หากให้แต่ละคนนิยามความหมายของบ้าน คำตอบที่ได้ คงแตกต่างตามโจทย์การดำเนินชีวิต

เราจึงเชื่อเสมอว่า การออกแบบบ้านสักหลัง มากกว่าความงามที่มองเห็นจากภายนอก เมื่อมองให้ลึก คือการออกแบบรูปแบบการใช้ชีวิตอย่างสะดวก และทำให้ที่แห่งนั้นเดินเท้าเปล่าอย่างสบายใจที่สุด

มีหนึ่งโครงการที่น่าสนใจมาก ออกแบบบ้านด้วยวิถีที่ว่ามานี้ แต่มีแนวคิดใหม่และเกิดขึ้นตั้งแต่ 6 ปีก่อน ซึ่งถือว่าก้าวนำเทรนด์การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในไทย (อาจเรียกว่าในโลกด้วยก็ได้) และทำให้คนเข้าใจว่าพื้นที่เช่นนี้ ไม่ใช่คอนโดมิเนียมอีกต่อไป

คอลัมน์หมู่บ้านถือโอกาสชวน คุณใหญ่-โชติพล เตชะไกรศรี กรรมการผู้จัดการบริษัท วาย แอล พี จำกัด มาเล่าแนวคิดเบื้องหลังทั้งหมดของ WINDSHELL โครงการที่สร้างบ้านเพื่อให้คนอยู่ได้สร้างบ้านของตัวเองแห่งนี้ มีรายละเอียดตามมาลึกซึ้งทุกส่วน ขยายจากความเป็นบ้านที่ไม่เหมือนใคร และคงไม่มีใครกล้าทำ เพราะทั้งหมดมาจากแพสชันและความเชื่อที่อยากทำบ้านที่ดีในอีกความหมาย

Windshell นราธิวาสฯ

เขาว่า ถ้าคุณจะทำอะไรเป็นอย่างแรก ต้องทำเป็นคนแรก

WINDSHELL มีจุดเริ่มต้นจากการอยากสร้างบ้านในเมือง ตั้งอยู่บนทำเลอันเงียบสงบแต่สะดวก มี Facility แบบคอนโดมิเนียม ก็เลยคิดแบบบ้านท้ายซอย ผลลัพธ์จึงกลายเป็นนวัตกรรมการสร้างบ้านแบบใหม่ในคอนเซปต์ที่แปลกและไม่ซ้ำใคร เขานิยามให้มันเป็น Tropical Stacking Home หรือบ้านแนวตั้ง โดยแต่ละยูนิต มีหน้าบ้าน (Front Garden) มีหลังบ้าน (Back Garden) มีสองชั้น และได้ใกล้ชิดธรรมชาติไม่ว่าซอกมุมใดของบ้าน

เหตุผลที่ขายเป็นห้องเปล่าขนาดใหญ่ (Bareshell) ไม่มีคานไม่มีเสาด้วยโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก (Shear Wall) ไม่ปิดซ่อนโครงสร้าง-งานระบบ ไม่ทาสี และไม่มีบันได แม้จะบอกว่ามีสองชั้น ก็เพื่อให้ผู้อยู่ได้ออกแบบบ้านที่เหมาะกับตัวเอง

WINDSHELL โครงการบ้านแนวตั้งเดียวของไทยที่ออกแบบให้รับลมธรรมชาติตลอดปีและมีพื้นที่หลังบ้าน

ที่สำคัญ ออกแบบรูปลักษณ์สถาปัตยกรรม ทิศทางอาคาร และการระบายอากาศด้วยวิธีธรรมชาติ ให้รับลมได้ตลอดปีทุกยูนิต นี่เลยเป็นที่มาของชื่อ WINDSHELL

และที่เจ๋งยิ่งกว่า เป็นโครงการที่เจ้าของยังอยู่เองด้วย

บ้านคือความสะดวกสบาย

ขอให้ข้อมูลอย่างย่อ WINDSHELL เป็นโครงการที่พักอาศัยในรูปแบบฟรีโฮลด์บนถนนนราธิวาสราชนครินทร์ มีทั้งหมด 28 ชั้น 36 ยูนิต ทั้งชั้นมีเพียง 2 ยูนิต ขนาด 453.28 ตารางเมตร และ 562.35 ตารางเมตร รูปแบบห้องเป็นแบบดูเพล็กซ์พร้อมลิฟต์ส่วนตัว โครงการมี Facility แบบคอนโดมิเนียม ทั้งทำเลสะดวก ส่วนกลางฟิตเนส สระว่ายน้ำพร้อมวิวคุ้งบางกะเจ้า 360 องศา ห้องซาวน่า ครัวแบบ Communal Kitchen สวนหย่อมขนาด 800 ตารางเมตร ล็อบบี้ ไปจนถึงการดูแลความปลอดภัยและการซ่อมบำรุง

WINDSHELL โครงการบ้านแนวตั้งเดียวของไทยที่ออกแบบให้รับลมธรรมชาติตลอดปีและมีพื้นที่หลังบ้าน

