู้สูงวัยในไทย ให้กลายเป็นสังคมที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังได้ไม่มากก็น้อย

Writer

ฉัตรชนก ชโลธรพิเศษ

ชาวนนทบุเรี่ยน ชอบเขียน และกำลังฝึกเขียนอย่างพากเพียร มีความหวังจะได้เป็นเซียน ในเรื่องขีดๆ เขียนๆ สักวันหนึ่ง

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load