“โครงการนี้เริ่มต้นจากการที่เราเอาตัวเองเป็นผู้อยู่อาศัย เราอยู่คอนโดฯ มาก่อน พอเริ่มมีลูก มีครอบครัว ย้ายไปอยู่บ้านเพื่อให้มีพื้นที่ มีบริเวณมากขึ้น บวกกับพอเราโตขึ้น อยากใกล้ชิดธรรมชาติด้วย พอถึงวันนั้นที่เราตัดสินใจว่าจะหาบ้านแล้ว เรารู้ว่าในตลาดมีอะไรบ้าง แน่นอนว่าถ้าอยากได้พื้นที่มาก ส่วนใหญ่ต้องยอมออกไปไกลขึ้น แต่สุดท้ายมันก็ไม่ตอบโจทย์เราในเรื่องเดินทาง เรื่องรถติด เรื่องไลฟ์สไตล์ของเราที่ชินกับในเมือง ต้องยอมรับว่าความเจริญหรือไลฟ์สไตล์แบบนี้มันไม่ได้กระจายออกไป แต่พอไปดูคอนโดฯ ขนาดใหญ่ขึ้น ก็ไม่ตอบโจทย์วิธีการใช้ชีวิตแบบที่เราให้นิยามคำว่าบ้าน

“ความเป็นบ้านของผม ต้องมีบริเวณเยอะและมีคุณภาพ ต้องได้ฟังก์ชัน เช่น ใหญ่อย่างเดียวแล้วคุณทำอาหารไม่ได้หรือเหม็นอยู่ในบ้านก็ไม่มีประโยชน์ ต้องมีการออกแบบเลย์เอาต์และการจัดการตึกที่ดี ระบายอากาศได้ มีที่เก็บของ แล้วก็ต้องมีความเป็นส่วนตัว 

“ผมต้องการใกล้ชิดธรรมชาติ คำว่าธรรมชาติไม่ใช่มีแค่ต้นไม้ แต่รวมถึงแสงธรรมชาติ การระบายอากาศแบบลมผ่านอาคาร (Cross Ventilation) ซึ่งอันนี้สำคัญ ทำให้รู้สึกเหมือนได้อยู่บ้าน เพราะไม่ต้องอยู่ห้องแอร์ตลอดเวลา ในขณะเดียวกันผมต้องการ Facility บางอย่าง เช่น สระว่ายน้ำยี่สิบเมตรให้ลูกได้ใช้เรียนว่ายน้ำ มีฟิตเนส ถ้าจะไปอยู่บ้านเดี่ยวแล้วทำเองก็ไม่สมเหตุสมผล และความปลอดภัย สิ่งอำนวยความสะดวก เช่น ช่างอาคารที่คอยช่วยเรา เวลามีปัญหาในบ้าน ซึ่งผมว่าความต้องการเหล่านี้เป็นเรื่องพื้นฐาน” 

WINDSHELL โครงการบ้านแนวตั้งเดียวของไทยที่ออกแบบให้รับลมธรรมชาติตลอดปีและมีพื้นที่หลังบ้าน

คุณโชติพลเล่าที่มาของโครงการ WINDSHELL ซึ่งเขาลงมือทำเองเพื่อตอบสนองความต้องการอย่างคิดไว้ โดยไม่ได้วิ่งไล่ตามตลาด แต่สร้างในสิ่งที่ขาดและยังไม่มีที่ไหนตอบโจทย์ความเป็นบ้าน ที่หลอมสิ่งอำนวยความสะดวกแบบคอนโดมิเนียมไว้รวมกัน

ผู้พัฒนาโครงการบ้านแบบ Stacking Home ยังบอกอีกว่าเขาพยายามคิดไอเดียทั้งหมดและลงมือพัฒนามาตั้งแต่ 6 ปีก่อน ซึ่งโชคดีที่วันนี้กลายเป็นไอเดียใหม่และไม่เร็วเกินไปนัก เพราะกลุ่มคนที่อยู่คอนโดมิเนียมมาหลายปี เข้าใจเรื่องที่อยู่อาศัยแบบต่างๆ ถึงเวลาเลือกว่าจะอยู่คอนโดฯ ต่อไปหรือย้ายไปอยู่บ้าน การมีสินค้าไฮบริดและเอาข้อดีของทั้งสองอย่างมารวมกันไว้ จึงเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับทุกคนที่อยากมีบ้านกลางเมือง และลงตัวตามผังเมืองของกรุงเทพฯ

WINDSHELL ไม่ได้ออกแบบมาเฉพาะสำหรับครอบครัวที่ต้องการพื้นที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น ด้วยข้อดีของสเปซแบบบ้านและ Facility แบบคอนโดฯ ไม่่ว่าคนวัยเกษียณ คู่รักแต่งงาน คนที่มีสัตว์เลี้ยง หรือใครที่อยากมีคนช่วยดูแลและซ่อมบำรุงบ้านให้ ก็เลือกอยู่ที่นี่ได้เช่นกัน

บ้านคือพื้นที่และบริบทรอบๆ

หน้าบ้าน หลังบ้าน และการมีสองชั้น ล้วนเป็นองค์ประกอบที่ทำให้ WINDSHELL มีความหมายเป็นบ้านหลังใหญ่ในแบบของคุณโชติพล

“ไอเดียหลักให้โครงการนี้เลยคือหลังบ้าน (Back Garden) ถ้าไม่มี ก็ไม่ใช่บ้านที่ทำครัวไทยได้ มีพื้นที่ซักล้าง ตากผ้า เหมือนบ้านบนดิน และหลังบ้านยังช่วยการไหลเวียนของอากาศทั่วบ้าน ช่วยให้คอนเซปต์การ Cross Ventilation แข็งแรง และเราฮาร์ดคอร์กว่าที่อื่นๆ คือต้องมีทุกห้อง แม้กระทั่งห้องน้ำ ห้องแม่บ้าน ส่วนหน้าบ้านเป็นทางเข้า จะปลูกต้นไม้ ทำสวนก็ได้ ที่เหลือเป็นความยากของโครงสร้างและการออกแบบว่าต้องทำให้ตอบโจทย์ที่เราอยากได้ ซึ่งปัจจัยที่ทำให้ครบตรงนั้นมันไม่ง่าย”

WINDSHELL โครงการบ้านแนวตั้งเดียวของไทยที่ออกแบบให้รับลมธรรมชาติตลอดปีและมีพื้นที่หลังบ้าน
WINDSHELL โครงการบ้านแนวตั้งเดียวของไทยที่ออกแบบให้รับลมธรรมชาติตลอดปีและมีพื้นที่หลังบ้าน
WINDSHELL โครงการบ้านแนวตั้งเดียวของไทยที่ออกแบบให้รับลมธรรมชาติตลอดปีและมีพื้นที่หลังบ้าน

เมื่อตั้งโจทย์ตามความต้องการแล้ว ขั้นถัดไปจึงตามหาสถาปนิกผู้แปรความคิดของเขาออกมาเป็นรูปร่าง ซึ่งคุณโชติพลใช้เวลาเกือบปี สุดท้ายบังเอิญได้เห็นงานของ เควิน มาร์ก โลว์ (Kevin Mark Low) สถาปนิกชาวมาเลเซีย

เควินมีงานหลักคือ สอนหนังสือ ทำงานสถาปนิกชุมชน และเคยตีพิมพ์หนังสือที่มีชื่อว่า Small Projects งานของเขามักเป็นสถาปัตยกรรมเขตร้อน (Tropical Architecture) ใช้วัสดุและโครงสร้างเรียบง่าย โดยคิดเผื่อสิ่งแวดล้อมอยู่เสมอ

“หาคนที่เข้าใจความละเอียดอ่อนตรงนี้ยากมาก แต่เควินเข้าใจทันที เราวิดีโอคอลกัน จากนั้นผมบินไปหาที่นู่น เหมือนเควินมีไอเดียแบบนี้อยู่แล้ว รอคนมามอบโจทย์นี้ให้ ที่มาเลเซียเองไม่เคยมีนักพัฒนาเจ้าไหนมาขอให้ทำ ซึ่งมันก็สร้างความประหลาดใจให้ทั้งผมและเขา

“เควินถามผมว่า บ้านของคุณคืออะไร และอะไรที่ขาดหายไปจากคอนโดฯ ทั่วไป ผมก็บอกไปว่า เนี่ย ผมต้องอยู่ห้องแอร์ตลอดเวลา ทำกับข้าวไม่ได้ รู้สึกว่าลูกผมนั่งพื้นมองไปเพดาน ได้แต่ยืนมองต้นไม้ในสวนลุมพินีจากห้องมีกระจกกั้น สิ่งที่ขาดไปคือเราไม่ได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติเลย เหมือนถูกบล็อกอยู่ในห้องกระจก สิ่งที่เราพูดไปมันคือเซนส์ของบ้าน ไม่ใช่หินนำเข้า ไม่ใช่เพดานสูง ไม่ใช่ผนังกระจก พอคุยกันแล้วเข้าใจ วันรุ่งขึ้นเขาก็สเก็ตช์ให้ดูเลย ซึ่งหน้าบ้าน หลังบ้าน และบ้านสองชั้น กลายเป็นคอนเซปต์ตั้งแต่อาทิตย์แรกเลยนะครับ และใช้เวลาอีกหนึ่งปีใส่รายละเอียดการดีไซน์ ว่าโครงสร้างจะเป็นลักษณะอย่างไร งานระบบจะเดินแบบไหน และใช้เวลาก่อสร้างอีกสามปี”

อีกหนึ่งเรื่องที่ทำให้ WINDSHELL พิเศษไม่เหมือนโครงการใดๆ คือการออกแบบอาคาร ซึ่งเจาะจงเฉพาะกับที่ดินผืนนี้เท่านั้น ทั้งการหันหน้ารับทิศทางลมได้ตลอดทั้งปี การวางแปลนห้องและหน้าต่างเพื่อควบคุมการหมุนเวียนอากาศ แสงธรรมชาติจากการขึ้นและตกของดวงอาทิตย์ วิวที่เปิดรับจากทั้งสองฝั่ง รวมทั้งความเป็นบ้านท้ายซอย

WINDSHELL โครงการบ้านแนวตั้งเดียวของไทยที่ออกแบบให้รับลมธรรมชาติตลอดปีและมีพื้นที่หลังบ้าน

“มันจะไม่ใช่แบบนี้เลยถ้าเราไปทำอย่างนี้กับที่อื่น ประเทศมีฤดูหนาวทำไม่ได้แน่นอน เพราะเราเน้นการเปิดโล่ง Cross Ventilation ก็เหลือแค่เมืองร้อนชื้น ซึ่งมีหลายประเทศ แต่ที่อื่นทำไม่ได้ ด้วยผังเมืองไม่เหมือนเรา อย่างสิงคโปร์หรือมาเลเซียที่ความเจริญไม่ได้กระจุกอยู่ในตัวเมือง เดินทางไกลแต่รถไม่ติด เขาซื้อบ้านก็ได้ไม่ต้องมาอยู่บนตึก และสาธารณูปโภคหลายๆ อย่างของกรุงเทพฯ ก็เป็นโจทย์ทำให้เกิดโครงการนี้ในแนวคิด Tropical Stacking Home”

ความโชคดีของที่ดินผืนนี้คือด้านหลังโครงการติดซอยเก่งชวน ส่งให้บ้านแนวตั้งหลังนี้ไม่เจอความพลุกพล่าน และมองเห็นร่มไม้ใหญ่จากบ้านเก่าแก่ตลอดทั้งเส้น

“เป็นอีกเหตุผลที่ไปทำที่อื่นไม่ได้ เนื่องจากบริบทของซอยเก่งชวนเอง เมื่อเดินลงไปก็จะเห็นต้นไม้ นก คนกวาดถนน คนออกกำลังกาย เรียกลูกให้เอาจักรยานมาฝึกขี่ บอกให้พี่เลี้ยงเดินไปซื้อก๋วยเตี๋ยวหน้าปากซอยได้” คุณโชติพลเล่าบริบทรอบๆ ที่เติมเต็มคำว่าบ้านท้ายซอยอย่างชัดเจนที่สุด

WINDSHELL โครงการบ้านแนวตั้งเดียวของไทยที่ออกแบบให้รับลมธรรมชาติตลอดปีและมีพื้นที่หลังบ้าน
WINDSHELL โครงการบ้านแนวตั้งเดียวของไทยที่ออกแบบให้รับลมธรรมชาติตลอดปีและมีพื้นที่หลังบ้าน

บ้านคือตัวตนของคนอยู่

หากไม่กล่าวถึงสิ่งสะดุดตา เป็นที่ฮือฮาอย่างตัวสถาปัตยกรรมทั้งภายนอกและภายในที่เปลือยเปล่าเผยสัจจะวัสดุ เห็นจะไม่ได้

เขาว่าการไม่ปกปิดพื้นผิวใดๆ เป็นลายเซ็นของสถาปนิกที่เชื่อว่าตัววัสดุมีเสน่ห์ในตัวเองอยู่แล้ว

“สมัยนี้ตึกหรือห้างร้านเน้นโชว์รูปลักษณ์ภายนอก สำหรับผม รูปลักษณ์ภายนอกก็เหมือนคนที่แต่งตัวใส่สูท ผู้หญิงใส่เดรสแต่งหน้าจนดูดี เรารับรู้และมองความสวยงามจากลักษณะภายนอกพวกนั้น แต่เนื่องจากโครงการนี้เป็นบ้าน ผมคิดว่ามันมีความหมายลึกซึ้งกว่านั้น เป็นสิ่งที่เรารักมันจริงๆ คำว่าบ้านเหมือนกับร่างกายของเรา ถามว่าถ้าคุณมีลูก อยากให้เขาเกิดมาแต่งตัวเก่งหรืออยากให้แข็งแรง คำว่าแข็งแรงแน่นอน โครงสร้างกระดูกแข็งแรง อวัยวะภายในแข็งแรง ปอดทำงานดี ทุกอย่างทำงานดี คุณคงกังวลแค่นั้น พอลูกคุณโตเป็นผู้ใหญ่ เขาอยากแต่งตัวยังไง คุณคงไม่ได้ให้ความสำคัญมาก เพราะอย่างน้อย คุณคงมั่นใจแล้วว่าคุณเลี้ยงมาหรือผมสร้างตึกนี้มา โครงสร้างพื้นฐานมันแข็งแรง ส่วนที่เหลือเป็นอิสระของคนอยู่”

WINDSHELL โครงการบ้านแนวตั้งเดียวของไทยที่ออกแบบให้รับลมธรรมชาติตลอดปีและมีพื้นที่หลังบ้าน

กำแพงทั้งหมดเป็นโครงสร้างเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก (Shear Wall) ใช้รับน้ำหนักแทนคานและเสา ส่วนข้อดีที่ 1 ซึ่งพ่วงมากับความงาม คือจัดการง่ายและลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น เช่น การทาสีหรือทาซ้ำเมื่อลอกร่อน

“เหมือนคุณหุ่นดีอยู่แล้ว คุณก็โชว์ได้ ไม่ต้องไปปิดอะไรมาก งานระบบเราก็เดินไว้เปลือยๆ ตามคอนเซปต์ของเควิน ซึ่งยากมาก เป็นงานท้าทายสำหรับผู้รับเหมาด้วยที่ทำให้มันเรียบร้อยและใช้งานได้จริง เราเช็กอยู่ตลอดว่าถูกต้องไหม การเดินระบบน้ำ ไฟ ท่อ ขัดกันหรือเปล่า ถ้าขัดก็ต้องเปลี่ยนรูทใหม่ และถ้ามีอะไรรั่วหรือไม่ฟังก์ชัน ก็ไม่ต้องรื้อฝ้า ไม่ต้องนั่งหา มันก็ฟ้องตรงนั้นเลย” คุณโชติพลอธิบายอย่างเห็นภาพ

ข้อดีที่ 2 ซึ่งพ่วงมากับความสูงจากพื้นถึงเพดาน 7 เมตร คือพื้นที่โล่งกว้างให้แต่ละคนวางแปลนห้อง ใส่ตัวตนลงไปได้เต็มที่ 

WINDSHELL โครงการบ้านแนวตั้งเดียวของไทยที่ออกแบบให้รับลมธรรมชาติตลอดปีและมีพื้นที่หลังบ้าน
WINDSHELL โครงการบ้านแนวตั้งเดียวของไทยที่ออกแบบให้รับลมธรรมชาติตลอดปีและมีพื้นที่หลังบ้าน

 “ที่ขายเป็นห้องเปล่า (Bare Shell) ผมว่าคำว่าดีไซน์หรืออินทิเรียคือแฟชั่น โดยพื้นฐานแล้วมันไม่มีอะไรผิด สิ่งที่ผมต้องการหรือคิดว่าดีอาจไม่ใช่รูปแบบชีวิตของแต่ละคน เพียงแต่เราสร้างความมั่นใจว่าเราได้ให้บ้านที่ดีและยืดหยุ่นที่สุดแล้ว

“ผมมีลูกสามคน พื้นที่ใช้สอยของผมคงไม่เหมือนคู่รักที่มีหมาหนึ่งตัว หรือคนที่ทำอาหารทุกวันกับไม่เคยทำเลย คนที่ชอบทำงานที่บ้าน คนที่ชอบความเป็นส่วนตัวกับคนที่ชอบปาร์ตี้ทุกอาทิตย์ ทุกคนใช้พื้นที่ต่างกัน พอเป็นบ้านเปล่า แต่ะละคนก็ตกแต่งตามรสนิยมส่วนตัวและความต้องการของตัวเองได้”

คุณโชติพลยังเล่าต่ออีกว่า การขายเป็นห้องเปล่าๆ บางคนก็เข้าใจ แต่คนจำนวนมากก็ไม่เก็ต จึงต้องทำห้องตัวอย่างให้เห็นว่าจะออกมาเป็นบ้านหน้าตาแบบไหนได้บ้าง และถ้ามีแบบในใจแล้ว ก่อนลงมือตกแต่ง ต้องเอามาให้เขาช่วยดูว่ากระทบกับโครงสร้างและงานระบบที่วางไว้ไหม

WINDSHELL โครงการบ้านแนวตั้งเดียวของไทยที่ออกแบบให้รับลมธรรมชาติตลอดปีและมีพื้นที่หลังบ้าน
WINDSHELL โครงการบ้านแนวตั้งเดียวของไทยที่ออกแบบให้รับลมธรรมชาติตลอดปีและมีพื้นที่หลังบ้าน
WINDSHELL โครงการบ้านแนวตั้งเดียวของไทยที่ออกแบบให้รับลมธรรมชาติตลอดปีและมีพื้นที่หลังบ้าน

บ้านคือชีวิต

หลายคนอาจตีความที่นี่ว่าต้องความหรูหราด้วยวัสดุ ของตกแต่ง หรือการบริการอย่างที่คุ้นเคย แต่คุณโชติพลกลับตีความคำว่าหรูหรา หรือ Luxury ในอีกรูปแบบหนึ่ง

สิ่งที่เจ้าของบ้านหลังสูงใหญ่นี้ คิดต่าง ทำต่าง และตั้งใจใส่ลงไป คือพื้นที่ที่คุณภาพ เรียบง่าย ฟังก์ชั่นที่ลงตัว งานระบบที่ดี มีความสงบและความเป็นส่วนตัว รวมถึงธรรมชาติรอบๆ ตั้งแต่สวนหย่อม ต้นไม้เก่าในโครงการที่เก็บไว้ไม่ตัดเลยสักต้นและยังเพิ่มเข้ามาอีกนับร้อย โดยเฉพาะเรื่องแสงและลมที่ออกแบบเพื่อถ่ายเทอากาศให้การอยู่อาศัยสบายที่สุด

นั่นเป็นความหรูหราที่ได้ใกล้ชิดธรรมชาติ และเป็นความเรียบหรูในมุมมองของเขามากกว่า

WINDSHELL โครงการบ้านแนวตั้งเดียวของไทยที่ออกแบบให้รับลมธรรมชาติตลอดปีและมีพื้นที่หลังบ้าน

รายละเอียดเล็กๆ อีกอย่างที่เราชอบมากและไม่อาจมองข้ามอยู่ที่ล็อบบี้ ซึ่งประดับด้วยภาพถ่ายของ ดุสิต เสมาเงิน

“ตรงนั้นคงคล้ายๆ ห้องเปล่าที่เราขาย ซึ่งผมพยายามไม่หยิบยื่นว่านี่คือสิ่งที่สวย แต่คิดว่าตกแต่งสถานที่ยังไงให้ดูเรียบร้อย แทนที่จะเป็นอาร์ตเวิร์ก เป็นภาพวาด หรือรูปภาพ มันก็ไม่ต้องมีเหตุผลมาก มีข้อเท็จจริงอยู่แล้วในตัวรูป ซึ่งเป็นอีกมุมมองหนึ่งของกรุงเทพฯ ผมได้ยินมาว่าเขาเดินไปสลัมหรือทุกที่แล้วถ่ายรูป ผมเองแทบไม่ได้ไปในที่แบบนั้นเลย ทำให้เราคิดว่า กรุงเทพฯ ไม่ได้แคบ ไม่มีได้มีมิติเดียว มีชีวิตอีกด้านหนึ่งที่คนที่นี่ไม่ได้รู้ ไม่ได้เห็น มันเป็นสิ่งที่เตือนเรา คนในตึกนี้หรือลูกผมเอง ว่าอย่าคิดว่ามึงอยู่บนสวรรค์นะเว้ย กรุงเทพฯ มีอย่างอื่นที่ไม่ได้สวยงาม จริงๆ ผมอยากเก็บไว้เตือนตัวเองว่าควรใช้ความโชคดีให้เป็นประโยชน์กับสังคม ไม่ใช่หลุดไปกับความโชคดี โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าที่อื่นเป็นยังไงบ้าง หรือมีอะไรลึกซึ้งไปกว่านั้น อาจจะไม่ได้มีใครเก็ตตรงนี้ด้วยซ้ำ”

WINDSHELL โครงการบ้านแนวตั้งเดียวของไทยที่ออกแบบให้รับลมธรรมชาติตลอดปีและมีพื้นที่หลังบ้าน

เพราะเชื่อว่าบ้านแสดงความสัมพันธ์ของคนกับพื้นที่ และมีผลต่อคุณภาพชีวิต จึงไม่ลืมมอบสิ่งซึ่งเติมเต็มชีวิตในบ้านให้สมบูรณ์ ทั้งครัวไทยที่ใช้แก๊ส ระเบียงพักผ่อน และสวนหน้าบ้านพร้อมต้นไม้ใหญ่ ประตูบ้านเฟี้ยมสูง 5 เมตรให้แสงส่องสว่างและมองเห็นวิวรอบๆ รวมถึงอนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ สมาชิกในครอบครัวสำหรับบางคน

WINDSHELL โครงการบ้านแนวตั้งเดียวของไทยที่ออกแบบให้รับลมธรรมชาติตลอดปีและมีพื้นที่หลังบ้าน
WINDSHELL โครงการบ้านแนวตั้งเดียวของไทยที่ออกแบบให้รับลมธรรมชาติตลอดปีและมีพื้นที่หลังบ้าน

“ผมอยากให้ที่นี่เป็นบ้าน เป็นพื้นที่ใช้ชีวิตของคุณ

 “ถ้านั่งตรงโต๊ะนี้แล้วเปิดหน้าต่างทั้งหมด เห็นภรรยาและลูกเราอยู่ห้องนู้น ผมว่ามันเป็นสเปซที่มีคุณภาพมากกว่าคอนโดฯ ทั่วไป หรือบ้านหลังใหญ่ที่คุณเข้าไปถึงปุ๊บ ต่างคนต่างหายไปหมดเลย มองออกไปไม่มีใคร ที่นี่ต่อให้มันใหญ่ แต่มีคุณภาพของพื้นที่ มีสัดส่วนที่ไม่ได้ทำให้คุณหายไปในพื้นที่ของคุณคนเดียว มีการเชื่อมโยงกันให้คุณได้ใกล้ชิดกับคนในบ้านผ่านการมองเห็น”

เรื่องราวเหล่านี้คือสิ่งที่คุณโชติพลบอกว่าเป็นรายละเอียดที่ทำการตลาดไม่ได้ ต้องลองสัมผัสด้วยตัวเอง

ก่อนกลับ เราเดินสำรวจบ้านตัวอย่างทั้งสามที่ตกแต่งไม่เหมือนกันเลยสักหลัง และลองจินตนาการว่าถ้าได้เป็นเจ้าของจะตกแต่งแบบไหน มีห้องอะไรบ้าง พลางนึกถึงคำพูดที่คุณโชติพลทิ้งท้าย ก็อดเห็นด้วยไม่ได้ว่า

“การที่คุณตื่นเช้ามา หรือกลับมาจากที่ทำงาน แล้วใช้เวลาที่เหลือทั้งคืนกับสถานที่ที่หนึ่ง มันมีผลกับคุณในวันถัดไปอย่างแน่นอน”

WINDSHELL โครงการบ้านแนวตั้งเดียวของไทยที่ออกแบบให้รับลมธรรมชาติตลอดปีและมีพื้นที่หลังบ้าน

Writer

ปาริฉัตร คำวาส

เชื่อว่าบ้านคือตัวตนของคนอยู่ เชื่อว่าความเรียบง่ายคือสิ่งซับซ้อนที่สุด และสนใจงานออกแบบเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี(กับเธอ)

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

หมู่บ้าน

แนวคิดของผู้สร้างที่อยู่อาศัยเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีให้ผู้อยู่

นอกจากยุค New Normal ทำเอาเทรนด์เรื่องบ้านและที่อยู่อาศัยพลิกผัน เพราะคนหันออกนอกเมืองใหญ่เพื่อลดความแออัด แล้วก็ต้องสร้างให้ยืดหยุ่นทั้งที่อยู่และที่ทำงานได้ครบทุกฟังก์ชัน 

อีกหนึ่งเมกะเทรนด์ที่กำลังเข้ามาพลิกการพัฒนาวงการอสังหาฯ ซึ่งมองข้ามไปไม่ได้เลย ก็คือการปรับตัวเพื่อรับกับ Climate Change 

ความน่าพรั่นพรึงนี้ใกล้ตัวกว่าที่คิด ขนาดในรายงานของ United Nations ยังกล่าวเอาไว้ว่า พื้นที่บางส่วนของกรุงเทพฯ จมลงประมาณ 2 เซนติเมตรทุกปี ในขณะที่ระดับน้ำทะเลในอ่าวไทยเพิ่มสูงขึ้น มหาสมุทรก็กำลังถูกคุกคามจากการรุกล้ำถมที่ดิน แถมการเพิ่มขึ้นของประชากร การเติบโตของระบบอุตสาหกรรม และหลายกิจกรรมของมนุษย์ ก็เป็นตัวเร่งชั้นเยี่ยมที่ทำให้น้ำแข็งขั้วโลกละลาย หรือเกิดมหันตภัยน้ำท่วมใหญ่ 

ไม่อยากคิดภาพ ถ้าสักวันโลกเราจะเต็มไปด้วยน้ำ เหมือนหนังเรื่อง Waterworld หรือ The Day After Tomorrow 

แต่อย่าเพิ่งวิตกกันเกิดเหตุ ถ้าเราต้องรับมือกับหายนะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจริง ๆ ก็มีแผนสำรองเอาไว้รองรับเพื่ออยู่กับภัยพิบัติ และนี่คือที่มาของ ‘Oceanix City’ ไอเดียเมืองลอยน้ำสุดเจ๋งในประเทศเกาหลีใต้

ย้อนกลับไปสักนิด ถามว่ามีคนเคยคิดอยากทำเมืองลอยน้ำมาก่อนไหม คำตอบคือมี! 

Oceanix City ที่ปูซาน เกาหลีใต้ เมืองลอยน้ำกู้วิกฤตโลกร้อนที่พึ่งพาตัวเองได้แห่งแรกของโลก

เมืองลอยน้ำเป็นหนึ่งในความใฝ่ฝันของยูโทเปียมานานแล้ว ตั้งแต่สมัยคริสต์ศตวรรษ 1960 เมื่อสถาปนิกนาม Buckminster Fuller ออกแบบแผนการสร้างเมืองที่มีอพาร์ตเมนต์แสนยูนิตลอยน้ำได้ในอ่าวโตเกียวเพื่อรับมือภัยพิบัติ แต่กลับไม่เคยได้สร้างจริง หรือในปี 1999 นักธุรกิจหนุ่ม Howard Turney ถึงขั้นออกค้นหาประเทศเกาะใหม่ชายฝั่งทะเลแคริบเบียน คิดโปรเจกต์สร้างประเทศจำลองลอยทะเลในนาม New Utopia เพื่อการณ์นี้ แต่ยังไม่ผลว่าแล้วเสร็จจะหน้าตาจะออกมาเป็นอย่างไร

Oceanix City ที่ปูซาน เกาหลีใต้ เมืองลอยน้ำกู้วิกฤตโลกร้อนที่พึ่งพาตัวเองได้แห่งแรกของโลก

นั่นจึงไม่ใช่เรื่องแปลก หากในยุคนี้จะมีเกาะหกเหลี่ยมรูปทรงเหมือนดอกไม้กลางน้ำเกิดขึ้นเพื่อกู้วิกฤตสิ่งแวดล้อม โครงการนี้เกิดจากความร่วมมือของ Oceanix, สถาบัน MIT, Explorers Club และได้รับการสนับสนุนจาก UN-Habitat ตั้งแต่ปี 2019 สำหรับสร้างพื้นที่ขนาดเกือบ 500 ไร่บนผิวน้ำ ให้รองรับลูกบ้านนับหมื่นคนหรือราว 300 ครัวเรือน และมีทุกสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันเตรียมการไว้

Oceanix City ที่ปูซาน เกาหลีใต้ เมืองลอยน้ำกู้วิกฤตโลกร้อนที่พึ่งพาตัวเองได้แห่งแรกของโลก

โดยเมืองลอยน้ำต้นแบบแห่งแรกในโลกนี้จะสร้างขึ้นที่เมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ ด้วยความเป็นท่าเรือที่ 5 ของโลก เมืองท่าสำคัญที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ และยังเป็นศูนย์กลางการเดินเรือที่สำคัญแห่งหนึ่งของศตวรรษที่ 21 แถมในอีกแง่หนึ่ง ชายฝั่งบริเวณนี้ก็มีความเสี่ยงต่อผลกระทบของระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น และได้รับความเสียหายจากอุทกภัยมากกว่าที่อื่นในเกาหลีใต้ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ทำให้เกิดวิสัยทัศน์ของเมืองที่อยากสร้างถิ่นที่อยู่ของมนุษย์ด้วยความเป็นไปได้ใหม่ ๆ Floating City จึงเกิดขึ้น

แน่นอนว่ามีคำถามมากมายเกิดขึ้น อย่างข้อแรก ทำเมืองลอยได้ แบบนี้น้ำไม่พัดลอยไปเรื่อยเลยหรือยังไง

Oceanix City ที่ปูซาน เกาหลีใต้ เมืองลอยน้ำกู้วิกฤตโลกร้อนที่พึ่งพาตัวเองได้แห่งแรกของโลก

นักออกแบบของบริษัท BIG ที่ร่วมในโครงการนี้อธิบายเอาไว้ว่า เมืองนี้จะไม่ลอยไปไหน เพราะยึดเกาะกับพื้นทะเลด้วย Biorock (ไบโอร็อก) ซึ่งเป็นวัสดุที่ใช้สร้างแนวปะการังเทียมอยู่แล้ว และไม่สร้างผลกระทบกับเจ้าสัตว์ทะเลใต้น้ำด้วยนะ

แล้วเราจะกินอยู่กันยังไงถ้าตัดขาดกับพื้นดิน 

Oceanix City ที่ปูซาน เกาหลีใต้ เมืองลอยน้ำกู้วิกฤตโลกร้อนที่พึ่งพาตัวเองได้แห่งแรกของโลก
ส่อง Oceanix City ต้นแบบเมืองลอยน้ำที่ปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ ด้วยการทำให้อยู่ได้ พึ่งตัวเองได้ และทำให้ขยะเป็นศูนย์

เมืองนี้จะพึ่งตัวเองได้แบบ 100 เปอร์เซ็นต์ เรื่องน้ำดื่มก็ไม่ต้องห่วง เพราะจะผ่านกระบวนการดึงความชื้นจากอากาศ แยกเกลือออกจากน้ำทะเล จนถึงเก็บน้ำฝนเอาไว้ ซึ่งเท่านี้ก็เพียงพอให้ดื่มได้ ส่วนอาหาร ก็เก็บเกี่ยวจากพืชไร้ดินในฟาร์มไฮโดรโปนิกส์ลอยน้ำที่สร้างไว้ รวมถึงเพาะเลี้ยงสัตว์อย่าง กุ้ง หอย ปู ปลาจากใต้น้ำ โดยไม่รบกวนระบบนิเวศทางทะเล แล้วก็ยังมีแผงโซลาร์เซลล์ผลิตกระแสไฟฟ้าเอาไว้ใช้งาน 

ที่สำคัญ โครงการนี้ออกแบบมาให้ทนทานต่อระดับน้ำทะเลขึ้นสูง พายุเฮอริเคน และภัยธรรมชาติด้วย โดยใช้วัสดุจากท้องถิ่นสำหรับการก่อสร้างอาคาร รวมถึงไม้ไผ่ที่ต้านทานแรงดึงมากกว่าเหล็กถึง 6 เท่า ซึ่งช่วยลดคาร์บอนฟุตพรินต์และลดต้นทุนไปได้มาก

ส่อง Oceanix City ต้นแบบเมืองลอยน้ำที่ปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ ด้วยการทำให้อยู่ได้ พึ่งตัวเองได้ และทำให้ขยะเป็นศูนย์

นอกจากอยู่ได้ ที่นี่ยังออกแบบให้มีความยั่งยืนด้วย Zero Waste เช่น เศษอาหารจะถูกแปลงเป็นพลังงานและปุ๋ยหมักในสวนชุมชน ไม่มีการใช้บรรจุภัณฑ์แบบครั้งเดียวทิ้ง และสิ่งปฏิกูลต่าง ๆ จะได้รับการบำบัดในบ่อสาหร่าย

ส่อง Oceanix City ต้นแบบเมืองลอยน้ำที่ปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ ด้วยการทำให้อยู่ได้ พึ่งตัวเองได้ และทำให้ขยะเป็นศูนย์

คาดว่าเมืองนี้จะถูกเริ่มสร้างในปี 2025 และแน่นอนว่าแค่เมืองลอยน้ำอย่างเดียว คงเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ได้ 

ส่อง Oceanix City ต้นแบบเมืองลอยน้ำที่ปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ ด้วยการทำให้อยู่ได้ พึ่งตัวเองได้ และทำให้ขยะเป็นศูนย์

ระหว่างที่รอ อาจถึงเวลาของพวกเราที่จะลงมือทำอะไรสักอย่าง เพื่อเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมก็ได้นะ

ขอบคุณภาพและข้อมูลอ้างอิง

oceanixcity.com 

www.archdaily.com

www.un.org

globetrender.com

Writer

ฉัตรชนก ชโลธรพิเศษ

ชาวนนทบุเรี่ยน ชอบเขียน และกำลังฝึกเขียนอย่างพากเพียร มีความหวังจะได้เป็นเซียน ในเรื่องขีดๆ เขียนๆ สักวันหนึ่ง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load